

บัตรเครดิตหาย 2569 ทำไงดี? วิธีอายัดบัตรและรวมเบอร์โทรด่วนทุกธนาคาร

โดย Porlaoongkum
22 มิถุนายน 2026

บัตรเครดิตหาย เป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และอาจสร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยทางการเงินได้ไม่น้อย โดยเฉพาะหากบัตรถูกนำไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต การรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนการอายัดบัตร การตรวจสอบรายการใช้จ่าย ไปจนถึงการขอออกบัตรใหม่ จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ บทความนี้ Trip.com ได้รวบรวมทุกสิ่งที่ควรรู้เมื่อบัตรหาย เพื่อให้คุณสามารถจัดการสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ
บัตรเครดิตหาย ต้องทำอะไรทันที? 5 ขั้นตอนเร่งด่วนที่ห้ามละเลย
เมื่อรู้ตัวว่าบัตรเครดิตหาย สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าตื่นตระหนก เพราะทุกนาทีหลังจากนั้นมีผลต่อความปลอดภัยทางการเงินของคุณโดยตรง หากมีผู้ไม่หวังดีเก็บบัตรไปได้และนำไปใช้ก่อนอายัดบัตร อาจเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นควรดำเนินการตามลำดับความสำคัญอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การตรวจสอบว่าบัตรหายจริงหรือไม่ การอายัดบัตร การตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลัง ไปจนถึงการแจ้งความและขอออกบัตรใหม่ เพื่อป้องกันความเสียหายและรักษาสิทธิ์ของผู้ถือบัตรให้มากที่สุด

ขั้นตอนที่ 1: ตั้งสติและตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนสรุปว่าบัตรหาย
ก่อนดำเนินการอายัดบัตร ควรใช้เวลาสักครู่เพื่อตรวจสอบว่าบัตรหายจริงหรือเพียงวางลืมไว้ในจุดต่างๆ ที่ใช้งานเป็นประจำ เช่น กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเดินทาง รถยนต์ โต๊ะทำงานหรือถุงช้อปปิ้งที่เพิ่งใช้งาน
หากเพิ่งใช้บัตรตามร้านค้า ร้านอาหาร หรือปั๊มน้ำมัน ควรโทรสอบถามสถานที่เหล่านั้นทันที เพราะหลายกรณีผู้ถือบัตรเพียงลืมบัตรไว้หลังชำระเงิน การตรวจสอบให้แน่ใจก่อนจะช่วยลดความยุ่งยากจากการอายัดบัตรและการขอออกบัตรใหม่โดยไม่จำเป็น
ขั้นตอนที่ 2: อายัดบัตรผ่านแอปธนาคาร หรือ โทรแจ้ง Call Center ทันที
หากตรวจสอบแล้วไม่พบบัตร และมั่นใจว่าบัตรสูญหาย ควรรีบติดต่อ Call Center ของธนาคารหรือบริษัทผู้ออกบัตรทันทีเพื่อทำการอายัดบัตรชั่วคราวหรือถาวร โดยไม่ควรรอจนถึงวันถัดไป เพราะอาจมีการนำบัตรไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต เบอร์ Call Center ของผู้ออกบัตรยอดนิยมในประเทศไทย ได้แก่
ธนาคาร / ผู้ออกบัตร | Call Center |
กสิกรไทย (KBank) | 0-2888-8888 |
ไทยพาณิชย์ (SCB) | 0-2777-7777 |
กรุงไทย (Krungthai) | 0-2111-1111 |
ธนาคารกรุงเทพ (BBL) | 1333 |
กรุงศรี (Krungsri) | 1572 |
KTC | 02-123-5000 |
UOB | 0-2285-1555 |
ttb | 1428 |
Citi (ปัจจุบันภายใต้ UOB) | 0-2285-1555 |
ปัจจุบันหลายธนาคารยังมีบริการอายัดบัตรผ่าน Mobile Banking หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร ซึ่งช่วยให้ดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลังเพื่อหารายการผิดปกติ
หลังจากอายัดบัตรแล้ว ควรตรวจสอบรายการใช้จ่ายย้อนหลังทันทีผ่าน Mobile Banking, Internet Banking หรือสอบถามข้อมูลจาก Call Center เพื่อดูว่ามีธุรกรรมใดที่คุณไม่ได้เป็นผู้ทำรายการหรือไม่
หากพบรายการผิดปกติ ควรจดบันทึกข้อมูลสำคัญ เช่น วันที่ เวลา จำนวนเงิน และชื่อร้านค้าไว้ให้ครบถ้วน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความและยื่นเรื่องคัดค้านรายการใช้จ่ายกับธนาคารในภายหลัง
