

รวม 8 สวนสนุกญี่ปุ่น 2569 พิกัดสุดมันส์ ราคาตั๋ว และวิธีจองล่วงหน้า

โดย Nilyn's
22 เมษายน 2026

ใครที่รู้สึกว่าชีวิตช่วงนี้มันจืดชืดเกินไป แนะนำเลยว่าการเก็บกระเป๋าแล้ววาร์ปไปเติมอะดรีนาลีนที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นอะไรที่ถูกต้องสุด ๆ หรือใครที่คิดจะไปเที่ยวญี่ปุ่นอยู่แล้วแต่อยากเติมความมันส์ให้สนุกแบบจัดเต็ม บอกเลยว่าแดนปลาดิบเค้าไม่ได้มีดีแค่ปลาดิบ หรือ วัดวาอาราม และสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเท่านั้น แต่ญี่ปุ่นยังเป็นศูนย์รวมความบันเทิงระดับโลกที่พร้อมจะทำให้หัวใจของคุณเต้นแรงจนเกือบลืมหายใจได้ง่าย ๆ การไปเที่ยว สวนสนุกญี่ปุ่น ถ้าจะให้พูดกันตรง ๆ ก็คือไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการได้เข้าไปเล่นเครื่องเล่นแค่นั้น แต่ยังเป็นเหมือนการได้หลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นความล้ำของเทคโนโลยี แสง สี เสียง หรือการบริการแบบโอมิเทนาชิที่หาจากที่ไหนไม่ได้ในโลก ทุกจุดทุกมุมถูกดีไซน์มาเพื่อสร้างความสุขแบบตะโกน รับรองเลยว่าใครที่ได้ไปแล้วต้องอยากกลับไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบไม่มีเบื่อแน่นอน 🤗✈️🎠🛝🎡🎢
มัดรวม 8 สวนสนุกญี่ปุ่นที่ดีที่สุด โตเกียว โอซาก้า และทั่วประเทศ
คัดมาให้แบบเน้นคุณภาพ สำหรับใครที่อยากจัดทริป สวนสนุกญี่ปุ่นแบบมันส์สะบัด มีครบทุกสไตล์ตั้งแต่มุ้งมิ้งไปจนถึงอดรีนาลีนหลั่งขั้นสุด ลิสต์นี้คือที่สุดของความพีคแบบคัดมาแล้วเน้นๆ เพราะ สวนสนุกญี่ปุ่น ในปี 2569 บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ แต่ละที่คืออัปเลเวลโปรดักชันไปไกลมาก ไม่ว่าคุณจะสายท้าทายที่ชอบเครื่องเล่นหวาดเสียว หรือ จะเป็นสายเสพงานอาร์ตเดินถ่ายรูปชิคๆ ในโลกการ์ตูน ข้อมูลที่เราจัดมาให้คืออัปเดตล่าสุด ทั้งพิกัด ความอลังการ รวมทั้งราคาตั๋วที่ต้องจ่ายจริงแบบไม่มีกั๊ก ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวแบบชาร์จพลังชีวิตให้พุ่งพล่าน เตรียมเซฟลิสต์ 8 สวนสนุกญี่ปุ่นที่ดีที่สุด นี้ไว้ได้เลย
1. โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland) ดินแดนแห่งความฝันที่ไม่มีวันหลับใหล – ชิบะ

ถ้าจะพูดถึงต้นตำรับ สนุกญี่ปุ่น ความจึ้งที่ครองใจคนทั้งโลก ยังไงก็ต้องยกให้ Tokyo Disneyland แห่งจังหวัดชิบะที่ใกล้โตเกียวแค่เอื้อม ที่นี่คือสวนสนุกในธีมอาณาจักรแห่งความสุขที่อัดแน่นไปด้วยความคลาสสิกแบบไม่กั๊ก ภายในแบ่งออกเป็น 7 โซนที่มีคาแรกเตอร์ในตำนานเดินกันให้ว่อน แต่ไม่ต้องกลัวเลยว่าเค้าจะคลาสสิกจนไม่มีอะไรใหม่ ๆ เพราะล่าสุดทาง Tokyo Disneyland เค้าอัปเกรดความสดใหม่ด้วยโซน New Fantasyland ที่ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบมาก โดยเฉพาะปราสาทของโฉมงามกับเจ้าชายอสูรที่ยิ่งใหญ่อลังการจนเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังจริงๆ ใครที่ชอบฟีลเดินในหมู่บ้านยุโรปท่ามกลางบรรยากาศการ์ตูนดิสนีย์ที่คุ้นเคย บอกเลยว่าที่นี่คือที่สุดของความฟิน ใครอยากสนุกแบบสุดเหวี่ยงแนะนำให้ซื้อตั๋ว Disney Premier Access เพราะจะได้สิทธิ์ใช้ทางด่วนสำหรับเครื่องเล่นตัวท็อปๆ เพื่อเซฟเวลาเอาไว้ไปเดินช้อปปิ้ง หรือ ดูขบวนพาเหรดได้แบบฉ่ำๆ ไม่ต้องมัวแต่ยืนรอคิวให้หงุดหงิด ใครอยากมาสัมผัสเวทมนตร์แบบเต็มกราฟ ต้องรีบลิสต์ที่นี่ไว้ในทริปเที่ยวญี่ปุ่น รอบนี้ด่วนเลย
- ไฮไลต์: โซนใหม่ล่าสุดอย่าง "Enchanted Tale of Beauty and the Beast" ที่คุณจะได้นั่งถ้วยหมุนเข้าไปในปราสาทเจ้าชายอสูร บอกเลยว่าเทคนิคสมจริงจนขนลุก
- ค่าตั๋ว: ราคาแบบ Flexible Rate อยู่ที่ 7,900 - 10,900 เยน (ประมาณ 1,900 - 2,600 บาท) ขึ้นอยู่กับวันที่ไป
- การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Keiyo Line หรือ Musashino Line ลงสถานี Maihama เดินต่ออีกนิดก็ถึงเลย
2. โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea) โลกนิทานที่จับต้องได้จริง – ชิบะ

อีกหนึ่งอาณาจักรของคนรัก Disney แต่ที่นี่เป็น สวนสนุกญี่ปุ่น ที่เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ฟีลผจญภัยที่ดูโตขึ้นมาหน่อย Tokyo DisneySea เป็นดิสนีย์ธีมมหาสมุทรแห่งเดียวในโลก เพราะฉะนั้นนี่คือสวนสนุกในญี่ปุ่นที่ยืนหนึ่งเรื่องความสวยงาม และ บรรยากาศที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้วแน่นอน ยิ่งตอนนี้โซน Fantasy Springs ที่รวมเอา Frozen, Tangled และ Peter Pan มาไว้ในที่เดียวเปิดให้บริการแบบเต็มระบบแล้ว บอกเลยว่าคุณจะได้หลุดเข้าไปในโลกของ Frozen แบบเหมือนเดินอยู่ในเอเรนเดลล์ของจริง หรือ จะไปล่องเรือกับราพันเซลชมโคมลอยสุดโรแมนติกที่นี่ก็ทำถึงสุด ๆ
- ไฮไลต์: Journey to the Center of the Earth เครื่องเล่นที่พาคุณดิ่งลงจากภูเขาไฟ Prometheus และการแสดงโชว์บนน้ำยามค่ำคืนที่ใช้โดรนและพลุแบบจัดเต็ม
- ค่าตั๋ว: ราคาเริ่มต้นเท่ากับดิสนีย์แลนด์ 7,900 - 10,900 เยน
- การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงสถานี Maihama เหมือนเดิม แล้วต่อ Disney Resort Line ไปลงที่ DisneySea Station
3. ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน (USJ) สวรรค์ของติ่งมาริโอ้และดองกี้คอง – โอซาก้า

