
การเดินทางด้วยเครื่องบินในยุคนี้ ความตรงต่อเวลาคือปัจจัยสำคัญที่ผู้โดยสารให้ความสนใจไม่แพ้เรื่องราคาหรือความสะดวกสบาย โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องเดินทางธุรกิจหรือมีกำหนดการแน่นหนา การเลือกสายการบินที่มีชื่อเสียงด้านความตรงเวลาจะช่วยลดความเสี่ยงในการพลาดนัดหมายสำคัญหรือเสียเวลารอคอยที่สนามบินได้อย่างมาก ปัจจุบันมีการจัดอันดับสายการบินตรงเวลาทั่วโลกอย่างเป็นทางการจากองค์กรที่เก็บข้อมูลการบินอย่างละเอียด Trip.com จะพาไปรู้จักกับ On-Time Performance (OTP) พร้อมเจาะลึกอันดับสายการบินที่ตรงเวลาที่สุดทั้งในระดับโลกและในไทย รวมถึงเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้หลีกเลี่ยงปัญหาเครื่องบินดีเลย์ได้อย่างมือโปร
การันตีถึงตรงเวลา! On-Time Performance (OTP) คืออะไร?

OTP ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือสัญญาที่สายการบินมีให้
ถ้าเคยนั่งรอจนเบื่อ หรือเคยพบเจอกับเวลาที่เลื่อนออกไปเรื่อยๆ ก็เข้าใจดีว่าความตรงเวลาของเครื่องบินสำคัญแค่ไหน On-Time Performance หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า OTP นี่แหละคือมาตรวัดที่บอกได้ว่าสายการบินนั้นๆ เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนในเรื่องการรักษาเวลา
มีเกณฑ์การวัดที่ชัดเจน
ตามมาตรฐานสากล เที่ยวบินจะถือว่า "ตรงเวลา" ก็ต่อเมื่อออกหรือลงไม่เกิน 15 นาทีจากเวลาที่ระบุไว้ในตารางบิน ฟังดูเหมือนไม่มาก แต่ลองคิดดูสิ ถ้าดีเลย์แค่ 20 นาที ก็ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์แล้ว ค่า OTP นี้จะถูกคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากจำนวนเที่ยวบินทั้งหมดที่สายการบินนั้นให้บริการในช่วงเวลาที่ต้องการประเมิน
ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าสายการบินมีเที่ยวบิน 100 เที่ยวในเดือนหนึ่ง และมี 85 เที่ยวที่ออกหรือลงตรงเวลา (หรือไม่เกิน 15 นาที) ก็จะได้ OTP 85% นั่นเอง ตัวเลขนี้บอกได้ชัดเจนว่าถ้าบินกับสายการบินนี้ มีโอกาส 85% ที่จะไม่ดีเลย์
ทำไม OTP ถึงสำคัญกับทั้งสายการบินและผู้โดยสาร
สำหรับสายการบิน OTP ก็เหมือนรายงานที่บอกถึงความสามารถในการบริหารจัดการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเส้นทางบิน การดูแลบำรุงรักษาเครื่อง การจัดการทีมลูกเรือ ไปจนถึงการประสานงานกับสนามบินและหอควบคุมการจราจรทางอากาศ สายการบินที่มี OTP สูงมักจะมีระบบการทำงานที่มั่นใจในคุณภาพได้ มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีและพนักงานที่มืออาชีพจริงๆ
