
20 วัดญี่ปุ่น ยอดนิยม 2569 ไหว้พระขอพร เสริมดวง พร้อมวิธีเดินทาง

โดย Porlaoongkum
17 เมษายน 2026

ญี่ปุ่น ไม่ได้มีแค่วิวซากุระหรืออาหารอร่อยเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยวัดและศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่คนทั่วโลกนิยมไปขอพร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน หรือสุขภาพ ก็มีสถานที่ให้เลือกไปสักการะตามความเชื่อ Trip.com ได้รวม 20 วัดญี่ปุ่นยอดนิยม 2569 ที่ทั้งสวย เดินทางง่าย และมีชื่อเสียงด้านการขอพร เหมาะทั้งสายมูและสายเที่ยวที่อยากได้ทั้งบุญและรูปสวยๆ กลับไป พร้อมพิกัดการเดินทางครบ เที่ยวตามได้แบบไม่หลงแน่นอน
วัด vs ศาลเจ้า ญี่ปุ่น ต่างกันอย่างไร? (เรียกชื่อให้ถูกไม่มีหลง)
หลายคนไปญี่ปุ่นแล้วสงสัยว่า วัดกับศาลเจ้า ต่างกันอย่างไร ทั้งๆ ที่หน้าตาก็คล้ายกัน แต่จริงๆ แล้ว มีความแตกต่างทั้งด้านความเชื่อและสัญลักษณ์อย่างชัดเจน
วัด (Temple - โอะเทระ)
เป็นสถานที่ในศาสนาพุทธ ภายในจะมีพระพุทธรูป เจดีย์ หรือสุสาน บรรยากาศมักเงียบสงบ เหมาะสำหรับการมาทำสมาธิและสักการะ ถ้าเห็นหลังคาโค้งแบบจีนๆ หรือมีรูปปั้นพระ นั่นแหละคือวัด
ศาลเจ้า (Shrine - จินจะ)
เป็นสถานที่ของศาสนาชินโต ซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิมของญี่ปุ่น จุดเด่นคือเสาโทริอิสีแดง ที่เป็นเหมือนประตูเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ มักใช้ขอพรเรื่องโชคลาภ ความรัก และความสำเร็จในชีวิต
ง่ายๆ เลย ถ้าเห็นพระพุทธรูป นั่นคือวัด แต่ถ้าเห็นเสาโทริอิ นั่นก็คือศาลเจ้า ทั้งสองแบบสามารถเข้าไปสักการะและขอพรได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความเชื่อและสิ่งที่อยากขอเลย
รวม 20 วัดญี่ปุ่นยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวไทยห้ามพลาด
ชื่อวัด | เมือง | โดดเด่นเรื่อง | สถานีรถไฟใกล้ที่สุด |
วัดเซนโซจิ (Sensoji) | โตเกียว | วัดเก่าแก่ + โคมแดงยักษ์ | Asakusa |
วัดนาริตะซัน (Naritasan Shinshoji) | ชิบะ | ขอพรความปลอดภัย เดินทาง | Narita |
วัดคาวาซากิ ไดชิ (Kawasaki Daishi) | คานากาวะ | ปัดเป่าสิ่งไม่ดี เสริมโชค | Kawasaki Daishi |
วัดโกโตคุจิ (Gotokuji) | โตเกียว | แมวกวัก เรียกโชคลาภ | Gotokuji |
วัดเมกุโระ ฟุโดซง (Meguro Fudoson) | โตเกียว | วัดเงียบสงบ เสริมชีวิตมั่นคง | Meguro |
วัดโฮโซจิ (Hōzōji) | อิบารากิ | พระพุทธรูปใหญ่ ธรรมชาติ | Ibaraki (ต่อรถ) |
วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera) | เกียวโต | ระเบียงไม้ วิวภูเขา | Kiyomizu-Gojo |
วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji) | เกียวโต | วัดทอง สะท้อนน้ำ | Kitaoji (ต่อบัส) |
วัดเบียวโดอิน (Byodoin) | อุจิ | มรดกโลก เหรียญ 10 เยน | Uji |
วัดกิงคะคุจิ (Ginkakuji) | เกียวโต | วัดเงิน สไตล์เซน | Ginkakuji (บัส) |
วัดเท็นริวจิ (Tenryuji) | อาราชิยามะ | สวนญี่ปุ่น + มรดกโลก | Arashiyama |
วัดชิเท็นโนจิ (Shitennoji) | โอซาก้า | วัดพุทธแห่งแรก | Tennoji |
วัดโทไดจิ (Todaiji) | นารา | พระใหญ่ไดบุทสึ | Nara |
วัดโฮริวจิ (Horyuji) | นารา | วัดไม้เก่าแก่ที่สุด | Horyuji |
วัดนันโซอิน (Nanzoin) | ฟุกุโอกะ | พระนอนยักษ์ โชคลาภ | Kido Nanzoin-mae |
วัดซันจูซันเก็นโด (Sanjusangendo) | เกียวโต | พระพันองค์ | Kyoto (ต่อบัส) |
วัดเซ็นโคจิ (Zenkoji) | นากาโนะ | วัดแสวงบุญชื่อดัง | Nagano |
วัดคัตสึโอจิ (Katsuoji) | โอซาก้า | ดารุมะ ขอชัยชนะ | Minoh (ต่อบัส) |
วัดเรียวอันจิ (Ryoanji) | เกียวโต | สวนหินเซน | Ryoanji (บัส) |
วัดโอสุคันนง (Osu Kannon) | นาโกย่า | วัดสีแดง + ช้อปปิ้ง | Osu Kannon |
























