

e-Visa คืออะไร? 2569 สรุปวิธีสมัครออนไลน์ รายชื่อประเทศ และข้อควรรู้

โดย Porlaoongkum
21 กรกฎาคม 2026

หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปต่างประเทศ คำว่า e-Visa หรือวีซ่าออนไลน์เป็นสิ่งที่ควรรู้ เพราะหลายประเทศเปิดให้ยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปสถานทูต บทความนี้ Trip.com จะพาไปรู้จักว่า e-Visa คืออะไร แตกต่างจาก Visa on Arrival และ ETA อย่างไร พร้อมแนะนำประเทศที่รองรับ ขั้นตอนการสมัคร เอกสารที่ต้องเตรียม และข้อควรรู้ก่อนเดินทาง เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจและสะดวกยิ่งขึ้น
e-Visa คืออะไร? ทำความเข้าใจวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ฉบับเข้าใจง่าย

ที่มาของภาพ: Freepik
e-Visa (Electronic Visa) หรือ วีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ คือ ระบบการขอวีซ่าผ่านช่องทางออนไลน์ที่ช่วยให้นักเดินทางสามารถยื่นคำร้อง อัปโหลดเอกสาร และชำระค่าธรรมเนียมผ่านเว็บไซต์หรือระบบของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทางได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยื่นเอกสารที่สถานทูตหรือสถานกงสุลด้วยตนเอง
หลังจากได้รับการอนุมัติ ผู้สมัครจะได้รับเอกสารยืนยันผ่านอีเมล ซึ่งสามารถพิมพ์หรือบันทึกไว้ในโทรศัพท์เพื่อแสดงต่อสายการบินและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทาง ทั้งนี้ รูปแบบการใช้งานของ e-Visa อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยบางแห่งอาจเชื่อมโยงข้อมูลกับหมายเลขหนังสือเดินทางโดยอัตโนมัติ
ปัจจุบัน e-Visa ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักเดินทางชาวไทย เนื่องจากช่วยลดขั้นตอนการขอวีซ่า ประหยัดเวลา และสามารถดำเนินการได้จากทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต หลายประเทศ เช่น อินเดีย เวียดนาม เคนยา ศรีลังกา และอียิปต์ ต่างเปิดให้ชาวไทยสมัคร e-Visa ผ่านระบบออนไลน์ ทำให้การเตรียมตัวก่อนเดินทางสะดวกกว่าที่เคย
e-Visa แตกต่างจากวีซ่าปกติอย่างไร?
e-Visa, Sticker Visa และ Visa on Arrival (VOA) จะเป็นเอกสารอนุญาตให้เข้าประเทศเหมือนกัน แต่มีขั้นตอนและความสะดวกในการใช้งานแตกต่างกัน ดังนี้
เปรียบเทียบ | e-Visa | Sticker Visa | Visa on Arrival (VOA) |
วิธีสมัคร | สมัครออนไลน์ | ยื่นที่สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง | ขอเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทาง |
การยื่นเอกสาร | อัปโหลดผ่านระบบออนไลน์ | ยื่นเอกสารตัวจริง | เตรียมเอกสารไปยื่นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง |
ระยะเวลาดำเนินการ | ประมาณ 1–10 วัน (ขึ้นอยู่กับประเทศ) | หลายวันถึงหลายสัปดาห์ | ออกวีซ่าทันทีเมื่อเดินทางถึง |
การชำระเงิน | ชำระออนไลน์ | ชำระตามที่สถานทูตกำหนด | ชำระที่สนามบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมือง |
ความเสี่ยง | รู้ผลก่อนเดินทาง | รู้ผลก่อนเดินทาง | อาจต้องรอคิวนานหรือไม่ผ่านการอนุมัติที่ด่าน |
โดยรวมแล้ว e-Visa เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบัน เพราะทราบผลอนุมัติก่อนเดินทาง ลดความเสี่ยงจากการถูกปฏิเสธที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปสถานทูตเหมือนการขอ Sticker Visa
ใครบ้างที่สมัคร e-Visa ได้? เช็กสิทธิ์นักเดินทางชาวไทย
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถสมัคร e-Visa ได้ หากประเทศปลายทางเปิดให้คนไทยใช้ระบบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศจะกำหนดเงื่อนไขและคุณสมบัติแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการก่อนสมัครทุกครั้ง โดยทั่วไป ผู้ที่สามารถสมัคร e-Visa ได้ มักมีคุณสมบัติดังนี้
- เป็นผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่มีอายุคงเหลือตามที่ประเทศปลายทางกำหนด (ส่วนใหญ่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน)
- เดินทางตามวัตถุประสงค์ที่ประเทศนั้นรองรับ เช่น ท่องเที่ยว (Tourism), ติดต่อธุรกิจ (Business), รักษาพยาบาล (Medical) และเข้าร่วมประชุม สัมมนา หรือกิจกรรมพิเศษ
- มีเอกสารประกอบ เช่น หนังสือเดินทาง รูปถ่าย หลักฐานที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และเอกสารอื่นตามที่กำหนด
- สามารถชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางออนไลน์ที่รองรับ
