

รีวิวเที่ยวปักกิ่ง 2569 ฉบับอัปเดตล่าสุด: เที่ยวเองง่ายๆ ไม่ง้อวีซ่า


ปักกิ่ง เมืองหลวงของจีนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความยิ่งใหญ่ ทั้งกำแพงเมืองจีน พระราชวังต้องห้าม และแลนด์มาร์กระดับโลก ปัจจุบันคนไทยเที่ยวได้ง่ายขึ้นด้วยนโยบายฟรีวีซ่า Trip.com ได้รวบรวมรีวิวเที่ยวปักกิ่งทั้งที่เที่ยว แพลนเดินทาง และทริคสำคัญแบบอัปเดต เหมาะทั้งมือใหม่และคนที่อยากเที่ยวเองแบบไม่ง้อทัวร์
เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวปักกิ่ง 2569: วีซ่า แอปพลิเคชัน และสิ่งที่ต้องรู้

การทำวีซ่าสำหรับคนไทย
ในปี 2569 คนไทยสามารถเดินทางไปประเทศจีนได้แบบฟรีวีซ่า ตามนโยบายล่าสุด ซึ่งช่วยให้การเที่ยวจีนง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องยื่นเอกสารขอวีซ่าเหมือนแต่ก่อน อย่างไรก็ตาม ควรเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม เผื่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเรียกดู ได้แก่
- พาสปอร์ต (อายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน)
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
- หลักฐานที่พัก เช่น บุ๊คกิ้งโรงแรม เป็นต้น
- แผนการเดินทางคร่าวๆ
หากติดปัญหา สามารถติดต่อสถานทูตไทยในปักกิ่งได้ในกรณีฉุกเฉิน
- Royal Thai Embassy, Beijing
- ที่อยู่: No. 40 Guang Hua Road, Chaoyang District, Beijing
- โทร: +86 10 8531 8700
แอปพลิเคชันที่ต้องมี
การเที่ยวจีนในปี 2569 จำเป็นต้องมีแอปเหล่านี้ไว้ใช้ โดยเฉพาะใช้สำหรับการจ่ายเงินและการเดินทาง
ชื่อแอป | ใช้ทำอะไร | แอปไทยที่คล้ายกัน |
Alipay | จ่ายเงิน, สแกน QR, จองบริการต่าง ๆ | TrueMoney Wallet / K PLUS |
แชท + จ่ายเงิน (WeChat Pay) | LINE + TrueMoney | |
Baidu Maps | แผนที่และนำทาง | Google Maps |
Amap (Gaode) | แผนที่, ดูการจราจร, เรียกรถ | Google Maps / Grab |
Google Translate / Pleco | แปลภาษา (จีน–ไทย/อังกฤษ) | Google Translate |
แจกแพลนเที่ยวปักกิ่งด้วยตัวเอง 5 วัน 4 คืน: เก็บครบที่เที่ยวไฮไลต์และจุดถ่ายรูป
วันที่ 1: เช็คอินจัตุรัสเทียนอันเหมิน & พระราชวังต้องห้าม

เริ่มต้นทริปด้วยการเดินทางไปจัตุรัสเทียนอันเหมิน พื้นที่ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รายล้อมไปด้วยอาคารสำคัญระดับประเทศ บรรยากาศช่วงเช้าจะค่อนข้างโล่ง เดินถ่ายรูปได้สบายกว่า
จากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่พระราชวังต้องห้าม ซึ่งเป็นอดีตพระราชวังของจักรพรรดิจีนกว่า 500 ปี ภายในมีอาคารมากกว่า 900 หลัง และพื้นที่กว้างมาก การเดินชมจะค่อยๆ ไล่จากโซนด้านนอกเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน พร้อมสถาปัตยกรรมสีแดง-ทองอันเป็นเอกลักษณ์
วันที่ 2: พิชิตกำแพงเมืองจีนด่านมู่เถียนยวี่

วันที่ 2 เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ของทริปนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเราจะไปเที่ยวกันที่กำแพงเมืองจีน หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก โดยเลือกไปเที่ยวที่ด่านมู่เถียนยวี่ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเดินง่าย วิวสวยและคนไม่แน่นเกินไป เหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไป เมื่อขึ้นไปบนกำแพง จะเห็นแนวกำแพงทอดยาวไปตามสันเขาแบบสุดสายตา บรรยากาศอลังการมาก สามารถเลือกได้เลยว่าจะเดินแค่ระยะสั้นหรือยาวตามแรงไหว
วันที่ 3: ตะลุย Universal Studios Beijing

