
นักกินตัวยงห้ามพลาด! กรุงเทพฯ ไม่ได้ดังแค่เรื่องช้อปปิ้ง แต่เรื่องอาหารก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนต้องบินมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และถ้าพูดถึงบุฟเฟต์ระดับท็อปของเมืองหลวง ชื่อที่ได้ยินบ่อยที่สุดก็คงหนีไม่พ้น Copper Beyond Buffet
วันนี้ Trip.com รวบรวมทุกอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Copper Buffet มาไว้ในที่เดียวแล้ว! ทั้งสองสาขาต่างกันยังไง ราคาแพ็กเกจล่าสุดอยู่ที่เท่าไหร่ จองออนไลน์ต้องทำยังไง เมนูไหนอร่อยจนต้องลอง รวมถึงเทคนิคกินบุฟเฟต์ให้คุ้มแบบที่สายกินเขาทำกัน ครบหมดในคู่มือนี้ ไม่ว่าจะมาครั้งแรกหรือเป็นขาประจำอยู่แล้ว อ่านจบรับรองว่าพร้อมลุยได้เลย!
ทำไม Copper Beyond Buffet ถึงเป็นบุฟเฟต์ที่ต้องไปลองให้ได้?

ถามสายกินว่าบุฟเฟต์ร้านไหนที่จองยากแต่อร่อยจนยอมรอ คำตอบที่ได้แทบทุกครั้งคือ "Copper Beyond Buffet" ร้านนี้ไม่ได้ดังเพราะโชคช่วย แต่การันตีด้วยรางวัลจาก Michelin Guide และกลายเป็นหมุดหมายที่ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ อยากมาเยือนให้ได้สักครั้ง จะบอกว่าจองยากแค่ไหน เปรียบง่ายๆ ก็พอๆ กับกดบัตรคอนเสิร์ตศิลปินดังเลย!
สิ่งที่ทำให้ Copper แตกต่างจากบุฟเฟต์ทั่วไปคือคอนเซปต์ที่เอาวัตถุดิบระดับ Fine Dining มาเสิร์ฟแบบ All-you-can-eat ลืมภาพบุฟเฟต์ที่เน้นอิ่มอย่างเดียวไปได้เลย เพราะที่นี่คุณได้กินเมนูพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อวากิว A5 เนื้อนุ่มละลายในปาก หรือหอยนางรมฝรั่งเศสสดที่แกะเสิร์ฟให้ตรงหน้า ทุกจานบอกได้เลยว่าเชฟใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบจริงๆ
วิธีการเดินทางไป Copper Beyond Buffet แบบไม่งง
ก่อนจะนึกถึงเมนูที่อยากกิน ต้องไปถึงร้านให้ได้ก่อน! Copper Beyond Buffet มีให้เลือกทั้งหมด 2 สาขา แต่ละสาขาอยู่คนละที่ เดินทางต่างกัน มาดูกันว่าสาขาไหนเหมาะกับคุณ
สาขาปิ่นเกล้า (The Sense Pinklao) สาขาต้นกำเนิด
สาขานี้อยู่ฝั่งธนบุรี ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามา ถ้าพักแถวสยามหรืออโศกก็ต้องนับว่าอยู่ไกลพอสมควร วิธีที่ง่ายที่สุดคือเรียก Grab หรือ Bolt จากแอปฯ เดินทางจากสยามประมาณ 30–45 นาที ค่ารถแถว 200–300 บาท สบายกว่าขึ้นรถเมล์แน่นอน
สาขา Gaysorn Amarin ใจกลางเมือง สะดวกสุด
สาขานี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวมากกว่า เพราะนั่ง BTS สายสุขุมวิทมาลงสถานีชิดลม (E1) แล้วออกทางออก 6 เดินผ่าน Skywalk เข้าห้างชั้น 3 ได้เลย ไม่ต้องเจอแดดหรือฝนแม้แต่นิดเดียว ถ้าพักแถวสุขุมวิทหรือสยามถือว่าสะดวกมาก
Copper Beyond Buffet ไปสาขาไหนดี? เทียบให้ชัดก่อนจอง
ยังเลือกไม่ได้ว่าจะไปสาขาไหน? ไม่ต้องเดาเพราะสองสาขานี้ต่างกันพอสมควร มาดูกันว่าอันไหนเข้ากับแพลนของคุณมากกว่า
สาขาที่ 1: The Sense ปิ่นเกล้า
สาขาแรกของ Copper Buffet ที่เปิดมาตั้งแต่เริ่มต้น บรรยากาศเป็นกันเอง ไม่เป็นทางการ เหมาะกับคนที่อยากกินแบบสบายๆ ไม่ต้องแต่งตัวหรู ถ้าคุณพักแถวริมแม่น้ำหรือฝั่งธนฯ สาขานี้อาจสะดวกกว่า แต่ถ้ามาจากย่านสยามหรืออโศกต้องนับว่าไกลพอสมควร

