7 ร้านอาหารจิมซาจุ่ย 2569 อัปเดตเมนูเด็ด มิชลินราคาถูกที่ต้องลอง

รูปโปรไฟล์ของผู้เขียน
7 ร้านอาหารจิมซาจุ่ย อัปเดตเมนูเด็ด มิชลินราคาถูกที่ต้องลอง

ใครที่วางแผนบินไปฮ่องกง เรื่องกินต้องคิดให้ดีเลยนะ เพราะถ้าพลาดร้านอร่อยไปทั้งที น่าเสียดายมาก ย่านที่ห้ามมองข้ามเลยก็คือ จิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) นอกจากจะเดินเที่ยวสนุก ช้อปได้จุใจแล้ว ที่นี่ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารเด็ดๆ ที่คนฮ่องกงและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างติดอกติดใจ จะหาอาหารท้องถิ่นแท้ๆ หรืออยากลองร้านดังที่ต้องจองคิว ย่านนี้มีให้ครบ มาดูกันเลยดีกว่าว่าถ้าไปจิมซาจุ่ย ต้องแวะร้านไหน และต้องสั่งเมนูอะไรบ้างถึงจะคุ้มทริป!

ทำไมร้านอาหารย่านจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) ถึงห้ามพลาด?

ร้านอาหารในย่านจิมซาจุ่ย

ต้องบอกเลยว่าจิมซาจุ่ยไม่ได้มีดีแค่วิวสวยหรือช้อปปิ้งเพลินเท่านั้น เพราะเรื่องอาหารก็เด็ดไม่แพ้กัน ที่นี่กินได้ตั้งแต่เช้าจรดดึก จะเป็นร้านชาฮ่องกงสไตล์ดั้งเดิม (cha chaan teng) ที่นั่งจิบชาเคล้าขนมปังเนยแบบชาวบ้านเขากิน หรืออยากลองอาหารกวางตุ้งรสมือเชฟระดับมิชลินก็หาได้ในย่านเดียวกันนี้เลย

สิ่งที่ทำให้จิมซาจุ่ยน่ากินเป็นพิเศษคือความหลากหลายที่อยู่ในระยะเดินถึงกัน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกล แค่เดินออกจากโรงแรมก็เจอร้านเด็ดได้ไม่ยากแล้ว

ประเภทของร้านอาหารดีๆ ในย่านจิมซาจุ่ย

1. ร้านติ่มซำ

มาฮ่องกงทั้งที ถ้าไม่ได้กินติ่มซำถือว่ายังมาไม่ถึง! ย่านจิมซาจุ่ยมีร้านติ่มซำให้เลือกเยอะมาก แต่ที่พลาดไม่ได้คือร้านที่ยังคงสูตรดั้งเดิมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นฮะเก๋ากุ้งไส้แน่น ขนมจีบ หรือซาลาเปาหมูแดง รสชาติที่สืบทอดมานานหลายสิบปีแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้แล้ว สิ่งที่ทำให้ติ่มซำฮ่องกงต่างจากที่อื่นคือความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การห่อแป้งที่บางแต่เหนียวนุ่มพอดี ไปจนถึงไส้ที่คัดสรรมาอย่างดี กินแล้วรู้เลยว่านี่คือของจริง นอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว บรรยากาศในร้านติ่มซำแบบฮ่องกงก็เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่หาไม่ได้จากที่อื่น โต๊ะแคบๆ นั่งชิดกัน รถเข็นขนมวิ่งวนไปมา และเสียงพูดคุยที่คึกคักตลอดเวลา แนะนำให้ไปช่วงเช้าตรู่เพราะได้บรรยากาศแบบชาวบ้านเขาจริงๆ และเมนูยังครบสดใหม่ทุกอย่าง

2. ร้านห่านย่าง

ห่านย่าง (Roast Goose) คือหนึ่งในเมนูที่คนฮ่องกงภูมิใจที่สุด และถ้าอยากกินให้ได้รสชาติดีที่สุด จิมซาจุ่ยคือย่านที่ต้องมา ความอร่อยของห่านย่างอยู่ที่หนังที่กรอบแต่ไม่แห้ง เนื้อข้างในนุ่มชุ่มน้ำ และกลิ่นหอมจากเครื่องเทศที่หมักทิ้งไว้ข้ามคืน กินคู่กับข้าวขาวร้อนๆ หรือก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยคนละแบบ ร้านดังหลายเจ้าในย่านนี้เปิดมานานหลายสิบปีและมีลูกค้าประจำทั้งชาวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่อคิวรออยู่ตลอด ถ้าไม่อยากรอนานแนะนำให้ไปช่วงบ่ายแก่ๆ หรือก่อนเวลาเที่ยงสักนิด เพราะช่วงกลางวันคนมักจะแน่นมาก