ข้ามมาที่ สวนสนุกญี่ปุ่น ฝั่งคันไซกับ Universal Studios Japan หรือ USJ เมืองโอซาก้า ที่นี่คือความบันเทิงระดับพระกาฬ ที่รวมเอาโลกของหนังดังมาไว้ให้เราได้สัมผัสจริง ทั้งบรรยากาศที่คึกคึกและโซนใหม่ที่อัปเกรดตลอดเวลา โดยเฉพาะโซน Super Nintendo World ที่ตอนนี้ไม่ได้มีแค่มาริโอ้แล้ว เพราะเค้าขยายพื้นที่เพิ่มโซน Donkey Kong Country มาให้เราได้กรี๊ดจนคอแตกกับรถไฟเหาะแนวใหม่ที่สนุกหยดติ๋งกว่าเดิม และที่สำคัญคือโซน The Wizarding World of Harry Potter ที่เก็บรายละเอียดหมู่บ้านฮอกส์มี้ดได้กริบมาก เครื่องเล่นตัวท็อปอย่าง Harry Potter and the Forbidden Journey ก็คือที่สุดของงาน 4D ที่จะพาคุณขี่ไม้กวาดโฉบไปมาจนลืมไปเลยว่านั่งอยู่บนเก้าอี้ บอกเลยต้องลองจิบ Butterbeer ราคา 700 - 1,200 เยน (แล้วแต่จะเลือกแก้วที่ระลึกไหม) รสชาติหวานมันไม่มีแอลกอฮอล์ จิบแล้วถ่ายรูปคู่กับปราสาทฮอกวอตส์คือจึ้งมาก และอย่าลืมแวะไปโซน Minion Park หาซื้อมินเนี่ยนป๊อปคอร์นรสกล้วยมาเคี้ยวเพลินๆ ด้วยนะ
ที่สำคัญคือการเข้าโซนนี้ต้องมี Area Timed Entry Ticket หรือ Power-Up Band ถึงจะสนุกได้แบบเต็มกราฟ สำหรับใครที่ไม่อยากยืนรอคิวนานจนขาแข็ง การลงทุนซื้อ Express Pass คือทางออกที่เริ่ดที่สุด เพราะไม่ต้องไปยืนตากแดดรอคิวให้เหนื่อย หรือ เสียเวลา
- ไฮไลต์: Super Nintendo World ที่คุณต้องมีสายรัดข้อมือ Power-Up Band เพื่อไปชกบล็อกเก็บเหรียญเหมือนในเกมมาริโอ้จริงๆ และ Harry Potter and the Forbidden Journey ที่ยังคงความขลังจนถึงตอนนี้
- ค่าตั๋ว: 1-Day Studio Pass ราคาประมาณ 8,600 - 10,400 เยน แนะนำให้ซื้อ Express Pass เพิ่มถ้าไม่อยากยืนขาแข็งรอคิว
- การเดินทาง: จากสถานี Osaka นั่ง JR Sakurajima Line ไปลงสถานี Universal City
4. ฟูจิคิวไฮแลนด์ (Fuji-Q Highland) สนามประลองของคนใจถึง – ยามานาชิ

นี่คือ สวนสนุกญี่ปุ่น ที่เป็นสวรรค์ของคนรักความเสียวที่แท้จริง Fuji-Q Highland ขึ้นชื่อเรื่องการทำลายสถิติโลกของเครื่องเล่นสุดโหด พร้อมกับวิวยอดเขาฟูจิที่สวยแบบลืมกลัวไปได้แบบชั่ววูบ (แต่ก็กลับมาเสียวใหม่อยู่ดี😂) บอกเลยถ้าคุณชอบความตื่นเต้นแบบสุดขีด ฟูจิคิวไฮแลนด์ คือสวนสนุกที่คุณต้องตรงดิ่งเข้ามาแบบไม่ต้องลังเล รถไฟเหาะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความเสียวระดับโลก ทั้งความชัน ความเร็ว และแรงเหวี่ยงที่ทำให้ลืมหายใจไปชั่วขณะ แถมยังมีบ้านผีสิงระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องความสยองจนต้องร้องขอชีวิต
ความเก๋ของการได้มาเล่นเครื่องเล่นที่นี่คือวิวภูเขาไฟฟูจิที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังแบบเห็นชัด ๆ ตอนที่รถไฟเหาะกำลังพุ่งดิ่งลงมาแล้วเห็นฟูจิซังอยู่ตรงหน้าคือภาพที่จำไม่ลืมแน่นอน แต่เตือนไว้ก่อนนะว่าที่นี่ไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อน เพราะเครื่องเล่นแต่ละตัวคือจัดเต็มระดับสิบแบบไม่มีกั๊ก
- ไฮไลต์: Fujiyama รถไฟเหาะระดับตำนานที่สูงและเร็วมาก หรือจะเป็น Takabisha ที่มีองศาการทิ้งตัวชันถึง 121 องศา และที่ขาดไม่ได้คือบ้านผีสิงโรงพยาบาลร้างที่ยาวที่สุดในโลก
- ค่าตั๋ว: เข้าฟรี! แต่ต้องจ่ายค่าเครื่องเล่นแยก หรือซื้อ Free Pass ราคาประมาณ 6,000 - 7,800 เยน
- การเดินทาง: นั่งรถบัสตรงจาก Shinjuku หรือนั่งรถไฟสาย Fuji Excursion มาลงสถานี Fujikyu-Highland
5. เลโก้แลนด์ เจแปน (Legoland Japan) – นาโกย่า