Universal Studios Beijing วันแห่งการสนุกแบบจัดเต็ม ที่นี่เป็นสวนสนุกที่ใหม่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โซนต่างๆ ถูกออกแบบมาอย่างอลังการ โดยเฉพาะโซน Kung Fu Panda Land ที่เป็นแบบ indoor ใหญ่ที่ไม่เหมือนใคร แนะนำให้เดินทางมาแต่เช้า ก่อนสวนเปิด เพื่อที่จะได้เข้าเป็นคนแรกๆ และได้คิวเล่นเร็วกว่าเดิม
วันที่ 4: เดินเล่นย่าน Pop Mart Global Flagship Store & Sanlitun

วันชิลๆ เน้นเดินเล่นและช้อปปิ้ง เริ่มจาก Pop Mart Flagship Store ซึ่งเป็นสวรรค์ของสาย Art Toy มีสินค้า Limited และคอลเลกชันพิเศษหายาก และช่วงบ่ายไปเดินต่อ Sanlitun ย่านไลฟ์สไตล์สุดฮิปของปักกิ่ง เต็มไปด้วยร้านแบรนด์ดัง คาเฟ่ และร้านอาหาร บรรยากาศทันสมัยมาก เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และพักผ่อน
วันที่ 5: ช้อปปิ้งของฝากย่าน Wangfujing ก่อนกลับ

วันสุดท้ายเหมาะกับการเก็บตกและซื้อของฝากที่ย่าน Wangfujing ถนนช้อปปิ้งชื่อดังที่รวมทั้งห้าง ร้านของฝาก และสตรีทฟู้ดไว้ในที่เดียว เดินง่ายและอยู่ใจกลางเมือง สิ่งที่แนะนำให้ซื้อคือ ชาจีน, ขนม, ของฝาก และของที่ระลึกสไตล์จีน
10 พิกัดที่เที่ยวปักกิ่งห้ามพลาด
1. พระราชวังต้องห้าม (Forbidden City)

พระราชวังต้องห้ามคือแลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของปักกิ่ง และเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง และเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิยาวนานกว่า 500 ปี ภายในมีอาคารกว่า 900 หลัง และพื้นที่กว้างมหาศาลจนใช้เวลาเดินหลายชั่วโมงก็ยังไม่ทั่ว จุดเด่นคือสถาปัตยกรรมสีแดง-ทองที่สะท้อนอำนาจและความรุ่งเรืองของจักรวรรดิอย่างชัดเจน การเดินชมจะค่อยๆ ไล่ผ่านลานกว้าง โถงพิธีสำคัญ และสวนด้านใน ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ทุกมุมของที่นี่ถ่ายรูปออกมาสวยแบบคลาสสิก โดยเฉพาะวันที่ฟ้าเปิด แสงจะช่วยขับสีของอาคารให้โดดเด่นมาก เหมาะทั้งสายประวัติศาสตร์และสายถ่ายรูปที่อยากเก็บภาพจีนโบราณแบบเต็มอิ่ม
📍ที่ตั้ง: 4 Jingshan Front St, Dongcheng, Beijing, จีน 100009
2. กำแพงเมืองจีน (Mutianyu)

กำแพงเมืองจีนถือเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และเป็นจุดหมายที่หลายคนฝันอยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง ด่าน Mutianyu เป็นตัวเลือกยอดนิยมเพราะวิวสวย รายล้อมด้วยภูเขาเขียว และมีนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าด่านอื่น การได้เดินอยู่บนกำแพงที่ทอดยาวไปตามสันเขาให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และน่าทึ่งมาก บางช่วงจะเป็นบันไดชันเล็กน้อย แต่ก็มี Cable Car ให้เลือกใช้เพื่อความสะดวก จุดเด่นคือสามารถเดินชมวิวได้แบบ 360 องศา มองเห็นกำแพงที่คดเคี้ยวไปตามภูเขาแบบสุดสายตา ไม่ว่าจะมาในฤดูไหนก็สวยคนละแบบ ทั้งเขียวสดในหน้าร้อน หรือสีทองในฤดูใบไม้ร่วง
📍ที่ตั้ง: Mutianyu Rd, Huairou District, Beijing, จีน 101406
3. จัตุรัสเทียนอันเหมิน (Tiananmen Square)