3. ร้านอาหารจีนสไตล์โมเดิร์น

สำหรับสายกินที่ชอบอะไรแปลกใหม่และอยากได้รูปสวยๆ ลงโซเชียลด้วย ร้านอาหารจีนฟิวชันในจิมซาจุ่ยตอบโจทย์ได้ครบ เชฟหลายคนในย่านนี้เรียนจบมาจากต่างประเทศและนำเทคนิคการทำอาหารสมัยใหม่มาผสมกับเมนูคลาสสิกที่คนฮ่องกงคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ผลลัพธ์คืออาหารที่ดูดีมีสไตล์ แต่กัดเข้าไปแล้วยังได้รสชาติฮ่องกงแท้ๆ อยู่ครบ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองอะไรนอกเหนือจากร้านแบบดั้งเดิม หรือมากับเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่ต้องการร้านที่ถูกใจได้ทุกคน

4. ร้านไฟน์ไดนิ่ง

ถ้าทริปนี้มีโอกาสพิเศษหรืออยากตามใจตัวเองสักมื้อ จิมซาจุ่ยมีร้านระดับมิชลินให้เลือกหลายแห่ง จุดที่น่าสนใจคือหลายร้านไม่ได้เสิร์ฟแค่อาหารอร่อย แต่ยังออกแบบประสบการณ์การกินมาอย่างละเอียด ตั้งแต่การตกแต่งร้าน การจับคู่ไวน์ ไปจนถึงการนำเสนออาหารที่ดูเป็นงานศิลป์ โดยเฉพาะร้านที่ผสมเทคนิคอาหารฝรั่งเศสเข้ากับรสชาติกวางตุ้ง ถือเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ และคุ้มค่ากับการจองล่วงหน้าไว้ก่อนเดินทางเลย

กรุงเทพฯ ไปฮ่องกง
ภูเก็ตไปฮ่องกง
เกาะสมุยไปฮ่องกง
ดูเที่ยวบินทั้งหมด

6 เมนูเด็ดห้ามพลาดในจิมซาจุ่ย

ประเภทของร้านอาหารดีๆ ในย่านจิมซาจุ่ย

ที่มา: Pixabay

1. บะหมี่เกี๊ยว

ถามคนฮ่องกงว่ากินอะไรตอนหิว คำตอบแรกๆ ที่ได้ยินบ่อยมากคือบะหมี่เกี๊ยว เพราะนี่คือ Soul Food ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนที่นี่มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มเคี้ยวสนุก เกี๊ยวกุ้งไส้แน่นสดใหม่ และน้ำซุปที่เคี่ยวมาจนเข้มข้นกลมกล่อม กินชามเดียวอิ่มแบบไม่รู้สึกหนักท้องเลย สิ่งที่ทำให้บะหมี่เกี๊ยวฮ่องกงต่างจากที่อื่นคือความใส่ใจในรายละเอียด ตั้งแต่การนวดเส้นด้วยมือจนได้ความเหนียวที่พอดี ไปจนถึงการเลือกกุ้งสดที่ห่อเกี๊ยวมาอย่างแน่นมือ บางร้านยังเพิ่มลูกชิ้นปลาหรือหมูแดงลงไปในชามด้วย ทำให้ได้รสชาติที่ครบและอิ่มมากขึ้น ร้านบะหมี่เกี๊ยวในจิมซาจุ่ยมีให้เลือกเยอะมาก ทั้งแบบร้านเล็กๆ ริมทางที่นั่งกันแบบชิดๆ และร้านใหญ่ที่มีเมนูให้เลือกหลายอย่าง แต่ขอแนะนำให้มองหาร้านที่คนท้องถิ่นนั่งกินอยู่เต็ม นั่นแหละคือสัญญาณที่ดีที่สุดว่าร้านนี้อร่อยจริง ราคาก็ไม่แพงด้วย กินได้ทุกมื้อตั้งแต่เช้าจนดึก ใครมาถึงจิมซาจุ่ยแล้วยังไม่ได้ลองบะหมี่เกี๊ยวสักชาม ถือว่ายังมาไม่ถึงฮ่องกงจริงๆ เลยนะ

2. ติ่มซำ

ติ่มซำไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือวัฒนธรรมการกินที่ฝังรากลึกในชีวิตคนฮ่องกงมาหลายร้อยปี เริ่มต้นจากของว่างเล็กๆ ที่กินคู่กับชายามบ่าย จนวันนี้กลายเป็นมื้อที่คนทั่วโลกรู้จักและตามหา เมนูพื้นฐานที่ต้องสั่งทุกครั้งคือฮะเก๋ากุ้งที่แป้งบางใสพอมองเห็นไส้กุ้งสีชมพูสวย ขนมจีบที่อัดไส้หมูและกุ้งมาอย่างแน่น และซาลาเปาหมูแดงที่แป้งนุ่มฟูหอมหวานชวนกิน ทั้งหมดนี้เสิร์ฟมาร้อนๆ ควันฉุยออกจากเข่งไม้ไผ่ กินตอนนึ่งเสร็จใหม่ๆ รสชาติจะออกมาดีที่สุด สิ่งที่ทำให้ติ่มซำฮ่องกงพิเศษกว่าที่อื่นคือฝีมือในการห่อที่ละเอียดอ่อนมาก แม้แค่จีบรอยพับของแป้งก็ยังต้องใช้ทักษะสูง บางร้านในจิมซาจุ่ยเปิดให้นั่งชมการทำติ่มซำสดๆ ได้เลย ซึ่งน่าดูมากๆ ใครยังไม่เคยลองติ่มซำแบบฮ่องกงแท้ๆ ต้องจัดให้อยู่ในลิสต์ก่อนเดินทางเลย แนะนำให้ไปช่วงเช้าตรู่เพราะเมนูครบ บรรยากาศดี และได้ฟีลท้องถิ่นแบบสุดๆ

