คู่มือปลั๊กไฟต่างประเทศ 2569 เช็กประเภทปลั๊ก แรงดันไฟ 57 ประเทศทั่วโลก

รูปโปรไฟล์ของผู้เขียน
คู่มือปลั๊กไฟต่างประเทศ เช็กประเภทปลั๊ก แรงดันไฟ 57 ประเทศทั่วโลก

ใครเคยบินถึงที่ แกะกระเป๋า แล้วพบว่าปลั๊กใช้ไม่ได้บ้าง? เชื่อว่าหลายคนเคยเจอสถานการณ์นี้แน่นอน เพราะปลั๊กไฟในแต่ละประเทศนั้นไม่เหมือนกันเลย ทั้งรูปร่างของปลั๊ก แรงดันไฟฟ้า และความถี่ไฟฟ้า ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดี อาจชาร์จมือถือไม่ได้ตลอดทริป หรือแย่กว่านั้นคืออุปกรณ์พังเลยก็มี

Trip.com เลยรวบรวมข้อมูลเรื่องปลั๊กไฟต่างประเทศ แรงดันไฟฟ้า และหัวแปลงปลั๊กที่ต้องเตรียมไว้ให้ครบ ครอบคลุมกว่า 57 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะยุโรป เอเชีย อเมริกา หรือตะวันออกกลาง มีหมดเลย ก่อนแพ็คกระเป๋าทริปหน้า เช็กที่นี่ก่อนได้เลย!

เช็กเลย! ประเภทปลั๊กไฟต่างประเทศและแรงดันไฟฟ้าใน 57 ประเทศทั่วโลก

รายชื่อประเภทเต้ารับและแรงดันไฟฟ้าทั่วโลก

รายการนี้รวบรวมรูปทรงและแรงดันไฟฟ้าของเต้ารับไฟฟ้าสำหรับประเทศและภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โปรดใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ข้อความสีน้ำเงินที่คลิกได้จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์เต้ารับไฟฟ้าในแต่ละประเทศและภูมิภาค