ยิ่งแจ้งข้อมูลได้เร็วเท่าไร กระบวนการตรวจสอบและการปกป้องสิทธิ์ของผู้ถือบัตรก็จะยิ่งดำเนินการได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น
ขั้นตอนที่ 4: แจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน
แม้ว่าจะยังไม่แน่ใจว่าบัตรถูกขโมยหรือเพียงทำหาย การแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานถือเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเอกสารดังกล่าวสามารถใช้ยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และช่วยปกป้องสิทธิ์ของคุณหากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการใช้งานบัตรในอนาคต
นอกจากนี้ ธนาคารหรือสถาบันการเงินบางแห่งอาจขอสำเนาใบแจ้งความประกอบการพิจารณาออกบัตรใหม่ หรือใช้เป็นเอกสารเพิ่มเติม ในกรณีที่มีการโต้แย้งรายการใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดจากเจ้าของบัตร
ขั้นตอนที่ 5: ดำเนินการขอทำบัตรเครดิตใหม่กับธนาคาร
เมื่อดำเนินการอายัดบัตรและแจ้งความเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการยื่นคำขอออกบัตรเครดิตใบใหม่ โดยสามารถดำเนินการผ่านสาขาธนาคาร แอปพลิเคชัน Mobile Banking หรือ Call Center ตามช่องทางที่แต่ละธนาคารกำหนด โดยทั่วไปผู้ถือบัตรอาจต้องเตรียมข้อมูลหรือเอกสารประกอบ เช่น บัตรประชาชน, หมายเลขบัตรเครดิตเดิม (หากทราบ), ข้อมูลบัญชีที่ผูกกับบัตร, สำเนาใบแจ้งความ (ในบางกรณี)
เมื่อธนาคารอนุมัติการออกบัตรใหม่แล้ว จะมีการจัดส่งบัตรใบใหม่พร้อมหมายเลขบัตรใหม่ให้กับผู้ถือบัตร ซึ่งรายละเอียดและระยะเวลาในการับบัตรอาจแตกต่างกันไปแต่ละสถาบันการเงิน
ทำไมต้องอายัดบัตรเครดิตทันทีเมื่อบัตรหาย?
การอายัดบัตรเครดิตทันทีที่ทราบว่าบัตรสูญหายถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามมา เพราะแม้ว่าปัจจุบันร้านค้าหลายแห่งจะมีระบบยืนยันตัวตนเพิ่มเติม แต่ก็ยังมีธุรกรรมบางประเภทที่สามารถใช้ข้อมูลบนหน้าบัตรหรือบัตรตัวจริงในการชำระเงินได้ หากปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานเกินไป ผู้ไม่หวังดีก็อาจนำบัตรไปใช้ซื้อสินค้า ชำระค่าบริการ หรือธุรกรรมออนไลน์ได้โดยที่เจ้าของบัตรไม่รู้ตัว

นอกจากความเสียหายด้านการเงินที่อาจเกิดขึ้น การอายัดบัตรอย่างรวดเร็วยังช่วยลดความยุ่งยากในกระบวนการตรวจสอบรายการใช้จ่ายในภายหลัง เพราะธนาคารจะสามารถบันทึกเวลาในการแจ้งบัตรหายและระงับการใช้งานบัตรได้ทันที ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาความรับผิดชอบของผู้ถือบัตรและการคัดค้านรายการใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดจากเจ้าของบัตร
ในด้านกฎหมาย การแจ้งอายัดบัตรทันทีแสดงให้เห็นว่าผู้ถือบัตรได้ดำเนินการป้องกันความเสียหายอย่างเหมาะสมเมื่อทราบเหตุ หากเกิดกรณีพิพาทเกี่ยวกับรายการใช้จ่ายที่ไม่ถูกต้อง การมีหลักฐานการแจ้งอายัดบัตรและการแจ้งความจะช่วยสนับสนุนสิทธิ์ของผู้ถือบัตรในการขอให้ธนาคารตรวจสอบหรือยกเลิกรายการดังกล่าวได้ง่ายขึ้น
อีกประเด็นที่หลายคนมองข้ามคือผลกระทบต่อประวัติเครดิต หากมีการนำบัตรไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจนเกิดยอดค้างชำระ และเจ้าของบัตรไม่ทราบหรือไม่ได้ดำเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงที อาจส่งผลต่อภาระหนี้และสถานะเครดิตในอนาคตได้ การอายัดบัตรตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นวิธีที่ช่วยปกป้องทั้งวงเงินเครดิต ความน่าเชื่อถือทางการเงิน และความสบายใจของผู้ถือบัตรในระยะยาว
