
หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ One Bangkok คือแลนด์มาร์กไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ที่รวมทั้งร้านอาหาร ร้านค้า และพื้นที่แฮงเอาต์ไว้ในที่เดียว Trip.com จะพาคุณสำรวจไฮไลต์สำคัญของ One Bangkok ตั้งแต่ร้านอาหารน่าลอง จุดถ่ายรูปยอดนยิม ไปจนถึงร้านช้อปปิงที่ไม่ควรพลาด พร้อมข้อมูลการเดินทาง เวลาเปิด-ปิด และเคล็ดลับเที่ยวให้ครบในทริปเดียว อัปเดตล่าสุดปี 2569 เพื่อช่วยให้คุณวางแผนมาเที่ยวได้ง่ายและคุ้มค่าที่สุด
One Bangkok คืออะไร? เมืองใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ

One Bangkok คือโครงการพัฒนาเมืองแบบครบวงจร (Mixed-use Development) ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนถนนพระราม 4 ใกล้สวนลุมพินี พัฒนาโดยบริษัท Frasers Property ร่วมกับ TCC Assets โดยมีแนวคิดในการสร้างเมืองใหม่ที่รวมทุกไลฟ์สไตล์ไว้ในพื้นที่เดียวทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต การพักผ่อน และการท่องเที่ยว
โครงการมีพื้นที่พัฒนาหลายร้อยไร่และถูกออกแบบให้เป็นย่านไลฟ์สไตล์ระดับโลก ภายในประกอบด้วย ศูนย์การค้า ร้านอาหาร อาคารสำนักงาน โรงแรมระดับลักชัวรี และพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมต่างๆ ทำให้ One Bangkok กลายเป็นจุดหมายใหม่ของคนเมือง นักท่องเที่ยว และคนทำงานในย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของโครงการคือการออกแบบที่ให้ความสำคัฐกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม อาคารหลายส่วนของโครงการได้รับการออกแบบตามมาตรฐานอาคารสีเขียวระดับโลกอย่าง LEED Platinum ซึ่งเป็นมาตรฐานที่รับรองด้านการประหยัดพลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพสิ่งแวะล้อมภายในอาคาร
หากต้องการอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานนี้เพิ่มเติม สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ทางการของ U.S. Green Building Council ซึ่งเป็นองค์กรที่พัฒนาระบบ LEED และกำหนดแนวทางการออกแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั่วโลก
ตารางข้อมูล One Bangkok
รายละเอียด | ข้อมูล |
ที่ตั้ง | มุมถนนวิทยุ และถนนพระราม 4 |
เวลาเปิด - ปิด | 10:00 – 22:00 (โซนรีเทลเปิดทุกวัน) |
สถานี MRT ที่ใกล้ที่สุด | สถานีลุมพินี (ทางออก 1 เชื่อมตรง) |
สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด | สถานีเพลินจิต (ทางออก 2 + Shuttle) |
เว็บไซต์ทางการ |
เราจะพาคุณไปรู้จักทุกสิ่งที่ต้องรู้ เพื่อวางแผนเที่ยวแลนด์มาร์กใหม่ล่าสุดของกรุงเทพฯ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ข้างใน One Bangkok มีอะไรบ้าง? ไกด์แยกตามโซน
มีคำถามว่า one bangkok มีอะไรบ้าง? ซึ่งภายใน One Bangkok ถูกออกแบบให้เป็นเมืองไลฟ์สไตล์ที่มีหลายโซน แต่ละพื้นที่มีคอนเซ็ปต์และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่โซนช้อปปิง ร้านอาหาร ไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์และสวนสาธารณะใจกลางเมือง ทำให้ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกจำเจ

Parade: ศูนย์กลางกิจกรรม (ช้อป กิน เที่ยว ทำงาน)