สำหรับใครที่ชอบงานคราฟต์ งานสร้างสรรค์ หรือ อยากได้มุมถ่ายรูปที่สีสันสดใสแบบไม่ซ้ำใคร Legoland Japan คือที่ของคุณ เมืองจำลองจากตัวต่อเลโก้ที่เก็บรายละเอียดได้เป๊ะปังสุดๆ ยิ่งถ้าทริปนี้มีเด็กๆ มาด้วย เลโก้แลนด์ เจแปน ยิ่งคือสวรรค์ของจริง ทุกอย่างถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสเกลของเด็ก ทั้งเครื่องเล่นที่ปลอดภัยและสนุก รวมถึงโซน Miniland ที่เอาเลโก้มาต่อเป็นเมืองจำลองของญี่ปุ่นได้แบบว้าวมาก ความดีงามอีกอย่างคือโรงแรมที่นี่ตกแต่งเป็นธีมเลโก้ทุกห้อง มีพื้นที่ให้น้องๆ ได้ต่อเลโก้กันแบบจุใจ เป็นการเที่ยวที่พ่อแม่จะได้พักผ่อนจริงๆ เพราะเด็กๆ จะยุ่งกับการสำรวจโลกเลโก้จนลืมงอแงไปเลย
- ไฮไลต์: โซน Miniland ที่รวมสถานที่สำคัญของญี่ปุ่นมาสร้างด้วยเลโก้กว่า 10 ล้านชิ้น และโซน Lego Factory ที่เราจะได้เห็นกระบวนการผลิตเลโก้ตั้งแต่ต้น
- ค่าตั๋ว: ประมาณ 4,500 - 7,400 เยน (ขึ้นอยู่กับว่าจองล่วงหน้านานแค่ไหน)
- การเดินทาง: จากสถานี Nagoya นั่งรถไฟสาย Aonami Line มาลงสถานี Kinjo-futo
6. เฮาส์เทนบอช (Huis Ten Bosch) – นางาซากิ

เปลี่ยนบรรยากาศจากเครื่องเล่นหวาดเสียวมาเป็นเดินชิลล์ใน Huis Ten Bosch เมืองสไตล์ยุโรปที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น พื้นที่กว้างขวางมากจนเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเนเธอร์แลนด์จริงๆ ยังไงอย่างงั้นเลย ที่นี่จะทำให้คุณลืมภาพสวนสนุกแบบเดิมที่ต้องไปยืนเบียดกับคนเป็นหมื่นไปได้เลย เพราะนี่คือการยกเนเธอร์แลนด์มาวางไว้ที่คิวชูแบบเนี้ยบทุกตารางนิ้ว ฟีลเหมือนแกวาร์ปไปเดินเล่นที่ยุโรปจริงๆ ทั้งคลองที่ขุดยาวผ่านเมืองและตึกอิฐสไตล์ดัตช์ที่คูลสุด ๆ ไฮไลต์เด็ดคือการล่องเรือชมเมืองตอนพระอาทิตย์ตกดินที่บรรยากาศได้มาก
ทีเด็ดที่ทำให้ที่นี่ชนะขาด สวนสนุกญี่ปุ่น หลายๆที่ คือช่วงกลางคืน เพราะเขาถมไฟ Illumination กว่า 13 ล้านดวงจนกลายเป็นอาณาจักรแสงสีที่อลังการที่สุดในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนก็เจอแต่ความว้าวแบบไม่มีพัก ยิ่งถ้าใครชอบงานอาร์ตล้ำๆ หรืออยากได้รูปโปรไฟล์ใหม่ที่ดูแพงและไม่โหล พิกัดนี้คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
- ไฮไลต์: ม้าหมุน Sky Carousel 3 ชั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก และในช่วงกลางคืนจะมีการจัดแสดงไฟ Kingdom of Lights ที่ใช้หลอดไฟมากกว่า 13 ล้านดวง สวยจนหยุดถ่ายรูปไม่ได้
- ค่าตั๋ว: 1-Day Passport ราคา 7,400 เยน (ประมาณ 1,700 บาท)
- การเดินทาง: จากสถานี Hakata (Fukuoka) นั่งรถไฟ Express Huis Ten Bosch ตรงมาลงที่หน้าสวนสนุกได้เลย
7. ซานริโอ พูโรแลนด์ (Sanrio Puroland) – โตเกียว

เอาใจคนรักความ Cute แบบ 100% กับ Sanrio Puroland สวนสนุกในร่มที่ไม่ว่าจะร้อนหรือฝนตกก็เที่ยวได้แบบจอยๆ พบกับกองทัพ Hello Kitty, My Melody และ Kuromi ที่จะมาละลายหัวใจทุกคน แบบเดินไปเดินมาให้แกได้ถ่ายรูปคู่แบบใกล้ชิด ซานริโอ พูโรแลนด์ ตั้งอยู่โซน Tama Center โตเกียว ความเริ่ดคือที่นี่เป็นสวนสนุกในร่มแบบ 100% ไม่ต้องแคร์แดด หรือ ฝน ดีไซน์ทุกอย่างข้างในคือทำถึง ตั้งแต่คาเฟ่ที่เสิร์ฟข้าวแกงกะหรี่สีชมพูยันโชว์มิวสิคัลสุดอลังการที่โปรดักชันเนี้ยบระดับละครเวที จุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวแห่มาที่นี่ก็เพราะความ Aesthetic ของทุกมุมที่ออกแบบมาเพื่อสายคอนเทนต์โดยเฉพาะ โดยเฉพาะโซน Lady Kitty House ที่จัดพร็อพไว้ให้ถ่ายรูปจนเมมเต็มแน่นอน ใครที่เบื่อการยืนตากแดดรอคิวเครื่องเล่นกลางแจ้ง แล้วอยากเปลี่ยนมาเดินเสพงานศิลป์สายแบ๊วที่ดูชิค และ ทันสมัย แนะนำให้จอง ตั๋วสวนสนุกญี่ปุ่น ของที่นี่ไว้ในลิสต์เลย
- ไฮไลต์: การแสดงพาเหรดที่โปรดักชันระดับละครเวที และคาเฟ่ที่มีเมนูอาหารสุดน่ารักจนไม่กล้ากิน
- ค่าตั๋ว: ราคาประมาณ 3,600 - 5,300 เยน (ขึ้นอยู่กับวัน)
- การเดินทาง: นั่งรถไฟจาก Shinjuku มาลงสถานี Tama-Center เดินต่ออีก 5 นาที
8. นางาชิมะ สปาแลนด์ (Nagashima Spa Land) – มิเอะ