โซนคันโต (โตเกียวและรอบๆ)
1. วัดเซนโซจิ (Sensoji)

วัดเซนโซจิ วัดเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว ตั้งอยู่ในอาซากุสะ โดดเด่นด้วยโคมแดงยักษ์และถนนนากามิเสะที่เต็มไปด้วยร้านของฝาก เป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย เพราะเดินทางง่ายและมีบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิม ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องโชคลาภและความสำเร็จ ภายในมีเจดีย์และวิหารหลักที่สวยงามมาก ช่วงกลางคืนที่นี่ก็สวยไม่แพ้กัน แนะนำถ้ามาโตเกียว ไม่ควรพลาดวัดนี้เลย
🚆 การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Ginza หรือ Asakusa ลงสถานี Asakusa เดินประมาณ 5 นาที
📍 ที่ตั้ง: 2 Chome-3-1 Asakusa, Taito City, Tokyo 111-0032 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 6:00 - 17:00 น.
2. วัดนาริตะซัน ชินโชจิ (Naritasan Shinshoji)

วัดนาริตะซัน ชินโชจิ วัดชื่อดังใกล้สนามบินนาริตะ เหมาะแวะก่อนหรือหลังบิน ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรปกป้องภัยและความปลอดภัยในการเดินทาง มีสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ บรรยากาศสงบ ร่มรื่น ภายในวัดมีพิธีกรรมทางศาสนาที่น่าสนใจ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มทริปด้วยความเป็นสิริมงคล
🚆การเดินทาง: จากสถานี Narita เดินประมาณ 10–15 นาที
📍 ที่ตั้ง: 1 Narita, Chiba 286-0023 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:00 - 16:00 น.
3. วัดคาวาซากิ ไดชิ (Kawasaki Daishi)

วัดคาวาซากิ ไดชิ หรือวัด เฮเค็นจิ เป็นวัดพุทธนิกายชินงอนที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องการขจัดสิ่งชั่วร้ายและปัดเป่าเคราะห์กรรม คนญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาสักการะที่นี่ในช่วงปีใหม่ จนถือเป็นวัดที่มีผู้คนมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ จุดเด่นของวัดนี้คือบรรยากาศคึกคัก ผสมผสานความศักดิ์สิทธิ์กับความมีชีวิตชีวา บริเวณทางเข้าจะมีถนนช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านขนม ของฝาก และอาหารท้องถิ่น อีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี่คือพิธีกรรมโกมะ ที่ใช้ไฟในการชำระล้างสิ่งไม่ดี เหมาะทั้งสายบุญและสายเที่ยวที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบแท้จริง
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Keikyu Daishi Line ลงสถานี Kawasaki-Daishi แล้วเดินประมาณ 5 นาทีถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: 4-48 Daishimachi, Kawasaki Ward, Kawasaki, Kanagawa 210-8521 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 5:30 น. - 18:00 น.
4. วัดโกโตคุจิ (Gotokuji)

วัดโกโตคุจิ เป็นวันพุทธที่มีชื่อเสียงในโตเกียว และเชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของแมวกวัก หรือ Maneki Neko ที่เราคุ้นเคยกันดี ไฮไลต์ของวัดคือโซนที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาแมวกวักนับพันตัว เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ สร้างบรรยากาศแปลกตาและน่าประทับใจมาก นักท่องเที่ยวสายสายมูนิยมมาขอพรเรื่องโชคลาภ การเงิน และความสำเร็จในธุรกิจ คนส่วนใหญ่นิยมซื้อแมวกวักกลับไปบูชาที่บ้าน และนำมาคืนเมื่อคำขอสำเร็จ วัดนี้เงียบสงบ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายจากความวุ่นวายในเมือง
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Odakyu ลงสถานี Gotokuji แล้วเดินต่อประมาณ 10–15 นาที หรือใช้สาย Tokyu Setagaya ลงสถานี Miyanosaka แล้วเดินเพียง 5 นาที
📍 ที่ตั้ง: 2 Chome-24-7 Gotokuji, Setagaya City, Tokyo 154-0021 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 6:00 - 17:00 น.
5. วัดเมกุโระ ฟุโดซง (Meguro Fudoson)

วัดเมกุโระ ฟุโดซง หรือ วัดริวเซ็นจิ เป็นวัดพุทธเก่าแก่ในโตเกียวที่มีชื่อเสียงด้านความศักดิ์สิทธิ์และความสงบ เป็นหนึ่งในวัดที่ประดิษฐานองค์ ฟุโดเมียวโอ เทพผู้ปกป้องคุ้มครองและขจัดอุปสรรคในชีวิต บรรยากาศในวัดร่มรื่น เงียบสงบ ต่างจากวัดท่องเที่ยวชื่อดัง ทำให้เหมาะกับการมาสักการะอย่างตั้งใจ ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องความมั่นคงในชีวิต การงาน และปกป้องจากสิ่งไม่ดี ไฮไลต์ของวัดคือรูปปั้นฟุโดเมียวโอที่มีเอกลักษณ์ พร้อมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าช่วยชำระล้างสิ่งไม่ดี
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR มาลงสถานี Meguro จากนั้นต่อรถบัส (สาย Tokyu Bus) ประมาณ 10 นาที หรือสามารถนั่งแท็กซี่จากสถานี Meguro ใช้เวลาประมาณ 5–10 นาทีก็ถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: 3 Chome-20-26 Shimomeguro, Meguro City, Tokyo 153-0064 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 9:00 - 16:30 น.
6. วัดโซโจจิ (Zojoji Temple)

