
นักท่องเที่ยวหลายคนที่เดินทางไปญี่ปุ่นมักจะเลือกจองเที่ยวบินรอบเช้าตรู่ แต่เนื่องจากโรงแรมส่วนใหญ่จะเปิดให้เช็คอินได้ในช่วงบ่าย การมองหาที่ฝากกระเป๋าเดินทางในโตเกียวจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก Trip.com ได้รวบรวมข้อมูลจุดรับ ฝากกระเป๋าโตเกียว ตามสถานีรถไฟยอดนิยมต่างๆ ในโตเกียวมาให้แล้ว หากคุณกำลังวางแผนจะไปเที่ยวโตเกียวอยู่ละก็ รีบเซฟคู่มือฝากกระเป๋าในโตเกียวฉบับนี้เก็บไว้ได้เลย!
จุดรับฝากกระเป๋าเดินทางแบบมีเจ้าหน้าที่ ณ สถานีโตเกียว

ที่มาของภาพ: Japan Travel by Navitime
ศูนย์บริการการท่องเที่ยว JR East
หากใครที่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ติดตัวมาด้วย สามารถแวะไปใช้บริการ ฝากกระเป๋าโตเกียว ได้ที่เคาน์เตอร์ของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว JR East (JR East Travel Service Center) ภายในสถานีโตเกียวได้เลย ที่นี่เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8:30 - 19:00 น. สำหรับค่าฝากกระเป๋าขนาดเล็กทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 120 - 190 บาท ต่อชิ้นต่อวัน ส่วนกระเป๋าใบใหญ่ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 190 - 290 บาท แต่ต้องระวังนิดนึงเพราะที่นี่ไม่มีบริการฝากกระเป๋าข้ามคืน แนะนำว่าควรกลับมารับกระเป๋าคืนก่อนเวลาปิดทำการอย่างน้อย 30 นาทีจะดีที่สุด
GRANSTA สถานีโตเกียว
ถ้าต้องการ ฝากกระเป๋าโตเกียว แบบข้ามคืน ขอแนะนำ GRANSTA Luggage Storage ที่ตั้งอยู่ในย่านร้านค้า GRANSTA ที่นี่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 8:30 – 20:30 น. และสามารถฝากกระเป๋าได้นานสูงสุดถึง 15 วัน โดยค่าบริการจะประมาณ 340 บาทต่อชิ้น และเนื่องจากมีพื้นที่จำกัดเพียง 50 ที่เท่านั้น แนะนำให้จองพื้นที่ล่วงหน้าผ่านทางออนไลน์ก่อน
Sagawa Express TOKYO SERVICE CENTER
Sagawa Express TOKYO SERVICE CENTER เรียกได้ว่าเป็นจุด ฝากกระเป๋าโตเกียว ที่คุ้มค่าที่สุดในย่านสถานีโตเกียวเลยก็ว่าได้ เปิดให้บริการตั้งแต่ 07:00 น. ไปจนถึง 23:00 น. ส่วนค่าฝากกระเป๋าทั่วไปก็ประมาณ 190 บาทต่อวันเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีบริการส่งกระเป๋าตรงถึงโรงแรม (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และต้องติดต่อก่อน 11:00 น. ของทุกวัน) ช่วยให้คุณ นอกจากนี้ยังมีบริการส่งกระเป๋าตรงถึงโรงแรม (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และต้องติดต่อก่อน 11:00 น. ของทุกวัน) ช่วยให้คุณเที่ยวได้แบบสบายตัวตลอดทั้งวัน พอจบวันกลับถึงโรงแรมก็รับกระเป๋าได้ทันที สะดวกสุดๆ