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกประเทศที่เปิดให้คนไทยสมัคร e-Visa และบางประเทศอาจกำหนดให้ผู้เดินทางบางประเภท เช่น ผู้ที่ต้องการทำงาน เรียนต่อ หรือพำนักระยะยาว ต้องยื่นขอวีซ่าผ่านสถานทูตตามขั้นตอนปกติ ดังนั้น ก่อนวางแผนเดินทาง ควรตรวจสอบประเภทวีซ่าที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการเดินทาง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการเข้าประเทศและการเดินทางในภายหลัง
ประเทศที่รองรับ e-Visa สำหรับคนไทย: เช็กก่อนเดินทาง
ปัจจุบันหลายประเทศเปิดให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสมัคร e-Visa เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ลดขั้นตอนการยื่นคำร้องที่สถานทูต และช่วยให้ทราบผลการอนุมัติก่อนออกเดินทาง อย่างไรก็ตาม เงื่อนไข ระยะเวลาพำนัก และค่าธรรมเนียมของแต่ละประเทศแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของประเทศปลายทางก่อนสมัครทุกครั้ง ด้านล่างคือประเทศยอดนิยมที่เปิดให้คนไทยสมัคร e-Visa
ประเทศ | ประเภทที่รองรับ | ระยะเวลาพำนัก (โดยทั่วไป) | จุดเด่น |
เวียดนาม | ท่องเที่ยว, ธุรกิจ | สูงสุด 90 วัน | เข้าออกได้ทั้งแบบครั้งเดียวและหลายครั้ง |
อินเดีย | ท่องเที่ยว, ธุรกิจ, การแพทย์, นักเรียน, ทรานซิต | 30 วัน, 1 ปี หรือ 5 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภท) | มีประเภท e-Visa ให้เลือกหลากหลาย |
อังกฤษ | UK eVisa (สำหรับผู้มีสิทธิ์พำนัก) | ตามประเภทวีซ่า | ใช้แทนเอกสารวีซ่าและ Biometric Residence Permit |
ตุรกี | ท่องเที่ยว, ธุรกิจ (สำหรับผู้มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข) | สูงสุด 30–90 วัน | สมัครออนไลน์ได้สะดวกสำหรับผู้มีสิทธิ์ |
อัลเบเนีย | ท่องเที่ยว, ธุรกิจ | ตามที่ได้รับอนุมัติ | ใช้ระบบ e-Visa สำหรับหลายสัญชาติ |
ศรีลังกา | ท่องเที่ยว, ธุรกิจ, ทรานซิต | 30 วัน | ใช้ระบบ ETA (Electronic Travel Authorization) |
เคนยา | ท่องเที่ยว, ธุรกิจ | ตามประเภทการเดินทาง | ใช้ระบบ Electronic Travel Authorisation (eTA) ก่อนเดินทาง |
หมายเหตุ: ประเทศที่เปิดให้สมัคร e-Visa และคุณสมบัติของผู้สมัครอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการของประเทศปลายทางก่อนทุกครั้ง
e-Visa เวียดนาม (Vietnam e-Visa) สำหรับคนไทย
Vietnam e-Visa เป็นวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ที่รัฐบาลเวียดนามเปิดให้ชาวต่างชาติจากหลายประเทศ รวมถึงผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่ต้องเดินทางในกรณีที่ไม่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่าหรือมีวัตถุประสงค์การเดินทางที่ต้องใช้วีซ่า โดยสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ทางการได้ทั้งหมด ข้อมูลสำคัญของ Vietnam e-Visa ได้แก่
- รองรับการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจ
- มีอายุวีซ่าสูงสุด 90 วัน
- เลือกได้ทั้ง Single Entry และ Multiple Entry
- สมัครผ่านเว็บไซต์ทางการ evisa.gov.vn
- ชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์ และรอผลอนุมัติตามระยะเวลาที่กำหนด
- ควรตรวจสอบด่านตรวจคนเข้าเมืองที่รองรับ e-Visa ก่อนเดินทาง
e-Visa อินเดีย (India e-Visa) สำหรับคนไทย
อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบ e-Visa ครอบคลุมมากที่สุด โดยผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเลือกประเภทวีซ่าให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของการเดินทางได้ ดังนี้
ประเภท e-Visa | เหมาะสำหรับ | อายุวีซ่า |
e-Tourist Visa | ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ | 30 วัน, 1 ปี หรือ 5 ปี |
e-Business Visa | ติดต่อธุรกิจ ประชุม | สูงสุด 1 ปี |
e-Medical Visa | รักษาพยาบาล | ตามเงื่อนไขที่กำหนด |
e-Medical Attendant Visa | ผู้ติดตามผู้ป่วย | ใช้ร่วมกับ e-Medical Visa |
e-Student Visa | ศึกษาต่อ | ตามระยะเวลาหลักสูตร |
e-Conference Visa | เข้าร่วมประชุม | ตามกำหนดการประชุม |
e-Transit Visa (หากเปิดให้บริการ) | แวะเปลี่ยนเครื่อง | ตามเงื่อนไขของทางการอินเดีย |
จุดเด่นของ India e-Visa คือมีประเภทให้เลือกหลากหลาย ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยว ธุรกิจ การศึกษา และการรักษาพยาบาล ผู้สมัครควรเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการเดินทาง และตรวจสอบสนามบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองที่รองรับ e-Visa ก่อนออกเดินทาง
e-Visa อังกฤษ (UK eVisa) สำหรับคนไทย
UK eVisa แตกต่างจาก e-Visa ของประเทศอื่น เนื่องจากไม่ได้เป็นวีซ่าท่องเที่ยวที่สมัครออนไลน์ทั่วไป แต่เป็น ระบบบันทึกสถานะการเข้าเมืองในรูปแบบดิจิทัล ของสหราชอาณาจักร ซึ่งทยอยนำมาใช้แทนเอกสารกระดาษและ Biometric Residence Permit (BRP) หรือ Biometric Residence Card (BRC)
