

เที่ยวจีน ใช้เงินเท่าไหร่ 2569 สรุปงบตั๋วเครื่องบิน ที่พัก กิน เที่ยว

โดย reneej
29 มิถุนายน 2026

ใครที่กำลังจะแพลนบินไปปักหมุดเมืองจีนครั้งแรก หรือเพิ่งเริ่มวางแผนทริปแล้วยังแอบสับสนว่าตกลงไปเที่ยวจีน ใช้เงินเท่าไหร่กันแน่? ขอบอกเลยว่าคุณไม่ได้คิดคนเดียว เพราะจีนเป็นประเทศที่ใหญ่มากจนงบประมาณแตกต่างกันได้เยอะมาก ขึ้นอยู่กับว่าจะไปเมืองไหน นานแค่ไหน และชอบเที่ยวสไตล์ไหน
ข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยคือตอนนี้ไม่ต้องทำวีซ่าแล้ว ลดค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากไปได้เยอะ และด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน ประมาณ 5 บาท จีนยังถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับยุโรปหรือญี่ปุ่น Trip.com ได้รวบรวมทุกค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ พร้อมตัวเลขจริงจากข้อมูลปี 2569 เพื่อให้วางแผนงบได้อย่างมั่นใจและไม่ตกใจกลางทาง
ภาพรวมงบที่ควรรู้ก่อนจองตั๋วบินไปเที่ยวจีน

เพื่อให้ทุกคนมองเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าสไตล์การเดินทางของเราจะตกอยู่ที่ประมาณไหน และไปเที่ยวจีน ใช้เงินเท่าไหร่ ในแต่ละวัน มาลองดูตารางสรุปภาพรวมค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน) แบ่งออกเป็น 3 ระดับตามไลฟ์สไตล์กันก่อนค่ะ
ระดับงบ | ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวัน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) | สไตล์การเที่ยว |
สายประหยัด | 800–1,200 บาท/วัน | โฮสเทล + สตรีทฟู้ด + รถไฟฟ้า |
สายกลางๆ | 1,500–2,500 บาท/วัน | โรงแรม 3 ดาว + ร้านอาหารท้องถิ่น + เข้าสถานที่ครบ |
สายสบาย/ช้อปปิ้ง | 3,000 บาทขึ้นไป/วัน | โรงแรม 4–5 ดาว + ร้านอาหารดี + ช้อปได้เต็มที่ |
ปัจจัยที่ส่งผลต่องบทริปโดยตรงมีอยู่ 4 เรื่องหลัก ได้แก่ เมืองที่เลือก เพราะปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้แพงกว่าคุนหมิง-ซีอานชัดเจน, ระยะเวลาเดินทางที่ยิ่งไปนานยิ่งคุ้มเพราะค่าตั๋วเครื่องบินเฉลี่ยถูกลง, ช่วงเวลาที่เดินทางเพราะตรุษจีนและวันชาติจีนราคาพุ่งทันที และจำนวนคนเพราะไปเป็นกลุ่มแชร์ค่าที่พักและแท็กซี่ได้
ค่าใช้จ่ายก่อนออกเดินทาง

ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ จากไทยไปจีน
ตั๋วเครื่องบินคือค่าใช้จ่ายก้อนแรกที่ต้องวางแผนให้ดี ราคาตั๋วไป-กลับจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองหลักในจีนปี 2569 โดยประมาณมีดังนี้ คุนหมิงใกล้ที่สุด ตั๋ว LCC เริ่มต้น 4,000-7,000 บาท และ Full Service 8,000-12,000 บาท, เฉิงตูตั๋ว LCC เริ่มต้น 6,000-10,000 บาท (ข้อมูลจาก Trip.com ราคาเที่ยวเดียวต่ำสุดประมาณ 3,700 บาทช่วงโลว์ซีซัน), กว่างโจว LCC เริ่มต้น 5,000-9,000 บาท, เซี่ยงไฮ้ LCC เริ่มต้น 7,000-14,000 บาท และ Full Service 12,000-20,000 บาท, ส่วนปักกิ่ง LCC เริ่มต้น 8,000-15,000 บาท และ Full Service 15,000-25,000 บาท
เคล็ดลับประหยัด: จองล่วงหน้า 2-3 เดือนได้ราคาดีกว่าจองกระชั้นชิดมาก สายการบิน LCC อย่าง Spring Airlines, VietJet, AirAsia มักมีโปรฯ ช่วงต้นสัปดาห์ ส่วนช่วงที่ตั๋วถูกที่สุดคือเดือนกันยายน ซึ่งอยู่นอกเทศกาลหลัก
