

20 วัดญี่ปุ่น ยอดนิยม 2569 ไหว้พระขอพร เสริมดวง พร้อมวิธีเดินทาง

โดย Porlaoongkum
17 เมษายน 2026

ญี่ปุ่น ไม่ได้มีแค่วิวซากุระหรืออาหารอร่อยเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยวัดและศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่คนทั่วโลกนิยมไปขอพร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน หรือสุขภาพ ก็มีสถานที่ให้เลือกไปสักการะตามความเชื่อ Trip.com ได้รวม 20 วัดญี่ปุ่นยอดนิยม 2569 ที่ทั้งสวย เดินทางง่าย และมีชื่อเสียงด้านการขอพร เหมาะทั้งสายมูและสายเที่ยวที่อยากได้ทั้งบุญและรูปสวยๆ กลับไป พร้อมพิกัดการเดินทางครบ เที่ยวตามได้แบบไม่หลงแน่นอน
🔥โปรแจกจัดหนัก 9.9 Mega Sale Trip.com
🏨 โรงแรมในไทยและจีน ลด 50%
🎁 โค้ดส่วนลดตั๋วเครื่องบินและโรงแรมสูงสุด ฿3,500
📅 ตั้งแต่วันที่ 9-12 กันยายน 2569 เท่านั้น
วัด vs ศาลเจ้า ญี่ปุ่น ต่างกันอย่างไร? (เรียกชื่อให้ถูกไม่มีหลง)
หลายคนไปญี่ปุ่นแล้วสงสัยว่า วัดกับศาลเจ้า ต่างกันอย่างไร ทั้งๆ ที่หน้าตาก็คล้ายกัน แต่จริงๆ แล้ว มีความแตกต่างทั้งด้านความเชื่อและสัญลักษณ์อย่างชัดเจน
วัด (Temple - โอะเทระ)
เป็นสถานที่ในศาสนาพุทธ ภายในจะมีพระพุทธรูป เจดีย์ หรือสุสาน บรรยากาศมักเงียบสงบ เหมาะสำหรับการมาทำสมาธิและสักการะ ถ้าเห็นหลังคาโค้งแบบจีนๆ หรือมีรูปปั้นพระ นั่นแหละคือวัด
ศาลเจ้า (Shrine - จินจะ)
เป็นสถานที่ของศาสนาชินโต ซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิมของญี่ปุ่น จุดเด่นคือเสาโทริอิสีแดง ที่เป็นเหมือนประตูเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ มักใช้ขอพรเรื่องโชคลาภ ความรัก และความสำเร็จในชีวิต
ง่ายๆ เลย ถ้าเห็นพระพุทธรูป นั่นคือวัด แต่ถ้าเห็นเสาโทริอิ นั่นก็คือศาลเจ้า ทั้งสองแบบสามารถเข้าไปสักการะและขอพรได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความเชื่อและสิ่งที่อยากขอเลย
รวม 20 วัดญี่ปุ่นยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวไทยห้ามพลาด
ชื่อวัด | เมือง | โดดเด่นเรื่อง | สถานีรถไฟใกล้ที่สุด |
วัดเซนโซจิ (Sensoji) | โตเกียว | วัดเก่าแก่ + โคมแดงยักษ์ | Asakusa |
วัดนาริตะซัน (Naritasan Shinshoji) | ชิบะ | ขอพรความปลอดภัย เดินทาง | Narita |
วัดคาวาซากิ ไดชิ (Kawasaki Daishi) | คานากาวะ | ปัดเป่าสิ่งไม่ดี เสริมโชค | Kawasaki Daishi |
วัดโกโตคุจิ (Gotokuji) | โตเกียว | แมวกวัก เรียกโชคลาภ | Gotokuji |
วัดเมกุโระ ฟุโดซง (Meguro Fudoson) | โตเกียว | วัดเงียบสงบ เสริมชีวิตมั่นคง | Meguro |
วัดโฮโซจิ (Hōzōji) | อิบารากิ | พระพุทธรูปใหญ่ ธรรมชาติ | Ibaraki (ต่อรถ) |
วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera) | เกียวโต | ระเบียงไม้ วิวภูเขา | Kiyomizu-Gojo |
วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji) | เกียวโต | วัดทอง สะท้อนน้ำ | Kitaoji (ต่อบัส) |
วัดเบียวโดอิน (Byodoin) | อุจิ | มรดกโลก เหรียญ 10 เยน | Uji |
วัดกิงคะคุจิ (Ginkakuji) | เกียวโต | วัดเงิน สไตล์เซน | Ginkakuji (บัส) |
วัดเท็นริวจิ (Tenryuji) | อาราชิยามะ | สวนญี่ปุ่น + มรดกโลก | Arashiyama |
วัดชิเท็นโนจิ (Shitennoji) | โอซาก้า | วัดพุทธแห่งแรก | Tennoji |
วัดโทไดจิ (Todaiji) | นารา | พระใหญ่ไดบุทสึ | Nara |
วัดโฮริวจิ (Horyuji) | นารา | วัดไม้เก่าแก่ที่สุด | Horyuji |
วัดนันโซอิน (Nanzoin) | ฟุกุโอกะ | พระนอนยักษ์ โชคลาภ | Kido Nanzoin-mae |
วัดซันจูซันเก็นโด (Sanjusangendo) | เกียวโต | พระพันองค์ | Kyoto (ต่อบัส) |
วัดเซ็นโคจิ (Zenkoji) | นากาโนะ | วัดแสวงบุญชื่อดัง | Nagano |
วัดคัตสึโอจิ (Katsuoji) | โอซาก้า | ดารุมะ ขอชัยชนะ | Minoh (ต่อบัส) |
วัดเรียวอันจิ (Ryoanji) | เกียวโต | สวนหินเซน | Ryoanji (บัส) |
วัดโอสุคันนง (Osu Kannon) | นาโกย่า | วัดสีแดง + ช้อปปิ้ง | Osu Kannon |
























