
หลังกลับจากต่างประเทศ หลายคนมักเจอปัญหาเดียวกันคือเงินต่างประเทศเหลือใช้ แล้วไม่รู้ว่าควรเอาไปแลกกลับเป็นเงินบาทที่ไหนถึงจะได้เรทดี บางคนเผลอแลกคืนที่สนามบินแล้วขาดทุนโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่จริง ๆ แล้วมีร้านแลกเงินในไทยที่ให้เรทดีกว่า บทความนี้จะพาคุณไปดูพิกัดแลกเงินที่คนไทยนิยมใช้ ทั้งร้านแลกเงินเอกชนในกรุงเทพฯ และจุดที่เดินทางสะดวก พร้อมแนะนำวิธีแลกเงินให้ได้เรทคุ้ม ลดการขาดทุนจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ว่าคุณจะมีเงินเยน เงินดอลลาร์ หรือเงินสกุลอื่น ๆ เหลือจากทริป บทความนี้จะช่วยให้คุณเลือกจุดแลกเงินได้อย่างมั่นใจ และเปลี่ยนเงินกลับเป็นเงินบาทได้คุ้มค่าที่สุด
สถานที่แลกเงินไทย
สถานที่แลกเงิน | ระดับแนะนำ | ข้อดี | ข้อเสีย |
ร้านแลกเงินในเมือง (SuperRich, SIAM EXCHANGE) | ★★★★★ | - เรทดีที่สุด (คุ้มค่าที่สุด) | - บางสาขาคิวเยอะ |
ธนาคารทั่วไป | ★★★☆☆ | - มีความน่าเชื่อถือสูงมาก | - เรทแพงกว่าร้านเอกชน |
จุดแลกเงินในสนามบิน | ★★☆☆☆ | - เปิด 24 ชม. สะดวกมาก | - เรทแพงที่สุด |
Travel Card | ★★★★☆ | - เรทดีใกล้เคียงเรทตลาดโลก | - มีค่าธรรมเนียมกดตู้ (100-200 บ.) |
โรงแรม | ★☆☆☆☆ | - สะดวกที่สุด แลกได้ภายในที่พัก | - เรทโหดที่สุด |
3 ที่แลกเงินแนะนำในไทย เรทดีที่สุด!
การแลกเงินไทยให้ได้เรทดีไม่ใช่เรื่องยาก หากรู้ว่าควรแลกที่ไหนและมีข้อควรระวังอะไรบ้าง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีร้านแลกเงินชื่อดังหลายแห่งให้เลือกใช้บริการ แต่ละร้านมีจุดเด่นและเรทที่ต่างกันไป เราจะพาคุณไปดูพิกัดแลกเงินไทยยอดนิยมที่คนไทยใช้จริง พร้อมข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า ร้านไหนเหมาะกับการแลกเงินของคุณมากที่สุด
1. SuperRich

SuperRich พูดชื่อนี้แทบไม่มีนักเที่ยวคนไหนไม่รู้จัก เพราะนี่คือร้านแลกเงินที่โด่งดังที่สุดในไทย ไม่ว่าจะเป็นสีส้มหรือสีเขียว ต่างก็ขึ้นชื่อเรื่องเรทแลกเปลี่ยนที่ใกล้เคียงกับเรทตลาดโลกมากที่สุด
จุดเด่น: มีสาขาเยอะมาก ทั้งตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำและแนวรถไฟฟ้า BTS/MRT เดินทางสะดวกสุด ๆ ไม่ต้องไปไกล แถมยังมีแอปให้เช็กเรทแบบเรียลไทม์ก่อนออกจากบ้านอีกด้วย
- พิกัดยอดฮิต: สาขาราชดำริ (สำนักงานใหญ่)
- ที่อยู่: 67, 69, 71 ซอยราชดำริ 2 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
2. SIAM EXCHANGE

Siam Exchange เป็นร้านแลกเงินขวัญใจวัยรุ่นสยามและคนทำงานย่านปทุมวัน ตั้งอยู่ใกล้หอศิลป์กรุงเทพฯ (BACC) เดินทางง่ายด้วย BTS
จุดเด่น: เรทดีไม่แพ้ร้านใหญ่ บริการรวดเร็ว ระบบคิวจัดการดี ไม่ต้องรอนานเหมือนบางสาขายอดนิยม อีกทั้งยังชัดเจนเรื่องราคาและค่าธรรมเนียม ทำให้ใช้บริการแล้วสบายใจ
- ชื่อ: SIAM EXCHANGE
- ที่อยู่: 422/3 แยกปทุมวัน ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ กรุงเทพฯ 10330
3. THANIYA SPIRIT

THANIYA SPIRIT ยืนหนึ่งในย่านสีลม ร้านนี้ถือเป็นแลนด์มาร์คของสายญี่ปุ่น เพราะเรทเงินเยน (JPY) มักติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ จนเป็นที่ยอมรับทั้งคนไทยและชาวญี่ปุ่นในไทย
จุดเด่น: ภายนอกอาจดูเหมือนร้านขายเครื่องดื่มนำเข้า แต่ภายในคือจุดแลกเงินที่บริการรวดเร็ว แม่นยำ และที่ถูกใจมากคือเปิดถึงดึก (ประมาณ 22:30 น.) เหมาะกับคนที่เพิ่งนึกได้ว่าลืมแลกเงินก่อนเดินทางไฟลท์ดึก
- ชื่อ: THANIYA SPIRIT
- ที่อยู่: 62/7 ถนนธนิยะ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
แลกเงินไทย ต้องมีอะไรบ้างนะ?

ไม่ว่าจะกำลังเตรียมตัวเดินทางหรือเพิ่งกลับจากต่างประเทศ การแลกเงินให้ได้เรทดี รวดเร็ว และไม่สะดุด เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนไทย นี่คือสิ่งที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนเข้าไปใช้บริการร้านแลกเงินค่ะ
1. เอกสารยืนยันตัวตน (สำคัญที่สุด)
สำหรับคนไทย ต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริงหรือพาสปอร์ต
2. สภาพธนบัตรต้องดี
- แลกเงินบาทเป็นเงินต่างประเทศ: ควรเตรียมธนบัตรไทยที่สภาพดี ไม่ขาด ไม่เลอะ
- แลกเงินต่างประเทศกลับเป็นเงินบาท: ร้านแลกเงินในไทยค่อนข้างเข้มงวด ควรเป็นธนบัตรใหม่ สะอาด ไม่มีรอยขีดเขียน รอยปั๊ม หรือรอยขาด เพราะหากแบงก์เก่าหรือยับมาก อาจไม่รับแลก
3. สมาร์ทโฟนไว้เช็กเรทแบบเรียลไทม์
ก่อนแลก แนะนำให้เช็กอัตราแลกเปลี่ยนจากเว็บไซต์หรือแอปของร้านแลกเงินในขณะนั้น จะช่วยตัดสินใจได้ว่าควรแลกทันทีหรือรอจังหวะที่เรทดีกว่า
💡 เคล็ดลับ
- จองเงินล่วงหน้า: หากต้องการแลกเงินจำนวนมากหรือสกุลเงินหายาก ควรโทรสอบถามหรือจองผ่านแอปของร้านแลกเงินก่อน จะได้ไม่เสียเที่ยว
- เศษเงินต่างประเทศ: หากเหลือแบงก์ย่อยหรือเหรียญที่แลกคืนไม่ได้ แนะนำให้ใช้จ่ายที่สนามบินขากลับ หรือเก็บไว้ใช้ในทริปถัดไปก็ได้ค่ะ
แลกเงินไทยที่ไหนดี? รวม 5 จุดแลกเงินยอดนิยมสำหรับคนไทย

ไม่ว่าจะกำลังเตรียมตัวเดินทาง หรือเพิ่งกลับมาแล้วมีเงินต่างประเทศเหลือติดกระเป๋า การเลือกจุดแลกเงินให้เหมาะจะช่วยให้ได้เรทคุ้มกว่าและขาดทุนน้อยที่สุด เพราะเรทแลกเงินและค่าธรรมเนียมของแต่ละที่ต่างกันพอสมควร แค่รู้ว่าแลกเงินที่ไหนได้เรทดีที่สุด ก็ช่วยให้มีเงินเหลือไว้กิน เที่ยว หรือช้อปเพิ่มได้อีกเยอะเลย และนี่คือ 5 แหล่งแลกเงินไทยยอดนิยม พร้อมสรุปข้อดี–ข้อเสียแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเลือกวิธีแลกเงินที่คุ้มค่าและเหมาะกับการใช้งานของตัวเองมากที่สุด
1. ร้านแลกเงินเอกชนเจ้าดัง (Money Changer)
เช่น SuperRich (สีส้ม/สีเขียว), Vasu, OH! Rich
ขาไป:
ให้เรทดีที่สุด ส่วนต่างต่ำ เหมาะสำหรับการแลกเงินจำนวนมากก่อนเดินทาง
ขากลับ:
มักให้ราคารับซื้อคืนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับช่องทางอื่น
ข้อควรระวัง:
- ต้องใช้ บัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ตตัวจริง เท่านั้น
- ร้านส่วนใหญ่ ไม่รับแลกเหรียญ
- รับเฉพาะธนบัตรสภาพดี ไม่ขาด ไม่มีรอยปั๊มหรือรอยเปื้อน
2. เคาน์เตอร์ธนาคารในสนามบิน
ขาไป:
เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาแลกล่วงหน้า สามารถแลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่เรทจะสูงกว่าร้านแลกเงินข้างนอกพอสมควร
ขากลับ:
เหมาะสำหรับแลกเงินที่เหลือเล็กน้อย เพื่อปิดจบให้เรียบร้อยก่อนกลับบ้าน
3. บัตร Travel Card / กดเงินจากตู้ ATM ต่างประเทศ
เช่น YouTrip, Planet, SCB Planet
ขาไป:
ไม่ต้องพกเงินสดเยอะ สามารถแลกเงินเก็บไว้ในแอปฯ ตอนเรทดี แล้วใช้รูดจ่ายหรือกดเงินสดที่ต่างประเทศได้ เรทมักใกล้เคียงตลาดโลก
ขากลับ:
หากมีเงินเหลือในบัตร สามารถแลกกลับเป็นเงินบาทผ่านแอปฯ ได้ทันที สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเดินหาร้านแลกเงิน
4. ธนาคารในห้างหรือสาขาทั่วไป
ขาไป / ขากลับ:
เหมาะกับคนที่เน้นความปลอดภัยและความมั่นใจว่าได้ธนบัตรแท้ 100% แต่เรทมักไม่คุ้มเท่าร้านเอกชน
ข้อดี:
หาสาขาได้ง่าย ใกล้บ้าน ไม่ต้องเดินทางเข้าเมือง
5. โรงแรม
เหมาะสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่ออยู่ต่างประเทศแล้วเงินหมดกะทันหัน
ข้อดี:
สะดวกมาก ไม่ต้องออกไปหาที่แลกเงินด้านนอก บางแห่งเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อเสีย:
เรทแพงมาก และมักรับแลกเฉพาะสกุลเงินหลัก ๆ ไม่เหมาะกับการแลกเงินจำนวนมาก
การแลกเงินไทยให้คุ้มไม่ใช่เรื่องยาก แค่เลือกช่องทางให้เหมาะกับจังหวะและการใช้งานของตัวเอง เช็กเรทให้ดี เตรียมเอกสารให้พร้อม ก็ช่วยประหยัดเงินได้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทางหรือหลังกลับถึงบ้านอย่างสบายใจค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
แลกเงินที่ไหนคุ้มที่สุด?
แนะนำให้แลกที่ร้านแลกเงินเอกชนชื่อดังในตัวเมือง เช่น SuperRich เพราะโดยรวมจะได้เรทดีกว่าธนาคารและเคาน์เตอร์แลกเงินในสนามบินค่อนข้างมาก แต่หากจำเป็นต้องแลกที่สนามบิน แนะนำให้ลงไปที่ชั้น B สนามบินสุวรรณภูมิ (โซน Airport Rail Link) ซึ่งมักให้เรทดีกว่าค่ะควรแลกเงินบาทเป็นเงินต่างประเทศที่ไทย หรือไปแลกที่ปลายทางดี?
สำหรับสกุลเงินยอดนิยมอย่าง เยน วอน หรือดอลลาร์สหรัฐ การแลกจากไทยจะคุ้มกว่าค่ะ เพราะร้านแลกเงินในไทยมักให้เรทดีกว่าการนำเงินบาทไปแลกที่ต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เรทจะไม่ค่อยดีนัก ยกเว้นบางประเทศที่มีจุดแลกเงินเรทพิเศษจริง ๆไปต่างประเทศจำเป็นต้องพกเงินสดไหม หรือใช้บัตรอย่างเดียวพอ?
แม้ร้านอาหารหรือห้างใหญ่ ๆ จะรับบัตรเครดิตและ Travel Card แต่ควรพกเงินสดติดตัวไว้เสมอ เพราะร้านค้าท้องถิ่น ตลาดนัด รถเมล์ หรือแท็กซี่ในหลายประเทศยังรับเฉพาะเงินสด การมีเงินสดสำรองจะช่วยให้การเดินทางไม่สะดุดค่ะควรพกเงินสดไปวันละเท่าไหร่ดี?
โดยทั่วไป การพกเงินสดประมาณ 2,000–3,000 บาทต่อวันต่อคน มักเพียงพอสำหรับค่าอาหารระดับกลาง ค่าเดินทาง และของฝากเล็กน้อย แนะนำให้แบ่งเงินเก็บไว้หลายจุด ไม่ควรใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์ใบเดียวทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยระหว่างเดินทางค่ะ