ค่าที่พักในจีน
ที่พักในจีนมีทุกระดับให้เลือก โฮสเทลหรือเตียงรวมอยู่ที่ 200-400 บาทต่อเตียง เหมาะกับสายเดี่ยวหรือเดินทาง 2 คนงบน้อย, โรงแรมบัดเจ็ต 2 ดาว 500-900 บาทต่อห้อง, โรงแรม 3 ดาว 900-1,800 บาทต่อห้อง ซึ่งส่วนใหญ่สะอาดทำเลดีและเป็นโซนคุ้มค่าที่สุด, โรงแรม 4 ดาว 1,800-3,500 บาทต่อห้อง และโรงแรม 5 ดาว 3,500 บาทขึ้นไปต่อห้อง โดยแบรนด์ดังหลายเจ้าในจีนถูกกว่าไทยด้วยซ้ำ
เคล็ดลับ: เลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟใต้ดินดีกว่าใกล้แหล่งท่องเที่ยว เพราะประหยัดค่าเดินทางและยืดหยุ่นกว่ามาก ราคาในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้จะสูงกว่าเมืองรองประมาณ 30-50%
ค่าอินเทอร์เน็ต VPN และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดก่อนเดินทาง
สำหรับอินเทอร์เน็ต มี 3 ตัวเลือกหลัก ได้แก่ eSIM ที่สะดวกที่สุด โดยแพ็กเกจสำหรับจีนเริ่มต้นเพียง 28-50 บาทต่อวัน หรือแพ็กเกจ 7 วันราว 200-400 บาท แนะนำตัวเลือกนี้เลยสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่, Pocket WiFi เหมาะสำหรับกลุ่ม 3 คนขึ้นไป เช่า 150-300 บาทต่อวัน แต่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่ม และ Roaming ที่สะดวกแต่ราคาสูงกว่า เหมาะสำหรับทริปสั้นมากๆ
ส่วน VPN เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะในจีนใช้ Google, Facebook, Instagram, LINE ไม่ได้เลยถ้าไม่มี VPN ต้องดาวน์โหลดและตั้งค่าให้เรียบร้อยก่อนบินเท่านั้น เพราะเว็บ VPN โดนบล็อกในจีนด้วย ราคา VPN ระดับดีประมาณ 150-400 บาทต่อเดือน ส่วนประกันการเดินทางแนะนำให้ซื้อทุกทริปโดยเฉพาะทริปยาว ราคาประกัน 7 วันอยู่ที่ประมาณ 200-600 บาท ขึ้นอยู่กับความคุ้มครอง
























ค่าใช้จ่ายรายวันเมื่อไปเที่ยวจีน

ค่าอาหารในจีน
ถ้าจะพูดถึงสิ่งที่ทำให้จีนคุ้มค่ากว่าหลายประเทศ "อาหาร" คือคำตอบอันดับต้นๆ เพราะคุณสามารถอิ่มอร่อยได้ด้วยงบ 50-60 บาทที่ตลาดข้างทาง หรือจะจ่ายหลักพันบาทกินซีฟู้ดสดในร้านหรูก็ได้เช่นกัน แต่ละระดับมีรสชาติและบรรยากาศที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
สตรีทฟู้ดและร้านข้างทาง (10-30 หยวน หรือ 50-150 บาท ต่อจาน)
ระดับนี้คือของดีราคาไม่แพง ถือเป็นหัวใจของวัฒนธรรมอาหารจีนเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเกี๊ยวซ่าหม้อ ราว 8-15 หยวน, บะหมี่หลานโจว สักชาม 15-20 หยวน, ข้าวต้มหรือโจ๊กข้างทาง 8-12 หยวน หรือหมั่นโถว (ขนมปังนึ่ง) คู่กับน้ำเต้าหู้ร้อนราว 8-10 หยวน สิ่งเหล่านี้หาได้ทั่วไปแทบทุกเมือง
ตลาดอาหารชื่อดังอย่างถนนอาหาร Wangfujing ในปักกิ่ง หรือถนนจินหลี่ในเฉิงตู มีสตรีทฟู้ดหลากหลายมาก แต่ราคาอาจแพงกว่าร้านข้างทางทั่วไป 20-30% เพราะอยู่ในโซนท่องเที่ยว ถ้าอยากประหยัดจริงๆ ให้เดินเข้าไปในซอยหลังตลาดหรือย่านที่คนท้องถิ่นอยู่
ร้านอาหารท้องถิ่นและร้านขนาดกลาง (30-80 หยวน หรือ 150-400 บาท ต่อมื้อ)
นี่คือโซนที่ใช้บ่อยที่สุดระหว่างทริป ร้านข้าวกล่องทั่วไปจะมีเมนูข้าวหน้าหมู หน้าผัก หน้าเต้าหู้ ในราคา 15-30 หยวน ส่วนร้านก๋วยเตี๋ยวนั้นราว 20-40 หยวน ถ้าขึ้นมาอีกหน่อย ร้านอาหารจีนขนาดกลางที่มีโต๊ะในร้าน สั่งอาหาร 2-3 เมนูแชร์กัน 2 คน น่าจะตกหัวละ 50-80 หยวน