Parade ถือเป็นโซนหลักของ One Bangkok ที่รวมกิจกรรมไลฟ์สไตล์ไว้มากที่สุด ภายในมีทั้งร้านค้าแบรนด์ดัง ร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่สำหรับใช้เวลาพักผ่อนหรือพบปะกับเพื่อนฝูง
พื้นที่นี้ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์รวมของการใช้ชีวิตในเมือง โดยมีร้านค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงร้านอาหารและคาเฟ่ยอดนยิม นอกจากนี้ยังมีพื้นที่กิจกรรมสำหรับจัดอีเวนต์ นิทรรศการ และกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี ทำให้ Parade กลายเป็นจุดนัดพบสำคัญของคนเมืองและนักท่องเที่ยว
The Storeys: โซนครีเอทีฟและร้านคอนเซ็ปต์
The Storeys เป็นโซนที่เน้นความสร้างสรรค์และดีไซน์ โดยรวบรวมร้านคอนเซ็ปต์ ร้านแฟชั่นดีไซน์เนอร์ และแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บรรยากาศของโซนนี้ถูกออกแบบให้เหมาะกับการเดินเล่น สำรวจร้านใหม่ๆ และนั่งแฮงเอาต์ในคาเฟ่หรือพื้นที่ครีเอฟทีฟต่างๆ จึงเป็นโซนที่ดึงดูดทั้งสายดีไซน์คนทำงาน สายครีเอทีฟ และคนรุ่นใหม่ที่มองหาประสบการณ์ช้อปปิงที่แตกต่างจากศูนย์การค้าทั่วไป
POST 1928: โซนลักชัวรีแห่งอนาคต
POST 1928 เป็นโซนลักชัวรีที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต โดยวางคอนเซ็ปต์ให้เป็นย่านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมของโครงการ พื้นที่นี้รวมแบรนด์ลักชัวรีระดับโลก ร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง และประสบการณ์ช้อปปิงระดับไฮเอนด์ เพื่อยกระดับ One Bangkok ให้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายด้านไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
One Bangkok Park: พื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง
One Bangkok Park คือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบให้เป็นเหมือนปอดของโครงการ สร้างสมดุลระหว่างเมืองและธรรมชาติ ภายในสวนมีพื้นที่สำหรับพักผ่อน เดินเล่น ออกกำลังกาย และจัดกิจกรรมกลางแจ้ง การออกแบบสวนเน้นภูมิทัศน์ที่ทันสมัยและการเชื่อมต่อกับพื้นที่โดยรอบ ทำให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับชุมชน คนทำงาน และผู้มาเยือน นอกจากจะช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้กับโครงการแล้ว ยังทำให้ One Bangkok เป็นพื้นที่เมืองที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
10 ประสบการณ์ห้ามพลาดที่ One Bangkok
ถ้ามาเที่ยว One Bangkok แล้วไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี ลองเช็กอินกับ 10 กิจกรรมไฮไลต์เหล่านี้ที่รวมทั้งการกิน เที่ยว ช้อป และพักผ่อนในพื้นที่เดียว เหมาะสำหรับทั้งสายคาเฟ่ สาบถ่ายรูป และสายไลฟ์สไตล์เมือง

1. ถ่ายรูปที่ Grand Entrance
Grand Entrance เป็นทางเข้าหลักของโครงการที่ถูกออกแบบมาด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ทำให้กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง พื้นที่บริเวณนี้มีการจัดแสงและดีไซน์ภูมิทัศน์อย่างสวยงาม จึงเหมาะกับการถ่ายภาพทั้งกลางวันและช่วงเย็น หลายคนมักแวะมาถ่ายรูปเช็กอินก่อนเริ่มเดินสำรวจโซนต่างๆ ภายในโครงการ
2. ดื่มกาแฟที่ Starbucks Reserve ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
Starbuck Reserve ใน One Bangkok ถือเป็นหนึ่งในสาขาที่ใหญ่และโดดเด่นที่สุดในประเทศไทย ภายในร้านมีการออกแบบที่ทันสมัยและเปิดโล่ง ให้บรรยากาศเหมือนคาเฟ่ระดับพรีเมียม นอกจากเมนูกาแฟพิเศษจากเมล็ดคั่วคุณภาพสูงแล้ว ยังมีเครื่องดื่มและเบเกอรีเฉพาะสาขาให้ลองเหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนหรือทำงานในบรรยากาศสบายๆ
3. ช้อปของดีที่ MUJI Flagship Store
สำหรับแฟนๆ ของแบรนด์ญี่ปุ่น MUJI สาขาแฟลกชิปใน One Bangkok ถือเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด เพราะมีสินค้าครบทั้งเสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน เครื่องเขียน และของแต่งบ้านสไตล์มินิมอล พื้นที่ภายในร้านกว้างขวางและจัดวางสินค้าอย่างเป็นระเบียบ ทำให้เดินเลือกซื้อของได้อย่างเพลิดเพลิน หลายคนมาที่นี่เพื่อหาไอเดียแต่งบ้านหรือเลือกซื้อของใช้คุณภาพดีในดีไซน์เรียบง่าย
4. สัมผัสวัฒนธรรมไทยในมุมใหม่กับ Jim Thompson
ร้าน Jim Thompson ใน One Bangkok นำเสนอผ้าไหมและสินค้าดีไซน์ไทยในรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น ภายในร้านมีทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และของตกแต่งบ้านที่ผสมผสานงานฝีมือแบบดั้งเดิมกับดีไซน์ร่วมสมัย ทำให้เหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวและคนไทยที่กำลังมองหาของฝากหรือของขวัญที่มีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังช่วยสะท้อนเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยในมุมใหม่อีกด้วย
5. เดินชม Art Loop และประติมากรรมกลางแจ้ง
One Bangkok มีเส้นทางศิลปะที่เรียกว่า Art Loop ซึ่งเชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆ ของโครงการเข้าด้วยกัน ตลอดเส้นทางจะพบกับผลงานศิลปะและประติมากรรมจากศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ ช่วยสร้างบรรยากาศเหมือนแกลเลอรีศิลปะกลางแจ้ง ผู้มาเยือนสามารถเดินเล่น ถ่ายรูป และชมงานศิลป์ไปพร้อมกัน ทำให้การเดินสำรวจโครงการมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
6. ลิ้มลองร้านอาหารระดับโลก
สายอาหารไม่ควรพลาดร้านดังระดับโลกอย่าง Wolfgang’s Steakhouse ที่ขึ้นชื่อเรื่องสเต็กเนื้อคุณภาพพรีเมียมแบบ Dry-aged บรรยากาศภายในร้านหรูหราและเหมาะกับการมาทานมื้อพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นพินเนอร์กับครอบครัวหรือมื้อสังสรรค์กับเพื่อนๆ นอกจากร้านนี้แล้ว ภายใน One Bangkok ยังมีร้านอาหารนานาชาติอีกหลากหลายให้เลือก
7. ช้อปของไทยที่ Sarapad Thai
Sarapad Thai เป็นพื้นที่ที่รวบรวมสินค้าและแบรนด์ไทยหลากหลายประเภท ตั้งแต่ของฝาก งานดีไซน์ งานคราฟต์ ไปจนถึงสินค้าท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ จุดเด่นของโซนนี้คือการนำเสนอวัฒนธรรมไทยในรูปแบบร่วมสมัย ทำให้สินค้าแต่ละชิ้นดูทันสมัยและเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน นักท่องเที่ยวมักแวะมาที่นี่เพื่อเลือกซื้อของฝากที่สะท้อนความเป็นไทย
8. ให้เด็กๆ สนุกเต็มที่ที่ HarborLand