- ที่ตั้ง: ชั้น 2 The Sense ปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี เขตบางกอกน้อย
- เดินทาง: นั่ง Grab หรือแท็กซี่สะดวกสุด
- เวลาเปิด: 10:00 - 22:00 น. แบ่งเป็นรอบ ต้องจองก่อน
สาขาที่ 2: Gaysorn Amarin
สาขานี้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมากกว่า ตกแต่งหรูขึ้น พื้นที่กว้างขึ้น และอยู่ในทำเลที่เดินเชื่อมต่อได้เลยจากสถานี BTS ชิดลม โซนราชประสงค์แถวนี้มีทั้ง CentralWorld และศาลพระพรหมอยู่ใกล้ๆ วางแผนไหว้พระ ช้อปปิ้ง แล้วปิดท้ายด้วยบุฟเฟต์มื้อใหญ่ได้เลยในวันเดียว แถมยังมีข่าวว่ามีเมนู Exclusive เฉพาะสาขานี้ด้วย

- ที่ตั้ง: ชั้น 3 Gaysorn Amarin ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน
- เดินทาง: BTS สายสุขุมวิท ลงชิดลม (E1) ทางออก 6 เดินเข้าห้างได้เลย
- เวลาเปิด: มีทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ แบ่งเป็นรอบ ต้องจองก่อน
หัวข้อ | The Sense ปิ่นเกล้า | เกษรอัมรินทร์ (ร้านใหม่ในตัวเมือง) |
|---|---|---|
ที่ตั้ง | ชานเมือง ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา | ย่านใจกลางเมือง ย่านช้อปปิ้งราชประสงค์ |
ความสะดวกในการเดินทาง | ★★★☆☆ (ต้องใช้การเดินทาง) | ★★★★★ (เข้าถึง BTS ได้โดยตรง) |
บรรยากาศ | คลาสสิก ดั้งเดิม มีชีวิตชีวา | หรูหรา ทันสมัย กว้างขวาง |
เหมาะสำหรับ | นักชิมและลูกค้าประจำ | นักท่องเที่ยวที่มาเยือนครั้งแรกและผู้ที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง |
สถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบ | มีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่เป็นชุมชนท้องถิ่น | เซ็นทรัลเวิลด์, ศาลพระพรหม, บิ๊กซี |
💡 คำแนะนำ: สำหรับคนที่มาครั้งแรก แนะนำ Gaysorn Amarin ก่อนเลย เดินทางง่าย ต่อที่เที่ยวได้สะดวก และบรรยากาศก็ดูพิเศษกว่า แต่ถ้าอยากลองของจริงแบบดั้งเดิมหรือพักแถวฝั่งธนฯ อยู่แล้ว สาขาปิ่นเกล้าก็ไม่น้อยหน้าแต่อย่างใด
ราคาและแพ็กเกจ Copper Beyond Buffet ล่าสุด
ก่อนจองควรรู้ก่อนว่าที่นี่แบ่งราคาออกเป็นสองแบบ คือบุฟเฟต์มาตรฐาน กับแพ็กเกจที่อัปเกรดเพิ่มเมนู Main Course พิเศษได้ ราคาที่เห็นเป็นราคาสุทธิแล้ว ไม่มีบวกเพิ่มอีก ดังนั้นราคาที่จ่ายตอนจองคือราคาที่จ่ายจริง ไม่ต้องกังวลว่าจะมีค่าบริการแอบซ่อนมาเรียกเก็บเพิ่มทีหลัง
แพ็กเกจมีให้เลือกกี่แบบ?
ที่ Copper Beyond Buffet แบ่งแพ็กเกจออกเป็นหลายระดับ ให้เลือกตามสไตล์การกินและงบที่วางไว้
- แพ็กเกจ A (1,999 บาท): บุฟเฟต์มาตรฐานบวกเมนูพิเศษเพิ่ม 1 จาน ไม่ว่าจะเป็นหางล็อบสเตอร์แคนาดาหรือแกงกะหรี่ล็อบสเตอร์ตะไคร้ที่กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอตั้งแต่ยังไม่ได้กิน

