
เมื่อไปเที่ยวฮ่องกง สิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องได้ใช้แน่นอนก็คือระบบขนส่งสาธารณะ และไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ "บัตร Octopus" (บัตรปลาหมึก) นั่นเอง บัตรนี้สามารถใช้เดินทางได้กับระบบขนส่งสาธารณะหลากหลายประเภทในฮ่องกง แถมยังใช้จ่ายในร้านอาหาร และ ร้านค้าต่างๆ ได้มากมาย เรียกได้ว่ามีแค่บัตรใบเดียวก็เที่ยวฮ่องกงได้แบบชิลล์ๆ ถ้าใครยังไม่เคยไปฮ่องกงหรือยังไม่คุ้นเคยกับบัตรสุดสะดวกใบนี้ บทความนี้ Trip.com ได้รวบรวมข้อมูลรายละเอียดของ บัตร Octopus มาให้แล้ว มาทำความรู้จักกันก่อนออกเดินทางไปฮ่องกงกันเลย บอกเลยว่าเจ้าบัตรปลาหมึกนี่แหละเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ทริปฮ่องกงครั้งนี้ของคุณราบรื่นไม่มีสะดุดสุด ๆ ไปเลย
ทำความรู้จักกับบัตร Octopus

บัตร Octopus สำหรับนักท่องเที่ยว (รุ่นซื้อขาด - Sold Octopus)
บัตรเวอร์ชันพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ มีให้เลือกทั้งแบบผู้ใหญ่และเด็ก ราคาบัตรอยู่ที่ใบละ 39 HKD (ประมาณ 160 บาท) ซึ่งเป็นค่าบัตรเปล่าที่ไม่มีเงินในบัตรครับ
- จุดเด่น: เราสามารถขอคืนยอดเงินที่เหลือในบัตรได้ (Refuund) โดยที่ยัง เก็บตัวบัตรกลับบ้านเป็นของที่ระลึกได้ ไม่ต้องคืนบัตรที่เคาน์เตอร์เหมือนรุ่นแบบเช่า แต่หลังจากทำเรื่องคืนเงินแล้วบัตรใบนั้นจะถูกระงับและใช้งานไม่ได้อีกต่อไป
- การเติมเงิน: สะดวกสุดๆ เติมได้ตามร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven/Circle K) และสถานี MTR ทั่วฮ่องกง
บัตร Octopus แบบเช่า (Standard Octopus)
บัตรยอดนิยมที่ใช้ง่ายและหาซื้อได้ตามเคาน์เตอร์ MTR ทุกสถานี
- ค่าใช้จ่ายครั้งแรก: สำหรับบัตรผู้ใหญ่ทั่วไป ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 200 HKD (แบ่งเป็นมัดจำบัตร 50 HKD และยอดเงินที่ใช้ได้จริง 150 HKD) ส่วนบัตรสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ ยอดเติมเงินเริ่มต้นจะถูกกว่าตามประเภทบัตร
- ข้อควรระวัง: บัตรแบบเช่านี้มีค่าธรรมเนียม "บัตรที่ไม่ได้ใช้งาน" (Inactive Card Fee) หากเราไม่ใช้งานหรือเติมเงินเลยต่อเนื่องกันนานเกิน 3 ปี ระบบจะหักค่าธรรมเนียมปีละ 15 HKD ดังนั้นถ้าจบทริปแล้วไม่คิดจะกลับมาฮ่องกงอีกภายใน 3 ปี แนะนำให้คืนบัตรที่เคาน์เตอร์ MTR เพื่อรับเงินมัดจำ 50 HKD และเงินคงเหลือคืน
จุดที่สามารถใช้บัตร Octopus ได้
การเดินทาง

รถไฟฟ้า MTR
ระบบรถไฟฟ้าหลักของฮ่องกงที่มีเส้นทางครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในตัวเมืองและเขตนิวเทร์ริทอรีส์ (New Territories) รวมถึงรถไฟด่วน Airport Express โดยสามารถใช้บัตร Octopus เดินทางได้ทุกสาย สะดวกสบายสุดๆ สำหรับการท่องเที่ยว
รถบัส
บัตร Octopus สามารถใช้ได้กับบริษัทรถบัสหลักทุกแห่งในฮ่องกง (เช่น KMB, Citybus, NWFB และ Long Win Bus) รวมถึงรถบัสสนามบินฮ่องกง
มินิบัส
สำหรับมินิบัสสีเขียว (เส้นทางประจำ) สามารถใช้บัตร Octopus ได้ทุกสายเลยครับ แต่ต้องระวังนิดนึงสำหรับมินิบัสสีแดง (เส้นทางไม่ประจำ) เพราะมีเพียงไม่กี่คันเท่านั้นที่รับบัตร Octopus ครับ
รถราง (Ding Ding)
ระบบรถรางบนดินที่มีชื่อเสียงของฮ่องกง สามารถใช้บัตร Octopus ชำระค่าโดยสารได้ทุกสาย
เรือเฟอร์รี่
สามารถใช้บริการได้ทั้งเรือเฟอร์รี่แบบธรรมดาและเส้นทางไปยังเกาะต่าง ๆ