แอปที่ต้องโหลดไว้สำหรับหาร้านอาหารในจีนคือ Dianping (เตี่ยนผิง) ซึ่งเปรียบได้กับ Google Maps บวกรีวิวร้านอาหาร คนจีนใช้กันทั่ว เลือกกรองตามรีวิวและราคาได้ เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากกินดีในราคาสมเหตุสมผล นอกจากนี้ Meituan ก็ใช้สั่งเดลิเวอรีได้เช่นกัน
ร้านอาหารในห้างและร้านนานาชาติ (80-200 หยวน หรือ 400-1,000 บาท ต่อมื้อ)
ห้างสรรพสินค้าในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้มีร้านอาหารหลากหลายมาก ทั้งอาหารญี่ปุ่น เกาหลี ไทย และตะวันตก ราคาระดับนี้จ่ายได้อาหารที่คุณภาพดีและบรรยากาศสบาย ถ้าอยากลองสเต็กหรือซูชิพรีเมียมตอนอยู่จีน นี่คือโซนราคาที่เหมาะสม
ร้านอาหารระดับพรีเมียมและภัตตาคารหรู (200 หยวนขึ้นไป หรือ 1,000 บาทขึ้นไป ต่อมื้อ)
ร้านเป็ดปักกิ่ง (Peking Duck) ชื่อดังอย่าง Quanjude ในปักกิ่ง มื้อหนึ่งตก 2-4 คนราว 400-600 หยวน หรือถ้าอยากลองหม้อไฟ (火锅) สไตล์เฉิงตูในร้านดัง ราว 150-250 หยวนต่อคน สำหรับร้านซีฟู้ดในเซี่ยงไฮ้หรือกว่างโจว อาจแพงกว่านั้นขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ
สรุปค่าอาหารโดยเฉลี่ยต่อวัน: สายประหยัดอยู่ที่ 150-300 บาท (3 มื้อ กินสตรีทฟู้ดบวกร้านข้างทาง), สายกลางๆ 400-700 บาท (ผสมร้านท้องถิ่นกับร้านหน่อย) และสายชิลอร่อยจัด 800-1,500 บาท
ค่าเดินทางในจีน
จีนมีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีมากและราคาถูกมากเมื่อเทียบกับไทย สำหรับการเดินทางในเมือง รถไฟใต้ดิน (รถไฟใต้ดิน) เริ่มต้นเพียง 2-3 หยวน (10-15 บาท) ต่อเที่ยว ครอบคลุมแทบทุกจุดหลักในเมืองใหญ่ เฉลี่ยวันละ 30-50 หยวนก็เดินทางได้ทั้งวัน ส่วนรถเมล์ถูกกว่า Metro ที่ 1-2 หยวนต่อเที่ยว แต่ซับซ้อนกว่าสำหรับนักท่องเที่ยว
แท็กซี่
เริ่มต้น 10-15 หยวน (50-75 บาท) ต่อเที่ยว โดยรวมถูกกว่าแท็กซี่ไทยมาก แต่คนขับส่วนใหญ่พูดจีนอย่างเดียว แนะนำใช้แอป DiDi (เหมือน Grab ของจีน) จะสะดวกกว่ามาก บางเมืองอย่างเฉิงตูยังมีรถรางวิ่งให้บริการในราคาถูกมากด้วย
รถไฟความเร็วสูง
สำหรับการเดินทางข้ามเมือง การเดินทางแบบนี้คือไฮไลต์เลย วิ่งด้วยความเร็ว 250-350 กม.ต่อชั่วโมง ราคาตัวอย่างเส้นทางยอดนิยมได้แก่ ปักกิ่งไปเซี่ยงไฮ้ (4.5 ชั่วโมง) ประมาณ 500-700 หยวน (2,500-3,500 บาท) ชั้น 2, เซี่ยงไฮ้ไปเฉิงตู (11 ชั่วโมง) ประมาณ 500-800 หยวน (1,500-2,000 บาท) และเฉิงตูไปซีอาน (3 ชั่วโมง) ประมาณ 200-350 หยวน (1,000-1,750 บาท) บางเส้นทางที่ไกลมากๆ เช่น คุนหมิงไปปักกิ่ง อาจพิจารณาเครื่องบินภายในประเทศได้ เพราะเร็วกว่าและราคาใกล้เคียงกัน แนะนำจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงผ่าน Trip.com ได้เลย ง่ายและสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย
ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวในจีน และค่าช้อปปิ้งของฝาก
ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมีดังนี้
สถานที่ | ราคาค่าเข้า (หยวน) | ราคาโดยประมาณ (บาท) |
พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง | 40 (นอกฤดู) / 60 (พีคซีซัน) | 200–300 |
กำแพงเมืองจีน Mutianyu (ค่าเข้า) | 40–45 | 200–225 |
