
การกรอกชื่อสำหรับสายการบินและรถไฟคืออะไร
เวลาจะจองตั๋วเครื่องบินหรือรถไฟ สิ่งแรกที่ต้องใส่ใจก็คือชื่อผู้โดยสาร เพราะชื่อที่พิมพ์ลงไปในระบบจะต้องเหมือนกับชื่อบนบัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือพาสปอร์ตแบบเป๊ะๆ ไม่ขาด ไม่เกิน ไม่สลับลำดับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้ตรวจสอบตัวตนตอนเช็กอิน ขึ้นเครื่อง หรือผ่านจุดตรวจต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
ทำไมต้องซีเรียสกับชื่อขนาดนี้? เพราะตั๋วเดินทางแต่ละใบผูกกับตัวบุคคลโดยตรง ใครมีชื่อบนตั๋ว คนนั้นถึงจะใช้ตั๋วได้จริง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการสวมรอยหรือเอาตั๋วไปใช้แทนกัน โดยเฉพาะไฟลต์ต่างประเทศที่ตรวจเข้มมากๆ ตั้งแต่การทำบอร์ดดิ้งพาสไปจนถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง
- เที่ยวเดียว
- ไป-กลับ
- direct cheapest
BKK23:556 ชม.บินตรงNRT07:55กรุงเทพ - โตเกียว|อา. 1 ก.พ.|ไทยเวียตเจ็ท€ 130€ 183ลด 28%ลด 28%€ 183€ 130
BKK23:556 ชม.บินตรงNRT07:55กรุงเทพ - โตเกียว|อ. 3 ก.พ.|ไทยเวียตเจ็ท€ 130€ 183ลด 28%ลด 28%€ 183€ 130
BKK11:4511 ชม. 15 น.แวะพัก 1 จุดHND01:00กรุงเทพ - โตเกียว|พฤ. 29 ม.ค.|เวียตเจ็ทแอร์€ 110€ 183ลด 40%ลด 40%€ 183€ 110
BKK1:00 PM3 ชม. 5 น.บินตรงTYO2:00 PMกรุงเทพ - โตเกียว|Sun, Jan 25|ไทยเวียตเจ็ทค้นหาเที่ยวบินเพิ่มเติมค้นหาเที่ยวบินเพิ่มเติม
ราคาเที่ยวบิน${{departCityName}}-${{arrivalCityName}}ที่แสดงนี้อ้างอิงจากราคาเฉลี่ยของสายการบินต่างๆ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตามฐานข้อมูลล่าสุดของ Trip.com
ข้อกำหนดการกรอกชื่อสำหรับสายการบิน (ตั๋วเครื่องบิน)

การกรอกชื่อสำหรับตั๋วเครื่องบินเป็นจุดที่ต้องระวังมากที่สุด เพราะสายการบินใช้ข้อมูลนี้ตรวจสอบตัวตนตั้งแต่เช็กอินไปจนถึงขึ้นเครื่อง หากชื่อไม่ตรง อาจโดนปฏิเสธการเดินทางได้แบบไม่มีข้อยกเว้น
✅ใช้ชื่อให้ตรงกับเอกสารทางราชการ
สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ต้องยึดชื่อตามหนังสือเดินทางเป็นหลัก ส่วนเที่ยวบินภายในประเทศให้ใช้ชื่อตามบัตรประชาชน ชื่อที่กรอกต้องสะกดตรงกันทุกตัวอักษร ห้ามเพิ่มคำ ห้ามตัดคำ และไม่ควรเรียงสลับชื่อ-นามสกุลเอง เพราะระบบสายการบินถือว่าคนละคนทันที
✅ไม่ใส่เครื่องหมายวรรคตอนหรือสัญลักษณ์พิเศษ