เอเชียและโอเชียเนีย

ประเทศ/ภูมิภาค

แรงดันไฟฟ้า

ความถี่

ประเภทปลั๊ก

ญี่ปุ่น

100V

50-60 Hz

A

เกาหลีใต้

110/220V

60 Hz

A, C, SE

จีน

110/220V

50 Hz

A, B, B3, BF, C, O, SE

ประเทศไทย

220V

50 Hz

A, B, B3, BF, C

ไต้หวัน

110V

50 Hz

A, O, C

ฮ่องกง

220V

50 Hz

BF

เวียดนาม

220V

50 Hz

A, C, SE, BF

สิงคโปร์

220/240V

50 Hz

BF

มาเลเซีย

240V

50 Hz

B, B3, BF

ฟิลิปปินส์

220-240V

60 Hz

A, B3, C

อินโดนีเซีย

220V

50 Hz

C

กัมพูชา

220V

50 Hz

A, C

ลาว

220V

50 Hz

A, C

มองโกเลีย

220V

50 Hz

B, B3, C

อินเดีย

220-240V

50 Hz

B, B3, BF, C

เนปาล

220V

50 Hz

B, C

พม่า

230V

50 Hz

B, B3

ศรีลังกา

230-240V

50 Hz

BF, B3, B

ออสเตรเลีย

240/250V

50 Hz

O, O2

นิวซีแลนด์

230/240V

50 Hz

O, O2

ฟิจิ

120/240V

50 Hz

A, B, C, O

มัลดีฟส์

220-240V

50 Hz

BF

ยุโรป

ประเทศ/ภูมิภาค

แรงดันไฟฟ้า

ความถี่

ประเภทปลั๊ก

อังกฤษ

240V

50 Hz

BF

อิตาลี

220V

50 Hz

C, SE

ฝรั่งเศส

220V

50 Hz

C, SE

สเปน

220V

50 Hz

C, SE

โปรตุเกส

220V

50 Hz

C, SE

เยอรมนี

230V

50 Hz

C, SE

เบลเยียม

220V

50 Hz

C, SE

สวิตเซอร์แลนด์

230V

50 Hz

C, J

ออสเตรีย

230V

50 Hz

C, SE

เนเธอร์แลนด์

230V

50 Hz

C, SE

ไอร์แลนด์

220-240V

50 Hz

BF

โปแลนด์

220V

50 Hz

C

สวีเดน

220V

50 Hz

C, SE, B

นอร์เวย์

230V

50 Hz

C, SE

เดนมาร์ก

220V

50 Hz

C, B

ฮังการี

220V

50 Hz

C, SE

กรีซ

230V

50 Hz

C

บัลแกเรีย

220V

50 Hz

C, SE

เอสโตเนีย

220-230V

50 Hz

B, C, SE

โครเอเชีย

230V

50 Hz

C

คาซัคสถาน

220V

50 Hz

C, SE

อุซเบกิสถาน

220V

50 Hz

C

ตะวันออกกลาง

ประเทศ/ภูมิภาค

แรงดันไฟฟ้า

ความถี่

ประเภทปลั๊ก

ตุรกี

220V

50 Hz

C

กาตาร์

240V

50 Hz

BF, D

ซาอุดีอาระเบีย

220V

50-60 Hz

A, B, BF, C

แอฟริกา

ประเทศ/ภูมิภาค

แรงดันไฟฟ้า

ความถี่

ประเภทปลั๊ก

อียิปต์

220V

50 Hz

C

โมร็อกโก

220V

50 Hz

C, SE

แอฟริกาใต้

220-230V

50 Hz

B3L, C

เคนยา

220-240V

50 Hz

B, B3, BF, C

อเมริกาและอเมริกาใต้

ประเทศ/ภูมิภาค

แรงดันไฟฟ้า

ความถี่

ประเภทปลั๊ก

สหรัฐอเมริกา

120V

60 Hz

A

แคนาดา

120V

60 Hz

A

เม็กซิโก

110V

60 Hz

A

อาร์เจนตินา

220V

50 Hz

C, I

บราซิล

127/220V

60 Hz

A, B, C, N

เปรู

220V

60 Hz

A, B, C

ปลั๊กไฟทั่วโลกมีกี่แบบ? รู้ไว้ก่อนเดินทางไม่มีสะดุด

ประเภท A (ขาแบน 2 ขา)

ประเภท A

ปลั๊กขาแบนขนานกัน 2 ขา ดีไซน์เรียบง่าย เสียบง่าย ถอดง่าย ไม่มีขากราวด์ พบได้บ่อยในสหรัฐฯ แคนาดา เม็กซิโก และประเทศแถบอเมริกากลาง แรงดันไฟอยู่ที่ 100-127V เหมาะกับการชาร์จมือถือ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์ขนาดเล็กทั่วไป แต่เพราะไม่มีสายดิน จึงไม่แนะนำให้ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างเครื่องเป่าผม หรือกาต้มน้ำ สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่วางแผนบินไปอเมริกา ต้องเตรียมหัวแปลงจากปลั๊กแบบกลม (Type C/F) ให้เป็นแบบขาแบนไว้ด้วยนะ ไม่งั้นชาร์จแบตไม่ได้แน่นอน

ประเภท B (ขาแบน 2 ขา + ขากราวด์กลม)

ประเภท B

พี่น้องของ Type A แต่ปลอดภัยกว่า เพราะมีขากราวด์ทรงกลมเพิ่มมาอีก 1 ขาด้านล่าง ทำให้รวมเป็น 3 ขา ข้อดีคือเสียบเต้ารับเดียวกับ Type A ได้เลย ไม่ต้องหาปลั๊กใหม่ พบในสหรัฐฯ แคนาดา และบางประเทศในอเมริกากลางและใต้ แรงดันไฟ 100-127V เพราะมีสายดิน จึงเหมาะกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงกว่าอย่างเครื่องเป่าผมหรือแล็ปท็อป ถ้าเห็นเต้ารับ 3 รูแบบนี้ในโรงแรมอเมริกา วางใจเสียบได้เลย ปลอดภัยกว่า Type A แน่นอน

ประเภท BF (เต้ารับอเนกประสงค์)

ประเภท BF

ใครเคยพักโรงแรมในไทยหรืออินโดนีเซียแล้วแปลกใจว่าทำไมเต้ารับดูแปลกๆ เสียบได้หลายแบบ นั่นคือ Type BF นี่เอง ถือเป็นเต้ารับที่เป็นมิตรกับนักเดินทางมากที่สุดแบบหนึ่ง เพราะรองรับได้ทั้งปลั๊กแบบ B (ขาแบน + ขากลม) และแบบ F (ขากลม 2 ขา) ในรูเดียว บวกกับรองรับแรงดันไฟกว้างถึง 110-240V และความถี่ 50-60Hz ครอบคลุมเกือบทุกมาตรฐานทั่วโลก เรียกได้ว่าพกอุปกรณ์จากหลายประเทศมา ก็เสียบได้สบายโดยไม่ต้องง้อหัวแปลง

