
คู่มือเดินทางจากโอซาก้าไปนารา 2569: รวมทุกวิธีเดินทางและแผนเที่ยว


นาราเป็นเมืองเก่าแก่ที่อยู่ห่างจากโอซาก้าแค่ไม่ถึงชั่วโมง แต่บรรยากาศต่างกันราวฟ้ากับดิน เพราะที่นี่มีกวางน่ารักเดินเพ่นพ่านอยู่ทั่วสวน มีพระพุทธรูปองค์ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และมีวัดวาอารามเก่าแก่ ให้เดินเล่นชิลๆ ได้ทั้งวัน ใครที่วางแผนเที่ยวโอซาก้าอยู่แล้ว ขอบอกเลยว่าแวะนาราด้วยสักวันคุ้มมากๆ ไม่เสียดายแน่นอน ในคู่มือนี้ Trip.com สรุปวิธีเดินทางจากโอซาก้าไปนาราทุกแบบไว้ให้แล้ว ทั้งรถไฟ รถบัส และเช่ารถ พร้อมบอกเส้นทางที่ใช้เวลาน้อยที่สุด ราคาประหยัดที่สุด และร้านอร่อยที่ไม่ควรพลาด อ่านจบแล้วแพลนทริปได้เลยไม่ต้องคิดเพิ่ม!
🔥รับส่วนลด ฿160 สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟญี่ปุ่น!
สรุปวิธีเดินทางจากโอซาก้าไปนารา: ใช้เวลาเท่าไหร่ แบบไหนคุ้มสุด
วิธีการเดินทาง | สถานี/จุดออกเดินทาง | สถานีปลายทาง/จุดหมายปลายทาง | ระยะเวลาเดินทาง | ราคา | เหมาะสำหรับ |
รถไฟด่วนคินเท็ตสึ (Kintetsu Express) | โอซาก้านัมบะ | คินเท็ตสึนารา | ประมาณ 35-40 นาที | ประมาณ 570 เยน | ที่พักย่านนัมบะ เดินทางไปสวนนาราได้สะดวกและรวดเร็วที่สุด |
รถไฟด่วนพิเศษคินเท็ตสึ (Kintetsu Limited Express) | โอซาก้านัมบะ | คินเท็ตสึนารา | ประมาณ 30 นาที | ประมาณ 570 เยน + ค่าธรรมเนียมรถไฟด่วนพิเศษ (520 เยน) | สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางอย่างรวดเร็ว |
รถไฟ JR สาย Rapid | สถานี JR Namba | JRนารา | ประมาณ 45-50 นาที | ประมาณ 820 เยน | สำหรับผู้ถือบัตร JR Pass และผู้ที่เดินทางจากอุเมดะ |
รถบัส | OCAT | หน้าสถานี JR Nara | ประมาณ 50-60 นาที | ประมาณ 1,100 เยน | เมื่อมีสัมภาระเยอะ เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก |
แท็กซี่ | ตัวเมืองโอซาก้า | ตัวเมืองนารา | ประมาณ 50-70 นาที | ประมาณ 15,000-20,000 เยน | เที่ยวเป็นกลุ่ม, สัมภาระเยอะ, บริการรับ-ส่งถึงที่ |
รถเช่า | จุดบริการรถเช่า | ย่านนารา | ประมาณ 50-60 นาที | ค่าเช่ารถ + ค่าทางด่วน + ค่าที่จอดรถ | ต้องการตารางเที่ยวแบบอิสระ และอยากไปเที่ยวชมสถานที่นอกเมือง |
วิธีที่ 1: รถไฟสายคินเท็ตสึ (Kintetsu Line)

ที่มาของภาพ: www.japanstation.com
ถ้าให้แนะนำวิธีเดินทางจากโอซาก้าไปนาราที่สะดวกที่สุด ต้องยกให้รถไฟสายคินเท็ตสึ (Kintetsu) เลย โดยเฉพาะใครที่พักแถวย่านนัมบะ (Namba) วิธีนี้เหมาะมากเพราะขึ้นรถไฟสายเดียวก็ถึงนาราได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนรถให้ยุ่งยากวุ่นวาย
- จุดขึ้นรถ: สถานี Osaka-Namba หรือสถานี Kintetsu-Uehommachi
- จุดลงรถ: สถานีคินเท็ตสึนารา (Kintetsu-Nara Station)
- รถไฟแนะนำ: รถด่วน (Kyuko) หรือ รถด่วนพิเศษ (Tokkyu)

