
การรู้ข้อจำกัดน้ำหนักกระเป๋าของแต่ละสายการบินคือสิ่งสำคัญที่นักเดินทางไม่ควรมองข้าม เพราะเพียงแค่เกินไปไม่กี่กิโล ก็อาจต้องจ่ายค่าปรับหลักพันแบบไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะในปี 2569 ที่แต่ละสายการบินมีการอัปเดตกฎและราคาซื้อน้ำหนักเพิ่มแตกต่างกันไป ทั้ง AirAsia ที่คิดตามแพ็กเกจ การบินไทย ที่ให้สิทธิน้ำหนักฟรีมากกว่าเจ้าอื่น หรือ Air China ที่ใช้ระบบจำกัดแบบชิ้น บทความนี้ Trip.com รวบรวมข้อมูลทุกอย่างที่คุณต้องรู้ ตั้งแต่ค่าน้ำหนักกระเป๋าอัปเดตล่าสุด ราคาซื้อน้ำหนักเพิ่ม ค่าปรับกรณีน้ำหนักเกิน ไปจนถึงเคล็ดลับจัดกระเป๋าให้ไม่เกินแบบมือโปร เพื่อให้ทุกทริปของคุณเดินทางได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องลุ้นหน้าเคาน์เตอร์อีกต่อไป
ทำไมต้องรู้เรื่องข้อจำกัดน้ำหนักกระเป๋า?

การที่สายการบินมีการกำหนด จํากัดน้ำหนักกระเป๋า ไม่ใช่แค่ในเรื่องระเบียบเพียงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของเที่ยวบินแบบโดยตรง ในกรณีที่กระเป๋ามีน้ำหนักเกินมีความเสี่ยงอย่างมาก เพราะอาจส่งผลต่อสมดุลของเครื่องบิน และ ยังเป็นเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็นและสิ้นเปลือง ดังนั้นจึงต้องมรการควบคุมน้ำหนักและขนาดกระเป๋าอย่างเข้มงวด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและตรงเวลาให้กับเที่ยวบิน
นอกจากนี้การรู้ข้อกำหนดของน้ำหนักกระเป๋าของแต่ละสายการบิน ยังช่วยให้คุณจัดกระเป๋าได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องเสียเงินไปกับ ค่าปรับน้ำหนักกระเป๋าเกิน ที่อาจเพิ่มเติมมาหลายพันอย่างเลี่ยงไม่ได้ หากจำเป็นต้องใช้สัมภาระในกระเป๋า
ในบางสายการบิน เช่น การบินไทย อาจอนุญาตน้ำหนักที่มากกว่าเจ้าอื่น ขณะที่บางเจ้า เช่น AirAsia มักใช้ระบบชำระเงินเพิ่มตามระดับน้ำหนัก ทำให้เรื่องเล็กๆ อย่าง น้ำหนักกระเป๋า AirAsia ราคา กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ
- เที่ยวเดียว
- ไป-กลับ
- direct cheapest
DMK06:151 ชม. 15 น.บินตรงCNX07:30กรุงเทพ - เชียงใหม่|พฤ. 23 เม.ย.|ไทยไลอ้อนแอร์AED 97AED 137ลด 28%ลด 28%AED 137AED 97
DMK08:351 ชม. 15 น.บินตรงCNX09:50กรุงเทพ - เชียงใหม่|อา. 26 เม.ย.|ไทยไลอ้อนแอร์AED 97AED 137ลด 28%ลด 28%AED 137AED 97
DMK06:151 ชม. 15 น.บินตรงCNX07:30กรุงเทพ - เชียงใหม่|พ. 22 เม.ย.|ไทยไลอ้อนแอร์AED 97AED 137ลด 28%ลด 28%AED 137AED 97
BKK1:00 PM3 ชม. 5 น.บินตรงCNX2:00 PMกรุงเทพ - เชียงใหม่|Fri, Apr 10|ไทยไลอ้อนแอร์ค้นหาเที่ยวบินเพิ่มเติมค้นหาเที่ยวบินเพิ่มเติม
ราคาเที่ยวบิน${{departCityName}}-${{arrivalCityName}}ที่แสดงนี้อ้างอิงจากราคาเฉลี่ยของสายการบินต่างๆ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตามฐานข้อมูลล่าสุดของ Trip.com