สำหรับเราผู้โดยสาร การรู้ค่า OTP ก่อนจองตั๋วช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องการความแน่นอนในการเดินทาง แม้ว่าสายการบินที่มี OTP สูงก็ไม่ได้รับประกัน 100% ว่าจะไม่ดีเลย์ แต่อย่างน้อยโอกาสที่จะเจอปัญหาก็น้อยกว่ามาก
ใครคอยจับตาดูและเก็บข้อมูล OTP
ข้อมูล OTP ที่เราเห็นกันนั้นไม่ได้มาจากสายการบินอวดตัวเอง แต่มาจากองค์กรอิสระที่มีความน่าเชื่อถือระดับโลก องค์กรหลักๆ ที่ทำหน้าที่นี้ ได้แก่ Cirium ซึ่งเคยมีชื่อว่า FlightStats เป็นผู้นำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลการบินที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงติดตามเที่ยวบินทั่วโลกแบบเรียลไทม์ และ OAG (Official Aviation Guide) ที่เก็บข้อมูลจากกว่า 900 สายการบินทั่วโลก
องค์กรเหล่านี้ใช้ระบบที่ซับซ้อนในการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง ทั้งจากสนามบิน ระบบเรดาร์ ข้อมูลจากสายการบิน และแม้กระทั่งข้อมูลจากดาวเทียม ทำให้ได้สถิติที่แม่นยำและเป็นกลาง ไม่มีการปรุงแต่งตัวเลข เพราะฉะนั้นเวลาเห็นอันดับ OTP ต่างๆ ก็มั่นใจได้ว่าเป็นข้อมูลจริงที่น่าเชื่อถือ
- เที่ยวเดียว
- ไป-กลับ
- direct cheapest
DMK00:054 ชม. 25 น.บินตรงPVG05:30กรุงเทพ - เซี่ยงไฮ้|อ. 31 มี.ค.|ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์฿ 2,860฿ 3,110ลด 8%ลด 8%฿ 3,110฿ 2,860
DMK00:054 ชม. 25 น.บินตรงPVG05:30กรุงเทพ - เซี่ยงไฮ้|อ. 28 เม.ย.|ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์฿ 2,860฿ 3,110ลด 8%ลด 8%฿ 3,110฿ 2,860
DMK00:054 ชม. 25 น.บินตรงPVG05:30กรุงเทพ - เซี่ยงไฮ้|ส. 25 เม.ย.|ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์฿ 2,860฿ 3,110ลด 8%ลด 8%฿ 3,110฿ 2,860
BKK1:00 PM3 ชม. 5 น.บินตรงSHA2:00 PMกรุงเทพ - เซี่ยงไฮ้|Sat, Feb 14|ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ค้นหาเที่ยวบินเพิ่มเติมค้นหาเที่ยวบินเพิ่มเติม
ราคาเที่ยวบิน${{departCityName}}-${{arrivalCityName}}ที่แสดงนี้อ้างอิงจากราคาเฉลี่ยของสายการบินต่างๆ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตามฐานข้อมูลล่าสุดของ Trip.com
จัดอันดับ 10 สายการบินที่ตรงเวลาที่สุดในโลก ปี 2569

การจัดอันดับสายการบินตรงเวลาประจำปี 2569 มาจากการรวบรวมข้อมูลหลายล้านเที่ยวบินทั่วโลก ผลลัพธ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าสายการบินไหนใส่ใจเรื่องเวลาจริงจัง และทำให้ผู้โดยสารไว้วางใจได้ มาดูกันเลยว่าใครติดท็อป 10 กันบ้าง
Top 3 ที่ทุกคนต้องจับตา
อันดับ 1: Saudia - ตรงเวลาสุดในโลก!
