

วีซ่าท่องเที่ยวคืออะไร? 2569 สรุปวิธีขอ เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอน

โดย Porlaoongkum
21 กรกฎาคม 2026

หากกำลังวางแผนเดินทางไปต่างประเทศ หนึ่งในเรื่องสำคัญที่ควรตรวจสอบคือประเทศปลายทางต้องใช้วีซ่าท่องเที่ยวหรือไม่ เพราะแต่ละประเทศมีข้อกำหนดและเอกสารที่แตกต่างกัน บทความนี้ Trip.com จะพาคุณทำความเข้าใจว่าวีซ่าท่องเที่ยวคืออะไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนการขออย่างไร รวมถึงเกร็ดความรู้ที่จะช่วยให้การยื่นวีซ่าเป็นไปอย่างราบรื่นและเพิ่มโอกาสได้รับการอนุมัติ
วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) คืออะไร?

ที่มาของภาพ: Freepik
วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) คือเอกสารหรือการอนุญาตที่ออกโดยรัฐบาลหรือสถานทูตของประเทศปลายทาง เพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการท่องเที่ยว พักผ่อน หรือเยี่ยมเยียนบุคคล ไม่ใช่เพื่อการทำงานหรือพำนักระยะยาว
ในปัจจุบัน หลายประเทศเปลี่ยนจากการติดสติกเกอร์วีซ่าลงในหนังสือเดินทางมาเป็น e-Visa (Electronic Visa) ซึ่งผู้เดินทางสามารถยื่นคำขอวีซ่าและรับผลการอนุมัติผ่านระบบออนไลน์ได้ แต่บางประเทศยังคงกำหนดให้ยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง (Visa Application Center)
ทั้งนี้ การได้รับวีซ่าไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศโดยอัตโนมัติ เพราะเมื่อเดินทางถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังมีสิทธิ์พิจารณาอนุญาตหรือปฏิเสธการเข้าประเทศตามกฎหมายของแต่ละประเทศ
วัตถุประสงค์ของวีซ่าท่องเที่ยว
วีซ่าท่องเที่ยวถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเดินทางระยะสั้น โดยวัตถุประสงค์ที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ท่องเที่ยวและพักผ่อน
- เยี่ยมเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว
- เข้าร่วมงานเทศกาล งานอีเวนต์ หรือกิจกรรมทางวัฒนธรรม
- เดินทางเพื่อการรักษาพยาบาลระยะสั้น (ในบางประเทศ)
- แวะพักระหว่างการเดินทาง (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละประเทศ)
อย่างไรก็ตาม ผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวมักไม่สามารถทำกิจกรรมต่อไปนี้ได้เว้นแต่จะได้รับวีซ่าประเภทที่เกี่ยวข้อง
- ทำงานหรือรับค่าตอบแทน
- ประกอบธุรกิจหรือดำเนินกิจกรรมเชิงพาณิชย์บางประเภท
- ศึกษาในหลักสูตรระยะยาวที่ต้องใช้วีซ่านักเรียน
- พำนักระยะยาวเกินกว่าระยะเวลาที่วีซ่ากำหนด
หากเดินทางผิดวัตถุประสงค์หรืออยู่เกินกำหนด อาจถูกเพิกถอนวีซ่า ถูกปรับ ถูกส่งกลับประเทศ หรือส่งผลต่อการขอวีซ่าในอนาคต
วีซ่าท่องเที่ยว vs วีซ่าประเภทอื่น ต่างกันอย่างไร?