ประเภท SE (ขากลม 2 ขา + ขากราวด์ยื่น)

ประเภท SE

เที่ยวยุโรปฝั่งตะวันตก เจอปลั๊กแบบนี้ได้บ่อย โดยเฉพาะในฝรั่งเศส เบลเยียม โปแลนด์ และเช็ก จุดสังเกตที่ต่างจากปลั๊กยุโรปทั่วไปคือมีขากราวด์ยื่นออกมาจากตัวเต้ารับโดยตรง ใช้ไฟ 230V / 50Hz และโชคดีที่รองรับปลั๊ก Type C (Europlug) ได้ด้วย ฉะนั้นถ้าพกหัวแปลง Type C ติดกระเป๋าไป ก็ใช้ได้ในประเทศเหล่านี้สบายๆ ไม่ต้องซื้อหัวแปลงเพิ่ม ประหยัดทั้งเงินและพื้นที่ในกระเป๋า

ประเภท C (ขากลม 2 ขา)

ประเภท C

ถือเป็นปลั๊กไฟต่างประเทศรุ่นยอดนิยมที่ต้องมีติดกระเป๋าทุกครั้งถ้าคิดจะเที่ยวยุโรป เพราะ Type C หรือ Europlug คือมาตรฐานที่แพร่หลายที่สุดในทวีปนี้ เจอได้ตั้งแต่เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สเปน อิตาลี ไปจนถึงรัสเซีย และอีกหลายประเทศในอเมริกาใต้ ขาปลั๊กกลมบาง 2 ขา ไม่มีสายดิน ใช้ไฟ 220-240V / 50Hz โรงแรมในยุโรปส่วนใหญ่จะมีเต้ารับ Type C ให้เสมอ หัวแปลงตัวเล็กราคาไม่แพง หาซื้อได้ง่ายทั้งในไทยก่อนบิน หรือที่สนามบินปลายทาง

ประเภท O (ขากลม 3 ขา รูปสามเหลี่ยม)

ประเภท O

ไม่ค่อยเห็นในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าตั้งใจบินไปออสเตรเลีย ต้องรู้จักปลั๊กแบบนี้ไว้ก่อนเลย Type O มีขาทรงกลม 3 ขาเรียงเป็นสามเหลี่ยม มีสายดินในตัว ใช้ไฟ 220V / 50Hz ปลอดภัยและเหมาะกับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ โรงแรมส่วนใหญ่ในออสเตรเลียตอนนี้เริ่มติดเต้ารับมัลติฟังก์ชันให้แล้ว แต่เพื่อความชัวร์ แนะนำเตรียมหัวแปลงสำหรับ Type O ติดกระเป๋าไปด้วยจะดีกว่า

กรุงเทพไปโตเกียว
กรุงเทพไปเซี่ยงไฮ้
กรุงเทพไปสิงคโปร์
ดูเที่ยวบินทั้งหมด
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
ศ. 19 มิ.ย.
จ. 22 มิ.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 306.00€ 276.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
ศ. 19 มิ.ย.
จ. 22 มิ.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 306.00€ 276.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
พฤ. 18 มิ.ย.
จ. 22 มิ.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 9%
เริ่มต้น 306.00€ 277.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
จ. 6 ก.ค.
ส. 11 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 9%
เริ่มต้น 306.00€ 278.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
จ. 6 ก.ค.
ส. 11 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 9%
เริ่มต้น 306.00€ 278.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
จ. 6 ก.ค.
ศ. 10 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 9%
เริ่มต้น 306.00€ 278.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
จ. 6 ก.ค.
ศ. 10 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 9%
เริ่มต้น 306.00€ 278.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
จ. 6 ก.ค.
พ. 8 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 9%
เริ่มต้น 306.00€ 278.00

เที่ยวต่างประเทศทั้งที อย่าลืมพกหัวแปลงปลั๊กไฟไปด้วย

หากเต้ารับไฟฟ้าในต่างประเทศแตกต่างจากที่อื่น ให้ใช้อะแดปเตอร์แปลงไฟ

ฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าลืมพก รับรองว่าปวดหัวตั้งแต่คืนแรกที่เช็กอินเลย เพราะปลั๊กไฟในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน หัวแปลงปลั๊กเลยเป็นของที่ต้องติดกระเป๋าทุกทริป ราคาก็ไม่แพงเลย หาซื้อได้ทั่วไปในราคาหลักร้อย หรือในไทยก็มีขายตามร้านอุปกรณ์ไฟฟ้าและห้างทั่วไป

