
ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกฟังดูน่าตื่นเต้นใช่ไหมคะ? แต่ก็แอบมีความกังวลอยู่หน่อย ๆ ว่าต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่จองตั๋ว เช็กอิน ไปจนถึงตอนเดินเข้าเกต ทุกอย่างดูเหมือนเรื่องใหม่หมดเลย แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะ Trip.com จะพาคุณไปรู้จักทุกขั้นตอนแบบละเอียดตั้งแต่ต้นจนขึ้นเครื่องจริง ให้คุณเตรียมตัวได้ครบถ้วน เดินเข้าสนามบินได้อย่างมั่นใจเหมือนมือโปร
ไม่ว่าคุณจะขึ้นเครื่องบินครั้งแรกในประเทศ หรือตั้งใจบินไปต่างประเทศ บทความนี้คือคู่มือที่จะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้นใน 5 ขั้นตอน พร้อมเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่จะทำให้การเดินทางของคุณสนุก ปลอดภัย และไร้ความกังวล
การจองตั๋วเครื่องบินในประเทศ

การจองตั๋วเครื่องบินในประเทศ ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะคุณสามารถทำได้ง่าย ๆ ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ Trip.com ภายในไม่กี่นาทีเท่านั้น เพียงเลือกวันที่เดินทาง จุดหมายปลายทาง และเวลาเที่ยวบินที่สะดวก ระบบจะแสดงเที่ยวบินทั้งหมดให้คุณเปรียบเทียบทั้ง “ราคา” และ “เวลาออกเดินทาง” ได้ทันที
💡 เคล็ดลับสำหรับมือใหม่: ถ้านี่คือการนั่งเครื่องบินครั้งแรก แนะนำให้เลือกเที่ยวบินช่วงกลางวัน จะช่วยลดความกังวลจากสภาพอากาศและการเดินทางตอนกลางคืนได้มากเลยค่ะ
เมื่อเลือกเที่ยวบินได้แล้ว คุณสามารถเลือกที่นั่งที่ต้องการได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นริมหน้าต่างสำหรับชมวิว หรือริมทางเดินเพื่อความสะดวกระหว่างลุกไปห้องน้ำ ทุกอย่างสามารถดูและเลือกได้ตั้งแต่ขั้นตอนการจองผ่านแอป Trip.com
หลังจากยืนยันการชำระเงิน ระบบจะส่งข้อมูลการเดินทางและ E-Ticket ไปยังอีเมลของคุณโดยอัตโนมัติ คุณสามารถ บันทึกไฟล์ไว้ในมือถือหรือพิมพ์ออกมา เพื่อใช้ยืนยันตอนขึ้นเครื่องได้เลย
วิธีจองตั๋วเครื่องบินในประเทศกับ Trip.com
1. ไปที่เว็บไซต์หรือแอป Trip.com
2. เข้าสู่ระบบ (หรือสมัครสมาชิกใหม่เพื่อรับสิทธิพิเศษสมาชิก)
3. เลือก “ต้นทาง” และ “ปลายทาง” พร้อมระบุวันที่เดินทาง
4. กด “ค้นหา” เพื่อดูเที่ยวบินทั้งหมด