แม้ว่าวีซ่าทุกประเภทจะเป็นเอกสารสำหรับการเดินทางเข้าประเทศ แต่แต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการใช้งานแตกต่างกัน ดังตารางต่อไปนี้
ประเภทวีซ่า | วัตถุประสงค์ | สามารถทำงานได้ | ระยะเวลาพำนักโดยทั่วไป |
วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) | ท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมครอบครัว | ไม่ได้ | ระยะสั้น เช่น 15–90 วัน |
วีซ่าเยี่ยมเยือน (Visitor Visa) | เยี่ยมญาติ เพื่อน หรือกิจกรรมส่วนตัว | ไม่ได้ | ระยะสั้น ขึ้นอยู่กับประเทศ |
วีซ่าธุรกิจ (Business Visa) | ประชุม เจรจาธุรกิจ ดูงาน เข้าร่วมสัมมนา | โดยทั่วไปไม่สามารถทำงานประจำได้ | ระยะสั้น |
วีซ่านักเรียน (Student Visa) | ศึกษาในสถาบันการศึกษา | อาจทำงานได้บางกรณีตามกฎหมายของประเทศนั้น | ระยะยาวตามหลักสูตร |
การเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการเดินทางเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากยื่นขอผิดประเภท อาจทำให้คำขอถูกปฏิเสธ หรือเกิดปัญหาเมื่อเดินทางเข้าประเทศได้ ดังนั้น ก่อนยื่นขอวีซ่า ควรศึกษาข้อกำหนดของประเทศปลายทางให้ละเอียด และตรวจสอบว่าการเดินทางของคุณเข้าข่ายวีซ่าประเภทใดมากที่สุด
ประเภทของวีซ่าท่องเที่ยวที่ควรรู้
วีซ่าท่องเที่ยวไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว แต่แบ่งออกเป็นหลายประเภทตามจำนวนครั้งที่สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ โดยประเทศที่พบได้บ่อย ได้แก่

ที่มาของภาพ: Freepik
Single Entry Tourist Visa (TR) - เข้าได้ครั้งเดียว
Single Entry Tourist Visa (TR) หรือวีซ่าท่องเที่ยวแบบเข้าได้ครั้งเดียว คือวีซ่าที่อนุญาตให้ผู้ถือเดินทางเข้าประเทศได้เพียง 1 ครั้ง เมื่อเดินทางออกจากประเทศนั้นแล้ว วีซ่าจะถือว่าสิ้นสุดการใช้งานทันที แม้ว่าจะยังไม่หมดอายุวีซ่าก็ตาม
โดยทั่วไป วีซ่าประเภทนี้มักมีอายุการใช้งานหลายเดือนนับจากวันที่ออกวีซ่า และเมื่อเดินทางเข้าประเทศแล้ว จะได้รับอนุญาตให้พำนักตามระยะเวลาที่ประเทศนั้นกำหนด เช่น 30 วัน, 60 วัน หรือ 90 วัน
วีซ่าแบบ Single Entry เหมาะสำหรับผู้ที่
- เดินทางท่องเที่ยวเพียงประเทศเดียว
- ไม่มีแผนเดินทางออกนอกประเทศแล้วกลับเข้ามาใหม่
- เดินทางเพื่อพักผ่อนหรือเยี่ยมครอบครัวระยะสั้น
- ต้องการประหยัดค่าธรรมเนียม เพราะมักมีราคาถูกกว่าวีซ่าแบบ Multiple Entry
และหากมีแผนเดินทางต่อไปประเทศเพื่อนบ้านแล้วกลับเข้าประเทศเดิมอีกครั้ง ควรตรวจสอบว่าจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าใหม่หรือเลือกวีซ่าแบบ Multiple Entry แทน
Multiple Entry Tourist Visa - เข้าออกได้หลายครั้ง
Multiple Entry Tourist Visa คือ วีซ่าที่อนุญาตให้ผู้ถือเดินทางเข้าและออกประเทศได้หลายครั้งภายในอายุของวีซ่า โดยไม่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าใหม่ทุกครั้งที่เดินทางกลับเข้าประเทศ
ในหลายประเทศ วีซ่าประเภทนี้อาจมีอายุ 6 เดือนหรือมากกว่านั้น และอนุญาตให้พำนักได้สูงสุดประมาณ 60 วันต่อการเข้าประเทศ 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาพำนักและอายุวีซ่าจะแตกต่างกันไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ
วีซ่าแบบ Multiple Entry เหมาะกับผู้ที่
- เดินทางเข้า-ออกประเทศเดิมหลายครั้งภายในช่วงเวลาเดียวกัน
- วางแผนเที่ยวหลายประเทศ แล้วกลับเข้าประเทศเดิมอีกครั้ง
- เดินทางบ่อยเพื่อเยี่ยมครอบครัวหรือทำกิจกรรมที่ไม่ใช่การทำงาน
- ต้องการความสะดวก ไม่ต้องยื่นขอวีซ่าใหม่ทุกครั้งที่เดินทาง
แม้ว่าวีซ่า Multiple Entry จะให้ความยืดหยุ่นในการเดินทางมากกว่า แต่ผู้ถือวีซ่าจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัด เช่น ระยะเวลาพำนักต่อครั้ง และห้ามใช้วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อทำงานหรือประกอบกิจกรรมที่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของวีซ่า เพราะอาจถูกยกเลิกวีซ่าหรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศได้ในอนาคต








































เอกสารขอวีซ่าท่องเที่ยว มีอะไรบ้าง?