ซานซิงตุย เฉิงตู | 90 | 450 |
ฐานหมีแพนด้า เฉิงตู | 55 | 275 |
The Bund เซี่ยงไฮ้ | ฟรี | — |
หอคอย Oriental Pearl เซี่ยงไฮ้ | 180–220 | 900–1,100 |
ภูเขาหิมะมังกรหยก ลี่เจียง | 100–140 | 500–700 |
เคล็ดลับ: หลายสถานที่ต้องจองบัตรล่วงหน้าออนไลน์เท่านั้น ไม่สามารถซื้อหน้างานได้ โดยเฉพาะพระราชวังต้องห้ามซึ่งขายบัตรออนไลน์เพียงช่องทางเดียว หมดเร็วมากในวันดังๆ สามารถจองล่วงหน้าผ่าน Trip.com ได้เลย สะดวกและมีรองรับภาษาไทย
งบของฝาก: ตั้งงบไว้ 1,500-3,000 บาทสำหรับทริปปานกลาง ของขึ้นชื่อที่ซื้อได้ถูกกว่าไทยชัดเจน เช่น ชาจีน เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นอย่าง Walmart จีนหรือ Sam's Club ได้ราคาดีกว่าตลาดท่องเที่ยวมาก
เปรียบเทียบงบเที่ยวจีนแต่ละเมือง เมืองไหนประหยัดหรือแพงกว่ากัน?

งบเที่ยวปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้
ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้คือเมืองที่แพงที่สุดในจีนสำหรับนักท่องเที่ยว แต่สิ่งที่ได้มาก็คุ้มมาก งบต่อวันไม่รวมตั๋วเครื่องบินประกอบด้วยที่พักโรงแรม 3 ดาวในทำเลดีราว 1,200-2,000 บาทต่อคืน, ค่าอาหาร 400-800 บาทต่อวัน (กินแบบผสมร้านท้องถิ่นกับร้านดี), ค่าเดินทาง Metro ทั้งวันราว 100-150 บาท และค่าเข้าสถานที่เฉลี่ย 300-600 บาทต่อวัน
รวมงบต่อวันในปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้ สายกลางๆ อยู่ที่ 2,000-3,500 บาทต่อวัน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือพระราชวังต้องห้าม กำแพงเมืองจีน และ The Bund ซึ่งยิ่งใหญ่จริงๆ อย่างที่คาด
งบเที่ยวเฉิงตู คุนหมิง ซีอาน และเมืองรองยอดฮิต
เมืองรองในจีนคือตัวเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวจีนในงบไม่สูง งบต่อวันไม่รวมตั๋วเครื่องบินประกอบด้วยที่พักโรงแรม 3 ดาวราว 700-1,300 บาทต่อคืน, ค่าอาหาร 300-600 บาทต่อวัน (อาหารท้องถิ่นอร่อยมากและราคาประหยัดกว่าเมืองใหญ่), ค่าเดินทาง 80-150 บาทต่อวัน และค่าเข้าสถานที่ 200-500 บาทต่อวัน รวมแล้วสายกลางๆ อยู่ที่ 1,300-2,500 บาทต่อวัน ซึ่งถูกกว่าเมืองใหญ่ชัดเจน
เฉิงตูเด่นเรื่องฐานหมีแพนด้าและอาหารเผ็ดสุดอร่อย, คุนหมิงมีอากาศดีตลอดปีและใกล้ธรรมชาติงดงาม, ซีอานมีทหารดินเผาและอาหารมุสลิมสตรีทฟู้ดที่อร่อยมากในราคาถูกมาก
ตัวอย่างงบเที่ยวจีน: 3 วัน / 5 วัน / 7 วัน

คราวนี้เรามาเจาะลึกแบบดีดลูกคิดแยกตามจำนวนวันเดินทางกันบ้างค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวเลขกลม ๆ ว่าแพลนทริปแต่ละสไตล์ไปเที่ยวจีน ใช้เงินเท่าไหร่ดี? นี่คือสรุปงบประมาณเฉลี่ยเริ่มต้นตั้งแต่ทริปสั้นไปจนถึงทริปยาวค่ะ
งบเที่ยวจีน 3 วัน 2 คืน
เหมาะสำหรับเมืองเดียว เช่น คุนหมิง เฉิงตู หรือกว่างโจว
ค่าใช้จ่าย | สายประหยัด | สายกลางๆ |
ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ | 5,000–8,000 | 8,000–12,000 |
ที่พัก (2 คืน) | 1,000–1,800 | 1,800–4,000 |
อาหาร (3 วัน) | 900–1,500 | 1,500–2,500 |
เดินทาง | 400–700 | 600–1,200 |
ค่าเข้าสถานที่ | 500–1,000 | 800–1,500 |
รวม | ~8,000–13,000 บาท | ~13,000–21,000 บาท |
งบเที่ยวจีน 5 วัน 4 คืน
