
การมีอินเทอร์เน็ตติดตัวระหว่างเที่ยวญี่ปุ่นคือสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นแบบสุด ๆ ไม่ว่าจะเปิดแผนที่หาทางไปศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ เช็กรถไฟชินคันเซ็น จองร้านซูชิ หรืออัปโหลดรูปซากุระสวย ๆ ลงโซเชียล—all done ได้ในไม่กี่วินาที! ตอนนี้นักเดินทางส่วนใหญ่เลยหันมาใช้ eSIM ญี่ปุ่น ( e-sim ญี่ปุ่น) แทนซิมการ์ดแบบเดิม เพราะติดตั้งง่ายผ่าน QR code ไม่ต้องถอดซิม ไม่ต้องรอพัสดุ แค่สแกนก็เล่นเน็ตได้ทันทีตั้งแต่เครื่องแตะรันเวย์ สะดวก คุ้มค่า และตอบโจทย์ชีวิตนักท่องเที่ยวยุคดิจิทัลสุด ๆ
บทความนี้ Trip.com จะพาคุณไปรู้จักทุกเรื่องของ eSIM ญี่ปุ่น ตั้งแต่คืออะไร ใช้ยังไง เลือกแบบไหนดี ไปจนถึงเคล็ดลับการติดตั้งให้เน็ตแรงไม่สะดุด พร้อมเปรียบเทียบแพ็กเกจจากผู้ให้บริการยอดนิยม เพื่อช่วยให้คุณเลือก eSIM ที่เหมาะกับสไตล์เที่ยวของตัวเองได้ง่ายกว่าเดิมค่ะ
แพ็กเกจ eSIM ญี่ปุ่นยอดนิยมจาก Trip.com
Trip.com มีแพ็กเกจ eSIM ญี่ปุ่น (eSIM Japan) ให้เลือกหลายแบบ เหมาะสำหรับทุกทริปเที่ยวญี่ปุ่นของคุณ ติดตั้งง่ายใน 5 นาที และพร้อมใช้งานทันทีเมื่อถึงสนามบิน! เลือกแพ็กเกจที่ตรงกับระยะเวลาการเดินทางของคุณด้านล่างได้เลย
- ปริมาณเน็ต500 MB/วัน
- กำหนดเวลา1วัน
- ราคา31.90 บาท
- ปริมาณเน็ต1 GB/วัน
- กำหนดเวลา3 วัน
- ราคา139.00 บาท
- ปริมาณเน็ต1 GB/วัน
- กำหนดเวลา7 วัน
- ราคา245.00 บาท
eSIM ญี่ปุ่น คืออะไร
eSIM ญี่ปุ่น (e sim ญี่ปุ่น) คือ “ซิมการ์ดดิจิทัล” ที่ฝังอยู่ในสมาร์ทโฟนของคุณโดยไม่ต้องใส่ซิมจริงให้ยุ่งยาก แค่สแกน QR code ก็สามารถเปิดใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันที เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากเล่นเน็ตได้ตั้งแต่เครื่องแตะรันเวย์
พูดง่าย ๆ คือ eSIM ช่วยให้คุณเล่นอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องหาซิมใหม่ที่สนามบิน ไม่ต้องถอดซิมไทย และไม่ต้องกลัวซิมหายอีกต่อไป
ราคาและแพ็กเกจ eSIM ญี่ปุ่น

Trip.com มีแพ็กเกจ eSIM ญี่ปุ่น ให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับทั้งนักเดินทางสายเที่ยวระยะสั้นและคนที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดตลอดทริป ไม่ว่าคุณจะไปญี่ปุ่น 3 วัน 7 วัน หรือยาวเป็นสัปดาห์—ก็เลือกแผนที่ตรงใจได้เลย เพราะทุกแพ็กเกจออกแบบมาเพื่อให้เชื่อมต่อได้ลื่นไหลตลอดการเดินทาง
แพ็กเกจ eSIM ญี่ปุ่น จาก Trip.com
