
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ไม่ว่าไปกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ ตั้งแต่เสน่ห์ของเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาอย่างโตเกียวและโอซาก้า ไปจนถึงความสงบเรียบง่ายของเกียวโตและฮอกไกโด ทุกมุมของญี่ปุ่นล้วนเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนอยากกลับไปซ้ำแล้วซ้ำอีก
ปี 2569 นี้ Trip.com ขอพาทุกคนไปอัปเดต 30+ ที่เที่ยวญี่ปุ่นยอดนิยม ทั้งจุดเช็กอินสุดฮิตและสถานที่ลับที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก ครบทุกสไตล์ไม่ว่าจะเป็นสายชิลชมธรรมชาติ สายวัฒนธรรมและอนิเมะญี่ปุ่น หรือสายกินและนักช้อปมือโปร พร้อมบอก วิธีเดินทาง งบเที่ยวโดยประมาณ เวลาเปิด–ปิด ครบจบในที่เดียว เพื่อให้คุณวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นได้ง่าย สนุก และคุ้มค่ากว่าที่เคย
วางแผนเที่ยวญี่ปุ่น 2569: เรื่องต้องรู้ก่อนเดินทาง
การเดินทางไปญี่ปุ่นในปี 2569 ยังคงสะดวกและน่าเที่ยวเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยดอกซากุระ ไปจนถึงฤดูหนาวที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวบริสุทธิ์ การเลือกช่วงเวลาเดินทางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ทริปสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
🗓 เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดีที่สุด
ฤดู | ช่วงเดือน | ไฮไลต์ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
🌸 ใบไม้ผลิ | มีนาคม – พฤษภาคม | ซากุระบานทั่วประเทศ อากาศเย็นสบาย | ที่พักเต็มเร็ว ต้องจองล่วงหน้า |
☀️ ฤดูร้อน | มิถุนายน – สิงหาคม | เทศกาลดอกไม้ไฟ ชายหาด และขบวนพาเหรด | อากาศร้อนและมีฝนบ้างเป็นช่วง ๆ |
🍁 ใบไม้ร่วง | กันยายน – พฤศจิกายน | ใบไม้เปลี่ยนสีทั่วเกียวโตและฮอกไกโด | นักท่องเที่ยวเยอะในช่วงพีค |
❄️ ฤดูหนาว | ธันวาคม – กุมภาพันธ์ | สกีรีสอร์ตและเทศกาลหิมะ | ควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม |
💡 เคล็ดลับ: ถ้าอยากเห็นซากุระและหิมะในทริปเดียว ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ฮอกไกโดยังมีหิมะให้ชม ส่วนโตเกียวเริ่มเข้าสู่ฤดูซากุระพอดี
🚄 การเดินทางในญี่ปุ่น
ระบบขนส่งของญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่ามีประสิทธิภาพและตรงเวลาที่สุดในโลก รถไฟครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งสายด่วนข้ามเมืองและรถไฟใต้ดินภายในเมืองใหญ่
- JR Pass เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวหลายเมือง เช่น โตเกียว เกียวโต และโอซาก้า ใช้ขึ้นรถไฟชินคันเซ็นได้ไม่จำกัดในช่วงเวลาที่เลือก ดูราคาและประเภทของ JR Pass
- บัตร Suica หรือ Pasmo เหมาะสำหรับการเดินทางภายในเมืองใหญ่ เติมเงินใช้ได้กับรถไฟ รถบัส และร้านสะดวกซื้อบางแห่ง
💴 สรุปงบเที่ยวญี่ปุ่นเบื้องต้น
รายการ | งบประมาณ (บาท/คน) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
✈️ ตั๋วเครื่องบิน | 15,000 – 25,000 บาท | ไป–กลับ กรุงเทพฯ – โตเกียว |
🏨 ที่พัก | 2,000 – 4,000 บาท/ คืน | โรงแรมระดับ 3 ดาว |
🍱 อาหาร | 800 – 1,200 บาท/ วัน | ขึ้นอยู่กับสไตล์การกิน |
🚆 เดินทางในประเทศ | 4,000 – 8,000 บาท | JR Pass / Metro Pass |
🎟️ ค่าเข้าชมสถานที่ | 2,000 – 4,000 บาท | เช่น Disneyland, USJ |
🛍️ ช้อปปิ้งและของฝาก | 3,000 – 10,000 บาท | แล้วแต่พฤติกรรมการช้อป |
งบเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 35,000 – 55,000 บาทต่อคน (ไม่รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวและของฝาก) สามารถอ่านการแจกแจงค่าใช้จ่ายในการเที่ยวญี่ปุ่นฉบับเต็มได้ที่👇👇👇
10 ที่เที่ยวญี่ปุ่นห้ามพลาด: จุดหมายยอดฮิตสำหรับคนไปครั้งแรก
ญี่ปุ่นมีที่เที่ยวมากมายจนเลือกไม่ถูก แต่ถ้าเป็นครั้งแรก ควรเริ่มจากแลนด์มาร์กที่สะท้อนเอกลักษณ์ของประเทศนี้ได้ครบ ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และความทันสมัย เราได้รวบรวม 10 ที่เที่ยวสุดฮอตที่ไม่ควรพลาดมาไว้ให้แล้ว แต่ละแห่งมีเสน่ห์ต่างกันออกไป รับรองว่าไปครั้งแรกก็หลงรักญี่ปุ่นแน่นอน
1. ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) จังหวัดยามานาชิ