ประเภทของน้ำหนักกระเป๋า | แบบชิ้นและแบบน้ำหนัก

ทุกสายการบินทั่วโลกจะมีวิธีจำกัดน้ำหนักกระเป๋าที่แตกต่างกัน โดยจะมีข้อกำหนดอยู่ 2 แบบหลัก ๆ คือ
จำกัดน้ำหนักกระเป๋าแบบชิ้น (Piece Concept)
การจำกัดน้ำหนักกระเป๋าแบบชิ้น หรือ "Piece Concept" คือแนวทางที่สายการบินใช้สำหรับกำหนดปริมาณสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องตามจำนวนชิ้น โดยทั่วไปแล้ว ผู้โดยสารจะได้รับอนุญาตให้นำสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องได้ตามจำนวนที่กำหนด เช่น 1 หรือ 2 ชิ้น โดยแต่ละชิ้นต้องมีน้ำหนักไม่เกินตามที่สายกานบินกำหนด หากน้ำหนักของกระเป๋าใบใดใบหนึ่งเกินจากที่กำหนด ผู้โดยสารจะต้องชำระค่าปรับตามอัตราที่สายการบินระบุ ซึ่งอาจคิดตามน้ำหนักที่เกินเป็นกิโลกรม หรือ อาจคิดเป็นค่าธรรมเนียมที่มีอัตราคงที่
จำกัดน้ำหนักกระเป๋าแบบน้ำหนัก (Weight Concept)
การจำกัดน้ำหนักกระเป๋าแบบน้ำหนัก หรือ "Weight Concept" เป็นวิธีที่สายการบินใช้กำหนดน้ำหนักรวมของสัมภาระที่ผู้โดยสารสามารถนำไปโหลดใต้ท้องเครื่องได้ โดยการจำกัน้ำหนักกระเป๋าแบบนี้ จะไม่จำกัดจำนวนชิ้น แต่จะระบุน้ำหนักรวมสูงสุด เช่น 20 กิโลกรัม หรือ 30 กิโลกรัม แล้วแต่ประเภทตั๋วหรือชั้นโดยสาร คุณสามารถแบ่งสัมภาระในกระเป๋ากี่ใบก็ได้ตามความสะดวก ตราบใดที่น้ำหนักรวมไม่เกินที่กำหนด โดยกระเป๋าแต่ละใบต้องไม่เกิน 32 กก. เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ขนสัมภาระ หากมีชิ้นใดเกินกว่านี้ อาจต้องแยกกระเป๋าออกเป็นหลายใบหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ระบบนี้เป็นที่นิยมในเที่ยวบินภายในประเทศ หรือในเส้นทางที่ไม่ใช่สหรัฐอเมริกาและแคนาดา
เปรียบเทียบข้อจำกัดและค่าปรับน้ำหนักกระเป๋าเกิน ของสายการบินยอดนิยม
น้ำหนักกระเป๋าเกินเพียงไม่กี่กิโลอาจทำให้คุณต้องจ่าย “ค่าปรับที่สนามบิน” หลักร้อยถึงหลักพันต่อกิโลกรัม เพราะแต่ละสายการบินมีกฎและอัตราไม่เท่ากัน โดยเฉพาะสายโลว์คอสต์ที่มักคิดแพงกว่าการซื้อน้ำหนักเพิ่มล่วงหน้า เราได้รวบรวมข้อมูลอัปเดตปี 2569 ทั้งน้ำหนักที่อนุญาต ฟรี โหลดเพิ่ม และค่าปรับเฉลี่ยของแต่ละสายการบิน เพื่อให้คุณวางแผนจัดกระเป๋าได้มั่นใจกว่าเดิม
สายการบิน | สัมภาระขึ้นเครื่อง (Carry-On) | สัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง (Checked Baggage) | ราคาซื้อน้ำหนักเพิ่ม (ต่อ กก.) | ค่าปรับที่สนามบิน (โดยประมาณ) |
|---|---|---|---|---|
การบินไทย (Thai Airways) | 7 กก. | 23 กก. สำหรับชั้นประหยัด Saver / Standard 30 กก.+ สำหรับตั๋ว Flexi ขึ้นไป | เริ่มต้น 600 บาท/5 กก. | 400–600 บาท/กก. |
AirAsia (แอร์เอเชีย) | 7 กก. | ไม่มี (ซื้อเพิ่มได้ 15–40 กก.) | เริ่มต้น 430 บาท/15 กก. | 400–1,200 บาท/กก. |
VietJet Air | 7 กก. | SkyBoss ฟรี 30 กก. / Eco ต้องซื้อเพิ่ม | เริ่มต้น 450 บาท/10 กก. | 500–1,000 บาท/กก. |
Air China (แอร์ไชน่า) | 1 ชิ้น น้ำหนักไม่เกิน 5 กก. (เข้มงวดมากสำหรับชั้นประหยัด) | ภายในประเทศ (จีน): ระบบ Weight Concept | ประมาณ 1,200 บาท/ใบ | 2,200 – 5,800 บาท/ใบ ขึ้นอยู่กับระยะทาง |
Emirates (เอมิเรตส์) | 7 กก. | 20–35 กก. หรือ 2×23 กก. | แตกต่างตามโซนเส้นทาง | 1,500 บาท/กก. |
Scoot (สกู๊ต) | 10 กก. (รวม 2 ชิ้น เช่น กระเป๋า + โน้ตบุ๊ก) | 20–30 กก. (ตามประเภทตั๋ว) | แตกต่างตามแต่ละเส้นทาง | 600–1,000 บาท/กก. |
Peach Aviation | 7 กก. | ไม่มี (Prime Peach ฟรี 2 ชิ้น รวม 40 กก.) | ประมาณ 700–1,200 บาท/กก. | ขึ้นอยู่กับเส้นทางและประเภทค่าโดยสาร |
Jetstar | 7 กก. | ไม่มี (บางแพ็กเกจให้ 20–30 กก.) | 700–1,300 บาท/กก. | 800–1,000 บาท/กก. |
ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม AirAsia ราคาเท่าไหร่?
หลายคนอาจไม่รู้ว่า ตั๋วเครื่องบินของ AirAsia ส่วนใหญ่ไม่รวมกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง โดยเฉพาะตั๋วราคาประหยัด (Value / Promo)
ดังนั้น หากคุณวางแผนจะพกสัมภาระหลายใบหรือมีของฝาก ควร “ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม” ล่วงหน้า เพราะจะถูกกว่าซื้อที่สนามบินหลายเท่าตัว
ราคาซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม AirAsia
แพ็กเกจน้ำหนัก | เส้นทางในประเทศ (ซื้อพร้อมตั๋ว) | เส้นทางระหว่างประเทศ (ซื้อพร้อมตั๋ว) | ซื้อภายหลัง (ผ่าน Manage Booking) |
|---|---|---|---|
15 กก. | ฿350 – ฿450 | มักไม่มีบริการ (เริ่มที่ 20 กก.) | ฿500 – ฿600 |
20 กก. | ฿400 – ฿500 | ฿750 – ฿900 | ฿600 – ฿1,300+ |
25 กก. | ฿550 – ฿650 | ฿950 – ฿1,200 | ฿800 – ฿1,600+ |
30 กก. | ฿800 – ฿900 | ฿1,200 – ฿1,500 | ฿1,100 – ฿2,200+ |
40 กก. | ฿1,500 – ฿1,700 | ฿2,000 – ฿2,800 | ฿2,500 – ฿4,600+ |
หมายเหตุ: ราคาจะแตกต่างตามเส้นทาง ช่วงเวลาเดินทาง และโปรโมชั่นประจำฤดูกาล โดยทั่วไป “ซื้อพร้อมตั๋ว” จะประหยัดที่สุด ส่วน “ซื้อทีหลัง” หรือซื้อที่สนามบินจะมีราคาสูงกว่า 2–3 เท่า
👉ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำหนักกระเป๋า Air Asia ได้ที่ เว็บไซต์ทางการไทย แอร์เอเชีย
การบินไทย ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม
ตั้งแต่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป การบินไทย (Thai Airways) จะเปลี่ยนระบบสัมภาระทั้งหมดมาใช้ “Piece Concept” ทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าจะนับตามจำนวนชิ้นกระเป๋า ไม่ใช่น้ำหนักรวมอีกต่อไป
- Economy Saver / Standard: โหลดได้ฟรี 1 ใบ (ไม่เกิน 23 กก.)
- Economy Flexi / Full Flex: โหลดได้ฟรี 1 ใบ (ไม่เกิน 30 กก.)
- หากต้องการโหลดใบที่ 2 ต้อง “ซื้อเพิ่มเป็นชิ้น (Extra Piece)” และจะไม่อนุญาตให้แยกหลายใบรวมกัน แม้น้ำหนักรวมจะไม่เกินก็ตาม
ราคาซื้อน้ำหนักหรือกระเป๋าเพิ่ม
เส้นทาง | ราคาซื้อล่วงหน้าออนไลน์ (Pre-paid) | ราคาซื้อที่สนามบิน (ต่อกก.) |
|---|---|---|
ภายในประเทศ | ประมาณ ฿500 – ฿600 / 5 กก. | ประมาณ ฿55 – ฿125 / กก. |
ไทย – เอเชีย (Zone 1–2) | ประมาณ ฿1,500 – ฿2,200 / 5 กก. | ประมาณ $8 – $15 / กก. |
ไทย – ยุโรป / ออสเตรเลีย | ประมาณ ฿5,000 – ฿5,500 / 5 กก. (หรือราว $145 – $150) | ประมาณ $30 – $55 / กก. |
💡 หมายเหตุ: สำหรับเส้นทางระยะไกล เช่น ยุโรป / อเมริกา / ออสเตรเลีย ราคาซื้อน้ำหนักล่วงหน้าสูงกว่าโซนเอเชียมาก และจะเปลี่ยนเป็นระบบ “ชิ้น (Piece)” อย่างสมบูรณ์ ควรตรวจสอบในหน้าจองตั๋วทุกครั้งว่าระบุเป็น 1PC หรือ 0PC เพื่อทราบสิทธิ์ที่แน่ชัด
👉ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำหนักกระเป๋าการบินไทย ได้ที่ เว็บไซต์ทางการการบินไทย
Air China โหลดกระเป๋าได้กี่ใบ?
ระบบสัมภาระของ Air China แบ่งเป็น 2 แบบหลัก คือ
- เที่ยวบินภายในประเทศ (จีน) ใช้ระบบ Weight Concept
- เที่ยวบินระหว่างประเทศ ใช้ระบบ Piece Concept
สรุปจำนวนกระเป๋าโหลดได้
ประเภทชั้นโดยสาร | เที่ยวบินภายในประเทศ (จีน) | เที่ยวบินระหว่างประเทศ |
|---|---|---|
ชั้นประหยัด (Economy) | น้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กก. | 1 ใบ (23 กก.) สำหรับเส้นทางใกล้ เช่น ไทย–จีน / อาเซียน และ 1–2 ใบ (23 กก./ใบ) สำหรับเส้นทางไกล เช่น ยุโรป / อเมริกา / ญี่ปุ่น / เกาหลี |
ชั้นพรีเมียม (Premium Economy) | น้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กก. | 2 ใบ (23 กก./ใบ) |
ชั้นธุรกิจ (Business Class) | น้ำหนักรวมไม่เกิน 30 กก. | 2 ใบ (32 กก./ใบ) |
ชั้นหนึ่ง (First Class) | น้ำหนักรวมไม่เกิน 40 กก. | 2 ใบ (32 กก./ใบ) |
ค่าปรับสัมภาระส่วนเกิน:
หากโหลดเกินจำนวนชิ้นหรือน้ำหนักที่กำหนด จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 450 – 1,170 หยวน (ราว 2,200 – 5,800 บาท) ต่อใบ ขึ้นอยู่กับเส้นทาง
- เส้นทางใกล้ (ไทย–จีน): ราว 450–600 หยวน
- เส้นทางไกล (ยุโรป / อเมริกา): ราว 1,000–1,170 หยวน
สัมภาระถือขึ้นเครื่อง (Carry-on):
จำกัด 1 ชิ้น ไม่เกิน 5 กก. สำหรับชั้นประหยัด ซึ่ง Air China เข้มงวดมากกว่าสายการบินอื่น หากกระเป๋าดูใหญ่หรือมีน้ำหนักเกิน เจ้าหน้าที่อาจขอให้ชั่งก่อนขึ้นเครื่อง
👉ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดได้ที่ Air China Baggage Policy (Official)
วิธีการตรวจสอบข้อจำกัดน้ำหนักกระเป๋าบน Trip.com
การเช็กข้อ จํากัดน้ำหนักกระเป๋า ของแต่ละสายการบินไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เมื่อคุณใช้ Trip.com ทุกข้อมูลเกี่ยวกับน้ำหนักกระเป๋า-ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียด น้ำหนักกระเป๋าairasiaราคา หรือข้อกำหนดของสายการบินต่างประเทศอย่าง airchinaน้ำหนักกระเป๋า ก็สามารถเข้าไปตรวจสอบได้อย่างง่ายดายรวมทั้งยัง ตรวจสอบค่าปรับน้ำหนักกระเป๋าเกิน หรือ เลือกซื้อน้ำหนักเพิ่มได้เพิ่มเติมผ่านแอปฯ หรือเว็บไซต์ Trip.com โดยไม่ต้องเสียเวลาตามหาข้อมูลจากหลายแหล่ง สามารถวางแผนจัดกระเป๋าไม่ให้นำหนักเกิน และยังช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจในทุกทริปของคุณ
ขั้นตอนการตรวจสอบน้ำหนักกระเป๋าและซื้อเพิ่มเติมบนแอปฯ Trip.com
- เปิดแอป Trip.com (หากยังไม่เข้าสู่ระบบให้เข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย) จากนั้นเลือกไปที่ "เร็วๆนี้ "

2. เลื่อนลงมาด้านล่าง ตรงบริเวณ"อัปเกรดทริปของคุณ" หลังจากนั้นให้กดคำว่า "น้ำหนักสัมภาระเพิ่มเติม" และกด "เพิ่ม"

3. เลือกขนาดน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มเติมที่ต้องการ เมื่อเลือกเรียบร้อยแล้วให้กดเลือก "ชำระตอนนี้" เพื่อเลือกวิธีการชำระเงิน

เคล็ดลับในการจัดกระเป๋าให้ไม่เกิน | ตรงตามข้อจํากัดน้ำหนักกระเป๋า

การจัดกระเป๋าให้อยู่ในข้อ จํากัดน้ำหนักกระเป๋า ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ปริมาณของที่นำไปเพียงเท่านั้น แต่รวมยังรวมไปถึงการเลือกสิ่งของการใช้พื้นที่ในกระเป๋าให้คุ้มค่า และควรหลีกเลี่ยงของที่มีน้ำหนักมากโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้การใช้เทคนิคการจัดเรียง เช่น การม้วนเสื้อผ้าแทนการพับ หรือการเลือกกระเป๋าที่มีน้ำหนักเบาก็ช่วยให้ไม่เกินกำหนดได้ง่ายขึ้น โดยคุณสามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้เพื่อช่วยให้การจัดกระเป๋าของคุณเป็นระเบียบมากขึ้น
- ม้วนเสื้อผ้าแทนการพับ ช่วยประหยัดพื้นที่ ลดช่องว่างในกระเป๋า และ ไม่ทำให้เสื้อผ้ายับง่าย
- ใช้ถุงสุญญากาศหรือถุงซิปล็อก สำหรับเสื้อผ้าและของใช้ขนาดเล็ก เพื่อประหยัดพื้นที่ หรือนำไปเสื้อผ้าที่ใช้แล้วเพื่อลดกลิ่นอับในกระเป๋า
- เลือกของใช้จำเป็น ลดของฟุ่มเฟือยที่อาจไม่ได้ใช้จริง พกเฉพาะของที่จำเป็นและได้ใช้แน่นอน
- จัดกระเป๋าแบบพิรามิด วางของที่มีน้ำหนักไว้ล่างสุดของกระเป๋าและวางของที่มีน้ำหนักเบาไว้ด้านบน เพื่อให้ลากง่ายและไม่เสียรูปทรง
- ทำ Checklist สิ่งของที่จำเป็นก่อนจัดกระเป๋า เพื่อลดการลืมของสำคัญ และ ไม่ใส่ของที่เกินจำเป็น
- สวมใส่เสื้อผ้ามีน้ำหนักขึ้นเครื่องแทนการใส่กระเป๋า หากกลัวน้ำหนักเกิน สามารถใส่เสื้อผ้าหนาๆ เช่น เสื้อโค้ช ติดตัวได้ หรือสามารถสวมเสื้อผ้าหลายๆชั้น เช่น สวมเสื้อสเวตอเตอร์ด้านใน ตามด้วยเสื้อยืด และ สวมเสื้อแจ็คเก็ตทับอีกครั้ง ไม่ผิดกฎ
สรุป | ประโยชน์ของการรู้ข้อจำกัดน้ำหนักกระเป๋า
การตรวจสอบข้อจํากัดน้ำหนักกระเป๋า เพื่อความเข้าใจของแต่ละสายการบิน โดยเฉพาะสายการบินที่คุณทำการจองตั๋วเครื่องบินสำหรับเดินทางเอาไว้ จะช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางได้อย่างมั่นใจ และลดความเสี่ยงในการโดนเรียกเก็บค่าปรับน้ำหนักกระเป๋าเกินโดยไม่จำเป็น รวมทั้งยังประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ลดความวุ่นวายช่วยให้พร้อมเดินทางได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัยมากขึ้น ลองค้นหาตั๋วเครื่องบินและเปรียบเทียบข้อกำหนดสัมภาระจาก Trip.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถตรวจสอบน้ำหนักสัมภาระและซื้อเพิ่มเติมได้ เพื่อประสบการณ์การเดินทางแบบมือโปรยิ่งขึ้นในทุกๆทริปของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
AirAsia ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มได้ที่ไหน?
คุณสามารถซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มของ AirAsia ได้ทั้งผ่านแอปและเว็บไซต์ Trip.com หรือแอป AirAsia โดยเข้าไปที่ “การจองของฉัน (My Booking)” แล้วเลือก “ซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่ม (Add Baggage)”การบินไทย เปลี่ยนระบบสัมภาระเป็นแบบไหนในปี 2569?
ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 การบินไทยจะเปลี่ยนมาใช้ระบบ Piece Concept ทั่วโลก โดยตั๋วชั้นประหยัด (Saver / Standard) จะโหลดได้ฟรี 1 ใบ (ไม่เกิน 23 กก.) หากต้องการโหลดเพิ่ม ต้องซื้อ “Extra Piece” ล่วงหน้าAir China โหลดกระเป๋าได้กี่ใบ?
เส้นทาง ไทย–จีน ส่วนใหญ่โหลดได้ฟรี 1 ใบ (ไม่เกิน 23 กก.) ส่วนเส้นทางไกล เช่น ยุโรป / อเมริกา / ญี่ปุ่น / เกาหลีใต้ สามารถโหลดได้ฟรี 2 ใบ (ใบละ 23 กก.) ตามระบบ Piece Conceptน้ำหนักกระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้กี่กิโลกรัม?
ส่วนใหญ่สายการบินจะอนุญาตให้นำกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 1 ชิ้น ไม่เกิน 7 กก. แต่บางสายการบินอย่าง Air China และ VietJet Air จะจำกัดเพียง 5 กก. เท่านั้น ควรตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละสายก่อนเดินทางถ้าน้ำหนักกระเป๋าเกินจะโดนปรับเท่าไหร่?
ค่าปรับน้ำหนักเกินจะแตกต่างกันไปตามสายการบิน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 400–1,200 บาทต่อกิโลกรัม สายการบินโลว์คอสต์อย่าง AirAsia และ VietJet มักคิดตาม “กิโลกรัมที่เกิน” ขณะที่สาย Full Service เช่น Thai Airways หรือ Air China จะคิดเป็น “ค่าชิ้น (Extra Piece)” ซึ่งอาจสูงถึง ฿2,200–฿5,800 ต่อใบ