5. เลือกเที่ยวบินและเวลาที่ต้องการ

6. กรอกข้อมูลผู้โดยสารให้ครบถ้วน

7. เลือกวิธีชำระเงิน แล้วรอรับ E-Ticket ผ่านอีเมล

การรับ Boarding Pass บนแอป Trip.com
หลังจากที่คุณจองตั๋วเครื่องบินกับ Trip.com เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ “การเช็กอิน (Check-in)” ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนขึ้นเครื่อง และคุณจะได้รับ บอร์ดดิ้งพาส (Boarding Pass) เฉพาะหลังจากทำการเช็กอินสำเร็จเท่านั้น
วิธีเช็กอินออนไลน์ (Online Check-in)
1. เปิดอีเมลยืนยันการจองหรือหน้ารายละเอียดเที่ยวบินในแอป Trip.com
ค้นหา เลขอ้างอิงการจองของสายการบิน (Booking Reference / PNR) ซึ่งระบุไว้ในเอกสารยืนยัน
2. ไปที่เว็บไซต์หรือแอปของสายการบินโดยตรง
- กดเมนู “เช็กอินออนไลน์ (Online Check-in)”
- กรอกชื่อ–นามสกุล และรหัสการจอง (PNR)
3. ทำตามขั้นตอนที่แสดงบนหน้าจอ
- เลือกที่นั่ง (ถ้ามีให้เลือก)
- ยืนยันสัมภาระที่ต้องการโหลดใต้เครื่อง
- ตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารให้ถูกต้องครบถ้วน
4. เมื่อเช็กอินเสร็จแล้ว ระบบจะออก Boarding Pass ให้คุณทันที
ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF หรือบันทึกไว้ในมือถือ
แบางเที่ยวบินจะมีปุ่ม “เช็กอินออนไลน์” ให้กดจากในแอป Trip.com โดยตรง ซึ่งจะพาคุณไปยังหน้าของสายการบินอัตโนมัติสะดวกมาก เพราะไม่ต้องหาลิงก์เอง
วิธีเช็กอินที่สนามบิน
1. เดินทางถึงสนามบินล่วงหน้าตามเวลาที่แนะนำ
- เที่ยวบินภายในประเทศ → ควรไปถึงก่อนเวลาออกเดินทางอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
- เที่ยวบินระหว่างประเทศ → ควรไปถึงก่อนเวลาออกเดินทางอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
2. เตรียมเอกสารสำคัญ
- บัตรประชาชน (สำหรับเที่ยวบินในประเทศ)
- หนังสือเดินทาง (สำหรับเที่ยวบินต่างประเทศ)
- เลขการจองหรือ E-Ticket ในมือถือ
3. ไปที่เคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบิน
เจ้าหน้าที่จะออก Boarding Pass ให้คุณ พร้อมติดแท็กสัมภาระ (หากมีโหลดใต้เครื่อง)
💡เคล็ดลับ: หากคุณเช็กอินออนไลน์ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ต้องการโหลดกระเป๋าเพิ่ม สามารถใช้ช่อง “Baggage Drop” ได้เลย ซึ่งจะเร็วกว่าการต่อคิวเช็กอินทั่วไป
การเตรียมตัวก่อนเดินทาง

Source: freepik
การ ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก อาจดูน่าตื่นเต้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การเตรียมตัวให้พร้อม” เพราะจะช่วยให้ทุกขั้นตอนผ่านไปอย่างราบรื่น และไม่ต้องรีบเร่งจนลืมของจำเป็นค่ะ
เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม
ก่อนเดินทาง ควรตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก
เดินทางภายในประเทศ
บัตรประชาชน หรือเอกสารราชการที่มีรูปถ่าย
เดินทางต่างประเทศ
- หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
- วีซ่า (ถ้าประเทศปลายทางกำหนด)
- เอกสารจองตั๋วเครื่องบิน (E-Ticket) ที่ได้รับจาก Trip.com
💡เคล็ดลับ: เก็บไฟล์เอกสารไว้ในมือถือ และสำรองไว้อีกหนึ่งช่องทาง เช่น อีเมลหรือ Google Drive เผื่อกรณีฉุกเฉิน
การจัดกระเป๋าเดินทาง
การแพ็กกระเป๋าเป็นอีกเรื่องที่ต้องใส่ใจ โดยเฉพาะมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับกฎของสายการบิน
กระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง (Checked Baggage)
- โดยทั่วไปกำหนดไม่เกิน 15–20 กิโลกรัม สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ
- สามารถซื้อเพิ่มได้ในขั้นตอนจองตั๋วผ่าน Trip.com
กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Carry-on Baggage)
- ขนาดไม่เกิน 22 นิ้ว และน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม
- ห้ามพกของเหลวเกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมทั้งหมดไม่เกิน 1 ลิตร
ดูข้อกำหนดของเหลวและของต้องห้ามในกระเป๋าขึ้นเครื่องเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ทางการของสนามบินไทย และอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับข้อจำกัดน้ำหนักกระเป๋าได้ที่👇👇👇
เช็กลิสต์ของที่ควรเตรียมก่อนขึ้นเครื่องบินครั้งแรก
ก่อนออกจากบ้าน อย่าลืมเช็กของจำเป็นเหล่านี้ให้ครบ จะได้ไม่พลาดอะไรสำคัญระหว่างเดินทางค่ะ
✅ บัตรประชาชน / หนังสือเดินทาง – เอกสารยืนยันตัวตนที่ขาดไม่ได้เลย
✅ ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) – เก็บไว้ในมือถือหรือพิมพ์สำรองไว้สักแผ่น
✅ ยาประจำตัว – เตรียมติดกระเป๋าถือไว้ เผื่อจำเป็นต้องใช้ระหว่างทาง
✅ ที่ชาร์จมือถือ / Power Bank – ต้องใส่ไว้ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องเท่านั้น ห้ามโหลดใต้เครื่อง
✅ หูฟัง หนังสือ หรือหมอนรองคอ – ไอเทมที่จะช่วยให้ไฟลต์แรกของคุณสบายขึ้น
✅ เงินสดเล็กน้อยและบัตรเครดิต – เผื่อค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง
✅ ปากกาสักด้าม – สำหรับกรอกเอกสารด่านตรวจคนเข้าเมืองในเที่ยวบินต่างประเทศ
💡 เคล็ดลับ: จัดกระเป๋าให้เสร็จก่อนเดินทางอย่างน้อย 1 วัน จะได้มีเวลาตรวจทานอีกครั้ง ไม่ลืมของสำคัญแน่นอนค่ะ
ขั้นตอนที่สนามบิน