ระยะเวลาใช้งาน | ประเภทแพ็กเกจ | ข้อมูลอินเทอร์เน็ต | ราคาโดยประมาณ | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|---|
3 วัน | ไม่จำกัด (Unlimited) | 4G/5G ความเร็วสูง | ฿118 | ทริปสั้น เที่ยวโตเกียวหรือโอซาก้าไม่กี่วัน |
7 วัน | ไม่จำกัด (Unlimited) | 4G/5G ความเร็วสูง | ฿216 | เที่ยวหลายเมือง เช่น โตเกียว–เกียวโต–โอซาก้า |
12 วัน | ไม่จำกัด (Unlimited) | 4G/5G ความเร็วสูง | ฿331 | ทริปยาวหรือคนที่ต้องการเน็ตตลอดเวลา |
💡 เคล็ดลับ
แนะนำให้เลือกแพ็กเกจที่ครอบคลุมระยะเวลาทั้งทริป เพื่อไม่ต้องซื้อเพิ่มระหว่างเดินทาง และติดตั้ง eSIM ล่วงหน้าไว้ก่อนบิน เพื่อให้เชื่อมต่อได้ทันทีเมื่อถึงญี่ปุ่น
วิธีซื้อ eSIM ญี่ปุ่นกับ Trip.com
การ ซื้อ eSIM ญี่ปุ่น ทำได้ง่ายสุด ๆ ผ่านเว็บไซต์หรือแอป Trip.com
เพียงเลือกแพ็กเกจที่ต้องการ → กด “ซื้อเลย” → ชำระเงิน → ระบบจะส่ง QR Code สำหรับติดตั้ง eSIM ไปทางอีเมลทันที
ติดตั้งล่วงหน้าไว้ก่อนเดินทาง พอถึงญี่ปุ่นก็พร้อมเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เลยในไม่กี่วินาที
💡 เคล็ดลับ:
แนะนำให้ซื้อ eSIM ญี่ปุ่น ก่อนวันเดินทาง 1–2 วัน เพื่อมีเวลาตรวจสอบอีเมลและทดสอบ QR Code ว่าสแกนได้ปกติ
วิธีติดตั้ง eSIM ญี่ปุ่น (สำหรับ iPhone และ Android)

การติดตั้ง eSIM ญี่ปุ่น ทำได้ง่ายมาก! ไม่ว่าคุณจะใช้ iPhone หรือ Android ก็ทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้ได้เลย ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที ก็พร้อมเล่นเน็ตได้ทันทีตั้งแต่เครื่องแตะรันเวย์
ขั้นตอนการติดตั้ง
1. เปิดอีเมลยืนยันการสั่งซื้อจาก Trip.com
ตรวจสอบว่าได้รับ QR Code สำหรับติดตั้ง eSIM แล้วเรียบร้อย
2. เชื่อมต่อ Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ตก่อนเริ่มติดตั้ง
เพราะการดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM ต้องใช้อินเทอร์เน็ตที่เสถียร
3. เข้าเมนูการตั้งค่าในสมาร์ทโฟนของคุณ
- iPhone: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) → มือถือ (Cellular) → เพิ่ม eSIM (Add eSIM)
- Android: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) → การเชื่อมต่อ (Connections) → ตัวจัดการซิม (SIM Manager) → เพิ่ม eSIM (Add eSIM)
4. สแกน QR Code ที่ได้รับทางอีเมล
ระบบจะติดตั้งโปรไฟล์ eSIM อัตโนมัติ รอจนเห็นข้อความยืนยันว่า eSIM ถูกเพิ่มเรียบร้อย
5. ตั้งชื่อโปรไฟล์ eSIM เพื่อใช้งานได้สะดวก
แนะนำให้ตั้งชื่อว่า “Trip Japan” หรือ “Japan eSIM” เพื่อแยกให้ง่ายเวลาเลือกใช้งาน