3. ชานม

ชานมฮ่องกงไม่เหมือนชานมที่ไหนในโลก และนี่ไม่ใช่การพูดเกินจริงเลยสักนิด รสชาของดำที่เข้มข้นกำลังดีผสมกับนมข้นหวานในสัดส่วนที่ลงตัวมาก ดื่มแล้วได้ทั้งความหอมของชาและความมันของนมในคำเดียวกัน ความพิเศษของชานมฮ่องกงอยู่ที่วิธีชงที่เรียกว่า "ดึงชา" คือการรินชาไปมาระหว่างกาสองใบซ้ำๆ เพื่อให้ได้ฟองละเอียดและรสชาติที่กลมกล่อมกว่าการชงธรรมดา บางร้านใช้ถุงผ้าในการกรองชา ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนเรียกว่า "ชาถุงน่อง" แนะนำให้ลองทั้งแบบร้อนและแบบเย็นเพราะให้ฟีลคนละแบบจริงๆ แบบร้อนจะหอมชากว่า ส่วนแบบเย็นรสชาติสดชื่นและดื่มง่ายกว่า ร้านชาชานเต็งในจิมซาจุ่ยเสิร์ฟชานมแก้วละไม่กี่สิบบาท ถูก อร่อย และได้บรรยากาศท้องถิ่นที่หาไม่ได้จากคาเฟ่สมัยใหม่

4. ทาร์ตไข่

ของหวานที่นึกถึงฮ่องกงแล้วต้องนึกถึงก่อนเลยคือทาร์ตไข่ เป็นขนมที่ดูเรียบง่ายแต่รสชาติดีจนหลายคนซื้อกลับมาเป็นโหลๆ แป้งพายกรอบแตกในปากทันทีที่กัด คัสตาร์ดไข่เนื้อเนียนนุ่มหอมหวานอบอุ่น ยิ่งกินตอนเพิ่งออกจากเตาใหม่ๆ ยังร้อนอยู่ ยิ่งอร่อยเป็นพิเศษจนหยุดกินไม่ได้ ทาร์ตไข่ในฮ่องกงมีสองสไตล์หลักที่ต่างกันชัดเจน แบบแรกคือสไตล์ฮ่องกงที่แป้งบางกรอบคล้ายคุกกี้ รสชาติเบาๆ เน้นความหอมของไข่ ส่วนอีกแบบคือสไตล์โปรตุเกสที่แป้งเป็นชั้นๆ ฟูและร่วนกว่า ไส้ไข่มีสีเหลืองเข้มและหอมกว่าด้วย แนะนำให้ลองทั้งคู่แล้วค่อยตัดสินใจว่าชอบแบบไหน เพราะแต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกัน ร้านขายทาร์ตไข่ในจิมซาจุ่ยมีทั้งแบบเบเกอรี่เล็กๆ ข้างทางและร้านดังที่มีคิวยาวเหยียด ถ้าเห็นร้านไหนมีคนต่อแถวอยู่ เดินเข้าไปต่อคิวได้เลย คุ้มแน่นอน

5. วาฟเฟิลไข่

สตรีทฟู้ดที่เป็นสัญลักษณ์ของฮ่องกงมากที่สุดชิ้นหนึ่งก็คือวาฟเฟิลไข่ หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่าขนมไข่ฮ่องกง เอกลักษณ์โดดเด่นมากด้วยรูปทรงเม็ดกลมๆ นูนขึ้นมาเรียงต่อกันเป็นแผ่น กัดแล้วได้ทั้งความกรอบด้านนอกที่แตกพอดีและเนื้อด้านในที่เหนียวนุ่มในคำเดียวกัน ความอร่อยของวาฟเฟิลไข่อยู่ที่การกินตอนร้อนๆ สดๆ จากเตาเลย เพราะความกรอบจะหายไปเร็วมากถ้าทิ้งไว้นาน เดินเที่ยวอยู่แล้วเจอร้านเมื่อไหร่ให้ซื้อทันทีได้เลย ปัจจุบันมีให้เลือกหลายรสชาติตั้งแต่วานิลลาคลาสสิก ช็อกโกแลต ไปจนถึงชาเขียวมัทฉะ บางร้านยังมีท็อปปิ้งให้เพิ่มด้วย แต่ถ้าอยากได้รสชาติดั้งเดิมแบบที่คนฮ่องกงกินกันมาตั้งแต่เด็ก แนะนำให้เริ่มจากรสวานิลลาธรรมดาก่อน เดินเที่ยวจิมซาจุ่ยมือหนึ่งถือวาฟเฟิลไข่ร้อนๆ ไว้ บอกเลยว่าฟีลฮ่องกงมากๆ และราคาก็ไม่แพงเลยด้วย