โซนคันโต (โตเกียวและรอบๆ)
1. วัดเซนโซจิ (Sensoji)

วัดเซนโซจิ วัดเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว ตั้งอยู่ในอาซากุสะ โดดเด่นด้วยโคมแดงยักษ์และถนนนากามิเสะที่เต็มไปด้วยร้านของฝาก เป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย เพราะเดินทางง่ายและมีบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิม ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องโชคลาภและความสำเร็จ ภายในมีเจดีย์และวิหารหลักที่สวยงามมาก ช่วงกลางคืนที่นี่ก็สวยไม่แพ้กัน แนะนำถ้ามาโตเกียว ไม่ควรพลาดวัดนี้เลย
🚆 การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Ginza หรือ Asakusa ลงสถานี Asakusa เดินประมาณ 5 นาที
📍 ที่ตั้ง: 2 Chome-3-1 Asakusa, Taito City, Tokyo 111-0032 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 6:00 - 17:00 น.
2. วัดนาริตะซัน ชินโชจิ (Naritasan Shinshoji)

วัดนาริตะซัน ชินโชจิ วัดชื่อดังใกล้สนามบินนาริตะ เหมาะแวะก่อนหรือหลังบิน ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรปกป้องภัยและความปลอดภัยในการเดินทาง มีสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ บรรยากาศสงบ ร่มรื่น ภายในวัดมีพิธีกรรมทางศาสนาที่น่าสนใจ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มทริปด้วยความเป็นสิริมงคล
🚆การเดินทาง: จากสถานี Narita เดินประมาณ 10–15 นาที
📍 ที่ตั้ง: 1 Narita, Chiba 286-0023 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:00 - 16:00 น.
🔥โปรแจกจัดหนัก 9.9 Mega Sale Trip.com
🏨 โรงแรมในไทยและจีน ลด 50%
🎁 โค้ดส่วนลดตั๋วเครื่องบินและโรงแรมสูงสุด ฿3,500
📅 ตั้งแต่วันที่ 9-12 กันยายน 2569 เท่านั้น
3. วัดคาวาซากิ ไดชิ (Kawasaki Daishi)

วัดคาวาซากิ ไดชิ หรือวัด เฮเค็นจิ เป็นวัดพุทธนิกายชินงอนที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องการขจัดสิ่งชั่วร้ายและปัดเป่าเคราะห์กรรม คนญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาสักการะที่นี่ในช่วงปีใหม่ จนถือเป็นวัดที่มีผู้คนมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ จุดเด่นของวัดนี้คือบรรยากาศคึกคัก ผสมผสานความศักดิ์สิทธิ์กับความมีชีวิตชีวา บริเวณทางเข้าจะมีถนนช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านขนม ของฝาก และอาหารท้องถิ่น อีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี่คือพิธีกรรมโกมะ ที่ใช้ไฟในการชำระล้างสิ่งไม่ดี เหมาะทั้งสายบุญและสายเที่ยวที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบแท้จริง
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Keikyu Daishi Line ลงสถานี Kawasaki-Daishi แล้วเดินประมาณ 5 นาทีถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: 4-48 Daishimachi, Kawasaki Ward, Kawasaki, Kanagawa 210-8521 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 5:30 น. - 18:00 น.
4. วัดโกโตคุจิ (Gotokuji)

วัดโกโตคุจิ เป็นวันพุทธที่มีชื่อเสียงในโตเกียว และเชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของแมวกวัก หรือ Maneki Neko ที่เราคุ้นเคยกันดี ไฮไลต์ของวัดคือโซนที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาแมวกวักนับพันตัว เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ สร้างบรรยากาศแปลกตาและน่าประทับใจมาก นักท่องเที่ยวสายสายมูนิยมมาขอพรเรื่องโชคลาภ การเงิน และความสำเร็จในธุรกิจ คนส่วนใหญ่นิยมซื้อแมวกวักกลับไปบูชาที่บ้าน และนำมาคืนเมื่อคำขอสำเร็จ วัดนี้เงียบสงบ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายจากความวุ่นวายในเมือง
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Odakyu ลงสถานี Gotokuji แล้วเดินต่อประมาณ 10–15 นาที หรือใช้สาย Tokyu Setagaya ลงสถานี Miyanosaka แล้วเดินเพียง 5 นาที
📍 ที่ตั้ง: 2 Chome-24-7 Gotokuji, Setagaya City, Tokyo 154-0021 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 6:00 - 17:00 น.
5. วัดเมกุโระ ฟุโดซง (Meguro Fudoson)

วัดเมกุโระ ฟุโดซง หรือ วัดริวเซ็นจิ เป็นวัดพุทธเก่าแก่ในโตเกียวที่มีชื่อเสียงด้านความศักดิ์สิทธิ์และความสงบ เป็นหนึ่งในวัดที่ประดิษฐานองค์ ฟุโดเมียวโอ เทพผู้ปกป้องคุ้มครองและขจัดอุปสรรคในชีวิต บรรยากาศในวัดร่มรื่น เงียบสงบ ต่างจากวัดท่องเที่ยวชื่อดัง ทำให้เหมาะกับการมาสักการะอย่างตั้งใจ ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องความมั่นคงในชีวิต การงาน และปกป้องจากสิ่งไม่ดี ไฮไลต์ของวัดคือรูปปั้นฟุโดเมียวโอที่มีเอกลักษณ์ พร้อมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าช่วยชำระล้างสิ่งไม่ดี
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR มาลงสถานี Meguro จากนั้นต่อรถบัส (สาย Tokyu Bus) ประมาณ 10 นาที หรือสามารถนั่งแท็กซี่จากสถานี Meguro ใช้เวลาประมาณ 5–10 นาทีก็ถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: 3 Chome-20-26 Shimomeguro, Meguro City, Tokyo 153-0064 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 9:00 - 16:30 น.
6. วัดโซโจจิ (Zojoji Temple)