6. เมื่อถึงญี่ปุ่น ให้เปิด “Data Roaming” (โรมมิ่งข้อมูล)
จากนั้นปิดซิมหลัก (ถ้ามี) เพื่อให้ระบบเลือกใช้งาน eSIM โดยอัตโนมัติ
7. หากยังไม่เชื่อมต่อ ให้รีสตาร์ตเครื่องหนึ่งครั้ง
หลังเปิดใหม่ ระบบจะเชื่อมต่อเครือข่ายญี่ปุ่นทันที
⚠️ ข้อควรระวัง
- ห้ามสแกน QR Code จากอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่เครื่องที่ต้องการใช้งาน เพราะ 1 QR Code ใช้ได้เพียงครั้งเดียว และกับเครื่องเดียวเท่านั้น
- หลังติดตั้งแล้ว ห้ามลบ eSIM ออกจากเครื่อง เพราะจะไม่สามารถสแกนซ้ำได้อีก
ข้อดีของการติดตั้งล่วงหน้า
- ติดตั้ง eSIM ตั้งแต่อยู่ที่ไทย เพื่อทดสอบ QR Code และมั่นใจว่าใช้งานได้
- เมื่อถึงสนามบิน เช่น นาริตะหรือฮาเนดะ เพียงเปิดมือถือ ระบบจะเชื่อมต่อเครือข่ายอัตโนมัติทันที
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันทีที่เครื่องแตะพื้น
- ไม่ต้องเสียเวลาหาซิมหรือยืนตั้งค่าที่สนามบิน
- ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวซิมหาย หรือสับสนกับซิมหลัก
eSIM ญี่ปุ่นรองรับมือถือรุ่นไหนบ้าง
ปัจจุบัน **มือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ eSIM แล้ว** ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาก! คุณสามารถตรวจสอบการรองรับได้ง่ายๆ โดยไปที่ **การตั้งค่า > การจัดการซิม/เซลลูลาร์** หรือดูรายชื่อย่อของรุ่นยอดนิยมที่อัปเดตล่าสุดด้านล่างนี้
Apple
- iPhone XR–iPhone 17 (รวม mini/Plus/Pro/Pro Max)
- iPhone SE (Gen 2–3)
Samsung Galaxy
- S20–S24 (รวม Ultra/FE)
- Note 20/Note 20 Ultra
- Z Flip 3–5, Z Fold 3–5
Google Pixel
- Pixel 3–8 (รวม Pro และ a-series)
HUAWEI
- Mate 40 Pro
- P40 Pro
- P50/P60/Mate 60 Series
OPPO / OnePlus
- OPPO Find X3–X7, Reno 6–11
- OnePlus 11/12
Xiaomi / Redmi
- Xiaomi 13–14 Series
- Redmi Note 12 Pro 5G ขึ้นไป
Sony Xperia
- Xperia 10 V, 1 V, 5 V ขึ้นไป
Motorola
- Razr 2019–Razr 2024
eSIM ญี่ปุ่น อันไหนดี? เปรียบเทียบผู้ให้บริการยอดนิยม

หากคุณกำลังลังเลว่าจะซื้อ eSIM ญี่ปุ่น เจ้าไหนดี ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้ได้เลย เรารวบรวมผู้ให้บริการยอดนิยมที่คนไทยนิยมใช้ พร้อมราคา ระยะเวลา และช่องทางติดต่อไว้ครบในตารางเดียว👇
ผู้ให้บริการ | เครือข่ายที่ใช้ในญี่ปุ่น | ข้อมูลการใช้งาน | ระยะเวลาแพ็กเกจ | ราคาโดยประมาณ | การติดตั้ง | ช่องทางติดต่อ/ซัพพอร์ต |
|---|---|---|---|---|---|---|
เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายหลัก (Docomo / SoftBank / KDDI) | ไม่จำกัด (Unlimited Data) | 3–12 วัน | เริ่มต้น ฿31/วัน | สแกน QR Code จากอีเมล ใช้งานได้ทันที | ศูนย์ช่วยเหลือ Trip.com / แชตออนไลน์ | |
Airalo | Docomo | 1–30GB | 7–30 วัน | ฿200–฿1,000+ | สแกน QR Code ผ่านอีเมล | แชตออนไลน์ / แบบฟอร์มเว็บไซต์ |
Ubigi | SoftBank | 500MB–50GB | 1–30 วัน | ฿120–฿2,900+ | ดาวน์โหลดผ่านแอป Ubigi | อีเมลซัพพอร์ต / แชต |
Mobal | SoftBank | 1GB–50GB | 8–31 วัน | ฿600–฿1,600+ | ลิงก์ติดตั้งในอีเมล | อีเมล / เว็บไซต์ |
Sakura Mobile | Docomo | 1GB–Unlimited | 3–15 วัน | ฿600–฿1,400 | เปิดใช้งานผ่านอีเมลยืนยัน | แชต / โทรศัพท์ (ญี่ปุ่น) |
Frewie | KDDI | 3GB–Unlimited | 5–30 วัน | ฿500–฿3,500 | QR Code อัตโนมัติ | อีเมล / แบบฟอร์ม |
Pocket Wi-Fi (ทางเลือก) | เครือข่ายท้องถิ่น | แชร์เน็ตได้หลายอุปกรณ์ | 3–30 วัน | ฿1,000–฿3,000+ | รับเครื่อง–คืนเครื่อง | บูธสนามบิน / บริการจัดส่ง |
เคล็ดลับในการเลือก eSIM ญี่ปุ่น

การเลือก eSIM ญี่ปุ่น ที่ทั้งเร็ว แรง และคุ้มค่าไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่รู้ 3 เรื่องสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อ ก็ช่วยให้คุณได้แพ็กเกจที่เหมาะกับทริปญี่ปุ่นของตัวเองมากที่สุด
1. ราคาเหมาะสม คุ้มกับการใช้งานไหม
สิ่งแรกที่ควรดูคือ “ราคา” เพราะแต่ละแพ็กเกจมีช่วงราคาแตกต่างกันตามจำนวนวันและปริมาณอินเทอร์เน็ต ถ้าจะให้คุ้มที่สุด ควรเลือกแพ็กเกจที่ เล่นเน็ตได้ไม่จำกัด (Unlimited) และครอบคลุมทุกวันที่คุณอยู่ญี่ปุ่น จะได้ไม่ต้องกังวลว่าเน็ตหมดกลางทริป
💡 เคล็ดลับ
- ทริปสั้น 3–5 วัน → แพ็กเกจรายวันก็เพียงพอ
- ทริปยาว 7–12 วัน → แนะนำแบบ Unlimited เล่นได้เต็มสปีด
2. ปริมาณดาต้าเพียงพอหรือเปล่า
บางแพ็กเกจอาจจำกัดความจุ เช่น 1GB หรือ 5GB ต่อวัน หากคุณใช้ Google Maps, แปลภาษา, โซเชียล หรือดูวิดีโอบ่อย ๆ ควรเลือกแบบ Unlimited Data ไปเลยจะดีกว่า เพราะจะได้ใช้งานได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุดตลอดทริป
3. รีวิวและการซัพพอร์ตจากผู้ให้บริการ
ก่อนซื้อ อย่าลืมอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริงว่าคุณภาพสัญญาณดีไหม การติดตั้งง่ายหรือเปล่า และมีทีมซัพพอร์ตช่วยเหลือหรือไม่ โดยเฉพาะเวลาเกิดปัญหา เช่น สัญญาณไม่ขึ้นหรือสแกน QR code แล้วไม่เชื่อมต่อ ถ้ามี ช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่ 24 ชม. จะอุ่นใจกว่ามาก
ความแตกต่างระหว่าง eSIM และซิมการ์ดจริง
