
ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในปี 2569 แต่ก่อนออกเดินทางควรรู้เรื่อง ของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น ให้ชัดเจน เพราะกฎศุลกากรและข้อจำกัดในการนำเข้าสินค้าบางประเภทมีการอัปเดตอยู่เสมอ หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับยา อาหาร หรือสิ่งของที่พกเข้าไปแล้วเสี่ยงผิดกฎหมาย บทความนี้ Trip.com จึงรวบรวมข้อมูลของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น 2569 พร้อมข้อควรรู้ก่อนเดินทาง วิธีเตรียมตัวผ่านศุลกากร และขั้นตอนสำคัญที่นักท่องเที่ยวควรเช็กก่อนทริป เพื่อให้เที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างสบายใจและไร้กังวล
เช็กให้ชัวร์ก่อนบิน! ของต้องห้ามและของที่จำกัดการนำเข้าประเทศญี่ปุ่น
ก่อนจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่น ควรตรวจสอบกฎศุลกากรให้ดี เพราะญี่ปุ่นมีมาตรการกักกันพืชและสัตว์ที่เข้มงวดมาก หากเผลอนำของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่นติดตัวไป อาจถูกยึดของ ปรับเงิน หรือในบางกรณีอาจถูกปฏิเสธการเข้าประเทศได้ เพื่อให้การเดินทางราบรื่น ควรตรวจสอบรายการสิ่งของต้องห้ามและของที่มีข้อจำกัดในการนำเข้าให้ครบก่อนออกเดินทาง
สรุปครบจบ! เช็กด่วนก่อนเดินทาง เซฟเก็บไว้ไม่พลาดแน่นอน
หากกลัวว่าจะลืมตรวจสอบอะไรบางอย่างเกี่ยวกับของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น ลองใช้เช็กลิสต์สรุปสั้นๆ เพื่อตรวจทานอีกครั้งก่อนเดินทาง วิธีนี้จะช่วยให้คุณเช็กของในกระเป๋าได้ง่ายและรวดเร็ว แนะนำให้แคปหน้าจอเก็บไว้ในมือถือ เพื่อหยิบขึ้นมาเช็กได้สะดวกก่อนเช็กอินหรือระหว่างอยู่ที่สนามบิน
หมวดหมู่สิ่งของ | ตัวอย่างที่น่าสนใจ | สถานะ | หมายเหตุ |
❌ รายการสิ่งของต้องห้ามเด็ดขาด | ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ทุกชนิด (เนื้อแห้ง, ไส้กรอก, กุนเชียง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์) | ห้ามเด็ดขาด | ถึงจะแพ็คสูญญากาศมาก็ไม่ได้นะ! |
ผลไม้สด ผัก และพืชที่มีดินติดมาด้วยส่วนใหญ่ | ห้ามเด็ดขาด | ||
ผลิตภัณฑ์ CBD, กัญชา และยาเสพติด | ห้ามเด็ดขาด | ผลลัพธ์ร้ายแรง | |
แผ่นซีดีเถื่อนและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ | ห้ามเด็ดขาด | ||
⚠️ ข้อจำกัดและรายการที่ต้องสำแดง | เงินสด เช็ค และหลักทรัพย์ | ต้องสำแดงหากพกเงินเกิน 1 ล้านเยน | |
ทองคำ (ความบริสุทธิ์ 90% ขึ้นไป) | หากน้ำหนักเกิน 1 กิโลกรัม ต้องสำแดง | สินค้าที่มีมูลค่ารวมเกิน 200,000 เยน จะต้องเสียภาษี | |
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ | 3 ขวด (ขวดละไม่เกิน 760 มล.) | หากเกินกำหนดต้องเสียภาษี | |
บุหรี่ | 200 มวน (1 คอตตอน (Carton)) | หากเกินกำหนดต้องเสียภาษี | |
ไส้บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้ความร้อน | 10 ห่อ | ||
ยาสามัญประจำบ้าน | ปริมาณสำหรับใช้ภายใน 2 เดือน | ||
ยาตามใบสั่งแพทย์ | สำหรับใช้งานภายใน 1 เดือน | แนะนำให้พกใบรับรองแพทย์ติดตัวไปด้วย | |
🤔 ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย | เมนูเนื้อสัตว์บนเครื่องบิน | ห้ามนำลงจากเครื่องบินเด็ดขาด | |
เอ้กโรลไส้หมูหยอง และขนมไหว้พระจันทร์ไส้เนื้อสัตว์ | ห้ามเด็ดขาด | จัดเป็นผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ | |
อาหารพร้อมทานที่มีเนื้อสัตว์ (ถุงรีทอร์ท) | ห้ามเด็ดขาด |
1. ของต้องห้ามนำเข้า (ห้ามนำติดตัวไปเด็ดขาด!)