สายการบินจากซาอุดีอาระเบียคว้าแชมป์ด้วย OTP สูงถึง 86.35% หมายความว่าถ้าบินกับพวกเขา 100 เที่ยว จะมีถึง 86 เที่ยวที่ตรงเวลา ความสำเร็จมาจากการลงทุนเทคโนโลยีสุดล้ำและใช้เครื่องบินใหม่ๆ ที่มีปัญหาน้อย
อันดับ 2: Qatar Airways - หรูหราและตรงเวลาไปพร้อมกัน
สายการบินชื่อดังที่มีบริการเยี่ยมยังรักษาความตรงเวลาได้สุดยอดที่ 85.11% การใช้สนามบิน Hamad ที่ดูไบซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมากเป็นฮับหลัก ทำให้การต่อเครื่องราบรื่นและไม่ค่อยดีเลย์
อันดับ 3: Delta Air Lines - ยักษ์ใหญ่แห่งอเมริกา
สายการบินอเมริกันรายใหญ่พิสูจน์ให้เห็นว่าแม้จะมีเที่ยวบินเยอะมาก ก็ยังจัดการได้เป็นดีมากด้วย OTP 83.46% สายการบินนี้ใช้ระบบ AI ช่วยคาดการณ์สภาพอากาศและวางแผนเส้นทางล่วงหน้า เลยทำให้ดีเลย์น้อย
อันดับ 4 - 7: กลุ่มละตินอเมริกาที่ฟอร์มไม่ตก
อันดับ 4: United Airlines
อีกหนึ่งสายการบินอเมริกันที่ทำได้ดีด้วย OTP 82.71% การอัพเกรดระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่องช่วยให้บริหารจัดการได้คล่องมาก
อันดับ 5: Azul Brazilian Airlines
สายการบินบราซิลที่กำลังมาแรง มี OTP 81.98% แม้จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนชื้นที่ท้าทาย แต่ก็ทำได้น่าประทับใจ
อันดับ 6: Avianca
สายการบินโคลอมเบียที่มีประสบการณ์ยาวนาน รักษา OTP ที่ 81.15% ด้วยทีมงานมืออาชีทที่รู้จักภูมิภาคเป็นอย่างดี
อันดับ 7: LATAM Airlines
กลุ่มสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกาทำผลงานได้ดีด้วย OTP 80.84% ครอบคลุมหลายประเทศทำให้มีความยืดหยุ่นในการจัดการ
อันดับ 8-10: ความหลากหลายจากทุกทวีป
อันดับ 8: Copa Airlines
สายการบินปานามาที่ใช้ Panama City เป็นจุดเชื่อมต่อสองอเมริกา มี OTP 80.22% ตำแหน่งที่ตั้งกลางทวีปช่วยให้บินได้มีประสิทธิภาพ
อันดับ 9: Air Canada
สายการบินแคนาดาที่ต้องรับมือหิมะตกหนักๆ ยังรักษา OTP ได้ดีที่ 79.47% เทคโนโลยีละลายน้ำแข็งที่ทันสมัยช่วยให้บินได้แม้อากาศแย่
อันดับ 10: ANA All Nippon Airways
สายการบินญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงเรื่องวินัยและความตรงต่อเวลาปิดท้ายด้วย OTP 78.93% วัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจรายละเอียดทำให้พวกเขาอยู่ในท็อป 10 ได้เสมอ
ตารางสรุป 10 สายการบินที่ตรงเวลาที่สุดในโลก ประจำปี 2569
อันดับ | สายการบิน | ประเทศ | อัตราความตรงต่อเวลา (%) | จองตั๋ว |
1 | Saudia (Saudi Arabian Airlines) | ซาอุดีอาระเบีย | 86.35% | |