ที่มาของภาพ: www.kintetsu.co.jp
สำหรับขบวนที่แนะนำมีอยู่ 2 แบบให้เลือกตามความสะดวก แบบแรกคือ รถด่วน (Express) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35-40 นาที ราคาปกติไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้รีบและอยากประหยัดงบ แบบที่สองคือ รถด่วนพิเศษ (Limited Express) ใช้เวลาแค่ประมาณ 30 นาที นั่งสบายกว่า แต่มีค่าธรรมเนียมที่นั่งเพิ่มอีกประมาณ 520 เยน ถ้าไม่ได้รีบมาก นั่งรถด่วนธรรมดาก็ถือว่าคุ้มค่าและสะดวกดีอยู่แล้ว
🚅 ระหว่างนั่งรถไฟอย่าลืมชมวิวออกหน้าต่างด้วย ตึกสูงในเมืองโอซาก้าจะค่อยๆ หายไป แล้วเปลี่ยนเป็นทุ่งนาและบ้านเรือนสไตล์ชนบทญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม บรรยากาศเงียบสงบจนแทบลืมไปว่าเพิ่งออกจากเมืองใหญ่มาแค่ครึ่งชั่วโมงเอง
พอถึงสถานีคินเท็ตสึนารา รับรองว่าต้องยิ้มแก้มปริแน่นอน เพราะแค่ก้าวออกจากประตูสถานี น้องกวางก็เดินมารอต้อนรับอยู่แล้วแบบไม่ต้องตามหา! นอกจากนี้สถานีคินเท็ตสึนาราถือว่าอยู่ในทำเลที่ดีมาก เพราะอยู่ใกล้กับสวนนาราและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เดินเพียง 10-15 นาทีก็ถึงวัดโทไดจิ (Todai-ji) และจุดไฮไลต์อื่นๆ ของเมืองได้ทันที ไม่ต้องนั่งรถต่ออีกให้เสียเวลา
วิธีที่ 2: รถไฟ JR

ที่มาของภาพ: วิกิพีเดีย
ใครที่มี JR Pass อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Kansai Area Pass หรือพาสอื่นๆ ที่ครอบคลุมเส้นทางนี้ เลือกนั่ง JR ได้เลยทันที เพราะไม่ต้องจ่ายค่าตั๋วเพิ่มแม้แต่เยนเดียว ถือว่าคุ้มมากสำหรับคนที่ซื้อพาสมาใช้อยู่แล้วระหว่างทริป ไม่ต้องพกกระเป๋าสตางค์ออกมาให้ยุ่งยาก
- จุดขึ้นรถ: สถานี JR Namba หรือสถานี JR Osaka (ย่านอุเมดะ)
- จุดลงรถ: สถานี JR Nara (JR Nara Station)
- รถไฟแนะนำ: ยามาโตจิ Yamatoji Rapid
🚄 นั่งขบวน Yamatoji Rapid ได้เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนรถระหว่างทาง ใช้เวลาประมาณ 50 นาที นานกว่าสาย Kintetsu นิดหน่อย แต่ที่นั่งกว้างขวางนั่งสบาย เหมาะสำหรับคนที่อยากผ่อนคลายระหว่างเดินทางและไม่ได้รีบไปไหน
สำหรับเรื่องตำแหน่งสถานีต้องบอกไว้ก่อนว่า สถานี JR Nara กับสถานี Kintetsu Nara ตั้งอยู่คนละจุดกัน โดยห่างกันประมาณ 10 นาทีถ้าเดินเท้า ซึ่งก็ไม่ได้ไกลจนน่าเป็นห่วงอะไร แต่ถ้าแพลนว่าจะไปเดินเล่นที่สวนนารา (Nara Park) หรือขึ้นไปนมัสการพระพุทธรูปยักษ์ที่วัดโทไดจิ (Todai-ji) บอกเลยว่าสถานี Kintetsu Nara จะใกล้กว่าอยู่นิดนึง เดินถึงได้ไวกว่าถ้าออกจาก JR Nara