วัดโซโจจิ เป็นวัดพุทธนิกายโจโดที่มีชื่อเสียงในโตเกียว ตั้งอยู่ใกล้กับแลนด์มาร์กสำคัญอย่างโตเกียวทาวเวอร์ ทำให้เกิดภาพตัดกันระหว่างความเก่าแก่และทันสมัยได้อย่าลงตัว บรรยากาศภายในวัดค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะกับการมาทำบุญ ไหว้พระและพักใจจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ หนึ่งในไฮไลต์คือรูปปั้นพระจิโซะจำนวนมากที่เรียงรายกัน เชื่อกันว่าเป็นผู้คุ้มครองดวงวิญญาณเด็ก นักท่องเที่ยวนิยมมาขอพรเรื่องความสงบในชีวิต การปกป้องคุ้มครอง และความเป็นสิริมงคล บริเวณวัดกว้างขวาง เดินชมได้เพลิน และยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่มีโตเกียวทาวเวอร์เป็นฉากหลังด้วย
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Toei Mita Line ลงสถานี Onarimon เดินประมาณ 3 นาที หรือสาย Toei Oedo Line ลงสถานี Daimon เดินประมาณ 5 นาที
📍 ที่ตั้ง: 4 Chome-7-35 Shibakoen, Minato City, Tokyo 105-0011 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 9:00 - 17:00 น.
โซนคันไซ (เกียวโต/โอซาก้า)
7. วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera)

วัดคิโยมิสึเดระ หรือที่คนไทยเรียกว่าวัดน้ำใส เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเกียวโต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO จุดเด่นที่สุดคือระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่ยื่นออกจากเนินเขา โดนไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว สามารถมองเห็นวิวเมืองเกียวโตได้แบบพาโนรามา ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและซากุระบานจะสวยเป็นพิเศษ จนกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ภายในวัดยังมีน้ำตกโอโตวะ ที่เชื่อกันว่าหากดื่มน้ำจากสายใดสายหนึ่ง จะช่วยเสริมพรด้านความรัก การเรียน หรือสุขภาพ
🚆การเดินทาง: จากสถานี Kyoto นั่งรถบัสสาย 100 หรือ 206 ลงป้าย Kiyomizu-Gojo หรือ Gojozaka จากนั้นเดินขึ้นเขาประมาณ 10–15 นาทีถึงตัววัด
📍 ที่ตั้ง: 1 Chome-294 Kiyomizu, Higashiyama Ward, Kyoto, 605-0862 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 6:00 - 18:00 น.
8. วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji)

วัดคินคะกุจิ หรือที่รู้จักกันว่าคือ วัดทอง หนึ่งในแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกียวโตและญี่ปุ่น จุดเด่นของวัดคืออาคารหลักที่ปิดทองคำเปลวทั้งหลัง ตั้งตระหง่านอยู่ริมสระน้ำ ทำให้เกิดภาพสะดท้อนสวยงามราวกับภาพวาด เดินทีที่นี่เคยเป็นวิลล่าของโชกุน ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นวัดในภายหลัง ตัววัดล้อมรอบด้วยสวนญี่ปุ่นที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เดินชมได้เพลินตลอดเส้นทาง ในแต่ฤดูกาลก็มีเสน่ห์ต่างกัน โดยเฉพาะช่วงหิมะตกที่ตัดกับสีทองยิ่งดูโดดเด่น บรรยากาศโดยรวมสงบ เหมาะสำหรับทั้งการเที่ยวชมและซึบซับวัฒนธรรมญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
🚆การเดินทาง: จาก Kyoto Station สามารถนั่งรถบัสสาย 101 หรือ 205 ใช้เวลาประมาณ 40–45 นาที ลงป้าย Kinkakuji-michi แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาทีถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: 1 Kinkakujicho, Kita Ward, Kyoto, 603-8361 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 9:00 - 17:00 น.
9. วัดเบียวโดอิน (Byodoin)

วัดเบียวโดอิน ตั้งอยู่ที่เมืองอุจิ เป็นหนึ่งในวัดสวยงามและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น อีกทั้งยังไม่รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ไฮไลต์สำคัญคือ ฟีนิกส์ฮอลล์ อาคารสีแดงที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำ สะท้อนเงาอย่างงดงามจนเหมือนภาพวาด ความโดดเด่นอีกอย่างคือวัดนี้ถูกนำไปใช้เป็นภาพบนเหรียญ 10 เยนของญี่ปุ่น ทำให้หลายคนอยากมาเห็นของจริงสักครั้ง
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Nara Line จาก Kyoto Station ลงสถานี Uji ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาทีถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: Renge-116 Uji, Kyoto 611-0021 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:45 - 17:30 น.
10. วัดกิงคะคุจิ (Ginkakuji)

วัดกิงคะคุจิ หรือ วัดเงิน หนึ่งในวัดที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของเกียวโต แม้ตัวอาคารจะไม่ได้ปิดด้วยเงินจริงอย่างชื่อ แต่กลับมีเสน่ห์จากความเรียบง่ายแบบวาบิ-ซาบิ ที่สะท้อนความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ ไฮไลต์สำคัญคือสวนทรายสีขาวที่ถูกจัดวางอย่างประณีตเป็นลวดลายคลื่น เปรียบเสมือนทะเลแห่งความสงบ นอกจากนี้ยังมีสวนมอสสีขียวและเส้นทางเดินชมวิวที่ร่มรื่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก บริเวณ์ด้านบนของวัดสามารถมองเห็นวิวเมืองเกียวโตได้แบบพาโนารามาอีกด้วย
🚆การเดินทาง: จาก Kyoto Station นั่งรถบัสสาย 5 หรือ 100 ลงป้าย Ginkakuji-michi จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาทีถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: 2 Ginkakujicho, Sakyo Ward, Kyoto, 606-8402 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:30 - 17:00 น.
11. วัดเท็นริวจิ (Tenryuji)