2 | Qatar Airways | กาตาร์ | 85.11% | |
3 | Delta Air Lines | สหรัฐอเมริกา | 83.46% | |
4 | United Airlines | สหรัฐอเมริกา | 82.71% | |
5 | Azul Brazilian Airlines | บราซิล | 81.98% | |
6 | Avianca | โคลอมเบีย | 81.15% | |
7 | LATAM Airlines | ชิลี | 80.84% | |
8 | Copa Airlines | ปานามา | 80.22% | |
9 | Air Canada | แคนาดา | 79.47% | |
10 | ANA All Nippon Airways | ญี่ปุ่น | 78.93% |
การจัดอันดับนี้แสดงให้เห็นว่าสายการบินจากหลากหลายภูมิภาคสามารถรักษามาตรฐานความตรงเวลาได้ในระดับสูง ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับนักเดินทางที่ชอบท่องโลกว่ามีทางเลือกดีๆ ให้เลือกใช้เยอะแยะเลย
เจาะลึก! 5 อันดับสายการบินตรงเวลาที่สุด ที่บินจาก/ในประเทศไทย
สำหรับคนที่ชอบบินเที่ยวทั้งในและต่างประเทศจากเมืองไทย การรู้ว่าสายการบินไหนตรงเวลาที่สุดช่วยได้มากเลย โดยเฉพาะคนที่ต้องต่อเครื่องหรือมีนัดรอ มาดูกันเลยว่าในปี 2569 สายการบินไหนทำผลงานได้ยอดที่สุดบนน่านฟ้าไทย
แชมป์ตรงเวลา: Thai AirAsia - ราคาประหยัดแต่ตรงเวลาสุดๆ

OTP สูงถึง 82.3% ทิ้งห่างคู่แข่ง อาจแปลกใจว่าทำไมสายการบินโลว์คอสต์ถึงตรงเวลากว่าสายการบินเต็มบริการ คำตอบอยู่ที่ระบบจัดการเป็นเลิศ พวกเขาใช้เครื่อง Airbus A320 รุ่นเดียวกันทั้งหมด ทำให้ช่างซ่อมรู้จักเครื่องทุกลำ บำรุงรักษาได้เร็วและไม่มีปัญหา
ทำไมถึงตรงเวลาจัง?
ระบบ turnaround time ที่ว่องไวมาก นับตั้งแต่เครื่องลงจนถึงขึ้นใหม่ใช้เวลาแค่ประมาณ 25-30 นาที บวกกับการวางตารางบินที่เผื่อเวลาสำรองไว้พอดี ทำให้แม้จะมีดีเลย์เล็กน้อยก็ยังชดเชยกลับมาได้ จากประสบการณ์ตรงที่บินกรุงเทพ-เชียงใหม่ช่วงเช้า เห็นทีมงานภาคพื้นทำงานแบบมีระบบสุดๆ ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง ไม่มีเวลาเสียเปล่าเลย
รองแชมป์: Bangkok Airways - บูติกแอร์ไลน์ระดับพรีเมียม

OTP 79.8% มาพร้อมบริการดีเยี่ยม สายการบินที่เรียกตัวเองว่า "Asia's Boutique Airline" ไม่ได้มีแต่บริการดี ยังตรงเวลาด้วย จุดแข็งที่สุดคือการเป็นเจ้าของสนามบินเอกชนหลายแห่ง
ข้อได้เปรียบที่คนอื่นไม่มี
พวกเขามีสนามบินเป็นของตัวเองที่สมุย ตราด และสุโขทัย การควบคุม Ground Operation ได้เองทำให้จัดการได้คล่องมาก ไม่ต้องรอคิวหรือพึ่งพาบริการจากบริษัทภาคพื้นที่อาจช้า เคยบินไปสมุยช่วงเช้าหลายรอบ แทบไม่เคยดีเลย์เลย บริการก็ดี มีของว่างและเครื่องดื่มฟรีให้ด้วย บรรยากาศผ่อนคลายแต่ก็ตรงเวลา ประทับใจมากจริงๆ
อันดับ 3: Thai Airways - กำลังกลับมาแข็งแรง