โดยหัวแปลงปลั๊กแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ

ประเภท

ราคา

จุดเด่น

แบบธรรมดา

ประหยัด (ประมาณ 30-100 บาท)

รองรับปลั๊กเฉพาะบางประเทศ เหมาะกับทริปที่ไปแค่ประเทศเดียว

แบบมัลติฟังก์ชัน

สูงกว่าหน่อย (ประมาณ 100-270 บาท)

รองรับได้หลายรูปแบบ คุ้มกว่าถ้าแพลนเที่ยวหลายประเทศ

ถ้าไปทริปเดียวจบ แบบธรรมดาก็พอใช้ได้ แต่ถ้าชอบเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ หรือมีแผนจะไปหลายประเทศในทริปเดียว แนะนำลงทุนซื้อแบบมัลติฟังก์ชันไว้เลยจะคุ้มกว่า เพราะใช้ได้นานและไม่ต้องซื้อใหม่ทุกทริป

ไปเที่ยวต่างประเทศ ต้องพกหม้อแปลงไฟไปด้วยไหม?

ฉันจำเป็นต้องใช้ตัวแปลงแรงดันไฟฟ้าเมื่อเดินทางไปต่างประเทศหรือไม่? หรือไม่จำเป็น?

หลายคนอาจไม่เคยสังเกตว่าแรงดันไฟฟ้าในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เช่น ประเทศไทยใช้ไฟ 220V แต่ญี่ปุ่นใช้ไฟ 100V ถ้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่รองรับแค่ 220V ไปเสียบใช้งานกับไฟที่แรงดันต่างกันมาก อาจเจอปัญหาได้ตั้งแต่เครื่องไม่ทำงาน ใช้งานได้ไม่เต็มกำลัง ไปจนถึงเครื่องช็อตหรือพังเสียหายเลยทีเดียว

แต่ก่อนจะรีบซื้อหม้อแปลงไฟ ลองพลิกดูฉลากที่ตัวเครื่องหรืออะแดปเตอร์ก่อน เพราะอุปกรณ์สมัยใหม่อย่างมือถือ แล็ปท็อป กล้องถ่ายรูป หรือแท็บเล็ต ส่วนใหญ่มักรองรับแรงดันไฟได้กว้างที่ 100-240V ถ้าเห็นตัวเลขนี้ก็สบายใจได้เลย ไม่จำเป็นต้องพกหม้อแปลงไฟ แค่เตรียมหัวแปลงปลั๊กให้เข้ากับประเทศปลายทางก็พอ

แต่ถ้าอุปกรณ์ที่ต้องพกไปรองรับเฉพาะ 220V เท่านั้น เช่น เครื่องหนีบผม ไดร์เป่าผม หรือเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้ได้หลายแรงดัน แบบนี้ควรพกหม้อแปลงไฟไปด้วย เพราะถ้าเสียบใช้งานผิดแรงดัน อาจทำให้เครื่องไม่ทำงาน ร้อนผิดปกติ หรือพังกลางทริปได้ง่ายๆ

หัวแปลงปลั๊กไฟ ซื้อที่ไหนดี? แนะนำแหล่งซื้อก่อนไปต่างประเทศ

Central World

สำหรับใครที่กำลังมองหาหัวแปลงปลั๊กไฟต่างประเทศ แนะนำว่าอย่ารอซื้อที่สนามบินเด็ดขาด เพราะราคาจะแพงกว่าปกติอยู่พอสมควร แนะนำให้เตรียมซื้อไว้ก่อนออกเดินทางจะดีกว่า โดยหาซื้อได้ตามสถานที่เหล่านี้ได้เลย

ช้อปปิ้งออนไลน์

สะดวกที่สุด เปรียบราคาได้ง่าย มีให้เลือกเยอะมากทั้งแบบธรรมดาและมัลติฟังก์ชัน สั่งล่วงหน้าสักไม่กี่วันก่อนบินก็ทันแล้ว

ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า

เช่น Power Buy, Global House หรือร้านไฟฟ้าแถวบ้าน มีให้เลือกหลายรุ่น และถามพนักงานได้เลยว่าแบบไหนเหมาะกับประเทศที่จะไป

ห้างสรรพสินค้าทั่วไป

ตามชั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าของห้างอย่าง Central, Big C หรือ Lotus มักมีวางขายอยู่เสมอ

ร้านสะดวกซื้อและร้านทั่วไป

บางสาขาของ 7-Eleven หรือร้านอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดในห้างอาจมีแบบธรรมดาวางขาย เหมาะตอนรีบหาก่อนเดินทาง

ร้านค้าในสนามบิน

ทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมืองมีขาย แต่ราคาจะแพงกว่าที่อื่นชัดเจน เอาไว้เป็นตัวเลือกสุดท้ายตอนลืมพกจริงๆ

ร้านค้าในต่างประเทศ 

ถ้าพลาดลืมพกมา ลองหาตามร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศปลายทางได้ แต่ไม่การันตีว่าจะมีทุกที่ เตรียมมาจากไทยดีกว่าชัวร์กว่า

เครื่องใช้ไฟฟ้าจากไทย นำไปใช้ต่างประเทศได้ไหม?

1. คอมพิวเตอร์ / โน้ตบุ๊ก

คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

ข่าวดีสำหรับคนที่ต้องพกโน้ตบุ๊กไปทำงานระหว่างทริปคือ แทบไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย เพราะโน้ตบุ๊กส่วนใหญ่ในปัจจุบันรองรับแรงดันไฟได้ตั้งแต่ 100-240V อยู่แล้ว ลองพลิกดูที่อะแดปเตอร์ชาร์จ ถ้าเห็นตัวเลข "100-240V" ก็วางใจได้เลยว่าเสียบไฟในต่างประเทศได้ทันที สิ่งที่ต้องพกเพิ่มคือหัวแปลงปลั๊กให้ตรงกับประเทศปลายทางเท่านั้นพอ

2. สมาร์ทโฟน

ไอโฟน/แอนดรอยด์

ไม่ต้องกังวลเลยสำหรับการชาร์จมือถือ เพราะหัวชาร์จสมาร์ทโฟนเกือบทุกยี่ห้อในปัจจุบันรองรับไฟ 100-240V มาให้แล้วในตัว แค่เช็กตัวเลขที่สติกเกอร์ข้างหัวชาร์จก่อนก็พอ ถ้าเห็น "100-240V" แปลว่าพร้อมใช้งานได้ทุกประเทศ เตรียมแค่หัวแปลงปลั๊กให้ถูกแบบก็เพียงพอแล้ว

3. เครื่องเล่นเกม

เครื่องเล่นเกมคอนโซล

สำหรับสายเกมที่อยากพกเครื่องเล่นเกมไปด้วย ส่วนใหญ่ก็รองรับไฟ 100-240V เหมือนกัน อย่าง Nintendo Switch ก็รองรับแรงดันไฟในช่วงนี้ ใช้งานได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องพกหม้อแปลง แต่มีเรื่องที่ควรรู้ไว้คือถ้าเครื่องเกิดเสียหายระหว่างใช้งานในต่างประเทศ อาจไม่ครอบคลุมการรับประกัน แนะนำให้เช็กสเปกเครื่องก่อนออกเดินทาง และพกหัวแปลงปลั๊กที่เหมาะกับประเทศปลายทางไปด้วยเสมอ

4. ไดร์เป่าผมและเครื่องหนีบผม

ไดร์เป่าผม/เครื่องหนีบผม

อันนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะไดร์เป่าผมและเครื่องหนีบผมทั่วไปมักรองรับแค่ไฟ 220V ของไทย และกินไฟสูงถึง 600-1,200 วัตต์ ถ้าเอาไปเสียบในประเทศที่ใช้ไฟต่างออกไปโดยไม่มีหม้อแปลง เครื่องอาจพังได้ง่ายๆ ทางออกที่ดีที่สุดคือเลือกซื้ออุปกรณ์ที่รองรับไฟสากล (100-240V) ก่อนเดินทาง หรือถ้าไม่อยากแบกของเพิ่ม ลองติดต่อโรงแรมดูว่ามีให้ยืมไหม เพราะโรงแรมส่วนใหญ่มักมีบริการนี้อยู่แล้ว

เคล็ดลับชาร์จมือถือระหว่างเที่ยวต่างประเทศ โดยไม่ต้องง้อปลั๊กไฟ

เคล็ดลับการชาร์จอุปกรณ์ของคุณโดยไม่ต้องใช้ปลั๊กไฟขณะเดินทางไปต่างประเทศ

ไปเที่ยวต่างประเทศแล้วเจอปัญหาปลั๊กเสียบไม่ได้ อย่าเพิ่งตกใจ เพราะมีวิธีชาร์จแบตโดยไม่ต้องง้อปลั๊กไฟอยู่เหมือนกัน

ชาร์จผ่านพอร์ต USB หรือ Type-C

สมาร์ทโฟนเกือบทุกรุ่นรองรับการชาร์จผ่านสาย USB หรือสาย Type-C ได้อยู่แล้ว ลองมองหาพอร์ต USB และพอร์ต Type-C ตามโรงแรม สนามบิน หรือแม้แต่บนเครื่องบิน มักมีให้ใช้ฟรีและสะดวกมาก ไม่ต้องพกหัวแปลงปลั๊กเลย

พกพาวเวอร์แบงค์ติดกระเป๋า

ของชิ้นนี้สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนอกจากจะชาร์จมือถือได้ตลอดวันระหว่างเดินเที่ยว ยังช่วยได้มากในยามฉุกเฉินที่หาปลั๊กไม่ได้ หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือออนไลน์อย่าง Lazada และ Shopee ราคาก็มีให้เลือกหลายราคาและคุณภาพ

แค่สองวิธีนี้ก็ทำให้ทริปต่างประเทศสบายขึ้นเยอะ ไม่ต้องเครียดเรื่องแบตหมดกลางทางอีกต่อไป

3 สถานที่ชาร์จแบตฯ สุดสะดวกเมื่อไปเที่ยวต่างประเทศ

สามจุดชาร์จอุปกรณ์สะดวกสบายขณะเดินทางไปต่างประเทศ

1. คาเฟ่

คนไทยคุ้นเคยกับการนั่งคาเฟ่อยู่แล้ว และในต่างประเทศก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี หรือยุโรป คาเฟ่ที่นั่นมักมีปลั๊กไฟใกล้ที่นั่งและ Wi-Fi ฟรีให้ใช้เหมือนกัน เหมาะมากสำหรับช่วงบ่ายที่เดินเที่ยวมาทั้งวันแล้วอยากแวะพักเติมพลัง สั่งกาแฟสักแก้ว นั่งพักขา แล้วเสียบชาร์จมือถือไปด้วยเลย หลายร้านในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโซลมีปลั๊กแทบทุกโต๊ะ แต่ถ้าไปยุโรปควรมีหัวแปลง Type C ติดกระเป๋าไว้ด้วย เพราะรูปลั๊กต่างจากไทย ไม่งั้นนั่งคาเฟ่แต่ชาร์จไม่ได้ก็เสียอารมณ์เปล่าๆ

2. ห้างสรรพสินค้า

คนไทยถนัดเรื่องเดินห้างอยู่แล้ว และนี่คือข้อได้เปรียบที่หลายคนมองข้าม เพราะห้างใหญ่ในต่างประเทศมักมีจุดชาร์จฟรีกระจายอยู่ตามชั้นต่างๆ ทั้งพอร์ต USB และปลั๊กไฟหลายประเภท โดยเฉพาะห้างในญี่ปุ่นและเกาหลีที่อำนวยความสะดวกได้ดีมาก ระหว่างรอเพื่อนเลือกของหรือแวะกินข้าวในฟู้ดคอร์ต ก็เสียบชาร์จทิ้งไว้ได้เลย แถมยังมี Wi-Fi ให้ใช้ฟรีอีก ถือเป็นสถานที่ที่ได้ทั้งช้อป กิน และชาร์จแบตในทริปเดียวกัน เรียกว่าคุ้มค่าเวลามากๆ

3. สนามบิน

สนามบินนานาชาติทั่วโลกส่วนใหญ่มีจุดชาร์จให้ใช้ฟรีอยู่แล้ว ทั้งในเขตผู้โดยสารขาออกและบริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) คล้ายกับที่สุวรรณภูมิหรือดอนเมืองบ้านเรามีให้ใช้ เพียงแต่ในต่างประเทศรูปปลั๊กอาจต่างออกไป แนะนำให้แวะชาร์จแบตให้เต็มทุกครั้งก่อนออกจากสนามบิน เพราะพอออกไปเดินเที่ยวข้างนอกแล้วหาปลั๊กไม่ได้ก็ลำบาก บางสนามบินยังมีพอร์ต USB ให้ใช้โดยไม่ต้องง้อหัวแปลงเลย สะดวกมากสำหรับนักเดินทางชาวไทยที่เพิ่งลงเครื่องมาแล้วแบตเหลือน้อย

แนะนำโรงแรมทั่วโลก
โตเกียว
โอซาก้า
กรุงเทพฯ
เซี่ยงไฮ้
ปักกิ่ง
ดูโรงแรมทั้งหมด
NO.1
8.9/103351 รีวิว
โรงแรมเกรเซอรี่ ชินจูกุ
โรงแรมในโตเกียว
NO.2
9/101435 รีวิว
Henn na Hotel Premier Tokyo Asakusa Tawaramachi
โรงแรมในโตเกียว
NO.3
9.2/1041 รีวิว
APA Hotel and Resort Ryogoku Ekimae Tower
โรงแรมในโตเกียว
NO.4
9.2/104091 รีวิว
โรงแรมเคย์โอ พลาซ่า โตเกียว
โรงแรมในโตเกียว
NO.5
8.7/104400 รีวิว
โรงแรมชินางาวะ ปรินซ์
โรงแรมในโตเกียว
NO.6
9.4/10953 รีวิว
โอเนียโดะโนโนะอะซาคุสะเบทไท
โรงแรมในโตเกียว
NO.7
8.5/106211 รีวิว
โรงแรม ชินจูกุ วอชิงตัน
โรงแรมในโตเกียว
NO.8
9.3/10379 รีวิว
โรงแรมเดอะรอยัลพาร์ค ไอคอนิค โตเกียว ชิโอโดเมะ
โรงแรมในโตเกียว

เตรียมหัวแปลงปลั๊กไฟให้พร้อม ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ

เตรียมอะแดปเตอร์แปลงไฟที่ใช้ได้กับเต้ารับไฟฟ้าในสถานที่ปลายทางของคุณ

ก่อนแพ็คกระเป๋าทริปหน้า อย่าลืมเช็กข้อมูลปลั๊กไฟต่างประเทศให้ครบถ้วนและเตรียมหัวแปลงปลั๊กติดกระเป๋าไปด้วยทุกครั้งนะคะ สำหรับการชาร์จมือถือหรือโน้ตบุ๊กนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องหม้อแปลงไฟ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้รองรับไฟสากลอยู่แล้ว แค่มีหัวแปลงปลั๊กก็พอ แต่ถ้าคิดจะพกไดร์เป่าผมหรือเครื่องหนีบผมไปด้วย แนะนำให้เตรียมหม้อแปลงไฟไปด้วยจะอุ่นใจกว่า!

บทความที่คุณอาจสนใจ
ทำไมการเดินทางไปเที่ยวจีนต้องมีปลั๊กไฟจีน
ในบทความนี้ เราจะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับปลั๊กไฟและแรงดันไฟฟ้าในประเทศจีน วิธีเลือกปลั๊กอะแดปเตอร์ที่เหมาะสม รวมถึงปัญหาทั่วไปและแนวทางแก้ไข เราหวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่วางแผนการเดินทางหรือการเดินทางเพื่อธุรกิจไปยังจีน
19 กันยายน 2025
ปลั๊กไฟยุโรป 2569 สรุปแรงดันไฟ ขนาดหัวปลั๊ก 9 ประเทศยอดนิยม
รวมข้อมูลปลั๊กไฟยุโรปปี 2569 ครบทั้งแรงดันไฟ มาตรฐานหัวปลั๊ก ตาราง 9 ประเทศยอดฮิต พร้อมเคล็ดลับเลือกหัวแปลงให้ใช้งานได้ทั่วทวีป
26 กุมภาพันธ์ 2026
ปลั๊กไฟไทย 2569: ประเภท A, B, C, O & อะแดปเตอร์ที่ต้องใช้
เช็คประเภทและมาตรฐานปลั๊กไฟไทย แรงดันไฟฟ้า และต้องใช้อะแดปเตอร์หรือไม่ พร้อมเคล็ดลับใช้งานให้ปลอดภัย อัปเดตล่าสุด 2569
12 พฤศจิกายน 2025
ปลั๊กไฟอเมริกา 2569 ใช้แบบไหน? รวมปลั๊ก แรงดันไฟ และการเตรียม Adapter
ปลั๊กไฟอเมริกากี่โวลต์? ต้องใช้หม้อแปลงไหม? เช็กข้อมูลครบก่อนเดินทาง พร้อมคำแนะนำเตรียมอุปกรณ์ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานในสหรัฐฯ อัปเดตล่าสุด 2569
3 มีนาคม 2026

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปลั๊กไฟในต่างประเทศ

  • ลืมพกหัวแปลงปลั๊กหรือหม้อแปลงไฟไป ทำยังไงดี?