จัตุรัสเทียนอันเหมินเป็นหนึ่งในจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และการเมืองของจีน ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญระดับประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวปักกิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวหลายคน บรรยากาศจะเปิดโล่ง มองเห็นสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่รายล้อม เช่น Great Hall of the People และประตูเทียนอันเหมินที่มีภาพของเหมาเจ๋อตง จุดนี้เหมาะกับการมาเดินชมบรรยากาศ ถ่ายรูป และสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเมืองหลวงจีน โดยเฉพาะช่วงเช้าที่อากาศดีและคนยังไม่เยอะ จะเดินได้สบายและเก็บภาพได้เต็มที่
📍ที่ตั้ง: Qianmen, Dongcheng District, Beijing, China 100051
4. พระราชวังฤดูร้อน (Summer Palace)

พระราชวังฤดูร้อนเป็นอีกหนึ่งมรดกโลกที่โดดเด่นด้วยความงดงามของธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลสาบ Kunming Lake ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาและพระตำหนักสีสันสดใส ทำให้บรรยากาศดูสงบและผ่อนคลาย แตกต่างจากพระราชวังต้องห้ามที่เน้นความยิ่งใหญ่อลังการ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นริมทะเลสาบ ชมศาลาริมน้ำ หรือเดินผ่านระเบียงยาวที่มีลวดลายเพดานสวยงาม ที่นี่เหมาะกับการใช้เวลาช้า ๆ ดื่มด่ำบรรยากาศ และถ่ายรูปวิวธรรมชาติสไตล์จีนที่สวยมาก
📍ที่ตั้ง: No. 19, Gongmeng Road, Haidian District, Beijing
5. หอฟ้าเทียนถาน (Temple of Heaven)

หอฟ้าเทียนถานเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญของจักรพรรดิในอดีต โดยใช้เป็นที่สักการะฟ้าเพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ จุดเด่นคืออาคารทรงกลมหลังคาสีน้ำเงินที่มีดีไซน์โดดเด่นและสมมาตรอย่างสวยงาม ภายในบริเวณยังเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่คนท้องถิ่นนิยมมาออกกำลังกาย เล่นไทเก๊ก หรือทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเช้า ทำให้บรรยากาศมีชีวิตชีวาและเป็นกันเอง เหมาะกับการมาเดินเล่นแบบสบายๆ พร้อมชมวัฒนธรรมจีนในชีวิตประจำวันไปด้วย
📍ที่ตั้ง: No.1, Tiantan Road, Dongcheng District, Beijing
6. 798 Art District

798 Art District เป็นย่านศิลปะร่วมสมัยที่เปลี่ยนจากโรงงานอุตสาหกรรมเก่าให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เต็มไปด้วยแกลเลอรี งานศิลปะสตรีทอาร์ต และคาเฟ่เก๋ๆ ที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ บรรยากาศมีความฮิปและทันสมัย แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อย่างสิ้นเชิง ที่นี่เหมาะกับสายอาร์ตและคนที่ชอบถ่ายรูป เพราะมีมุมแปลกใหม่ให้ค้นหาอยู่ตลอด เดินเล่นได้เพลินทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ
📍ที่ตั้ง: No. 2 Jiuxianqiao Road, Chaoyang District, Beijing
7. ย่านซานหลี่ถุน

ย่านซานหลี่ถุน (Sanlitun) คือย่านไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของปักกิ่ง เต็มไปด้วยศูนย์การค้าแบรนด์ดัง คาเฟ่ ร้านอาหาร และไนต์ไลฟ์ บรรยากาศมีความเป็นสากลและคึกคักตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงเย็นที่ไฟเริ่มเปิดจะยิ่งดูมีชีวิตชีวา เหมาะกับการมาเดินเล่น ช้อปปิ้ง และนั่งชิลในคาเฟ่เก๋ๆ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมแฟชั่นและวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ของจีนอีกด้วย
📍ที่ตั้ง: East of Sanlitun North Road, Chaoyang District, Beijing
8. ถนนหวังฟูจิ่ง