ถ้าพูดถึง สวนสนุกญี่ปุ่น ที่มีรถไฟเหาะเยอะที่สุด ต้องยกให้ Nagashima Spa Land เลย ที่นี่รวบรวมเครื่องเล่นสายฮาร์ดคอร์ไว้เพียบ และยังมีสวนน้ำขนาดใหญ่ในที่เดียวกันอีกด้วย สายลุยที่ชอบความเสียวแบบ Non Stop ต้องมาจบที่นี่ เพราะนี่คืออาณาจักรเครื่องเล่นสุดโหดที่รวมรถไฟเหาะตัวท็อปไว้มากที่สุดในญี่ปุ่น ไฮไลต์ที่ต้องโดนคือ Steel Dragon 2000 รถไฟเหาะที่ยาวที่สุดในโลก พุ่งดิ่งลงมาทีคืออะดรีนาลีนพุ่งทะลุปรอทไปเลย หรือ ใครอยากจะไปลอง Hybrid Coaster อย่าง Hakugei ที่ผสมผสานงานไม้กับเหล็กเข้าด้วยกันจนได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่หาจากที่ไหนไม่ได้ก็บอกเลยว่าต้องโดนใจขาลุยสุด ๆ
แต่ความเจ๋งของที่นี่ไม่ได้มีแค่เรื่องความสูงและความเร็ว เพราะยังมีโซนสวนน้ำขนาดใหญ่ที่เปิดให้โดดลงไปคลายร้อนในช่วงซัมเมอร์ พร้อมด้วยออนเซ็นระดับพรีเมียมให้แช่ผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังจากกรี๊ดจนคอแตกมาทั้งวัน เรียกว่ามาที่เดียวได้ครบทั้งความระทึกและการพักผ่อนแบบเต็มกราฟ เดินทางจากนาโกย่าแป๊บเดียวถึง ใครอยากพิสูจน์ความใจถึงของตัวเอง ปักหมุดที่นี่ไว้ได้เลย ไม่ผิดหวังแน่นอน
- ไฮไลต์: Steel Dragon 2000 รถไฟเหาะที่ยาวที่สุดในโลก และ Hakugei รถไฟเหาะโครงสร้างไม้ผสมเหล็กที่เหวี่ยงได้สะใจสุดๆ
- ค่าตั๋ว: ประมาณ 5,800 เยนสำหรับ Free Pass
- การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี Nagoya หรือ Sakae ใช้เวลาประมาณ 50 นาที
เปรียบเทียบ สวนสนุกญี่ปุ่น เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

การจะเลือกจิ้มว่าทริปนี้จะไปเช็กอินที่ สวนสนุกญี่ปุ่น ที่ไหนดี ต้องดูที่ไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นหลักด้วย เพราะแต่ละที่ก็มีจุดขายที่แตกต่างกัน บางคนอยากไปเดินเล่นสวยๆ ถ่ายรูปอัปลงโซเชียลแบบฉ่ำๆ แต่บางคนคือสายลุยที่ขอแค่ความเสียวระดับหยุดหายใจก็พอใจสำหรับทริปสนุกสุดมันส์ในญี่ปุ่นแล้ว ตารางข้างล่างนี้เราสรุปมาให้แบบชัดๆแล้วว่าใครเหมาะพิกัดไหนมากที่สุด
แนวที่ชอบ | สวนสนุกญี่ปุ่น ที่แนะนำ |
สายเทพนิยาย ถ่ายรูปฉ่ำ | Tokyo Disneyland, Sanrio Puroland เหมาะกับคนที่อยากหลุดเข้าไปในโลกนิทาน เน้นเก็บภาพความทรงจำมุ้งมิ้ง แสงสวย พร็อพแน่น ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูเป็นลูกรักพระเจ้า |
สายโปรดักชันหนัง แฟนคลับมาริโอ้ | Universal Studios Japan ใครที่อยากสัมผัสเบื้องหลังความอลังการของโลกภาพยนตร์ และอยากลองใช้ชีวิตในเกมมาริโอ้แบบสับๆ ต้องที่นี่เท่านั้น พลังงานความตื่นเต้นพุ่งทะลุปรอทแน่นอน |
สายเสียวหลุดโลก อะดรีนาลีนพุ่ง | Fuji-Q Highland, Nagashima Spa Land สวรรค์ของคนใจถึงที่ชอบความท้าทายระดับโลก รถไฟเหาะแต่ละตัวคือคัดมาเพื่อทำให้ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียวจริง กรี๊ดจนคอแตกของจริง |
สายคูล บรรยากาศยุโรป | Huis Ten Bosch สำหรับคนรักความสุนทรีย์ อยากเดินชิลล์ในเมืองจำลองเนเธอร์แลนด์แบบเท่ๆ ถ่ายรูปฟีลต่างประเทศได้ร้อยรูปภายในวันเดียว พร้อมดูไฟตอนกลางคืนที่อลังการที่สุด |
สายกิจกรรมครอบครัว งานสร้างสรรค์ | Legoland Japan เน้นการใช้จินตนาการแบบไร้ขีดจำกัด เดินดูเมืองจำลองที่สร้างจากเลโก้แบบละเอียดยิบ เหมาะกับคนที่ชอบความสร้างสรรค์และอยากทำกิจกรรมร่วมกับแก๊งเพื่อนหรือครอบครัว |
























ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเที่ยว สวนสนุกญี่ปุ่น

การจะไปเที่ยว สวนสนุกญี่ปุ่น ให้สนุก สภาพอากาศเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เพราะถ้าไปผิดช่วงอาจจะเจอคิวมหาโหด หรือ อากาศที่ไม่เป็นใจเอาได้ บอกเลยว่าถ้าสภาพอากาศเหมาะสมก็จะส่งผลให้ทริปของคุณราบรื่นแบบสนุกสุด ๆ ใครอยากวางแผนไปเที่ยว สวนสนกญี่ปุ่น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดเราเตรียมข้อมูลมาให้แล้ว 👇🏻
ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง: ช่วงที่อากาศเป็นใจที่สุด

ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม และ กันยายน - พฤศจิกายน คือเวลาที่เหมาะมากสำหรับการไปลุย สวนสนุกญี่ปุ่น เพราะอากาศเย็นสบายแบบเดินได้ทั้งวันไม่เหนื่อยหอบ ไม่ต้องทนร้อนจนหน้าเยิ้มหรือทนหนาวจนตัวสั่น แถมยังมีโบนัสเป็นดอกซากุระสวย ๆ และใบไม้เปลี่ยนสีที่ช่วยให้บรรยากาศในสวนสนุกดูน่าสนใจขึ้นอีกหลายเท่า
ช่วงฤดูกาล | สภาพอากาศและสิ่งที่ต้องเจอ | ข้อควรรู้ในการวางแผน |
ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - พ.ค.) | อากาศเย็นกำลังดี เดินสบายมาก บรรยากาศสดใสเพราะเป็นช่วงซากุระบาน | นักท่องเที่ยวเยอะมหาศาล โดยเฉพาะช่วง Golden Week (ปลายเมษา - ต้นพฤษภา) ที่คนแน่นเป็นพิเศษ ถ้าไม่อยากยืนรอคิวนานจนท้อควรเลี่ยงช่วงนี้ |
ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - พ.ย.) | อากาศเริ่มกลับมาเย็นสบายอีกครั้ง ใบไม้เปลี่ยนสีสวยและถ่ายรูปสวยมาก | เป็นช่วงที่คนเยอะเพราะมีเทศกาลฮาโลวีน ซึ่งแต่ละที่จัดเต็มมาก ควรเช็กวันหยุดของคนญี่ปุ่นให้ดีก่อนจองตั๋วจะได้ไม่ไปเบียดกับใคร |
ฤดูหนาว: เทศกาลแสงไฟและบรรยากาศพิเศษ

เดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ จะได้สัมผัสบรรยากาศคริสต์มาสและปีใหม่ที่โรแมนติกแบบของจริง แม้อากาศจะหนาวจนสั่นแต่การประดับไฟใน สวนสนุกญี่ปุ่น ช่วงนี้คือที่สุดของความอลังการ แสงสีเสียงจัดเต็มจนเหมือนหลุดเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่งที่หาดูได้เฉพาะฤดูกาลนี้เท่านั้น
ช่วงฤดูกาล | สภาพอากาศและสิ่งที่ต้องเจอ | ข้อควรรู้ในการวางแผน |
ฤดูหนาว (ธ.ค. - ก.พ.) | หนาวจัดและลมแรง ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวและอุปกรณ์กันหนาวมาให้พร้อมสู้ | การประดับไฟยามค่ำคืนสวยงามและดูมีเสน่ห์กว่าฤดูอื่นแบบเห็นได้ชััด แถมยังมีโชว์พิเศษเฉพาะช่วงคริสต์มาสที่ห้ามพลาดอีกด้วย |
บรรยากาศพิเศษ | มีเครื่องดื่มร้อน ๆ และ อาหารเฉพาะซีซั่นวางขายไปทั่วสวนสนุก | ช่วงปลายเดือนธันวาคมคนจะเยอะมากเพราะเป็นเทศกาลส่งท้ายปี แต่ถ้าไปช่วงกลางเดือนมกราคมคนจะเริ่มซาลงทำให้เที่ยวได้สบายขึ้น |
วิธีเดินทางไปสวนสนุกญี่ปุ่นและการวางแผนเส้นทาง

ใครอยากวางแผนเส้นทางไปเที่ยว สวนสนุกญี่ปุ่น แบบเก็บได้หลาย ๆ ที่ในทริปเดียว บอกเลยสำหรับการเดินทางในญี่ปุ่นยุคนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งปวดหัวหรือกลัวหลงอีกต่อไป เพราะระบบขนส่งของที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องไร้รอยต่อสุด ๆ การทำความเข้าใจวิธีเดินทาง และ การวางแผนเส้นทางที่ดีจะช่วยให้คุณเหลือ Energy ไปไว้ใช้ในสวนสนุกได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำแบบไม่หมดแรงไปซะก่อน มาดูกันเลยว่าวิธีเดินทางไป สวนสนุกญี่ปุ่น ตั้งแต่เริ่มต้นจากไทยต้องวางแผนยังไงบ้าง
จองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้า ประหยัดกว่าแน่นอน
แน่นอนว่าจะเดินทางไปญี่ปุุ่น การจองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้า เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าคุณอยากเซฟงบและได้ราคาที่ไม่ต้องจ่ายแพง ลองจองตั๋วเครื่องบินผ่าน Trip.com ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 เดือน หรือ คอยติดตามข่าวสรโปรโมชั่นจะช่วยให้คุณได้ราคาดีที่สุด และ อีกอย่างที่สำคัญคือควรเลือกที่พักที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟหลัก หรือ สถานีที่มีรถบัสตรงเข้าสวนสนุก จะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาก แถมยังไม่ต้องเดินไกล ๆ ให้เหนื่อย อย่ามองแค่ที่พักราคาถูกแล้วต้องไปนอนไกลๆ เพราะค่ารถไฟและความเหนื่อยบอกเลยว่าไม่คุ้มกัน เช่น ถ้าจะไปดิสนีย์แลนด์ การพักแถว Urayasu หรือ สถานี Tokyo คือสะดวกสุดๆ
เส้นทางแนะนำ: เที่ยวหลาย สวนสนุกญี่ปุ่น ในทริปเดียว
สำหรับใครที่มีเวลาสัก 7-10 วัน แล้วอยากใช้ตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นให้คุ้มค่าที่สุด การจัดทริปแบบเก็บครบจบในรอบเดียว เป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก แนะนำว่าควรเริ่มสตาร์ทความสนุกด้วยการบินลงโตเกียวเพื่อเก็บความมุ้งมิ้งที่ Tokyo Disney และ Sanrio Puroland ก่อน จากนั้นค่อยนั่ง Shinkansen ลงไปทางใต้เพื่อไปลุยต่อที่นาโกย่า และ โอซาก้า การวางแผนโดยใช้เส้นทางตามเส้นทางรถไฟ Shinkansen จะช่วยให้คุณไม่เสียเวลาวนไปมา และได้เก็บแต้มความสนุกแบบครบทุกภูมิภาคในทริปเดียว ลองดูข้อมูลในตารางนี้ เพื่อที่คุณจะได้วางแผนเส้นทางได้อย่างรวดเร็ว
วันที่เดินทาง | แผนลุยสวนสนุก | วิธีการเดินทางและสถานีที่ต้องลง |
1-2 | Tokyo Disneyland & DisneySea | บินลงโตเกียว (NRT/HND) แล้วนั่งรถไฟ JR Keiyo Line ไปลงสถานี Maihama แนะนำให้พักแถวนี้เลยเพื่อความสะดวก |
3 | Sanrio Puroland | จากสถานี Shinjuku นั่งรถไฟสาย Keio Line ยาวๆ มาลงที่สถานี Tama-Center เดินต่ออีกนิดก็เจอโลกของคิตตี้แล้ว |
4 | Fuji-Q Highland | นั่งรถบัส Highway Bus จาก Shinjuku หรือรถไฟ Fuji Excursion ไปลงสถานี Fujikyu-Highland สัมผัสความเสียววิวฟูจิ |
5 | Legoland Japan | นั่ง Shinkansen จากโตเกียวมาลงสถานี Nagoya แล้วต่อสาย Aonami Line ไปลงสถานี Kinjo-futo เก็บความสนุกที่นาโกย่า |
6 | Nagashima Spa Land | จากสถานี Nagoya ไปที่ Meitetsu Bus Center แล้วนั่งรถบัสตรงไปลงหน้าสวนสนุกได้เลย ใช้เวลาแค่ 50 นาที |
7-8 | Universal Studios Japan (USJ) | นั่งรถไฟจากนาโกย่ามาโอซาก้า แล้วต่อสาย JR Sakurajima Line ไปลงสถานี Universal City เพื่อวาร์ปเข้าโลกมาริโอ้ |
9-10 | Huis Ten Bosch | นั่ง Shinkansen จากโอซาก้าไปลง Hakata แล้วต่อรถไฟด่วนสาย Huis Ten Bosch ยิงยาวถึงหน้าสวนสนุกที่นางาซากิ |
2 เคล็ดลับสำคัญก่อนเที่ยวสวนสนุกญี่ปุ่น