ชื่อบนตั๋วเครื่องบินไม่ควรมีจุด เครื่องหมายจุลภาค เครื่องหมายอัญประกาศ หรือสัญลักษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น แม้ชื่อในพาสปอร์ตจะมีขีดหรือเว้นวรรค ระบบตั๋วมักจะรวมชื่อทั้งหมดติดกันโดยอัตโนมัติ การพิมพ์เครื่องหมายพิเศษเองอาจทำให้ระบบไม่ผ่านตั้งแต่ขั้นตอนจอง
✅ใช้อักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่
โดยทั่วไปชื่อผู้โดยสารจะถูกแสดงเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด เช่น SOMCHAI PRASERT ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลของสายการบิน ผู้จองไม่ต้องกังวลว่าพิมพ์เล็กหรือใหญ่ เพราะระบบจะปรับให้เอง แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ตัวอักษรไทยหรือภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
✅กรณีมีชื่อเพียงคำเดียว
ผู้โดยสารบางคน โดยเฉพาะในเอเชีย อาจมีชื่อแค่คำเดียวโดยไม่มีนามสกุล หากระบบบังคับให้กรอกสองช่อง วิธีที่สายการบินส่วนใหญ่นิยมใช้คือใส่ชื่อจริงไว้ในช่องนามสกุล แล้วกรอกช่องชื่อเป็น MR, MS หรือเครื่องหมายจุด ขึ้นอยู่กับระบบของสายการบินนั้นๆ ไม่ควรใส่ชื่อซ้ำทั้งสองช่อง เพราะอาจทำให้ระบบมองว่าเป็นชื่อคนละแบบ
✅กรณีชื่อยาวเกินจำนวนตัวอักษร
หากชื่อหรือชื่อ-นามสกุลยาวมากจนกรอกไม่ครบ ระบบสายการบินจะอนุญาตให้ตัดตัวอักษรช่วงท้ายออกได้ โดยให้กรอกตามลำดับจากหน้ามาหลัง และไม่ต้องใส่เครื่องหมายใดๆ เพิ่มเอง วิธีนี้ถือเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานและไม่ถือว่าผิด
👇ตัวอย่างรูปแบบชื่อบนตั๋ว
หากชื่อในพาสปอร์ตคือ “Somchai Wattanakornchai”
ชื่อที่แสดงบนตั๋วมักจะเป็น SOMCHAIWATTANAKORNCHAI ซึ่งเป็นการรวมชื่อและนามสกุลเข้าด้วยกันแบบไม่มีเว้นวรรค เรื่องนี้ถือว่าปกติ และไม่กระทบต่อการเดินทาง
✨ข้อควรรู้ที่ไม่ควรมองข้าม
ตั๋วเครื่องบินมีความเข้มงวดเรื่องชื่อมากกว่าพาหนะประเภทอื่น หากสะกดผิดแม้เพียงตัวเดียว บางสายการบินอาจไม่อนุญาตให้แก้ไข หรือคิดค่าธรรมเนียมสูง ดังนั้นควรตรวจชื่อให้ตรงกับเอกสารตั้งแต่ขั้นตอนจอง จะช่วยลดปัญหาหน้างานได้เยอะมาก
กฎการกรอกชื่อผู้โดยสารสำหรับรถไฟในประเทศไทย

การจองตั๋วรถไฟในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รถไฟฟ้าความเร็วสูง หรือการซื้อตั๋วผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง D-Ticket, แอป รฟท. หรือ Trip.com หลักการกรอกชื่อจะไม่ซับซ้อนมาก แต่ก็มีจุดที่ควรรู้ไว้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตอนเดินทาง
ใช้ชื่อให้ตรงกับบัตรประชาชนเป็นหลัก