5 วันเหมาะกับทริป 1-2 เมือง เช่น ปักกิ่งอย่างเดียวอย่างเต็มที่ หรือเฉิงตูบวกฉงชิ่ง
ค่าใช้จ่าย | สายประหยัด | สายกลางๆ |
ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ | 6,000–10,000 | 10,000–15,000 |
ที่พัก (4 คืน) | 2,000–3,600 | 3,600–8,000 |
อาหาร (5 วัน) | 1,500–2,500 | 2,500–4,000 |
เดินทาง | 600–1,200 | 1,000–2,500 |
ค่าเข้าสถานที่ + ของฝาก | 1,500–3,000 | 2,500–5,000 |
รวม | ~12,000–20,000 บาท | ~20,000–35,000 บาท |
งบเที่ยวจีน 7 วัน 6 คืน
7 วันคือจุดที่คุ้มที่สุดสำหรับการเที่ยว 2-3 เมืองด้วยรถไฟความเร็วสูง เช่น ปักกิ่ง ไป เซี่ยงไฮ้ ไป เฉิงตู หรือเซี่ยงไฮ้ ไป ซีอาน ค่าตั๋วรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมืองจะเป็นก้อนใหญ่เพิ่มขึ้นมา แต่ประสบการณ์ได้มาเยอะกว่ามาก
ค่าใช้จ่าย | สายประหยัด | สายกลางๆ |
ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ | 7,000–12,000 | 12,000–20,000 |
ที่พัก (6 คืน) | 3,000–5,400 | 5,400–12,000 |
อาหาร (7 วัน) | 2,100–3,500 | 3,500–5,600 |
เดินทาง (รวมรถไฟความเร็วสูงข้ามเมือง) | 3,000–6,000 | 5,000–10,000 |
ค่าเข้าสถานที่ + ของฝาก | 2,000–4,000 | 4,000–8,000 |
รวม | ~17,000–31,000 บาท | ~30,000–56,000 บาท |
วิธีจ่ายเงินในจีน: รีวิว Alipay, WeChat Pay และควรพกเงินสดเท่าไหร่?

เงินสดหยวน
แม้จีนจะเป็นสังคมไร้เงินสดแล้วก็ตาม แต่ควรพกหยวนติดตัวไว้บ้างสำหรับร้านเล็กๆ หรือกรณีฉุกเฉิน แนะนำพกไว้ 1,000-2,000 หยวน (5,000-10,000 บาท) สำหรับทริป 5 วัน อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันโดยประมาณ 1 หยวน ประมาณ 4.9-5.2 บาท (แนะนำเช็คอัตราจริงก่อนเดินทางทุกครั้ง)
สำหรับแหล่งแลกเงิน ธนาคารในไทยให้อัตราดีและปลอดภัย ควรแลกล่วงหน้า 1-2 วัน ส่วนร้านแลกเงินในไทยบางร้านให้อัตราดีกว่าธนาคาร ควรเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ ตู้ ATM ในจีนสะดวกแต่มีค่าธรรมเนียมต่อรายการ ส่วนธนาคารในจีนให้อัตราดีแต่ต้องมีหนังสือเดินทางและอาจใช้เวลา
บัตรเดบิตและบัตรเครดิต
บัตร Visa และ Mastercard ใช้ได้ในร้านขนาดใหญ่และโรงแรมระดับ 3 ดาวขึ้นไป แต่ร้านทั่วไปมักรับแค่แอปมือถือเท่านั้น ถ้ามี บัตร UnionPay จะใช้สะดวกกว่าเพราะเป็นระบบบัตรจีนโดยตรง ตู้ ATM ในจีนทุกตู้รับ UnionPay ส่วน Travel Card หรือบัตรที่แลกเงินได้หลายสกุล เช่น บัตร Krungthai Travel Debit ก็สามารถผูกกับ Alipay และ WeChat Pay ได้เลย สะดวกมาก
WeChat Pay และ Alipay
จีนในปัจจุบันเป็นสังคมไร้เงินสดแทบ 100% ร้านอาหาร แท็กซี่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ล้วนรับผ่าน QR Code ดังนั้นต้องเตรียม WeChat Pay หรือ Alipay ไว้ก่อนไปจีนอย่างน้อยหนึ่งแอป ข่าวดีคือตอนนี้ชาวต่างชาติสามารถผูกบัตรเดบิต/เครดิตต่างประเทศ (Visa, Mastercard) กับทั้งสองแอปได้แล้วโดยไม่ต้องมีบัญชีธนาคารจีน ดาวน์โหลดแอปและตั้งค่าให้เสร็จก่อนบิน เพราะขั้นตอนการยืนยันตัวตนทำในไทยได้ง่ายกว่า
จองแล้ว 1376894 ครั้ง
จองแล้ว 158847 ครั้ง
จองแล้ว 548223 ครั้ง
จองแล้ว 99843 ครั้ง
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวจีน

ช่วงไฮซีซัน: ตรุษจีนและวันชาติจีน ราคาแพงแค่ไหน?