อีกหนึ่งข้อดีของการนั่ง JR ที่หลายคนอาจมองข้ามไปคือสามารถ จองที่นั่งล่วงหน้าได้ ซึ่งสำคัญมากในช่วงวันหยุดยาวหรือช่วงซีซันใบไม้เปลี่ยนสีที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเยอะเป็นพิเศษ ไม่ต้องลุ้นว่าจะมีที่นั่งหรือเปล่า หรือต้องยืนถือกระเป๋าหนักๆ ตลอดทาง นั่งสบายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางแน่นอน บริเวณหน้าสถานี JR Nara เองก็มีมุมถ่ายรูปสวยๆ หลายจุด ใครชอบถ่ายรูปก็อย่าลืมแวะเก็บภาพด้วยนะ
วิธีที่ 3: รถบัส

ที่มาของภาพ: unsplash
สำหรับใครที่มีกระเป๋าเยอะ เดินทางเป็นกลุ่ม หรือแค่อยากนั่งสบายๆ โดยไม่ต้องคอยระวังป้ายรถไฟ การนั่ง รถบัส ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ขึ้นรถที่เดียวแล้วนั่งยาวถึงนาราได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนสายหรือแบกกระเป๋าขึ้นลงบันไดสถานีให้เมื่อยแขน
- จุดขึ้นรถ: JR Highway Bus Terminal ที่สถานี Osaka หรือ Namba OCAT (โอแคท นัมบะ)
- จุดลงรถ: หน้าศาลากลางจังหวัดนารา หรือหน้าสถานี JR Nara
- เวลาเดินทาง: ประมาณ 50 นาที - 1 ชั่วโมง 10 นาที
🚌 บนรถมีบริการ Wi-Fi และห้องน้ำพร้อม ที่นั่งกว้างขวางกว่ารถไฟ นั่งสบายตลอดการเดินทาง เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่พาเด็กๆ มาด้วยหรือใครที่ไม่ชอบนั่งรถไฟแออัด
จุดขึ้นรถที่ Namba OCAT ถือว่าสะดวกมากสำหรับคนที่พักแถวนัมบะ เพราะอาคาร OCAT เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟใต้ดินโดยตรง แค่ลงรถไฟใต้ดินแล้วเดินเข้าอาคารก็ขึ้นรถบัสได้เลย ไม่ต้องออกไปเดินหาป้ายรถบัสข้างนอกให้ยุ่งยาก ส่วนใครที่พักแถวย่านอุเมดะก็สามารถใช้จุดขึ้นรถที่ JR Highway Bus Terminal หน้าสถานี Osaka ได้เช่นกัน
สิ่งที่ต้องระวังนิดนึงคือเรื่อง รถติด เพราะรถบัสวิ่งบนถนนปกติ ไม่ได้วิ่งบนรางเหมือนรถไฟ ถ้าเจอช่วงชั่วโมงเร่งด่วนหรือวันหยุดที่รถเยอะเป็นพิเศษ อาจใช้เวลานานกว่าที่ระบุไว้ได้ ดังนั้นควรเผื่อเวลาสักนิดเพื่อไม่ให้แพลนเที่ยวสะดุด
สุดท้ายถ้าวางแผนไปช่วง วันหยุดยาวหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าไว้ก่อนเลย เพราะคนใช้บริการเยอะมากในช่วงนั้น ที่นั่งเต็มได้ไวกว่าที่คิด จองไว้ก่อนสบายใจกว่าแน่นอน
วิธีที่ 4: แท็กซี่

ที่มาของภาพ: Pixabay
ใครที่ไม่อยากยุ่งกับรถไฟหรือรถบัส หรือมีกระเป๋าเยอะจนแบกไม่ไหว การเรียก แท็กซี่ ก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่พาเด็กเล็กมาด้วย เพราะนั่งได้เลยจากหน้าที่พัก ไม่ต้องเดินหาสถานี ไม่ต้องกังวลเรื่องเปลี่ยนสาย สะดวกสุดๆ แบบ door-to-door
🚕 ค่าแท็กซี่จากโอซาก้าไปนาราอยู่ที่ประมาณ 15,000 - 20,000 เยน ต่อเที่ยว ฟังดูแพง แต่ถ้าไปกัน 3-4 คนแล้วหารกัน ราคาต่อหัวอาจใกล้เคียงกับค่ารถไฟหรือถูกกว่าด้วยซ้ำ
สิ่งที่ทำให้แท็กซี่ในญี่ปุ่นน่าใช้คือความ ตรงต่อเวลาและสะอาดมาก คนขับส่วนใหญ่สุภาพและรู้เส้นทางดี แม้จะสื่อสารภาษาอังกฤษได้ไม่มากนัก แต่แค่โชว์ชื่อสถานที่เป็นภาษาญี่ปุ่นหรือพิกัดบนแผนที่ก็ไปถึงได้สบาย แนะนำให้เซฟชื่อภาษาญี่ปุ่นไว้ในโทรศัพท์ก่อนออกเดินทางจะดีมาก