สำหรับรถไฟในประเทศ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือชื่อ-นามสกุลต้องสอดคล้องกับบัตรประชาชน เพราะเจ้าหน้าที่มักใช้บัตรประชาชนในการตรวจตั๋ว โดยเฉพาะขบวนรถทางไกล รถด่วน รถด่วนพิเศษ และรถไฟกลางคืน หากชื่อบนตั๋วกับบัตรประชาชนตรงกัน ก็ผ่านได้สบายๆ
ไม่จำเป็นต้องแยกชื่อจริงและนามสกุล
ระบบจองตั๋วรถไฟไทยส่วนใหญ่มักให้กรอกชื่อผู้โดยสารในช่องเดียว หรือหากมีการแยกเป็นชื่อและนามสกุล ก็ไม่ได้เข้มงวดเท่าสายการบิน ขอแค่ชื่อรวมที่แสดงบนตั๋วอ่านแล้วตรงกับชื่อในบัตรประชาชน ก็ถือว่าใช้ได้
กรณีมีชื่อคำเดียวหรือไม่มีนามสกุล
สำหรับคนไทยที่มีชื่อคำเดียว หรือในบัตรประชาชนไม่ได้ระบุนามสกุล สามารถกรอกชื่อเพียงคำเดียวได้เลย เช่น “สมชาย” หรือ “วิชัย” โดยไม่จำเป็นต้องเติมสัญลักษณ์หรือคำอื่นเพิ่ม เจ้าหน้าที่รถไฟคุ้นเคยกับกรณีลักษณะนี้ และไม่ถือว่าเป็นปัญหาในการเดินทาง
ความยืดหยุ่นในการตรวจชื่อ
รถไฟไทยมีความยืดหยุ่นมากกว่าสายการบิน หากมีการสะกดผิดเล็กน้อย เช่น พิมพ์ตกหนึ่งตัว หรือเว้นวรรคไม่ตรงเป๊ะ มักไม่ถูกปฏิเสธการเดินทาง ตราบใดที่ชื่อโดยรวมยังสื่อถึงตัวบุคคลเดียวกัน และบัตรประชาชนตรงกับผู้เดินทางจริง แต่เพื่อความสบายใจ แนะนำให้กรอกให้ตรงตั้งแต่แรกจะดีที่สุด
ตัวอย่างการกรอกชื่อผู้โดยสาร
หากชื่อในบัตรประชาชนคือ “ธนพล ใจดี” ชื่อที่แสดงบนตั๋วสามารถเป็น “ธนพล ใจดี” หรือ “ธนพลใจดี” ได้ทั้งสองแบบ และยังสามารถใช้เดินทางได้ตามปกติ ไม่มีผลต่อการขึ้นรถไฟ
เปรียบเทียบแบบสั้นๆ สายการบิน vs รถไฟ
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างการกรอกชื่อผู้โดยสารของสายการบินและรถไฟ เราได้สรุปประเด็นสำคัญไว้ในตารางด้านล่างนี้
แง่มุมที่เปรียบเทียบ | สายการบิน (ในประเทศไทย) | รถไฟ (การรถไฟแห่งประเทศไทย / รถไฟฟ้า) |
เอกสารอ้างอิง | บัตรประชาชน สำหรับเที่ยวบินในประเทศ และพาสปอร์ตสำหรับเที่ยวบินต่างประเทศ | บัตรประชาชนเป็นหลัก บางกรณีใช้ใบขับขี่หรือพาสปอร์ตได้ |
รูปแบบการกรอกชื่อ | ส่วนใหญ่ต้องแยกเป็นชื่อ (First Name) และนามสกุล (Last Name) ตามแบบฟอร์มการจอง | มักมีช่องชื่อผู้โดยสารช่องเดียว กรอกชื่อ–นามสกุลรวมกัน |
ความตรงของชื่อ | ต้องตรงกับเอกสารตัวตนทุกตัวอักษร ผิดนิดเดียวอาจมีปัญหา | ค่อนข้างยืดหยุ่นกว่า แต่ควรตรงกับบัตรประชาชนเพื่อความชัวร์ |
ตัวพิมพ์ใหญ่ | ระบบสายการบินมักแสดงผลเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ | ไม่เคร่งเรื่องตัวพิมพ์ใหญ่–เล็ก |