6. เฟรนช์โทสต์

ปิดท้ายด้วยเมนูที่สายหวานต้องกรี๊ด เฟรนช์โทสต์สไตล์ฮ่องกงนี่ต่างจากเฟรนช์โทสต์ที่เคยกินมาอย่างสิ้นเชิง ขนมปังหนาชุบไข่จนชุ่มแล้วนำไปทอดในน้ำมันจนเหลืองกรอบทั้งสองด้าน วางเนยสดไว้บนหน้าให้ค่อยๆ ละลายลงไปซึมในเนื้อขนมปัง แล้วราดนมข้นหวานตามลงไปอีกที ได้รสชาติที่กรอบนอก นุ่มใน หวานมัน และหอมเนยในคำเดียวกัน บางร้านยังใส่ไส้ถั่วลิสงหรือเนยถั่วไว้ข้างในด้วย ทำให้รสชาติเข้มข้นและอิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เมนูนี้หาทานได้ตามร้านชาชานเต็งทั่วไปในจิมซาจุ่ย ราคาไม่แพง และเหมาะมากสำหรับมื้อเช้าหรือมื้อว่างระหว่างวัน จับคู่กับชานมร้อนสักแก้ว แค่นี้เช้าวันนี้ก็สมบูรณ์แบบแล้ว ใครเป็นสายหวานและยังไม่เคยลองเฟรนช์โทสต์ฮ่องกง ต้องจัดเข้าลิสต์ไว้ก่อนเดินทางได้เลย

แนะนำ 7 ร้านอาหารจิมซาจุ่ย เจ้าเด็ดที่ห้ามพลาด!

1. ทิม โฮ วาน

แนะนำร้านอาหารจิมซาจุ่ย

ถ้าพูดถึงร้านติ่มซำที่นักท่องเที่ยวชาวไทยรู้จักกันดีที่สุดในฮ่องกง ชื่อ Tim Ho Wan ต้องติดลิสต์อันดับต้นๆ แน่นอน จุดที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าใครคือการได้รับดาวมิชลิน 1 ดาว ในราคาที่จับต้องได้จริงๆ ไม่ต้องกระเป๋าหนักก็กินอาหารระดับมิชลินได้แล้ว ทำให้หลายคนยกให้ที่นี่เป็นร้านมิชลินที่คุ้มค่าที่สุดในโลก

เมนูที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือซาลาเปาหมูแดงอบกรอบ ที่นี่ทำออกมาได้ต่างจากร้านอื่นมาก แป้งด้านนอกอบจนเหลืองกรอบหอม แต่ข้างในยังนุ่มและชุ่มไส้หมูแดงหวานเค็มกลมกล่อม กัดคำแรกแล้วรู้เลยว่าทำไมคนถึงต่อคิวรอกันทุกวัน นอกจากนี้ยังมีฮะเก๋ากุ้งที่แป้งบางใสพอมองเห็นกุ้งสีชมพูสวยงามอยู่ข้างใน รสชาติสดและหวานธรรมชาติของกุ้งออกมาชัดมาก ไม่มีกลิ่นคาวเลย

บรรยากาศในร้านเป็นแบบฉบับฮ่องกงแท้ๆ คือคึกคักและเสียงดังอยู่ตลอดเวลา โต๊ะชิดกัน นั่งกินแบบเบียดๆ แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้รู้สึกว่าได้กินอาหารแบบคนท้องถิ่นจริงๆ แนะนำให้ไปเช้าหน่อยเพราะช่วงสาย คิวจะยาวมากและบางเมนูหมดเร็ว ถ้าไม่อยากรอนานให้ลองไปช่วงบ่ายหลังเที่ยงแล้ว คิวจะเบาลงกว่าช่วงเช้า

📍 ร้าน B1-3, ชั้น B/F, ห้าง Silvercord, 30 Canton Road, จิมซาจุ่ย, เกาลูน

🕐 จันทร์ - อาทิตย์ 09:00 - 22:00 น.