ภูเขาไฟฟูจิเป็นสัญลักษณ์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในภาพจำที่สวยที่สุดของโลก ทอดตัวยิ่งใหญ่ตัดกับท้องฟ้าและทะเลสาบใสรอบ ๆ โดยเฉพาะบริเวณทะเลสาบคาวากุจิโกะ ที่มองเห็นยอดฟูจิสะท้อนบนผิวน้ำอย่างงดงาม ไม่ว่าจะไปช่วงซากุระบานหรือฤดูหนาวที่ยอดภูเขาปกคลุมด้วยหิมะ ความงามของที่นี่ก็ไม่มีวันซ้ำกันเลย
📍 ทำไมต้องไป: จุดชมวิวฟูจิที่งดงามที่สุดในประเทศ
🎯 เหมาะสำหรับ: คู่รัก, สายถ่ายรูป, สายธรรมชาติ
🚄 การเดินทาง: จากโตเกียว (สถานี Shinjuku) นั่งรถไฟ JR Chuo Line ไปลงสถานี Otsuki แล้วต่อรถไฟ Fujikyu Railway ไปยังสถานี Kawaguchiko (หรือนั่งรถบัส Express Bus จาก Shinjuku ก็สะดวกมากเช่นกันค่ะ)
⏰ เวลาเปิด–ปิด: เปิดตลอดปี (ช่วงปีนเขาเฉพาะเดือน ก.ค.–ก.ย.)
💡 เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าแดดอ่อนจะเห็นยอดฟูจิชัดที่สุด และควรเผื่อเวลาเดินเล่นรอบทะเลสาบที่เงียบสงบมาก
2. ห้าแยกชิบูย่า (Shibuya Crossing) โตเกียว

จุดตัดถนนที่คึกคักที่สุดในโลก ห้าแยกชิบูย่าคือหัวใจของโตเกียวสมัยใหม่ ทุกครั้งที่ไฟเขียว ผู้คนหลายร้อยคนจะข้ามถนนพร้อมกัน เป็นภาพที่สะท้อนพลังชีวิตของมหานครได้อย่างสมบูรณ์แบบ รอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ และป้ายไฟนีออนที่เปิดตลอดคืน
📍 ทำไมต้องไป: ศูนย์รวมความทันสมัยของโตเกียว
🎯 เหมาะสำหรับ: สายช้อปปิ้ง, คนชอบถ่ายรูป, สายคาเฟ่
🚇 การเดินทาง: JR Yamanote Line ลงสถานี Shibuya
⏰ เวลาเปิด–ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
💡 เคล็ดลับ: แนะนำขึ้นไปชมวิวจาก Shibuya Sky ตอนพระอาทิตย์ตก จะเห็นแสงไฟทั้งเมืองตัดกับท้องฟ้ายามเย็น สวยมาก
3. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) โอซาก้า