ที่มาของภาพ: เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Hungry Hub
- แพ็กเกจ B (2,559 บาท): บุฟเฟต์มาตรฐานบวกเมนูพิเศษเพิ่ม 2 จาน เหมาะกับคนที่อยากลองหลายอย่างโดยไม่ต้องเลือกแค่อันเดียว

ที่มาของภาพ: เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Hungry Hub
- แพ็กเกจ C-F (3,889-4,699 บาท): จัดหนักและพรีเมียมที่สุดในลิสต์ มีทั้งกุ้งมังกรบอสตันอบทั้งตัวและสเต็กเนื้อวากิว A5 เนื้อนุ่มละลายในปาก เหมาะกับสายกินจริงจังที่อยากได้ประสบการณ์บุฟเฟต์แบบครบและพรีเมียมสุดๆ

ที่มาของภาพ: เว็บไซต์ Hungry Hub (ภาพราคาแพ็กเกจร้าน Gaysorn Amarin)
จะเลือกแพ็กเกจไหนดี?
หลายคนสงสัยว่าควรจ่ายเพิ่มเพื่ออัปเกรดหรือเปล่า คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณมากับใครและกินเก่งแค่ไหน
- มาครั้งแรก หรือกินได้พอประมาณ: แพ็กเกจ 1,999 บาทเริ่มต้นก็เพียงพอแล้ว เพราะเมนูในไลน์บุฟเฟต์ปกติก็เยอะและดีเกินคาดอยู่แล้ว ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อวากิว ซุปทรัฟเฟิล หอยนางรมสด กุ้งแม่น้ำ และอีกหลายเมนูที่สั่งได้ไม่อั้น รับรองว่าอิ่มหนำสาแก่แน่นอน ลำพังแค่รอบแรกก็แทบลุกไม่ขึ้นแล้ว
- มากับแฟน หรือเป็นสายซีฟู้ดตัวจริง: ลองเพิ่มเป็นแพ็กเกจ A หรือ B ดู การได้เมนูกุ้งมังกรหรือล็อบสเตอร์มาวางตรงหน้าช่วยยกระดับความพิเศษของมื้อนั้นขึ้นมาอีกระดับ แถมถ้ามาสองคนแชร์กัน ปริมาณก็พอดีพอเหมาะไม่เหลือทิ้ง และยังได้ภาพถ่ายสวยปังไปลงโซเชียลอีกด้วย
- สายกินจัดเต็ม อยากได้ครบทุกอย่าง: แพ็กเกจ C ขึ้นไปคือคำตอบ แต่แนะนำให้มาหิวจริงๆ และวางแผนกินให้ดีก่อน เพราะเมนูเยอะมากจนบางคนกินไม่ทันก็มี
- มาเป็นครอบครัวพร้อมเด็กๆ: ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก เพราะเด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 90 ซม. เข้าฟรีเลย ส่วนเด็กที่สูง 90-130 ซม. คิดราคาเด็กซึ่งอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของราคาผู้ใหญ่ ประหยัดได้เยอะสำหรับครอบครัวใหญ่ อย่างไรก็ตามแนะนำให้เช็กนโยบายล่าสุดบนเว็บไซต์ทางการก่อนจองอีกครั้ง เพราะราคาและเงื่อนไขอาจมีการปรับเปลี่ยนได้
Copper Beyond Buffet จองยังไงให้ได้โต๊ะ คู่มือฉบับอัปเดต
ถ้าจะถามว่าด่านไหนโหดสุดของ Copper Beyond Buffet บอกเลยว่าไม่ใช่ตอนกิน…แต่คือ “ตอนจองโต๊ะ!” เพราะเปิดทีไรเต็มไวเหมือนกดบัตรคอนเสิร์ต ใครอยากไปต้องมีแผน และต้องไว! เตรียมตัวตามนี้ รับรองมีที่นั่งแน่นอน