เครื่องหมายวรรคตอน | ไม่ควรใส่จุด ขีด หรือสัญลักษณ์พิเศษ หากเอกสารไม่ได้ระบุ | โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใส่ และมักไม่ส่งผลกับการเดินทาง |
ชื่อคำเดียว | ต้องใช้รูปแบบเฉพาะ เช่น ใส่ชื่อในช่องนามสกุล และเติม MR / MS หรือ . ในช่องชื่อ | กรอกชื่อคำเดียวได้เลย ไม่มีปัญหา |
ความเข้มงวดเมื่อชื่อผิด | เข้มงวดมาก อาจเช็กอินไม่ได้หรือถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่อง | ผิดเล็กน้อยมักยังเดินทางได้ แต่ไม่แนะนำให้เสี่ยง |
ค่าธรรมเนียมแก้ไขชื่อ | บางสายการบินมีค่าแก้ไข หรือแก้ไม่ได้เลย | โดยทั่วไปไม่คิดค่าแก้ไข หรือแก้ได้ง่ายกว่า |
วิธีกรอกชื่อหนึ่งพยางค์สำหรับรถไฟ

สำหรับระบบจองตั๋วรถไฟในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น KAI ในอินโดนีเซีย หรือ KTX ในเกาหลี มักมีรูปแบบการกรอกชื่อที่ค่อนข้างยืดหยุ่น โดยจะแสดงช่องสำหรับกรอกชื่อผู้โดยสารแตกต่างกันไปตามเว็บไซต์หรือแอปที่ใช้ เช่น บางแพลตฟอร์มให้กรอกชื่อเต็มเพียงช่องเดียว ขณะที่บางแพลตฟอร์มจะแยกเป็นชื่อจริงและนามสกุล
1. กรณีระบบขอเพียงช่อง “ชื่อ-นามสกุล”
หากพบว่ามีให้กรอกแค่ช่องเดียว คุณสามารถใส่ชื่อหนึ่งพยางค์ของคุณได้ทันที เช่น BUDI ชื่อลักษณะนี้สามารถใช้งานได้ตามปกติ ตั๋วถือว่าถูกต้อง ตราบเท่าที่ข้อมูลตรงกับเอกสารยืนยันตัวตน
2. กรณีระบบแยกเป็น First Name และ Last Name
ในบางแพลตฟอร์ม เช่น Trip.com อาจแยกให้กรอกสองช่อง หากคุณมีชื่อพยางค์เดียว สามารถใช้สัญลักษณ์อย่างขีดกลาง จุด หรือคำว่า NA ใส่ไว้ในช่องชื่อจริง ส่วนช่องนามสกุลให้ใส่ชื่อเต็ม เช่น
- First Name : – หรือ . หรือ NA
- Last Name : BUDI
รูปแบบนี้มักผ่านการตรวจได้ตามปกติ เพราะระบบต้องการข้อมูลให้ครบตามฟอร์มเท่านั้น
3. ความเข้มงวดในการตรวจชื่อของผู้ประกอบการรถไฟ
โดยรวมแล้ว KAI และผู้ให้บริการรถไฟหลายประเทศในเอเชียมีความยืดหยุ่นกว่าสายการบินอย่างชัดเจน ชื่อที่เป็นคำเดียวมักไม่ใช่ปัญหาเลย สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่หมายเลขเอกสาร เช่น หมายเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขหนังสือเดินทางต้องตรงกับข้อมูลจริง หากเลขเอกสารถูกต้องและไม่ได้มีพฤติกรรมส่อทุจริต การใช้ชื่อพยางค์เดียวในการจองตั๋วถือว่าไม่มีปัญหาในการตรวจสอบบนชานชาลา
วิธีกรอกชื่อพยางค์เดียวสำหรับรถไฟในประเทศไทย