หนึ่งในปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและมีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี รายล้อมด้วยคูน้ำและสวนกว้างที่ปลูกซากุระกว่า 600 ต้น กลายเป็นจุดชมดอกไม้ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ภายในตัวปราสาทยังมีพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ เล่าเรื่องราวยุคซามูไรและสงครามโบราณ
📍 ทำไมต้องไป: สัญลักษณ์ของโอซาก้าที่งดงามและทรงคุณค่า
🎯 เหมาะสำหรับ: สายประวัติศาสตร์, ครอบครัว, สายถ่ายรูป
🚇 การเดินทาง: JR Osaka Loop Line ลงสถานี Osakajokoen
⏰ เวลาเปิด–ปิด: 09.00 – 17.00 น.
💰 ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 600 เยน / เด็กฟรี
💡 เคล็ดลับ: หากไปช่วงปลายมีนาคม สวนรอบปราสาทจะเต็มไปด้วยซากุระบานสวยราวกับภาพวาด
4. ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) เกียวโต

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยเสาโทริอิสีแดงนับพันต้นเรียงตัวเป็นอุโมงค์ยาวขึ้นไปบนภูเขา บรรยากาศเงียบสงบและลึกลับในเวลาเดียวกัน เหมาะกับการเดินชมช้า ๆ เพื่อสัมผัสพลังแห่งศรัทธาแบบญี่ปุ่นแท้
📍 ทำไมต้องไป: อุโมงค์เสาโทริอิสีแดงที่กลายเป็นภาพจำของเกียวโต
🎯 เหมาะสำหรับ: สายวัฒนธรรม, คนชอบถ่ายรูป
🚇 การเดินทาง: JR Nara Line ลงสถานี Inari
⏰ เวลาเปิด–ปิด: เปิด 24 ชั่วโมง
💰 ค่าเข้าชม: ฟรี
💡 เคล็ดลับ: แนะนำไปช่วงเช้ามืดหรือหัวค่ำ คนจะน้อยและถ่ายรูปได้สวยโดยไม่มีคนบัง
5. ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปน (Universal Studios Japan) โอซาก้า

สวนสนุกระดับโลกที่รวบรวมความบันเทิงจากภาพยนตร์ชื่อดังไว้อย่างครบถ้วน ทั้งโซน Harry Potter, Minions และ Super Nintendo World ที่เปิดใหม่สุดฮอต เดินเพลินทั้งวันไม่มีเบื่อ และยังมีกิจกรรมตามเทศกาลเปลี่ยนไปตลอดปี
📍 ทำไมต้องไป: สวนสนุกอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น
🎯 เหมาะสำหรับ: ครอบครัว, กลุ่มเพื่อน, สายบันเทิง
🚇 การเดินทาง: JR Yumesaki Line ลงสถานี Universal City
⏰ เวลาเปิด–ปิด: 09.00 – 21.00 น. (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
💰 ค่าเข้าชม: เริ่มต้น 8,400 เยน
💡 เคล็ดลับ: จองบัตรล่วงหน้าทางออนไลน์จะช่วยประหยัดเวลากว่าซื้อที่หน้างาน
6. วัดเซ็นโซจิ (Senso-ji Temple) อาซากุสะ โตเกียว

วัดเซ็นโซจิเป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่สุดของโตเกียว และถือเป็นสัญลักษณ์ของย่านอาซากุสะที่คึกคักเสมอไม่ว่าฤดูไหน โดดเด่นด้วย “โคมแดงยักษ์” หน้าประตูคามินาริ ที่หลายคนมักถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนเดินเข้าไปไหว้พระ สองข้างทางมีถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ เต็มไปด้วยขนมพื้นเมือง ของฝาก และชุดยูกาตะน่ารัก ๆ
📍 ทำไมต้องไป: วัดสำคัญคู่เมืองโตเกียวและศูนย์รวมวัฒนธรรมญี่ปุ่น
🎯 เหมาะสำหรับ: สายวัฒนธรรม, ครอบครัว, นักท่องเที่ยวทั่วไป
🚇 การเดินทาง: รถไฟ Tokyo Metro Ginza Line ลงสถานี Asakusa
⏰ เวลาเปิด–ปิด: 06.00 – 17.00 น. (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
💰 ค่าเข้าชม: ฟรี
💡 เคล็ดลับ: ช่วงเช้า 7–8 โมงคือเวลาที่เงียบสงบและได้แสงสวยสุดสำหรับถ่ายภาพ
7. ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama Bamboo Grove) เกียวโต