ครอบครัวที่มีเด็กๆ สามารถพาไปสนุกกับสนามเด็กเล่นในร่มจาก Harborland ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์สนามเด็กเล่นยอดนิยมของไทย ภายในมีเครื่องเล่นหลากหลายรูปแบบ ทั้งโซนปีนป่าย สไลเดอร์ และกิจกรรมเสริมพัฒนาการ เด็กๆ สามารถใช้พลังงานได้อย่างเต็มที่
9. สำรวจ Food Hall สไตล์ญี่ปุ่น “Depachika” โดย Mitsukoshi
หนึ่งในไฮไลต์ด้านอาหารของ One Bangkok คือโซน Depachika ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากฟู้ดฮอลล์ใต้ห้างในญี่ปุ่น ภายในรวบรวมอาหารหลากหลายประเภอ ตั้งแต่เบนโตะ ซูชิ เบเกอรี ไปจนถึงของหวานและอาหารพร้อมทาน บรรยากาศของโซนนี้คึกคักและเหมาะกับการเดินชิมอาหารหลายร้านในที่เดียว
10. พักผ่อนในพื้นที่สีเขียวของ One Bangkok Park
หากอยากพักจากการช้อปปิงหรือการเดินสำรวจโครงการ ลองแวะมาที่ One Bangkok Park ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางโครงการ สวนแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับคนเมือง สามารถเดินเล่น นั่งพัก หรือจัดกิจกรรมกลางแจ้งได้ บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ ช่วยสร้างสมดุลระหว่างชีวิตเมืองกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว
วางแผนเที่ยว One Bangkok: ตัวอย่างแผนเที่ยว
ถ้าอยากมาเที่ยว One Bangkok ให้คุ้มค่า การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถเดินเที่ยวได้ครบทั้งร้านอาหาร จุดถ่ายรูป และร้านช้อปปิงยอดนิยม ด้านล่างนี้ คือตัวอย่างแผนเที่ยวที่ออกแบบมาตามไลฟ์สไตล์ สามารถเลือกเที่ยวได้ตามใจเลย

Foodie's Tour (ทริปสายกิน 4 ชั่วโมง)
ทริปนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากมาชิมอาหารหลายร้านในทริปเดียว โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง เริ่มต้นช่วงสายหรือช่วงบ่ายจะเหมาะที่สุด เพราะหลายร้านเปิดครบและไม่แน่นจนเดินไป
เริ่มต้นทริปด้วยการดื่มกาแฟที่ Starbuck Reserve เพื่อเติมพลัง ก่อนจะเดินสำรวจโซนร้านอาหารและคาเฟ่ต่างๆ ภายในโครงการ จากนั้นแนะนำให้แวะไปที่โซน Depachika Food Hall by Mitsukoshi ซึ่งรวบรวมอาหารญี่ปุ่น เบเกอรี และของหวานไว้ในที่เดียว เหมาะกับการเดินเลือกชิมหลายเมนู
ช่วงมื้อหลักสามารถเลือกทานที่ร้านอาหารชื่อดัง เช่น Wolfgang’s Steakhouse หรือร้านอาหารนานาชาติอื่นๆ ภายในโครงการ ปิดท้ายทริปด้วยของหวานหรือเครื่องดื่มที่คาเฟ่บรรยากาศดี ก่อนจะเดินเล่นย่อยอาหารและถ่ายีูปตามจุดต่างๆ ของ One Bangkok
Family Fun Day (ทริปครอบครัว 5 ชั่วโมง)
สำหรับครอบครัวที่มาเที่ยวพร้อมเด็กๆ One Bangkok ก็มีหลายกิจกรรมที่สามารถใช้เวลาร่วมกันได้ตลอดทั้งวัน แผนนี้ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง และเหมาะกับช่วงวันหยุดหรือช่วงบ่าย
เริ่มต้นทริปด้วยการเดินเล่นและถ่ายรูปที่ Grand Entrance ก่อนจะพาเด็กๆ ไปสนุกกับเครื่องเล่นในร่มที่ Harborland ซึ่งมีพื้นที่เล่นหลากหลายรูปแบบทั้งปีนป่าย สไลเดอร์ และโซนกิจกรรมสำหรับเด็กเล็ก
หลังจากเล่นจนเหนื่อยแล้ว สามารถพาเด็กๆ ไปทานอาหารที่ Food Hall หรือร้านอาหารครอบครัวภายในโครงการ ซึ่งมีเมนูหลากหลายให้เลือก จากนั้นแนะนำให้พาครอบครัวไปพักผ่อนที่ One Bangkok Park พื้นที่สีเขียวกลางโครงการ ที่เหมาะกับการเดินเล่น นั่งพัก และให้เด็กๆ ได้พักผ่อนก่อนกลับบ้าน