ผู้ที่ได้รับ UK eVisa สามารถ
- เข้าถึงสถานะวีซ่าผ่าน UKVI Account
- ตรวจสอบสิทธิ์การพำนักได้ทางออนไลน์
- ใช้ยืนยันสิทธิ์ในการทำงาน เรียน หรือเช่าที่พักในสหราชอาณาจักร
- แชร์สถานะการเข้าเมืองให้หน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ผ่านระบบออนไลน์ได้
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางระยะสั้น ควรตรวจสอบประเภทวีซ่าที่ต้องใช้ เนื่องจาก UK eVisa เป็นระบบสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ์พำนักหรือวีซ่าบางประเภทเป็นหลัก ไม่ใช่วีซ่าท่องเที่ยวออนไลน์สำหรับทุกคน
e-Visa ตุรกี (Turkey e-Visa) และประเทศอื่นๆ ที่น่าสนใจ
หลายประเทศในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้พัฒนาระบบ e-Visa เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทาง โดยมีประเทศที่น่าสนใจ ได้แก่
ตุรกี (Turkey e-Visa)
- รองรับการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวและธุรกิจ
- ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยควรตรวจสอบสิทธิ์การสมัคร เนื่องจากคุณสมบัติอาจแตกต่างกันตามสัญชาติและเงื่อนไขที่รัฐบาลตุรกีกำหนด
- สมัครผ่านเว็บไซต์ทางการและได้รับผลอนุมัติก่อนเดินทาง
อัลเบเนีย (Albania e-Visa)
- รองรับการเดินทางเพื่อ ท่องเที่ยว ธุรกิจ และวัตถุประสงค์อื่นตามที่กำหนด
- สมัครผ่านระบบออนไลน์ของรัฐบาลอัลเบเนีย
- ระยะเวลาพำนักและประเภทวีซ่าขึ้นอยู่กับการอนุมัติของเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเทศที่ทยอยนำระบบ e-Visa หรือระบบอนุญาตเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Travel Authorization) มาใช้มากขึ้น เพื่อให้การเดินทางระหว่างประเทศสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้น ก่อนวางแผนเดินทางทุกครั้ง ควรตรวจสอบว่าประเทศปลายทางรองรับ e-Visa, ETA หรือกำหนดให้ยื่นขอวีซ่าผ่านสถานทูต เพื่อเตรียมเอกสารและสมัครได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง
























ขั้นตอนการสมัคร e-Visa ออนไลน์: คู่มือทีละขั้นตอนสำหรับคนไทย
ขั้นตอนการสมัคร e-Visa ของแต่ละประเทศจะมีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปจะใช้กระบวนการที่คล้ายกัน ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร กรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ทางการ ชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์ ไปจนถึงรับผลอนุมัติทางอีเมล ซึ่งสามารถดำเนินการได้เองทั้งหมดจากที่บ้าน ก่อนเริ่มสมัคร ควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการของประเทศปลายทาง เพื่อดูประเภทวีซ่า เอกสารที่ต้องใช้ ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาดำเนินการล่าสุด

ที่มาของภาพ: Freepik
ขั้นที่ 1: เตรียมเอกสารและข้อมูลที่จำเป็น
การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรกจะช่วยให้การสมัคร e-Visa เป็นไปอย่างรวดเร็ว และลดโอกาสที่ใบสมัครจะถูกปฏิเสธหรือขอเอกสารเพิ่มเติม
โดยทั่วไป ควรเตรียมเอกสารและข้อมูลดังนี้
- หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุเหลือ อย่างน้อย 6 เดือน
- รูปถ่ายดิจิทัลตามขนาดและรูปแบบที่ประเทศปลายทางกำหนด
- ไฟล์สแกนหน้าหนังสือเดินทาง (Passport Bio Page)
- อีเมลที่ใช้งานได้ สำหรับรับผลอนุมัติ
- บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตสำหรับชำระค่าธรรมเนียม
- ข้อมูลเที่ยวบิน (หากมี)
- รายละเอียดที่พัก เช่น โรงแรมหรือที่อยู่ในประเทศปลายทาง
- ข้อมูลการเดินทาง เช่น วันที่เดินทาง วัตถุประสงค์ และระยะเวลาพำนัก
บางประเทศอาจขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น หลักฐานการเงิน หนังสือเชิญ ประกันการเดินทาง หรือใบรับรองสุขภาพ จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดของแต่ละประเทศก่อนสมัคร
ขั้นที่ 2: กรอกแบบฟอร์มออนไลน์และอัปโหลดเอกสาร
เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว ให้เข้าเว็บไซต์ทางการของประเทศปลายทางเพื่อเริ่มสมัคร e-Visa โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนดังนี้
- เลือกประเภท e-Visa ที่ต้องการสมัคร
- กรอกข้อมูลส่วนตัวตามหนังสือเดินทาง
- กรอกข้อมูลการเดินทางและที่พัก
- อัปโหลดรูปถ่ายดิจิทัลและไฟล์สแกนหนังสือเดินทาง
- ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดก่อนส่งใบสมัคร