วัดเท็นริวจิ เป็นวัดสำคัญในเกียวโตและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดดเด่นในฐานวัดนิกายเซนที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยโชกุนอาชิคางะ ไฮไลต์ของวัดคือสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ออกแบบอย่างประณีต โดยมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ล้อมรับด้วยภูเขา สร้างความกลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะมาในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ก็ให้บรรยากาศที่สวยงามต่างกันไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในสวน พร้อมชมวิวภูเขาและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณ ถือเป็นจุดที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติ ศิลปะ และจิตวิญญาณได้อย่างลงตัว
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Sagano Line จาก Kyoto Station ลงสถานี Saga-Arashiyama จากนั้นเดินประมาณ 10–15 นาที หรือใช้รถไฟสาย Keifuku (Randen) ลงสถานี Arashiyama แล้วเดินต่อประมาณ 5–10 นาที
📍 ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒616-8385 Kyoto, Ukyo Ward, Sagatenryuji Susukinobabacho, 68
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:30 - 17:00 น.
12. วัดชิเท็นโนจิ (Shitennoji)

วัดชิเท็นโนจิ ถือเป็นหนึ่งในวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 593 โดยเจ้าชายโชโตกุ ผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พุทธศาสนาในญี่ปุ่น จุดเด่นของวัดคือผังวัดแบบดั้งเดิมที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน โดยมีเจดีย์ 5 ชั้นตั้งอยู่ใจกลาง ล้อมรอบด้วยอาคารสำคัญอย่างวิหารหลักและโถงบรรยายธรรม บรรยากาศภายในเงียบสงบ เหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำสมาธิ และพักใจจากความวุ่นวายในเมืองโอซาก้า อีกหนึ่งไฮไลต์คือสวนญี่ปุ่นที่ออกแบบให้จำลองดินแดนสุขาวดี มีสะพานและบ่อน้ำสวยงาม นักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นไปชมวิวบนเจดีย์เพื่อมองเห็นมุมสูงของวัดได้อีกด้วย
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน Osaka Metro สาย Tanimachisen ลงสถานี Shitennoji-mae Yuhigaoka แล้วเดินประมาณ 5 นาที หรือสามารถเดินจากสถานี Tennoji ได้ภายใน 10–15 นาที
📍 ที่ตั้ง: 1 Chome-11-18 Shitennoji, Tennoji Ward, Osaka, 543-0051 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:30 - 16:00 น.
13. วัดโทไดจิ (Todaiji)

วัดโทไดจิ เป็นหนึ่งในวัดที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองนาราและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ไฮไลต์สำคัญคือ พระไดบุทสึ พระพุทธรูปสำริดขนาดมหึมาที่ประดิษฐานอยู่ภายในอาคารไม้ขนาดใหญ่ ตัวอาคารนี้เคยเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยือนอย่างมาก นักท่องเที่ยวนิยมมาไหว้พระเพื่อขอพรด้านความสำเร็จ ชีวิตมั่นคง และความเจริญรุ่งเรือง ภายในวัดยังมีเสาไม้ที่มีช่องขนาดเท่ารูจมูกพระไดบุทสึ เชื่อว่าหากลอดผ่านได้จะนำโชคดีมาให้
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR มาลงสถานี Nara หรือ Kintetsu Nara จากนั้นเดินประมาณ 20–30 นาที หรือสามารถนั่งรถบัสจากสถานีไปลงป้าย Todaiji Daibutsuden แล้วเดินต่อเล็กน้อย
📍 ที่ตั้ง: 406-1 Zoshicho, Nara, 630-8587 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 7:30 - 17:30 น.
14. วัดโฮริวจิ (Horyuji)

วัดโฮริวจิ ตั้งอยู่ในจังหวัดนารา ถือเป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจาก UNESCO ด้วยเช่นกัน จุดเด่นสำคัญของที่นี่คืออาคารไม้โบราณที่มีอายุกว่า 1,300 ปี ซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์และใช้งานได้จริง ภายในวัดมีเจดีย์ไม้ 5 ชั้น เป็นหนึ่งในโครงสร้างไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สถาปัตยกรรมสะท้อนอิทธิพลของพุทธศาสนายุคแรกในญี่ปุ่น ผสมผสานความเรียบง่ายและความขลังได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ในญี่ปุ่น วัดนี้ไม่ควรพลาด
🚆การเดินทาง: จากสถานี JR Nara ให้นั่งรถไฟสาย JR Yamatoji ไปลงสถานี Horyuji ใช้เวลาประมาณ 12 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 20 นาที หรือสามารถนั่งรถบัสต่อไปยังหน้าวัดได้สะดวก
📍 ที่ตั้ง: 1-1 Horyuji Sannai, Ikaruga, Ikoma District, Nara 636-0115 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:00 - 16:30 น.
วัดญี่ปุ่น โซนอื่นๆ ที่น่าสนใจ (ฟุกุโอกะ, นากาโนะ, นาโกย่า)
15. วัดนันโซอิน (Nanzoin)