เส้นทางเดินกลางป่าไผ่ที่สูงเรียงรายจนเกิดเป็นอุโมงค์ธรรมชาติสุดงดงาม แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านลำไผ่ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก นอกจากป่าไผ่แล้ว รอบ ๆ ยังมีวัดเทนริวจิและสะพานโทเง็ตสึเคียว ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่งดงามมากในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
📍 ทำไมต้องไป: จุดถ่ายรูปยอดนิยมของเกียวโตที่เห็นแล้วต้องหลงรัก
🎯 เหมาะสำหรับ: คู่รัก, สายธรรมชาติ, สายถ่ายภาพ
🚆 การเดินทาง: รถไฟ JR Sagano Line ลงสถานี Saga-Arashiyama
⏰ เวลาเปิด–ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
💰 ค่าเข้าชม: ฟรี
💡 เคล็ดลับ: เดินทางไปช่วงเช้ามืดหรือหลังพระอาทิตย์ตกเล็กน้อย คนจะน้อย บรรยากาศสงบกว่าช่วงกลางวัน
8. ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) โอซาก้า

โดทงโบริคือหัวใจของโอซาก้าที่ไม่เคยหลับใหล ถนนเลียบคลองแห่งนี้เต็มไปด้วยแสงไฟสีสด ป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ และกลิ่นอาหารหอมกรุ่นจากร้านทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และราเมงชื่อดังมากมาย การได้เดินเล่นที่นี่ในยามค่ำคือหนึ่งในประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจว่า “โอซาก้าคือเมืองแห่งรอยยิ้มและของกิน” อย่างแท้จริง
📍 ทำไมต้องไป: ถนนอาหารและแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของโอซาก้า
🎯 เหมาะสำหรับ: สายกิน, สายถ่ายรูป, กลุ่มเพื่อน
🚇 การเดินทาง: รถไฟ Osaka Metro Midosuji Line ลงสถานี Namba
⏰ เวลาเปิด–ปิด: ร้านส่วนใหญ่เปิดถึง 23.00 น.
💡 เคล็ดลับ: ป้ายกูลิโกะคือมุมถ่ายรูปยอดฮิต ไปช่วงหัวค่ำแสงไฟจะสวยที่สุด
9. โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland) จังหวัดชิบะ

โลกแห่งความฝันที่เต็มไปด้วยสีสันและเสียงหัวเราะ โตเกียวดิสนีย์แลนด์เป็นหนึ่งในสวนสนุกที่มีเสน่ห์ที่สุดในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นสนุก ๆการแสดงพาเหรดที่จัดทุกวัน หรือร้านของที่ระลึกสุดน่ารัก ทุกมุมเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุขเหมาะกับทุกเพศทุกวัย
📍 ทำไมต้องไป: สวนสนุกคลาสสิกที่สร้างรอยยิ้มให้ผู้คนทั่วโลก
🎯 เหมาะสำหรับ: ครอบครัว, คู่รัก, กลุ่มเพื่อน
🚇 การเดินทาง: JR Keiyo Line ลงสถานี Maihama
⏰ เวลาเปิด–ปิด: 09.00 – 21.00 น.
💰 ค่าเข้าชม: เริ่มต้น 7,900 เยน
💡 เคล็ดลับ: ซื้อบัตรออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Trip.com จะประหยัดเวลากว่าไปซื้อที่หน้างาน
10. สวนอุเอโนะ (Ueno Park) โตเกียว

สวนอุเอโนะคือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียว เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ และลานต้นซากุระที่ปลูกเรียงรายตลอดเส้นทางเดิน ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนจะกลายเป็นจุดชมซากุระยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ส่วนฤดูใบไม้ร่วงก็เปลี่ยนเป็นสีทองส้มงดงามไม่แพ้กัน
📍 ทำไมต้องไป: จุดชมซากุระชื่อดังและสวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางเมือง
🎯 เหมาะสำหรับ: ครอบครัว, คู่รัก, สายถ่ายรูป
🚇 การเดินทาง: JR Yamanote Line ลงสถานี Ueno
⏰ เวลาเปิด–ปิด: 05.00 – 23.00 น.
💰 ค่าเข้าชม: ฟรี
💡 เคล็ดลับ:: ถ้ามีเวลา ลองแวะพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหรือสวนสัตว์อุเอโนะข้างในสวน เป็นอีกมุมสงบที่ไม่ควรพลาด
ตะลุยเมืองยอดฮิต: ที่เที่ยวญี่ปุ่นตามภูมิภาค
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเสน่ห์แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค ภาคตะวันออกอย่าง “โตเกียว” เต็มไปด้วยความทันสมัยและแฟชั่น ภาคคันไซอย่าง “เกียวโต–โอซาก้า–นารา” โดดเด่นด้วยวัด ศาลเจ้า และของกินขึ้นชื่อ ส่วนภาคเหนืออย่าง “ฮอกไกโด” ก็เต็มไปด้วยธรรมชาติสุดอลังการ ไม่ว่าคุณจะชอบเที่ยวเมืองใหญ่หรือชอบบรรยากาศสงบเงียบของธรรมชาติ ภูมิภาคเหล่านี้คือจุดหมายที่ควรจดไว้ในลิสต์แพลนเที่ยวญี่ปุ่น
ที่เที่ยวในโตเกียวและรอบ ๆ
เมืองหลวงของญี่ปุ่นที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นย่านแฟชั่น คาเฟ่น่ารัก แหล่งช้อปปิ้ง หรือวัดเก่าแก่ใจกลางเมือง
11. โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)

แลนด์มาร์กสูงที่สุดของโตเกียวและเป็นจุดชมวิวเมืองแบบ 360 องศา จากด้านบนสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิในวันที่อากาศแจ่มใส ชั้นล่างยังมีห้าง Tokyo Solamachi รวมร้านของฝากและคาเฟ่ให้เดินเล่นเพลิน ๆ
💡 เคล็ดลับ: ไปช่วงเย็นต่อเนื่องถึงค่ำจะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกและไฟเมืองโตเกียวพร้อมกัน
12. teamLab Planets TOKYO

พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลสุดล้ำที่ทุกคนต้องไปสัมผัสสักครั้ง แสง สี เสียง และภาพสะท้อนในน้ำให้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง
💡 เคล็ดลับ: แนะนำจองตั๋วล่วงหน้า เพราะบัตรเต็มไวมาก โดยเฉพาะวันหยุด
13. ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Outer Market)

สวรรค์ของสายกิน! รวมร้านซูชิ ซาชิมิ และอาหารทะเลสด ๆ ที่คนญี่ปุ่นเองยังต่อคิวซื้อ เดินชิมได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจนเที่ยง
💡เคล็ดลับ: ร้านดี ๆ มักขายหมดก่อนเที่ยง ควรไปแต่เช้า
14. ย่านฮาราจูกุ (Harajuku)

ศูนย์รวมแฟชั่นสุดแหวกแนวและความน่ารักแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ถนน Takeshita เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้า คาเฟ่ธีมแปลก ๆ และเครปเจ้าดังที่ต้องลอง
💡เคล็ดลับ: อย่าลืมแวะศาลเจ้าเมจิข้าง ๆ ฮาราจูกุ บรรยากาศสงบตัดกับความคึกคักรอบ ๆ ได้อย่างลงตัว
15. ย่านอากิฮาบาระ (Akihabara)
สวรรค์ของคนรักอนิเมะและเกม เต็มไปด้วยร้านฟิกเกอร์ หนังสือการ์ตูน คาเฟ่ธีมเมด และเครื่องใช้ไฟฟ้า
💡เคล็ดลับ: หากเป็นแฟนอนิเมะ แนะนำเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน เพราะมีร้านให้เดินแบบแน่น ๆ
ที่เที่ยวในโอซาก้า เกียวโต และนารา
ภูมิภาคคันไซเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ผสมความมีชีวิตชีวาของโอซาก้าเข้ากับความสงบเรียบง่ายของเกียวโตและเสน่ห์ธรรมชาติของนารา
16. วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera) เกียวโต