OTP 76.5% ดีขึ้นเรื่อยๆ สายการบินแห่งชาติที่ผ่านช่วงยากลำบากมา ตอนนี้กำลังฟื้นตัวดีมาก หลังจากปรับโครงสร้างและอัพเดทเครื่องบินใหม่ ผลด้านความตรงเวลาดีขึ้นชัดเจน
จุดเด่นของการบินไทย
เที่ยวบินระหว่างประเทศเส้นทางยาวๆ มักมี Buffer Time ที่เพียงพอ ทำให้แม้จะออกช้าบ้าง นักบินก็ชดเชยกลางอากาศได้ ถึงปลายทางก็ยังทันเวลา
อันดับ 4: Thai Lion Air - ตัวเลือกดีราคาประหยัด

OTP 74.2% ยังโอเคอยู่ แม้จะต่ำกว่าคู่แข่ง แต่เทียบกับปริมาณเที่ยวบินที่เปิดให้บริการเยอะมาก ก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียว การใช้เครื่อง Boeing 737 ทั้งหมดช่วยให้บำรุงรักษาง่าย
เคล็ดลับการบินกับไลอนแอร์
จากประสบการณ์การใช้บริการ สังเกตว่าช่วงเช้าและกลางวันมักตรงเวลากว่าช่วงเย็น เพราะยังไม่มีผลสะสมจากดีเลย์เครื่องก่อนหน้า ถ้าจะบินแนะนำให้เลือกเที่ยวเช้าจะแน่นอนกว่า
อันดับ 5 : Nok Air - นกน้อยที่บินไปทุกที่

OTP 72.8% แต่ก็มีจุดเด่น แม้จะอยู่อันดับท้าย แต่นกแอร์ก็ยังเป็นทางเลือกดีสำหรับเที่ยวบินในประเทศที่ราคาสบายกระเป๋า ปัจจัยที่ทำให้ OTP ต่ำกว่าเล็กน้อยมาจากการให้บริการในสนามบินท้องถิ่นขนาดเล็กที่มีข้อจำกัด
ข้อดีที่มองข้ามไม่ได้
นกแอร์บินไปยังเมืองรอง จังหวัดเล็กๆ ที่สายการบินอื่นไม่ค่อยบิน ถ้าอยากไปจุดหมายปลายทางพวกนี้ ก็ต้องเลือกนกแอร์เพราะมีตัวเลือกไม่มากนัก
ตาราง 5 สายการบินตรงเวลาที่สุดสำหรับคนไทย (บินจากสุวรรณภูมิ/ดอนเมือง)
อันดับ | สายการบิน | อัตราความตรงต่อเวลา (%) | เส้นทางยอดนิยม | จองตั๋ว |
1 | Thai AirAsia | 82.3% | กรุงเทพ-เชียงใหม่, กรุงเทพ-ภูเก็ต, กรุงเทพ-หาดใหญ่ | |
2 | Bangkok Airways | 79.8% | กรุงเทพ-สมุย, กรุงเทพ-กระบี่, กรุงเทพ-เชียงใหม่ | |
3 | Thai Airways International | 76.5% | กรุงเทพ-ภูเก็ต, กรุงเทพ-เชียงใหม่, กรุงเทพ-เชียงราย | |
4 | Thai Lion Air | 74.2% | กรุงเทพ-เชียงใหม่, กรุงเทพ-อุดรธานี, กรุงเทพ-ขอนแก่น | |
5 | Nok Air | 72.8% | กรุงเทพ-อุบลราชธานี, กรุงเทพ-หาดใหญ่, กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช |
สรุปง่ายๆ คือการเลือกสายการบินในไทยควรดูทั้ง OTP ราคา และความเหมาะสมกับแผนการเดินทาง อย่าติดแค่ราคาถูก ลองเช็ค OTP ประกอบด้วย อาจจะคุ้มค่ากว่าในภาพรวมเลยนะ
เที่ยวบินล่าช้า(?) 5 สาเหตุหลักที่นักเดินทางควรรู้

การดีเลย์ของเที่ยวบินเป็นเรื่องที่หลายคนเคยเจอและรู้สึกหงุดหงิดกันมา แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วหลายครั้งมันมีเหตุผลสำคัญที่อยู่เหนือการควบคุมของสายการบิน การเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้เราไม่โมโห และวางแพลนรับมือได้ดีขึ้นด้วย มาดูกัน 5 สาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องบินต้องดีเลย์