การเตรียมเอกสารให้ครบ มีโอกาสที่จะทำให้การขอวีซ่าท่องเที่ยวผ่านการอนุมัติ แม้แต่ละประเทศจะมีข้อกำหนดแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไป สถานทูตและศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าส่วนใหญ่ มักใช้เอกสารพื้นฐานใกล้เคียงกัน ดังนั้น ก่อนยื่นคำร้อง ควรตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางและเตรียมเอกสารให้ตรงกับข้อมูลในหนังสือเดินทาง เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าหรือการถูกขอเอกสารเพิ่มเติม
เอกสารหลักที่ต้องเตรียมสำหรับการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว
เอกสารพื้นฐานที่มักใช้สำหรับการขอวีซ่าท่องเที่ยว ได้แก่
เอกสาร | รายละเอียด |
หนังสือเดินทาง (Passport) | ต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน และมีหน้าว่างตามจำนวนที่กำหนด |
แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า | กรอกข้อมูลครบถ้วนและลงลายมือชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทาง |
รูปถ่าย | ขนาดและพื้นหลังเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง เช่น รูปสี พื้นหลังสีขาว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน |
หลักฐานการเงิน | เช่น รายการเดินบัญชี (Bank Statement) หรือหนังสือรับรองยอดเงินจากธนาคาร |
ตั๋วเครื่องบิน | แผนการเดินทางหรือใบจองเที่ยวบินไป-กลับ (ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ) |
หลักฐานการจองที่พัก | ใบจองโรงแรม หรือเอกสารยืนยันสถานที่พักตลอดการเดินทาง |
ประกันการเดินทาง | บางประเทศกำหนดให้มีประกันที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินขั้นต่ำที่กำหนด |
หลักฐานการเงินและการจองที่พักสำหรับวีซ่าท่องเที่ยว
หลักฐานการเงินเป็นเอกสารที่ช่วยแสดงว่าผู้เดินทางมีศักยภาพในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายระหว่างการท่องเที่ยว และมีความพร้อมในการเดินทางกลับประเทศหลังสิ้นสุดทริป ตัวอย่างหลักฐานการเงินที่สถานทูตมักขอ ได้แก่
- รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
- หนังสือรับรองยอดเงินจากธนาคาร
- สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้ในบางประเทศ
- หลักฐานการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากผู้สนับสนุน หากไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง
นอกจากนี้ หลายประเทศยังขอเอกสารยืนยันที่พักเพื่อประกอบการพิจารณา เช่น ใบยืนยันการจองโรงแรม, เอกสารการจองที่พัก, หนังสือเชิญจากญาติหรือเพื่อน กรณีพักกับบุคคลในประเทศปลายทาง เป็นต้น
ข้อมูลในเอกสารการจองที่พักควรสอดคล้องกับกำหนดการเดินทางและตั๋วเครื่องบิน เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น
เอกสารเสริมที่อาจถูกขอเพิ่มเติมในบางกรณี
นอกจากเอกสารพื้นฐานแล้ว สถานทูตอาจขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา โดยขึ้นอยู่กับอาชีพ วัตถุประสงค์การเดินทาง หรือสถานะของผู้ยื่นคำขอ
ตัวอย่างเอกสารที่อาจต้องใช้ ได้แก่
- หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัท
- หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หรือใบทะเบียนการค้า (สำหรับเจ้าของกิจการ)
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนสมรส หรือสูติบัตร (กรณีเดินทางพร้อมครอบครัว)
- หนังสือเชิญ (Invitation Letter)
- แผนการเดินทาง (Travel Itinerary)
- หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง สำหรับผู้เยาว์ที่เดินทางโดยไม่มีบิดาหรือมารดา
แม้ว่าสถานทูตจะไม่ได้ระบุเอกสารเหล่านี้เป็นข้อบังคับในทุกกรณี แต่การเตรียมไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถส่งเอกสารเพิ่มเติมได้อย่างรวดเร็ว หากเจ้าหน้าที่ร้องขอระหว่างการพิจารณาวีซ่า และอาจช่วยให้กระบวนการอนุมัติเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
จองแล้ว 151495 ครั้ง
จองแล้ว 356940 ครั้ง
จองแล้ว 1509863 ครั้ง
จองแล้ว 287834 ครั้ง
จองแล้ว 62893 ครั้ง
ขั้นตอนการขอวีซ่าท่องเที่ยว ทำอย่างไร?