1. วอร์มนิ้วให้พร้อม (ศึกชิงโต๊ะ)
- ล็อกวันให้แม่น: เลือกวันและเวลาที่สะดวกที่สุด
- เตรียมตัวจองผ่าน Line OA: แนะนำให้แอดไลน์ @copperbeyondbuffet ไว้ล่วงหน้า
- เลือกสาขาให้จบตั้งแต่บ้าน: จะไป Gaysorn Amarin หรือ The Sense ปิ่นเกล้า ตัดสินใจไว้เลย จะได้ไม่เสียเวลาคิดตอนกด
2. ขั้นตอนกดจองให้ทันใจ
- เลือกจำนวนคน + วันที่: ดูเฉพาะวันที่ขึ้น “สีเขียว” เท่านั้น
- เลือกรอบเวลา: มีหลายรอบ เช่น 12:00 / 14:30 / 17:00 / 19:30 เห็นว่างคือกดเลย อย่ารอ!
- เลือกแพ็กเกจ: จะจัด Standard หรือ Premium (มีเมนูพรีเมียมอย่างวากิว A5 หรือกุ้งมังกร) เลือกตามงบได้เลย
- ชำระเงินทันที: รองรับหลายช่องทาง แต่ต้องเช็กให้ชัวร์ เพราะจองแล้วคืนเงินไม่ได้
3. วันจริงต้องเป๊ะ (Check-in)
- มาถึงก่อน 15 นาที: เตรียม QR Code หรือ SMS ยืนยันให้พร้อม เพื่อรับโต๊ะ
- เข้าให้ตรงเวลา: เวลาเริ่มนับตามรอบ ใครมาสายคือเสียเวลาทานไปเลย
4. สั่งให้เป็น กินให้คุ้ม
- Serving Station: สั่งแล้วรอรับได้เลย เช่น ซุปเห็ดทรัฟเฟิล ก๋วยเตี๋ยวเรือวากิว
- A La Carte: สั่งแล้วแจ้งเลขโต๊ะ จากนั้นนั่งรอชิล ๆ ให้พนักงานมาเสิร์ฟ
5. ฟินให้สุดกับมื้อพิเศษ
แค่เตรียมตัวตามนี้ ก็พร้อมลุยบุฟเฟต์ระดับท็อปของไทยแล้ว ไม่ว่าจะวันเกิด วันครบรอบ หรืออยากให้รางวัลตัวเอง บอกเลยว่าคุ้มและประทับใจแน่นอน
📌 เช็ครอบเวลาและจองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่นี่ 👉 https://rebrand.ly/lineoacopper
Copper Beyond Buffet เมนูไหนต้องสั่งก่อน?
จองได้แล้วก็ต้องวางแผนกินให้ดี เพราะเวลา 2 ชั่วโมงผ่านไปเร็วมาก ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มจากจานไหนก่อน อาจเสียเวลาไปกับเมนูที่ไม่คุ้มโดยไม่รู้ตัว เมนูส่วนใหญ่สั่งผ่าน QR Code บนโต๊ะได้เลย ทางร้านปรุงสดทุกจาน ได้กินของร้อนแน่นอน
1. เมนูซิกเนเจอร์ ถ้าไม่ได้กินถือว่ามาไม่ถึง
- ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อวากิว เมนูนี้คือหัวใจของร้านที่ใครมาก็ต้องพูดถึง น้ำซุปเคี่ยวจากกระดูกวัวและสมุนไพรหลายชนิดจนได้รสเข้มข้นกลมกล่อม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ทำให้อยากจิบไปเรื่อยๆ เนื้อวากิวสไลด์บางลวกพอสุกก็นุ่มแทบละลายในปาก คำแนะนำจากสายกินคือให้สั่งเบิ้ลไปเลยตั้งแต่รอบแรก 2 ชาม เพราะถ้ารอสั่งเพิ่มทีหลังอาจต้องรอนานและเสียเวลาโดยใช่เหตุ

- ซุปครีมเห็ดทรัฟเฟิลเสิร์ฟพร้อมครัวซองต์ ซุปครีมเนื้อเนียนละมุนที่หอมกลิ่นทรัฟเฟิลดำชัดเจนในทุกคำ ไม่ใช่แค่หอมจางๆ แบบที่หลายร้านทำ ไฮไลท์อยู่ที่มินิครัวซองต์กรอบที่เสิร์ฟมาคู่กัน ลองจุ่มลงในซุปร้อนๆ แล้วกัดคำโต รสชาติมันๆ ครีมๆ ผสมกับความกรอบของครัวซองต์ บอกได้เลยว่าเป็นคอมโบที่ลงตัวมาก ใครชอบอาหารสไตล์ยุโรปจะติดใจแน่นอน ทั้งสองเมนูนี้เป็นตัวชี้วัดว่าทำไม Copper ถึงแตกต่างจากบุฟเฟต์ทั่วไป เพราะความพิถีพิถันในวัตถุดิบและการปรุงชัดเจนมากตั้งแต่คำแรก อย่าเสียดายท้องกับเมนูอื่นก่อนได้ลองสองจานนี้

2. โซนวัตถุดิบพรีเมียม กินให้คุ้มที่สุด
- หอยนางรมสด เสิร์ฟมาจากแหล่งชั้นดีทั้งฝรั่งเศสและเกาหลี แกะสดให้ตามออเดอร์โดยเชฟโดยตรง ไม่ใช่แกะรอไว้แล้ววางกองในถาด เนื้อหอยอวบแน่น หวานฉ่ำ มีกลิ่นทะเลสดชื่นที่บอกได้ทันทีว่าของสดจริง ทานกับเลมอนหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดสไตล์ไทยก็อร่อยคนละแบบ สายหอยนางรมตัวจริงมาที่นี่คุ้มมาก เพราะสั่งได้ไม่อั้น

- กุ้งแม่น้ำเผา เมนูไทยแท้ที่หลายคนประหลาดใจว่าทำออกมาได้ดีขนาดนี้ในราคาบุฟเฟต์ กุ้งตัวโตย่างมาสุกกำลังดี เนื้อแน่นเด้ง ไม่แฉะ ไม่แข็ง แต่ไฮไลท์จริงๆ อยู่ที่มันกุ้งสีส้มเยิ้มๆ ที่รสชาติหอมมันเข้มข้นมาก ใครชอบกินมันกุ้งต้องสั่งเมนูนี้ไว้ตั้งแต่ต้น

- โซนซูชิและซาชิมิ มีทั้งแซลมอน ทูน่า และหอยเชลล์ หั่นมาชิ้นหนาคำโตไม่ประหยัด คุณภาพดีกว่าที่คิดสำหรับบุฟเฟต์ และยังมีซูชิเนื้อวากิวเบิร์นไฟที่ไม่ควรพลาด หน้าตาสวยถ่ายรูปได้ด้วย

3 เมนูเด็ดที่ห้ามพลาด
- ยำแซลมอนหรือกุ้งสดสไตล์ไทย รสเปรี้ยวเผ็ดจี๊ดของยำช่วยตัดเลี่ยนจากเนื้อสัตว์และซีฟู้ดได้ดีมาก กินสลับกับเมนูหนักๆ แล้วท้องจะรับได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แนะนำให้สั่งมาวางไว้บนโต๊ะเป็นเมนูกลางที่หยิบกินได้ตลอด

- สเต็กเนื้อและซี่โครงแกะย่าง หลายคนกังวลว่าสเต็กในบุฟเฟต์จะคุณภาพสู้ร้านอาหารทั่วไปไม่ได้ แต่ที่ Copper ต้องบอกว่าทำออกมาได้ดีกว่าที่คาด เนื้อนุ่ม ย่างสุกกำลังดี ควบคุมไฟได้เป๊ะ ซี่โครงแกะก็หอมและไม่มีกลิ่นสาบแบบที่กลัว เหมาะกับคนที่ชอบเนื้อย่างเป็นพิเศษ