วัดนันโซอิน ตั้งอยู่ในจังหวัดฟุกุโอกะ เป็นหนึ่งในวัดที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคคิวชู เป็นที่รู้จักจากพระนอนสำริดขนาดยักษ์ที่มีความยาวกว่า 40 เมตร ซึ่งถือว่าใหญ่ติดอันดับโลก องค์พระมีความสง่างามและละเอียดงดงามมาก โดยเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ด้านโชคลาภ การเงิน และความสำเร็จในชีวิต บรรยากาศโดยรอบวัดเต็มไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ และทางเดินที่ร่มรื่น ทำให้การมาเยือนที่นี่รู้สึกสงบและผ่อนคลาย อีกหนึ่งไฮไลต์คือการนำเหรียญไปวางบนองค์พระ เพื่อเสริมดวงด้านการเงินตามความเชื่อ
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Fukuhoku-Yutaka จาก Hakata Station ไปลงสถานี Kido Nanzoin-mae ใช้เวลาประมาณ 25 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 5–10 นาที ก็จะถึงทางเข้าวัด
📍 ที่ตั้ง: 1035 Sasaguri, Kasuya District, Fukuoka 811-2405 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 9:00 - 16:30 น.
16. วัดซันจูซันเก็นโด (Sanjusangendo)

ที่มาของภาพ: Google Map
วัดซันจูซันเก็นโดเป็นหนึ่งในวัดที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดในเกียวโต โด่งดังจาก “พระพันองค์” หรือรูปปั้นพระโพธิสัตว์คันนงจำนวน 1,001 องค์ที่เรียงรายอย่างยิ่งใหญ่ภายในอาคารไม้ยาว ตัววิหารหลักมีความยาวกว่า 100 เมตร ถือเป็นอาคารไม้ที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกขลังและน่าทึ่งตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไป รูปปั้นแต่ละองค์มีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อย เชื่อกันว่าหนึ่งในนั้นอาจมีใบหน้าคล้ายตัวเรา ทำให้หลายคนตั้งใจเดินดูทีละองค์ วัดนี้มีความเชื่อเกี่ยวกับการขอพรด้านความเมตตา การคุ้มครอง และการปัดเป่าสิ่งไม่ดี บรรยากาศภายในเงียบสงบ เหมาะแก่การเดินชมและซึมซับศิลปะพุทธศาสนาแบบญี่ปุ่น อีกหนึ่งไฮไลต์คือการแข่งขันยิงธนูแบบดั้งเดิม (Tōshiya) ที่เคยจัดขึ้นที่นี่ในอดีต ถือเป็นวัดที่ให้ทั้งความรู้สึกสงบและความยิ่งใหญ่ในเวลาเดียวกัน
🚆การเดินทาง: จาก Kyoto Station นั่งรถบัสสาย 100 หรือ 206 ลงป้าย “Hakubutsukan Sanjusangendo-mae” แล้วเดินเพียง 1–2 นาทีถึงวัด หรือสามารถนั่งรถไฟ JR สาย Nara Line ลงสถานี Tofukuji แล้วต่อรถบัสหรือแท็กซี่ประมาณ 10 นาที
📍 ที่ตั้ง: 657 Sanjusangendomawari, Higashiyama Ward, Kyoto, 605-0941 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:30 - 17:00 น.
17. วัดเซ็นโคจิ (Zenkoji)

ที่มาของภาพ: Google Map
วัดเซ็นโคจิเป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 1,400 ปี ตั้งอยู่ในเมืองนากาโนะ และถือเป็นหนึ่งในวัดที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น จุดเด่นคือพระพุทธรูปองค์แรกของญี่ปุ่น ที่ประดิษฐานอยู่ภายใน แม้จะไม่เปิดให้เห็น แต่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้คนมักเดินทางมาสักการะเพื่อขอพรเรื่องชีวิต ความสงบ และการเริ่มต้นใหม่ อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “โอไคดัน เมกุริ” ทางเดินใต้ดินมืดสนิท ที่เชื่อว่าหากคลำเจอกุญแจแห่งธรรม จะนำพาไปสู่การตรัสรู้ บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่นแท้ ด้านหน้าวัดมีถนนนากามิเสะที่เต็มไปด้วยร้านขนม ของฝาก และร้านท้องถิ่น
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวไปลงสถานี Nagano ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถบัสหรือเดินประมาณ 20–30 นาทีถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒380-0851 Nagano, Motoyoshicho イ
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 6:00 - 16:00 น.
18. วัดคัตสึโอจิ (Katsuoji)

วัดคัตสึโอจิ เป็นวัดชื่อดังในจังหวัดโอซาก้า ที่ขึ้นชื่อการขอพรให้ประสบความสำเร็จและชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเรียน หรือเป้าหมายชีวิต ไฮไลต์สำคัญคือ ตุ๊กตาดารุมะ สีแดงที่ถูกนำมาวางไว้ทั่วบริเวณวัด สื่อถึงความมุ่งมั่นและการไม่ยอมแพ้ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตุ๊กตาดารุมะมาอธิษฐาน โดยจะระบายตาข้างหนึ่งเมื่อเริ่มขอพร และระบายอีกข้างเมื่อสมหวัง บรรยากาศของวัดตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา ธรรมชาติร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะแก่การมาพักใจ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงจะสวยเป็นพิเศษ ทำให้วัดนี้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปยอดนิยม
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟไปลงสถานี Senri-Chuo (สาย Midosuji) จากนั้นต่อรถบัส Hankyu Bus สาย 29 ไปลงป้าย Katsuoji ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาทีจากตัวเมืองโอซาก้า
📍 ที่ตั้ง: 2914-1 Aomatani, Minoh, Osaka 562-8508 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 6:00 - 16:00 น.
19. วัดเรียวอันจิ (Ryoanji)

วัดเรียวอันจิเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเกียวโต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO จุดเด่นของที่นี่คือ สวนหินเซนที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ประกอบด้วยก้อนหิน 15 ก้อนจัดวางบนพื้นกรวดสีขาว ความพิเศษคือ ไม่ว่าคุณจะยืนมองจากมุมไหน จะมองเห็นหินไม่ครบทั้ง 15 ก้อนในครั้งเดียว ซึ่งแฝงแนวคิดเชิงปรัชญาเกี่ยวกับความไม่สมบูรณ์และการมองโลก บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ เหมาะกับการนั่งสมาธิและพักใจจากความวุ่นวาย
🚆การเดินทาง: จาก Kyoto Station นั่งรถบัสสาย 50 หรือ 59 ลงป้าย Ryoanji-mae แล้วเดินประมาณ 5 นาทีถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: 13 Ryoanji Goryonoshitacho, Ukyo Ward, Kyoto, 616-8001 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:00 - 17:00 น.
20. วัดโอสุคันนง (Osu Kannon)

วัดโอสุคันนงเป็นวัดชื่อดังกลางเมืองนาโกย่า ที่ผสมผสานบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์เข้ากับความคึกคักของย่านช้อปปิ้งได้อย่างลงตัว จุดเด่นของวัดคืออาคารสีแดงสดขนาดใหญ่ สะดุดตาและเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายรูปออกมาสวยมาก ภายในประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม (คันนง) ที่ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องโชคลาภ การเงิน และความสำเร็จ บริเวณรอบวัดยังมีฝูงนกพิราบจำนวนมาก กลายเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของที่นี่ สิ่งที่ทำให้วัดนี้พิเศษคืออยู่ติดกับOsu Shopping Street แหล่งรวมของกิน ของช้อป และวัฒนธรรมย่านเก่า สามารถมาไหว้พระแล้วเดินเล่นต่อได้เลยแบบวันเดียวครบ
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tsurumai ลงสถานี Osu Kannon แล้วเดินเพียง 2–3 นาทีถึงวัดเลย สะดวกมากสำหรับนักท่องเที่ยว
📍 ที่ตั้ง: 2 Chome-21-47 Osu, Naka Ward, Nagoya, Aichi 460-0011 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:00 - 19:00 น.
ปักหมุดวัดญี่ปุ่นตามคำขอพร (สายมูต้องดู!)
และถ้าไปญี่ปุ่นแล้วอยากมูให้ปัง เลือกวัดให้ตรงกับความต้องการขอพร ก็สามารถเดินทางไปขอพรเพื่อเพิ่มความสบายใจและความเชื่อได้มากขึ้น แต่ละวัดมีความโดดเด่นด้านการขอพรต่างกัน ลองเลือกให้ตรงกับสิ่งที่อยากขอ จะได้ฟีลอินและได้ทั้งบุญทั้งความสบายใจกลับมา
ขอพรความรัก
- วัดคิโยมิสึเดระ
มี “หินแห่งความรัก” (Love Stones) เชื่อว่าถ้าเดินหลับตาจากก้อนหนึ่งไปอีกก้อนหนึ่งได้ จะสมหวังในความรัก - วัดโกโตคุจิ
นอกจากเรื่องโชคลาภ ยังนิยมมาขอพรเรื่องความสัมพันธ์และความรักที่ราบรื่น
ขอพรการงาน / การเงิน / โชคลาภ
- วัดเซนโซจิ
วัดยอดนิยมที่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวมาขอพรเรื่องความสำเร็จและโชคลาภ - วัดนันโซอิน
เด่นเรื่องโชคลาภและเงินทอง โดยเฉพาะพระนอนขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มาก - วัดคาวาซากิ ไดชิ
ขึ้นชื่อเรื่องปัดเป่าสิ่งไม่ดี เสริมดวงการงานให้ราบรื่น
ขอพรสุขภาพ / ชีวิตราบรื่น
- วัดนาริตะซัน ชินโชจิ
เหมาะสำหรับขอพรเรื่องความปลอดภัย สุขภาพ และการเดินทาง - วัดเซ็นโคจิ
วัดแสวงบุญชื่อดัง เชื่อว่าช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิตโดยรวม - วัดโทไดจิ
วัดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังศรัทธา เหมาะกับการขอพรให้ชีวิตมั่นคง แข็งแรง
ขั้นตอนการไหว้พระและศาลเจ้าญี่ปุ่นที่ถูกต้อง
การไหว้พระที่วัดญี่ปุ่นมีขั้นตอนเฉพาะที่ควรรู้ เพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่และความเชื่อของชาวญี่ปุ่น แม้จะดูไม่ซับว้อน แต่การทำถูกวิธีจะช่วยให้เราอินกับประสบการณ์มากขึ้นด้วย

วิธีไหว้ศาลเจ้า
1. โค้งคำนับก่อนเข้าประตูโทริอิ
ก่อนเดินผ่านเสาโทริอิ ให้หยุดเล็กน้อยแล้วโค้งคำนับ เพื่อแสดงความเคารพ
2. ล้างมือและปาก
ใช้กระบวยตักน้ำล้างมือซ้าย-ขวา แล้วบ้วนปากเบาๆ เป็นการชำระร่างกาย
3. เดินด้านข้าง ไม่เดินกลางทาง
ตรงกลางถือเป็นทางของเทพเจ้า ควรเดินชิดด้านข้าง
4. ไหว้แบบ 2 โค้ง ปรบมือ 1 โค้ง
ควรไหว้แบบ โค้ง 2 ครั้ง ปรบมือ 2 ครั้ง อธิษฐาน ปิดท้ายด้วยโค้งอีก 1 ครั้ง
วิธีไหว้พระที่วัด
1. จุดธูปหรือกำยาน
นำควันธูปมาปัดเบา ๆ เข้าหาตัว เชื่อว่าเป็นสิริมงคล
2. ใส่เงินทำบุญ
หยอดเหรียญลงในกล่องบริจาคหน้าวิหาร
3. พนมมือและอธิษฐาน
ไม่ต้องปรบมือเหมือนศาลเจ้า แค่ตั้งจิตอธิษฐานอย่างสงบ
4. เคารพสถานที่
พูดเบา ๆ ไม่ส่งเสียงดัง และหลีกเลี่ยงการถ่ายรูปในจุดที่ห้าม
สิ่งของนำโชคที่ต้องซื้อ: เครื่องรางและใบเซียมซี