ที่มาของภาพ: Freepik
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบว่าคุณต้องขอวีซ่าหรือไม่
ก่อนเริ่มยื่นวีซ่า ควรตรวจสอบก่อนว่าผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าสำหรับประเทศปลายทางหรือไม่ เพราะหลายประเทศมีนโยบายยกเว้นวีซ่า (Visa Exemption) ที่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้า หากพำนักไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด สิ่งที่ตรวจสอบ ได้แก่
- ประเทศปลายทางกำหนดให้คนไทยต้องขอวีซ่าหรือไม่
- สามารถเดินทางแบบ Visa Exemption หรือ Visa on Arrival ได้หรือไม่
- ต้องลงทะเบียนออนไลน์ เช่น e-Travel หรือ ETA ก่อนเดินทางหรือไม่
- ระยะเวลาที่สามารถพำนักได้สูงสุด
- หนังสือเดินทางต้องมีอายุคงเหลือเท่าใด
เนื่องจากนโยบายการเข้าประเทศอาจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของสถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางก่อนวางแผนเดินทาง
ขั้นตอนที่ 2: รวบรวมเอกสารและกรอกแบบฟอร์มวีซ่า
เมื่อยืนยันแล้วว่าจำเป็นต้องขอวีซ่า ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมเอกสารและกรอกแบบฟอร์มคำร้องให้ครบถ้วน ก่อนยื่นคำขอ ควรตรวจสอบว่าเอกสารทุกฉบับมีข้อมูลตรงกัน เช่น
- ชื่อ-นามสกุลตรงกับหนังสือเดินทาง
- หมายเลขหนังสือเดินทางถูกต้อง
- วันที่เดินทางสอดคล้องกับตั๋วเครื่องบินและการจองที่พัก
- เอกสารทางการเงินเป็นข้อมูลล่าสุดตามที่สถานทูตกำหนด
ข้อผิดพลาดที่ทำให้การขอวีซ่าล่าช้าหรือถูกปฏิเสธบ่อย ได้แก่
- กรอกข้อมูลไม่ครบหรือไม่ตรงกับเอกสาร
- ส่งรูปถ่ายไม่ตรงตามมาตรฐาน
- หนังสือเดินทางมีอายุเหลือน้อยกว่าที่กำหนด
- หลักฐานการเงินไม่เพียงพอ
- แผนการเดินทางไม่ชัดเจนหรือข้อมูลไม่สอดคล้องกัน
การตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนส่งทุกครั้ง จะช่วยลดโอกาสถูกเรียกเอกสารเพิ่มเติมและทำให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ขั้นตอนที่ 3: ยื่นเอกสารที่สถานทูตหรือศูนย์รับยื่นวีซ่า
หลังจากเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว สามารถยื่นคำร้องได้ตามช่องทางที่ประเทศปลายทางกำหนด ซึ่งอาจแตกต่างกัน เช่น
- ยื่นด้วยตนเองที่สถานทูตหรือสถานกงสุล
- ยื่นผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (Visa Application Center)
- ยื่นผ่านระบบออนไลน์สำหรับประเทศที่รองรับ e-Visa
หลายประเทศกำหนดให้ผู้ยื่นจองคิวล่วงหน้าก่อนเข้ายื่นเอกสาร และบางประเทศอาจต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometric) เช่น การสแกนลายนิ้วมือและถ่ายภาพ ระหว่างการยื่นคำร้อง
ในขั้นตอนนี้ ผู้ยื่นจะต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าตามอัตราที่ประเทศปลายทางกำหนด ซึ่งค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันตามประเภทวีซ่า ระยะเวลาพำนัก และสัญชาติของผู้ยื่น โดยส่วนใหญ่ค่าธรรมเนียมจะไม่สามารถขอคืนได้ แม้ว่าคำร้องจะไม่ได้รับการอนุมัติก็ตาม
ขั้นตอนที่ 4: รอผลและรับวีซ่า
หลังยื่นคำร้องเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเอกสาร ซึ่งระยะเวลาในการอนุมัติจะแตกต่างกันไปตามประเทศและช่วงเวลาที่มีผู้ยื่นคำขอจำนวนมาก โดยทั่วไปสามารถติดตามสถานะคำร้องได้ผ่านเว็บไซต์ของสถานทูตหรือเว็บไซต์ของศูนย์รับยื่นวีซ่า เมื่อวีซ่าได้รับการอนุมัติแล้ว ควรตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนเดินทาง เช่น
- ชื่อ-นามสกุล
- หมายเลขหนังสือเดินทาง
- ประเภทวีซ่า
- จำนวนครั้งที่สามารถเข้าประเทศ (Single หรือ Multiple Entry)
- วันที่เริ่มใช้และวันหมดอายุของวีซ่า
- ระยะเวลาที่อนุญาตให้พำนัก
หากพบข้อมูลผิดพลาด ควรรีบติดต่อสถานทูตหรือศูนย์รับยื่นวีซ่าทันที เพื่อแก้ไขก่อนวันเดินทาง และอย่าลืมพกเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือเดินทาง หลักฐานการจองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และเอกสารประกอบอื่น ๆ ติดตัวไว้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอาจขอตรวจสอบเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทาง
วีซ่าท่องเที่ยวสำหรับประเทศยอดนิยม (เกาหลี ยุโรป ญี่ปุ่น)
แต่ละประเทศมีนโยบายการออกวีซ่าท่องเที่ยวแตกต่างกัน ทั้งประเภทวีซ่า เอกสารที่ใช้ ระยะเวลาพำนัก และค่าธรรมเนียม ดังนั้นก่อนวางแผนเดินทาง ควรตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางให้เป็นปัจจุบันเสมอ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ประเทศที่มีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่ามากที่สุด ได้แก่ เกาหลีใต้ กลุ่มประเทศเชงเก้นในยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละแห่งมีรายละเอียดที่ควรรู้ดังนี้
วีซ่าท่องเที่ยวเกาหลีใต้: ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางไปประเทศเกาหลีเพื่อการท่องเที่ยว จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวก่อนเดินทาง เว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขการยกเว้นตามมาตรการพิเศษที่รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศในบางช่วงเวลา เอกสารที่มักใช้ในการยื่นขอวีซ่า ได้แก่
- หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า
- รูปถ่ายตามมาตรฐาน
- หลักฐานการเงิน เช่น Bank Statement
- หนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองการเป็นนักศึกษา
- แผนการเดินทาง
- ใบจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก (ตามที่สถานทูตกำหนด)
โดยทั่วไป วีซ่าท่องเที่ยวเกาหลีใต้จะอนุญาตให้พำนักได้ตามระยะเวลาที่ระบุในวีซ่า และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาพำนักเมื่อเดินทางถึงประเทศ
เนื่องจากข้อกำหนดด้านเอกสารอาจแตกต่างกันตามอาชีพหรือสถานะของผู้สมัคร จึงควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดจากสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ก่อนยื่นคำร้อง
วีซ่าท่องเที่ยวยุโรป (เชงเก้น): คู่มือสำหรับคนไทย
หากต้องการเดินทางไปหลายประเทศในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ หรือเนเธอร์แลนด์ การขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) จะช่วยให้สามารถเดินทางภายในประเทศสมาชิกเชงเก้นได้ด้วยวีซ่าเพียงใบเดียว จุดเด่นของวีซ่าเชงเก้น ได้แก่
- เดินทางได้ในหลายประเทศสมาชิกเชงเก้น
- พำนักได้สูงสุด 90 วัน ภายในช่วงเวลา 180 วัน
- ยื่นขอผ่านสถานทูตของประเทศที่พำนักนานที่สุด หรือประเทศแรกที่เดินทางเข้า หากระยะเวลาพำนักเท่ากัน
- ต้องมีประกันการเดินทางที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินขั้นต่ำที่กำหนด
เอกสารที่ใช้ยื่นขอวีซ่าเชงเก้นโดยทั่วไป ได้แก่
- หนังสือเดินทาง
- แบบฟอร์มคำร้อง
- รูปถ่าย
- หลักฐานการเงิน
- แผนการเดินทาง
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
- หลักฐานการจองที่พัก
- ประกันการเดินทาง
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้นมีการปรับเปลี่ยนเป็นระยะตามประกาศของสหภาพยุโรป จึงควรตรวจสอบอัตราล่าสุดจากสถานทูตประเทศที่ยื่นคำร้องก่อนดำเนินการ
วีซ่าท่องเที่ยวญี่ปุ่น: ข้อมูลอัปเดตล่าสุด 2569
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทยยังสามารถเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หากพำนักไม่เกิน 15 วัน และมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนด อย่างไรก็ตาม หากมีวัตถุประสงค์อื่น เช่น พำนักเกินระยะเวลาที่ได้รับการยกเว้น, ศึกษาต่อ, ทำงาน, เดินทางเพื่อกิจกรรมที่ไม่เข้าข่ายการท่องเที่ยว เป็นต้น จะต้องยื่นขอวีซ่าให้ตรงกับวัตถุประสงค์ก่อนเดินทาง
ผู้ที่จำเป็นต้องขอวีซ่าญี่ปุ่นควรเตรียมเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง แบบฟอร์มคำร้อง รูปถ่าย หลักฐานการเงิน และแผนการเดินทาง โดยวีซ่าแบบเข้าได้ครั้งเดียว มีอายุการใช้งานโดยทั่วไป 3 เดือนนับจากวันออกวีซ่า
วีซ่าท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย: ข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ
ชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยว พักผ่อน หรือเยี่ยมเยือน สามารถยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ รวมถึงผ่านระบบ Thai e-Visa สำหรับประเทศที่รองรับ โดยวีซ่าประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีแผนพำนักในประเทศไทยเกินกว่าระยะเวลาที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าหรือผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ Visa Exemption
โดยทั่วไป ผู้ยื่นคำขอจะต้องแสดงวัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจน มีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ หลักฐานการเงิน และเอกสารประกอบอื่นๆ ตามที่สถานทูตกำหนด ทั้งนี้ การได้รับวีซ่าไม่ได้รับประกันว่าจะสามารถเข้าประเทศไทยได้โดยอัตโนมัติ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังเป็นผู้พิจารณาอนุญาตเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย

ประเภทวีซ่าท่องเที่ยวเข้าไทยและระยะเวลาพำนัก
วีซ่าท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
ประเภทวีซ่า | อายุวีซ่า | ระยะเวลาพำนัก | เหมาะสำหรับ |
TR Single Entry | ใช้วีซ่าได้ภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ออก | พำนักได้สูงสุด 60 วันต่อการเข้าประเทศ 1 ครั้ง | นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยเพียงครั้งเดียว |
TR Multiple Entry (METV) | อายุวีซ่า 6 เดือน | พำนักได้สูงสุด 60 วันต่อการเข้าประเทศ 1 ครั้ง และเข้า-ออกประเทศไทยได้หลายครั้งภายในอายุวีซ่า | ผู้ที่เดินทางเข้าไทยบ่อย หรือวางแผนเดินทางไปหลายประเทศแล้วกลับเข้าประเทศไทยอีกครั้ง |
สำหรับผู้สมัคร TR Multiple Entry (METV) สถานทูตไทยมักกำหนดให้แสดงหลักฐานทางการเงินเพื่อยืนยันว่ามีศักยภาพในการเดินทางและพำนักในประเทศไทย เช่น รายการเดินบัญชีหรือเงินฝากตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งรายละเอียดอาจแตกต่างกันตามประเทศที่ยื่นคำร้องและสถานทูตแต่ละแห่ง
การต่อวีซ่าท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำได้หรือไม่?
ผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยว (TR) สามารถยื่นขอต่ออายุการพำนักได้ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในประเทศไทย หากมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ โดยทั่วไปจะสามารถต่ออายุได้ อีก 30 วัน ทำให้ผู้ถือวีซ่าแบบ Single Entry สามารถพำนักในประเทศไทยได้รวมสูงสุดประมาณ 90 วัน ต่อการเดินทาง 1 ครั้ง
เอกสารที่มักใช้ในการยื่นขอต่อวีซ่า ได้แก่
- หนังสือเดินทาง
- แบบฟอร์มคำร้องขอต่ออายุการพำนัก
- รูปถ่ายตามที่กำหนด
- ค่าธรรมเนียมการต่อวีซ่า
- เอกสารประกอบอื่น ๆ หากเจ้าหน้าที่ร้องขอ
ในกรณีที่ไม่สามารถต่อวีซ่าได้ หรือพำนักครบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว ผู้เดินทางอาจต้องเดินทางออกนอกประเทศไทยก่อนจึงจะสามารถกลับเข้ามาใหม่ได้ หากเข้าเงื่อนไขของประเภทวีซ่าหรือสิทธิ์การเข้าประเทศที่ถืออยู่
เคล็ดลับสำคัญก่อนยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวให้ผ่าน

สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำเมื่อยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว
การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถช่วยให้กระบวนการยื่นวีซ่าเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
สิ่งที่ควรทำ | สิ่งที่ไม่ควรทำ |
ตรวจสอบข้อกำหนดของสถานทูตล่าสุดก่อนยื่น | ยื่นเอกสารโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน |
กรอกแบบฟอร์มให้ตรงกับหนังสือเดินทาง | กรอกข้อมูลไม่ตรงกับเอกสารประกอบ |
เตรียมหลักฐานการเงินที่เพียงพอและเป็นปัจจุบัน | ใช้บัญชีที่มียอดเงินผิดปกติหรือเพิ่งโอนเงินจำนวนมากโดยไม่มีที่มา |
จัดทำแผนการเดินทางที่ชัดเจน | ส่งแผนการเดินทางที่คลุมเครือหรือไม่มีรายละเอียด |
ใช้เอกสารจริงหรือเอกสารที่ตรวจสอบได้ | ใช้เอกสารปลอม หรือแก้ไขข้อมูลในเอกสาร |
ยื่นคำขอล่วงหน้าก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 1–2 เดือน | รอจนใกล้วันเดินทางแล้วค่อยยื่นขอวีซ่า |
นอกจากนี้ หากสถานทูตเรียกสัมภาษณ์หรือขอเอกสารเพิ่มเติม ควรตอบคำถามตามความเป็นจริงและส่งเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนด การให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงอาจส่งผลให้คำขอวีซ่าถูกปฏิเสธและอาจกระทบต่อการยื่นขอวีซ่าในอนาคต
การเตรียมแผนการเดินทางประกอบการยื่นวีซ่า
แผนการเดินทางเป็นเอกสารที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการเดินทาง และพิจารณาได้ว่าการเดินทางมีความสมเหตุสมผลหรือไม่ แผนการเดินทางที่ดีควรประกอบด้วย
- วันที่เดินทางไปและวันเดินทางกลับ
- เที่ยวบินขาไปและขากลับ
- เมืองหรือประเทศที่จะเดินทางไป
- รายชื่อโรงแรมหรือที่พักในแต่ละคืน
- กิจกรรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวหลักที่วางแผนไว้
- วิธีการเดินทางระหว่างเมือง (หากเดินทางหลายเมืองหรือหลายประเทศ)
ไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดทุกชั่วโมง แต่ควรแสดงภาพรวมของการเดินทางให้สอดคล้องกับตั๋วเครื่องบิน การจองที่พัก และระยะเวลาพำนักที่ขอวีซ่า หากเดินทางไปหลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มเชงเก้น ควรระบุจำนวนคืนที่พักในแต่ละประเทศอย่างชัดเจน เพื่อให้สถานทูตสามารถพิจารณาประเทศที่มีอำนาจรับคำร้องได้อย่างถูกต้อง
สุดท้าย ควรยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อนวันเดินทาง หรือเร็วกว่านั้นในช่วงเทศกาลและฤดูการท่องเที่ยว เพราะสถานทูตหลายแห่งอาจใช้เวลาพิจารณานานกว่าปกติ
ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่าท่องเที่ยว
ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่าท่องเที่ยวแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่า สัญชาติของผู้สมัคร และช่องทางการยื่นคำร้อง นอกจากค่าธรรมเนียมวีซ่าแล้ว ผู้เดินทางอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าบริการศูนย์รับยื่นวีซ่า ค่าถ่ายรูป ค่าประกันการเดินทาง หรือค่าบริการเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometric)
เพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนการเดินทาง ควรยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 เดือน และเผื่อเวลาเพิ่มเติมในช่วงเทศกาลหรือฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีผู้ยื่นคำขอจำนวนมาก ตารางด้านล่างเป็นข้อมูลโดยประมาณของประเทศยอดนิยม
ประเทศ / ประเภทวีซ่า | ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ | ระยะเวลาพิจารณาโดยทั่วไป |
ญี่ปุ่น | ขึ้นอยู่กับสัญชาติและประเภทวีซ่า (ผู้ที่ต้องขอวีซ่าอาจมีค่าธรรมเนียมแตกต่างกัน) | ประมาณ 5–10 วันทำการ |
เกาหลีใต้ | ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่า เช่น Single Entry และ Multiple Entry มีอัตราแตกต่างกัน | ประมาณ 7–15 วันทำการ (อาจนานกว่านี้ในช่วงที่มีผู้สมัครจำนวนมาก) |
กลุ่มประเทศเชงเก้น | ประมาณ 90 ยูโร สำหรับผู้ใหญ่ (อาจมีการยกเว้นหรืออัตราพิเศษสำหรับบางกลุ่ม) | โดยทั่วไปประมาณ 15 วันปฏิทิน และอาจขยายเวลาได้หากต้องตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม |
ออสเตรเลีย | แตกต่างตามประเภทวีซ่าและช่องทางการสมัคร | โดยทั่วไปประมาณ 2–4 สัปดาห์ แต่บางกรณีอาจใช้เวลานานกว่านั้น |
หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาพิจารณาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของแต่ละประเทศ รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนและค่าบริการของศูนย์รับยื่นวีซ่า จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของสถานทูตหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนยื่นคำร้อง
วีซ่าท่องเที่ยวเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยให้การเดินทางไปต่างประเทศเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยแต่ละประเทศมีประเภทวีซ่า เอกสารที่ใช้ ขั้นตอนการยื่น ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาที่แตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนวางแผนเดินทางควรตรวจสอบว่าจำเป็นต้องขอวีซ่าหรือไม่ ศึกษาข้อกำหนดของประเทศปลายทาง เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และยื่นคำขอล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน เพื่อเพิ่มโอกาสได้รับการอนุมัติและลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้น หากเตรียมตัวอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้น คุณก็จะสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจและสนุกกับทริปได้อย่างเต็มที่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าท่องเที่ยว
-
วีซ่านักท่องเที่ยวอยู่ได้กี่เดือน?
วีซ่าท่องเที่ยว (TR) ของประเทศไทยในปี 2569 แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Single Entry ที่มีอายุวีซ่า 3 เดือน และ Multiple Entry ที่มีอายุวีซ่า 6 เดือน โดยทั้งสองประเภทอนุญาตให้พำนักได้ ครั้งละไม่เกิน 60 วัน ส่วนวีซ่าท่องเที่ยวของประเทศอื่น ๆ จะมีระยะเวลาพำนักแตกต่างกัน เช่น 30, 60 หรือ 90 วัน ขึ้นอยู่กับกฎหมายและนโยบายตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศ -
ต่อวีซ่าท่องเที่ยว 30 วันได้กี่ครั้ง?
โดยทั่วไป ผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวในประเทศไทยสามารถยื่นขอต่อระยะเวลาพำนักได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Office) ครั้งละ 30 วัน อย่างไรก็ตาม การอนุมัติและจำนวนครั้งที่สามารถต่อได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง โดยมีค่าธรรมเนียมการต่อประมาณ 1,900 บาท และควรยื่นคำขอก่อนวีซ่าหมดอายุอย่างน้อย 1–2 วันทำการ -
ขอวีซ่าท่องเที่ยวต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
- (1) หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
- (2) แบบฟอร์มวีซ่าที่กรอกครบถ้วน
- (3) รูปถ่ายขนาด 2½ นิ้ว จำนวน 2 รูป ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ไม่สวมหมวกและแว่นตาดำ
- (4) หลักฐานการเดินทาง เช่น ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
- (5) หลักฐานการจองที่พัก
- (6) หลักฐานการเงิน เช่น สเตทเมนต์บัญชีย้อนหลัง 3-6 เดือน
- (7) เงินติดตัวไม่น้อยกว่า 20,000 บาทต่อคน (สำหรับวีซ่าเข้าไทย) โดยสถานทูตอาจขอเอกสารเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
-
วีซ่าท่องเที่ยวกับวีซ่าเยี่ยมเยือนต่างกันอย่างไร?
วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) ใช้สำหรับการท่องเที่ยว พักผ่อน หรือทำกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ส่วน วีซ่าเยี่ยมเยือน (Visitor Visa) มักใช้สำหรับการเดินทางไปเยี่ยมครอบครัว ญาติ หรือเพื่อนในประเทศปลายทาง โดยอาจต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม เช่น หนังสือเชิญหรือหลักฐานความสัมพันธ์กับผู้เชิญ แม้ว่าทั้งสองประเภทจะไม่อนุญาตให้ทำงานเช่นเดียวกัน แต่เงื่อนไขและเอกสารประกอบอาจแตกต่างกันตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศ -
วีซ่าท่องเที่ยวสามารถทำงานได้หรือไม่?
ไม่ได้ วีซ่าท่องเที่ยวมีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนเท่านั้น ผู้ถือวีซ่าไม่สามารถทำงาน รับค่าจ้าง หรือประกอบธุรกิจในประเทศปลายทางได้ หากฝ่าฝืนเงื่อนไขของวีซ่า อาจถูกเพิกถอนวีซ่า ถูกเนรเทศ และถูกห้ามเข้าประเทศในอนาคต หากต้องการทำงานในต่างประเทศ ควรยื่นขอวีซ่าทำงาน (Work Visa) หรือวีซ่าประเภทที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการเดินทาง -
ถ้าวีซ่าหมดอายุแล้วยังอยู่ในประเทศจะเป็นอย่างไร?
การพำนักเกินกำหนดวีซ่า (Overstay) ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของทุกประเทศ และอาจมีบทลงโทษแตกต่างกัน สำหรับประเทศไทย ผู้ที่อยู่เกินกำหนดจะถูกปรับ วันละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท และในบางกรณีอาจถูกควบคุมตัว เนรเทศ หรือถูกห้ามเดินทางเข้าประเทศในอนาคต ดังนั้น ควรตรวจสอบวันหมดอายุของวีซ่าอย่างสม่ำเสมอ และยื่นขอต่อวีซ่าหรือเดินทางออกจากประเทศก่อนครบกำหนด -
สมัครวีซ่าท่องเที่ยวออนไลน์ได้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง ปัจจุบันหลายประเทศเปิดให้สมัคร e-Visa หรือวีซ่าออนไลน์ได้ เช่น อินเดีย ศรีลังกา ตุรกี และเวียดนาม ขณะที่บางประเทศ เช่น กลุ่มเชงเก้น ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ยังคงกำหนดให้ยื่นเอกสารผ่านสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าในหลายกรณี ดังนั้น ก่อนสมัครควรตรวจสอบช่องทางการยื่นคำร้องและข้อกำหนดล่าสุดจากเว็บไซต์ของสถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางโดยตรง เพื่อให้ใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุด
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
วีซ่าท่องเที่ยวคืออะไร? รวมประเภทวีซ่า เอกสารที่ต้องใช้ และวิธีขอแบบเข้าใจง่าย
- ● วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) คืออะไร?
- ● ประเภทของวีซ่าท่องเที่ยวที่ควรรู้
- ● เอกสารขอวีซ่าท่องเที่ยว มีอะไรบ้าง?
- ● ขั้นตอนการขอวีซ่าท่องเที่ยว ทำอย่างไร?
- ● วีซ่าท่องเที่ยวสำหรับประเทศยอดนิยม (เกาหลี ยุโรป ญี่ปุ่น)
- ● วีซ่าท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย: ข้อมูลสำหรับชาวต่างชาติ
- ● เคล็ดลับสำคัญก่อนยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวให้ผ่าน
- ● ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่าท่องเที่ยว
- ● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าท่องเที่ยว
เนื้อหายอดฮิต
-
คู่มือท่องเที่ยว
-
โปรโมชั่น Trip.com
- china arrival card
- ส่วนลด trip.com
- ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ Trip.com
- วันหยุดจีน
- eSIM
- eSim จีน
- รถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้
- Trip.com Vip Lounge Access
- e cigarette on flight
- ที่พักเฉิงตู
- รถไฟใต้ดินปักกิ่ง
- การเลือกที่นั่งเที่ยวบิน Trip.com
- buy extra baggage airasia
- ขอคืนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- don mueang airport lounge
- รถไฟใต้ดินเซินเจิ้น
- สนามบินเฉิงตู เทียนฟู่ เข้าเมือง
- วิธีการชำระเงิน trip.com
- ขอเงินคืนโรงแรม Trip.com
- นโยบายการยกเลิก Trip.com
- esim คือ
- ข้อจำกัดการพกเงินสดยุโรป
- ยกเลิกเที่ยวบิน
- รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง
- เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- รถไฟจีน
- eSim ญี่ปุ่น
- laos to china train
- รถไฟใต้ดินหางโจว
- ที่เที่ยวเฉิงตู









