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ข้อมูลทุกช่องต้องตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร ไม่ว่าจะเป็นชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือวันหมดอายุ เพราะหากข้อมูลผิดแม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้ต้องสมัครใหม่หรือไม่สามารถใช้ e-Visa เดินทางได้
ขั้นที่ 3: ชำระค่าธรรมเนียม e-Visa
หลังส่งใบสมัครเรียบร้อย ระบบจะนำเข้าสู่ขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียม ซึ่งแต่ละประเทศรองรับช่องทางการชำระเงินแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่สามารถชำระได้ผ่าน
- บัตรเครดิต (Visa, Mastercard หรือ American Express)
- บัตรเดบิตที่รองรับการทำธุรกรรมต่างประเทศ
- กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ (ในบางประเทศ)
ก่อนสมัคร ควรตรวจสอบว่า
- บัตรเปิดใช้งาน การชำระเงินออนไลน์ และ การทำธุรกรรมระหว่างประเทศ (International Transaction) แล้ว
- ระบบ 3D Secure หรือการยืนยันตัวตนผ่าน OTP พร้อมใช้งาน
- กรอก OTP ภายในเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้รายการหมดอายุ
- เก็บหลักฐานการชำระเงินหรือหมายเลขอ้างอิงไว้จนกว่าจะได้รับ e-Visa
หากชำระเงินไม่สำเร็จ ควรตรวจสอบวงเงินบัตร การตั้งค่าการใช้งานต่างประเทศ หรือทดลองใช้บัตรใบอื่นก่อนส่งคำขอใหม่
ขั้นที่ 4: รับ e-Visa และเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง
เมื่อชำระเงินเรียบร้อยและใบสมัครได้รับการอนุมัติ ระบบจะส่ง e-Visa มายังอีเมลที่ใช้สมัคร โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบ PDF, เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ QR Code ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง
หลังได้รับ e-Visa แล้ว ควรดำเนินการดังนี้
- ดาวน์โหลดและบันทึกไฟล์ไว้ในโทรศัพท์มือถือ
- พิมพ์สำเนา e-Visa ติดตัวอย่างน้อย 1 ชุด
- ตรวจสอบชื่อ หมายเลขหนังสือเดินทาง และวันหมดอายุของวีซ่าอีกครั้ง
- เตรียมหนังสือเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน และหลักฐานการจองที่พักไว้ให้พร้อม
เมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทาง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอาจขอให้แสดง e-Visa ทั้งในรูปแบบดิจิทัลหรือเอกสารที่พิมพ์ออกมา รวมถึงอาจตรวจสอบเอกสารประกอบอื่น ๆ เช่น ตั๋วเครื่องบินขากลับ หลักฐานการเงิน หรือรายละเอียดที่พัก ดังนั้นการเตรียมเอกสารทั้งหมดไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองได้รวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น
จองแล้ว 151495 ครั้ง
จองแล้ว 356940 ครั้ง
จองแล้ว 1509863 ครั้ง
จองแล้ว 287834 ครั้ง
จองแล้ว 62893 ครั้ง
ประเภทของ e-Visa ที่ควรรู้: เลือกให้ถูกต้องก่อนสมัคร
การสมัคร e-Visa ไม่ได้มีเพียงประเภทสำหรับการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่หลายประเทศยังเปิดให้สมัครตามวัตถุประสงค์การเดินทางที่แตกต่างกัน เช่น ธุรกิจ การรักษาพยาบาล การศึกษา หรือการเดินทางผ่านประเทศ (Transit) ดังนั้น การเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการเดินทางจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากสมัครผิดประเภท อาจถูกปฏิเสธการอนุมัติ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศได้ ด้านล่างคือประเภท e-Visa ที่พบได้บ่อย
ประเภท e-Visa | เหมาะสำหรับ | ระยะเวลาทั่วไป |
e-Tourist Visa | ท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมญาติ | 30 วัน, 60 วัน, 90 วัน, 1 ปี หรือ 5 ปี (ขึ้นอยู่กับประเทศ) |
e-Business Visa | ประชุม ติดต่อธุรกิจ ดูงาน | 30 วัน ถึง 1 ปี |
e-Medical Visa | เดินทางไปรักษาพยาบาล | ตามแผนการรักษา |
e-Student Visa | ศึกษาต่อหรือแลกเปลี่ยน | ตามระยะเวลาหลักสูตร |
e-Transit Visa | แวะเปลี่ยนเครื่องหรือผ่านแดน | 24–72 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับประเทศ) |
หมายเหตุ: ระยะเวลาพำนักและเงื่อนไขของ e-Visa แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการก่อนสมัครทุกครั้ง
e-Tourist Visa: วีซ่าท่องเที่ยวแบบอิเล็กทรอนิกส์
e-Tourist Visa เป็นประเภท e-Visa ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางเพื่อท่องเที่ยว พักผ่อน เยี่ยมญาติ หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในประเทศปลายทาง แต่ละประเทศกำหนดอายุวีซ่าแตกต่างกัน โดยอาจมีให้เลือก เช่น 30 วัน, 60 วัน, 90 วัน, 6 เดือน, 1 ปี และ 5 ปี เป็นต้น นอกจากนี้ บางประเทศยังเปิดให้เลือกแบบ Single Entry หรือ Multiple Entry ภายในอายุวีซ่า
สิ่งที่สามารถทำได้
- ท่องเที่ยวและพักผ่อน
- เยี่ยมครอบครัวหรือเพื่อน
- เข้าร่วมกิจกรรมหรือเทศกาลต่าง ๆ