ก่อนจะพุ่งตัวออกไปตะลุยความสนุกที่ สวนสนุกญี่ปุ่น ถ้าไม่อยากให้ทริปในฝันกลายเป็นฝันร้ายควรเตรียมตัวล่วงหน้าบอกเลยว่าสำคัญมาก ๆ ถ้าไปแบบตัวเปล่าโดยไม่มีการเตรียมตัว คุณอาจเสียเวลาและเสียโอกาสในการเก็บเครื่องเล่นตัวท็อปไปอย่างน่าเสียดายที่สุด นี่คือ 2 หัวใจหลักที่ถ้าคุณอยากไปญี่ปุ่นต้องทำทันทีถ้าอยากได้ความจอยแบบ 100% 👇🏻
1. ซื้อตั๋ว สวนสนุกญี่ปุ่น ล่วงหน้า ประหยัดเวลาและเงิน
การไปยืนต่อแถวซื้อตั๋วหน้าทางเข้าสวนสนุกเป็นอะไรที่นอกจากจะเสียเวลาแล้วบางวันตั๋วอาจจะเต็มจนทำให้คุณอดเข้าไปตะลุยความสนุกอีกต่างหาก การจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าไปเลย คือ สิ่งที่จะช่วยให้คุณสะดวกและเที่ยวสนุกเพิ่มขึ้นมาก เพราะแค่ยื่น QR Code ตั๋วออนไลน์ ก็เข้างานได้แบบเริ่ด ๆ ไม่ต้องรอคิวนาน แถมบางทียังได้โปรโมชันราคาพิเศษที่ถูกกว่าไปซื้อเองด้วย
2. วางแผนเส้นทางในสวนสนุกให้คุ้มค่าที่สุด
สำหรับการวางแผนเส้นทางในสวนสนุกให้คุ้มค่าที่สุด แนะนำให้โหลดแอปพลิเคชันของแต่ละสวนสนุกติดมือถือของคุณเอาไว้ เพื่อเช็กเวลารอคิวได้แบบ Real-time และ อย่าลืมกดจองตั๋วคิวแบบ Fast Pass หรือ Entry Request ทันทีที่เข้าประตูไป เพื่อที่จะได้เล่นเครื่องเล่นตัวท็อปโดยไม่ต้องรอคิวนาน 3-4 ชั่วโมง ให้เสียเวลาไปเล่นอย่างอื่นต่อ
ราคาตั๋วสวนสนุกญี่ปุ่น 2569 และงบประมาณที่ควรเตรียม

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนควักกระเป๋าจ่ายค่าตั๋ว สวนสนุกญี่ปุ่น เพราะการไปตะลุยพิกัดสวนสนุกแต่ละที่ในปี 2569 การรู้ราคาที่อัปเดตล่าสุดจะช่วยให้คุณคุมงบในกระเป๋าของคุณได้แบบมือโปร ไม่ต้องเสียเวลาไปลุ้นว่าเงินจะพอไหม ข้อมูลที่รวบรวมมาให้ด้านล่างนี้คือราคาตั๋ววันเดียว (1-Day Passport) สำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุด ลองมาดูกันเลยว่าแต่ละพิกัด มีราคาเท่าไหร่กันบ้าง จะได้เตรียมงบได้ถูกและเลือกสวนสนุกที่ถูกใจได้ไม่ยาก 🤗
รายชื่อสวนสนุก | ราคาตั๋ว (เยน) | ราคา (บาท) | ลิงก์จองผ่าน Trip.com |
Tokyo Disneyland | 7,900 - 10,900 | 1,860 - 2,560 | |
Tokyo DisneySea | 7,900 - 10,900 | 1,860 - 2,560 | |
Universal Studios Japan | 8,600 - 10,400 | 2,020 - 2,450 | |
Fuji-Q Highland | 6,000 - 7,800 | 1,410 - 1,840 | |
Legoland Japan | 4,500 - 7,400 | 1,060 - 1,740 | |
Huis Ten Bosch | 7,400 - 7,600 | 1,740 - 1,790 | |
Sanrio Puroland | 3,600 - 5,300 | 850 - 1,250 | |
Nagashima Spa Land | 5,800 | 1,365 |
หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนอาจมีการเปลี่ยนแปลง และ ราคาตั๋วในบางแห่งอาจขยับขึ้นลงตามความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน การจองล่วงหน้าผ่าน Trip.com จะช่วยให้คุณล็อกราคาที่แน่นอนและมั่นใจได้ว่ามีตั๋วเข้าแน่นอน
อาหารและร้านอาหารในสวนสนุกญี่ปุ่น ที่ไม่ควรพลาด

ไปใช้พลังในสวนสนุกแบบสุดเหวี่ยงทั้งทีก็ต้องกินให้สุด เพราะอาหารใน สวนสนุกญี่ปุ่น เค้าขึ้นชื่อเรื่องการทำเมนู Limited ที่เห็นแล้วต้องรีบควักเงินจ่ายแบบไม่ต้องคิดเยอะ แต่รสชาติคือของจริงที่คัดมาแล้วว่าดีงามจนนักท่องเที่ยวต้องยอมต่อแถวซื้อ ไม่ว่าจะเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่หากินได้เฉพาะในโซน หรือ ขนมรูปทรงสุดคิวท์ที่เห็นแล้วใจละลาย การได้เดินกินของอร่อยท่ามกลางบรรยากาศในฝันคืออีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้ทริปนี้สมบูรณ์แบบที่สุด และนี่คือลิสต์เมนูตัวตึงจากแต่ละพิกัดที่ห้ามพลาดเด็ดขาด ขนมาให้หมดทั้งของคาวที่จัดเต็มเรื่องรสชาติ 😋👇🏻
พิกัดความอร่อย | เมนูเด็ดที่ห้ามพลาด | ทำไมถึงต้องลองสักครั้ง |
Tokyo Disneyland | Little Green Dumplings | โมจิเอเลี่ยนสามตาที่มีให้เลือกถึง 3 ไส้ในถ้วยเดียว ทั้งคัสตาร์ด ช็อกโกแลต และสตรอว์เบอร์รี่ แป้งนุ่มหนึบกำลังดี เป็นของว่างที่กินเพลินและถ่ายรูปสวยมาก |
Tokyo DisneySea | Gyoza Sausage Bun | ซาลาเปาเกี๊ยวซ่ายักษ์ที่สอดไส้หมูปรุงรสแบบเข้มข้น แป้งด้านนอกนุ่มหนึบ รสชาติกลมกล่อมจนกลายเป็นเมนูระดับตำนานที่ใครมาที่นี่ก็ต้องซื้อถือเดินกิน |
Universal Studios Japan | Super Mushroom Pizza Bowl | พิซซ่าในถ้วยรูปเห็ดจากโลกมาริโอ้ อัดแน่นด้วยซอสและชีสเยิ้มๆ รสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง เป็นเมนูที่ช่วยเติมพลังได้ดีมากหลังจากวิ่งเล่นมาทั้งวัน |
Fuji-Q Highland | Fujiyama Burger | เบอร์เกอร์ชิ้นยักษ์ที่จัดเต็มทั้งเนื้อและเครื่องเคียงเลเยอร์สูงเหมือนภูเขาฟูจิ รสชาติเนื้อเน้นๆ เต็มคำ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมื้อหนักก่อนไปลุยเครื่องเล่น |
Legoland Japan | Lego Fries | เฟรนช์ฟรายส์รูปตัวต่อเลโก้ที่ทำออกมาได้น่ารักและเท่ในเวลาเดียวกัน ทอดมาแบบกรอบนอกนุ่มใน เป็นของกินเล่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของที่นี่เลย |
Huis Ten Bosch | Sasebo Burger | เบอร์เกอร์ท้องถิ่นของนางาซากิที่ปรุงสดใหม่ทุกชิ้น ชิ้นใหญ่จุใจ รสชาติซอสสูตรพิเศษเข้ากับเนื้อและไข่ดาวได้ดีมาก สายเบอร์เกอร์ต้องห้ามพลาด |
Sanrio Puroland | Character Curry | แกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่ตกแต่งเป็นรูปตัวละครซานริโอ้ สีสันสดใสน่ารักแต่รสชาติแกงกะหรี่คือของจริง เข้มข้นและละมุนลิ้นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ |
Nagashima Spa Land | Jumbo Turkey Leg | ขาไก่งวงรมควันชิ้นโต เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำและมีกลิ่นหอมจากการรมควัน กัดไปตรงไหนก็เจอแต่เนื้อเน้นๆ เป็นเมนูยอดฮิตที่ช่วยให้อิ่มท้องได้ยาวๆ |
สวนสนุกญี่ปุ่น มีสวนน้ำไหม? แหล่งคลายร้อนที่ไม่ควรพลาด