2. One Dim Sum (วันติ่มซำ)

ร้านอาหารฮ่องกง จิมซาจุ่ย

ที่มา: Pixabay

อีกหนึ่งร้านติ่มซำที่สายกินตัวจริงต้องรู้จักคือ One Dim Sum ร้านนี้การันตีความอร่อยด้วยรางวัล Michelin Bib Gourmand ซึ่งเป็นรางวัลที่มิชลินมอบให้กับร้านที่อาหารอร่อยในราคาที่เข้าถึงได้ ถือเป็นอีกตัวเลือกที่ดีมากสำหรับใครที่อยากกินอาหารคุณภาพดีโดยไม่ต้องจ่ายแพง

จุดเด่นของที่นี่คือความสม่ำเสมอของรสชาติ ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็อร่อยเหมือนเดิมทุกครั้ง เมนูยอดฮิตที่ลูกค้าสั่งซ้ำอยู่เสมอคือฮะเก๋ากุ้งที่เนื้อกุ้งสดและแน่นมาก กัดแล้วได้ยินเสียงเนื้อกุ้งเด้งๆ ในปาก และซาลาเปาหมูแดงที่ไส้ชุ่มฉ่ำไม่แห้ง หอมกลิ่นซอสหมูแดงตั้งแต่แรกเปิดฝาเข่ง

ที่ตั้งอยู่ในห้าง The ONE ทำให้เดินทางสะดวกมาก ใครที่พักอยู่แถวจิมซาจุ่ยแวะได้เลยโดยไม่ต้องนั่งรถเพิ่ม เหมาะมากสำหรับมื้อเที่ยงหรือมื้อบ่ายระหว่างเที่ยวช้อปปิ้ง คิวที่นี่ยาวเช่นกัน แต่การบริหารคิวค่อนข้างดี รอไม่นานเกินไป และพนักงานดูแลลูกค้าได้ดี

📍 ร้าน G03-05, ชั้น G, ศูนย์การค้า The ONE, 100 ถนน Nathan, จิมซาจุ่ย, เกาลูน

🕐 จันทร์ - อาทิตย์ 11:00 - 23:00 น.

3. ห่านย่าง Kam's Roast Goose

ร้านอาหารและแหล่งอาหารในย่านจิมซาจุ่ย

ถ้าอยากกินห่านย่างที่ดีที่สุดในจิมซาจุ่ย ชื่อนี้คือคำตอบ Kam's Roast Goose เป็นร้านระดับมิชลิน 1 ดาวที่ครองใจนักชิมทั้งชาวฮ่องกงและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาอย่างยาวนาน และเมื่อได้ลองชิมเองแล้วจะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนถึงบอกต่อกันไม่หยุด

ความพิเศษของห่านย่างที่นี่อยู่ที่กระบวนการทำที่พิถีพิถันมากตั้งแต่ต้น ห่านถูกหมักด้วยเครื่องเทศสูตรเฉพาะและย่างในอุณหภูมิที่ควบคุมอย่างละเอียด ผลลัพธ์คือหนังที่กรอบแตกทันทีที่กัดลงไปโดยไม่มีไขมันส่วนเกิน เนื้อข้างในนุ่มชุ่มน้ำและมีกลิ่นหอมจากเครื่องเทศที่ซึมเข้าไปถึงในเนื้อ กินคู่กับข้าวขาวหรือก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยทั้งคู่

นอกจากห่านย่างแล้ว ที่นี่ยังมีหมูกรอบและเป็ดพะโล้ที่อร่อยไม่แพ้กัน ถ้ามากันหลายคนแนะนำให้สั่งหลายอย่างมาแชร์กันเพื่อลองให้ครบ ตั้งอยู่ใน Harbour City ซึ่งเป็นห้างขนาดใหญ่ ทำให้เดินทางง่ายและหาที่จอดรถได้ไม่ยาก

📍 ร้าน 226, ชั้น 2, Ocean Centre, Harbour City, 3-27 Canton Road, จิมซาจุ่ย

🕐 เปิดทุกวัน 11:30 - 21:30 น.

4. แม็กซ์ นู้ดเดิลส์

เมนูร้านอาหารในย่านจิมซาจุ่ย

ร้านบะหมี่ที่มีอายุยาวนานกว่า 100 ปีแห่งนี้คือหนึ่งในตำนานที่ยังมีลมหายใจอยู่ของจิมซาจุ่ย Mak's Noodle เปิดมาตั้งแต่ปี 1920 และยังคงรักษาสูตรดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่คือประสบการณ์ที่พาคุณย้อนกลับไปสัมผัสรสชาติฮ่องกงในยุคเก่า

เมนูเด็ดที่ทุกคนต้องสั่งคือบะหมี่เกี๊ยวกุ้งสด เส้นบะหมี่ที่นี่เล็กและเหนียวนุ่มกว่าร้านทั่วไป เพราะยังคงใช้วิธีนวดแบบดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากรุ่นก่อน เกี๊ยวกุ้งไส้แน่น กุ้งสดและหวานธรรมชาติ ไม่มีผงชูรสมากเกินไป น้ำซุปใสแต่รสชาติลึกและกลมกล่อม ดื่มแล้วรู้สึกอบอุ่นและสดชื่นในเวลาเดียวกัน

ขนาดชามที่นี่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ถ้าหิวมากแนะนำให้สั่งสองชามหรือเพิ่มท็อปปิ้งเข้าไป คิวที่นี่ยาวตั้งแต่เปิดร้านโดยเฉพาะช่วงเที่ยงและเย็น ควรเผื่อเวลาและอดทนรอสักนิด รับรองว่าคุ้มมากเมื่อได้กิน

📍 ร้าน 1061, ชั้น 1, ห้าง iSQUARE, 63 ถนนนาธาน, จิมซาจุ่ย

🕐 จันทร์ - อาทิตย์ 11:00 - 23:00 น.