ข้อควรระวังคือช่วง ชั่วโมงเร่งด่วน อาจเจอรถติดบ้าง ซึ่งมิเตอร์ยังคงเดินตามเวลา ทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายได้ ถ้าไม่รีบควรเลี่ยงช่วงเช้าและเย็นในวันธรรมดา นอกจากแท็กซี่ปกติ ยังมีบริการ แท็กซี่ทัวร์ ที่พาเที่ยวนาราแบบครบวงจรในราคาเหมาจ่าย เหมาะสำหรับใครที่อยากเที่ยวให้ครบทุกจุดโดยไม่ต้องวางแผนเองให้ยุ่งยาก ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ก่อนออกเดินทางเลย
วิธีที่ 5: รถเช่า

ที่มาของภาพ: Pixabay
ใครที่ไม่ได้อยากเที่ยวแค่ตัวเมืองนาราอย่างเดียว แต่อยากแวะชมสถานที่พิกัดลับในจังหวัดนาราด้วย อย่างวัดโฮริวจิ (Horyu-ji) หรือย่านอาสุกะ (Asuka) ที่การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะค่อนข้างลำบาก การเช่ารถ คือคำตอบที่ดีที่สุดเลย เพราะอิสระเต็มที่ จะหยุดถ่ายรูปที่ไหน แวะกินอะไร ก็ได้ตามใจ
🚗 ค่าเช่ารถอยู่ที่ประมาณ 8,000-15,000 เยนต่อวัน ขึ้นอยู่กับรุ่นรถและบริษัทที่เลือก นอกจากนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องเผื่อไว้ได้แก่ ค่าทางด่วนฮันชินประมาณ 1,500 เยน และค่าจอดรถแถวสวนนาราประมาณ 1,000-2,000 เยนต่อวัน
เส้นทางจากโอซาก้าไปนาราขับไม่ยากเลย ส่วนใหญ่เป็นทางด่วนตรงๆ ใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที และถนนในญี่ปุ่นมีป้ายบอกทางชัดเจน ใช้ Google Maps หรือ GPS ในรถช่วยได้สบาย แม้ไม่เคยขับรถในญี่ปุ่นมาก่อนก็ไม่ต้องกังวลมาก
สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนออกเดินทางคือ ใบขับขี่สากล (IDP) เพราะบริษัทรถเช่าทุกแห่งในญี่ปุ่นต้องการเอกสารนี้ ถ้ายังไม่มีต้องทำก่อนออกจากไทย ทำได้ที่กรมการขนส่งทางบกใช้เวลาไม่นาน
วิธีนี้เหมาะที่สุดสำหรับกลุ่มเพื่อน 3-4 คน หรือครอบครัวที่อยากเที่ยวแบบยืดหยุ่น ไม่ต้องง้อตารางรถไฟ หารค่าเช่ากันแล้วราคาต่อหัวก็ไม่แพงเลย รับรองว่าทริปนี้จะสนุกและได้เที่ยวครบกว่าแบบอื่นแน่นอน
แจกแผนเที่ยวโอซาก้า-นารา 1 วัน (1 Day Trip) เดินทางไปเช้าเย็นกลับ

สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปนารามาก่อน ลองเลือกเส้นทางที่ถูกใจแล้วปรับเวลาให้เข้ากับทริปของตัวเองได้เลย ไม่ว่าจะชอบเที่ยวแบบไหน ขอบอกเลยว่านารามีเสน่ห์ที่ทำให้หลงรักได้ไม่ยากเลย โดยเฉพาะคนที่เดินทางมาจากโอซาก้า แค่นั่งรถไฟมาไม่ถึงชั่วโมงก็ได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
เส้นทางที่ 1: วันเดย์ทริปสุดคลาสสิก (เหมาะสำหรับมือใหม่)
ช่วงเวลา | สถานที่ | รายละเอียด |
09:00 น. | สถานี Kintetsu Nara | เดินทางถึง เริ่มต้นทริป |
09:15 น. | ย่านร้านค้า Higashimuki | เดินเล่นช้อปของฝากแถวทางเดินหลัก |
10:00 น. | วัด Kofukuji | ชมเจดีย์ห้าชั้นสัญลักษณ์ของนารา |
11:00 น. | สวนนารา (Nara Park) | ทักทายและป้อนเซมเบ้ให้น้องกวาง |
12:00 น. | วัดโทไดจิ (Todaiji) | ชมพระพุทธรูปองค์ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น |
13:30 น. | มื้อเที่ยง | แวะกินโมจิหรืออุด้งร้านเด็ดแถวสวนนารา |
14:30 น. | ศาลเจ้า Kasuga Taisha | เดินชมโคมไฟนับหมื่นดวงในป่าศักดิ์สิทธิ์ |
16:00 น. | ย่านหน้าสถานี JR Nara | ตระเวนกินของอร่อยและซื้อของฝาก |
17:00 น. | เดินทางกลับโอซาก้า | จบทริปครบทุกไฮไลต์ |
เส้นทางที่ 2: สายตื่นเช้าถ่ายรูปสวย (Early Bird)
ช่วงเวลา | สถานที่ | รายละเอียด |
07:00 น. | สถานี JR Nara | เดินทางถึงตั้งแต่เช้าตรู่ |
07:15 น. | สระน้ำซารุซาวะ (Sarusawa Pond) | ชมพระอาทิตย์ขึ้นสะท้อนผิวน้ำ ถ่ายรูปสวยมาก |
08:00 น. | สวนอิสุยเอน (Isuien Garden) | เดินเล่นรับบรรยากาศสงบๆ ยามเช้า |
09:00 น. | วัดโทไดจิ (Todaiji) | เข้าชมตั้งแต่เปิด คนน้อย ถ่ายรูปได้โล่งสบาย |
10:30 น. | สวนนารา (Nara Park) | ถ่ายรูปกับน้องกวางในมุมสงบๆ ก่อนนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมา |
12:00 น. | ร้านโซบะ Sarashina Chaya | มื้อเที่ยงโซบะเส้นสดรสชาติดั้งเดิม |
13:00 น. | ย่านนิชิโนเกียว (Nishinokyo) | แวะทำเวิร์กชอปงานฝีมือเป็นของที่ระลึก |
14:00 น. | เดินทางกลับโอซาก้า | จบทริปแบบสายถ่ายรูปตัวจริง |
เส้นทางที่ 3: ทริปครอบครัวพาเด็กเที่ยว
ช่วงเวลา | สถานที่ | รายละเอียด |
10:00 น. | สถานี Kintetsu Nara | เดินทางถึง น้องกวางรอต้อนรับอยู่แล้ว |
10:15 น. | สวนนารา (Nara Park) | ป้อนเซมเบ้ให้กวาง เด็กๆ ฮือฮาแน่นอน |
11:15 น. | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินารา | ชมโซนสำหรับเด็กที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ |
12:15 น. | มื้อเที่ยง | แวะคาเฟ่ที่มีเมนูสำหรับเด็กโดยเฉพาะ |
13:15 น. | วัดโทไดจิ (Todaiji) | เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจกับพระพุทธรูปองค์ยักษ์ |
14:15 น. | เวิร์กชอปทำตุ๊กตามายุมิ | ทำของที่ระลึกติดมือกลับบ้าน |
16:00 น. | เดินทางกลับโอซาก้า | จบทริปสนุกแบบครอบครัว |
เส้นทางที่ 4: สายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
ช่วงเวลา | สถานที่ | รายละเอียด |
09:00 น. | สถานี Kintetsu Nara | เดินทางถึง เริ่มต้นสายวัฒนธรรม |
09:15 น. | วัด Kofukuji | ชมพิพิธภัณฑ์สมบัติแห่งชาติและเจดีย์ห้าชั้น |
10:30 น. | วัดโทไดจิ (Todaiji) | ชมพร้อมฟังออดิโอไกด์เพื่อความเข้าใจเชิงลึก |
12:00 น. | มื้อเที่ยงไคเซกิ | ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมแบบจัดเต็ม |
13:30 น. | ศาลเจ้า Kasuga Taisha | สักการะและชมโคมไฟนับหมื่นดวงในป่าศักดิ์สิทธิ์ |