หลายคนอาจสงสัยว่า “eSIM ต่างจากซิมการ์ดทั่วไปยังไง?” ทั้งสองแบบใช้สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ในต่างประเทศเหมือนกัน แต่ความสะดวกและวิธีใช้งานนั้นแตกต่างกันพอสมควรเลยค่ะ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้ได้เลย 👇
ตารางเปรียบเทียบ eSIM vs ซิมการ์ดจริง
รายการเปรียบเทียบ | eSIM (ซิมดิจิทัล) | ซิมการ์ดจริง (Physical SIM) |
|---|---|---|
ลักษณะการใช้งาน | เป็นซิมอิเล็กทรอนิกส์ ติดตั้งผ่าน QR Code ไม่ต้องถอดซิมจริง | เป็นการ์ดพลาสติก ต้องใส่/ถอดซิมเองทุกครั้งที่เปลี่ยน |
ความสะดวก | ติดตั้งง่ายในไม่กี่นาที แค่สแกนก็ใช้ได้ | ต้องหาซื้อและเปลี่ยนซิมเอง อาจยุ่งยากโดยเฉพาะที่สนามบิน |
ความปลอดภัย | ซิมไม่หายเพราะฝังอยู่ในเครื่อง | เสี่ยงซิมหายหรือทำตกขณะเปลี่ยน |
ความยืดหยุ่น | ใช้ได้หลายประเทศ เพียงสลับโปรไฟล์ | ใช้ได้เฉพาะประเทศที่ซื้อมา ต้องเปลี่ยนซิมเมื่อเดินทางใหม่ |
ความเร็วในการเชื่อมต่อ | เชื่อมต่อได้ทันทีหลังติดตั้ง | ต้องรอเปิดใช้หลังใส่ซิมใหม่ |
การรองรับอุปกรณ์ | ต้องใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับ eSIM เท่านั้น | ใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นที่มีช่องใส่ซิม |
ความคุ้มค่า | เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการความสะดวกและเล่นเน็ตได้ทันที | เหมาะกับผู้ที่ต้องการซิมจริงไว้ใช้งานในระยะยาว |
💡 เคล็ดลับการเลือกให้เหมาะกับคุณ
- ถ้าชอบความ สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเปลี่ยนซิม → เลือกใช้ eSIM ญี่ปุ่น ติดตั้งง่ายและเล่นเน็ตได้ทันทีเมื่อถึงสนามบิน
- ถ้ายังใช้โทรศัพท์รุ่นที่ ไม่รองรับ eSIM → ซิมจริงก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีและใช้งานได้แน่นอน
- นักเดินทางสายเที่ยวบ่อยหรือเปลี่ยนประเทศบ่อย ๆ แนะนำให้ใช้ eSIM แบบโรมมิ่งหลายประเทศ คุ้มกว่าและไม่ต้องถอดใส่ซิมหลายรอบ
✅ ข้อดีของการใช้ eSIM ญี่ปุ่น
- ใช้งานได้ทันทีที่ถึงสนามบินญี่ปุ่น
เพียงติดตั้งไว้ก่อนเดินทาง ก็เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันทีตั้งแต่เครื่องแตะรันเวย์ ไม่ต้องหาซิมใหม่หรือรอรับของ - ไม่ต้องถอดซิมจริงให้ยุ่งยาก
หมดปัญหาซิมไทยหายหรือใส่กลับผิดช่อง เพราะ eSIM ฝังอยู่ในเครื่องอยู่แล้ว - รองรับ Dual SIM ใช้งานได้ 2 เบอร์พร้อมกัน
สามารถใช้ eSIM สำหรับอินเทอร์เน็ต และเก็บซิมไทยไว้รับสายหรือ OTP ได้สะดวกสุด ๆ
⚠️ ข้อควรรู้ก่อนใช้ eSIM ญี่ปุ่น
- ใช้ได้เฉพาะมือถือที่รองรับ eSIM เท่านั้น