รายการต่อไปนี้ถือเป็นของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่นที่ไม่ควรนำติดตัวไปโดยเด็ดขาด เพราะอาจถูกยึด ปรับเงิน หรือมีปัญหากับด่านศุลกากรได้
ยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
สิ่งเสพติดทุกประเภท เช่น เฮโรอีน โคเคน ยาอี กัญชา และฝิ่น ถือเป็นสิ่งต้องห้ามนำเข้าญี่ปุ่นโดยเด็ดขาด
ข้อควรระวังเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ CBD แม้ว่า CBD (Cannabidiol) จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยม แต่ญี่ปุ่นมีกฎหมายควบคุมเข้มงวดมาก หากมีส่วนผสมของ THC จะถือว่าผิดกฎหมายทันที และแม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า THC-free แต่หากไม่มีใบรับรองชัดเจน ก็อาจมีปัญหาที่ด่านศุลกากรได้ ดังนั้นแนะนำว่าไม่ควรพกผลิตภัณฑ์ CBD เข้าญี่ปุ่นเลยจะปลอดภัยที่สุด
ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ (กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ)
กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่นมีกฎเข้มงวดเกี่ยวกับการนำเข้าอาหารจากเนื้อสัตว์ เพื่อป้องกันโรคระบาดในปศุสัตว์ เช่น โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF)
ตัวอย่างอาหารที่ห้ามนำเข้า ได้แก่
- เนื้อสด
- เนื้อปรุงสุก
- แฮม
- ไส้กรอก
- เบคอน
- เนื้อแห้ง (เช่น เนื้อวัวอบแห้ง หมูแผ่น)
- หมูหยอง
แม้จะเป็นอาหารบรรจุสูญญากาศ หากไม่มีใบรับรองการกักกันโรคที่ญี่ปุ่นยอมรับ ก็ยังถือว่าเป็น ของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น
สิ่งที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาหารที่พกติดตัว
- อาหารบนเครื่องบิน
หากอาหารมีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ เช่น แซนด์วิชไก่หรือเบอร์เกอร์ ห้ามนำลงจากเครื่องเพื่อนำเข้าญี่ปุ่น - บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป / บะหมี่ถ้วย
หากมีเนื้อสัตว์เป็นชิ้นอยู่ในผลิตภัณฑ์ มักจะถูกห้ามนำเข้า แต่ถ้าเป็นเพียงผงปรุงรสที่มีสารสกัดจากเนื้อสัตว์ อาจผ่านได้ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ศุลกากร - ขนมที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสม
เช่น ทองม้วนหมูหยอง ขนมไหว้พระจันทร์ไส้เนื้อสัตว์ กุนเชียง หรือของฝากที่มีเนื้อสัตว์ ถือว่าเป็นของต้องห้ามนำเข้า
ผลไม้และพืชพรรณบางชนิด
ผลไม้สดส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบกักกันโรค เช่น แอปเปิล ลูกแพร์ ลูกท้อ หรือผลไม้ตระกูลส้ม ห้ามนำเข้าประเทศญี่ปุ่น รวมถึงพืชที่มีดินติดอยู่ก็ไม่สามารถนำเข้าได้เช่นกัน
2. เนื้อสัตว์กระป๋องและอาหารกึ่งสำเร็จรูป (Retort Pouch) นำเข้าได้ไหม?

คำถามยอดฮิตของนักท่องเที่ยวคือ “พกอาหารกระป๋องเข้าญี่ปุ่นได้ไหม?” แม้บางประเภทจะดูเหมือนนำเข้าได้ แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัดหลายอย่างที่ควรระวัง
อาหารกระป๋อง (Tinned Food)
โดยหลักการแล้ว อาหารกระป๋องที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงอาจสามารถนำเข้าญี่ปุ่นได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจตรวจสอบฉลากและส่วนผสมอย่างละเอียด ซึ่งต้องมีข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่น หากมีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์บางชนิด ก็อาจถูกปฏิเสธการนำเข้าได้เช่นกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก แนะนำว่าไม่ควรพกอาหารกระป๋องที่มีเนื้อสัตว์ติดตัวไป
อาหารสำเร็จรูปแบบถุงฟอยล์ (Retort Pouch)
อาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ เช่น แกงกะหรี่สำเร็จรูปหรือซุปพร้อมทาน แม้จะผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว แต่หากมีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ ส่วนใหญ่ยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่นเว้นแต่จะมีเครื่องหมายรับรองการกักกันที่ตรงตามมาตรฐานของญี่ปุ่น ซึ่งพบได้ยากมากในสินค้าทั่วไป
ดังนั้น หากต้องการผ่านด่านศุลกากรได้อย่างรวดเร็วและไม่เกิดปัญหา แนะนำให้หลีกเลี่ยงการพกอาหารพร้อมทานที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ไปญี่ปุ่นจะดีที่สุด
3. สิ่งของที่จำกัดการนำเข้า
สิ่งของบางประเภทสามารถนำติดตัวเข้าญี่ปุ่นได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของศุลกากรญี่ปุ่น หากนำเข้าเกินปริมาณที่กำหนด อาจต้องเสียภาษีเพิ่มเติม หรือจำเป็นต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าประเทศ
เงินสดและหลักทรัพย์
หากพกเงินสด เงินตราต่างประเทศ เช็ค หรือเอกสารทางการเงินรวมกัน เกิน 1,000,000 เยน จะต้องยื่นแบบฟอร์มสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่นเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ ไม่ได้ห้ามพกเงินจำนวนมาก แต่เป็นมาตรการป้องกันการฟอกเงิน จึงต้องแจ้งรายละเอียดตามความเป็นจริงก่อนเข้าประเทศ
ทองคำ (สินค้าที่ตรวจสอบเข้มงวด)
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ศุลกากรญี่ปุ่นมีการตรวจสอบการนำเข้าทองคำอย่างเข้มงวดมากขึ้น
- ทองคำที่มีความบริสุทธิ์ 90% ขึ้นไป และมีน้ำหนัก ตั้งแต่ 1 กิโลกรัมขึ้นไป ต้องสำแดงต่อศุลกากร
- หากทองคำ เช่น สร้อยคอหรือทองคำแท่ง มี มูลค่ารวมเกิน 200,000 เยน แม้น้ำหนักจะไม่ถึง 1 กิโลกรัม ก็ถือเป็นสินค้านำเข้า และต้องผ่านช่องแดง (Red Channel) เพื่อชำระภาษี
หากไม่สำแดงและถูกตรวจพบ อาจถูกปรับหรือถูกยึดของได้ ดังนั้นผู้ที่สวมเครื่องประดับทองมูลค่าสูงควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ
โควตานำเข้าเหล้าและบุหรี่ปลอดภาษี (2569)
นักท่องเที่ยวสามารถนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ได้ในปริมาณที่กำหนด ดังนี้
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ไม่เกิน 3 ขวด (ขวดละไม่เกิน 760 มล.)
- บุหรี่: 200 มวน (หรือ 1 คอตตอน)
- ซิการ์: 50 มวน
- บุหรี่แบบใช้ความร้อน (เช่น IQOS): 10 ซอง
หากนำเข้าเกินจำนวนที่กำหนด จะต้องเสียภาษีเพิ่มเติมตามกฎหมายศุลกากรญี่ปุ่น
เครื่องสำอางและของใช้ส่วนตัว
สามารถนำเข้าเพื่อใช้ส่วนตัวได้ โดยทั่วไปจำกัด ไม่เกินชนิดละ 24 ชิ้น หากมีจำนวนมากกว่านี้อาจถูกพิจารณาเป็นสินค้านำเข้าเชิงพาณิชย์
เคล็ดลับการเดินทางจาก Trip.com: เพื่อให้ผ่านด่านศุลกากรได้สะดวก แนะนำให้รวมอาหาร ยา และของใช้ที่ต้องตรวจสอบไว้ในกระเป๋าใบเดียวกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้ง่าย และก่อนออกเดินทางอย่าลืมเช็กน้ำหนักกระเป๋าให้เรียบร้อย จะได้มีพื้นที่เหลือสำหรับของฝากจากญี่ปุ่นกลับบ้าน
เตรียมตัวให้ดี อย่าให้ยาประจำตัวกลายเป็นของต้องห้าม!
สำหรับนักเดินทางที่มีโรคประจำตัวหรือมักพกยาสามัญติดตัวไว้ ยิ่งต้องตรวจสอบกฎระเบียบให้ดี เพราะ ของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่นบางรายการเกี่ยวข้องกับยาและสารออกฤทธิ์บางชนิด ที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะยาที่มีส่วนผสมของสารกระตุ้น (Stimulants) ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้โดยไม่รู้ตัว

ที่มาของภาพ: นิตยสาร Common Health
1. รายชื่อยาต้องห้ามนำเข้าประเทศญี่ปุ่น
ยาบางชนิดถูกควบคุมอย่างเข้มงวดในญี่ปุ่น หากพกพาเกินปริมาณที่กำหนดหรือไม่ได้ขออนุญาตล่วงหน้า อาจเข้าข่ายของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น และมีความเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายได้ โดยเฉพาะยาที่มีส่วนผสมของสารต่อไปนี้
ซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine)
มักพบในยาแก้คัดจมูก ยาแก้หวัด และยาลดน้ำมูกบางชนิด หากยามีส่วนผสมของสารนี้เกิน 10% จะถูกห้ามนำเข้าญี่ปุ่นโดยเด็ดขาด แม้ยาบางยี่ห้ออาจอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย แต่ควรตรวจสอบฉลากส่วนประกอบอย่างละเอียดก่อนพกติดตัวไป
โคเดอีน (Codeine)
มักพบในยาแก้ไอหรือยาแก้ปวดชนิดแรง เนื่องจากเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงถูกควบคุมอย่างเข้มงวด หากจำเป็นต้องนำติดตัวไป ควรมีใบสั่งแพทย์และขออนุญาตล่วงหน้าตามขั้นตอนที่กำหนด
2. ปริมาณสูงสุดในการพกพายาสามัญ (OTC) และยาตามใบสั่งแพทย์
การพกยาติดตัวไปญี่ปุ่นสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในปริมาณที่กำหนดเพื่อใช้ส่วนตัว
- ยาสามัญทั่วไป (OTC): สามารถนำติดตัวไปได้ไม่เกินปริมาณสำหรับใช้ประมาณ 2 เดือนต่อคนต่อชนิด (โดยทั่วไปไม่เกินประมาณ 24 บรรจุภัณฑ์)
- ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์: จำกัดปริมาณไม่เกินสำหรับใช้ 1 เดือนต่อคน
- ยาประเภทฉีด เช่น อินซูลิน: สามารถพกไปได้สำหรับใช้งานประมาณ 1 เดือน รวมถึงอุปกรณ์ฉีดยาที่จำเป็น
3. วิธีพกยาติดตัวไปเที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย
เก็บยาไว้ในบรรจุภัณฑ์เดิม
ควรเก็บยาไว้ในกล่องหรือแผงเดิมที่มีฉลากส่วนประกอบชัดเจน ไม่ควรนำยาออกจากแผงไปใส่ตลับรวมกัน หากฉลากมีข้อมูลภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
เตรียมใบรับรองแพทย์
หากต้องพกยาที่แพทย์สั่ง ควรมีใบรับรองแพทย์หรือสำเนาใบสั่งยาเป็นภาษาอังกฤษติดตัวไว้ เพื่อใช้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร
กรณีพกยาเกินปริมาณที่กำหนด
หากจำเป็นต้องพกยาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว ต้องยื่นขอใบรับรองการนำเข้ายา (Yakkan Shomei) จากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นก่อนเดินทาง และต้องแสดงเอกสารนี้ต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่น
ขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่นและวิธีลงทะเบียนเข้าเมือง อัปเดต 2569
ปัจจุบันการเข้าประเทศญี่ปุ่นสะดวกมากขึ้นด้วยระบบออนไลน์อย่าง Visit Japan Web (VJW) ซึ่งช่วยให้ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรรวดเร็วขึ้น นักท่องเที่ยวสามารถกรอกข้อมูลล่วงหน้าก่อนเดินทาง เพื่อลดเวลาการกรอกเอกสารเมื่อถึงสนามบินญี่ปุ่น
1. อัปเดตล่าสุด Visit Japan Web รวมขั้นตอนเข้าเมืองและศุลกากร
หลังจากมีการอัปเดตระบบตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา Visit Japan Web ได้รวมขั้นตอนสำคัญของการเข้าประเทศไว้ในระบบเดียว ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้ QR Code เพียงหนึ่งเดียว สำหรับทั้งการตรวจคนเข้าเมืองและการสำแดงศุลกากร
รูปแบบเดิม: นักท่องเที่ยวต้องแสดง QR Code แยกกัน 2 แบบ ได้แก่
- QR Code สำหรับตรวจคนเข้าเมือง
- QR Code สำหรับสำแดงศุลกากร
อัปเดตใหม่ปี 2569 ระบบถูกปรับให้ใช้งานง่ายขึ้น โดยสามารถใช้ QR Code เดียว เพื่อผ่านทั้งด่านตรวจคนเข้าเมือง และด่านศุลกากรหลังรับกระเป๋า ช่วยให้ขั้นตอนเข้าประเทศญี่ปุ่นรวดเร็วและสะดวกมากขึ้นสำหรับนักเดินทางทุกคน
2. ขั้นตอนการกรอกใบสำแดงศุลกากรญี่ปุ่น (สรุปครบจบในที่เดียว)
เพื่อประหยัดเวลาและไม่ต้องเสียเวลากรอกเอกสารที่สนามบิน อย่าลืมลงทะเบียนออนไลน์ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางนะ
ลงทะเบียนบัญชี: เข้าไปที่เว็บไซต์ Visit Japan Web เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานส่วนตัว (แนะนำให้สมัครด้วยอีเมล)

ลงทะเบียนแผนการเดินทาง: กรอกข้อมูลเที่ยวบินและที่อยู่โรงแรมในญี่ปุ่น (แนะนำให้กรอกชื่อโรงแรมและเบอร์โทรศัพท์ให้ตรงตามข้อมูลในใบยืนยันการจองของ Trip.com เพื่อความถูกต้องแม่นยำ)
ใบ ตม. (Arrival Card): กรอกข้อมูลตามจริง ทั้งวัตถุประสงค์ในการเดินทางและจำนวนวันที่พำนัก

ที่มา: Visit Japan Web
การสำแดงสิ่งของที่นำติดตัวมา/ของที่ส่งตามมาภายหลัง
นี่คือใบสำแดงศุลกากรญี่ปุ่นในรูปแบบดิจิทัลนั่นเอง ระบบจะสอบถามว่าคุณได้พกพาสิ่งของต้องห้าม ยาสูบหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกินโควตาปลอดภาษี หรือเงินสดมูลค่าเกิน 1 ล้านเยนหรือไม่ โปรดเลือกตอบ "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" ตามความเป็นจริง หากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้ามในกระเป๋าเดินทาง แนะนำให้อ่านรายละเอียดในส่วนนี้อย่างละเอียดเพื่อความชัวร์ก่อนออกเดินทาง

ที่มา: Visit Japan Web
การสร้าง QR Code: เมื่อทำรายการเสร็จสิ้น ระบบจะสร้าง QR Code สีดำ/แบบทั่วไปขึ้นมาให้

ที่มา: Visit Japan Web
แคปหน้าจอเก็บไว้กันเหนียว: เนื่องจาก WiFi ที่สนามบินญี่ปุ่นบางครั้งอาจไม่เสถียร แนะนำให้แคปหน้าจอ QR Code เก็บไว้ในอัลบั้มรูปภาพบนมือถือ และตอนสแกนอย่าลืมปรับความสว่างหน้าจอให้สูงสุด เพื่อให้สแกนได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
3. เดินทางเป็นครอบครัว ต้องแจ้งหรือลงทะเบียนอย่างไร?
การสำแดงศุลกากร
หากเดินทางเข้าญี่ปุ่นเป็นครอบครัวและพักอาศัยอยู่ที่เดียวกัน สามารถให้ตัวแทนเพียง 1 คนเป็นผู้กรอกแบบฟอร์มสำแดงศุลกากร ผ่านระบบ Visit Japan Web ได้ เมื่อถึงด่านตรวจ ทุกคนในครอบครัวสามารถเดินเข้าช่องตรวจเดียวกันพร้อมกันได้ ทำให้ขั้นตอนผ่านศุลกากรสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง (Immigration)
โดยทั่วไปผู้ใหญ่แต่ละคนจะต้องแสดง QR Code ของตัวเอง ต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ส่วนเด็กเล็กหรือทารกสามารถลงทะเบียนเป็น “สมาชิกครอบครัวที่เดินทางด้วยกัน” (Accompanying Family Members) ในระบบ Visit Japan Web ได้ และให้ผู้ปกครองแสดง QR Code แทนในขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง
วิธีซื้อของ Tax-free และข้อกำหนดในการนำของกลับไทย
หลังจากช้อปปิ้งในญี่ปุ่นกันเต็มที่แล้ว ก่อนเดินทางกลับควรตรวจสอบกฎเกี่ยวกับการซื้อสินค้า Tax-free และการนำของกลับประเทศไทยให้เรียบร้อย เพราะสินค้าบางประเภทอาจมีข้อจำกัดทั้งตอนออกจากญี่ปุ่นและตอนเข้าประเทศปลายทาง
ของต้องห้าม! อะไรบ้างที่ห้ามนำออกจากญี่ปุ่น หรือนำกลับเข้าไทย?
นี่คือข้อควรรู้สำคัญเกี่ยวกับการเดินทางออกจากญี่ปุ่นและการนำของกลับเข้าประเทศปลายทาง

ที่มาของภาพ: PTS News
ข้อจำกัดเมื่อนำเงินสดออกจากญี่ปุ่น
หากพกเงินสดหรือหลักทรัพย์ออกนอกประเทศ เกิน 1,000,000 เยน จะต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่นก่อนออกจากประเทศ
สินค้าจากสัตว์ป่าคุ้มครอง (CITES)
สินค้าที่ทำจากสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น งาช้าง หนังจระเข้ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์หายาก อาจมีข้อจำกัดในการนำเข้าและส่งออก จึงควรตรวจสอบกฎระเบียบก่อนซื้อหรือพกพาออกจากญี่ปุ่น
ข้อควรระวังเกี่ยวกับยาและของฝากบางประเภท
ยาบางชนิดที่ซื้อจากญี่ปุ่น เช่นยาแก้ปวดหรือยาแก้หวัด แม้จะขายทั่วไปในญี่ปุ่น แต่บางประเทศอาจจัดเป็นยาควบคุม หากนำกลับไปจำนวนมากอาจมีความผิดได้ ดังนั้นควรพกในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับใช้ส่วนตัวเท่านั้น
ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ CBD
แม้ในญี่ปุ่นอาจพบสินค้า เช่น อาหารเสริม น้ำมันหอมระเหย หรือสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ CBD แต่บางประเทศมีข้อห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด ดังนั้นก่อนซื้อของฝากควรตรวจสอบฉลากและกฎหมายของประเทศปลายทางให้ดี
บุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ
การนำบุหรี่หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบกลับประเทศปลายทางมักมีโควตาปลอดภาษี เช่น บุหรี่ทั่วไปหรือบุหรี่แบบใช้ความร้อน (เช่น IQOS) หากมีจำนวนเกินกว่าที่กำหนด จะต้องสำแดงและชำระภาษีตามกฎหมายศุลกากรของประเทศนั้นๆ
ข้อจำกัดด้านอาหาร
อาหารบางประเภท เช่น
- เนื้อสัตว์ดิบหรือเนื้อสัตว์ป่า
- ไข่ดิบหรืออาหารที่มีส่วนผสมของไข่ดิบ
- สัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์จากสัตว์บางชนิด
มักมีข้อจำกัดในการนำเข้าหลายประเทศ ส่วนผลไม้หรือผักสดบางชนิดอาจนำเข้าได้ในปริมาณเล็กน้อยสำหรับบริโภคส่วนตัว แต่ควรหลีกเลี่ยงพืชที่มีดินติดมาด้วยเพื่อป้องกันปัญหาที่ด่านตรวจ
ก่อนเดินทางกลับจากญี่ปุ่น ควรตรวจสอบกฎศุลกากรของประเทศปลายทางอีกครั้ง เพื่อให้การนำของฝากกลับบ้านเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เกิดปัญหาที่สนามบิน
เช็กลิสต์เตรียมตัวเดินทางกลับไทย
หมวดหมู่สิ่งของ | ตัวอย่างที่น่าสนใจ | สถานะ | หมายเหตุ |
❌ รายการสิ่งของต้องห้ามเด็ดขาด | บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ (เช่น IQOS, RELX, พอตไฟฟ้า) | ห้ามเด็ดขาด | กฎหมายไทยห้ามนำเข้า ครอบครอง หรือจำหน่าย |
❌ รายการสิ่งของต้องห้ามเด็ดขาด | ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเสพติด เช่น กัญชาหรือสารต้องห้ามบางชนิด | ห้ามเด็ดขาด | หากมีสารที่เข้าข่ายยาเสพติดตามกฎหมายไทยอาจมีโทษทางกฎหมาย |
❌ รายการสิ่งของต้องห้ามเด็ดขาด | สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เช่น งาช้าง) | ห้ามเด็ดขาด | อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าและอนุสัญญา CITES |
⚠️ ข้อจำกัดและรายการที่ต้องสำแดง | บุหรี่ | จำกัด 200 มวน | เกินกว่านี้ต้องสำแดงและเสียภาษี |
⚠️ ข้อจำกัดและรายการที่ต้องสำแดง | เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ | จำกัด 1 ลิตร | เกินโควตาต้องเสียภาษีตามศุลกากร |
⚠️ ข้อจำกัดและรายการที่ต้องสำแดง | สินค้ามูลค่าสูง เช่น ของฝากหรือสินค้าแบรนด์เนม | เกิน 20,000 บาทต้องสำแดง | หากไม่สำแดงอาจถูกปรับหรือยึดสินค้า |
5 ที่เที่ยวญี่ปุ่นยอดฮิตที่ต้องไปเช็กอิน
1. โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท (Tokyo Disney Resort)

หนึ่งในสวนสนุกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย โตเกียวดิสนีย์แลนด์ และ โตเกียวดิสนีย์ซี ซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดิสนีย์แลนด์โดดเด่นด้วยบรรยากาศเทพนิยายและปราสาทสุดไอคอนิก ส่วนดิสนีย์ซีเป็นสวนสนุกธีมทะเลที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก ภายในมีโซนธีมหลากหลายและเครื่องเล่นยอดฮิตมากมาย รวมถึงการพบปะกับตัวละครดิสนีย์อย่างมิกกี้ เมาส์ และเพื่อน ๆ เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและนักท่องเที่ยวทุกวัย
2. โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)

แลนด์มาร์กสีแดง-ขาวอันโดดเด่นของกรุงโตเกียวที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด จากจุดชมวิว Main Deck ที่ความสูงประมาณ 150 เมตร และ Top Deck ที่ความสูงประมาณ 250 เมตร คุณสามารถชมวิวเมืองโตเกียวได้แบบพาโนรามา 360 องศา ในวันที่ท้องฟ้าเปิดยังสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย อีกหนึ่งไฮไลต์คือพื้นกระจกใสที่ให้คุณมองเห็นวิวถนนด้านล่าง สร้างประสบการณ์ตื่นเต้นไม่เหมือนใคร
3. ซันไชน์ อะควาเรียม (Sunshine Aquarium)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้าอาคาร Sunshine City ในย่านอิเคะบุคุโระ โดดเด่นด้วยคอนเซปต์ “Oasis in the Sky” หรือโอเอซิสกลางเมือง ไฮไลต์สำคัญคือแท็งก์น้ำวงแหวนกลางแจ้งที่ทำให้เห็นเพนกวินว่ายน้ำราวกับกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า นอกจากนี้ยังมีโซนสัตว์ทะเลหลากหลายชนิดและการแสดงของแมวน้ำ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและคู่รัก