Source: freepik
เมื่อถึงวันเดินทางจริง ควรเผื่อเวลาไปถึงสนามบิน อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออก (สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ) และ 3 ชั่วโมง สำหรับเที่ยวบินต่างประเทศ เพื่อให้มีเวลาทำทุกขั้นตอนได้แบบไม่เร่งรีบค่ะ
และนี่คือ 6 ขั้นตอนการขึ้นเครื่องบินสำหรับมือใหม่ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมได้ง่ายสุด ๆ
1. ไปยังเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบิน
เมื่อมาถึงสนามบิน ให้หาป้ายชื่อสายการบินของคุณ จากนั้นไปที่ เคาน์เตอร์ Check-in เพื่อยืนยันการเดินทาง
- แสดง บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
- หากยังไม่ได้เช็กอินออนไลน์ เจ้าหน้าที่จะออก Boarding Pass ให้คุณ
- ถ้ามีกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง ให้นำไปชั่งน้ำหนักและติดแท็กกระเป๋าให้เรียบร้อย
💡 เคล็ดลับ: หากคุณทำ Online Check-in ผ่านแอป Trip.com แล้ว สามารถไปที่ช่อง Baggage Drop ได้เลย ไม่ต้องต่อคิวเช็กอินยาว ๆ
2. ผ่านจุดตรวจความปลอดภัย (Security Check)
ก่อนเข้าสู่พื้นที่ผู้โดยสารขาออก จะต้องผ่านการตรวจความปลอดภัย
- เตรียม บัตรประชาชน/พาสปอร์ต และ Boarding Pass
- นำ ของเหลว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และ Power Bank ออกจากกระเป๋า
- ผ่านเครื่องสแกนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
💡 เคล็ดลับ: ของเหลวที่ถือขึ้นเครื่องต้องบรรจุไม่เกิน 100 มล. ต่อชิ้น และรวมทั้งหมดไม่เกิน 1 ลิตรนะคะ
3. เดินทางไปยัง Gate (ประตูขึ้นเครื่อง)
หลังผ่านจุดตรวจแล้ว ให้ดู หมายเลข Gate ที่ระบุบน Boarding Pass ของคุณ สนามบินแต่ละแห่งมีป้ายบอกทางชัดเจน สามารถเดินตามป้าย “Gate A / B / C” ได้เลย ระหว่างรอเรียกขึ้นเครื่อง คุณสามารถหาของกิน เล่นมือถือ หรือชาร์จแบตได้ตามสบาย
💡 เคล็ดลับ: หากใช้แอป Trip.com ระบบจะแจ้งเตือนเวลา Boarding ให้โดยอัตโนมัติ
4. แสดงเอกสารเพื่อขึ้นเครื่อง
เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกขึ้นเครื่อง (Boarding Time) ให้เตรียม
- บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
- Boarding Pass
จากนั้นยื่นให้เจ้าหน้าที่สแกนเพื่อตรวจสอบก่อนเดินขึ้นเครื่อง
5. ขึ้นเครื่องและหาที่นั่ง
เดินตามทางเชื่อมเข้าสู่ตัวเครื่องบิน และนั่งตาม หมายเลขที่นั่งบน Boarding Pass หากไม่แน่ใจว่าที่นั่งอยู่ตรงไหน สามารถสอบถามลูกเรือได้เลย พวกเขายินดีช่วยเสมอค่ะ
6. เตรียมตัวก่อนเครื่องออก
เมื่อทุกคนขึ้นเครื่องแล้ว ลูกเรือจะประกาศให้คาดเข็มขัดนิรภัย และอธิบายขั้นตอนความปลอดภัย
- ปิดโทรศัพท์หรือเปิดโหมดเครื่องบิน
- เก็บของในช่องเหนือศีรษะให้เรียบร้อย
- นั่งสบาย ๆ รอเครื่องทะยานขึ้นฟ้าได้เลยค่ะ
ข้อควรระวังระหว่างการบิน