สรุปแล้ว เมื่อรู้ตัวว่าบัตรเครดิตหาย สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกหลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าหาไม่เจอ คือการติดต่อธนาคารเพื่ออายัดบัตรทันที เพราะยิ่งดำเนินการเร็วเท่าไร โอกาสเกิดความเสียหายจากการถูกนำบัตรไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตก็จะยิ่งลดลงมากเท่านั้น








































ขั้นตอนการทำบัตรเครดิตใหม่หลังบัตรหาย: เอกสาร ช่องทาง และค่าธรรมเนียม
หลังจากอายัดบัตรเครดิตเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการขอออกบัตรใหม่ เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานวงเงินเครดิตได้ตามปกติ ปัจจุบันธนาคารและผู้ให้บริการบัตรเครดิตส่วนใหญ่มีช่องทางอำนวยความสะดวกหลายรูปแบบ ทำให้ผู้ถือบัตรสามารถดำเนินการได้ง่ายกว่าที่เคย อย่างไรก็ตาม ก่อนยื่นคำขอควรเตรียมเอกสารและตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ ของแต่ละธนาคารให้ครบถ้วน เพื่อให้การออกบัตรใหม่เป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่มีปัญหาตามมา

3 ช่องทางในการแจ้งขอทำบัตรเครดิตใหม่
ปัจจุบัน ผู้ถือบัตรสามารถแจ้งขอออกบัตรเครดิตใหม่ได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้
1. โทรศัพท์ผ่าน Call Center
เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะในกรณีที่บัตรเพิ่งสูญหาย เพราะสามารถแจ้งอายัดบัตรและยื่นความประสงค์ขอออกบัตรใหม่ได้ในครั้งเดียว
ข้อดี
- ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ดำเนินการได้ทันทีจากทุกที่
- เหมาะสำหรับกรณีเร่งด่วน
ข้อเสีย
- อาจมีระยะเวลารอสายนานในช่วงที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก
- บางธนาคารอาจต้องให้ยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมภายหลัง
2. ติดต่อที่สาขาธนาคาร
สำหรับผู้ที่ต้องการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่โดยตรง สามารถนำเอกสารไปดำเนินการที่สาขาของธนาคารได้
ข้อดี
- ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่โดยตรง
- สามารถยื่นเอกสารและตรวจสอบข้อมูลได้ทันที
- เหมาะสำหรับกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัญชีหรือรายการใช้จ่าย
ข้อเสีย
- ต้องเดินทางไปยังสาขา
- จำกัดตามเวลาทำการของธนาคาร
3. ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของธนาคาร
หลายธนาคารในปัจจุบันรองรับการแจ้งบัตรหายและขอออกบัตรใหม่ผ่าน Mobile Banking หรือเว็บไซต์ทางการ
ข้อดี
- สะดวกและรวดเร็ว
- สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง
- ไม่ต้องเดินทางหรือรอสาย Call Center
ข้อเสีย
- ฟังก์ชันอาจแตกต่างกันในแต่ละธนาคาร
- บางกรณียังต้องยืนยันตัวตนเพิ่มเติมผ่านเจ้าหน้าที่
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการทำบัตรเครดิตใหม่
โดยทั่วไป ธนาคารมักใช้ข้อมูลเดิมของผู้ถือบัตรในการออกบัตรใหม่ จึงไม่จำเป็นต้องยื่นเอกสารด้านรายได้ซ้ำ แต่ควรเตรียมเอกสารสำคัญไว้ให้พร้อม ได้แก่
- บัตรประชาชนตัวจริง
- หมายเลขบัตรเครดิตเดิม (หากทราบ)
- เลขที่บัญชีที่ผูกกับบัตร
- ใบแจ้งความกรณีบัตรสูญหาย (ในบางธนาคาร)
- เอกสารยืนยันตัวตนเพิ่มเติมตามที่ธนาคารร้องขอ
ทั้งนี้ รายละเอียดเอกสารอาจแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคารหรือบริษัทบัตรเครดิต จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับผู้ให้บริการก่อนดำเนินการทุกครั้ง
ค่าธรรมเนียมทำบัตรเครดิตใหม่ กี่บาท และมีธนาคารไหนฟรีบ้าง?
ค่าธรรมเนียมในการออกบัตรเครดิตใหม่กรณีบัตรสูญหายหรือชำรุดจะแตกต่างกันตามนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงประมาณ 100–500 บาทต่อบัตร ตัวอย่างค่าธรรมเนียมที่พบได้บ่อย ได้แก่
ประเภทบัตร | ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ |
บัตรเครดิตทั่วไป | 100–300 บาท |
บัตรเครดิตระดับพรีเมียม | 300–500 บาท |
บัตรเสริม | อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตามเงื่อนไขธนาคาร |
อย่างไรก็ตาม หลายธนาคารอาจพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมให้ในบางกรณี เช่น เป็นการออกบัตรใหม่ครั้งแรก, บัตรชำรุดจากการใช้งานตามปกติ หรือแม้แต่เป็นลูกค้าระดับพรีเมียมหรือสมาชิกพิเศษ หลังจากยื่นคำขอเรียบร้อยแล้ว ธนาคารจะดำเนินการผลิตบัตรใหม่และจัดส่งไปยังที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้ โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 5-14 วันทำการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารและประเภทการจัดส่งที่เลือกใช้
บัตรเครดิตหาย ทำบัตรใหม่กี่วันได้? ระยะเวลาแต่ละธนาคาร
หลังจากแจ้งอายัดบัตรและยื่นคำขอออกบัตรเครดิตใหม่เรียบร้อยแล้ว แล้วจะต้องรอบัตรอีกนานแค่ไหน? โดยระยะเวลาการออกบัตรใหม่จะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร พื้นที่จัดส่ง และช่องทางที่ผู้ถือบัตรเลือกใช้ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5-14 วันทำการ
ระยะเวลารับบัตรใหม่ตามพื้นที่จัดส่ง
โดยปกติแล้ว การจัดส่งบัตรเครดิตใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะรวดเร็วกว่าต่างจังหวัด เนื่องจากอยู่ใกล้ศูนย์จัดส่งของธนาคาร
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล 3-7 วันทำการ
- ต่างจังหวัด 5-14 วันทำการ
- พื้นที่ห่างไกลหรือเกาะต่างๆ อาจใช้เวลามากกว่า 14 วันทำการ
ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาที่มีการขอออกบัตรจำนวนมาก หรือวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์
รับบัตรทางไปรษณีย์หรือรับที่สาขา แบบไหนเร็วกว่ากัน?
ปัจจุบันธนาคารส่วนใหญ่นิยมจัดส่งบัตรเครดิตใหม่ไปยังที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร แต่บางแห่งอาจมีบริการรับบัตรที่สาขาในบางกรณี
จัดส่งไปรษณีย์
- สะดวก ไม่ต้องเดินทาง
- เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเข้าธนาคาร
- ใช้เวลาตามรอบการผลิตและจัดส่งของธนาคาร
รับที่สาขา
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องรรับบัตรด้วยตนเอง
- อาจช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการจัดส่งผิดพลาด
- บางธนาคารอาจจำกัดสาขาที่สามารถรับบัตรได้
ก่อนเลือกช่องทางรับบัตร ควรสอบถามรายละเอียดจากธนาคารก่อน เนื่องจากเงื่อนไขอาจแตกต่างกันไปแล้วแต่ละผู้ให้บริการ
เปรียบเทียบระยะเวลาออกบัตรใหม่ของธนาคารหลัก
ธนาคาร/ผู้ออกบัตร | ระยะเวลารับบัตรใหม่โดยประมาณ |
KBank (กสิกรไทย) | 5-7 วันทำการ |
SCB (ไทยพาณิชย์) | 5-7 วันทำการ |
Krungthai (กรุงไทย) | 5-10 วันทำการ |
KTC | 5-10 วันทำการ |
Krungsri (กรุงศรี) | 5-10 วันทำการ |
BBL (กรุงเทพ) | 7-14 วันทำการ |
UOB | 7-14 วันทำการ |
บัตรเครดิตหายและถูกนำไปใช้แล้ว ต้องรับผิดชอบหนี้หรือไม่?

กรณีแจ้งอายัดทัน: สิทธิ์ที่ผู้ถือบัตรได้รับ
หากผู้ถือบัตรแจ้งอายัดบัตรทันทีเมื่อบัตรสูญหาย หรือแจ้งธนาคารทันทีหลังตรวจพบธุรกรรมผิดปกติ จะมีสิทธิ์ยื่นเรื่องโต้แย้งรายการใช้จ่ายกับธนาคารหรือบริษัทผู้ออกบัตร โดยทั่วไป ธนาคารจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูล เช่น
- วันและเวลาที่มีการแจ้งอายัดบัตร
- รายละเอียดของธุรกรรมที่เกิดขึ้น
- วิธีการยืนยันตัวตนในการทำรายการ
- ประวัติการใช้งานของผู้ถือบัตร
หากผลการตรวจสอบพบว่าผู้ถือบัตรไม่ได้เป็นผู้ทำรายการจริง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมนั้น ธนาคารมักให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของบัตรเครดิต และอาจยกเลิกรายการใช้จ่ายดังกล่าวให้ทั้งหมดหรือบางส่วน
สิ่งสำคัญคือควรเก็บหลักฐานต่างๆ ไว้ให้ครบ เช่น ใบแจ้งความ ข้อมูลการแจ้งอายัดบัตร และหลักฐานการติดต่อกับธนาคาร เพื่อช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น
กรณีแจ้งอายัดช้า: ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง?
ในกรณีที่บัตรเครดิตสูญหายเป็นเวลานาน แต่ผู้ถือบัตรไม่ได้ตรวจสอบหรือแจ้งอายัดบัตรทันที จนมีการนำบัตรไปใช้ก่อนการแจ้งธนาคารอาจพิจารณาว่าผู้ถือบัตรมีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นบางส่วน ตัวอย่างสถานการณ์ที่อาจส่งผลต่อการพิจารณา ได้แก่
- ทราบว่าบัตรหายแต่ไม่ได้รับแจ้งอายัด
- เก็บบัตรหรือข้อมูลบัตรไว้ในลักษณะที่เสี่ยงการถูกนำไปใช้
- เปิดเผยรหัสผ่านหรือข้อมูลสำคัญให้ผู้อื่นทราบ
- ไม่ตรวจสอบรายการใช้จ่ายเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ ระดับความรับผิดชอบจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี รวมถึงนโยบายของธนาคารและเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิตที่ผู้ถือบัตรได้ตกลงไว้ โดยธนาคารจะพิจารณาจากความเหมาะสมและพฤติการณ์แวดล้อมร่วมกัน
ดังนั้น เมื่อรู้ตัวว่าบัตรเครดิตหายหรือสงสัยว่ามีการใช้งานผิดปกติ สิ่งที่ควรทำคือรีบแจ้งอายัดบัตรและติดต่อธนาคารทันที เพราะยิ่งดำเนินการเร็วเท่าไร โอกาสได้รับความคุ้มครองและลดภาระความรับผิดชอบทางการเงินก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
บัตรเครดิตหายขณะเดินทางต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร?
ติดต่อ Visa หรือ Mastercard เพื่อขอบัตรฉุกเฉินในต่างประเทศ
หากบัตรเครดิตที่สูญหายเป็นบัตรที่อยู่ภายใต้เครือข่าย Visa หรือ Mastercard ผู้ถือบัตรสามารถขอรับความช่วยเหลือฉุกเฉินได้แม้อยู่ต่างประเทศ โดยบริการที่ได้รับจะแตกต่างกันไปตามประเภทบัตรและเงื่อนไขของธนาคารผู้ออกบัตร บริการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- การอายัดบัตรเครดิตที่สูญหายทันที
- การออกบัตรทดแทนฉุกเฉิน
- การเบิกเงินสดฉุกเฉิน
- การให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยและการเดินทาง
โดยทั่วไป บัตรทดแทนฉุกเฉินสามารถจัดส่งไปยังประเทศที่ผู้ถือบัตรพำนักอยู่ได้ภายในประมาณ 1-3 วันทำการ ขึ้นอยู่กับพื้นที่และเงื่อนไขการให้บริการ ส่วนกรณีที่ต้องการเงินสดเร่งด่วน Visa และ Mastercard อาจช่วยจัดหาเงินสดฉุกเฉินผ่านเครือข่ายพันธมิตรในประเทศนั้นๆ ได้
อย่างไรก็ตาม ผู้ถือบัตรควรติดต่อธนาคารเจ้าของบัตรเป็นลำดับแรกเสมอ เพราะธนาคารจะเป็นผู้ประสานงานกับเครือข่ายบัตรเครดิตและแจ้งรายละเอียดขั้นตอนที่ถูกต้องให้กับผู้ถือบัตร
เตรียมตัวอย่างไรก่อนเดินทางต่างประเทศเพื่อรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน
- บันทึกหมายเลข Call Center ของธนาคารและผู้ออกบัตรเครดิตไว้ในโทรศัพท์มือถือหรือสมุดบันทึก
- จดเลขบัตรเครดิต 4 หลักท้าย ชื่อธนาคาร และประเภทบัตรเก็บไว้ในที่ปลอดภัย
- แยกเก็บบัตรเครดิตแต่ละใบไว้คนละกระเป๋า เพื่อลดความเสี่ยง หากกระเป๋าใบใดใบหนึ่งสูญหาย
- พกเงินสดสำรองในสกุลเงินท้องถิ่นหรือสกุลเงินสากล เช่น ดอลลาร์สหรัฐ
- ติดตั้งและเปิดใช้งาน Mobile Banking หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร เพื่อให้สามารถอายัดบัตรและตรวจสอบธุรกรรมได้
- เปิดบริการแจ้งเตือนการใช้จ่ายผ่าน SMS หรือ Push Notification เพื่อรับรู้ความเคลื่อนไหวของบัตรแบบเรียลไทม์
- พกบัตรสำรองมากกว่า 1 ใบ โดยอาจเป็นคนละธนาคารหรือคนละเครือข่าย เช่น Visa และ Mastercard
การวางแผนล่วงหน้าเพียงเล็กน้อยสามารถช่วยให้คุณรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้การเดินทางต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น แม้ในกรณีที่บัตรเครดิตสูญหายระหว่างทริปก็ตาม
วิธีป้องกันบัตรเครดิตหายและการใช้บัตรอย่างปลอดภัย
พกบัตรเครดิตเท่าที่จำเป็นและเก็บรักษาอย่างถูกวิธี
หนึ่งในวิธีลดความเสี่ยงที่ง่ายที่สุดคือการพกบัตรเครดิตเฉพาะใบที่จำเป็นต้องใช้งานในแต่ละวัน ไม่ควรพกบัตรทุกใบติดตัวตลอดเวลา เพราะหากกระเป๋าสตางค์สูญหายหรือถูกขโมย จะส่งผลกระทบกับบัตรหลายใบพร้อมกัน
นอกจากนี้ ควรเก็บบัตรสำรองไว้ในสถานที่ปลอดภัย เช่น ตู้เซฟหรือจุดเก็บเอกสารสำคัญภายในบ้าน และเลือกใช้กระเป๋าสตางค์ที่มีช่องเก็บบัตรแน่นหนา ลดโอกาสที่บัตรจะหล่นหายระหว่างการใช้งานหรือการเดินทาง
ระวังสถานที่เสี่ยงที่มักทำบัตรหรือถูกขโมย
บัตรเครดิตมักสูญหายหรือถูกขโมยในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือในสถานการณ์ที่ผู้ถือบัตรกำลังเร่งรีบและขาดความระมัดระวัง ตัวอย่างสถานที่เสี่ยง ได้แก่
- ตู้ ATM และเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ
- ร้านอาหารและคาเฟ่ที่นำบัตรออกไปชำระเงินนอกสายตา
- ห้องน้ำสาธารณะ
- รถไฟฟ้า รถโดยสาร และรถสาธารณะ
- สนามบินและสถานีขนส่ง
- สถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
- งานเทศกาล คอนเสิร์ต หรือกิจกรรมที่มีผู้คนแออัด
ทุกครั้งหลังใช้บัตร ควรตรวจสอบว่าบัตรกลับเข้ากระเป๋าเรียบร้อยแล้ว และหลีกเลี่ยงการวางกระเป๋าสตางค์หรือโทรศัพท์ไว้ในจุดที่หยิบฉวยได้ง่าย
เปิดการแจ้งเตือนธุรกรรมและตั้งค่าความปลอดภัยบนแอปธนาคาร
ปัจจุบัน Mobile Banking ของธนาคารส่วนใหญ่มีฟังก์ชันแจ้งเตือนการใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้ผู้ถือบัตรรับรู้ทันทีเมื่อมีการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิต
ควรเปิดใช้งาน
- SMS Alert
- Push Notification ผ่านแอปธนาคาร
- การแจ้งเตือนเมื่อมีการใช้จ่ายออนไลน์
- การแจ้งเตือนเมื่อมียอดใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนด
นอกจากนี้ หลายธนาคารยังเปิดให้ผู้ใช้สามารถกำหนดวงเงินการใช้จ่ายรายวัน ปิดการใช้งานต่างประเทศ หรือปิดการซื้อสินค้าออนไลน์ชั่วคราวได้ผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกระดับหนึ่ง
ไม่ควรให้ผู้อื่นยืมบัตรเครดิตหรือเปิดเผยข้อมูลบัตร
แม้จะเป็นบุคคลใกล้ชิด การให้ผู้อื่นยืมบัตรเครดิตถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม เพราะตามเงื่อนไขของผู้ออกบัตร เจ้าของบัตรเป็นผู้รับผิดชอบต่อการใช้งานบัตรทุกกรณี
นอกจากนี้ ควรเก็บข้อมูลสำคัญของบัตรไว้เป็นความลับ เช่น
- หมายเลขบัตรเครดิต
- วันหมดอายุ
- รหัส CVV/CVC ด้านหลังบัตร
- รหัส OTP ที่ส่งผ่าน SMS
รวมถึงต้องระมัดระวังมิจฉาชีพในรูปแบบ Phishing ที่มักปลอมตัวเป็นธนาคาร บริษัทขนส่ง หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลบัตรเครดิตผ่านเว็บไซต์ปลอม อีเมล หรือข้อความ SMS หากได้รับข้อความหรือโทรศัพท์ที่ขอข้อมูลบัตร ควรตรวจสอบกับธนาคารโดยตรงก่อนทุกครั้ง
การใช้งานบัตรเครดิตอย่างปลอดภัยไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเพิ่มความระมัดระวังในการเก็บรักษาบัตร เปิดใช้งานระบบแจ้งเตือน และไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญให้ผู้อื่น ก็สามารถลดความเสี่ยงจากการสูญหายและการถูกนำบัตรไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตได้อย่างมาก
การทำบัตรเครดิตหาย เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่สิ่งสำคัญคือการรับมืออย่างรวดเร็วและเป็นขั้นตอน จะช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายทางการเงินได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน การใช้งานบัตรเครดิตอย่างรอบคอบก็จะช่วยป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อรู้วิธีป้องกันและวิธีรับมือที่ถูกต้อง คุณจะสามารถจัดการสถานการณ์บัตรเครดิตหายได้อย่างมั่นใจและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้มากที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรเครดิตหาย
-
ถ้าบัตรเครดิตหายต้องทำยังไง?
เมื่อทราบว่าบัตรเครดิตหาย ควรรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด เริ่มจากตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรไม่ได้วางลืมไว้ในสถานที่ที่เพิ่งใช้งาน จากนั้นโทรแจ้งอายัดบัตรกับธนาคารทันที เช่น KBank โทร. 0-2888-8888, SCB โทร. 0-2777-7777 หรือกรุงไทย โทร. 0-2111-1111 พร้อมตรวจสอบรายการใช้จ่ายย้อนหลังผ่านแอปธนาคารว่ามีธุรกรรมผิดปกติหรือไม่ และควรแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อนดำเนินการขอออกบัตรใหม่ -
บัตรเครดิตหาย ทำบัตรใหม่กี่บาท?
ค่าธรรมเนียมการออกบัตรเครดิตใหม่โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 100–500 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทบัตรและนโยบายของแต่ละธนาคาร อย่างไรก็ตาม บางธนาคารอาจยกเว้นค่าธรรมเนียมในกรณีที่แจ้งอายัดบัตรทันที หรือเป็นกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าบัตรถูกขโมย จึงควรสอบถามรายละเอียดล่าสุดกับธนาคารผู้ออกบัตรโดยตรง -
บัตรเครดิต KTC หายทำยังไง?
กรณีบัตรเครดิต KTC สูญหาย ให้รีบติดต่อ KTC โทร. 02-123-5000 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่ออายัดบัตร จากนั้นควรแจ้งความลงบันทึกประจำวันและดำเนินการขอออกบัตรใหม่ โดยทั่วไปจะต้องใช้เอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน และเอกสารเพิ่มเติมตามที่ KTC กำหนด โดยระยะเวลารับบัตรใหม่มักอยู่ที่ประมาณ 5–7 วันทำการ -
บัตรเครดิตหายต้องแจ้งความไหม?
แม้บางธนาคารอาจไม่ได้กำหนดให้ใบแจ้งความเป็นเอกสารบังคับ แต่แนะนำให้แจ้งความทุกครั้งที่บัตรเครดิตสูญหาย เพราะเอกสารดังกล่าวสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ช่วยปกป้องสิทธิ์ของผู้ถือบัตรหากมีการนำบัตรไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจจำเป็นต่อการดำเนินเรื่องกับธนาคารในบางกรณี -
บัตรเครดิตหายและถูกนำไปใช้แล้ว ต้องจ่ายหนี้แทนไหม?