15:00 น. | วัด Shinyakushiji | สักการะพระพุทธรูปยาคุชิเนียวไรอันโด่งดัง |
16:00 น. | พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดนารา | ชมนิทรรศการศิลปะและโบราณวัตถุหายาก |
17:00 น. | เดินทางกลับโอซาก้า | จบทริปสายวัฒนธรรมแบบจุใจ |
เส้นทางที่ 5: ขับรถเที่ยวเองสุดชิล
ช่วงเวลา | สถานที่ | รายละเอียด |
08:00 น. | รับรถเช่าที่โอซาก้า | เตรียมพร้อมออกเดินทางแต่เช้า |
09:00 น. | วัดโฮริวจิ (Horyu-ji) | ชมมรดกโลกที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง |
11:30 น. | มื้อเที่ยงร้านท้องถิ่น | แวะกินอาหารพื้นเมืองนาราแท้ๆ |
13:00 น. | วัดโทไดจิ (Todaiji) | จอดรถแล้วเดินชมพระพุทธรูปองค์ยักษ์ |
14:30 น. | ย่านอาสุกะ (Asuka) | ชมโบราณสถานหินแกะสลักที่หาดูได้ยาก |
16:30 น. | วาราคุเอน | ปิดท้ายด้วยวิวพระอาทิตย์ตกสวยๆ |
18:00 น. | เดินทางกลับโอซาก้า | จบทริปสุดชิลแบบ road trip ญี่ปุ่น |
เคล็ดลับน่ารู้ก่อนออกเดินทางจากโอซาก้าไปเที่ยวนารา

ดูเหมือนง่าย แต่มีบางเรื่องที่มือใหม่มักพลาดกันบ่อยๆ เราเลยรวบรวมเคล็ดลับจากคนที่เคยไปมาแล้วมาฝากกัน เอาไปปรับใช้แล้วทริปนี้จะสนุกขึ้นเยอะเลย!
1. ซื้อเซมเบ้กวางแล้วอย่าเก็บใส่กระเป๋าทันที
หนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตที่ทุกคนต้องทำเมื่อมาถึงสวนนาราคือการซื้อเซมเบ้มาป้อนให้น้องกวาง โดยจะมีแม่ค้าขายอยู่ทั่วไปในสวน ราคาห่อละประมาณ 200-250 เยน ราคาไม่แพงแต่ความสนุกที่ได้คุ้มมากๆ อย่างไรก็ตามมีเรื่องที่ต้องระวังอยู่นิดนึง นั่นก็คือห้ามเก็บขนมใส่กระเป๋าทันทีหลังซื้อเด็ดขาด เพราะน้องกวางที่นี่จมูกไวและฉลาดมาก พวกมันรู้ทันทีว่าคุณมีขนมอยู่ในมือ และจะพุ่งเข้ามาหาคุณในพริบตาจนบางครั้งอาจตกใจได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กหรือคนที่ไม่คุ้นเคยกับกวาง ดังนั้นแนะนำให้ถือขนมไว้ในมือแล้วยื่นให้ทีละชิ้น และถ้ากลัวกวางจริงๆ ให้รอจังหวะที่บริเวณรอบๆ ไม่มีกวางอยู่ใกล้ๆ ก่อนแล้วค่อยๆ วางขนมลงบนพื้นแทนก็ได้ รับรองว่าสนุกและได้ภาพน่ารักติดมือกลับบ้านแน่นอน
2. วางแผนมื้อเที่ยงให้ดี เพราะร้านส่วนใหญ่ปิดเร็ว
นี่คือเรื่องที่นักท่องเที่ยวมือใหม่มักไม่รู้และพลาดกันบ่อยมาก นาราเป็นเมืองที่ร้านค้าและร้านอาหารส่วนใหญ่จะเริ่มปิดตั้งแต่ช่วง 17:00-18:00 น. ซึ่งต่างจากโอซาก้าที่ร้านเปิดดึกได้ถึงดึก ดังนั้นถ้ามาแบบวันเดย์ทริปและตั้งใจจะกินอาหารมื้อเย็นที่นารา อาจจะหาร้านได้ยากกว่าที่คิด แนะนำให้โฟกัสที่มื้อเที่ยงแทน และควรเลือกร้านที่อยากกินไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจะดีที่สุด นอกจากนี้อย่าลืมลองของดีประจำเมืองนาราให้ครบด้วย ทั้ง โยโมกิโมจิ ขนมโมจินุ่มๆ หอมๆ ที่หากินได้เฉพาะที่นี่ และ นาราซึเกะ ผักดองสาเกรสชาติเข้มข้นที่เป็นของฝากขึ้นชื่อของเมืองนารา ซื้อติดมือกลับบ้านได้เลย คนที่บ้านจะต้องชอบแน่นอน