Source: freepik
สำหรับใครที่ นั่งเครื่องบินครั้งแรก อาจรู้สึกตื่นเต้นหรือกังวลระหว่างบินได้บ้าง ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ถ้าทำตามคำแนะนำเหล่านี้ การเดินทางของคุณจะปลอดภัยและสบายตลอดไฟลต์แน่นอน
1. ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยของสายการบิน
- คาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาที่นั่งอยู่บนที่นั่ง โดยเฉพาะช่วงเครื่องขึ้นและลง
- งดใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีโหมดเครื่องบิน
- ฟังคำแนะนำจากลูกเรือเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ฉุกเฉินและทางออก
- นอกจากกฎความปลอดภัยแล้ว ผู้โดยสารควรทราบว่ามีรายการวัตถุอันตรายที่ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ ซึ่งกำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแลการบิน ดูรายการวัตถุอันตรายที่ห้ามนำขึ้นเครื่องบิน (CAAT) เพื่อคุมความปลอดภัยของทุกคนบนเที่ยวบินได้ที่เว็บไซต์ทางการของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
💡 เคล็ดลับ: ถ้าไม่แน่ใจว่าควรเปิดหรือปิดอุปกรณ์เมื่อไร สามารถถามลูกเรือได้ทันที พวกเขาพร้อมช่วยเหลือตลอดเวลา
2. รับมือความกลัวหรืออาการไม่สบายระหว่างบิน
- หากรู้สึกเวียนหัวหรือกลัว สามารถแจ้งลูกเรือได้เลย
- ดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันอาการหูอื้อหรือคอแห้ง
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนหรือระหว่างบิน เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้
3. กิจกรรมเบา ๆ ระหว่างไฟลต์
หากคุณกำลังสงสัยว่า นั่งเครื่องบินครั้งแรกต้องทำยังไงให้ไม่เบื่อ ลองเตรียมสิ่งเหล่านี้ติดตัวไปด้วย:
- หูฟังสำหรับฟังเพลงหรือดูหนัง
- หนังสือเล่มโปรด
- หมอนรองคอหรือผ้าห่มเล็ก ๆ
การมีกิจกรรมเล็ก ๆ ทำระหว่างบิน จะช่วยให้คุณผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับการเดินทางมากขึ้น
4. เพิ่มความอุ่นใจด้วยประกันการเดินทาง
หากต้องการให้ทริปของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แนะนำให้ซื้อ ประกันการเดินทาง (Travel Insurance) ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ Trip.com
เพื่อคุ้มครองกรณีเที่ยวบินล่าช้า การสูญหายของสัมภาระ หรือเหตุฉุกเฉินระหว่างเดินทาง
การมาถึงจุดหมายปลายทาง