- เข้าร่วมการอบรมระยะสั้น (ในบางประเทศ)
สิ่งที่โดยทั่วไปไม่สามารถทำได้
- ทำงานหรือรับค่าจ้าง
- ประกอบธุรกิจในลักษณะที่สร้างรายได้ในประเทศปลายทาง
- พำนักเกินระยะเวลาที่วีซ่ากำหนด
e-Business Visa: วีซ่าธุรกิจแบบอิเล็กทรอนิกส์
e-Business Visa เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ เช่น การประชุม เจรจาทางการค้า ดูงาน เข้าร่วมสัมมนา หรือเยี่ยมชมโรงงานและพันธมิตรทางธุรกิจ
กิจกรรมที่มักได้รับอนุญาต ได้แก่
- เข้าร่วมประชุมหรือสัมมนา
- เจรจาธุรกิจ
- พบลูกค้าหรือคู่ค้า
- สำรวจตลาด
- เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ
อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไป ไม่อนุญาตให้ทำงานหรือรับเงินเดือนจากนายจ้างในประเทศปลายทาง หากมีวัตถุประสงค์เพื่อทำงานระยะยาว จะต้องสมัครวีซ่าทำงาน (Work Visa) ตามข้อกำหนดของประเทศนั้น
e-Business Visa หลายประเทศมีอายุประมาณ 30 วัน ถึง 1 ปี และบางประเทศอาจกำหนดให้ผู้สมัครต้องแนบหนังสือเชิญจากบริษัทหรือองค์กรในประเทศปลายทางประกอบการสมัคร
e-Medical Visa และ e-Transit Visa: ประเภทพิเศษที่มีเงื่อนไขเฉพาะ
นอกจากวีซ่าท่องเที่ยวและธุรกิจแล้ว ยังมี e-Visa สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ ดังนี้
e-Medical Visa
เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศเพื่อรับการรักษาพยาบาล เช่น การผ่าตัด การรักษาโรคเฉพาะทาง หรือเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรอง
เอกสารที่มักต้องใช้เพิ่มเติม ได้แก่
- หนังสือรับรองจากโรงพยาบาลหรือแพทย์
- ใบนัดหมายการรักษา
- หลักฐานการชำระค่ารักษาหรือการรับรองค่าใช้จ่าย (หากกำหนด)
บางประเทศยังมี e-Medical Attendant Visa สำหรับผู้ติดตามผู้ป่วยโดยเฉพาะ
e-Transit Visa
เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางผ่านประเทศหนึ่งเพื่อเปลี่ยนเครื่องหรือเดินทางต่อไปยังประเทศปลายทาง โดยไม่ได้ตั้งใจเข้าพำนักเพื่อการท่องเที่ยว
เอกสารที่อาจต้องใช้ ได้แก่
- ตั๋วเครื่องบินเที่ยวต่อ (Onward Ticket)
- วีซ่าของประเทศปลายทาง (หากจำเป็น)
- หลักฐานการเดินทางภายในระยะเวลาที่กำหนด
โดยทั่วไป e-Transit Visa จะมีอายุสั้น ประมาณ 24–72 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศ
นอกจากนี้ บางประเทศยังมี e-Visa สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะอื่น ๆ เช่น e-Student Visa, e-Conference Visa, e-Research Visa หรือ e-Volunteer Visa ดังนั้น ก่อนสมัครควรเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงกับวัตถุประสงค์การเดินทาง เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงปัญหาเมื่อเดินทางถึงประเทศปลายทาง
ข้อควรรู้และข้อผิดพลาดที่คนไทยมักพบเมื่อสมัคร e-Visa
การสมัคร e-Visa แม้จะสะดวกกว่าการยื่นวีซ่าที่สถานทูต แต่ก็มีรายละเอียดที่ควรใส่ใจ เพราะข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เช่น กรอกข้อมูลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง หรือสมัครผ่านเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ของทางการ อาจทำให้การอนุมัติล่าช้า เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือถูกปฏิเสธวีซ่าได้

ที่มาของภาพ: Freepik
ก่อนกดส่งใบสมัคร ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญดังนี้
- สมัครผ่านเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลประเทศปลายทางเท่านั้น
- กรอกชื่อ-นามสกุล เลขหนังสือเดินทาง และวันเดือนปีเกิดให้ตรงกับ Passport ทุกตัวอักษร
- ตรวจสอบอายุหนังสือเดินทางให้เหลืออย่างน้อย 6 เดือน (หากประเทศนั้นกำหนด)
- ยื่นขอ e-Visa ล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง เพื่อเผื่อเวลาสำหรับการตรวจสอบเอกสาร
- ทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง อายุวีซ่า (Visa Validity) และ ระยะเวลาพำนักสูงสุด (Maximum Stay) ซึ่งเป็นเรื่องที่นักเดินทางมักเข้าใจผิด
ความแตกต่างระหว่าง 'อายุวีซ่า' กับ 'ระยะเวลาพำนักสูงสุด'
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือ การเข้าใจว่าอายุวีซ่าคือจำนวนวันที่สามารถอยู่ในประเทศปลายทางได้ ทั้งที่จริงแล้วเป็นคนละความหมาย
- Visa Validity (อายุวีซ่า): ช่วงเวลาที่สามารถใช้วีซ่าเพื่อเดินทางเข้าประเทศได้
- Maximum Stay (ระยะพำนักสูงสุด): จำนวนวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศหลังจากเดินทางเข้าไปแล้ว
ดังนั้น ก่อนจองตั๋วหรือวางแผนการเดินทาง ควรตรวจสอบทั้ง อายุวีซ่า, จำนวนครั้งที่เข้าออกได้ (Single/Multiple Entry) และระยะเวลาพำนักสูงสุดเพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่เกินกำหนด (Overstay)