วัดโซโจจิ เป็นวัดพุทธนิกายโจโดที่มีชื่อเสียงในโตเกียว ตั้งอยู่ใกล้กับแลนด์มาร์กสำคัญอย่างโตเกียวทาวเวอร์ ทำให้เกิดภาพตัดกันระหว่างความเก่าแก่และทันสมัยได้อย่าลงตัว บรรยากาศภายในวัดค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะกับการมาทำบุญ ไหว้พระและพักใจจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ หนึ่งในไฮไลต์คือรูปปั้นพระจิโซะจำนวนมากที่เรียงรายกัน เชื่อกันว่าเป็นผู้คุ้มครองดวงวิญญาณเด็ก นักท่องเที่ยวนิยมมาขอพรเรื่องความสงบในชีวิต การปกป้องคุ้มครอง และความเป็นสิริมงคล บริเวณวัดกว้างขวาง เดินชมได้เพลิน และยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่มีโตเกียวทาวเวอร์เป็นฉากหลังด้วย
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Toei Mita Line ลงสถานี Onarimon เดินประมาณ 3 นาที หรือสาย Toei Oedo Line ลงสถานี Daimon เดินประมาณ 5 นาที
📍 ที่ตั้ง: 4 Chome-7-35 Shibakoen, Minato City, Tokyo 105-0011 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 9:00 - 17:00 น.
โซนคันไซ (เกียวโต/โอซาก้า)
7. วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizudera)

วัดคิโยมิสึเดระ หรือที่คนไทยเรียกว่าวัดน้ำใส เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเกียวโต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO จุดเด่นที่สุดคือระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่ยื่นออกจากเนินเขา โดนไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว สามารถมองเห็นวิวเมืองเกียวโตได้แบบพาโนรามา ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและซากุระบานจะสวยเป็นพิเศษ จนกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ภายในวัดยังมีน้ำตกโอโตวะ ที่เชื่อกันว่าหากดื่มน้ำจากสายใดสายหนึ่ง จะช่วยเสริมพรด้านความรัก การเรียน หรือสุขภาพ
🚆การเดินทาง: จากสถานี Kyoto นั่งรถบัสสาย 100 หรือ 206 ลงป้าย Kiyomizu-Gojo หรือ Gojozaka จากนั้นเดินขึ้นเขาประมาณ 10–15 นาทีถึงตัววัด
📍 ที่ตั้ง: 1 Chome-294 Kiyomizu, Higashiyama Ward, Kyoto, 605-0862 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 6:00 - 18:00 น.
8. วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji)

วัดคินคะกุจิ หรือที่รู้จักกันว่าคือ วัดทอง หนึ่งในแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกียวโตและญี่ปุ่น จุดเด่นของวัดคืออาคารหลักที่ปิดทองคำเปลวทั้งหลัง ตั้งตระหง่านอยู่ริมสระน้ำ ทำให้เกิดภาพสะดท้อนสวยงามราวกับภาพวาด เดินทีที่นี่เคยเป็นวิลล่าของโชกุน ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นวัดในภายหลัง ตัววัดล้อมรอบด้วยสวนญี่ปุ่นที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน เดินชมได้เพลินตลอดเส้นทาง ในแต่ฤดูกาลก็มีเสน่ห์ต่างกัน โดยเฉพาะช่วงหิมะตกที่ตัดกับสีทองยิ่งดูโดดเด่น บรรยากาศโดยรวมสงบ เหมาะสำหรับทั้งการเที่ยวชมและซึบซับวัฒนธรรมญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
🚆การเดินทาง: จาก Kyoto Station สามารถนั่งรถบัสสาย 101 หรือ 205 ใช้เวลาประมาณ 40–45 นาที ลงป้าย Kinkakuji-michi แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาทีถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: 1 Kinkakujicho, Kita Ward, Kyoto, 603-8361 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 9:00 - 17:00 น.
9. วัดเบียวโดอิน (Byodoin)

วัดเบียวโดอิน ตั้งอยู่ที่เมืองอุจิ เป็นหนึ่งในวัดสวยงามและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น อีกทั้งยังไม่รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ไฮไลต์สำคัญคือ ฟีนิกส์ฮอลล์ อาคารสีแดงที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำ สะท้อนเงาอย่างงดงามจนเหมือนภาพวาด ความโดดเด่นอีกอย่างคือวัดนี้ถูกนำไปใช้เป็นภาพบนเหรียญ 10 เยนของญี่ปุ่น ทำให้หลายคนอยากมาเห็นของจริงสักครั้ง
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Nara Line จาก Kyoto Station ลงสถานี Uji ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาทีถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: Renge-116 Uji, Kyoto 611-0021 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:45 - 17:30 น.
10. วัดกิงคะคุจิ (Ginkakuji)

วัดกิงคะคุจิ หรือ วัดเงิน หนึ่งในวัดที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของเกียวโต แม้ตัวอาคารจะไม่ได้ปิดด้วยเงินจริงอย่างชื่อ แต่กลับมีเสน่ห์จากความเรียบง่ายแบบวาบิ-ซาบิ ที่สะท้อนความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ ไฮไลต์สำคัญคือสวนทรายสีขาวที่ถูกจัดวางอย่างประณีตเป็นลวดลายคลื่น เปรียบเสมือนทะเลแห่งความสงบ นอกจากนี้ยังมีสวนมอสสีขียวและเส้นทางเดินชมวิวที่ร่มรื่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก บริเวณ์ด้านบนของวัดสามารถมองเห็นวิวเมืองเกียวโตได้แบบพาโนารามาอีกด้วย
🚆การเดินทาง: จาก Kyoto Station นั่งรถบัสสาย 5 หรือ 100 ลงป้าย Ginkakuji-michi จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาทีถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: 2 Ginkakujicho, Sakyo Ward, Kyoto, 606-8402 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:30 - 17:00 น.
11. วัดเท็นริวจิ (Tenryuji)