วัดน้ำใสที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มีระเบียงไม้ขนาดใหญ่ยื่นออกมาชมวิวเมืองเกียวโต เป็นจุดชมใบไม้แดงที่สวยติดอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น
💡เคล็ดลับ: ในฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเย็นจะมีเปิดไฟประดับ บรรยากาศโรแมนติกมาก
17. วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji) เกียวโต
หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วัดทอง” อาคารหลักหุ้มด้วยทองคำเปลวสะท้อนแสงบนผิวน้ำอย่างงดงาม เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ถ่ายรูปสวยที่สุดของเกียวโต
💡เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าจะได้เห็นแสงแดดตกกระทบตัววัดเป็นสีทองระยิบระยับ
18. ย่านกิออน (Gion) เกียวโต

ย่านเก่าแก่ที่ยังคงกลิ่นอายเกียวโตยุคโบราณ บ้านไม้เก่าเรียงรายสองข้างทาง หากโชคดีอาจได้เห็นไมโกะหรือเกอิชาตัวจริงเดินผ่าน
💡เคล็ดลับ: ไปช่วงหัวค่ำ แสงไฟส้มอ่อนสะท้อนกับบ้านไม้ เป็นช่วงที่สวยที่สุดของวัน
19. สวนกวางนารา (Nara Park) นารา

สวนสาธารณะกว้างใหญ่ที่มีกวางกว่า 1,000 ตัวอาศัยอยู่แบบอิสระ เชื่อกันว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาชินโต นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมเซมเบ้เลี้ยงกวางได้อย่างใกล้ชิด
💡เคล็ดลับ: อย่าถือถุงขนมหลายชิ้นเกินไป กวางจะรุมมาเร็วมาก!
ที่เที่ยวในฮอกไกโด
ภูมิภาคทางเหนือของญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องหิมะ ทะเลสาบ และอาหารทะเลสดใหม่ อากาศเย็นสบายตลอดปี เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติแบบแท้จริง
20. คลองโอตารุ (Otaru Canal)

เมืองเล็กริมทะเลที่มีบรรยากาศสุดโรแมนติก คลองเก่าที่ล้อมรอบด้วยอาคารโกดังอิฐแดงและแสงไฟยามค่ำคืนสวยราวภาพวาด
💡เคล็ดลับ: ถ้ามาในฤดูหนาวจะมีเทศกาลโอตารุสโนว์ไลท์ จุดเทียนนับพันดวงริมคลอง โรแมนติกสุด ๆ
21. บ่อน้ำสีฟ้าชิโรงาเนะ (Shirogane Blue Pond) บิเอะ

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติชื่อดังที่น้ำในบ่อมีสีฟ้าสดใสราวกับภาพวาด เกิดจากแร่ธรรมชาติสะท้อนแสงแดดในมุมพิเศษ
💡เคล็ดลับ: ถ้าไปช่วงฤดูใบไม้ร่วง สีของน้ำจะตัดกับต้นไม้สีทองรอบ ๆ สวยจนต้องหยุดมอง
22. สวนสัตว์อาซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo) อาซาฮิกาวะ

สวนสัตว์ชื่อดังที่สุดในฮอกไกโด โดดเด่นด้วยการจัดแสดงแบบใกล้ชิด เช่น โดมกระจกชมเพนกวินและแมวน้ำแหวกว่ายเหนือหัว
💡เคล็ดลับ: ช่วงฤดูหนาวจะมีขบวนเพนกวินเดินพาเหรดน่ารัก ๆ วันละ 2 รอบ
23. โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park) ซัปโปโร

สถานที่ผลิตขนมช็อกโกแลตชื่อดังที่หลายคนคุ้นเคยในรูปของฝาก ภายในตกแต่งเหมือนหมู่บ้านยุโรป มีคาเฟ่และโซน DIY ให้ลองทำขนมเอง
💡เคล็ดลับ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะด้านในมีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำ
เมืองอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
24. หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) จังหวัดกิฟุ

หมู่บ้านมรดกโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องบ้านทรงกัสโชะรูปหลังคาสูง ในฤดูหนาวจะปกคลุมด้วยหิมะและเปิดไฟยามค่ำคืนสวยงามจนเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย
25. ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) จังหวัดเฮียวโงะ