Luxury Shopper's Dream (ทริปสายช้อปลักชัวรี 3 ชั่วโมง)
ทริปนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากมาช้อปสินค้าแบรนด์ระดับพรีเมียมและสัมผัสบรรยากาศลักชัวรีของ One Bangkok ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง
เริ่มต้นด้วยการเดินสำรวจร้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ในโซนหลักของโครงการ โดยเฉพาะร้านแบรนด์ระดับพรีเมียมและร้านดีไซน์ที่มีคอนเซ็ปต์เฉพาะตัว จากนั้นแนะนำให้แวะชมโซน POST 1928 ซึ่งกำลังจะกลายเป็นย่านลักชัวรีสำคัญของโครงการในอนาคต
ระหว่างการช้อปปิงสามารถแวะพักดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มพรีเมียมในคาเฟ่ บรรยากาศดี และปิดท้ายทริปด้วยมื้ออาหารสุดพิเศษในร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิง เพื่อให้การมาเที่ยว One Bangkok กลายเป็นประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่ครบทั้งการช้อป กิน และพักผ่อนในที่เดียว
วิธีเดินทางไป One Bangkok อย่างไร? คู่มือการเดินทางทุกวิธี

การเดินทางไป One Bangkok สามารถเดินทางได้หลายวิธี ทำให้เข้าถึงได้ง่ายจากหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ด้านล่างนี้ คือรายละเอียดวิธีเดินทางยอดนิยม
เดินทางด้วย MRT
วิธีที่สะดวกที่สุดในการไป One Bangkok คือการใช้ MRT สายสีน้ำเงิน แล้วลงที่สถานีลุมพินี (Lumphini Station) ซึ่งอยู่ใกล้กับที่นี่มาก เมื่อมาถึงสถานี ให้ใช้ทางออกที่ 1 ซึ่งมีทางเชื่อมเข้าสู่พื้นที่ One Bangkok ได้อย่างสะดวก
เดินทางด้วย BTS
อีกทางเลือกคือการเดินทางด้วย BTS โดยลงที่สถานีเพลินจิต (Phloen Chit Station) ซึ่งเป็นสถานีที่อยู่ใกล้ One Bangkok มากที่สุดในระบบ BTS หลังจากลงที่สถานีให้ใช้ทางออกที่ 2 แล้วต่อด้วย EV Shuttle Bus ของโครงการ ซึ่งให้บริการรับส่งระหว่างสถานี BTS และ One Bangkok ช่วยให้เดินทางได้สะดวก โดยไม่ต้องเดินไกล
เดินทางด้วยรถยนต์หรือแท็กซี่
หากเดินทางด้วยรถยนต์หรือแท็กซี่ สามารถมาที่โครงการได้ผ่านถนนหลักหลายสาย เช่น ถนนพระราม 4, ถนนวิทยุ หรือถนนสาทร ทำให้เข้าถึงได้จากหลายย่านในกรุงเทพO ภายในโครงการมีจุด Drop-off สำหรับรับ-ส่งผู้โดยสาร ที่ออกแบบมาให้สะดวกสำหรับผู้มาเยือน รวมถึงมีพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่ภายในอาคาร รองรับผู้ใช้บริการจำนวนมาก
เดินทางด้วยรถเมล์
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางด้วยรถเมล์ สามารถเดินทางมาที่ One Bangkok ได้เช่นกัน โดยมีสายรถเมล์ที่วิ่งผ่านบริเวณถนนพระราม 4 และถนนวิทยุหลายสาย เช่น สาย 13, 17, 47, 50, 74 เป็นต้น ผู้โดยสารสามารถลงบริเวณป้ายใกล้แยกวิทยุ-พระราม 4 หรือบริเวณสวนลมพินี แล้วเดินต่อมายังโครงการได้ในไม่กี่นาที ทำให้เป็นอีกช่องทางที่สะดวกสำหรับการเดินทางในเมือง
ข้อมูลควรรู้ก่อนเที่ยว One Bangkok: ทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ทริปสนุกขึ้น

ก่อนวางแผนมาเที่ยว One Bangkok ลองดูข้อมูลสำคัญและเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ต่อไปนี้ เพื่อช่วยให้การเดินเที่ยว ช้อปปิง และถ่ายรูปภายในโครงการเป็นไปอย่างสะดวกและคุ้มค่ามากที่สุด