รถบัสรับส่ง MTR
หลังจากออกจากสถานี MTR แล้ว รถบัส MTR ที่คุณต่อรถก็สามารถใช้บัตร Octopus ได้เช่นกัน
เงินอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากจะใช้เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะแล้ว บัตร Octopus ยังสามารถใช้เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อชำระเงินตามร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจต่างๆ ได้เช่นกัน โดยในฮ่องกงมีจุดรับชำระมากกว่า 180,000 แห่ง ครอบคลุมร้านค้าปลีกทุกประเภท ซึ่งโดยปกติแล้วที่เคาน์เตอร์ชำระเงินจะมีเครื่องอ่านบัตรหรือสัญลักษณ์ Octopus ติดอยู่

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าจะใช้ บัตร Octopus ที่ไหนดี Trip.com ได้รวบรวมร้านค้าและสถานที่ยอดฮิตที่รับบัตร โดยแบ่งตามหมวดหมู่ กิน ดื่ม เที่ยว และช้อปปิ้ง มาให้แล้ว! พกแค่บัตรใบเดียวก็ลุยฮ่องกงได้แบบชิลล์ๆ เลย แต่มีข้อควรระวังนิดนึงว่าร้านค้าเล็กๆ ริมทาง หรือ แผงลอยส่วนใหญ่ยังคงเน้นรับเงินสดเป็นหลัก
หมวดหมู่ | ร้านค้าและสถานที่ที่ร่วมรายการ |
กินดื่ม | - ร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven, OK Mart) |
ที่เที่ยวและกิจกรรม | - สถานที่ท่องเที่ยวหลัก: รถรางพีคแทรม (Peak Tram) และชิงช้าสวรรค์ฮ่องกงออบเซิร์ฟเวชันวีล |
ช้อปปิ้ง | - ร้านเสื้อผ้า, ร้านสะดวกซื้อ, ห้างสรรพสินค้า, ร้านขายของใช้ในบ้าน, ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Watsons, Mannings) |
แนะนำแอป Octopus สำหรับนักท่องเที่ยว
แอป Octopus สำหรับนักท่องเที่ยว (Octopus App for Tourists) คือ เครื่องมือชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนหรือ สมาร์ทวอทช์ที่ออกแบบมาเพื่อนักท่องเที่ยวที่มาเยือนฮ่องกงโดยเฉพาะ สามารถใช้แทนบัตร Octopus แบบปกติได้เลย แถมยังเช็กยอดเงินคงเหลือ ดูประวัติการใช้งาน และ เติมเงินได้ง่ายๆ ผ่านแอปโดยตรง ช่วยให้ทริปเที่ยวฮ่องกงของคุณสะดวกสบายและง่ายขึ้นกว่าเดิม

หากคุณใช้ iPhone X ขึ้นไป หรือ Apple Watch Series 3 ขึ้นไป สามารถดาวน์โหลดแอป "Octopus for Tourists" ได้โดยตรงผ่าน App Store เพื่อเพิ่มฟังก์ชัน Octopus ลงในอุปกรณ์ของคุณได้ทันที และสำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน Huawei (ที่ลงทะเบียนในภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง, มาเก๊า หรือสิงคโปร์) ก็สามารถดาวน์โหลด "Octopus for Tourists" ได้จาก AppGallery และ จัดการบัตร Octopus ผ่าน Huawei Pay ได้อย่างง่ายดาย
ข้อดีและข้อเสียของแอป Octopus (เวอร์ชันนักท่องเที่ยว)
การใช้ Octopus ผ่านแอปบนมือถือเรียกได้ว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ทุกคนสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการเลยว่าจะใช้แบบบัตรจริงหรือแบบแอป
ข้อดี
- แค่แตะก็จ่ายได้ทันที ไม่ต้องเปิดแอปหรือปลดล็อกหน้าจอ
- เติมเงินได้โดยตรงผ่านบัตรเครดิต, WeChat Pay และช่องทางอื่นๆ พร้อมตรวจสอบประวัติการทำรายการและยอดเงินคงเหลือได้ทันที
- ขอคืนเงินได้ง่ายและสะดวกสุดๆ เมื่อเลิกใช้งานแล้ว คุณสามารถขอคืนเงินคงเหลือและค่ามัดจำผ่านแอปได้ทันที
- เวอร์ชันล่าสุดรองรับ WeChat Pay แล้ว เพิ่มทางเลือกในการชำระเงินให้หลากหลายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ข้อเสีย
- ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง: เนื่องจากตอนเติมเงินเลือกได้เฉพาะสกุลเงินต่างประเทศเท่านั้น การรูดบัตรจึงทำให้เกิดส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนและถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการทำรายการต่างประเทศ ซึ่งไม่คุ้มค่าเท่ากับการเติมเงินด้วยเงินสด
ค่าโดยสารบัตร Octopus
สำหรับการซื้อ บัตร Octopus Card สำหรับนักท่องเที่ยว (แบบจำหน่ายขาด) หากไปซื้อที่จุดจำหน่ายในฮ่องกง ราคาบัตรจะอยู่ที่ 39 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 176 บาท) และยังต้องไปหาที่เติมเงินเข้าบัตรเองอีกด้วย เราขอแนะนำให้ทุกคนจองบัตร Octopus ล่วงหน้าผ่าน Trip.com ก่อนออกเดินทาง ในราคาประมาณ 452 บาท ซึ่งราคานี้รวมทั้งค่าบัตร และ มีเงินเติมไว้ให้พร้อมใช้งานแล้วถึง 50 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 225 บาท) พอไปถึงสนามบินฮ่องกงปุ๊บ ก็แค่ยื่นเวาเชอร์ของ Trip.com ที่เคาน์เตอร์ที่กำหนดเพื่อรับบัตรที่มีเงิน 50 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 225 บาท) พร้อมใช้ได้ทันที ช่วยประหยัดเวลาในการต่อคิว แถมยังไม่ต้องเสียเวลาไปงมหาเองให้วุ่นวายอีกด้วย
แลกรับและเติมเงินบัตร Octopus
จุดรับบัตร Octopus
หากคุณจองบัตร Octopus ผ่าน Trip.com ไว้ล่วงหน้า สามารถไปรับบัตรจริงได้ที่เคาน์เตอร์ A13 บริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้า สนามบินนานาชาติฮ่องกง หรือที่ร้าน WEK B2-15 สถานี MTR Kowloon ได้ทันทีเมื่อเดินทางไปถึง
วิธีเติมเงินบัตร Octopus
หากนักท่องเที่ยวต้องการเติมเงินในบัตร Octopus ส่วนใหญ่จะใช้วิธีเติมด้วยเงินสดเป็นหลัก นอกจากนี้ ร้านค้าบางแห่งยังมีบริการที่สะดวกมาก โดยเมื่อชำระเงินด้วยเงินสด คุณสามารถเลือกเติมเงินทอนลงในบัตร Octopus ได้โดยตรง
สำหรับจุดเติมเงินที่มีเจ้าหน้าที่หรือพนักงานคอยให้บริการ คุณสามารถแจ้งพนักงานได้โดยตรงเลยว่าต้องการเติมเงินบัตร Octopus ซึ่งวิธีการเติมเงินนั้นง่ายมาก ๆ เพียงแค่ยื่นธนบัตรตามจำนวนที่ต้องการเติมให้พนักงาน แล้ววางบัตรลงบนเครื่องสแกนเพื่อแตะบัตร เท่านี้ก็เติมเงินเสร็จเรียบร้อย
- จุดที่มีเครื่องเติมเงินอัตโนมัติ: เพียงแค่เสียบบัตร Octopus เข้าไปในเครื่อง ใส่ธนบัตรที่ต้องการเติมเงินลงไป หลังจากตรวจสอบยอดเงินบนหน้าจอว่าถูกต้องแล้ว ให้กดปุ่มยืนยัน เพียงเท่านี้ก็เติมเงินได้ทันที
- ดาวน์โหลดแอป Octopus สำหรับนักท่องเที่ยว: คุณสามารถเติมเงินออนไลน์ผ่านบัตรในแอปได้เลย แม้จะสะดวกสบายแต่ก็อาจมีส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ทำให้ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่ แนะนำให้เน้นเติมเงินด้วยเงินสดเป็นหลักจะดีกว่า
จุดเติมเงินบัตร Octopus
ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าในเครือ: ไม่ว่าจะเป็น 7-Eleven, Circle K, Wellcome, ParknShop หรือแม้กระทั่ง McDonald's และ Starbucks เพียงแค่แจ้งพนักงานว่าต้องการเติมเงิน หรือ มองหาเครื่องเติมเงินอัตโนมัติภายในร้านได้เลย
- สถานีรถไฟใต้ดิน MTR: สามารถเติมเงินได้ที่ตู้เติมเงินอัตโนมัติหรือศูนย์บริการลูกค้าในทุกสถานี
- จุดบริการบัตร Octopus ของ Sun Ferry: ท่าเรือเฉิ่งเจ้า (Cheung Chau), ท่าเรือมุ่ยออ (Mui Wo), ท่าเรือเซ็นทรัล หมายเลข 5 และท่าเรือเซ็นทรัล หมายเลข 6
- ศูนย์บริการลูกค้า KMB / ศูนย์บริการลูกค้าและจำหน่ายตั๋ว LWB: สถานีเปลี่ยนรถอุโมงค์ Tai Lam, สถานีขนส่งท่าเรือจิมซาจุ่ย, สถานีขนส่งสนามบิน (Ground Transportation Centre)
- ศูนย์บริการลูกค้า Citybus: สถานีขนส่ง Admiralty (East), สถานีขนส่งสนามบิน (Ground Transportation Centre), ศูนย์แลกเปลี่ยนการขนส่งสาธารณะด่านฮ่องกง สะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า
วิธีขอคืนเงินบัตร Octopus
สำหรับ บัตร Octopus รุ่นสำหรับนักท่องเที่ยว (Sold Octopus) ที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้กัน วิธีการขอคืนเงินจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ตามจำนวนเงินคงเหลือในบัตร ดังนี้
หากยอดเงินคงเหลือต่ำกว่า 500 HKD (ประมาณ 2,250 บาท) คุณสามารถขอรับเงินคืนเป็นเงินสด ได้ทันทีที่ศูนย์บริการลูกค้า MTR ทุกสถานี ซึ่งสะดวกและรวดเร็วที่สุดสำหรับคนไทย นอกจากนี้ หากคุณมีบัตรใบอื่นหรือใช้แอป Octopus บน iPhone หรือ Android อยู่แล้ว ก็สามารถเลือกโอนยอดเงินคงเหลือผ่านแอปเข้าเครื่องได้โดยตรงเช่นกัน
หากมียอดเงินคงเหลือในบัตรตั้งแต่ 500 HKD ขึ้นไป (ประมาณ 2,250 บาทขึ้นไป) เนื่องจากระบบจะไม่คืนเงินสดจำนวนมากทันที และการโอนเข้าบัญชีธนาคารหรือระบบ FPS รองรับเฉพาะบัญชีธนาคารในฮ่องกงเท่านั้น ดังนั้นวิธีที่แนะนำที่สุดสำหรับคนไทย คือการนำบัตรไปใช้จ่ายซื้อของในร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านอาหารในสนามบิน เพื่อให้ยอดเงินคงเหลือลดลงต่ำกว่า 500 HKD จากนั้นจึงค่อยไปขอรับเงินคืนเป็นเงินสดที่เคาน์เตอร์ MTR ก่อนเช็คอินกลับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตร Octopus
บัตร Octopus มียอดเงินสะสมสูงสุดเท่าไหร่ และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง?
บัตร Octopus สามารถเติมเงินได้สูงสุด 3,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) และทุกครั้งที่เติมเงินต้องเป็นจำนวนเงิน ทวีคูณของ 50 HKD หากเติมผ่านเครื่องเติมเงินอัตโนมัติ (Add Value Machine) จะรับเฉพาะธนบัตร 50 หรือ 100 HKD เท่านั้นละ เครื่องจะไม่ทอนเงิน ดังนั้นควรตรวจสอบจำนวนเงินก่อนเติมทุกครั้งถ้าไม่ได้ใช้บัตร Octopus มานาน จะรู้ได้อย่างไรว่ายังใช้งานได้อยู่ไหม?
สามารถตรวจสอบได้ผ่านแอป Octopus App หากสามารถเปิดใช้งานบัตรและแสดงยอดเงินได้ตามปกติ แปลว่ายังใช้งานได้ แต่ถ้าบัตรไม่สามารถเปิดใช้งาน หรือยอดเงินไม่แสดงผล ให้ไปที่ เคาน์เตอร์บริการ Octopus ภายในสนามบินฮ่องกง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยเปิดใช้งานอีกครั้งบัตร Octopus แบบบัตรเด็ก (Child Octopus Card) ใช้ได้ถึงอายุเท่าไหร่?
บัตร Octopus สำหรับเด็กสามารถใช้ได้เฉพาะ เด็กอายุ 3–11 ปี เท่านั้น หากอายุเกิน 12 ปี ต้องเปลี่ยนเป็นบัตรผู้ใหญ่ในการใช้งานจะเช็กยอดเงินและประวัติการใช้บัตร Octopus ได้อย่างไร?
ทุกครั้งที่แตะบัตร Octopus เครื่องจะขึ้นโชว์ยอดเงินคงเหลือทันที นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบได้ที่
- เครื่องเช็กยอด Octopus (Enquiry Machine) ในสถานีรถไฟใต้ดิน (MTR)
- ศูนย์บริการ Octopus Service Point ซึ่งสามารถดูประวัติการใช้งานย้อนหลังได้ถึง 10 รายการล่าสุด รวมถึงวันที่ ยอดใช้จ่าย และประเภทร้านค้า