คู่มือการใช้งานล็อกเกอร์หยอดเหรียญที่สถานีโตเกียว
ตู้ล็อกเกอร์ฝากของอัตโนมัติแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบใช้กุญแจดั้งเดิม และ แบบแตะบัตร IC (เช่น บัตร Suica, Pasmo เป็นต้น) นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวังคือ ตู้ล็อกเกอร์ทั้งสองแบบนี้คิดค่าบริการเป็นรายครั้ง หากเปิดตู้ออกแล้วจะต้องชำระเงินใหม่หากต้องการใช้งานอีกครั้ง
วิธีใช้งานง่ายๆ ของตู้ล็อกเกอร์ทั้งสองแบบ
ตู้ล็อกเกอร์แบบใช้กุญแจ
- มองหาตู้ล็อกเกอร์ว่างขนาดที่พอดีกับกระเป๋าเดินทางของคุณ แล้วนำกระเป๋าใส่เข้าไปได้เลย
- ใส่เงินตามจำนวนที่กำหนด แล้วบิดกุญแจเพื่อล็อคให้เรียบร้อย
- เก็บรักษากุญแจไว้ให้ดีนะครับ เพราะคุณต้องใช้กุญแจดอกนี้ในการเปิดตู้ล็อกเกอร์เพื่อรับกระเป๋าเดินทางคืน
ตู้ล็อกเกอร์แบบใช้บัตร IC แตะ
- มองหาตู้ว่างที่มีขนาดพอดีกับกระเป๋าเดินทางของคุณ และมีไฟสีเขียวแสดงอยู่ จากนั้นก็นำกระเป๋าเข้าไปเก็บได้เลย
- จดหมายเลขตู้ล็อกเกอร์ของคุณไว้ จากนั้นไปที่หน้าจออัจฉริยะที่อยู่ข้างๆ แล้วกรอกหมายเลขตู้เพื่อชำระเงินด้วยการแตะบัตร IC (บางเครื่องก็สามารถชำระด้วยเงินสดได้เช่นกัน ซึ่งหลังจากชำระเงินแล้วจะมีใบเสร็จที่มีรหัสผ่านพิมพ์ออกมา อย่าลืมเก็บรักษาไว้ให้ดี)
- ตอนมารับกระเป๋าคืน เพียงแค่แตะบัตร IC (ใบเดิม) อีกครั้งก็เรียบร้อย (หากได้รับใบเสร็จที่มีรหัสผ่าน ให้กรอกรหัสผ่านที่หน้าจออัจฉริยะได้เลย)
ตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญที่สถานีโตเกียว

ที่มาของภาพ: Japan Travel by Navitime
สถานีรถไฟใต้ดินโตเกียว
บริเวณทางออกกลาง (Central Exit) และทางออกทิศเหนือ (North Exit) ของรถไฟใต้ดินโตเกียวสาย Marunouchi มีตู้ ล็อคเกอร์หยอดเหรียญให้บริการอยู่หลายจุด โดยส่วนใหญ่จะเป็นตู้ขนาดเล็ก ส่วนตู้ขนาดกลางและขนาดใหญ่จะมีจำนวนค่อนข้างน้อย ใครที่พกกระเป๋าใบใหญ่มาอาจจะต้องเช็กกันดีๆ
สถานี JR โตเกียว
บริเวณด้านนอกสถานี JR Tokyo มีตู้ล็อกเกอร์ ฝากกระเป๋าโตเกียว ให้บริการเกือบ 2,000 ตู้ สำหรับใครที่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ แนะนำให้มุ่งหน้าไปที่ประตูตรวจตั๋วกลางชั้นใต้ดินฝั่ง Yaesu (Yaesu Underground Central Gate) เพราะแถวนี้มีตู้ล็อกเกอร์ขนาดใหญ่พิเศษ (Extra-large) เตรียมพร้อมไว้ถึงประมาณ 80 ตู้ ส่วนภายในพื้นที่หลังประตูตรวจตั๋วของสถานี JR Tokyo ก็ยังมีจุดฝากสัมภาระอีกกว่า 3,000 จุด โดยเฉพาะบริเวณทางเชื่อมของสาย Sobu (Sobu Line) ที่มีตู้ล็อกเกอร์รวมกันมากถึงเกือบ 1,800 ตู้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ตู้ล็อกเกอร์ส่วนใหญ่ในบริเวณนี้จะเป็นแบบใช้กุญแจและต้องชำระด้วยเหรียญเท่านั้น ดังนั้นอย่าลืมเตรียมเหรียญไว้ให้พร้อมก่อนไปใช้บริการ
ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าแบบหยอดเหรียญย่านชินจูกุ
สถานีรถไฟใต้ดินชินจูกุ
ตู้ล็อกเกอร์ ฝากกระเป๋าโตเกียว ที่สถานีรถไฟใต้ดินชินจูกุมีจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะรวมตัวกันอยู่ใกล้กับประตูตรวจตั๋วฝั่งตะวันออก โดยมีช่องเก็บของประมาณ 170 ช่อง และมีตู้ล็อกเกอร์ขนาดใหญ่พิเศษเพียง 3 ตู้เท่านั้น
สถานี JR ชินจูกุ
ที่สถานี JR Shinjuku มีพื้นที่ฝากกระเป๋าเดินทางให้บริการประมาณ 1,000 จุด โดยส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่แถวทางออกฝั่งตะวันออก (East Exit) แต่บริเวณทางออกฝั่งตะวันตก (West Exit) และทางออกฝั่งใต้ (South Exit) ก็มีตู้ล็อกเกอร์ให้บริการเช่นกัน อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังคือตู้ล็อกเกอร์ส่วนใหญ่ที่นี่จะเป็นขนาดเล็กเป็นหลัก
ตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าแบบหยอดเหรียญในชิบูย่า

ที่มาของภาพ: Japan Travel by Navitime
สถานีรถไฟใต้ดินชิบูย่า
ตู้ล็อกเกอร์ ฝากกระเป๋าโตเกียว ในสถานีรถไฟใต้ดินชิบูย่าส่วนใหญ่จะตั้งอยู่บริเวณข้างๆ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวชิบูย่า โดยมีพื้นที่ฝากของให้บริการรวมทั้งหมดประมาณ 150 ช่อง
สถานี JR Shibuya
ที่สถานี JR บริเวณทางออกฮาจิโกะ (Hachiko Exit), ทางออกทิศใต้ (South Exit) และทางออกกลาง (Central Exit) มีตู้ล็อกเกอร์ ฝากกระเป๋าโตเกียว หลากหลายขนาดให้บริการรวมเกือบ 400 ตู้ อย่างไรก็ตาม ขนาดใหญ่ที่สุดที่มีให้บริการคือไซส์ Large เท่านั้น โดยจะไม่มีพื้นที่สำหรับฝากของขนาดใหญ่พิเศษ (Extra Large)
สถานี Shibuya Tokyu
ที่สถานีชิบูย่า สายโตคิว (Shibuya Tokyu Station) ก็มีตู้ล็อกเกอร์ ฝากกระเป๋าโตเกียวให้บริการเช่นกัน โดยบริเวณใกล้ทางออก A2 บนชั้น B2 จะมีพื้นที่ฝากของค่อนข้างเยอะ ส่วนจุดอื่นๆ จะกระจายอยู่ตามประตูตรวจตั๋วหรือใกล้ทางออกตั้งแต่ชั้น B1 ไปจนถึง B3 แต่มีข้อควรระวังคือที่นี่ไม่มีตู้ล็อกเกอร์สำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่พิเศษให้บริการ
ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าแบบหยอดเหรียญย่านอูเอโนะ

ที่มาของภาพ: เว็บไซต์ทางการของ Uneo Station
สถานีรถไฟใต้ดินอุเอโนะ
ด้านนอกสถานีรถไฟใต้ดิน Ueno มีจุดบริการล็อคเกอร์ ฝากกระเป๋าโตเกียว ทั้งหมด 4 จุด แต่จำนวนอาจจะไม่เยอะมากนัก โดยจุดที่มีตู้เยอะที่สุดจะรวมตัวกันอยู่บริเวณทางออก 8 ซึ่งมีตู้ฝากของรวมแล้วกว่า 70 ตู้
สถานี JR Ueno