สภาพอากาศแย่
ฝนพายุฟ้าคะนอง คือสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินดีเลย์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพายุฝนหนัก ฟ้าผ่า หมอกหนาจัด หิมะตก ลมแรง หรือแม้แต่อากาศร้อนจัดเกินไป ทั้งหมดนี้อันตรายต่อการบินจริงๆ ซึ่งความปลอดภัยเหนือกว่าทุกอย่าง โดยสายการบินไม่สามารถเสี่ยงให้เครื่องบินขึ้นหรือลงในสภาพอากาศที่อันตรายได้ แม้เทคโนโลยีจะทันสมัยมาก แต่ความปลอดภัยของผู้โดยสารยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก
เครื่องบินมีปัญหา
เช็คเข้มก่อนทุกเที่ยว ซึ่งเครื่องบินต้องผ่านการตรวจสอบละเอียดมากก่อนออกเดินทางทุกครั้ง มีเช็คลิสต์หลายร้อยข้อ ถ้าพบปัญหาแม้เล็กน้อย ต้องแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน ไม่มีอะลุ่มอล่วยเลย ซึ่งใช้เวลานานแค่ไหนขึ้นอยู่กับปัญหา อาจใช้เวลาแค่ 15 นาที หรืออาจนานถึงหลายชั่วโมง บางทีต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่เลย ซึ่งต้องย้ายกระเป๋าและผู้โดยสารทั้งหมด กินเวลามหาศาล
ท้องฟ้าก็มีจราจรที่ติดเหมือนกัน
ฟ้าแน่นเหมือนถนนในกรุงเทพ ในยุคที่คนชอบเที่ยวเยอะมาก สนามบินหลักๆ และท้องฟ้ามักจะแน่นมาก หอควบคุมต้องจัดสรรช่องเวลาการขึ้นและลงอย่างเข้มงวด เหมือนต้องรอเข้าคิวนั่นเอง ถ้าเที่ยวบินหนึ่งดีเลย์ ก็จะส่งผลต่อเที่ยวบินอื่นๆ ตามมา เหมือนรถติดบนถนน โดยเฉพาะที่สนามบินใหญ่ๆ อย่างสุวรรณภูมิที่มีเครื่องบินขึ้นลงหนาแน่นตลอดทั้งวัน
ลูกเรือก็มีสิทธิ์พักนะ
กฎหมายคุ้มครองลูกเรือเข้มงวด สายการบินต้องปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องชั่วโมงทำงานของนักบินและลูกเรือ มีการกำหนดว่าบินได้นานแค่ไหน ต้องพักอย่างน้อยกี่ชั่วโมงระหว่างเที่ยว ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย ถ้าเที่ยวบินก่อนหน้าดีเลย์จนลูกเรือทำงานเกินเวลา ต้องหาลูกเรือชุดใหม่มาแทน อันนี้อาจใช้เวลานาน โดยเฉพาะในสนามบินเล็กๆ ที่ไม่มีลูกเรือสำรองเพียงพอ
เอฟเฟกต์โดมิโนจากเที่ยวบินก่อนหน้า
ถ้าเที่ยวแรกดีเลย์ 30 นาที เที่ยวสองก็ดีเลย์ตาม แล้วก็สะสมไปเรื่อยๆ เที่ยวสุดท้ายของวันอาจดีเลย์ถึง 2-3 ชั่วโมงเลย นี่คือเหตุผลที่เที่ยวบินเช้ามักตรงเวลากว่าเย็น เพราะเป็นเที่ยวแรกของเครื่องที่พักค้างคืนที่สนามบิน ยังไม่มีดีเลย์สะสมจากเที่ยวก่อนหน้า เครื่องพร้อม ลูกเรือพักเต็มที่ พร้อมออกเดินทางทันที