ที่มาของภาพ: kyotoside
มาเที่ยววัดหรือศาลเจ้าญี่ปุ่นทั้งที อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยคือ เครื่องรางและใบเซียมซี ซึ่งเป็นของที่มีทั้งความหมายดีและเป็นของฝากสุดน่ารักด้วย
เครื่องรางนำโชคจากวัดญี่ปุ่นหรือศาลเจ้า ภายในจะบรรจุคำอธิษฐานหรือบทสวด มักมาในรูปแบบถุงผ้าสีสวย พกติดตัวได้ง่าย หรือห้อยกระเป๋าได้ ประเภทที่ได้รับความนิยม เช่น ความรัก, การงาน, การเรียน, การเงิน และสุขภาพ โดยปกติมีความเชื่อว่า ไม่ควรเปิดถุง เพราะพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้านในและนิยมใช้ประมาณ 1 ปี แล้วนำกลับไปคืนที่วัดเพื่อเปลี่ยนเป็นอันใหม่
และใบเซียมซี การเสี่ยงทายดวงแบบญี่ปุ่น โดยจะสุ่มกระดาษคำทำนายจากวัดญี่ปุ่น วิธีง่ายๆ เลยคือ หยอกเหรียญ เขย่ากระบอกหรือหยิบใบ และรับคำนาย ซึ่งจะมีตั้งแ่ดีมากไปจนถึงไม่ดี ถ้าได้ใบดี สามารถเก็บไว้เป็นสิริมงคล แต่ถ้าได้ใบไม่ดี นิยมนำไปผูกไว้กับต้นไม้หรือราวในวัด เพื่อทิ้งเคราะห์
NO.1
โรงแรมในโตเกียว
NO.2
โรงแรมในโตเกียว
NO.3
โรงแรมในโตเกียว
NO.4
โรงแรมในโตเกียว
NO.5
โรงแรมในโตเกียว
NO.6
โรงแรมในโตเกียว
NO.7
โรงแรมในโตเกียว
NO.8
โรงแรมในโตเกียว
NO.1
โรงแรมในโอซากะ
NO.2
โรงแรมในโอซากะ
NO.3
โรงแรมในโอซากะ
NO.4
โรงแรมในโอซากะ
NO.5
โรงแรมในโอซากะ
NO.6
โรงแรมในโอซากะ
NO.7
โรงแรมในโอซากะ
NO.8
โรงแรมในโอซากะ
NO.1
โรงแรมในเกียวโต
NO.2
โรงแรมในเกียวโต
NO.3
โรงแรมในเกียวโต
NO.4
โรงแรมในเกียวโต
NO.5
โรงแรมในเกียวโต
NO.6
โรงแรมในเกียวโต
NO.7
โรงแรมในเกียวโต
NO.8
โรงแรมในเกียวโต
NO.1
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.2
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.3
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.4
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.5
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.6
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.7
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.8
โรงแรมในฟุกุโอกะ
NO.1
โรงแรมในซัปโปโร
NO.2
โรงแรมในซัปโปโร
NO.3
โรงแรมในซัปโปโร
NO.4
โรงแรมในซัปโปโร
NO.5
โรงแรมในซัปโปโร
NO.6
โรงแรมในซัปโปโร
NO.7
โรงแรมในซัปโปโร
NO.8
โรงแรมในซัปโปโรวางแผนเที่ยววัดญี่ปุ่นช่วงไหนสวยที่สุด?