วัดเท็นริวจิ เป็นวัดสำคัญในเกียวโตและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดดเด่นในฐานวัดนิกายเซนที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยโชกุนอาชิคางะ ไฮไลต์ของวัดคือสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ออกแบบอย่างประณีต โดยมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ล้อมรับด้วยภูเขา สร้างความกลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะมาในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ก็ให้บรรยากาศที่สวยงามต่างกันไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในสวน พร้อมชมวิวภูเขาและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณ ถือเป็นจุดที่ผสมผสานทั้งธรรมชาติ ศิลปะ และจิตวิญญาณได้อย่างลงตัว
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Sagano Line จาก Kyoto Station ลงสถานี Saga-Arashiyama จากนั้นเดินประมาณ 10–15 นาที หรือใช้รถไฟสาย Keifuku (Randen) ลงสถานี Arashiyama แล้วเดินต่อประมาณ 5–10 นาที
📍 ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒616-8385 Kyoto, Ukyo Ward, Sagatenryuji Susukinobabacho, 68
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:30 - 17:00 น.
12. วัดชิเท็นโนจิ (Shitennoji)

วัดชิเท็นโนจิ ถือเป็นหนึ่งในวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 593 โดยเจ้าชายโชโตกุ ผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พุทธศาสนาในญี่ปุ่น จุดเด่นของวัดคือผังวัดแบบดั้งเดิมที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน โดยมีเจดีย์ 5 ชั้นตั้งอยู่ใจกลาง ล้อมรอบด้วยอาคารสำคัญอย่างวิหารหลักและโถงบรรยายธรรม บรรยากาศภายในเงียบสงบ เหมาะสำหรับการไหว้พระ ทำสมาธิ และพักใจจากความวุ่นวายในเมืองโอซาก้า อีกหนึ่งไฮไลต์คือสวนญี่ปุ่นที่ออกแบบให้จำลองดินแดนสุขาวดี มีสะพานและบ่อน้ำสวยงาม นักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นไปชมวิวบนเจดีย์เพื่อมองเห็นมุมสูงของวัดได้อีกด้วย
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน Osaka Metro สาย Tanimachisen ลงสถานี Shitennoji-mae Yuhigaoka แล้วเดินประมาณ 5 นาที หรือสามารถเดินจากสถานี Tennoji ได้ภายใน 10–15 นาที
📍 ที่ตั้ง: 1 Chome-11-18 Shitennoji, Tennoji Ward, Osaka, 543-0051 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:30 - 16:00 น.
13. วัดโทไดจิ (Todaiji)

วัดโทไดจิ เป็นหนึ่งในวัดที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองนาราและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ไฮไลต์สำคัญคือ พระไดบุทสึ พระพุทธรูปสำริดขนาดมหึมาที่ประดิษฐานอยู่ภายในอาคารไม้ขนาดใหญ่ ตัวอาคารนี้เคยเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยือนอย่างมาก นักท่องเที่ยวนิยมมาไหว้พระเพื่อขอพรด้านความสำเร็จ ชีวิตมั่นคง และความเจริญรุ่งเรือง ภายในวัดยังมีเสาไม้ที่มีช่องขนาดเท่ารูจมูกพระไดบุทสึ เชื่อว่าหากลอดผ่านได้จะนำโชคดีมาให้
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR มาลงสถานี Nara หรือ Kintetsu Nara จากนั้นเดินประมาณ 20–30 นาที หรือสามารถนั่งรถบัสจากสถานีไปลงป้าย Todaiji Daibutsuden แล้วเดินต่อเล็กน้อย
📍 ที่ตั้ง: 406-1 Zoshicho, Nara, 630-8587 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 7:30 - 17:30 น.
14. วัดโฮริวจิ (Horyuji)

วัดโฮริวจิ ตั้งอยู่ในจังหวัดนารา ถือเป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจาก UNESCO ด้วยเช่นกัน จุดเด่นสำคัญของที่นี่คืออาคารไม้โบราณที่มีอายุกว่า 1,300 ปี ซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์และใช้งานได้จริง ภายในวัดมีเจดีย์ไม้ 5 ชั้น เป็นหนึ่งในโครงสร้างไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สถาปัตยกรรมสะท้อนอิทธิพลของพุทธศาสนายุคแรกในญี่ปุ่น ผสมผสานความเรียบง่ายและความขลังได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวที่สนใจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ในญี่ปุ่น วัดนี้ไม่ควรพลาด
🚆การเดินทาง: จากสถานี JR Nara ให้นั่งรถไฟสาย JR Yamatoji ไปลงสถานี Horyuji ใช้เวลาประมาณ 12 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 20 นาที หรือสามารถนั่งรถบัสต่อไปยังหน้าวัดได้สะดวก
📍 ที่ตั้ง: 1-1 Horyuji Sannai, Ikaruga, Ikoma District, Nara 636-0115 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:00 - 16:30 น.
วัดญี่ปุ่น โซนอื่นๆ ที่น่าสนใจ (ฟุกุโอกะ, นากาโนะ, นาโกย่า)
15. วัดนันโซอิน (Nanzoin)