ระวัง! เว็บไซต์ e-Visa ปลอมและค่าธรรมเนียมแอบแฝง
ปัจจุบันมีเว็บไซต์เอกชนจำนวนมากที่ออกแบบหน้าตาให้คล้ายเว็บไซต์รัฐบาล พร้อมโฆษณาว่าเป็นผู้ให้บริการสมัคร e-Visa อย่างเป็นทางการ แต่กลับเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติม นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมจริงของรัฐบาล
เพื่อความปลอดภัย ควรปฏิบัติดังนี้
- สมัครผ่านเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลประเทศปลายทางเท่านั้น
- ตรวจสอบชื่อโดเมน (เช่น .gov, .gov.xx หรือโดเมนที่รัฐบาลประกาศใช้อย่างเป็นทางการ)
- อย่าคลิกลิงก์จากโฆษณาหรือเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก
- เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมกับข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการก่อนชำระเงิน
- หากเว็บไซต์เรียกเก็บ "ค่าดำเนินการ" เพิ่ม ควรตรวจสอบว่าเป็นบริการของเอกชน ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ
หากไม่แน่ใจว่าเว็บไซต์ใดเป็นของทางการ สามารถเข้าเว็บไซต์ของสถานทูตหรือกระทรวงการต่างประเทศของประเทศปลายทางเพื่อค้นหาลิงก์สมัคร e-Visa ที่ถูกต้องได้
ควรสมัคร e-Visa ล่วงหน้านานแค่ไหน?
แม้ว่าหลายประเทศจะอนุมัติ e-Visa ภายในไม่กี่วันทำการ แต่ไม่ควรรอจนใกล้วันเดินทาง เพราะอาจเกิดความล่าช้าจากการตรวจสอบเอกสาร วันหยุดราชการ หรือการขอข้อมูลเพิ่มเติม ระยะเวลาที่แนะนำสำหรับประเทศยอดนิยม ได้แก่
ประเทศ | ระยะเวลาที่แนะนำให้สมัครล่วงหน้า |
เวียดนาม | ประมาณ 7–14 วัน ก่อนเดินทาง |
อินเดีย | ประมาณ 7–14 วัน ก่อนเดินทาง |
อังกฤษ (UK eVisa หรือระบบที่เกี่ยวข้อง) | ควรดำเนินการตามระยะเวลาที่หน่วยงานกำหนด และไม่ควรรอจนใกล้วันเดินทาง |
ตุรกี | ประมาณ 3–7 วัน ก่อนเดินทาง |
อัลเบเนีย | อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ ก่อนเดินทาง |
หากเป็นช่วงเทศกาล วันหยุดยาว หรือฤดูกาลท่องเที่ยว ควรเผื่อเวลาเพิ่มเป็น 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้มีเวลาสำหรับแก้ไขข้อมูลหรือส่งเอกสารเพิ่มเติม หากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองร้องขอ ทั้งนี้ ระยะเวลาการพิจารณาแตกต่างกันในแต่ละประเทศ จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนยื่นคำร้องขอทุกครั้ง
วางแผนเดินทางหลังได้ e-Visa: เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
หลังจากได้รับ e-Visa แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการวางแผนการเดินทางให้ครบถ้วน เพื่อให้ทริปเป็นไปอย่างราบรื่น ตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก ไปจนถึงการเตรียมประกันการเดินทางและวางแผนกิจกรรมในประเทศปลายทาง
หลายคนเลือกจองทุกอย่างหลังได้รับการอนุมัติ e-Visa เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในกรณีที่วีซ่ายังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยปัจจุบันแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์อย่าง Trip.com ช่วยให้สามารถค้นหา เปรียบเทียบ และจองบริการต่าง ๆ ได้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถไฟ รถเช่า หรือบัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยว ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้สะดวกและประหยัดเวลา
จองตั๋วเครื่องบินและที่พักหลังได้ e-Visa อย่างไรให้คุ้มค่า
เมื่อได้รับ e-Visa แล้ว ควรเริ่มจองตั๋วเครื่องบินและที่พักโดยเร็ว โดยเฉพาะหากเดินทางในช่วงเทศกาลหรือฤดูท่องเที่ยว เพราะราคามักปรับสูงขึ้นเมื่อใกล้วันเดินทาง
เคล็ดลับในการจองให้คุ้มค่า ได้แก่
- เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินจากหลายสายการบินก่อนตัดสินใจ
- เลือกเที่ยวบินที่ตรงกับวันที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางตาม e-Visa
- ตรวจสอบเงื่อนไขสัมภาระและการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน
- เลือกที่พักที่อยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะหรือแหล่งท่องเที่ยว
- อ่านรีวิวจากผู้เข้าพักจริงก่อนจอง
- เลือกห้องพักที่สามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการจองได้ หากแผนการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลง
หากต้องการความสะดวก สามารถใช้ Trip.com เพื่อค้นหาและเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินและโรงแรมจากผู้ให้บริการหลายรายในหน้าเดียว รวมถึงตรวจสอบคะแนนรีวิว โปรโมชั่น และข้อเสนอพิเศษ ช่วยให้เลือกตัวเลือกที่เหมาะกับงบประมาณและสไตล์การเดินทางได้ง่ายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ หากต้องการวางแผนเที่ยวให้ครบในทริปเดียว ยังสามารถจองกิจกรรม บัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว รถไฟ หรือบริการรับส่งสนามบินล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มเดียวกันได้อีกด้วย
ประกันการเดินทาง: สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อเดินทางต่างประเทศ
การทำประกันถือเป็นสิ่งที่ควรมี เพราะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดระหว่างการเดินทาง
ความคุ้มครองที่มักรวมอยู่ในประกันการเดินทาง ได้แก่
- ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศ
- อุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง
- การเจ็บป่วยฉุกเฉิน
- กระเป๋าเดินทางสูญหายหรือเสียหาย
- เที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก
- ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (ขึ้นอยู่กับแผนประกัน)
สำหรับบางประเทศหรือวีซ่าบางประเภท เช่น การเดินทางเพื่อการรักษาพยาบาล การเรียน หรือการพำนักระยะยาว อาจกำหนดให้มีประกันสุขภาพหรือประกันการเดินทางเป็นเอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่าหรือใช้แสดงเมื่อเดินทางเข้าประเทศ ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางก่อนสมัคร e-Visa ทุกครั้ง
ก่อนออกเดินทาง อย่าลืมเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม ได้แก่ หนังสือเดินทาง e-Visa ตั๋วเครื่องบิน หลักฐานการจองที่พัก และกรมธรรม์ประกันการเดินทาง พร้อมบันทึกไฟล์ทั้งหมดไว้ในโทรศัพท์มือถือและสำรองไว้บนระบบ Cloud เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ตลอดการเดินทาง หากเกิดเหตุไม่คาดคิดหรือจำเป็นต้องแสดงเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ ก็จะช่วยให้ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น
การสมัคร e-Visa ช่วยให้การขอวีซ่าเพื่อเดินทางต่างประเทศสะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลามากกว่าการยื่นคำร้องแบบเดิม โดยสามารถดำเนินการได้ผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่การกรอกข้อมูล อัปโหลดเอกสาร ไปจนถึงรับผลอนุมัติทางอีเมล อย่างไรก็ตาม ก่อนสมัครควรตรวจสอบประเภท e-Visa ที่เหมาะกับวัตถุประสงค์การเดินทาง ศึกษาเงื่อนไขของประเทศปลายทาง และยื่นคำขอล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เมื่อได้รับ e-Visa แล้ว อย่าลืมวางแผนการเดินทางให้ครบทั้งการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ประกันการเดินทาง และกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Trip.com เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมออกเดินทางได้อย่างมั่นใจและสนุกกับทริปต่างประเทศของคุณอย่างเต็มที่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ e-Visa
-
e-Visa คืออะไร และแตกต่างจากวีซ่าปกติอย่างไร?
e-Visa (Electronic Visa) คือวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ที่สมัครผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารที่สถานทูตหรือสถานกงสุล ผู้สมัครสามารถกรอกข้อมูล อัปโหลดเอกสาร ชำระค่าธรรมเนียม และรับผลอนุมัติทางอีเมลในรูปแบบ PDF หรือ QR Code แตกต่างจากวีซ่าแบบสติกเกอร์ (Sticker Visa) ที่ต้องยื่นคำร้องด้วยตนเองและติดสติกเกอร์วีซ่าในหนังสือเดินทาง -
คนไทยต้องการ e-Visa ไปประเทศไหนบ้าง?
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถสมัคร e-Visa เพื่อเดินทางไปหลายประเทศ เช่น เวียดนาม อินเดีย ตุรกี อัลเบเนีย รวมถึงบางประเทศที่ใช้ระบบวีซ่าหรือการอนุญาตเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ สิทธิ์ในการสมัครและประเภทวีซ่าจะแตกต่างกันในแต่ละประเทศ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของรัฐบาล ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการหรือสถานทูตก่อนเดินทางทุกครั้ง -
ขอวีซ่าเวียดนามออนไลน์ได้อย่างไร และใช้เวลานานแค่ไหน?
การสมัคร Vietnam e-Visa สามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลเวียดนาม โดยกรอกข้อมูลส่วนตัว อัปโหลดรูปถ่ายและสแกนหนังสือเดินทาง จากนั้นชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์ โดยทั่วไปจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 3 วันทำการ (หรือมากกว่านั้นในบางกรณี) แนะนำให้สมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ ก่อนวันเดินทาง เพื่อเผื่อเวลาหากต้องแก้ไขเอกสารหรือข้อมูล -
e-Visa อังกฤษ (UK eVisa) คืออะไร และต้องสมัครผ่าน UKVI Account อย่างไร?