ปราสาทสีขาวที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดของญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในสมบัติประจำชาติที่งดงามเป็นอย่างมาก
26. เจดีย์ชูเรโตะ (Chureito Pagoda) ยามานาชิ

จุดชมภูเขาไฟฟูจิยอดนิยมที่มีเจดีย์สีแดงตัดกับฉากหลังเป็นภูเขาฟูจิ ถ้าไปในช่วงช่วงซากุระบาน ภาพที่ได้จะปังสุด ๆ
ที่เที่ยวญี่ปุ่นแบ่งตามสไตล์: เลือกทริปที่ใช่สำหรับคุณ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเสน่ห์หลากหลายจนตอบโจทย์ได้ทุกแนว ไม่ว่าคุณจะชอบวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม เมืองแฟชั่นสุดล้ำ หรือธรรมชาติสวยสงบ เรารวบรวมที่เที่ยวแบ่งตามสไตล์ยอดนิยมไว้ให้เลือกได้ง่ายในที่นี่แล้ว
สำหรับสายอนิเมะและวัฒนธรรมป๊อป
ญี่ปุ่นคือบ้านของเหล่าอนิเมะและเกมระดับตำนาน ทุกเมืองมีจุดที่แฟน ๆ ต้องไปเยือนสักครั้ง
27. พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) มิตากะ โตเกียว

โลกของสตูดิโอจิบลิที่ถ่ายทอดผลงานแอนิเมชันชื่อดังอย่าง My Neighbor Totoro และ Spirited Away ออกมาในรูปแบบพิพิธภัณฑ์น่ารักอบอุ่น ทุกมุมเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่แฟนจิบลิจะต้องยิ้มตาม
💡เคล็ดลับ: ตั๋วเข้าชมต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น และมักเต็มเร็ว ควรวางแผนก่อนเดินทาง
28. ย่านเด็นเด็นทาวน์ (Den Den Town) โอซาก้า

เครดิตรูปภาพ: Cakes With Faces
สวรรค์ของคนรักอนิเมะและของเล่นสะสมในเขตนัมบะ โอซาก้า เต็มไปด้วยร้านฟิกเกอร์ การ์ตูนเก่า เกมหายาก และคาเฟ่ธีมเมดสุดน่ารัก บรรยากาศคล้ายอากิฮาบาระแต่คนไม่เยอะเท่า เดินสบายและราคาเป็นมิตรกว่า
💡เคล็ดลับ: ถ้าอยากได้ของสะสมหายาก แนะนำไปวันธรรมดา ร้านจะไม่แน่นและมีเวลาหาของได้สบาย ๆ
สำหรับสายธรรมชาติและชมวิว (Nature & Scenery)
ญี่ปุ่นมีธรรมชาติสวยให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ภูเขาหิมะ น้ำตก ใบไม้แดง ไปจนถึงทะเลสาบเงียบสงบ เหมาะกับคนที่อยากพักใจและสัมผัสอากาศบริสุทธิ์
29. หุบเขาจิโงคุดานิ (Jigokudani Valley) ฮอกไกโด

พื้นที่ธรณีร้อนในเมืองโนโบริเบ็ตสึที่เต็มไปด้วยควันไอน้ำจากบ่อกำมะถันตามธรรมชาติ สีของหินและควันขาวที่ลอยคลุ้งให้ฟีลเหมือนอยู่บนดาวอีกดวงหนึ่ง
💡เคล็ดลับ: ถ้ามาในฤดูหนาวจะเห็นหิมะปกคลุมเหนือบ่อร้อน เป็นภาพที่ดีต่อใจมาก
30. ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) ยามานาชิ

หนึ่งในห้าทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิที่สวยและเข้าถึงง่ายที่สุด รอบ ๆ เต็มไปด้วยคาเฟ่วิวฟูจิสุดโรแมนติก โรงแรมออนเซ็นริมทะเลสาบ และสวนสาธารณะให้เดินเล่นพักผ่อน
💡เคล็ดลับ: ถ้าอยากเห็นภาพฟูจิสะท้อนบนผิวน้ำ ควรไปเช้าหลังพระอาทิตย์ขึ้นเล็กน้อย ตอนที่ลมยังไม่แรง
สำหรับสายกินและช้อปปิ้ง
ญี่ปุ่นคือแดนสวรรค์ของนักกินและนักช้อป จากตลาดสดท้องถิ่นถึงเอาท์เล็ตราคาดี ทุกที่เต็มไปด้วยของอร่อยและของน่าซื้อจนต้องเผื่อกระเป๋าเดินทางไว้เพิ่ม
31. ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market) เกียวโต