วัดนันโซอิน ตั้งอยู่ในจังหวัดฟุกุโอกะ เป็นหนึ่งในวัดที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคคิวชู เป็นที่รู้จักจากพระนอนสำริดขนาดยักษ์ที่มีความยาวกว่า 40 เมตร ซึ่งถือว่าใหญ่ติดอันดับโลก องค์พระมีความสง่างามและละเอียดงดงามมาก โดยเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ด้านโชคลาภ การเงิน และความสำเร็จในชีวิต บรรยากาศโดยรอบวัดเต็มไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ และทางเดินที่ร่มรื่น ทำให้การมาเยือนที่นี่รู้สึกสงบและผ่อนคลาย อีกหนึ่งไฮไลต์คือการนำเหรียญไปวางบนองค์พระ เพื่อเสริมดวงด้านการเงินตามความเชื่อ
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Fukuhoku-Yutaka จาก Hakata Station ไปลงสถานี Kido Nanzoin-mae ใช้เวลาประมาณ 25 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 5–10 นาที ก็จะถึงทางเข้าวัด
📍 ที่ตั้ง: 1035 Sasaguri, Kasuya District, Fukuoka 811-2405 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 9:00 - 16:30 น.
16. วัดซันจูซันเก็นโด (Sanjusangendo)

ที่มาของภาพ: Google Map
วัดซันจูซันเก็นโดเป็นหนึ่งในวัดที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดในเกียวโต โด่งดังจาก “พระพันองค์” หรือรูปปั้นพระโพธิสัตว์คันนงจำนวน 1,001 องค์ที่เรียงรายอย่างยิ่งใหญ่ภายในอาคารไม้ยาว ตัววิหารหลักมีความยาวกว่า 100 เมตร ถือเป็นอาคารไม้ที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกขลังและน่าทึ่งตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไป รูปปั้นแต่ละองค์มีรายละเอียดแตกต่างกันเล็กน้อย เชื่อกันว่าหนึ่งในนั้นอาจมีใบหน้าคล้ายตัวเรา ทำให้หลายคนตั้งใจเดินดูทีละองค์ วัดนี้มีความเชื่อเกี่ยวกับการขอพรด้านความเมตตา การคุ้มครอง และการปัดเป่าสิ่งไม่ดี บรรยากาศภายในเงียบสงบ เหมาะแก่การเดินชมและซึมซับศิลปะพุทธศาสนาแบบญี่ปุ่น อีกหนึ่งไฮไลต์คือการแข่งขันยิงธนูแบบดั้งเดิม (Tōshiya) ที่เคยจัดขึ้นที่นี่ในอดีต ถือเป็นวัดที่ให้ทั้งความรู้สึกสงบและความยิ่งใหญ่ในเวลาเดียวกัน
🚆การเดินทาง: จาก Kyoto Station นั่งรถบัสสาย 100 หรือ 206 ลงป้าย “Hakubutsukan Sanjusangendo-mae” แล้วเดินเพียง 1–2 นาทีถึงวัด หรือสามารถนั่งรถไฟ JR สาย Nara Line ลงสถานี Tofukuji แล้วต่อรถบัสหรือแท็กซี่ประมาณ 10 นาที
📍 ที่ตั้ง: 657 Sanjusangendomawari, Higashiyama Ward, Kyoto, 605-0941 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:30 - 17:00 น.
17. วัดเซ็นโคจิ (Zenkoji)

ที่มาของภาพ: Google Map
วัดเซ็นโคจิเป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 1,400 ปี ตั้งอยู่ในเมืองนากาโนะ และถือเป็นหนึ่งในวัดที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น จุดเด่นคือพระพุทธรูปองค์แรกของญี่ปุ่น ที่ประดิษฐานอยู่ภายใน แม้จะไม่เปิดให้เห็น แต่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้คนมักเดินทางมาสักการะเพื่อขอพรเรื่องชีวิต ความสงบ และการเริ่มต้นใหม่ อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “โอไคดัน เมกุริ” ทางเดินใต้ดินมืดสนิท ที่เชื่อว่าหากคลำเจอกุญแจแห่งธรรม จะนำพาไปสู่การตรัสรู้ บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่นแท้ ด้านหน้าวัดมีถนนนากามิเสะที่เต็มไปด้วยร้านขนม ของฝาก และร้านท้องถิ่น
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวไปลงสถานี Nagano ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถบัสหรือเดินประมาณ 20–30 นาทีถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: ญี่ปุ่น 〒380-0851 Nagano, Motoyoshicho イ
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 6:00 - 16:00 น.
18. วัดคัตสึโอจิ (Katsuoji)

วัดคัตสึโอจิ เป็นวัดชื่อดังในจังหวัดโอซาก้า ที่ขึ้นชื่อการขอพรให้ประสบความสำเร็จและชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเรียน หรือเป้าหมายชีวิต ไฮไลต์สำคัญคือ ตุ๊กตาดารุมะ สีแดงที่ถูกนำมาวางไว้ทั่วบริเวณวัด สื่อถึงความมุ่งมั่นและการไม่ยอมแพ้ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตุ๊กตาดารุมะมาอธิษฐาน โดยจะระบายตาข้างหนึ่งเมื่อเริ่มขอพร และระบายอีกข้างเมื่อสมหวัง บรรยากาศของวัดตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา ธรรมชาติร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะแก่การมาพักใจ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงจะสวยเป็นพิเศษ ทำให้วัดนี้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปยอดนิยม
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟไปลงสถานี Senri-Chuo (สาย Midosuji) จากนั้นต่อรถบัส Hankyu Bus สาย 29 ไปลงป้าย Katsuoji ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาทีจากตัวเมืองโอซาก้า
📍 ที่ตั้ง: 2914-1 Aomatani, Minoh, Osaka 562-8508 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 6:00 - 16:00 น.
19. วัดเรียวอันจิ (Ryoanji)

วัดเรียวอันจิเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเกียวโต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO จุดเด่นของที่นี่คือ สวนหินเซนที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ประกอบด้วยก้อนหิน 15 ก้อนจัดวางบนพื้นกรวดสีขาว ความพิเศษคือ ไม่ว่าคุณจะยืนมองจากมุมไหน จะมองเห็นหินไม่ครบทั้ง 15 ก้อนในครั้งเดียว ซึ่งแฝงแนวคิดเชิงปรัชญาเกี่ยวกับความไม่สมบูรณ์และการมองโลก บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ เหมาะกับการนั่งสมาธิและพักใจจากความวุ่นวาย
🚆การเดินทาง: จาก Kyoto Station นั่งรถบัสสาย 50 หรือ 59 ลงป้าย Ryoanji-mae แล้วเดินประมาณ 5 นาทีถึงวัด
📍 ที่ตั้ง: 13 Ryoanji Goryonoshitacho, Ukyo Ward, Kyoto, 616-8001 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:00 - 17:00 น.
20. วัดโอสุคันนง (Osu Kannon)

วัดโอสุคันนงเป็นวัดชื่อดังกลางเมืองนาโกย่า ที่ผสมผสานบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์เข้ากับความคึกคักของย่านช้อปปิ้งได้อย่างลงตัว จุดเด่นของวัดคืออาคารสีแดงสดขนาดใหญ่ สะดุดตาและเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายรูปออกมาสวยมาก ภายในประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม (คันนง) ที่ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องโชคลาภ การเงิน และความสำเร็จ บริเวณรอบวัดยังมีฝูงนกพิราบจำนวนมาก กลายเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของที่นี่ สิ่งที่ทำให้วัดนี้พิเศษคืออยู่ติดกับOsu Shopping Street แหล่งรวมของกิน ของช้อป และวัฒนธรรมย่านเก่า สามารถมาไหว้พระแล้วเดินเล่นต่อได้เลยแบบวันเดียวครบ
🚆การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tsurumai ลงสถานี Osu Kannon แล้วเดินเพียง 2–3 นาทีถึงวัดเลย สะดวกมากสำหรับนักท่องเที่ยว
📍 ที่ตั้ง: 2 Chome-21-47 Osu, Naka Ward, Nagoya, Aichi 460-0011 ญี่ปุ่น
🕙 เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 8:00 - 19:00 น.
ปักหมุดวัดญี่ปุ่นตามคำขอพร (สายมูต้องดู!)
และถ้าไปญี่ปุ่นแล้วอยากมูให้ปัง เลือกวัดให้ตรงกับความต้องการขอพร ก็สามารถเดินทางไปขอพรเพื่อเพิ่มความสบายใจและความเชื่อได้มากขึ้น แต่ละวัดมีความโดดเด่นด้านการขอพรต่างกัน ลองเลือกให้ตรงกับสิ่งที่อยากขอ จะได้ฟีลอินและได้ทั้งบุญทั้งความสบายใจกลับมา
ขอพรความรัก
- วัดคิโยมิสึเดระ
มี “หินแห่งความรัก” (Love Stones) เชื่อว่าถ้าเดินหลับตาจากก้อนหนึ่งไปอีกก้อนหนึ่งได้ จะสมหวังในความรัก - วัดโกโตคุจิ
นอกจากเรื่องโชคลาภ ยังนิยมมาขอพรเรื่องความสัมพันธ์และความรักที่ราบรื่น
ขอพรการงาน / การเงิน / โชคลาภ
- วัดเซนโซจิ
วัดยอดนิยมที่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวมาขอพรเรื่องความสำเร็จและโชคลาภ - วัดนันโซอิน
เด่นเรื่องโชคลาภและเงินทอง โดยเฉพาะพระนอนขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มาก - วัดคาวาซากิ ไดชิ
ขึ้นชื่อเรื่องปัดเป่าสิ่งไม่ดี เสริมดวงการงานให้ราบรื่น
ขอพรสุขภาพ / ชีวิตราบรื่น
- วัดนาริตะซัน ชินโชจิ
เหมาะสำหรับขอพรเรื่องความปลอดภัย สุขภาพ และการเดินทาง - วัดเซ็นโคจิ
วัดแสวงบุญชื่อดัง เชื่อว่าช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิตโดยรวม - วัดโทไดจิ
วัดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังศรัทธา เหมาะกับการขอพรให้ชีวิตมั่นคง แข็งแรง
ขั้นตอนการไหว้พระและศาลเจ้าญี่ปุ่นที่ถูกต้อง
การไหว้พระที่วัดญี่ปุ่นมีขั้นตอนเฉพาะที่ควรรู้ เพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่และความเชื่อของชาวญี่ปุ่น แม้จะดูไม่ซับว้อน แต่การทำถูกวิธีจะช่วยให้เราอินกับประสบการณ์มากขึ้นด้วย