การจองตั๋วรถไฟในไทย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือรถไฟฟ้าและรถไฟความเร็วสูงที่เปิดให้จองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ปกติจะไม่เข้มงวดเรื่องรูปแบบชื่อเท่าตั๋วเครื่องบิน แต่ก็มีหลักที่ควรรู้ไว้จะได้ไม่พลาด
รูปแบบช่องกรอกชื่อผู้โดยสารในระบบไทย
เว็บไซต์และแอปที่คนไทยนิยมใช้ เช่น D-Ticket (รฟท.), แอปจองรถไฟของรัฐ หรือแพลตฟอร์มอย่าง Trip.com ส่วนใหญ่จะให้กรอก “ชื่อ-นามสกุล” ในช่องเดียว หรือแยกเป็นชื่อและนามสกุลแบบเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน
กรณีมีชื่อเพียงคำเดียว
หากชื่อในบัตรประชาชนมีแค่คำเดียว สามารถกรอกชื่อนั้นตรง ๆ ได้เลย เช่น “สมชาย” โดยไม่จำเป็นต้องเติมคำอื่นเพิ่ม ตั๋วยังคงใช้งานได้ตามปกติ และเจ้าหน้าที่ก็เข้าใจรูปแบบชื่อนี้ดี
กรณีระบบบังคับให้กรอกชื่อและนามสกุลแยกช่อง
บางแพลตฟอร์มอาจแยกช่อง First Name และ Last Name หากเจอกรณีนี้ แนะนำให้ใส่ชื่อจริงไว้ในช่องนามสกุล ส่วนช่องชื่อสามารถใช้เครื่องหมายจุด (.) หรือขีด (-) หรือคำว่า NA ได้ ขึ้นอยู่กับระบบที่ยอมรับ
การตรวจตั๋วและเอกสารในไทย
โดยทั่วไป เจ้าหน้าที่จะดูว่าชื่อบนตั๋วสอดคล้องกับบัตรประชาชนหรือไม่ มากกว่าการจับผิดรูปแบบตัวอักษร หากชื่ออ่านแล้วตรงกันและไม่ได้จงใจปลอมแปลง ก็แทบไม่มีปัญหา
ตัวอย่างการกรอกชื่อแบบคนไทยเข้าใจง่าย
ชื่อในบัตรประชาชน : สมปอง
บนตั๋วรถไฟ : สมปอง
หรือในกรณีแยกช่อง
First Name : .
Last Name : สมปอง
วิธีกรอกชื่อผู้โดยสารที่มีชื่อคำเดียว สำหรับสายการบินในประเทศไทย

สำหรับคนไทยบางคนที่มีชื่อจริงเพียงคำเดียว ไม่มีนามสกุล หรือในเอกสารราชการไม่ได้แยก First Name / Last Name ชัดเจน เวลาจองตั๋วเครื่องบินอาจงงได้เล็กน้อย เพราะระบบสายการบินส่วนใหญ่มักบังคับให้กรอกอย่างน้อย 2 ช่อง ข้างล่างนี้คือแนวทางที่ใช้ได้จริงกับสายการบินที่คนไทยนิยมใช้บ่อย
✈️การบินไทย (Thai Airways)
แนวทางที่ใช้กันทั่วไปคือ ให้นำชื่อจริงไปใส่ในช่องนามสกุล (Last Name) และใช้คำนำหน้าชื่อแทนช่องชื่อจริง (First Name) เช่น MR หรือ MS
📑ตัวอย่างการกรอก
- ชื่อจริงในบัตรประชาชน: สมชาย
- First Name: MR
- Last Name: SOMCHAI
วิธีนี้เป็นรูปแบบที่เจ้าหน้าที่สนามบินคุ้นเคย และสามารถเช็กอินได้ตามปกติ
✈️ไทยสมายล์ (Thai Smile)
แม้จะเป็นสายการบินฟูลเซอร์วิส แต่ระบบการจองคล้ายกับการบินไทย หากมีชื่อคำเดียว แนะนำให้กรอกเหมือนกันคือ
📑ตัวอย่างการกรอก
- First Name ใช้ MR หรือ MS
- Last Name ใส่ชื่อจริงตามเอกสาร
ชื่อบนบอร์ดดิ้งพาสอาจแสดงติดกัน เช่น MRSOMCHAI ซึ่งถือว่าปกติ
✈️ไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia)