ถนนหวังฟูจิ่ง (Wangfujing) เป็นถนนช้อปปิ้งชื่อดังที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านของฝาก และสตรีทฟู้ดที่เป็นเอกลักษณ์ของจีน บรรยากาศคึกคักตลอดวัน โดยเฉพาะช่วงเย็นที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและแสงไฟจากร้านค้า จุดเด่นคือสามารถหาของกินและของฝากได้ครบในที่เดียว เหมาะสำหรับปิดท้ายทริปแบบง่ายๆ และสะดวก
📍ที่ตั้ง: North side of Dongchang'an Street, Dongcheng District, Beijing
9. Pop Mart Global Flagship Store

ร้าน Pop Mart Flagship ในปักกิ่งถือเป็นสวรรค์ของสาย Art Toy โดยเฉพาะใครที่ชอบ Molly, Labubu หรือคอลเลกชัน limited ต่างๆ ที่นี่มีให้เลือกครบและบางรุ่นมีเฉพาะสาขานี้เท่านั้น ตัวร้านออกแบบทันสมัย สีสันสดใส และมีมุมให้ถ่ายรูปน่ารัก ๆ เยอะมาก นอกจากจะเป็นร้านขายของ ยังเป็นเหมือนแลนด์มาร์กสำหรับสายสะสมและสายคอนเทนต์อีกด้วย
📍ที่ตั้ง: Building B1, Unit SLG-47, Chaoyang District, Sanlitun, Beijing, China, Postal Code: 100600
10. Café Zarah (คาเฟ่สไตล์ยุโรป)

Café Zarah เป็นคาเฟ่สไตล์ยุโรปที่ซ่อนตัวอยู่ในย่าน Hutong เก่า ให้ฟีลอบอุ่นและผ่อนคลายเหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่ง ตัวร้านมีทั้งโซน indoor และ courtyard กลางแจ้งที่ร่มรื่น เหมาะกับการมานั่ง brunch หรือจิบกาแฟชิล ๆ เมนูมีทั้งอาหารตะวันตกและเบเกอรี่โฮมเมด ที่นี่เหมาะกับการพักจากการเที่ยวหนักๆ และเติมพลังในบรรยากาศสบายๆ
📍ที่ตั้ง: 42 Gulou E Ave, Jiaodaokou, Dongcheng District, Beijing, China 100009
รีวิวการเดินทางในปักกิ่ง
การเดินทางในปักกิ่งถือว่าสะดวกและครอบคลุมมาก โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เที่ยวเอง เพราะมีทั้งรถไฟใต้ดิน รถบัส และแอปเรียกรถให้เลือกใช้ตามสถานการณ์ แต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน ขึ้นอยู่กับระยะทาง เวลา และความสะดวกที่ต้องการ

รถไฟใต้ดิน (Metro)
รถไฟใต้ดิน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะเดินทางได้รวดเร็ว ตรงเวลา และครอบคลุมแทบทุกจุดสำคัญในเมือง ใช้งานง่าย แค่ใช้ Alipay / WeChat สแกน QR เข้า-ออก หรือซื้อบัตรเที่ยวเดียวจากตู้
ข้อดี
- ครอบคลุมทุกแลนด์มาร์กหลัก เช่น พระราชวังต้องห้าม, ถนนหวังฟูจิ่ง เป็นต้น
- ราคาเริ่มต้นถูกมาก แค่ประมาณ 3-7 หยวนต่อเที่ยว
- มีป้ายภาษาอังกฤษ ใช้งานง่าย
รถบัส
รถบัสในปักกิ่งมีเส้นทางเยอะและราคาถูกมาก แต่ไม่ค่อยเหมาะกับมือใหม่เท่าไหร่ เพราะป้ายและข้อมูลส่วนใหญ่เป็นภาษาจีน
ข้อดี
- ราคาถูกมาก เริ่มต้น 1-2 หยวน
- เข้าถึงซอยหรือจุดที่ Metro ไปไม่ถึง
Didi เรียกรถ
Didi คือแอปเรียกรถของจีน คล้าย Grab ใช้งานง่ายมาก และสามารถเรียกผ่าน Alipay ได้โดยตรง ราคาจะเริ่มต้นประมาณ 20-80 หยวน ขึ้นอยู่กับระยะทาง
ข้อดี
- สะดวก ไม่ต้องงงเส้นทาง
- เหมาะกับการไปเป็นกลุ่มหรือเดินทางไกล
- มีราคาชัดเจนก่อนเรียก
เรื่องกินเรื่องใหญ่: ปักกิ่งกินอะไรดี?
1. เจียวจื่อ (Jiaozi)