วิธีไหว้ศาลเจ้า
1. โค้งคำนับก่อนเข้าประตูโทริอิ
ก่อนเดินผ่านเสาโทริอิ ให้หยุดเล็กน้อยแล้วโค้งคำนับ เพื่อแสดงความเคารพ
2. ล้างมือและปาก
ใช้กระบวยตักน้ำล้างมือซ้าย-ขวา แล้วบ้วนปากเบาๆ เป็นการชำระร่างกาย
3. เดินด้านข้าง ไม่เดินกลางทาง
ตรงกลางถือเป็นทางของเทพเจ้า ควรเดินชิดด้านข้าง
4. ไหว้แบบ 2 โค้ง ปรบมือ 1 โค้ง
ควรไหว้แบบ โค้ง 2 ครั้ง ปรบมือ 2 ครั้ง อธิษฐาน ปิดท้ายด้วยโค้งอีก 1 ครั้ง
วิธีไหว้พระที่วัด
1. จุดธูปหรือกำยาน
นำควันธูปมาปัดเบา ๆ เข้าหาตัว เชื่อว่าเป็นสิริมงคล
2. ใส่เงินทำบุญ
หยอดเหรียญลงในกล่องบริจาคหน้าวิหาร
3. พนมมือและอธิษฐาน
ไม่ต้องปรบมือเหมือนศาลเจ้า แค่ตั้งจิตอธิษฐานอย่างสงบ
4. เคารพสถานที่
พูดเบา ๆ ไม่ส่งเสียงดัง และหลีกเลี่ยงการถ่ายรูปในจุดที่ห้าม
สิ่งของนำโชคที่ต้องซื้อ: เครื่องรางและใบเซียมซี

ที่มาของภาพ: kyotoside
มาเที่ยววัดหรือศาลเจ้าญี่ปุ่นทั้งที อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยคือ เครื่องรางและใบเซียมซี ซึ่งเป็นของที่มีทั้งความหมายดีและเป็นของฝากสุดน่ารักด้วย
เครื่องรางนำโชคจากวัดญี่ปุ่นหรือศาลเจ้า ภายในจะบรรจุคำอธิษฐานหรือบทสวด มักมาในรูปแบบถุงผ้าสีสวย พกติดตัวได้ง่าย หรือห้อยกระเป๋าได้ ประเภทที่ได้รับความนิยม เช่น ความรัก, การงาน, การเรียน, การเงิน และสุขภาพ โดยปกติมีความเชื่อว่า ไม่ควรเปิดถุง เพราะพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้านในและนิยมใช้ประมาณ 1 ปี แล้วนำกลับไปคืนที่วัดเพื่อเปลี่ยนเป็นอันใหม่
และใบเซียมซี การเสี่ยงทายดวงแบบญี่ปุ่น โดยจะสุ่มกระดาษคำทำนายจากวัดญี่ปุ่น วิธีง่ายๆ เลยคือ หยอกเหรียญ เขย่ากระบอกหรือหยิบใบ และรับคำนาย ซึ่งจะมีตั้งแ่ดีมากไปจนถึงไม่ดี ถ้าได้ใบดี สามารถเก็บไว้เป็นสิริมงคล แต่ถ้าได้ใบไม่ดี นิยมนำไปผูกไว้กับต้นไม้หรือราวในวัด เพื่อทิ้งเคราะห์
วางแผนเที่ยววัดญี่ปุ่นช่วงไหนสวยที่สุด?