แนะนำตรวจสอบรุ่นก่อนซื้อ (ดูรายชื่อรุ่นที่รองรับได้ที่ เว็บไซต์ทางการของ Apple หรือ เว็บไซต์ของ Samsung) - เปลี่ยนเครื่องใหม่จะใช้ eSIM เดิมไม่ได้
โปรไฟล์ eSIM ผูกกับเครื่องที่ติดตั้งไว้ จึงไม่สามารถย้ายไปเครื่องอื่นได้ - ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ท้องถิ่น
eSIM ญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นแพ็กเกจ “ดาต้าเท่านั้น” สำหรับเล่นเน็ต ไม่รองรับการโทรออก–รับสาย
การมี eSIM ญี่ปุ่น ติดเครื่องไว้ตั้งแต่ก่อนเดินทาง คือทางลัดสู่ทริปที่สบายกว่าที่เคย ไม่ต้องต่อคิวซื้อซิมที่สนามบิน ไม่ต้องถอดซิมไทยให้ยุ่งยาก แค่สแกน QR Code ก็เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันทีตั้งแต่แตะรันเวย์
ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยว โตเกียว โอซาก้า เกียวโต หรือฮอกไกโด—แผนที่ การแปลภาษา และการจองทุกอย่างจะอยู่ในมือคุณเสมอ ด้วย eSIM เดียวที่ใช้งานง่ายและคุ้มค่าที่สุด
FAQ เกี่ยวกับ eSIM ญี่ปุ่น
มือถือรุ่นไหนใช้ eSIM ญี่ปุ่นได้บ้าง?
ต้องใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับ eSIM เท่านั้น โดยทั่วไปจะเป็น iPhone รุ่นใหม่ หรือ มือถือ Android ระดับกลางขึ้นไป แนะนำให้ตรวจสอบรุ่นของคุณก่อนซื้อ เพราะมือถือหลายรุ่นสามารถเปิดใช้ Dual SIM (ซิมคู่) ได้ด้วยค่ะควรติดตั้งเมื่อไร และใช้งานได้ทันทีไหม?
แนะนำติดตั้งล่วงหน้าที่ไทยผ่าน QR code ขณะต่อ Wi-Fi พอถึงญี่ปุ่น เปิด Data Roaming โปรไฟล์ eSIM จะเชื่อมต่ออัตโนมัติ หากยังไม่ขึ้นสัญญาณ ให้สลับโหมดเครื่องบินหรือรีสตาร์ตเน็ตไม่อั้นจริงไหม มี FUP หรือไม่?
แพ็กเกจส่วนใหญ่เป็นดาต้า 4G/5G แบบไม่จำกัด แต่บางแพ็กอาจมี Fair Usage Policy (FUP) เมื่อใช้ถึงเกณฑ์อาจลดความเร็ว แนะนำให้อ่านเงื่อนไขที่หน้าสินค้าก่อนชำระเงินแชร์ฮอตสปอตได้ไหม และโทร/รับ OTP ได้หรือเปล่า?
โดยทั่วไปแชร์ฮอตสปอตได้ (ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ) ส่วน eSIM นักท่องเที่ยวมักเป็น ดาต้าเท่านั้น ไม่มีเบอร์ท้องถิ่น แนะนำเก็บซิมไทยไว้ในเครื่องเพื่อรับ OTP/สายสำคัญ และใช้แอปโทรผ่านอินเทอร์เน็ตแทนถ้าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้ควรทำอย่างไร?
ตรวจสอบว่าติดตั้งโปรไฟล์ครบ เปิด Data Roaming แล้ว ลองสลับโหมดเครื่องบิน/รีสตาร์ต ตั้งค่า APN ตามที่ระบุในแพ็กเกจ และลองเลือกเครือข่าย (Docomo/SoftBank/KDDI) แบบแมนนวล หากยังไม่ได้ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า Trip.com ทันที