3. ใส่รองเท้าสบายเท้าแล้วเดินสำรวจได้เลย
หลายคนเห็นแผนที่สวนนาราแล้วอาจรู้สึกว่ากว้างมากจนไม่กล้าเดิน แต่จริงๆ แล้วสวนแห่งนี้ถูกออกแบบมาให้เดินเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายมาก สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างวัดโทไดจิ ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ และวัดชินยากุชิจิ ตั้งอยู่ในระยะที่เดินถึงกันได้ในเวลาแค่ประมาณ 20 นาทีเท่านั้น และในบางครั้งการรอรถบัสอาจเสียเวลานานกว่าการเดินเองเสียอีก เพราะรถบัสในนาราไม่ได้มาถี่มากนัก แถมระหว่างทางที่เดินยังได้เจอน้องกวางเดินเพ่นพ่านให้ถ่ายรูปตลอดเส้นทาง บรรยากาศดีมากจนลืมเหนื่อยไปได้เลย สิ่งที่ต้องเตรียมมาให้พร้อมที่สุดคือ รองเท้าที่ใส่สบาย ห้ามใส่รองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าที่รัดเท้าเด็ดขาด เพราะพื้นบางส่วนในสวนเป็นกรวดและดินอัดแน่น ใส่รองเท้าสบายๆ มาแล้วเดินเที่ยวได้ทั้งวันแบบไม่มีสะดุด
4. นาราสวยทุกฤดู ไปเมื่อไหร่ก็ไม่ผิดหวัง
ข้อดีอีกอย่างของนาราที่ทำให้เมืองนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือความสวยงามที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลอย่างชัดเจน ในช่วง ฤดูใบไม้ผลิ สวนนาราจะเต็มไปด้วยดอกซากุระสีชมพูบานสะพรั่ง บรรยากาศโรแมนติกมากเหมาะกับการมาถ่ายรูปเป็นพิเศษ พอเข้า ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงและสีทองสวยงามไม่แพ้กันเลย ส่วน ฤดูร้อน ถ้าอยากหลีกหนีความร้อนแนะนำให้แวะเดินเล่นในสวนอิสุยเอน (Isuien Garden) ที่ร่มรื่นและเงียบสงบมาก และในช่วง ฤดูหนาว แม้อากาศจะหนาวแต่กลับเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยที่สุด ทำให้ได้ใกล้ชิดกับน้องกวางและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แบบสบายๆ ไม่ต้องแย่งกับฝูงชน ไม่ว่าจะมาช่วงไหนก็มีเสน่ห์คนละแบบ มาครั้งเดียวอาจไม่พอแน่นอน
ถ้ายังลังเลอยู่ว่าจะแวะนาราดีไหม ขอบอกเลยว่าคุ้มมากและไม่มีทางเสียใจแน่นอน แค่นั่งรถไฟจากโอซาก้าไม่ถึงชั่วโมงก็ได้หลุดออกจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มาสูดอากาศบริสุทธิ์ เดินเล่นชิลๆ และชาร์จพลังให้ตัวเองได้แบบเต็มๆ หวังว่าคู่มือฉบับนี้จะช่วยให้ทุกคนวางแผนทริปนาราได้ง่ายขึ้นนะคะ ไม่ว่าจะเลือกเดินทางแบบไหนหรือสไตล์การเที่ยวแบบใด นาราก็พร้อมต้อนรับเสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเดินทางจากโอซาก้าไปนารา
เดินทางจากโอซาก้าไปนาราใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที ขึ้นอยู่กับประเภทขบวนรถไฟและเส้นทางที่เลือกวิธีที่เร็วที่สุดจากโอซาก้าไปนาราคืออะไร?