5. Crystal Jade (คริสตัล เจด)

ที่ตั้งร้านอาหารจิมซาจุ่ย

สำหรับใครที่อยากได้ทั้งติ่มซำสไตล์กวางตุ้งและเสี่ยวหลงเปาสไตล์เซี่ยงไฮ้ในมื้อเดียว Crystal Jade คือตอบโจทย์ ร้านนี้เป็นเชนร้านอาหารดังจากสิงคโปร์ที่ขยายสาขามาฮ่องกงและได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่นักท่องเที่ยวชาวเอเชียรวมถึงคนไทยด้วย

ไฮไลท์ของที่นี่ที่ใครมาแล้วต้องสั่งคือเสี่ยวหลงเปาทรัฟเฟิล เป็นการนำเสี่ยวหลงเปาสูตรดั้งเดิมมาอัพเกรดด้วยกลิ่นทรัฟเฟิลหอมๆ ที่ช่วยเพิ่มมิติให้รสชาติเข้มข้นขึ้นอีกระดับ แป้งบางพอดี น้ำซุปข้างในร้อนและเต็มชิ้น ต้องระวังกัดแล้วน้ำซุปพุ่งนะ เป็นเมนูที่กินครั้งแรกแล้วจำไม่ลืมเลย

บรรยากาศในร้านโปร่งสบาย ตกแต่งสวยงามและดูดีกว่าร้านติ่มซำทั่วไป เหมาะมากสำหรับมื้อพิเศษหรือการมาพร้อมครอบครัว สาขาในจิมซาจุ่ยนี้เพิ่งรีโนเวทเสร็จใหม่ บรรยากาศดีขึ้นมากและพื้นที่นั่งกว้างขวางกว่าเดิม

📍 Shop 415, ชั้น 4, Harbour City, 3-27 Canton Road, จิมซาจุ่ย

🕐 จันทร์ - อาทิตย์ 11:00 - 22:00 น.

6. Mammy Pancake (แมมมี่ แพนเค้ก)

พายร้านอาหารจิมซาจุ่ย

ถ้าพูดถึงร้านวาฟเฟิลไข่ที่ดีที่สุดในจิมซาจุ่ย ชื่อ Mammy Pancake คือสิ่งแรกที่คนท้องถิ่นนึกถึง ร้านนี้ได้รับการคัดเลือกจาก Michelin Guide Hong Kong ให้อยู่ในหมวด Street Food แนะนำติดต่อกันถึง 6 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2016 ถึง 2021 ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันว่าที่นี่ไม่ได้อร่อยแค่ในความคิดของใครคนเดียว แต่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลจริงๆ

วาฟเฟิลไข่ของที่นี่โดดเด่นตั้งแต่กลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากเตา กรอบนอกเหนียวในแบบที่ต้องกินตอนร้อนๆ เท่านั้นถึงจะได้รสชาติดีที่สุด เมนูคลาสสิกคือรสวานิลลาธรรมดาที่ฟังดูเรียบแต่กินแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมขายดีมาก นอกจากนี้ยังมีรสช็อกโกแลต ชาเขียวมัทฉะ และรสอื่นๆ ให้เลือกตามอารมณ์

เปิดถึงเที่ยงคืน ทำให้เหมาะมากสำหรับมื้อดึกหลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน ราคาย่อมเยา ซื้อถือเดินกินแบบสตรีทฟู้ดได้เลย และเป็นของฝากที่ดีในรูปแบบประสบการณ์ที่แชร์ให้คนอื่นฟังได้ด้วย

📍 Shop G14, ชั้น G, Mirador Mansion, 54-64 Nathan Road, จิมซาจุ่ย

🕐 จันทร์ - อาทิตย์ 12:00 - 24:00 น.

7. ร้านอาหาร Tsui Wah

ร้านเกี๊ยวซ่าชื่อดังในย่านจิมซาจุ่ย

ปิดท้ายด้วยร้านที่เหมาะที่สุดสำหรับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศร้านชาฮ่องกง หรือที่เรียกว่าชาชานเต็ง (Cha Chaan Teng) แบบแท้ๆ Tsui Wah คือเชนร้านอาหารที่คนฮ่องกงคุ้นเคยและผูกพันมาตั้งแต่เด็ก เปิดมานานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินในเมืองนี้ไปแล้ว

เมนูที่ต้องสั่งเมื่อมาที่นี่คือขนมปังโบโลกับเนยสด ขนมปังหน้าสับปะรดที่หน้ากรอบหวานเล็กน้อย เนื้อในนุ่ม กินคู่กับเนยสดเย็นๆ ที่วางทับบนขนมปังร้อนๆ ให้ละลายช้าๆ รสชาติออกมาหวานมันอร่อยมาก และแน่นอนต้องจับคู่กับชานมฮ่องกงสักแก้วเสมอ ชาเข้มข้น นมข้นหวานกำลังดี ดื่มแล้วรู้สึกตื่นตัวและพร้อมเดินเที่ยวต่อได้ทันที

เปิดตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงเที่ยงคืน ทำให้มาได้ทุกมื้อไม่ว่าจะเช้า กลางวัน หรือดึก ราคาสบายกระเป๋า บริการรวดเร็ว และบรรยากาศในร้านให้ฟีลฮ่องกงแบบที่หาไม่ได้จากร้านอาหารสมัยใหม่ทั่วไป ใครที่อยากได้ประสบการณ์การกินแบบชาวบ้านฮ่องกงจริงๆ ต้องแวะที่นี่สักครั้ง

📍 15-19 Ashley Road, จิมซาจุ่ย, เกาลูน

🕐 07:30 - 00:00 น.

แนะนำโรงแรมในฮ่องกง
ดูโรงแรมทั้งหมด
NO.2
เดอะ เพนินซูลา ฮ่องกง
9.3/101517 reviews
เดอะ เพนินซูลา ฮ่องกง
โรงแรมในฮ่องกง
NO.3
Rosewood Hong Kong
9.3/102273 reviews
Rosewood Hong Kong
โรงแรมในฮ่องกง
NO.4
โรงแรมฮ่องกงดิสนีย์แลนด์
9.1/103656 reviews
โรงแรมฮ่องกงดิสนีย์แลนด์
โรงแรมในฮ่องกง
NO.6
ดิสนีย์ เอ็กซพลอเรอร์ ลอดจ์
9.2/1010809 reviews
ดิสนีย์ เอ็กซพลอเรอร์ ลอดจ์
โรงแรมในฮ่องกง
NO.7
โรงแรมเมโทรพาร์ค มงก๊ก
8.8/105620 reviews
โรงแรมเมโทรพาร์ค มงก๊ก
โรงแรมในฮ่องกง
NO.8
บี พี อินเตอร์เนชั่นแนล
8.7/107997 reviews
บี พี อินเตอร์เนชั่นแนล
โรงแรมในฮ่องกง

รวมเคล็ดลับควรรู้ ก่อนตะลุยกินในจิมซาจุ่ย

1. จองโต๊ะล่วงหน้าดีกว่าเสี่ยงดวง

ย่านจิมซาจุ่ยคนเยอะตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะร้านดังที่มีชื่อเสียง ถ้าไม่จองไว้ก่อนมีสิทธิ์ต้องยืนรอคิวนานหรือพลาดโต๊ะไปเลย โดยเฉพาะร้านระดับมิชลินหรือร้านไฟน์ไดนิ่งที่โต๊ะเต็มเร็วมากเป็นพิเศษ แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วันก่อนเดินทาง ทำได้ง่ายทั้งโทรหาร้านโดยตรงหรือจองผ่านแอปออนไลน์อย่าง OpenTable หรือ Eatigo ที่รองรับร้านในฮ่องกงหลายแห่ง ส่วนร้านติ่มซำหรือร้านสตรีทฟู้ดทั่วไปไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า แค่ไปเช้าหน่อยก็พอ แต่ถ้าเป็นวันหยุดหรือช่วงไฮซีซันแนะนำให้เผื่อเวลารอคิวไว้ด้วย เพราะบางร้านยอดนิยมคิวยาวได้ถึงหนึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว การวางแผนล่วงหน้าเล็กน้อยจะช่วยให้ทริปกินของคุณราบรื่นและไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

2. ไปให้ถูกเวลา กินได้อร่อยกว่า

เวลาที่เลือกไปมีผลกับความอร่อยมากกว่าที่คิด ถ้าอยากกินติ่มซำให้ได้ของสดครบทุกเมนู ช่วงเช้าตั้งแต่ 9 โมงถึงบ่าย 3 โมงคือเวลาที่เหมาะที่สุด เพราะเชฟทำออกมาสดใหม่ตลอดและเมนูยังครบไม่หมด บรรยากาศช่วงเช้าในร้านติ่มซำยังให้ฟีลท้องถิ่นแบบแท้ๆ ที่หาไม่ได้ในช่วงเวลาอื่น แต่ถ้าเป้าหมายคือห่านย่างหรือเป็ดย่าง แนะนำให้ไปช่วงมื้อเย็นมากกว่า เพราะของเพิ่งออกจากเตา หนังยังกรอบและเนื้อร้อนชุ่มฉ่ำ รสชาติดีกว่าช่วงที่วางทิ้งไว้นานแล้วอย่างเห็นได้ชัด หลีกเลี่ยงช่วงพีคอย่างเที่ยงวันและหกโมงเย็นถ้าไม่อยากรอนาน เพราะช่วงนี้คนทั้งท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวแน่นร้านพร้อมกัน