ใครที่กังวลเรื่องความร้อนช่วงซัมเมอร์ บอกเลยว่าหายห่วง เพราะญี่ปุ่นเขาก็มีสวนน้ำที่โปรดักชันอลังการไม่แพ้เครื่องเล่นบนบกเลย สวนสนุกหลายแห่งมีสวนน้ำแบบอลังการเตรียมไว้ให้แล้ว เช่น ที่ Nagashima Spa Land มี Joyful Waterpark ที่ใหญ่ระดับท็อปของเอเชีย หรือที่ Tokyo Summerland ที่มีโซนสวนน้ำในร่มขนาดมหึมา เที่ยวได้ตลอดปี เป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนฟีลมาแช่น้ำคลายร้อนในสไตล์คนญี่ปุ่น ถ้าพร้อมเล่นน้ำแล้วก็กดจองตั๋วแล้วไปลุยกันเลย!
พิกัดสวนน้ำ | จุดเด่นที่ทำให้ต้องแวะไป | สิ่งที่ควรเตรียมไปให้พร้อม |
สวนน้ำน้ำเค็มขนาดใหญ่ที่มีสไลเดอร์ให้เลือกเล่นเยอะมาก รวมถึงสระน้ำที่มีคลื่นจำลองให้โต้คลื่นได้เหมือนอยู่ทะเลจริงๆ | ชุดว่ายน้ำและครีมกันแดดแบบกันน้ำ เพราะคุณจะอยากเล่นน้ำที่นี่ทั้งวันจนลืมเวลา | |
มีโซนเล่นน้ำที่กว้างขวางทั้งแบบในร่มและกลางแจ้ง ไฮไลต์คือสระน้ำขนาดยักษ์ที่รองรับคนได้เยอะมาก เที่ยวได้ทุกสภาพอากาศ | เตรียมผ้าเช็ดตัวและชุดลำลองมาเปลี่ยน เพราะพื้นที่กว้างมากและมีกิจกรรมให้ทำเยอะจนตัวไม่แห้งแน่นอน | |
สวนน้ำที่มาพร้อมมุมถ่ายรูปสวยๆ และสระน้ำที่ออกแบบมาให้ดูทันสมัย ยิ่งช่วงกลางคืนจะมีการประดับไฟที่สวยงามมาก | ซองกันน้ำสำหรับใส่มือถือ เพราะคุณจะอยากเก็บภาพความประทับใจกลางน้ำไว้แชร์ลงโซเชียลแน่นอน |
NO.1
โรงแรมในโตเกียว
NO.2
โรงแรมในโตเกียว
NO.3
โรงแรมในโตเกียว
NO.4
โรงแรมในโตเกียว
NO.5
โรงแรมในโตเกียว
NO.6
โรงแรมในโตเกียว
NO.7
โรงแรมในโตเกียว
NO.8
โรงแรมในโตเกียว
NO.1
โรงแรมในโอซากะ
NO.2
โรงแรมในโอซากะ
NO.3
โรงแรมในโอซากะ
NO.4
โรงแรมในโอซากะ
NO.5
โรงแรมในโอซากะ
NO.6
โรงแรมในโอซากะ
NO.7
โรงแรมในโอซากะ
NO.8
โรงแรมในโอซากะ
NO.1
โรงแรมในเกียวโต
NO.2
โรงแรมในเกียวโต
NO.3
โรงแรมในเกียวโต
NO.4
โรงแรมในเกียวโต
NO.5
โรงแรมในเกียวโต
NO.6
โรงแรมในเกียวโต
NO.7
โรงแรมในเกียวโต
NO.8
โรงแรมในเกียวโต
NO.1
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.2
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.3
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.4
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.5
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.6
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.7
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.8
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.1
โรงแรมในซัปโปโร
NO.2
โรงแรมในซัปโปโร
NO.3
โรงแรมในซัปโปโร
NO.4
โรงแรมในซัปโปโร
NO.5
โรงแรมในซัปโปโร
NO.6
โรงแรมในซัปโปโร
NO.7
โรงแรมในซัปโปโร
NO.8
โรงแรมในซัปโปโรวางแผนเที่ยวสวนสนุกญี่ปุ่นกับ Trip.com สะดวกตั้งแต่แพลนทริปยันกดจองตั๋วล่วงหน้า

สุดท้ายแล้วการได้ไปตะลุย สวนสนุกญี่ปุ่น ก็คือการลงทุนกับความสุขที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ความสนุกในรูปแบบที่หลากหลายด้วยตัวเอง เพราะนอกจากจะได้ปลดปล่อยความสนุกแบบเต็มกราฟแล้ว ยังได้เก็บความทรงจำสุดพิเศษ ไว้คุยกับเพื่อนได้อีกนาน ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าใจลอยไปอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว บอกเลยว่าอย่ามัวแต่ลังเล รีบเช็กตารางว่างแล้วมาแพลนทริปเที่ยวญี่ปุ่นจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หรือแม้แต่ตั๋วเข้าสวนสนุกล่วงหน้าผ่านทาง Trip.com ได้เลย เพราะนอกจากจะได้ราคาที่โอเค และ มีโปรโมชันมาอัปเดตตลอดเวลาแล้ว ยังช่วยให้การวางแผนทริปของคุณง่ายขึ้นเยอะมาก ไม่ว่าจะจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก บัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ บริการรถเช่า ทัวร์ล่วงหน้า ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว บัตรรถไฟ ไปจนถึง eSIM คุณจะได้เอาเวลาไปโฟกัสกับการเลือกชุดเก๋ ๆ ไว้ใส่ไปถ่ายรูปในสวนสนุกแทน แถมยังมี Trip Coins และ ระดับสมาชิก Trip.com ให้สะสม เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปลุยกันเลย! 🤗✈️
คำถามที่พบบ่อย
-
โตเกียวมีสวนสนุกไหม?
- Tokyo Disney Resort: ประกอบด้วย Tokyo Disneyland และ Tokyo DisneySea ตั้งอยู่ที่จังหวัดชิบะ (Urayasu) เดินทางจากสถานี Tokyo ด้วยรถไฟ JR Keiyo Line ลงสถานี Maihama ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
- Warner Bros. Studio Tour Tokyo: สวนสนุกธีม Harry Potter แห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตั้งอยู่ที่เขต Nerima โตเกียว (ที่ตั้งเดิมของสวนสนุก Toshimaen)
- Sanrio Puroland: สวนสนุกในร่มธีมคาร์แรคเตอร์ซานริโอ ตั้งอยู่ที่ Tama Center เหมาะสำหรับการเที่ยวทุกสภาพอากาศ
-
ญี่ปุ่นมีสวนน้ำไหม?
มี แต่ส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการเฉพาะในช่วงฤดูร้อน (เดือนกรกฎาคม - กันยายน)
- Nagashima Spa Land (Mie): มีโซนสวนน้ำขนาดใหญ่ชื่อ Joyful Waterpark
- Tokyo Summerland (Tokyo): สวนน้ำยอดนิยมที่มีทั้งโซนในร่มและกลางแจ้ง
- Spa World (Osaka): สวนน้ำและออนเซ็นในร่มที่เปิดให้บริการตลอดทั้งปี -
สวนสนุกมาริโอ้อยู่ที่ไหน?
สถานที่: โซน Super Nintendo World ตั้งอยู่ใน Universal Studios Japan (USJ) เมืองโอซาก้า
การเข้าโซน: การมีตั๋วเข้าสวนสนุก (Studio Pass) ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าโซนมาริโอ้ได้ทันที หากคนเยอะต้องใช้ตั๋วระบุเวลาเข้า (Area Timed Entry Ticket) ซึ่งกดจองได้ฟรีผ่านแอป USJ หลังจากเข้าประตูสวนสนุกแล้ว หรือซื้อ Express Pass ที่รวมสิทธิ์เข้าโซนนี้ไว้ล่วงหน้า -
ควรซื้อตั๋วสวนสนุกญี่ปุ่นล่วงหน้าหรือไม่?
จำเป็นต้องซื้อล่วงหน้า
- Tokyo Disney Resort: ไม่มีการขายตั๋วที่หน้าทางเข้าสวนสนุก ต้องซื้อออนไลน์ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ทางการเท่านั้น
- USJ: ตั๋วในแต่ละวันมีจำนวนจำกัด หากไม่ซื้อล่วงหน้าอาจพลาดการเข้าสวนสนุกในวันที่ต้องการ และการซื้อล่วงหน้าจะได้รับ QR Code สำหรับสแกนเข้างานได้ทันที ไม่ต้องรอคิวหน้าช่องขายตั๋ว -
สวนสนุกญี่ปุ่นใหม่ล่าสุดมีอะไรบ้าง?
- Fantasy Springs (เปิด 2024): โซนใหม่ล่าสุดใน Tokyo DisneySea รวมโลกของ Frozen, Tangled และ Peter Pan
- Ghibli Park (Nagoya): สวนสนุกธีมสตูดิโอจิบลิที่เปิดครบทุกโซนแล้วในปี 2024 (ต้องจองตั๋วล่วงหน้าเท่านั้น)
- Nintendo Museum (Kyoto): พิพิธภัณฑ์นินเทนโดแห่งใหม่ที่รวบรวมประวัติศาสตร์และการเล่นเกมในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
เจาะลึก 8 สวนสนุกญี่ปุ่นตัวท็อป มันส์ทะลุพิกัด ครบทุกภูมิภาค!
- ● มัดรวม 8 สวนสนุกญี่ปุ่นที่ดีที่สุด โตเกียว โอซาก้า และทั่วประเทศ
- ● เปรียบเทียบ สวนสนุกญี่ปุ่น เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ
- ● ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเที่ยว สวนสนุกญี่ปุ่น
- ● วิธีเดินทางไปสวนสนุกญี่ปุ่นและการวางแผนเส้นทาง
- ● 2 เคล็ดลับสำคัญก่อนเที่ยวสวนสนุกญี่ปุ่น
- ● ราคาตั๋วสวนสนุกญี่ปุ่น 2569 และงบประมาณที่ควรเตรียม
- ● อาหารและร้านอาหารในสวนสนุกญี่ปุ่น ที่ไม่ควรพลาด
- ● สวนสนุกญี่ปุ่น มีสวนน้ำไหม? แหล่งคลายร้อนที่ไม่ควรพลาด
- ● วางแผนเที่ยวสวนสนุกญี่ปุ่นกับ Trip.com สะดวกตั้งแต่แพลนทริปยันกดจองตั๋วล่วงหน้า
- ● คำถามที่พบบ่อย
นักเขียนอิสระสายท่องเที่ยว เดินทาง ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น Foodies รักในการดื่มมัทฉะกับกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ เที่ยวได้ทั้งธรรมชาติและตะลุยเมืองใหญ่ จะตามล่าหาร้านเด็ด คาเฟ่ร้านดัง หรือ แลนด์มาร์กชิค ๆ ก็ได้หมด เดินทางทั้งในและต่างประเทศ หลงไหลใน Culture ท้องถิ่น บรรยากาศ เดินดูผู้คน สถานที่ Vibes ดี ๆ
เนื้อหายอดฮิต
-
คู่มือท่องเที่ยว
-
โปรโมชั่น Trip.com
- china arrival card
- ส่วนลด trip.com
- ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ Trip.com
- วันหยุดจีน
- eSIM
- eSim จีน
- รถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้
- Trip.com Vip Lounge Access
- e cigarette on flight
- ที่พักเฉิงตู
- รถไฟใต้ดินปักกิ่ง
- การเลือกที่นั่งเที่ยวบิน Trip.com
- buy extra baggage airasia
- ขอคืนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- don mueang airport lounge
- รถไฟใต้ดินเซินเจิ้น
- สนามบินเฉิงตู เทียนฟู่ เข้าเมือง
- วิธีการชำระเงิน trip.com
- ขอเงินคืนโรงแรม Trip.com
- นโยบายการยกเลิก Trip.com
- esim คือ
- ข้อจำกัดการพกเงินสดยุโรป
- ยกเลิกเที่ยวบิน
- รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง
- เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- รถไฟจีน
- eSim ญี่ปุ่น
- laos to china train
- รถไฟใต้ดินหางโจว
- ที่เที่ยวเฉิงตู