วิธีที่เร็วที่สุดคือรถไฟด่วนพิเศษของ Kintetsu Railway จากย่านนัมบะ ใช้เวลาแค่ประมาณ 30 นาทีเท่านั้น แต่ถ้าอยากประหยัดขึ้น รถด่วนธรรมดา (Express) ก็ใช้เวลาต่างกันแค่ราว 10 นาที ถือว่าคุ้มค่ากว่าไม่น้อยเลยควรใช้บัตรเดินทางอะไรดี?
แนะนำบัตร IC อย่าง ICOCA หรือ Suica เพราะแตะขึ้นรถไฟ Kintetsu, JR และรถบัสได้เลยโดยไม่ต้องซื้อตั๋วทีละเที่ยว สะดวกมาก แต่ถ้าจะนั่งรถด่วนพิเศษ Kintetsu ต้องซื้อตั๋วเสริมสำหรับขบวนพิเศษเพิ่มด้วยเที่ยวนาราแบบไปเช้าเย็นกลับจากโอซาก้าได้ไหม?
ได้สบายมาก ออกจากโอซาก้าแค่ 09:00 น. ก็ถึงนาราก่อน 10:00 น. แล้ว เที่ยววัดโทไดจิช่วงเช้า ต่อด้วยศาลเจ้าคาสุงะไทฉะและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินาราช่วงบ่าย แล้วกลับโอซาก้าช่วงเย็นได้แบบสบายๆ ไม่รีบเลยงบเที่ยวจากโอซาก้าไปนาราประมาณเท่าไร?
รวมค่าเดินทางไป-กลับแล้ว งบคร่าวๆ อยู่ที่ประมาณ 1,500-2,000 เยนต่อคน ถือเป็นทริปวันเดียวที่เที่ยวได้ครบและสบายกระเป๋ามากๆ เลย
<h3>เนื้อหายอดฮิต</h3>
เนื้อหายอดนิยม
โรงแรมยอดนิยม
- เพนชั่น คอตตอน 100%
- โรงแรมสไมล์ นารา
- โรงแรมโรคุเนะ
- ฮารุยา นาระมาจิ - โฮสเทล
- ออนเซ็น โนโนะ นาระ เนเชอรัล ฮอต สปริง
- เกสต์เฮาส์ นารา โคมาจิ
- โรงแรมนารา
- โคโตโนยาโดะ มูซาชิโนะ
- Suimontei
- Walk to Nara Park-Nara's Timeless Stay
- Nara Japanese Traditional House
- โรงแรมเบเกอรี่ เชอโต้ดอร์ - โฮสเทล
- นารา เกสต์เฮาส์ 3เอฟ
- โตโยโกะ อินน์ สถานีนารา ชิน โอมิยะ
- นารา คาสุกาโอกุยามะ สึกิฮิเท
- คอมฟี สเตย์ ซากูระมาจิ
- Izayoi Sanso
- โรงแรมเจดับบลิว แมริออท นารา
- อันโด้ โฮเทล นาระวคาคุซะยามา ~ดีไลท์ ไลฟ์ & โฮเทลส์~
- เซชา สำหรับแขกอายุ 18-55 ปีเท่านั้น
คู่มือท่องเที่ยว
- china arrival card
- ส่วนลด trip.com
- ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ Trip.com
- วันหยุดจีน
- eSIM
- eSim จีน
- รถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้
- Trip.com Vip Lounge Access
- e cigarette on flight
- ที่พักเฉิงตู
- รถไฟใต้ดินปักกิ่ง
- การเลือกที่นั่งเที่ยวบิน Trip.com
- buy extra baggage airasia
- ขอคืนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- don mueang airport lounge
- รถไฟใต้ดินเซินเจิ้น
- สนามบินเฉิงตู เทียนฟู่ เข้าเมือง
- วิธีการชำระเงิน trip.com
- ขอเงินคืนโรงแรม Trip.com
- นโยบายการยกเลิก Trip.com
- esim คือ
- ข้อจำกัดการพกเงินสดยุโรป
- ยกเลิกเที่ยวบิน
- รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง
- เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- รถไฟจีน
- eSim ญี่ปุ่น
- laos to china train
- รถไฟใต้ดินหางโจว
- ที่เที่ยวเฉิงตู
โปรโมชั่น Trip.com
เกี่ยวกับ
ผู้ดำเนินการเว็บไซต์: Trip.com Travel Singapore Pte. Ltd.


จองแล้ว 27260 ครั้ง