4. ของหวานและเครื่องดื่ม ปิดท้ายให้สมบูรณ์
- ขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศส ตู้ขนมที่นี่จัดมาสวยและหลากหลาย ทั้งมาการอง มูสเค้ก และชูครีม หน้าตาประณีตเหมือนซื้อจากร้านขนมโดยเฉพาะ ไม่ใช่ขนมที่ทำแบบตัดราคาคุณภาพเพื่อให้ได้ปริมาณ รสชาติก็ดีตามหน้าตา ใครชอบถ่ายรูปอาหารจะชอบโซนนี้มาก

- ไอศกรีมและซอร์เบต์โฮมเมด มีรสที่น่าสนใจให้เลือกอย่างชาไทยและเสาวรส ทานเป็นตัวสุดท้ายปิดมื้อได้พอดี ความหอมเย็นช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นหลังจากกินมาหนักมาสองชั่วโมง

- เครื่องดื่ม อย่าลืมลอง ชาไทยสูตรซิกเนเจอร์ ของที่นี่ รสชาไม่เข้มและหอมกว่าชาไทยทั่วไป หวานกำลังดีไม่เลี่ยน ดื่มคู่กับของหวานหรือทานระหว่างมื้อก็ได้หมด นอกจากนี้ยังมีน้ำผลไม้ น้ำอัดลม และกาแฟให้เลือกตามชอบ