บริเวณรอบสถานี JR Ueno มีพื้นที่ ฝากกระเป๋าโตเกียว ให้บริการเกือบ 1,000 จุด! โดยจุดที่มีตู้ล็อกเกอร์เยอะที่สุดจะอยู่ที่ทางเชื่อมภายในช่องตรวจตั๋ว Shinobazu (Shinobazu Gate), ด้านนอกทางออก Asakusa ของช่องตรวจตั๋ว Central Gate และภายในช่องตรวจตั๋ว Park Gate ครับ หากใครที่กำลังมองหาที่ฝากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่พิเศษ แนะนำให้ไปที่บริเวณใกล้ชานชาลาหมายเลข 17 ภายในช่องตรวจตั๋ว Central Gate เพราะที่นั่นมีตู้ล็อกเกอร์ขนาดใหญ่พิเศษเตรียมพร้อมให้บริการเกือบ 40 ตู้
ตู้ล็อกเกอร์แช่เย็น ชั้น B1 ห้างสรรพสินค้าไดมารู โตเกียว
สำหรับใครที่ต้องการฝากของที่ต้องแช่เย็น สามารถเดินผ่านทางเชื่อมจากสถานีโตเกียวไปยังห้างสรรพสินค้า Daimaru Tokyo ได้เลยครับ โดยตู้ล็อกเกอร์แบบแช่เย็นจะตั้งอยู่บริเวณโซนอาหารสดที่ชั้น B1 ของห้าง แต่มีข้อควรระวังคือตู้ล็อกเกอร์นี้ไม่สามารถฝากของข้ามคืนได้ เพราะทางห้างจะปิดระบบไฟหลังจากปิดทำการ ดังนั้นอย่าลืมแวะมานำของออกให้เรียบร้อยภายในเวลาเปิดทำการของห้างเด็ดขาด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจุดฝากกระเป๋าในโตเกียว
ค่าฝากกระเป๋าในโตเกียวราคาเท่าไหร่?
ราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของบริการค่ะ
ล็อกเกอร์ฝากของอัตโนมัติ (Coin Locker):
- ขนาดเล็ก: ประมาณ 300–400 เยน/วัน (ประมาณ 70–95 บาท)
- ขนาดกลาง: ประมาณ 500–600 เยน/วัน (ประมาณ 120–140 บาท)
- ขนาดใหญ่: ประมาณ 700–800 เยน/วัน (ประมาณ 165–190 บาท)
- ขนาดพิเศษ: ประมาณ 900–1,000 เยน/วัน (ประมาณ 210–235 บาท)
ส่วนบริการฝากกระเป๋าแบบมีเจ้าหน้าที่ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 500–1,400 เยน/วัน (ประมาณ 120–330 บาท)มีจุดฝากกระเป๋าในโตเกียวไหม?
มีเยอะมากค่ะ สามารถหาจุดฝากกระเป๋าได้ตามสถานีรถไฟหลัก, ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว, Tourist Information Center หรือแม้แต่โรงแรมส่วนใหญ่ ก็สามารถฝากกระเป๋าได้ก่อนเวลาเช็กอิน เพียงสอบถามที่เคาน์เตอร์แผนกต้อนรับที่สถานีโตเกียวสามารถฝากกระเป๋าข้ามคืนได้ไหม?
ได้ค่ะ จุดฝากของแบบมีเจ้าหน้าที่ เช่น GRANSTA Luggage Storage เปิดให้ฝากได้สูงสุด 15 วัน ส่วนล็อกเกอร์ฝากของอัตโนมัติ (Coin Locker) สามารถฝากข้ามคืนได้เช่นกัน แต่โดยทั่วไปจะจำกัดเวลาไม่เกิน 3 วันจุดฝากกระเป๋าที่สถานีโตเกียวเปิดบริการถึงกี่โมง?
- ล็อกเกอร์อัตโนมัติ: เปิดให้ใช้บริการในช่วงเวลาที่สถานีเปิดทำการ (ตั้งแต่รถไฟเที่ยวแรกจนถึงเที่ยวสุดท้ายของวัน)
- บริการฝากของแบบมีเจ้าหน้าที่: เวลาทำการขึ้นอยู่กับแต่ละจุด โดยส่วนใหญ่เปิดระหว่าง 08:00–19:00 น.