3. เรื่องจ่ายเงินและทิป

ร้านอาหารในจิมซาจุ่ยส่วนใหญ่รับได้ทั้งเงินสด บัตรเครดิต และ Octopus Card ซึ่งถ้ายังไม่มีบัตร Octopus แนะนำให้ทำไว้ตั้งแต่แรกเพราะใช้ได้สะดวกมากทั้งรถไฟ รถเมล์ และร้านอาหาร ไม่ต้องพกเงินสดให้หนักกระเป๋า ส่วนเรื่องทิปในฮ่องกงไม่มีการบังคับ แต่ถ้าอาหารอร่อยและบริการดี การทิปประมาณ 10% ของยอดบิลถือเป็นน้ำใจที่เหมาะสมและคนท้องถิ่นทำกันเป็นปกติ ทั้งนี้ควรเช็กบิลให้ดีก่อนจ่ายทุกครั้ง เพราะบางร้านรวมค่าบริการมาในบิลแล้ว ถ้ามี Service Charge อยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องทิปเพิ่มอีก

4. สื่อสารยังไงให้ราบรื่น

พนักงานในจิมซาจุ่ยส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษพื้นฐานได้ แต่บางร้านโดยเฉพาะร้านเล็กๆ แบบท้องถิ่นอาจสื่อสารได้ไม่คล่องนัก วิธีที่ง่ายและได้ผลที่สุดคือการชี้สั่งจากเมนูที่มีรูปภาพ ซึ่งร้านส่วนใหญ่มีให้อยู่แล้ว หรือจะใช้แอปถ่ายรูปแปลภาษาอย่าง Google Translate ก็ช่วยได้มากในกรณีที่เมนูเป็นภาษาจีนอย่างเดียว ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาเลย เพราะฮ่องกงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวต่างชาติมานานแล้ว พนักงานส่วนใหญ่เข้าใจดีว่าต้องรับมือกับภาษาที่หลากหลายยังไง

บทความที่คุณอาจสนใจ
คู่มือรถไฟใต้ดินฮ่องกงปี 2569: แจกแผนที่ฟรี ราคาตั๋ว และบัตรโดยสารครบจบในบทความเดียว
คู่มือการเดินทางรถไฟใต้ดินฮ่องกงปี 2569 พร้อมแผนที่ฟรี ข้อมูลราคาตั๋ว และบัตรโดยสาร ครบจบในบทความเดียวเพื่อการเดินทางที่สะดวกและง่ายดาย
24 สิงหาคม 2026
วันหยุดฮ่องกง 2569 วางแผนเที่ยวช่วงเทศกาลครบทุกไฮไลท์
วางแผนเที่ยว วันหยุดฮ่องกง 2569 แบบชิลล์ๆ รู้วันหยุดสำคัญ ปฏิทินวันหยุด ลิสต์เทศกาลเด่น พร้อมเคล็ดลับเดินทางช่วงวันหยุดยาว จองที่พักและกิจกรรมล่วงหน้า เพื่อทริปสนุกเต็มวัน
24 สิงหาคม 2026
ใบตม. ฮ่องกง 2569 ต้องกรอกไหม? อัปเดตวิธีเตรียมตัวเข้าฮ่องกง
อัปเดตล่าสุดปี 2569! เดินทางเข้าฮ่องกงไม่ต้องกรอกใบ ตม. แล้ว ใช้ระบบสแกนพาสปอร์ตและ E-Channel แทน พร้อมเคล็ดลับผ่านด่านตม. ง่าย ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวไทย
24 สิงหาคม 2026
เช็กสภาพอากาศฮ่องกง เที่ยวสนุกทุกฤดูกาล
เตรียมตัวเที่ยวฮ่องกงด้วยข้อมูลสภาพอากาศล่าสุดในทุกฤดูกาล พร้อมเคล็ดลับการเที่ยวให้สนุกไม่มีสะดุด
24 สิงหาคม 2026
จองตั๋ว Hong Kong Airport Express 2569 - ราคาล่าสุดและตารางเวลา
คู่มือ Hong Kong Airport Express ฉบับสมบูรณ์ เดินทางเข้าเมืองใน 24 นาที เช็คราคาล่าสุด วิธีซื้อตั๋วล่วงหน้าพร้อมส่วนลด และรีวิวการใช้งานจริง
24 สิงหาคม 2026

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับร้านอาหารจิมซาจุ่ย

คำจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำโดยผู้ร่วมสร้างเนื้อหารายบุคคลหรือแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม ในกรณีที่มีความผิดพลาดเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดติดต่อเราและเราจะลบเนื้อหาทันที
Renita

Renita

นักเขียนบล็อกท่องเที่ยว

ดูโปรไฟล์

นักเขียนอิสระสายไลฟ์สไตล์ ชื่นชอบแฟชั่น และหลงรักในการดูแลตัวเอง บอกต่อไอเทมบิวตี้และแชร์ทริคเก๋ๆ ให้ทุกคนได้นำไปประยุกต์ใช้ ที่สำคัญชื่นชอบเคพ็อพ สามารถนำมาประยุกต์การท่องเที่ยวได้

410 บทความ
นักท่องเที่ยวอิสระ แฟชั่น
> >
ร้านอาหารจิมซาจุ่ย