UK eVisa เป็นระบบแสดงสถานะการเข้าเมืองในรูปแบบดิจิทัลของสหราชอาณาจักร ซึ่งใช้แทนเอกสารกระดาษและ Biometric Residence Card (BRC) สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ์พำนักหรือวีซ่าบางประเภท ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่าน UKVI Account (UK Visas and Immigration Account) เพื่อดูสถานะวีซ่า และใช้ยืนยันสิทธิ์ในการทำงาน เรียน หรือเช่าที่พัก ทั้งนี้ UK eVisa ไม่ใช่วีซ่าท่องเที่ยวออนไลน์สำหรับนักเดินทางทุกคน จึงควรตรวจสอบประเภทวีซ่าที่ต้องใช้ก่อนเดินทาง -
e-Visa มีอายุการใช้งานนานแค่ไหน และพำนักได้กี่วัน?
อายุวีซ่า (Visa Validity) และ ระยะเวลาพำนักสูงสุด (Maximum Stay) เป็นคนละความหมาย เช่น e-Tourist Visa ของบางประเทศอาจมีอายุ 1 ปี หมายความว่าสามารถใช้วีซ่าเดินทางเข้าประเทศได้ภายใน 1 ปี แต่ในแต่ละครั้งอาจได้รับอนุญาตให้พำนักได้เพียง 30, 60, 90 หรือ 180 วัน ตามเงื่อนไขของวีซ่า ดังนั้น ควรอ่านรายละเอียดของแต่ละประเทศและแต่ละประเภท e-Visa อย่างละเอียดก่อนเดินทาง -
สมัคร e-Visa ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
- 1) หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน (บางประเทศกำหนด 60 วันหลังหมดอายุวีซ่า)
- 2) รูปถ่ายดิจิทัลสีหน้าตรง พื้นหลังขาว
- 3) สแกนหน้าหนังสือเดินทาง
- 4) ที่อยู่อีเมลที่ใช้งานได้
- 5) บัตรเครดิต/เดบิตสำหรับชำระค่าธรรมเนียม
- 6) บางประเทศอาจต้องการเอกสารเพิ่มเติมเช่น ตั๋วเครื่องบินหรือที่พักที่จอง
-
e-Visa ที่สมัครไปแล้วสามารถแก้ไขข้อมูลหรือขอคืนเงินได้หรือไม่?
โดยทั่วไป e-Visa ที่ส่งคำขอหรือได้รับการอนุมัติแล้วไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ หากพบว่ากรอกชื่อ หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือข้อมูลสำคัญผิด อาจต้องยื่นคำขอใหม่และชำระค่าธรรมเนียมอีกครั้ง นอกจากนี้ หลายประเทศมีนโยบาย ไม่คืนค่าธรรมเนียม แม้ว่าคำขอจะถูกปฏิเสธ ดังนั้น ก่อนกดส่งใบสมัคร ควรตรวจสอบข้อมูลทุกช่องให้ตรงกับหนังสือเดินทางและเอกสารประกอบอย่างละเอียด เพื่อลดความเสี่ยงในการสมัครใหม่และเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
e-Visa คืออะไร? วิธีสมัครออนไลน์ ประเทศที่รองรับ และทุกเรื่องที่นักเดินทางไทยควรรู้
- ● e-Visa คืออะไร? ทำความเข้าใจวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ฉบับเข้าใจง่าย
- ● ประเทศที่รองรับ e-Visa สำหรับคนไทย: เช็กก่อนเดินทาง
- ● ขั้นตอนการสมัคร e-Visa ออนไลน์: คู่มือทีละขั้นตอนสำหรับคนไทย
- ● ประเภทของ e-Visa ที่ควรรู้: เลือกให้ถูกต้องก่อนสมัคร
- ● ข้อควรรู้และข้อผิดพลาดที่คนไทยมักพบเมื่อสมัคร e-Visa
- ● วางแผนเดินทางหลังได้ e-Visa: เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
- ● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ e-Visa
เนื้อหายอดฮิต
-
คู่มือท่องเที่ยว
-
โปรโมชั่น Trip.com
- china arrival card
- ส่วนลด trip.com
- ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ Trip.com
- วันหยุดจีน
- eSIM
- eSim จีน
- รถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้
- Trip.com Vip Lounge Access
- e cigarette on flight
- ที่พักเฉิงตู
- รถไฟใต้ดินปักกิ่ง
- การเลือกที่นั่งเที่ยวบิน Trip.com
- buy extra baggage airasia
- ขอคืนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- don mueang airport lounge
- รถไฟใต้ดินเซินเจิ้น
- สนามบินเฉิงตู เทียนฟู่ เข้าเมือง
- วิธีการชำระเงิน trip.com
- ขอเงินคืนโรงแรม Trip.com
- นโยบายการยกเลิก Trip.com
- esim คือ
- ข้อจำกัดการพกเงินสดยุโรป
- ยกเลิกเที่ยวบิน
- รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง
- เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- รถไฟจีน
- eSim ญี่ปุ่น
- laos to china train
- รถไฟใต้ดินหางโจว
- ที่เที่ยวเฉิงตู









