ที่มาของภาพ: Freepik
เจียวจื่อคืออาหารพื้นฐานที่คนจีนกินกันแทบทุกวัน ลักษณะคล้ายเกี๊ยว มีทั้งแบบต้ม นึ่ง และทอด ไส้ยอดนิยมคือหมู กุยช่าย หรือกุ้ง จุดเด่นคือแป้งนุ่ม ไส้แน่น และสามารถจิ้มกับน้ำจิ้มซีอิ๊วผสมน้ำส้มสายชูดำได้รสชาติกลมกล่อม เป็นเมนูที่หาทานง่าย ราคาไม่แพง และเหมาะกับทุกมื้อ โดยเฉพาะในวันที่อยากกินอะไรง่ายๆ แต่ได้ฟีลโลคอลจริงๆ
2. หม่าล่าฮอทพอต (Mala Hotpot)

ที่มาของภาพ: zhouspicy
หม่าล่าฮอทพอตเป็นอาหารยอดนิยมทั่วจีน โดยเฉพาะในช่วงอากาศเย็น จุดเด่นคือรสเผ็ดร้อนและชาลิ้นจากพริกเสฉวน สามารถเลือกวัตถุดิบได้เองทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และเส้นต่างๆ เป็นมื้อที่สนุกและเหมาะกับการกินเป็นกลุ่ม แม้จะเผ็ด แต่ก็มีน้ำซุปแบบไม่เผ็ดให้เลือกสำหรับคนที่ไม่ทานเผ็ดมาก
3. เจียนปิง (Jianbing)

ที่มาของภาพ: cathaypacific
เจียนปิงคือสตรีทฟู้ดชื่อดังของจีน ลักษณะเป็นแป้งบางๆ ทอดกับไข่ ใส่ซอส ถั่ว ผัก และแผ่นกรอบด้านใน รสชาติจะหวาน เค็ม กรอบ และหอมมาก นิยมกินเป็นอาหารเช้าหรือของว่าง หาซื้อได้ง่ายตามข้างทาง ราคาไม่แพง และเป็นเมนูที่สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองได้ดี
4. ถังหูลู่ (Tanghulu)