ตลาดเก่าอายุกว่าร้อยปีที่ชาวเมืองเรียกว่า “ครัวของเกียวโต” เต็มไปด้วยอาหารพื้นเมือง ของฝากท้องถิ่น และเครื่องปรุงญี่ปุ่นหายาก
💡เคล็ดลับ: ร้านส่วนใหญ่ปิดประมาณ 17.00 น. แนะนำไปช่วงสายเพื่อให้ได้ลองชิมครบทุกอย่าง
32. โกเท็มบะ พรีเมี่ยม เอาท์เล็ทส์ (Gotemba Premium Outlets) ชิซุโอกะ
เอาท์เล็ตราคาดีที่มีวิวภูเขาไฟฟูจิอยู่ด้านหลัง รวมแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 200 ร้านและร้านอาหารญี่ปุ่นรสเด็ด
💡เคล็ดลับ: เผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน เพราะพื้นที่กว้างมาก และอย่าลืมพกพาสปอร์ตไว้ขอ Tax Refund ด้วย
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ไม่รู้จบ ไม่ว่าจะไปกี่ครั้งก็ยังมีอะไรใหม่ให้หลงรักเสมอ ทั้งกลิ่นอายเมืองเก่าของเกียวโต ความคึกคักของโตเกียว รอยยิ้มอบอุ่นของผู้คน และธรรมชาติที่สวยงามในทุกฤดู ถึงเวลาหยิบกระเป๋าใบโปรด และออกเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในแบบของตัวเองกันอีกครั้งแล้ว พร้อมแล้ว ลุยเลย!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวญี่ปุ่น
เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ควรไปเมืองไหนดี
เมืองยอดฮิตอย่างโตเกียว เหมาะที่สุดสำหรับมือใหม่ เพราะเดินทางสะดวก มีที่เที่ยวหลากหลาย ทั้งวัด คาเฟ่ ช้อปปิ้ง และสวนสนุก ถ้าอยากสัมผัสญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม แนะนำไปต่อที่เกียวโตและนาราเพื่อชมวัด ศาลเจ้า และวัฒนธรรมเก่าแก่ที่ยังคงสวยงามไปญี่ปุ่นต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่
งบเที่ยวญี่ปุ่นทั่วไปสำหรับทริป 5 วัน 4 คืน จะอยู่ที่ประมาณ 35,000 – 55,000 บาทต่อคน (ไม่รวมช้อปปิ้ง) ราคานี้ครอบคลุมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร และค่าเดินทางในประเทศการเดินทางในญี่ปุ่นยากไหม
ญี่ปุ่นมีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก รถไฟตรงเวลาและครอบคลุมทุกภูมิภาค แม้ไม่พูดภาษาญี่ปุ่นก็เดินทางได้ง่าย ผู้ที่วางแผนเที่ยวหลายเมืองควรซื้อ JR Pass ส่วนคนที่เน้นเที่ยวในเมืองใหญ่สามารถใช้บัตร Suica หรือ Pasmo ได้สะดวกและรวดเร็วไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนประหยัดที่สุด
ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม เป็นฤดูฝนและโลว์ซีซั่น ราคาตั๋วและที่พักมักถูกลงกว่าฤดูอื่น ถึงจะมีฝนบ้างแต่สถานที่ท่องเที่ยวเงียบกว่าปกติ เหมาะสำหรับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่ต้องเบียดกับคนเยอะต้องทำ Visit Japan Web ก่อนเข้าประเทศไหม
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวทุกคนต้องลงทะเบียน Visit Japan Web เพื่อกรอกข้อมูลศุลกากรและสุขภาพล่วงหน้า สามารถทำผ่านเว็บไซต์ก่อนเดินทาง ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ช่วยให้ขั้นตอนที่สนามบินรวดเร็วขึ้นมาก