Source: freepik
เมื่อเครื่องบินถึงสนามบินปลายทางเรียบร้อยแล้ว หากมีสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง ให้เดินตามป้ายบอกทางไปยังจุดรับกระเป๋า สำหรับผู้ที่ไม่มีสัมภาระสามารถเดินตามป้ายบอกทางไปยังทางออกเพื่อเข้าสู่สนามบินปลายทางและไปยังจุดโดยสารต่อไป สำหรับการเดินทางในประเทศ สามารถเดินออกจากสนามบินได้ทันทีหลังรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว หากเดินทางต่างประเทศจำเป็นต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองก่อน โดยยื่นหนังสือเดินทาง และ เอกสารที่จำเป็นให้แก่เจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นสามารถไปรับกระเป๋าและเดินทางได้ต่ออย่างราบรื่น
ตารางสรุปขั้นตอนสำคัญในการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก
ขั้นตอน | คำแนะนำ |
จองตั๋ว | ใช้แอป Trip.com เลือกเที่ยวบินและที่นั่งที่ต้องการได้ง่ายดาย |
เตรียมเอกสาร | บัตรประชาชน/หนังสือเดินทาง วีซ่า (ถ้าจำเป็น) |
เตรียมสัมภาระ | ตรวจสอบน้ำหนักและขนาดกระเป๋าตามที่สายการบินกำหนด |
เช็คอิน | เช็คอินที่เคาน์เตอร์ หรือ เช็คออนไลน์ผ่านแอป Trip.com |
ตรวจความปลอดภัย | นำของเหลวและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกจากกระเป๋าเพื่อตรวจสอบ |
รอขึ้นเครื่อง | รอที่ Gate ตาม Boarding Pass และฟังประกาศเรียกขึ้นเครื่อง |
ขึ้นเครื่อง | นั่งตามหมายเลขที่นั่งที่ระบุและปฏิบัติตามกฎของสายการบิน |
ถึงจุดหมาย | เดินตามป้าย รับกระเป๋า (ถ้ามี) และผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสำหรับเที่ยวบินไปต่างประเทศ |
สรุป
การ ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก หรือ นั่งเครื่องบินครั้งแรก ไม่ใช่เรื่องยากและต้องกังวลใจอีกต่อไป หากเตรียมตัวมาอย่างดี รวมไปถึงการรู้ขั้นตอน และ ข้อควรระวังต่าง ๆ สำหรับการขึ้นเครื่องบินก็จะช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างราบรื่น การ จองตั๋วเครื่องบินในประเทศ ด้วย Trip.com ช่วยให้คุณทราบข้อกำหนดต่างๆผ่านรายละเอียดที่มีอย่างครบครัน ดังนั้นคุณจึงสามารถวางแผนการเดินทางและเตรียมตัวขึ้นเครื่องบินได้อย่างละเอียด การใช้แอป ในการนทางได้อย่างง่ายดายและสนุกกับการเดินทางครั้งแรกของคุณ สมัครสมาชิก Trip.com เพื่อรับสิทธิประโยชน์และรับการแจ้งเตือนตั๋วเครื่องบินราคาดีๆได้ก่อนใคร เที่ยวอุ่นใจ ไปกับ Trip.com
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขึ้นเครื่องบินครั้งแรก
ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ ใช้บัตรประชาชนหรือบัตรที่มีรูปถ่ายจากหน่วยงานราชการ ส่วนเที่ยวบินต่างประเทศต้องใช้หนังสือเดินทาง (อายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน) และวีซ่าหากประเทศปลายทางกำหนดควรไปถึงสนามบินก่อนเครื่องออกกี่ชั่วโมง?
หากเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ ควรไปถึงสนามบินอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก ส่วนเที่ยวบินต่างประเทศควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้มีเวลาทำขั้นตอนเช็กอินและตรวจความปลอดภัยได้อย่างสบาย ๆขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องทำยังไงบ้างที่สนามบิน?
เมื่อถึงสนามบิน ให้ไปเช็กอินที่เคาน์เตอร์ของสายการบินหรือเช็กอินออนไลน์ จากนั้นผ่านจุดตรวจความปลอดภัย เดินไปยัง Gate ตามที่ระบุใน Boarding Pass และรอเรียกขึ้นเครื่องตามเวลาที่กำหนดตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) กับบอร์ดดิ้งพาส (Boarding Pass) ต่างกันยังไง?
E-Ticket คือเอกสารยืนยันว่าคุณได้จองและชำระค่าโดยสารเรียบร้อย ส่วน Boarding Pass จะออกให้หลังจากเช็กอินแล้วเท่านั้น และใช้เป็นใบอนุญาตสำหรับขึ้นเครื่องจริง ๆถ้าไม่เคยเช็กอินมาก่อน ต้องทำยังไง?
สามารถเช็กอินได้สองแบบ คือเช็กอินออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์หรือแอปของสายการบิน (บางเที่ยวบินมีปุ่มเชื่อมจากแอป Trip.com โดยตรง) หรือ เช็กอินที่สนามบิน โดยแสดงบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตที่เคาน์เตอร์สายการบิน เจ้าหน้าที่จะออก Boarding Pass ให้ทันที




NO.1