กรณีชื่อคำเดียว ระบบจะไม่อนุญาตให้ปล่อยช่องว่าง
วิธีที่ใช้ได้คือ
ใส่ชื่อจริงไว้ที่ช่อง Last Name
ช่อง First Name ใช้ MR, MS, . หรือ NA
📑ตัวอย่างการกรอก
- First Name: MR
- Last Name: ANAN
ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใส่ชื่อซ้ำทั้งสองช่อง เพราะอาจทำให้ระบบมองว่าเป็นชื่อ-นามสกุลคนละคำ
✈️นกแอร์ (Nok Air)
นกแอร์มีระบบที่ค่อนข้างยืดหยุ่นสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ
หากมีชื่อคำเดียว แนะนำให้กรอก
- First Name: MR หรือ MS
- Last Name: ชื่อจริงตามบัตรประชาชน
โดยชื่อบนตั๋วสามารถใช้เช็กอินกับบัตรประชาชนได้ตามปกติ
✈️บางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways)
แม้จะเป็นสายการบินบูทีค แต่ระบบยังคงยึดมาตรฐานสากล กรณีชื่อคำเดียว ให้ใช้แนวทางเดียวกับสายการบินอื่น คือ
- กรอกคำนำหน้าในช่อง First Name
- กรอกชื่อจริงในช่อง Last Name
แนะนำให้สะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษให้ตรงกับที่เคยใช้เดินทางมาก่อน เพื่อลดปัญหาหน้างาน
สรุปภาพรวมสำหรับสายการบินไทย
หลักการสำคัญคือ อย่าปล่อยช่องว่าง และให้ชื่อที่อยู่บนตั๋วสามารถเชื่อมโยงกับเอกสารยืนยันตัวตนได้ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าชื่อจะดูแปลกบนบอร์ดดิ้งพาส เพราะเจ้าหน้าที่สนามบินไทยคุ้นเคยกับกรณีชื่อคำเดียวเป็นอย่างดี
ตารางสรุปวิธีกรอกชื่อพยางค์เดียวตามสายการบิน
สายการบิน | ช่อง First Name | ช่อง Last Name | หมายเหตุสำคัญ |
การบินไทย (Thai Airways) | MR / MS หรือ . | ชื่อจริงของผู้โดยสาร | ใช้ได้ทั้งเที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศ ชื่อต้องตรงกับพาสปอร์ต 100% |
ไทยสมายล์ (Thai Smile)* | MR / MS หรือ . | ชื่อจริงของผู้โดยสาร | แนวทางเดียวกับการบินไทย ระบบค่อนข้างเข้มงวด |
Thai VietJet Air | MR / MS หรือ . | ชื่อจริงของผู้โดยสาร | ห้ามปล่อยช่องว่าง หากไม่ใส่คำนำหน้า ระบบจะไม่ให้ผ่าน |
Thai AirAsia | MR / MS / NA หรือ . | ชื่อจริงของผู้โดยสาร | ไม่ควรใส่ชื่อซ้ำทั้งสองช่อง เพราะอาจโดนมองว่าเป็นชื่อคนละคำ |
Nok Air | MR / MS หรือ . | ชื่อจริงของผู้โดยสาร | เที่ยวบินในประเทศยืดหยุ่นกว่านิดหน่อย แต่แนะนำให้ตรงบัตรประชาชน |
Bangkok Airways | MR / MS หรือ . | ชื่อจริงของผู้โดยสาร | ระบบอ้างอิงพาสปอร์ต/บัตรประชาชนเป็นหลัก |
ข้อควรรู้เพิ่มเติมก่อนกดยืนยันชื่อผู้โดยสาร (เวอร์ชันประเทศไทย)