ที่มาของภาพ: Freepik
ของหวานยอดฮิตที่เห็นได้ทั่วไปในปักกิ่ง เป็นผลไม้เสียบไม้เคลือบน้ำตาลกรอบ เช่น สตรอว์เบอร์รี่หรือฮอว์ธอร์น เวลากัดจะได้ทั้งความกรอบหวานของน้ำตาลและรสเปรี้ยวของผลไม้ เป็นของกินเล่นที่ทั้งอร่อยและถ่ายรูปสวย เหมาะกับสายคอนเทนต์สุดๆ
ปักกิ่งไม่ได้มีดีแค่เป็ดปักกิ่ง แต่ยังเต็มไปด้วยอาหารหลากหลายทั้งคาว หวาน และสตรีทฟู้ดที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเมนูเส้น เกี๊ยว หรือของกินเล่นข้างทาง ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ใครเป็นสายกิน บอกเลยว่าเมืองนี้ กินได้ไม่มีเบื่อ
สรุปงบประมาณเที่ยวปักกิ่ง 2569 (งบประหยัด vs งบจัดเต็ม)
หมวดค่าใช้จ่าย | งบประหยัด (บาท) | งบจัดเต็ม (บาท) |
ตั๋วเครื่องบิน (ไป–กลับ) | 7,000 – 12,000 | 15,000 – 25,000+ |
ที่พัก (4 คืน) | 4,000 – 8,000 | 12,000 – 35,000+ |
ค่าอาหาร | 2,000 – 4,000 | 6,000 – 15,000+ |
ค่าเดินทางในเมือง | 500 – 1,500 | 2,000 – 5,000 |
ค่าเข้าสถานที่ / ตั๋วต่าง ๆ | 1,500 – 3,000 | 4,000 – 10,000+ |
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ช้อปปิ้ง / คาเฟ่) | 1,000 – 3,000 | 5,000 – 15,000+ |
สรุปงบรวมคร่าวๆ
- งบประหยัด: ประมาณ 16,000 - 31,500 บาท/ทริป
- งบจัดเต็ม: ประมาณ 44,000 - 105,000+ บาท/ทริป
ปักกิ่งเป็นเมืองที่ผสมผสานความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์เข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว และการเดินทางในเมืองนี้ก็สะดวกขึ้น นโยบายฟรีวีซ่าสำหรับคนไทยก็ยังมี ทำให้การเที่ยวปักกิ่งง่ายกว่าที่คิด แม้จะไปครั้งแรกก็สามารถเที่ยวเองได้สบาย
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายประวัติศาสตร์ สายกิน หรือสายคอนเทนต์ ปักกิ่งมีครบทุกอย่างในทริปเดียว และสามารถปรับงบได้ตามสไตล์ของตัวเอง ถ้ากำลังมองหาทริปต่างประเทศที่ทั้งคุ้มค่า น่าประทับใจ และมีเรื่องราวให้ค้นหา ปักกิ่งคือหนึ่งในจุดหมายที่ควรไปสักครั้งในชีวิต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรีวิวเที่ยวปักกิ่ง
ไปเที่ยวปักกิ่งช่วงไหนดีที่สุด?
แนะนำช่วง ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) สำหรับใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นสบาย หรือ ฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.) สำหรับบรรยากาศหิมะและวิวโรแมนติกจองตั๋วพระราชวังต้องห้ามยังไง?
ต้องจองล่วงหน้าผ่าน WeChat Mini Program หรือช่องทางออนไลน์ที่รองรับ ไม่สามารถ Walk-in ได้คนไทยไปปักกิ่งต้องใช้วีซ่าไหม?
ปัจจุบัน ไม่ต้องใช้วีซ่า แต่ควรเตรียมเอกสารการเดินทางให้ครบใช้บัตร Travel Card หรือเงินสดดีกว่ากัน?
แนะนำใช้ Alipay / TrueMoney / WeChat Pay เป็นหลัก เพราะจีนใช้ระบบ QR Payment เกือบทั้งหมด และพกเงินสดเล็กน้อยเผื่อฉุกเฉินอินเทอร์เน็ตในจีนใช้ Facebook/Line ได้ไหม?
ใช้ไม่ได้โดยตรง ต้องใช้ Roaming จากไทย หรือ eSIM/ซิมจีนที่มี VPN เพื่อเข้าถึงบริการเหล่านี้
<h3>เนื้อหายอดฮิต</h3>
เนื้อหายอดนิยม
- beijing metro map
- luggage storage beijing airport
- อาหารปักกิ่ง
- beijing coffee shop
- beijing 3-day itinerary
- beijing car rental
- shopping in beijing
- beijing airport to city
- ห้องรับรองสนามบินปักกิ่ง
- อุณหภูมิปักกิ่ง
- beijing subway
- สนามบินปักกิ่ง
- hotels near beijing airport
- รถไฟจีนเซี่ยงไฮ้ไปยังปักกิ่ง
- ยูนิเวอร์แซล ปักกิ่ง
เส้นทางบินยอดนิยม