เวลาเปิด-ปิด
โซนรีเทลและร้านค้าภายใน One Bangkok โดยทั่วไปเปิดให้บริการประมาณ 10:00 – 22:00 น. ทุกวัน อย่างไรก็ตาม ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านเฉพาะบางแห่งอาจมีเวลาเปิด–ปิดแตกต่างกันเล็กน้อย โดยเฉพาะร้านอาหารที่เปิดถึงดึกหรือคาเฟ่ที่เปิดตั้งแต่ช่วงเช้า
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไป
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการมาเที่ยว One Bangkok คือ ช่วงเช้าถึงก่อนเที่ยง (10:00 – 12:00 น.) เพราะผู้คนยังไม่หนาแน่น สามารถเดินชมร้านค้าและถ่ายรูปได้อย่างสบาย
อีกช่วงที่บรรยากาศดีคือ ช่วงเย็นถึงค่ำ (ประมาณ 17:00 – 20:00 น.) ซึ่งแสงไฟของอาคารและพื้นที่โดยรอบเริ่มเปิด ทำให้บรรยากาศดูสวยงาม เหมาะกับการถ่ายรูปและทานมื้อเย็น
Insider Tip: จุดถ่ายรูปที่ดีที่สุด
สำหรับสายถ่ายรูป ภายใน One Bangkok มีหลายมุมที่สวยและโดดเด่น เช่น Grand Entrance ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กทางเข้าหลักของโครงการ รวมถึงพื้นที่ Art Loop ที่มีงานศิลปะและประติมากรรมกลางแจ้ง นอกจากนี้ One Bangkok Park ก็เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ เพราะมีพื้นที่สีเขียวและวิวอาคารทันสมัยเป็นฉากหลัง เหมาะสำหรับการถ่ายภาพบรรยากาศเมืองที่ผสมผสานธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมได้อย่างลงตัว
One Bangkok กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจที่สุดของกรุงเทพฯ ด้วยการผสมผสานทั้งการช้อปปิง ร้านอาหารระดับโลก พื้นที่ศิลปะ และพื้นที่สีเขียวไว้ในโครงการเดียว ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้า แต่เป็นเหมือนเมืองขนาดย่อมที่ออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตของคนเมืองอย่างแท้จริง
หากกำลังวางแผนเที่ยวกรุงเทพฯ หรือมองหาสถานที่แฮงเอาต์แห่งใหม่ ลองเพิ่ม One Bangkok ลงในลิสต์ของคุณ แล้วใช้คู่มือในบทความนี้เป็นตัวช่วยวางแผนทริป เพื่อให้ได้สัมผัสทุกไฮไลต์สำคัญของแลนด์มาร์กแห่งนี้อย่างครบถ้วน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ One Bangkok
One Bangkok ต้องเสียค่าเข้าไหม?
ไม่ต้องเสียค่าเข้า สามารถเข้าเดินเล่น ช้อปปิง และถ่ายรูปได้ฟรี ค่าใช้จ่ายจะเกิดเฉพาะเมื่อใช้บริการร้านค้า ร้านอาหาร หรือกิจกรรมต่าง ๆ ภายในโครงการOne Bangkok เหมาะกับครอบครัวหรือไม่? มีอะไรสำหรับเด็กบ้าง?
เหมาะสำหรับครอบครัว เพราะมีทั้งสนามเด็กเล่นในร่ม HarborLand ร้านอาหารสำหรับครอบครัว และพื้นที่สีเขียวอย่าง One Bangkok Parkควรใช้เวลาเที่ยว One Bangkok กี่ชั่วโมง?
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3–5 ชั่วโมง สำหรับกิน เดินเล่น และช้อปปิง หากต้องการทานหลายร้านหรือทำกิจกรรม อาจใช้เวลานานกว่านั้นภายใน One Bangkok มี Wi-Fi ฟรีหรือไม่?
มีบริการ Wi-Fi ฟรี ในหลายพื้นที่ของโครงการ โดยเฉพาะโซนรีเทลและพื้นที่ส่วนกลางร้านค้าและร้านอาหารส่วนใหญ่เปิดกี่โมง?
ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00 – 22:00 น. ทุกวัน ส่วนร้านอาหารบางแห่งอาจเปิดเช้าหรือปิดดึกกว่านั้นเล็กน้อย




NO.1