เข้าใจ 5 สาเหตุนี้แล้ว ครั้งหน้าถ้าเจอดีเลย์ก็จะไม่โมโหมากเกินไป เพราะรู้ว่าส่วนใหญ่เป็นเพื่อความปลอดภัยของเราทุกคนนั่นเอง
4 ทริคเลี่ยงไฟลท์ดีเลย์ที่อยากแชร์

แม้เราจะไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ แต่ก็มีกลยุทธ์บางอย่างที่ช่วยลดโอกาสเจอดีเลย์ได้อย่างเห็นผลชัด จากประสบการณ์บินบ่อยและศึกษาข้อมูลสถิติการบินมาเยอะ นี่คือ 4 ทริคที่ใช้ได้ผลจริงๆ และอยากแชร์ให้ทุกคนลองดู
ตื่นแต่เช้าไปให้ไว
เที่ยวบินแรกของวันมักดีเลย์น้อยที่สุด เพราะเครื่องบินพักค้างคืนที่สนามบินแล้ว ไม่ต้องรอเครื่องมาจากเมืองอื่น ยังไม่มีดีเลย์สะสมจากเที่ยวก่อนหน้า เครื่องบินเที่ยวแรกมักออกตั้งแต่ตี 5 ถึง 7 โมงเช้า ช่วงนี้ท้องฟ้ายังไม่แน่น ลูกเรือพักเต็มที่ ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่
เลี่ยงช่วงพีคของการท่องเที่ยว
ช่วงเทศกาลหยุดยาว วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือช่วงปิดเทอมมักมีคนแน่นมาก ทำให้สนามบินแออัด โอกาสดีเลย์ก็พุ่งขึ้นตาม ถ้าเลื่อนการเดินทางไปก่อนหรือหลังช่วงพีคได้ ควรทำเลย จะได้ทั้งราคาถูกกว่าและโอกาสตรงเวลาสูงกว่า
เผื่อเวลาให้เยอะ
ถ้าต้องต่อเครื่อง อย่าตั้งเวลาแค่ Minimum Connection Time ที่สายการบินบอก แนะนำให้เผื่อ 2-3 ชั่วโมงสำหรับต่อเครื่องในประเทศ และ 3-4 ชั่วโมงสำหรับต่างประเทศ โดยเฉพาะถ้าต้องเปลี่ยนสนามบินหรือผ่านตรวจคนเข้าเมือง
เช็คประวัติเที่ยวบิน
มีเว็บและแอปเยอะแยะที่แสดงสถิติย้อนหลังของแต่ละเที่ยวบิน เช่น FlightAware, FlightStats หรือ FlightRadar24 บอกได้ว่าเที่ยวบินนั้นๆ มักดีเลย์บ่อยแค่ไหน แค่ใส่หมายเลขเที่ยวบินหรือเส้นทาง ระบบจะแสดงข้อมูล 30-90 วันย้อนหลัง
ทริคทั้ง 4 นี้ช่วยลดโอกาสเจอดีเลย์ได้เยอะมาก และทำให้การเดินทางมีความเครียดน้อยลง มั่นใจมากขึ้น ลองนำไปใช้ดูในทริปหน้า รับรองว่าประสบการณ์การบินจะดีขึ้นแน่นอน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายการบินที่ตรงเวลาที่สุด
สายการบินไหนในไทยตรงเวลาที่สุด?
โดยส่วนใหญ่คือ ไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia)ถ้าเครื่องบินดีเลย์ สามารถขอค่าชดเชยได้ไหม?
ใช่, หากเครื่องบินดีเลย์ คุณมีสิทธิขอค่าชดเชยได้ตามกฎหมาย โดยเฉพาะจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)สายการบินราคาประหยัด (Low-Cost) มักจะดีเลย์บ่อยกว่าจริงหรือไม่?
จริงค่ะ สายการบินราคาประหยัด (Low-Cost) มักดีเลย์บ่อยกว่าสายการบินเต็มรูปแบบ (Full-Service) เนื่องจาก การบริหารจัดการตารางบินที่แน่นมาก