- เที่ยวบินจากคุนหมิงไปปักกิ่ง
- เที่ยวบินจากฉงชิ่งไปปักกิ่ง
- เที่ยวบินราคาถูกจากเวียงจันทน์ ไปปักกิ่ง
- เที่ยวบินจากกว่างโจวไปปักกิ่ง
- เที่ยวบินจากเชียงใหม่ไปปักกิ่ง
- ตั๋วเครื่องบินจากโซลไปปักกิ่ง
- เที่ยวบินราคาถูกจากเฉิงตู ไปปักกิ่ง
- เที่ยวบินจากฮ่องกงไปปักกิ่ง
- เที่ยวบินราคาถูกจากต้าเหลียน ไปปักกิ่ง
- ตั๋วเครื่องบินจากอูลานบาตอร์ไปปักกิ่ง
- เที่ยวบินราคาถูกจากเซินเจิ้น ไปปักกิ่ง
- ตั๋วเครื่องบินจากหางโจวไปปักกิ่ง
- เที่ยวบินราคาถูกจากเซี่ยงไฮ้ ไปปักกิ่ง
- เที่ยวบินราคาถูกจากกรุงเทพ ไปปักกิ่ง
- เที่ยวบินราคาถูกจากภูเก็ต ไปปักกิ่ง
โรงแรมยอดนิยม
- Beijing Shangdu SOHO Trendy Apartment (The Place Store)
- โรงแรม Starway (สถานีรถไฟความเร็วสูงเฉาหยาง จิ่วเซียนเฉียว ปักกิ่ง)
- แกรนด์ เบย์ โฮเต็ล ปักกิ่ง
- โรงแรมวัยรุ่นหมี่เจีย (สถานีรถไฟใต้ดินจูซื่อโข่ว ปักกิ่ง)
- เอลาน อินน์ ปักกิ่ง แอร์พอร์ต หลินเหอ ดีเวลลอปเมนท์ โซน
- Hi Inn (Beijing Huilongguan Huoying Subway Station)
- Badaling Tianyuan Homestay
- โรงแรม JI (สถานีรถไฟใต้ดินจุนป๋อ ปักกิ่ง)
- อโทร์ โฮเทล แอท ไชน่า เซ็นทรัล เพลส - ปักกิ่ง ซีบีดี
- Peony Hotel(Mudanyuan Subway Station)
- โรงแรมซูเปอร์ 8
- โรงแรมหัวไท่ (สถานีรถไฟใต้ดินจินซ่ง ผันเจียหยวน ปักกิ่ง)
- โรงแรมทรู โก จือซวน (เหวินโถว สุ่ยเฉิง ฮุ่ยหลงกวน ปักกิ่ง)
- โรงแรมหยว๋ถิงหยว๋เช่อ (โรงพยาบาลยูเนี่ยน ถนนหวังฟูจิ่ง ปักกิ่ง)
- โรงแรมจิงซว ปักกิ่ง
- โรงแรมจิงฉี โอวจู (โรงพยาบาลเทียนถาน สถานีรถไฟเฟิงไท่)
- โรงแรมเคซี
- Badaling Qianbaoduo Homestay
- โรงแรมซูเปอร์ 8 (โรงพยาบาลถงเหริน ชงเหวินเหมิน ปักกิ่ง)
- พลาซ่าซินเจียง ปักกิ่ง
- จินเจียง อินน์ ปักกิ่ง หวังฝูจิ่ง พีเดสเทรียน สตรีท
- บิสซิเนส โฮเต็ลเหยาเหยา (สาขา กงถี ซานหลี่ถุน ปักกิ่ง)
- ไฮ อินน์ เหลียงผิน ปักกิ่ง สถานีรถไฟใต้ดินตงซือ
- JI โฮเทล ปักกิ่ง หวังฝูจิ่ง
- ยีเทล คอลเลคชั่น ปักกิ่ง หวังฟูจิ่ง เมโทร สเตชั่น พีเดสเทรียน สตรีท
- โรงแรมเอนจอย สาขา (สถานีรถไฟใต้ดินถวนเจียฮู ซานลี่ถุน)
- เออร์โคฟ บาย ไฮแอท ปักกิ่ง ฟอร์บิดเดน ซิตี้
- Sofitel Beijing Central
- โรงแรมโฮมอินน์ พลัส (สถานีแอร์พอร์ตเอ็กซ์เพรส ดงจือเหมิน ปักกิ่ง)
- โรงแรม JI (อาคารผู้โดยสาร T2 ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่งแคปิตัล)
คู่มือท่องเที่ยว
- china arrival card
- ส่วนลด trip.com
- ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ Trip.com
- วันหยุดจีน
- eSIM
- eSim จีน
- รถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้
- Trip.com Vip Lounge Access
- e cigarette on flight
- ที่พักเฉิงตู
- รถไฟใต้ดินปักกิ่ง
- การเลือกที่นั่งเที่ยวบิน Trip.com
- buy extra baggage airasia
- ขอคืนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- don mueang airport lounge
- รถไฟใต้ดินเซินเจิ้น
- สนามบินเฉิงตู เทียนฟู่ เข้าเมือง
- วิธีการชำระเงิน trip.com
- ขอเงินคืนโรงแรม Trip.com
- นโยบายการยกเลิก Trip.com
- esim คือ
- ข้อจำกัดการพกเงินสดยุโรป
- ยกเลิกเที่ยวบิน
- รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง
- เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- รถไฟจีน
- eSim ญี่ปุ่น
- laos to china train
- รถไฟใต้ดินหางโจว
- ที่เที่ยวเฉิงตู
โปรโมชั่น Trip.com
เกี่ยวกับ
ผู้ดำเนินการเว็บไซต์: Trip.com Travel Singapore Pte. Ltd.

NO.1