จีนมี 2 ช่วงไฮซีซันหลักที่ส่งผลกระทบต่องบการเดินทางอย่างมาก ช่วงแรกคือตรุษจีน (ม.ค.-ก.พ.) ที่คนจีนเดินทางกลับบ้านกันมหาศาล สถานที่ท่องเที่ยวแออัดมาก ตั๋วเครื่องบินและที่พักราคาขึ้น 50-100% จากปกติ และตั๋วรถไฟความเร็วสูงอาจหาที่นั่งยากมากถ้าไม่จองล่วงหน้า 1-2 เดือน ช่วงที่สองคือวันชาติจีน (1-7 ต.ค.) ซึ่งเป็นวันหยุดยาว 7 วัน ประชากรจีนทั้งประเทศออกมาเที่ยวพร้อมกัน สถานที่ท่องเที่ยวดังๆ อย่างกำแพงเมืองจีนและพระราชวังต้องห้ามแน่นมาก ราคาที่พักพุ่งเช่นกัน
ถ้าจำเป็นต้องไปช่วงไฮซีซัน แนะนำจองทุกอย่างล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือน และเตรียมงบเผื่อไว้ 30-50% จากปกติ
ช่วงโลว์ซีซัน: เมื่อไหร่เที่ยวจีนได้ราคาถูกและไม่แออัด?
ช่วงที่แนะนำที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยมี 2 ช่วงหลัก ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.-พ.ค.) อากาศดี ดอกไม้บาน โดยเฉพาะดอกพีชและดอกนานาพันธุ์ที่หลายเมืองสวยมาก ราคาโดยรวมสมเหตุสมผล ผู้คนไม่แออัดเกินไป ยกเว้นช่วง Qingming Festival (เมษายน) สั้นๆ และฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) ซึ่งเป็นช่วงทองของการเที่ยวจีน อากาศเย็นสบาย ทิวทัศน์สวยงาม โดยเฉพาะก่อนวันชาติ (ก.ย.) ราคาถูกกว่าช่วงต้นตุลาคม ตั๋วเครื่องบินราคาดี และสถานที่ท่องเที่ยวไม่แออัด
ส่วนฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) ในเมืองอย่างปักกิ่งหนาวมากและอาจมีหิมะ แต่ค่าที่พักถูกกว่าช่วงอื่นเยอะ เหมาะสำหรับคนที่ไม่กลัวอากาศเย็นและอยากประหยัดงบ ในขณะที่คุนหมิงอากาศดีตลอดปี ฤดูหนาวก็ยังไม่หนาวเกินไป
เคล็ดลับประหยัดงบเที่ยวจีนให้คุ้มทุกหยวน

จองตั๋วและที่พักล่วงหน้า 2-3 เดือน
การวางแผนล่วงหน้าคือกุญแจสำคัญที่สุดในการประหยัดงบ ตั๋วเครื่องบินที่จองล่วงหน้า 2-3 เดือนถูกกว่าจองกระชั้นชิด 3-5 วันได้ถึง 40-60% ส่วนที่พักในทำเลดีหรือโรงแรมที่มีรีวิวดีมักหมดเร็วในช่วงไฮซีซัน จองก่อนคือได้เปรียบทั้งราคาและตัวเลือก
ใช้ระบบขนส่งสาธารณะและรถไฟความเร็วสูงแทนแท็กซี่
Metro ในจีนราคาถูก สะอาด ตรงเวลา และครอบคลุมทุกแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เดินทางทั้งวันด้วย Metro ใช้เงินแค่ 50-80 บาทเท่านั้น สำหรับเดินทางข้ามเมือง รถไฟความเร็วสูงเร็วกว่าขับรถ สะดวกกว่าเครื่องบิน และราคาสมเหตุสมผลมาก แนะนำซื้อบัตร Transportation Card ที่สถานีรถไฟใต้ดิน ใช้แตะแทนซื้อตั๋วรายครั้งได้เลย
เลือกร้านอาหารท้องถิ่นและตลาดกินอยู่ดีกว่าร้านในห้าง
ใช้ Dianping หาร้านที่คนจีนกินจริงๆ ไม่ใช่ร้านในโซนท่องเที่ยว กินข้าวมื้อเที่ยงในตลาดสดหรือร้านเส้นข้างทาง แล้วค่อยใช้งบมื้อเย็นกับร้านที่อยากลองจริงๆ วิธีนี้ประหยัดได้ 40-60% จากการกินในห้างสรรพสินค้าตลอดวัน
วางแผนงบของฝากล่วงหน้าและซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น
ของฝากดีๆ ในราคาถูกควรซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Freshippo, Sam's Club หรือ Carrefour จีน แทนที่จะซื้อจากตลาดท่องเที่ยวซึ่งแพงกว่า 2-3 เท่า ชาจีน ลูกอมขนมจีน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ล้วนซื้อได้ราคาดีที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ตั้งวงเงินของฝากไว้ล่วงหน้าและแตะไม่เกิน เซฟงบได้มาก
แนะนำจัดสรรงบเที่ยวจีน แบ่งเงินอย่างไรให้งบไม่บาน

หลังจากเคลียร์ชัดทุกหมวดแล้วว่าการไปเที่ยวจีน ใช้เงินเท่าไหร่ คราวนี้เรามาดูวิธีจัดสรรสัดส่วนของเงินก้อนในกระเป๋า เพื่อช่วยล็อกงบให้เป๊ะและป้องกันไม่ให้เงินบานปลายระหว่างเดินทางกันค่ะ
สัดส่วนการแบ่งงบที่แนะนำสำหรับทริปจีน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน)
หมวด | สัดส่วนแนะนำ |
ที่พัก | 30–35% |
อาหาร | 20–25% |
เดินทางในจีน + ข้ามเมือง | 15–20% |
ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว | 10–15% |
ของฝากและช้อปปิ้ง | 10–15% |
งบสำรองฉุกเฉิน | 10–15% ของงบทั้งหมด |
วิธีคิดง่ายๆ คำนวณงบต่อวันคือเอาค่าที่พัก + ค่าอาหาร (500-700 บาท) + ค่าเดินทาง (100-200 บาท) + ค่าเข้าสถานที่ แล้วบวกเพิ่ม 20% เป็นงบสำรอง งบสำรองนี้สำคัญมาก เพราะจีนมีเรื่องเซอร์ไพรส์ได้เสมอ ทั้งค่าเข้าสถานที่ที่ไม่ได้วางแผน ของอร่อยที่อยากลอง หรือค่าเดินทางกรณีหลงหรือเดินทางผิดพลาด
สรุปแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่าเที่ยวจีน ใช้เงินเท่าไหร่ จึงขึ้นอยู่กับเมืองที่เราเลือกและรูปแบบการกินอยู่เป็นหลักค่ะ แต่บอกได้เลยว่าจีนยุค 2569 นี้เป็นประเทศที่เที่ยวสนุก คุ้มค่าเงิน และสะดวกสบายขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ หากคุณได้ตัวเลขงบประมาณในใจที่พร้อมลุยแล้ว สามารถมาเลือกเช็กราคาตั๋วเครื่องบิน โรงแรม หรือดีลรถไฟความเร็วสูงจีนราคาสุดพิเศษกับ Trip.com เพื่อเริ่มต้นเดินทางกันได้เลยนะคะ!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงบเที่ยวจีน
-
ไปจีนควรเตรียมเงินไปกี่บาท?
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและสไตล์การเที่ยว ทริป 3 วันสายกลางรวมตั๋วเครื่องบินอยู่ที่ ~13,000-21,000 บาท, ทริป 5 วันสายกลาง ~20,000-35,000 บาท และทริป 7 วันสายกลาง ~30,000-50,000 บาท แนะนำค่าใช้จ่ายรายวันไม่รวมตั๋วเครื่องบินไว้ที่ 1,500-2,500 บาท และเตรียมงบสำรองเผื่อไว้อีก 20-30% ของงบหลัก -
เงิน 100 หยวนจีน เท่ากับกี่บาทไทย?
อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน (ปี 2026) อยู่ที่ประมาณ 1 หยวน ≈ 4.9-5.2 บาท ดังนั้น 100 หยวน ≈ 490-520 บาท แนะนำเช็คอัตราแลกเปลี่ยนจริงก่อนเดินทางทุกครั้ง เพราะค่าเงินมีผันผวนตามสภาวะตลาด -
ข้าว 1 จาน ที่จีน กี่หยวน?
ราคาแตกต่างกันมากตามประเภทร้าน ร้านข้างทางหรือสตรีทฟู้ดอยู่ที่ 10-25 หยวน (50-125 บาท), ร้านอาหารทั่วไปนั่งในร้าน 25-60 หยวน (125-300 บาท) และร้านในห้างหรือร้านอาหารนานาชาติ 80-200 หยวน (400-1,000 บาท) โดยเฉลี่ย 1 มื้อในร้านท้องถิ่นอยู่ที่ประมาณ 30-50 หยวน (150-250 บาท) -
คนไทยต้องขอวีซ่าจีนไหม?
คนไทยได้รับการยกเว้นวีซ่าจีนอย่างถาวรตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 สามารถพำนักได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง ไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ เตรียมแค่หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมตั๋วเครื่องบินและหลักฐานที่พักก็พอ -
ช่วงไหนเที่ยวจีนราคาถูกที่สุด?
ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.-พ.ค.) และฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) คือช่วงที่ดีที่สุดทั้งในแง่ราคาและสภาพอากาศ ควรหลีกเลี่ยงตรุษจีน (ม.ค.-ก.พ.) และวันชาติจีน (1-7 ต.ค.) ซึ่งราคาตั๋วและที่พักขึ้นได้ 50-100% -
หากเดินทางเป็นกลุ่มหรือครอบครัว ควรวางแผนงบอย่างไรให้ประหยัด?
ไปเป็นกลุ่มหรือครอบครัวมีข้อได้เปรียบเรื่องงบหลายอย่าง ทั้งแชร์ค่าห้อง Twin/Triple ได้ถูกลงต่อหัว, นั่ง DiDi หรือแท็กซี่แชร์กันแทน Metro ได้ในบางสถานการณ์ และสั่งอาหารโต๊ะใหญ่แชร์กันได้ชิมหลายอย่างในราคาคุ้มกว่า ถ้ามีเด็กไปด้วย เตรียมงบเพิ่มสำหรับกิจกรรมและค่าอาหารเด็กประมาณ 500-800 บาทต่อวัน -
ถ้า WeChat Pay หรือ Alipay ใช้ไม่ได้ ควรทำอย่างไร?
เตรียมแผนสำรองไว้ 4 ระดับเลย ได้แก่ พกเงินสดหยวนไว้ 1,000-2,000 หยวนสำหรับกรณีฉุกเฉิน, มีบัตรเดบิต UnionPay หรือ Mastercard สำรอง, โหลดทั้ง Alipay และ WeChat Pay เพราะบางร้านรับเฉพาะแอปใดแอปหนึ่ง และเก็บเบอร์ธนาคารในไทยไว้สำหรับแจ้งอายัดบัตรกรณีฉุกเฉิน
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
เที่ยวจีนใช้เงินเท่าไหร่? คู่มือวางแผนงบฉบับสมบูรณ์ปี 2569
- ● ภาพรวมงบที่ควรรู้ก่อนจองตั๋วบินไปเที่ยวจีน
- ● ค่าใช้จ่ายก่อนออกเดินทาง
- ● ค่าใช้จ่ายรายวันเมื่อไปเที่ยวจีน
- ● เปรียบเทียบงบเที่ยวจีนแต่ละเมือง เมืองไหนประหยัดหรือแพงกว่ากัน?
- ● ตัวอย่างงบเที่ยวจีน: 3 วัน / 5 วัน / 7 วัน
- ● วิธีจ่ายเงินในจีน: รีวิว Alipay, WeChat Pay และควรพกเงินสดเท่าไหร่?
- ● ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวจีน
- ● เคล็ดลับประหยัดงบเที่ยวจีนให้คุ้มทุกหยวน
- ● แนะนำจัดสรรงบเที่ยวจีน แบ่งเงินอย่างไรให้งบไม่บาน
- ● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงบเที่ยวจีน
นักเขียนสายไลฟ์สไตล์ ป้ายยาแหล่งท่องเที่ยวสุดชิค พร้อมเคล็ดลับการท่องเที่ยวแบบคุ้มค่า ให้ทุกคนเที่ยวตามได้แบบเอ็นจอย
เนื้อหายอดฮิต
-
คู่มือท่องเที่ยว
-
โปรโมชั่น Trip.com
- china arrival card
- ส่วนลด trip.com
- ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ Trip.com
- วันหยุดจีน
- eSIM
- eSim จีน
- รถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้
- Trip.com Vip Lounge Access
- e cigarette on flight
- ที่พักเฉิงตู
- รถไฟใต้ดินปักกิ่ง
- การเลือกที่นั่งเที่ยวบิน Trip.com
- buy extra baggage airasia
- ขอคืนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- don mueang airport lounge
- รถไฟใต้ดินเซินเจิ้น
- สนามบินเฉิงตู เทียนฟู่ เข้าเมือง
- วิธีการชำระเงิน trip.com
- ขอเงินคืนโรงแรม Trip.com
- นโยบายการยกเลิก Trip.com
- esim คือ
- ข้อจำกัดการพกเงินสดยุโรป
- ยกเลิกเที่ยวบิน
- รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง
- เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- รถไฟจีน
- eSim ญี่ปุ่น
- laos to china train
- รถไฟใต้ดินหางโจว
- ที่เที่ยวเฉิงตู









