หากผู้ถือบัตรรีบแจ้งอายัดทันทีหลังทราบว่าบัตรสูญหาย และสามารถยืนยันได้ว่าธุรกรรมดังกล่าวไม่ได้เกิดจากตนเอง ธนาคารส่วนใหญ่มักเปิดให้ยื่นคำร้องโต้แย้งรายการใช้จ่าย (Dispute) และพิจารณาให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของบัตร อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้เวลาผ่านไปนานก่อนแจ้งอายัด หรือมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายประมาทเลินเล่อ อาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วนตามผลการตรวจสอบของธนาคาร -
บัตรเครดิตหาย ทำบัตรใหม่กี่วันได้?
ระยะเวลาการออกบัตรเครดิตใหม่แตกต่างกันไปตามธนาคารและพื้นที่จัดส่ง โดยทั่วไปในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะใช้เวลาประมาณ 3–5 วันทำการ ส่วนต่างจังหวัดมักใช้เวลาประมาณ 5–10 วันทำการ หากธนาคารมีบริการรับบัตรที่สาขาหรือบริการจัดส่งด่วน ผู้ถือบัตรอาจได้รับบัตรใหม่เร็วขึ้น ทั้งนี้ควรสอบถามระยะเวลาที่แน่นอนกับธนาคารผู้ออกบัตรโดยตรง
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
บัตรเครดิตหายทำอย่างไร? รวมขั้นตอนอายัดบัตร ขอบัตรใหม่ และป้องกันความเสียหาย
- ● บัตรเครดิตหาย ต้องทำอะไรทันที? 5 ขั้นตอนเร่งด่วนที่ห้ามละเลย
- ● ทำไมต้องอายัดบัตรเครดิตทันทีเมื่อบัตรหาย?
- ● ขั้นตอนการทำบัตรเครดิตใหม่หลังบัตรหาย: เอกสาร ช่องทาง และค่าธรรมเนียม
- ● บัตรเครดิตหาย ทำบัตรใหม่กี่วันได้? ระยะเวลาแต่ละธนาคาร
- ● บัตรเครดิตหายและถูกนำไปใช้แล้ว ต้องรับผิดชอบหนี้หรือไม่?
- ● บัตรเครดิตหายขณะเดินทางต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร?
- ● วิธีป้องกันบัตรเครดิตหายและการใช้บัตรอย่างปลอดภัย
- ● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรเครดิตหาย
เราคือ Porlaoongkum ผู้รักการถ่ายรูปและการท่องเที่ยวทั่วโลก เปิดโลกการเที่ยวของตัวเองในทุกมุมมอง ไปเที่ยวมาแล้วทั้งในไทย และต่างประเทศ ทั้งลาว, ไต้หวัน, ฮ่องกง และเวียดนาม วันว่างๆ เราชอบออกไปเที่ยวและถ่ายรูป เก็บภาพสวยๆ ของแต่ละที่ที่ไม่ค่อยมีใครเห็น พร้อมพาทุกคนออกเดินทางไปพร้อมๆ กัน
เนื้อหายอดฮิต
-
คู่มือท่องเที่ยว
-
โปรโมชั่น Trip.com
- china arrival card
- ส่วนลด trip.com
- ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ Trip.com
- วันหยุดจีน
- eSIM
- eSim จีน
- รถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้
- Trip.com Vip Lounge Access
- e cigarette on flight
- ที่พักเฉิงตู
- รถไฟใต้ดินปักกิ่ง
- การเลือกที่นั่งเที่ยวบิน Trip.com
- buy extra baggage airasia
- ขอคืนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- don mueang airport lounge
- รถไฟใต้ดินเซินเจิ้น
- สนามบินเฉิงตู เทียนฟู่ เข้าเมือง
- วิธีการชำระเงิน trip.com
- ขอเงินคืนโรงแรม Trip.com
- นโยบายการยกเลิก Trip.com
- esim คือ
- ข้อจำกัดการพกเงินสดยุโรป
- ยกเลิกเที่ยวบิน
- รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง
- เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- รถไฟจีน
- eSim ญี่ปุ่น
- laos to china train
- รถไฟใต้ดินหางโจว
- ที่เที่ยวเฉิงตู
NO.1







