จริงๆ แล้ววัดญี่ปุ่นเที่ยวได้ทั้งปี แต่ถ้าอยากได้ทั้งบรรยากาศ ฟีลดี รูปปัง การเลือกฤดูกาลให้เหมาะคือสิ่งสำคัญมาก
ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - เม.ย.)
ช่วงพีคของญี่ปุ่น เพราะเป็นช่วงที่ดอกซากุระบาน วัดหลายแหล่งถูกโอบล้อมไปด้วยดอกซากุระสีชมพู เหมาะกับสายถ่ายรูปและสายโรแมนติก บรรยากาศละมุนสุดๆ แต่ข้อเสียคือคนเยอะและราคาที่พักสูง ควรจองล่วงหน้า
ฤดูใบไม้ร่วง (พ.ย. – ต้น ธ.ค.)
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยไม่แพ้กัน โดยเฉพาะวัดในเกียวโตและนารา ใบไม้สีแดง ส้ม เหลือง ตัดกับสถาปัตยกรรมวัดญี่ปุ่น สวยแบบคลาสสิก อากาศเย็นกำลังดี เที่ยวสบาย เหมาะกับทุกวัย
ฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.)
วัดบางแห่งจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ ให้ฟีลเงียบสงบและขลัง นักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงพีค เหมาะกับคนที่ชอบความสงบ แต่อากาศค่อนข้างหนาว ต้องเตรียมตัวให้พร้อม
ฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.)
แม้อากาศจะร้อนและชื้น แต่เป็นช่วงที่มีเทศกาลเยอะมาก วัดและศาลเจ้าจะคึกคักไปด้วยโคมไฟและกิจกรรมต่างๆ เหมาะกับสายวัฒนธรรมและคนที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในอีกมุมหนึ่ง
การเที่ยววัดญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่การมาไว้พระขอพรเท่านั้น แต่ได้มาสัมผัสกับวัฒนธรรม ความเชื่อ และความงดงามที่สืบทอดกันมายาวนาน ไม่ว่าจะเลือกไปช่วงซากุระบาน ใบไม้เปลี่ยนสี หรือฤดูไหนก็ตาม แต่ละช่วงเวลาก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไป ยิ่งถ้าได้วางแผนเลือกวัดให้ตรงกับสิ่งที่อยากขอ พร้อมเรียนรู้วิธีไหว้อย่างถูกต้อง ทริปนี้จะไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวธรรมดา แต่จะกลายเป็นช่วงเวลาที่ทั้งอิ่มบุญ อ่มใจ และได้ความทรงจำดีๆ กลับมาแน่นอน
ใครกำลังมีแพลนไปญี่ปุ่น อย่าลืมปักหมุดวัดเหล่านี้ไว้ในลิสต์ แล้วออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กันได้เลย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัดญี่ปุ่น
-
วัดกับศาลเจ้าญี่ปุ่นต่างกันอย่างไร?
วัด (Temple) เป็นสถานที่ในศาสนาพุทธ มีพระพุทธรูป (Buddha) เป็นศูนย์กลาง ใช้สำหรับสักการะ ทำบุญ และประกอบพิธีทางศาสนา ส่วนศาลเจ้า (Shrine) เป็นของศาสนาชินโต บูชา “คามิ (Kami)” หรือเทพเจ้าตามความเชื่อญี่ปุ่น เช่น เทพแห่งธรรมชาติ โชคลาภ และชีวิต สังเกตง่าย ๆ คือ วัดจะมีพระพุทธรูป ส่วนศาลเจ้าจะมีเสาโทริอิสีแดง -
ไปวัดญี่ปุ่นต้องแต่งตัวอย่างไร?
ควรแต่งกายสุภาพ เช่น เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงไม่สั้นเกินไป หลีกเลี่ยงเสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้นมาก หรือเสื้อผ้าที่เปิดเผยเกินไป รองเท้าควรถอดง่ายในบางวัดที่ต้องเข้าอาคาร โดยรวมเน้นเรียบร้อย เคารพสถานที่ จะช่วยให้ดูดีและเหมาะสมมากขึ้น -
เครื่องรางญี่ปุ่น (Omamori) มีวันหมดอายุไหม?
ตามความเชื่อทั่วไป Omamori จะมีอายุประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นควรนำกลับไปคืนที่วัดหรือศาลเจ้าเดิม เพื่อทำพิธีเผาและรับอันใหม่ ถือเป็นการต่ออายุพลังความศักดิ์สิทธิ์และเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ใหม่อีกครั้ง -
การโยนเหรียญ 5 เยน มีความหมายว่าอะไร?
เหรียญ 5 เยน (五円 – Go-en) มีความหมายพ้องเสียงกับคำว่า “ความสัมพันธ์ที่ดี” หรือ “โชคดี”คนญี่ปุ่นจึงนิยมใช้เหรียญนี้ในการขอพร เพราะเชื่อว่าจะช่วยเชื่อมโยงสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
20 วัดญี่ปุ่น ยอดนิยม 2569 ไหว้พระขอพร เสริมดวง พร้อมพิกัดเดินทางที่ต้องเช็คอิน
- ● วัด vs ศาลเจ้า ญี่ปุ่น ต่างกันอย่างไร? (เรียกชื่อให้ถูกไม่มีหลง)
- ● รวม 20 วัดญี่ปุ่นยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวไทยห้ามพลาด
- ● ปักหมุดวัดญี่ปุ่นตามคำขอพร (สายมูต้องดู!)
- ● ขั้นตอนการไหว้พระและศาลเจ้าญี่ปุ่นที่ถูกต้อง
- ● สิ่งของนำโชคที่ต้องซื้อ: เครื่องรางและใบเซียมซี
- ● วางแผนเที่ยววัดญี่ปุ่นช่วงไหนสวยที่สุด?
- ● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัดญี่ปุ่น
เราคือ Porlaoongkum ผู้รักการถ่ายรูปและการท่องเที่ยวทั่วโลก เปิดโลกการเที่ยวของตัวเองในทุกมุมมอง ไปเที่ยวมาแล้วทั้งในไทย และต่างประเทศ ทั้งลาว, ไต้หวัน, ฮ่องกง และเวียดนาม วันว่างๆ เราชอบออกไปเที่ยวและถ่ายรูป เก็บภาพสวยๆ ของแต่ละที่ที่ไม่ค่อยมีใครเห็น พร้อมพาทุกคนออกเดินทางไปพร้อมๆ กัน
เนื้อหายอดฮิต
-
คู่มือท่องเที่ยว
-
โปรโมชั่น Trip.com
- china arrival card
- ส่วนลด trip.com
- ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ Trip.com
- วันหยุดจีน
- eSIM
- eSim จีน
- รถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้
- Trip.com Vip Lounge Access
- e cigarette on flight
- ที่พักเฉิงตู
- รถไฟใต้ดินปักกิ่ง
- การเลือกที่นั่งเที่ยวบิน Trip.com
- buy extra baggage airasia
- ขอคืนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- don mueang airport lounge
- รถไฟใต้ดินเซินเจิ้น
- สนามบินเฉิงตู เทียนฟู่ เข้าเมือง
- วิธีการชำระเงิน trip.com
- ขอเงินคืนโรงแรม Trip.com
- นโยบายการยกเลิก Trip.com
- esim คือ
- ข้อจำกัดการพกเงินสดยุโรป
- ยกเลิกเที่ยวบิน
- รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง
- เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- รถไฟจีน
- eSim ญี่ปุ่น
- laos to china train
- รถไฟใต้ดินหางโจว
- ที่เที่ยวเฉิงตู
NO.1







