เทคนิคกิน Copper Beyond Buffet ให้คุ้มและรีวิวจากคนจริง
การรู้เมนูอย่างเดียวอาจยังไม่พอ เพราะหน้างานจริงก็สำคัญไม่แพ้กัน การเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ จะช่วยเพิ่ม “พลังการกิน” ของคุณให้พีคสุด เก็บได้ครบทุกเมนูภายในเวลาจำกัดแบบไม่พลาด
1. ขั้นตอนวันที่ไปจริง ทำยังไงให้ราบรื่น
- ถึงร้านก่อนเวลานัดสัก 15 นาที แล้วโชว์ QR Code การจองให้พนักงานที่หน้าร้าน พนักงานจะจัดที่นั่งให้ตามรอบเวลาที่จองไว้ และพอนั่งเรียบร้อยก็จะมีคนมาอธิบายขั้นตอนการสั่งอาหารให้ฟังก่อน
- เมนูส่วนใหญ่สั่งผ่าน QR Code บนโต๊ะ แค่สแกนแล้วเลือกได้เลย สั่งทีเดียวหลายเมนูได้ รอไม่นาน ส่วนหอยนางรม ของหวาน และเครื่องดื่มเดินไปหยิบเองได้ตามโซนที่กำหนด
- เรื่องเวลาต้องรู้ไว้ว่า 2 ชั่วโมงเริ่มนับทันทีที่นั่งโต๊ะ ดังนั้นรอบแรกให้สั่งเมนูซิกเนเจอร์ที่อยากกินมากที่สุดมาก่อนเลย อย่าเสียเวลาลังเล ค่อยทยอยสั่งเมนูอื่นต่อ และจะมีพนักงานแจ้ง Last Order ก่อนหมดเวลา 15 นาที
2. เทคนิคกินให้คุ้มที่สายกินเขาทำกัน
- หลีกเลี่ยงเมนูแป้ง: ข้าวผัดหรือเมนูเส้นที่นี่รสชาติดี แต่กินพื้นที่ในท้องเยอะมาก ถ้าอยากได้คุ้มจริงๆ ให้เก็บท้องไว้กับเนื้อสัตว์พรีเมียมและซีฟู้ดดีกว่า ชิมแค่นิดหน่อยพอรู้รสก็พอ
- ของทอดข้ามไปก่อน: เฟรนช์ฟรายส์หรือปีกไก่ทอดไม่ได้ไม่อร่อย แต่ไม่ใช่เหตุผลที่ต้องมาที่นี่ เก็บท้องไว้กับเมนูที่หาที่ไหนไม่ได้ดีกว่า
- สั่งเร็ว อย่าลังเล: อาหารที่นี่ทำสดทุกจาน ช่วงที่คนเยอะเมนูยอดฮิตอย่างกุ้งแม่น้ำอาจต้องรอนิด ยิ่งสั่งเร็วยิ่งได้กินเร็ว
3. ภาพรวมรีวิวจากประสบการณ์ตรง
จากรีวิวของนักเดินทางหลายคนทางออนไลน์ ข้อดีและข้อเสียนั้นชัดเจนมาก:
- ข้อดีที่พูดถึงมากที่สุด
- วัตถุดิบสดและพรีเมียมจริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณา รสชาติปรุงมาดีทุกเมนู และราคาที่จ่ายเทียบกับของที่ได้กินถือว่าคุ้มมากในแบบที่หาได้ยาก
- ข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
- จองยากที่สุดคือปัญหาหลักที่ทุกคนพูดถึง เวลา 2 ชั่วโมงอาจรู้สึกกระชั้นสำหรับคนที่ชอบนั่งกินแบบชิลล์ๆ
โดยรวมแล้ว Copper Beyond Buffet คือร้านที่คุ้มค่าแก่การพยายามจองอย่างแน่นอน แค่เตรียมตัวให้ดีและวางแผนการกินไว้ก่อน รับรองว่าจะเป็นมื้อที่พิเศษแน่นอน
กิน Copper Beyond Buffet ให้อิ่มอร่อยและคุ้มค่า
จากการจองที่ต้องลุ้นหนักไปจนถึงคำแรกที่ได้กินจริง Copper Beyond Buffet เป็นร้านที่หาความรู้สึกแบบนี้ได้ยากในกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่บุฟเฟต์ราคาดี แต่เป็นมื้ออาหารที่รู้สึกได้ว่าทุกอย่างถูกทำมาอย่างตั้งใจตั้งแต่ต้นจนจบ
หวังว่าคู่มือนี้จะช่วยให้ทุกคนเตรียมตัวได้ครบและไปถึงโต๊ะได้โดยไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจอง การเดินทาง หรือการวางแผนกินให้คุ้มที่สุด ถ้ากำลังวางแผนทริปกรุงเทพฯ อยู่ ลองเพิ่มมื้อนี้เข้าไปในลิสต์ได้เลย รับรองว่าไม่เสียใจ
คำถามที่คนถามบ่อยเกี่ยวกับ Copper Beyond Buffet
Walk-in ได้ไหม ถ้าไม่ได้จองล่วงหน้า?
ไม่แนะนำให้ Walk-in เข้าไปหน้าร้านโดยตรงเนื่องจากคิวแน่นมากและอาจไม่ได้โต๊ะเดินทางยังไงให้สะดวกที่สุด?
ถ้าไปสาขา Gaysorn Amarin นั่ง BTS มาลงสถานีชิดลมแล้วเดินผ่าน Skywalk เข้าห้างได้เลย ไม่ต้องออกไปเจอแดดหรือฝนแม้แต่ก้าวเดียว ส่วนสาขา The Sense ปิ่นเกล้า แนะนำให้เรียก Grab หรือ Bolt สะดวกกว่าขนส่งสาธารณะพาเด็กมาด้วย คิดราคายังไง?
เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. เข้าฟรี และเด็กสูง 90-130 ซม. คิดราคาเด็กประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ใหญ่ แต่แนะนำให้เช็กราคาล่าสุดบนเว็บไซต์อีกครั้งก่อนจอง เพราะอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ถ้าไปสายจะเป็นยังไง?
ร้านสำรองที่นั่งไว้ให้แน่นอน แต่เวลากินเริ่มนับตามรอบที่จองไว้และไม่มีการต่อเวลา เช่น จองรอบ 12:00-14:00 น. แต่มาถึง 12:30 น. ก็เหลือเวลากินแค่ชั่วโมงครึ่ง ดังนั้นมาให้ตรงเวลาหรือก่อนเวลาสักนิดจะได้คุ้มที่สุดมาครั้งแรก เลือกแพ็กเกจไหนดี?
แพ็กเกจเริ่มต้น Standard Buffet (1,999 บาท) เพียงพอสำหรับการมาครั้งแรกแล้ว เมนูในไลน์บุฟเฟต์ปกติมีให้ลองเยอะมาก ได้สัมผัสของดีของร้านครบถ้วน และถ้าอยากอัปเกรดก็ค่อยเพิ่มรอบหน้าเมื่อรู้แล้วว่าชอบเมนูไหนเป็นพิเศษ







NO.1