จริงๆ แล้ววัดญี่ปุ่นเที่ยวได้ทั้งปี แต่ถ้าอยากได้ทั้งบรรยากาศ ฟีลดี รูปปัง การเลือกฤดูกาลให้เหมาะคือสิ่งสำคัญมาก
ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - เม.ย.)
ช่วงพีคของญี่ปุ่น เพราะเป็นช่วงที่ดอกซากุระบาน วัดหลายแหล่งถูกโอบล้อมไปด้วยดอกซากุระสีชมพู เหมาะกับสายถ่ายรูปและสายโรแมนติก บรรยากาศละมุนสุดๆ แต่ข้อเสียคือคนเยอะและราคาที่พักสูง ควรจองล่วงหน้า
ฤดูใบไม้ร่วง (พ.ย. – ต้น ธ.ค.)
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยไม่แพ้กัน โดยเฉพาะวัดในเกียวโตและนารา ใบไม้สีแดง ส้ม เหลือง ตัดกับสถาปัตยกรรมวัดญี่ปุ่น สวยแบบคลาสสิก อากาศเย็นกำลังดี เที่ยวสบาย เหมาะกับทุกวัย
ฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.)
วัดบางแห่งจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ ให้ฟีลเงียบสงบและขลัง นักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงพีค เหมาะกับคนที่ชอบความสงบ แต่อากาศค่อนข้างหนาว ต้องเตรียมตัวให้พร้อม
ฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.)
แม้อากาศจะร้อนและชื้น แต่เป็นช่วงที่มีเทศกาลเยอะมาก วัดและศาลเจ้าจะคึกคักไปด้วยโคมไฟและกิจกรรมต่างๆ เหมาะกับสายวัฒนธรรมและคนที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในอีกมุมหนึ่ง
การเที่ยววัดญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่การมาไว้พระขอพรเท่านั้น แต่ได้มาสัมผัสกับวัฒนธรรม ความเชื่อ และความงดงามที่สืบทอดกันมายาวนาน ไม่ว่าจะเลือกไปช่วงซากุระบาน ใบไม้เปลี่ยนสี หรือฤดูไหนก็ตาม แต่ละช่วงเวลาก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไป ยิ่งถ้าได้วางแผนเลือกวัดให้ตรงกับสิ่งที่อยากขอ พร้อมเรียนรู้วิธีไหว้อย่างถูกต้อง ทริปนี้จะไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวธรรมดา แต่จะกลายเป็นช่วงเวลาที่ทั้งอิ่มบุญ อ่มใจ และได้ความทรงจำดีๆ กลับมาแน่นอน
ใครกำลังมีแพลนไปญี่ปุ่น อย่าลืมปักหมุดวัดเหล่านี้ไว้ในลิสต์ แล้วออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กันได้เลย
🔥โปรแจกจัดหนัก 9.9 Mega Sale Trip.com
🏨 โรงแรมในไทยและจีน ลด 50%
🎁 โค้ดส่วนลดตั๋วเครื่องบินและโรงแรมสูงสุด ฿3,500
📅 ตั้งแต่วันที่ 9-12 กันยายน 2569 เท่านั้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัดญี่ปุ่น
-
วัดกับศาลเจ้าญี่ปุ่นต่างกันอย่างไร?
วัด (Temple) เป็นสถานที่ในศาสนาพุทธ มีพระพุทธรูป (Buddha) เป็นศูนย์กลาง ใช้สำหรับสักการะ ทำบุญ และประกอบพิธีทางศาสนา ส่วนศาลเจ้า (Shrine) เป็นของศาสนาชินโต บูชา “คามิ (Kami)” หรือเทพเจ้าตามความเชื่อญี่ปุ่น เช่น เทพแห่งธรรมชาติ โชคลาภ และชีวิต สังเกตง่าย ๆ คือ วัดจะมีพระพุทธรูป ส่วนศาลเจ้าจะมีเสาโทริอิสีแดง -
ไปวัดญี่ปุ่นต้องแต่งตัวอย่างไร?
ควรแต่งกายสุภาพ เช่น เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงไม่สั้นเกินไป หลีกเลี่ยงเสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้นมาก หรือเสื้อผ้าที่เปิดเผยเกินไป รองเท้าควรถอดง่ายในบางวัดที่ต้องเข้าอาคาร โดยรวมเน้นเรียบร้อย เคารพสถานที่ จะช่วยให้ดูดีและเหมาะสมมากขึ้น -
เครื่องรางญี่ปุ่น (Omamori) มีวันหมดอายุไหม?
ตามความเชื่อทั่วไป Omamori จะมีอายุประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นควรนำกลับไปคืนที่วัดหรือศาลเจ้าเดิม เพื่อทำพิธีเผาและรับอันใหม่ ถือเป็นการต่ออายุพลังความศักดิ์สิทธิ์และเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ใหม่อีกครั้ง -
การโยนเหรียญ 5 เยน มีความหมายว่าอะไร?
เหรียญ 5 เยน (五円 – Go-en) มีความหมายพ้องเสียงกับคำว่า “ความสัมพันธ์ที่ดี” หรือ “โชคดี”คนญี่ปุ่นจึงนิยมใช้เหรียญนี้ในการขอพร เพราะเชื่อว่าจะช่วยเชื่อมโยงสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
20 วัดญี่ปุ่น ยอดนิยม 2569 ไหว้พระขอพร เสริมดวง พร้อมพิกัดเดินทางที่ต้องเช็คอิน
- ● วัด vs ศาลเจ้า ญี่ปุ่น ต่างกันอย่างไร? (เรียกชื่อให้ถูกไม่มีหลง)
- ● รวม 20 วัดญี่ปุ่นยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวไทยห้ามพลาด
- ● ปักหมุดวัดญี่ปุ่นตามคำขอพร (สายมูต้องดู!)
- ● ขั้นตอนการไหว้พระและศาลเจ้าญี่ปุ่นที่ถูกต้อง
- ● สิ่งของนำโชคที่ต้องซื้อ: เครื่องรางและใบเซียมซี
- ● วางแผนเที่ยววัดญี่ปุ่นช่วงไหนสวยที่สุด?
- ● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัดญี่ปุ่น
เราคือ Porlaoongkum ผู้รักการถ่ายรูปและการท่องเที่ยวทั่วโลก เปิดโลกการเที่ยวของตัวเองในทุกมุมมอง ไปเที่ยวมาแล้วทั้งในไทย และต่างประเทศ ทั้งลาว, ไต้หวัน, ฮ่องกง และเวียดนาม วันว่างๆ เราชอบออกไปเที่ยวและถ่ายรูป เก็บภาพสวยๆ ของแต่ละที่ที่ไม่ค่อยมีใครเห็น พร้อมพาทุกคนออกเดินทางไปพร้อมๆ กัน
เนื้อหายอดฮิต
-
คู่มือท่องเที่ยว
-
โปรโมชั่น Trip.com
- china arrival card
- ส่วนลด trip.com
- ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ Trip.com
- วันหยุดจีน
- eSIM
- eSim จีน
- รถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้
- Trip.com Vip Lounge Access
- e cigarette on flight
- ที่พักเฉิงตู
- รถไฟใต้ดินปักกิ่ง
- การเลือกที่นั่งเที่ยวบิน Trip.com
- buy extra baggage airasia
- ขอคืนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- don mueang airport lounge
- รถไฟใต้ดินเซินเจิ้น
- สนามบินเฉิงตู เทียนฟู่ เข้าเมือง
- วิธีการชำระเงิน trip.com
- ขอเงินคืนโรงแรม Trip.com
- นโยบายการยกเลิก Trip.com
- esim คือ
- ข้อจำกัดการพกเงินสดยุโรป
- ยกเลิกเที่ยวบิน
- รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง
- เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- รถไฟจีน
- eSim ญี่ปุ่น
- laos to china train
- รถไฟใต้ดินหางโจว
- ที่เที่ยวเฉิงตู