4. teamLab Planets TOKYO (Toyosu)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลสุดล้ำที่ผสมผสานแสง สี และเทคโนโลยีเข้ากับประสบการณ์แบบอินเตอร์แอคทีฟ ผู้เข้าชมต้องถอดรองเท้าและเดินเข้าไปสัมผัสงานศิลปะด้วยตัวเอง ไฮไลต์ยอดนิยม ได้แก่ The Infinite Crystal Universe และ Floating Flower Garden ซึ่งสร้างบรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและประสบการณ์ศิลปะรูปแบบใหม่
5. ประตูคามินาริมง (Kaminarimon) ย่านอาซากุสะ

ประตูทางเข้าวัดเซ็นโซจิที่มีโคมแดงขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์ของย่านอาซากุสะ โคมไฟยักษ์นี้มีน้ำหนักกว่า 700 กิโลกรัม และมีรูปปั้นเทพเจ้าสายฟ้าและเทพเจ้าลมอยู่สองด้าน ถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว จากประตูนี้สามารถเดินต่อไปยัง ถนนนากามิเสะ (Nakamise-dori) ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายของฝากและขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม หากอยากได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ การเช่าชุดกิโมโนเดินเที่ยวในย่านนี้ก็เป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจไม่น้อย
สรุปสิ่งของต้องห้ามนำเข้าประเทศญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว แต่ก่อนเดินทางควรตรวจสอบของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่นและกฎศุลกากรให้ครบถ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาระหว่างผ่านด่านตรวจ โดยเฉพาะในปี 2569 ที่ขั้นตอนการเข้าประเทศและระบบตรวจสอบมีความเข้มงวดและเป็นดิจิทัลมากขึ้น
3 เรื่องสำคัญที่ควรรู้ก่อนเดินทาง
- ห้ามนำเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และยาเสพติด เข้าญี่ปุ่น
- หากพกยา ควรนำไปเฉพาะ ปริมาณที่จำเป็น และเก็บไว้ในบรรจุภัณฑ์เดิม
- ลงทะเบียน Visit Japan Web (VJW) ล่วงหน้า และเตรียม QR Code ไว้ใช้งาน
ก่อนออกเดินทาง อย่าลืมตรวจสอบกฎระเบียบล่าสุด และวางแผนจองตั๋วเครื่องบินหรือที่พักล่วงหน้า เพื่อให้ทริปญี่ปุ่นของคุณราบรื่นและสนุกมากที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับของต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น
บุหรี่สามารถนำเข้าญี่ปุ่นได้กี่ซอง?
นักท่องเที่ยวอายุ 20 ปีขึ้นไปสามารถนำบุหรี่เข้าญี่ปุ่นได้ไม่เกิน 200 มวน (ประมาณ 1 คอตตอน) หากเกินกว่านี้ต้องสำแดงและเสียภาษีตามกฎศุลกากรสามารถนำอาหารจากต่างประเทศเข้าญี่ปุ่นได้ไหม?
อาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น แฮม ไส้กรอก หรือหมูหยอง ส่วนใหญ่ห้ามนำเข้าญี่ปุ่น แม้จะเป็นอาหารสำเร็จรูปหรือบรรจุสูญญากาศก็ตามสเปรย์กระป๋องหรือยาย้อมผมโหลดใต้เครื่องได้ไหม?
สามารถโหลดใต้เครื่องได้ แต่ต้องมีปริมาณไม่เกิน 0.5 ลิตรต่อชิ้น และรวมทั้งหมดไม่เกิน 2 ลิตรต่อคน และต้องไม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารอันตรายบางประเภทVisit Japan Web ต้องลงทะเบียนทุกคนหรือไม่?
ผู้ใหญ่ควรลงทะเบียนและมี QR Code ของตัวเอง สำหรับตรวจคนเข้าเมือง ส่วนการสำแดงศุลกากรสามารถให้ตัวแทนครอบครัว 1 คนลงทะเบียนแทนทั้งกลุ่มได้อาหารกระป๋องนำเข้าญี่ปุ่นได้ไหม?
แม้บางกรณีอาจนำเข้าได้ แต่หากมีส่วนผสมของเนื้อสัตว์มักถูกห้ามนำเข้า เพื่อความสะดวกในการผ่านด่านศุลกากร แนะนำให้หลีกเลี่ยงการพกอาหารประเภทนี้ไปญี่ปุ่น








NO.1