    ไม่ต้องตกใจ เพราะแก้ได้ไม่ยาก วิธีแรกคือลองถามที่พักดูก่อนเลย เพราะโรงแรมหลายแห่งมีหัวแปลงปลั๊กให้ยืมใช้ฟรี คล้ายกับที่โรงแรมในไทยมักมีอแดปเตอร์สำรองไว้ให้แขกต่างชาติ ถ้าโรงแรมไม่มี ให้มองหาร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือร้านสะดวกซื้อใกล้ที่พัก ส่วนใหญ่หาซื้อได้ไม่ยาก หรือถ้าอยู่ในสนามบินก็มีขายเช่นกัน แค่ราคาจะแพงกว่าข้างนอกหน่อย
  • ถ้าไม่อยากพกหม้อแปลงไฟไปจริงๆ ต้องทำยังไง?

    จริงๆ แล้วอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่คนไทยใช้กันในชีวิตประจำวันอย่างมือถือ แล็ปท็อป หรือกล้อง มักรองรับไฟ 100–240V อยู่แล้ว แปลว่าไม่จำเป็นต้องพกหม้อแปลงเลย แค่เช็กที่สติกเกอร์ข้างอแดปเตอร์ก่อนแพ็คกระเป๋า ถ้าเห็นตัวเลข 100–240V ก็วางใจได้ สิ่งที่ต้องพกเพิ่มมีแค่หัวแปลงปลั๊กให้ตรงกับประเทศปลายทางเท่านั้นพอ
  • ควรซื้อปลั๊กแบบ C หรือ SE ดี?

    ถ้าวางแผนเที่ยวยุโรป คำถามนี้เกิดขึ้นในใจนักท่องเที่ยวไทยแทบทุกคน คำตอบคือถ้าเลือกได้ แนะนำให้ซื้อหัวแปลงที่รองรับได้ทั้ง Type C และ Type SE ในตัวเดียวกันเลย เพราะแม้ Type SE จะพบได้บ่อยกว่าในบางประเทศ แต่ Type C ก็ยังใช้ได้แทบทุกที่ในยุโรป การมีหัวแปลงที่รองรับทั้งสองแบบทำให้ไม่ต้องกังวลไม่ว่าจะเจอเต้ารับแบบไหน
  • ทำไมปลั๊กแปลงไฟถึงมีประกายไฟ เกิดจากอะไร?

    เจอแบบนี้แล้วอย่าชะล่าใจ เพราะประกายไฟมักเกิดจากสองสาเหตุหลักคือ ขาปลั๊กสัมผัสกับเต้ารับไม่สนิท หรือแรงดันไฟฟ้าของอุปกรณ์กับเต้ารับไม่ตรงกัน วิธีรับมือเบื้องต้นคือลองถอดออกแล้วเสียบใหม่ให้แน่น และตรวจดูว่าหัวแปลงหรือสายไฟมีรอยแตกหักหรือเสียหายไหม แต่ถ้าเสียบใหม่แล้วยังมีประกายไฟอยู่ ให้หยุดใช้ทันทีและเปลี่ยนหัวแปลงอันใหม่เลย อย่าฝืนใช้ต่อเด็ดขาด เพราะเสี่ยงอันตรายได้
คำจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำโดยผู้ร่วมสร้างเนื้อหารายบุคคลหรือแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม ในกรณีที่มีความผิดพลาดเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดติดต่อเราและเราจะลบเนื้อหาทันที
Renita

Renita

นักเขียนบล็อกท่องเที่ยว

นักเขียนอิสระสายไลฟ์สไตล์ ชื่นชอบแฟชั่น และหลงรักในการดูแลตัวเอง บอกต่อไอเทมบิวตี้และแชร์ทริคเก๋ๆ ให้ทุกคนได้นำไปประยุกต์ใช้ ที่สำคัญชื่นชอบเคพ็อพ สามารถนำมาประยุกต์การท่องเที่ยวได้

412 บทความ
นักท่องเที่ยวอิสระแฟชั่น
>>
ปลั๊กไฟต่างประเทศ
aaaa