1. ชื่อบนตั๋วต้องตรงกับเอกสารจริง
สำหรับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ ชื่อผู้โดยสารควรตรงกับบัตรประชาชนทุกตัวอักษร ส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศต้องยึดตามชื่อในพาสปอร์ตเป็นหลัก ห้ามสะกดผิด สลับชื่อ หรือเติมคำที่ไม่มีในเอกสาร เพราะอาจเช็กอินไม่ได้
2. ตั๋วรถไฟไทยยืดหยุ่นกว่า แต่ไม่ควรชะล่าใจ
รถไฟไทย เช่น รถไฟการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือรถไฟฟ้าความเร็วสูง บางเส้นทางอาจไม่เข้มงวดเท่าเครื่องบิน แต่หากมีการตรวจบัตรประชาชน ชื่อก็ควรตรงกันไว้ก่อน จะได้ไม่เสียเวลาอธิบายหน้างาน
3. กรอกชื่อผิดอาจเสียเงินทิ้งได้
สายการบินไทยหลายแห่งคิดค่าธรรมเนียมแก้ชื่อ หรือไม่อนุญาตให้แก้เลย หากใกล้วันเดินทางอาจต้องซื้อตั๋วใหม่ ดังนั้นตรวจชื่อให้ชัวร์ตั้งแต่หน้าจองดีที่สุด
4. ถ้าไม่มั่นใจ ให้ถามก่อนจ่ายเงิน
แอปจองตั๋วและสายการบินในไทยมีคอลเซ็นเตอร์และแชตซัพพอร์ต อย่าลังเลที่จะถาม เพราะแก้ตอนหลังมักแพงกว่าเสมอ
คำถามพบบ่อย
ถ้ากรอกชื่อบนตั๋วเครื่องบินผิดเพียง 1 ตัวอักษร สามารถเดินทางได้ไหม?
โดยทั่วไป “ไม่ได้” สำหรับสายการบิน ชื่อต้องตรงกับเอกสารทุกตัวอักษร หากผิดแม้เพียงตัวเดียวอาจถูกปฏิเสธการเช็กอิน ควรติดต่อสายการบินเพื่อแก้ไขทันที ซึ่งบางสายการบินอาจมีค่าธรรมเนียมหรือไม่อนุญาตให้แก้เลยชื่อบนตั๋วรถไฟในไทยต้องตรงกับบัตรประชาชนเหมือนเครื่องบินหรือไม่?
ไม่เข้มงวดเท่าเครื่องบิน แต่ควรให้ตรงตามบัตรประชาชนเพื่อความสะดวกตอนตรวจตั๋ว หากสะกดตกหล่นเล็กน้อยมักไม่มีปัญหา แต่ไม่ควรสะกดผิดจนทำให้เกิดความสับสนกับบุคคลอื่นถ้ามีชื่อเพียงคำเดียว ควรกรอกอย่างไรเวลาจองตั๋วเครื่องบิน?
ให้ใส่ชื่อจริงไว้ในช่อง Last Name และใส่ MR, MS, . หรือ NA ในช่อง First Name ตามที่สายการบินยอมรับ วิธีนี้เป็นมาตรฐานที่เจ้าหน้าที่สนามบินไทยใช้กันและเช็กอินได้ปกติทำไมชื่อบนตั๋วเครื่องบินมักแสดงติดกัน ไม่มีเว้นวรรค?
เพราะระบบสายการบินส่วนใหญ่จะรวมชื่อและนามสกุลเป็นบรรทัดเดียวแบบไม่มีช่องว่าง เช่น SOMCHAIWATTANAKORNCHAI ถือว่าเป็นรูปแบบปกติและไม่กระทบต่อการเดินทาง ขอเพียงสะกดตรงกับเอกสารจริงหากไม่แน่ใจว่าจะกรอกชื่อแบบไหน ควรทำอย่างไร?
ให้ตรวจสอบกับสายการบินหรือแพลตฟอร์มที่ใช้จองก่อนชำระเงิน โดยติดต่อคอลเซ็นเตอร์หรือแชตซัพพอร์ต การสอบถามล่วงหน้าจะช่วยลดปัญหาเรื่องชื่อผิด ซึ่งมักแก้ไขยากและอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง


