

คู่มือ Visa on Arrival 2569: สรุปวิธีขอวีซ่าหน้าด่านให้ผ่านฉลุย

โดย Porlaoongkum
26 พฤษภาคม 2026

สำหรับนักเดินทางที่อยากเที่ยวต่างประเทศแบบสะดวก Visa on Arrival หรือวีซ่าเมื่อเดินทางถึง คือหนึ่งในตัวช่วยที่ทำให้การเข้าประเทศง่ายขึ้นโดยไม่ต้องยื่นวีซ่าล่วงหน้า Trip.com จะพาไปรู้จักว่า VOA คืออะไร แตกต่างจาก e-Visa อย่างไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง รวมถึงข้อควรรู้สำคัญก่อนเดินทางทั้งเข้าไทยและต่างประเทศ เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นตั้งแต่ก้าวแรกที่สนามบิน
Visa on Arrival คืออะไร? ทำความรู้จักวีซ่าประเภทนี้ให้ครบก่อนเดินทาง

ที่มาของภาพ: Freepik
Visa on Arrival (VoA) คือประเภทของวีซ่าที่นักเดินทางสามารถยื่นขอได้ทันทีเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทางทาง โดยส่วนใหญ่มักดำเนินการที่สนามบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมือง ช่วยให้ผู้เดินทางไม่ต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้ากับสถานทูตหรือสถานกงสุลเหมือนวีซ่าแบบทั่วไป จึงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวสายเที่ยวเองหรือผู้ที่ต้องการความสะดวกในการเดินทางต่างประเทศ
ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกเปิดให้ใช้ระบบ Visa on Arrival เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางต่างชาติ โดยผู้ที่สามารถขอได้จะขึ้นอยู่กับสัญชาติของผู้ถือหนังสือเดินทาง รวมถึงเงื่อนไขของแต่ละประเทศ เช่น ระยะเวลาพำนัก วัตถุประสงค์ในการเดินทาง และเอกสารประกอบที่ต้องใช้
ซึ่งวิธีนี้ จะช่วยลดขั้นตอนการเตรียมเอกสารล่วงหน้า เหมาะมากหากใครต้องการเดินทางแบบเร่งด่วนหรือทริปกะทันหัน แม้วีซ่าประเภทนี้จะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการ เช่น อาจต้องรอคิวตรวจเอกสารที่สนามบิน ใช้เวลานานในช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือมีโอกาสถูกปฏิเสธการเข้าเมืองหากเอกสารไม่ครบ ดังนั้น ก่อนเดินทางควรศึกษาข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานทางการของประเทศปลายทุกครั้ง เพื่อให้การเดินทางราบรื่นและไม่มีปัญหาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ความแตกต่างระหว่าง Visa on Arrival, Visa Exemption และ e-Visa
หนึ่งในเรื่องที่นักเดินทางมักสับสนก่อนเดินทางต่างประเทศ คือความแตกต่างระหว่าง Visa on Arrival, Visa Exemption และ e-Visa ซึ่งทั้ง 3 รูปแบบมีขั้นตอนและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ดังนี้
Visa on Arrival (VoA)
คือการขอวีซ่าเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทาง ผู้เดินทางต้องยื่นเอกสารและชำระค่าธรรมเนียมที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองก่อนเข้าประเทศ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกและไม่อยากดำเนินการขอวีซ่าล่วงหน้า
Visa Exemption
คือการยกเว้นวีซ่า คือสิทธิ์ที่ผู้ถือหนังสือเดินทางจากบางประเทศสามารถเดินทางเข้าประเทศปลายทางได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเลย ทั้งก่อนเดินทางและเมื่อเดินทางถึง เพียงมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุแล้วเอกสารตามเงื่อนไขที่กำหนด ถือเป็นรูปแบบที่สะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวระยะสั้น
e-Visa
คือระบบขอวีซ่าออนไลน์ล่วงหน้า ผู้เดินทางสามารถกรอกข้อมูล อัปโหลดเอกสาร และชำระค่าธรรมเนียมผ่านเว็บไซต์ได้ก่อนเดินทาง เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงสามารถใช้เอกสารยืนยันเพื่อเข้าประเทศได้ทันที ช่วยลดเวลาการรอคิวที่สนามบินและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก
ดังนั้นก่อนจองตั๋วเครื่องบินหรือวางแผนทริป ควรตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าประเทศของแต่ละประเทศให้ชัดเจน เพื่อเลือกประเภทวีซ่าที่เหมาะสมกับรูปแบบการเดินทางของตัวเองมากที่สุด
Visa on Arrival ไทย: สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากเข้าประเทศไทย
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกและมีระบบ Visa on Arrival (VoA) เพื่อความสะดวกให้ชาวต่างชาติจากหลายประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าที่สถานทูตไทยในประเทศต้นทาง นักท่องเที่ยวที่มีสิทธิ์ขอ Visa on Arrival สามารถยื่นเอกสารและชำระค่าธรรมเนียมได้ที่สนามบินนานาชาติหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองที่กำหนดในประเทศไทย
ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย ควรตรวจสอบรายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิ์ รวมถึงค่าธรรมเนียม ระยะเวลาพำนัก และกฎการเข้าประเทศล่าสุด เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีปัญหาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
ประเทศที่มีสิทธิ์ขอ Visa on Arrival เพื่อเข้าประเทศไทย
ทวีป / ภูมิภาค | ประเทศที่ได้รับสิทธิ์ Visa on Arrival เข้าไทย |
เอเชีย | จีน, อินเดีย, คาซัคสถาน, อุซเบกิสถาน, ไต้หวัน, ภูฏาน, คีร์กีซสถาน |
ตะวันออกกลาง | ซาอุดีอาระเบีย, บาห์เรน, ไซปรัส (นับตามภูมิศาสตร์) |
ยุโรปตะวันออก | บัลแกเรีย, โรมาเนีย, มอลตา, อาร์เมเนีย, เบลารุส, จอร์เจีย, รัสเซีย, เซอร์เบีย |
แอฟริกา | เอธิโอเปีย, นามิเบีย, เซเชลส์, ตูนิเซีย |
โอเชียเนีย | ฟิจิ, นาอูรู, ปาปัวนิวกินี, วานูอาตู |
อเมริกา | เม็กซิโก, คอสตาริกา, เอลซัลวาดอร์, โบลิเวีย, ปารากวัย, เวเนซุเอลา |
หมายเหตุ: รายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิ์ Visa on Arrival ของไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายตรวจคนเข้าเมืองและข้อตกลงระหว่างประเทศ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง
ค่าธรรมเนียม Visa on Arrival ไทย และระยะเวลาพำนักที่ได้รับ
- ค่าธรรมเนียมโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทต่อคน
- บางช่วงเวลาอาจมีมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
- สามารถพำนักในประเทศไทยได้สูงสุดไม่เกิน 15 วัน
- หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
- ต้องมีตั๋วเดินทางออกจากประเทศไทยภายในกำหนด
- ต้องแสดงหลักฐานที่พักหรือที่อยู่ในประเทศไทย
- ต้องมีเงินสดหรือหลักฐานทางการเงินตามเกณฑ์ที่กำหนด
- เหมาะสำหรับการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวระยะสั้น
โดยทั่วไปวีซ่าประเภทนี้ ไม่สามารถต่ออายุได้ หากต้องการพำนักนานขึ้น อาจต้องเดินทางออกนอกประเทศและยื่นวีซ่าประเภทอื่นใหม่
ค่าปรับกรณีอยู่เกินกำหนด จะเป็นวันละ 500 บาท และค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท หากอยู่เกินกำหนดเป็นเวลานาน อาจถูกขึ้นบัญชีดำและห้ามเข้าประเทศไทยในอนาคตได้








































Visa on Arrival ใช้เอกสารอะไรบ้าง? เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนเดินทาง
แม้วีซ่า Visa on Arrival จะเป็นรูปแบบวีซ่าที่สะดวกและสามารถยื่นขอได้ เมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทาง แต่ผู้เดินทางยังจำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามข้อกำหนดของด่านตรวจคนเข้าเมือง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่าประเภทนี้ เพราะหากเอกสารไม่ครบหรือข้อมูลไม่ถูกต้อง อาจถูกปฏิเสธได้

ที่มาของภาพ: Freepik
เอกสารหลักที่ต้องเตรียมสำหรับ Visa on Arrival ประเทศไทย
ผู้เดินทางที่ต้องการขอวีซ่าประเภทนี้เพื่อเดินทางเข้าประเทศไทย ควรเตรียมเอกสารสำคัญดังต่อไปนี้ให้ครบถ้วนก่อนออกเดินทาง
1. หนังสือเดินทาง (Passport)
ต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางเข้าประเทศไทย ควรมีหน้าว่างสำหรับประทับตราวีซ่า
2. รูปถ่ายหน้าตรง
ขนาดประมาณ 4x6 ซม. พื้นหลังสีสุภาพและถ่ายไว้ไม่นานเกิน 6 เดือน
3. แบบฟอร์มคำร้อง Visa on Arrival
สามารถกรอกล่วงหน้าหรือกรอกที่สนามบินได้ ต้องกรอกข้อมูลให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกจุด
4. หลักฐานการจองที่พัก
เช่น เอกสารยืนยันการจองโรงแรม ควรแสดงรายละเอียดชื่อผู้เข้าพัก วันที่เข้าพัก และที่อยู่อย่างชัดเจน
5. ตั๋วเครื่องบินขากลับหรือเดินทางต่อ
ต้องแสดงวันเดินทางออกจากประเทศไทยภายในระยะเวลาที่วีซ่าอนุญาต
6. เงินสดหรือหลักฐานทางการเงิน
เจ้าหน้าที่อาจสุ่มตรวจเงินสดตามเกณฑ์ที่กำหนด ควรเตรียมเงินสดให้เพียงพอต่อการเดินทางและค่าใช้จ่ายระหว่างพำนัก
7. ค่าธรรมเนียม Visa on Arrival
โดยทั่วไปประมาณ 2,000 บาท บางด่วนอาจรับเฉพาะเงินสด จึงควรเตรียมเงินสดไว้ล่วงหน้า
เคล็ดลับการเตรียมเอกสาร Visa on Arrival ให้ผ่านฉลุย ไม่โดนปฏิเสธ
แม้ขั้นตอนการขอวีซ่าจะไม่ซับซ้อนมาก แต่การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดปัญหาและเพิ่มโอกาสผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยวที่สนามบินมีผู้เดินทางจำนวนมาก
1. ตรวจสอบอายุหนังสือเดินทางก่อนเสมอ
ควรเหลืออายุมากกว่า 6 เดือนเสมอ หากใกล้หมดอายุ ควรต่อพาสปอร์ตใหม่ก่อนเดินทาง
2. พิมพ์เอกสารสำคัญติดตัวไว้
เช่น ใบจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน และเอกสารการชำระเงิน แม้มีไฟล์ในมือถือ ก็ควรมีเอกสารกระดาษสำรองเผื่ออินเทอร์เน็ตมีปัญหา
3. กรอกแบบฟอร์มให้ถูกต้อง
ชื่อ นามสกุล และเลขพาสปอร์ตต้องตรงกับเอกสารทุกอย่าง หลีกเลี่ยงการเขียนผิดหรือใช้ข้อมูลไม่ตรงกัน
4. เตรียมเงินสดให้เพียงพอ
บางสนามบินอาจไม่รับบัตรเครดิตหรือมีข้อจำกัดเรื่องการแลกเงิน ควรเตรียมทั้งค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่าใช้จ่ายเบื้องต้น
5. แต่งกายสุภาพและใช้ข้อมูลตรงไปตรงมา
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอาจสอบถามวัตถุประสงค์ในการเดินทาง ควรตอบคำถามตามจริงและมีเอกสารรองรับครบถ้วน
6. หลีกเลี่ยงการจองตั๋วเที่ยวเดียว
การไม่มีตั๋วเดินทางกลับอาจทำให้ถูกปฏิเสธการเข้าเมืองได้ ควรมีแผนการเดินทางชัดเจนก่อนเข้าประเทศ
การเตรียมเอกสารอย่างละเอียดและตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยให้ขั้นตอนการขอวีซ่าเป็นเรื่องง่าย ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธและทำให้การเดินทางต่างประเทศของคุณราบรื่นมากขึ้น
ขั้นตอนการขอ Visa on Arrival ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทำอย่างไรให้รวดเร็ว
การขอ Visa on Arrival อาจดูเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนสำหรับนักเดินทางมือใหม่ แต่ความเป็นจริง หากเตรียมเอกสารครบแล้วเข้าใจขั้นตอนล่วงหน้า ก็สามารถผ่านด่านได้อย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือผู้เดินทางควรเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนลงเครื่อง รวมถึงตรวจสอบว่าต้องใช้ช่องบริการแบบปกติหรือระบบออนไลน์ เพื่อช่วยลดเวลารอคิวและทำให้ขั้นตอนเข้าประเทศราบรื่นมากยิ่งขึ้น

ที่มาของภาพ: Freepik
ขั้นตอน Visa on Arrival ที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่านี้ สามารถดำเนินการได้ที่สนามบินนานาชาติหลัก เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่ โดยขั้นตอนส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายกัน ดังนี้
1. ลงเครื่องและเดินตามป้าย Visa on Arrival
หลังผ่านจุดตรวจสุขภาพหรือจุดคัดกรองต่างๆ ให้เดินตามป้าย ซึ่งจะมีป้ายภาษาอังกฤษบอกชัดเจนตลอดเส้นทาง
2. รับและกรอกฟอร์มคำร้อง
ผู้เดินทางสามารถกรอกแบบฟอร์มที่จุดบริการหรือเตรียมมาก่อนล่วงหน้า ตรวจสอบข้อมูลให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกจุด
3. ยื่นเอกสารที่เคาน์เตอร์ตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่จะตรวจหนังสือเดินทาง รูปถ่าย ตั๋วขากลับ หลักฐาน ที่พัก และเอกสารทางการเงิน หากเอกสารครบถ้วน จะได้รับคิวเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป
4. ชำระค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมโดยทั่วไปประมาณ 2,000 บาท บางสนามบินอาจรองรับการชำระเงินหลายรูปแบบ แต่ควรเตรียมเงินสดไว้เสมอ
5. รอเรียกชื่อหรือหมายเลขคิว
ระยะเวลารอเฉลี่ยประมาณ 15-60 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสารในช่วงเวลานั้น ช่วงเทศกาลหรือฤดูท่องเที่ยวอาจใช้เวลานานกว่าปกติ
6. ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
เมื่อได้รับอนุมัติวีซ่าแล้ว ให้นำเอกสารทั้งหมดไปยังช่องตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จะประทับตราอนุญาตเข้าประเทศไทย
สำหรับประเทศอื่นๆ ที่ใช้ระบบนี้ ขั้นตอนมักคล้ายกัน แต่อาจแตกต่างกันที่ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาพำนัก และระบบลงทะเบียนล่วงหน้า
การจองคิววีซ่าออนไลน์และระบบ TM30: ทุกอย่างที่ต้องรู้
ปัจจุบันประเทศไทยมีระบบออนไลน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกทั้งด้านการขอวีซ่าและการแจ้งข้อมูลที่พักสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งนักเดินทางและเจ้าของที่พักควรทำความเข้าใจเพื่อลดปัญหาในการเข้าพักและการต่อวีซ่าในอนาคต
อีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือระบบ TM30 ซึ่งเป็นระบบแจ้งที่พักของชาวต่างชาติในประเทศไทย เจ้าของบ้าน โรงแรม คอนโด หรือผู้ให้เช่าที่พัก มีหน้าที่แจ้งข้อมูลการเข้าพักของชาวต่างชาติต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับ TM30 มีดังนี้
ใครต้องแจ้ง
- เจ้าของโรงแรม
- เจ้าของคอนโดหรือบ้านพัก
- ผู้ให้เช่าที่พักแก่ชาวต่างชาติ
ต้องแจ้งเมื่อใด
- ภายใน 24 ชั่วโมงหลังชาวต่างชาติเข้าพัก
แจ้งผ่านช่องทางใดได้บ้าง
- แจ้งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- แจ้งด้วยตนเองที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- บางพื้นที่รองรับการแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน
หากไม่แจ้ง TM30 มีโทษอะไร
- อาจถูกปรับตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง
- ส่งผลต่อการต่อวีซ่าหรือการทำธุรกรรมด้านตรวจคนเข้าเมืองในอนาคต
นักเดินทางต่างชาติควรตรวจสอบกับที่พักว่าได้ดำเนินการแจ้ง TM30 แล้วหรือไม่ โดยเฉพาะผู้ที่พำนักระยะยาวหรือมีแผนต่อวีซ่าในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเกี่ยวกับเอกสารในภายหลัง
คนไทยขอ Visa on Arrival ได้กี่ประเทศ? อัปเดตประเทศยอดฮิต
ปัจจุบันผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเดินทางเข้าหลายประเทศทั่วโลกด้วยระบบ Visa on Arrival หรือวีซ่าเมื่อเดินทางถึง ช่วยลดขั้นตอนการยื่นวีซ่าล่วงหน้าและทำให้การวางแผนทริปต่างประเทศสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเทศท่องเที่ยวยอดนิยมในเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกาและหมู่เกาะเขตร้อนที่เปิดรับนักท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง
แม้บางประเทศจะให้สิทธิ์ Visa Free หรือ e-Visa แก่คนไทยแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศที่ใช้ระบบ Visa on Arrival ซึ่งนักเดินทางสามารถยื่นเอกสารและชำระค่าธรรมเนียมได้เมื่อเดินทางถึงสนามบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น ๆ
ประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางด้วย Visa on Arrival ได้แก่ มัลดีฟส์ อินเดีย เนปาล จอร์แดน อินโดนีเซีย ศรีลังกา และหลายประเทศในแอฟริกา โดยแต่ละประเทศจะมีเงื่อนไข ระยะเวลาพำนัก และค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ดังนั้นก่อนเดินทางควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดทุกครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการเข้าประเทศ
จุดหมายยอดนิยมที่คนไทยนิยมขอ Visa on Arrival
มัลดีฟส์
มัลดีฟส์เป็นหนึ่งในประเทศยอดฮิตสำหรับฮันนีมูนและทริปพักผ่อนริมทะเล คนไทยสามารถขอ Visa on Arrival ได้ฟรี เมื่อเดินทางถึง และพำนักได้สูงสุดประมาณ 30 วัน เพียงมีพาสปอร์ต ตั๋วขากลับ และหลักฐานการจองที่พักครบถ้วน
อินเดีย
อินเดียเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับสายเที่ยววัฒนธรรมและสายมู แม้ปัจจุบันคนไทยนิยมขอ e-Visa มากขึ้น แต่บางกรณียังสามารถใช้ระบบนี้ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ควรตรวจสอบกฎล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง
เนปาล
เนปาลเป็นประเทศในฝันของสายธรรมชาติและนักเดินเขา โดยเฉพาะผู้ที่อยากไปเทือกเขาหิมาลัย คนไทยสามารถขอวีซ่าประเภทนี้ได้ที่สนามบินกาฐมาณฑุ ใช้ขั้นตอนไม่ซับซ้อน และมีหลายแพ็กเกจระยะเวลาพำนักให้เลือก
อินโดนีเซีย
อินโดนีเซีย โดยเฉพาะบาหลี เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวไทย ทั้งสายคาเฟ่ ทะเล และรีสอร์ตหรู ปัจจุบันมีทั้ง Visa Free และ Visa on Arrival สำหรับบางกรณี โดยสามารถขอวีซ่าได้ที่สนามบินหลักของประเทศ
จอร์แดน
จอร์แดนเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และทะเลทราย เช่น เมืองเพตราและวาดิรัม นักเดินทางไทยสามารถขอวีซ่าได้เมื่อเดินทางถึง โดยบางแพ็กเกจท่องเที่ยวอาจรวมค่าธรรมเนียมวีซ่าไว้แล้ว
แทนซาเนีย
แทนซาเนียเป็นประเทศยอดนิยมของสายซาฟารีและธรรมชาติ นักท่องเที่ยวไทยสามารถขอวีซ่าได้ที่สนามบินหลัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปเซเรนเกติหรือปีนเขาคิลิมันจาโร
ศรีลังกา
ศรีลังกาโดดเด่นเรื่องธรรมชาติ ชายหาด และวัฒนธรรมเก่าแก่ ปัจจุบันมีระบบอนุมัติการเดินทางออนไลน์ควบคู่กับการขอวีซ่า ในบางกรณี ควรตรวจสอบระบบล่าสุดก่อนเดินทาง
ตารางสรุปการเข้าเมืองสำหรับพาสปอร์ตไทย: กลุ่มฟรีวีซ่า และ Visa on Arrival (อัปเดตล่าสุด)
ประเทศ | ประเภทการเข้าเมือง | ค่าธรรมเนียมวีซ่า | ระยะเวลาพำนัก | ข้อเท็จจริงและเงื่อนไขสำคัญที่ต้องปฏิบัติ |
|---|---|---|---|---|
มัลดีฟส์ | ยกเว้นวีซ่า (ฟรีวีซ่า) | ฟรี | สูงสุด 30 วัน | ไม่ต้องขอวีซ่าหน้าด่าน แต่บังคับกรอกฟอร์ม IMUGA ออนไลน์ล่วงหน้า 96 ชั่วโมง |
อินโดนีเซีย | ยกเว้นวีซ่า (ฟรีวีซ่า) | ฟรี | สูงสุด 30 วัน | กลุ่มอาเซียน ยื่นพาสปอร์ตเข้าช่องตรวจคนเข้าเมืองปกติได้เลย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย |
ลาว | ยกเว้นวีซ่า (ฟรีวีซ่า) | ฟรี | สูงสุด 30 วัน | กลุ่มอาเซียน ยื่นพาสปอร์ตผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ทันทีโดยไม่ต้องแวะเคาน์เตอร์วีซ่า |
กัมพูชา | ยกเว้นวีซ่า (ฟรีวีซ่า) | ฟรี | 14–60 วัน | เข้าทางอากาศ (เครื่องบิน) อยู่ได้สูงสุด 60 วัน |
ศรีลังกา | Visa on Arrival (ETA) | ฟรี (ตามมาตรการ) | สูงสุด 30 วัน | ต้องทำวีซ่าหน้าด่านแต่ยกเว้นค่าธรรมเนียม (แนะนำลงทะเบียนระบบ ETA ออนไลน์ล่วงหน้าก่อนบิน) |
จอร์แดน | Visa on Arrival | ฟรี (มีเงื่อนไข) | สูงสุด 30 วัน | ต้องทำวีซ่าหน้าด่าน แต่จะฟรีค่าธรรมเนียม เมื่อซื้อ Jordan Pass ออนไลน์ และพักเกิน 3 คืน |
เนปาล | Visa on Arrival | มีค่าธรรมเนียม | 15 / 30 / 90 วัน | ไม่ฟรี ต้องจ่ายเงินสดที่เคาน์เตอร์ VOA หน้าด่าน เริ่มต้น $30 USD ถึง $125 USD ตามจำนวนวัน |
หมายเหตุ: เงื่อนไข Visa on Arrival และค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานทางการก่อนเดินทางทุกครั้ง
ข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องรู้ก่อนใช้ Visa on Arrival
แม้ Visa on Arrival (VoA) จะช่วยให้การเดินทางต่างประเทศสะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้โดยอัตโนมัติ เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศยังมีสิทธิ์พิจารณาอนุญาตหรือปฏิเสธการเข้าประเทศตามเอกสารและข้อมูลของผู้เดินทาง
ดังนั้นก่อนเดินทาง ควรตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าประเทศให้ครบถ้วน เตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมและวางแผนการเดินทางอย่างชัดเจน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธวีซ่า รวมถึงหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทริป

ที่มาของภาพ: Freepik
สาเหตุที่อาจทำให้ถูกปฏิเสธ Visa on Arrival และวิธีป้องกัน
1. เอกสารไม่ครบหรือข้อมูลไม่ตรงกัน
เช่น ชื่อในตั๋วเครื่องบินไม่ตรงกับพาสปอร์ต ไม่มีเอกสารจองโรงแรม หรือกรอกแบบฟอร์มผิด วิธีป้องกันง่ายๆ ก็คือ ตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างก่อนเดินทางและพิมพ์เอกสารสำรองติดตัวไว้เสมอ
2. พาสปอร์ตอายุเหลือน้อยเกินไป
หลายประเทศกำหนดให้พาสปอร์ตต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน ดังนั้น ก่อนเดินทางตรวจสอบวันหมดอายุพาสปอร์ตก่อนจองทริป หากใกล้หมดอายุควรต่อใหม่ทันที
3. ไม่มีตั๋วขาออกจากประเทศปลายทาง
เจ้าหน้าที่อาจมองว่ามีความเสี่ยงในการพำนักเกินกำหนด ควรมีตั๋วเครื่องบินขากลับหรือเดินทางต่อทุกครั้ง
4. เงินสดหรือหลักฐานการเงินไม่เพียงพอ
บางประเทศกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่ เตรียมเงินสด บัตรเครดิต หรือ Statement ทางการเงินให้พร้อม
5. ประวัติการเดินทางน่าสงสัย
เช่น เคย Overstay อยู่เกินวีซ่า หรือถูกปฏิเสธเข้าประเทศมาก่อน ปฏิบัติตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองทุกครั้งและหลีกเลี่ยงการอยู่เกินกำหนด
6. ตอบคำถามเจ้าหน้าที่ไม่ชัดเจน
หากไม่สามารถอธิบายแผนการเดินทางหรือที่พักได้ อาจถูกตั้งข้อสงสัยได้ แนะนำควรเตรียมข้อมูลแผนทริป โรงแรม และรายละเอียดการเดินทางให้พร้อม
โดยรวมแล้ว การเตรียมตัวล่วงหน้าและมีเอกสารครบถ้วนคือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้การขอวีซ่าผ่านได้ง่ายขึ้นและลดความเครียดระหว่างเดินทาง
Visa on Arrival กับประกันการเดินทาง: จำเป็นต้องมีไหม?
แม้หลายประเทศจะไม่ได้บังคับให้ผู้เดินทางต้องมีประกันการเดินทางสำหรับการขอ Visa on Arrival แต่ในบางประเทศ ประกันเดินทางถือเป็นเอกสารสำคัญที่อาจถูกตรวจสอบก่อนอนุญาตเข้าประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีข้อกำหนดด้านค่ารักษาพยาบาลหรือความคุ้มครองกรณีฉุกเฉิน
ตัวอย่างเช่น อินเดีย และบางประเทศในตะวันออกกลางหรือแอฟริกา อาจขอให้ผู้เดินทางแสดงหลักฐานประกันการเดินทางที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล อุบัติเหตุ หรือเหตุฉุกเฉินระหว่างทริป
แม้ประเทศปลายทางจะไม่ได้บังคับ แต่การมีประกันการเดินทางก็ช่วยเพิ่มความอุ่นใจและลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น
- กระเป๋าเดินทางสูญหาย
- เที่ยวบินล่าช้าหรือถูกยกเลิก
- อุบัติเหตุระหว่างเดินทาง
- เจ็บป่วยฉุกเฉินในต่างประเทศ
- ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
นอกจากนี้ การมีประกันเดินทางยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้เดินทางในสายตาเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เพราะแสดงให้เห็นว่ามีการวางแผนและเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางอย่างเหมาะสม
ก่อนซื้อประกันเดินทาง ควรตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครอง วงเงินรักษาพยาบาล ประเทศที่ครอบคลุม และเงื่อนไขการเคลมให้ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปประเทศที่ค่ารักษาพยาบาลสูงหรือมีกิจกรรมเสี่ยง เช่น เดินเขา ดำน้ำ หรือซาฟารี เพื่อให้ทริปต่างประเทศปลอดภัยและอุ่นใจมากที่สุด
เปรียบเทียบ Visa on Arrival vs e-Visa: อันไหนดีกว่าสำหรับนักเดินทางชาวไทย?
สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่กำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือควรเลือก Visa on Arrival หรือ e-Visa แบบไหนดีกว่ากัน เพราะแม้ทั้งสองระบบจะช่วยให้การขอวีซ่าง่ายกว่าวีซ่าแบบดั้งเดิม แต่ก็มีข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกัน
ตารางด้านล่างนี้จะช่วยเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Visa on Arrival และ e-Visa ในมุมต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
หัวข้อเปรียบเทียบ | Visa on Arrival (VoA) | e-Visa |
ขั้นตอนการสมัคร | ขอเมื่อเดินทางถึงสนามบินหรือด่านเข้าเมือง | สมัครออนไลน์ล่วงหน้าก่อนเดินทาง |
ความสะดวกก่อนเดินทาง | ไม่ต้องเตรียมมาก | ต้องกรอกข้อมูลและอัปโหลดเอกสาร |
เวลารอที่สนามบิน | อาจต้องต่อคิวนาน | ผ่านด่านได้เร็วกว่าในหลายประเทศ |
ความแน่นอนในการเข้าประเทศ | มีความเสี่ยงถูกปฏิเสธ ณ ด่าน | รู้ผลอนุมัติก่อนเดินทาง |
เหมาะกับใคร | คนเที่ยวกะทันหัน ทริปสั้น | คนวางแผนล่วงหน้า ครอบครัว หรือเที่ยวหลายเมือง |
ค่าใช้จ่าย | บางประเทศจ่ายหน้างาน | บางประเทศมีค่าธรรมเนียมออนไลน์เพิ่มเติม |
เอกสารที่ต้องใช้ | ใช้เอกสารจริง ณ สนามบิน | อัปโหลดเอกสารผ่านระบบออนไลน์ |
ความเสี่ยงเรื่องเอกสาร | หากเอกสารไม่ครบอาจถูกปฏิเสธทันที | มีเวลาตรวจสอบและแก้ไขก่อนเดินทาง |
ความนิยมในปัจจุบัน | ยังใช้แพร่หลายในหลายประเทศ | ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก |
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดของประเทศปลายทางก่อนเดินทางทุกครั้ง เพราะกฎวีซ่า ค่าธรรมเนียม และเอกสารที่ใช้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
สำหรับนักเดินทางชาวไทย ปัจจุบันมีหลายประเทศทั่วโลกที่เปิดให้ใช้ Visa on Arrival ทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งช่วยให้การวางแผนท่องเที่ยวทำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทริปทะเลสุดหรูที่มัลดีฟส์ ทริปสายธรรมชาติที่เนปาล หรือทริปสายวัฒนธรรมในอินเดียและจอร์แดน
ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม ระยะเวลาพำนัก เอกสารที่ใช้ รวมถึงข้อกำหนดด้านประกันการเดินทางและระบบตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้ทริปต่างประเทศของคุณราบรื่น ปลอดภัย และไม่มีปัญหาที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองตั้งแต่วันแรกของการเดินทาง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Visa on Arrival
-
Visa on Arrival คืออะไร และใช้ที่ไหนได้บ้าง?
Visa on Arrival (VoA) คือวีซ่าที่สามารถขอได้เมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทาง โดยไม่ต้องยื่นล่วงหน้าที่สถานทูต ใช้ได้ในหลายประเทศ เช่น Thailand, India, Nepal, Maldives และ Jordan ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัญชาติของผู้เดินทาง -
Visa on Arrival มีกี่ประเทศที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยสามารถใช้ได้?
ผู้ถือพาสปอร์ตไทยสามารถใช้ Visa on Arrival ได้ในหลายสิบประเทศทั่วโลก เช่น มัลดีฟส์, อินเดีย, เนปาลและ แทนซาเนีย โดยเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรเช็กข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง -
Visa on Arrival ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารหลักที่ต้องใช้ ได้แก่ พาสปอร์ตอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน, รูปถ่าย, แบบฟอร์มคำร้อง, หลักฐานที่พัก, ตั๋วขากลับ และเงินสดสำหรับค่าธรรมเนียม รวมถึงหลักฐานการเงินในบางประเทศ -
ประเทศใดบ้างที่ให้ Visa on Arrival สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าประเทศไทย?
ประเทศไทยเปิดให้ 31 ประเทศขอ Visa on Arrival ได้ เช่น โบลิเวีย เม็กซิโก นามิเบีย และบางประเทศในเอเชียกับยุโรป โดยพำนักได้ไม่เกิน 15 วัน และมีค่าธรรมเนียม 2,000 บาท -
สามารถจองคิวขอวีซ่าออนไลน์ได้ไหม?
Visa on Arrival ส่วนใหญ่ไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า แต่บางบริการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทยสามารถจองคิวออนไลน์ได้ ควรเผื่อเวลาเมื่อเดินทางถึงสนามบิน โดยเฉพาะช่วงเทศกาล -
TM30 คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ Visa on Arrival อย่างไร?
TM30 คือระบบแจ้งที่พักของชาวต่างชาติในประเทศไทย โดยเจ้าของที่พักต้องแจ้งข้อมูลภายใน 24 ชั่วโมงหลังเข้าพัก ผู้ที่เข้าไทยด้วย Visa on Arrival ก็อยู่ภายใต้กฎนี้เช่นกัน -
Visa on Arrival กับ e-Visa ต่างกันอย่างไร อันไหนดีกว่า?
Visa on Arrival ขอได้เมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทาง ส่วน e-Visa ต้องสมัครออนไลน์ล่วงหน้า หากต้องการความสะดวกและลดเวลารอคิว e-Visa มักเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าเดินทางเร่งด่วน Visa on Arrival ก็ยังสะดวกและใช้งานง่าย
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
Visa on Arrival คืออะไร? คู่มือครบจบสำหรับนักเดินทาง
- ● Visa on Arrival คืออะไร? ทำความรู้จักวีซ่าประเภทนี้ให้ครบก่อนเดินทาง
- ● Visa on Arrival ไทย: สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากเข้าประเทศไทย
- ● Visa on Arrival ใช้เอกสารอะไรบ้าง? เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนเดินทาง
- ● ขั้นตอนการขอ Visa on Arrival ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทำอย่างไรให้รวดเร็ว
- ● คนไทยขอ Visa on Arrival ได้กี่ประเทศ? อัปเดตประเทศยอดฮิต
- ● ข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องรู้ก่อนใช้ Visa on Arrival
- ● เปรียบเทียบ Visa on Arrival vs e-Visa: อันไหนดีกว่าสำหรับนักเดินทางชาวไทย?
- ● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Visa on Arrival
เนื้อหายอดฮิต
-
คู่มือท่องเที่ยว
-
โปรโมชั่น Trip.com
- china arrival card
- ส่วนลด trip.com
- ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ Trip.com
- วันหยุดจีน
- eSIM
- eSim จีน
- รถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้
- Trip.com Vip Lounge Access
- e cigarette on flight
- ที่พักเฉิงตู
- รถไฟใต้ดินปักกิ่ง
- การเลือกที่นั่งเที่ยวบิน Trip.com
- buy extra baggage airasia
- ขอคืนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- don mueang airport lounge
- รถไฟใต้ดินเซินเจิ้น
- สนามบินเฉิงตู เทียนฟู่ เข้าเมือง
- วิธีการชำระเงิน trip.com
- ขอเงินคืนโรงแรม Trip.com
- นโยบายการยกเลิก Trip.com
- esim คือ
- ข้อจำกัดการพกเงินสดยุโรป
- ยกเลิกเที่ยวบิน
- รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง
- เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- รถไฟจีน
- eSim ญี่ปุ่น
- laos to china train
- รถไฟใต้ดินหางโจว
- ที่เที่ยวเฉิงตู
NO.1







































