
ซินเจียงจุดหมายปลายทางที่มีความสวยงามของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้า ทุ่งหญ้ากว้าง และเสน่ห์วัฒนธรรมอุยกูร์ที่ไม่เหมือนที่ไหน Trip.com ตั้งใจพาทุกคนไปเที่ยวซินเจียง แบบเข้าใจง่ายสำหรับคนไทย ไม่ว่าจะเป็นอากาศแต่ละฤดูกาล วิธีเดินทาง วีซ่า ไปจนถึงแผนการเที่ยวที่เที่ยวตามได้ง่ายๆ ครบจบในที่เดียว พร้อมเทคนิคเล็กๆ ที่ช่วยให้ทริปสนุกและคุ้มค่ามากขึ้นด้วย
เที่ยวซินเจียงเดือนไหนดี? เจาะลึกสภาพอากาศและไฮไลท์แต่ละฤดู
ซินเจียง เป็นเมืองที่ 4 ฤดูไม่เหมือนกันสักปี เพราะภูมิประเทศกว้างใหญ่และสภาพอากาศหลากหลายมาก ทำให้แต่ละช่วงมีเสน่ห์เฉพาะตัวแบบสุดๆ ก่อนวางแผนทริปให้ไม่พลาด มาดูว่าแต่ละฤดูของซินเจียงเป็นยังไงบ้าง

ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. - พ.ค.): ชมดอกแอปริคอทบานสะพรั่ง
ช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่อากาศในเมืองเริ่มอุ่น แต่ก็ยังมีลมเย็นๆ พักผ่าน ประมาณ 8-15°C ธรรมชาติเริ่มตื่น ความพีคสุดคือมี ดอกแอปริคอทและดอกโบตั๋นป่า บานเต็มหุ้บเขา โดยเฉพาะพื้นที่ย่านยีหนิงและเขตอีลี่ที่สวยจนต้องกดกล้องถ่ายรูปแบบรัวๆ เหมาะมากกับคนที่อยากเห็นซินเจียงในโทนหวานๆ ฟีลพาสเทลทั้งทุ่งดอกไม้และภูเขาสีเขียวอ่อน
ฤดูร้อน (มิ.ย. - ส.ค.): ทุ่งหญ้าเขียวขจีและฟ้าใส
อีกหนึ่งฤดูที่ยอดนิยม อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 18-30°C กลางวันอากาศดี ฟ้าเปิด และเป็นเวลาทุ่งหญ้าซินเจียงสวยที่สุด โดยเฉพาะ Narati Grassland, Sayram Lake และ Kanas ช่วงนี้ภาพฟ้าจะใส เหมาะกับคนชอบเดินป่า ถ่ายรูป และขับรถเที่ยว
ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. - ต.ค.): ที่สุดของความงามกับใบไม้เปลี่ยนสี
ช่วง Dream Season ที่ใครจะเที่ยวซินเจียงก็อยากมาช่วงนี้ อุณหภูมิเฉลี่ย 5-16°C ใบไม้จะเปลี่ยนจากเหลืองเป็นส้มและแดงทีละขั้น สถานที่ที่สวยจนเป็นแลนด์มาร์กของฤดูนี้คือ Kanas National Park, Hemu Village และ Sayram Lake นักท่องเที่ยวจะเยอะมากเป็นพิเศษในฤดูนี้ แนะนำให้จองที่พักล่วงหน้า
เที่ยวซินเจียงหน้าหนาว (พ.ย. - ก.พ.): สัมผัสโลกแห่งหิมะดุจเทพนิยาย
หากใครอยากมาสัมผัสบรรยากาศหิมะนุ่มๆ แบบยุโรป แต่ไม่อยากเดินทางไกลมาก แนะนำที่นี่ อุณหภูมิอาจลดลงถึง -20°C ได้ ภาพสวยเหมือนอยู่ในโปสการ์ด ตั้งแต่หมู่บ้าน Hemu ที่ปกคุลมไปด้วยหิมะจนถึงทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง เหมาะกับคนที่ชอบความสงบและอยากสัมผัสซินเจียงในแบบช้าๆ
ฤดูกาล | ช่วงเดือน | อากาศเฉลี่ย | ไฮไลท์เด่น | ข้อควรระวัง |
ฤดูใบไม้ผลิ | มี.ค.–พ.ค. | 5–18°C | ดอกแอปริคอทบาน, ทุ่งดอกไม้, เที่ยวสบายคนไม่เยอะ | อากาศแปรปรวนบ้างในต้นฤดู |
ฤดูร้อน | มิ.ย.–ส.ค. | 18–30°C | ทุ่งหญ้าเขียว, ฟ้าเปิด, ถ่ายรูปสวยทุกมุม | บางพื้นที่อาจร้อนจัดกลางวัน |
ฤดูใบไม้ร่วง | ก.ย.–ต.ค. | 5–16°C | ใบไม้เปลี่ยนสีระดับโลก, อากาศเย็นสบาย | นักท่องเที่ยวเยอะ ราคาที่พักสูง |
ฤดูหนาว | พ.ย.–ก.พ. | -20 ถึง 0°C | หมู่บ้านหิมะแบบเทพนิยาย, บรรยากาศเงียบสงบ | หนาวจัด ต้องเตรียมเสื้อผ้าครบชุด |
แนะนำก่อนเดินทาง หากต้องการเช็กว่า ที่ซินเจียงมีอากาศยังไง เผื่อให้เตรียมตัวจัดกระเป๋าเสื้อผ้าและเตรียมร่างกายไปให้เหมาะกับฤดู สามารถเช็กสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ได้เลยก่อนไป
ตั๋วเครื่องบินจากกรุงเทพ-ซินเจียง
- เที่ยวเดียว
- ไป-กลับ
BKK1:00 PM3 ชม. 5 น.บินตรงZFL2:00 PMกรุงเทพ - เจ้าซู|Thu, Apr 9|Normal Airlineเช็คราคาเช็คราคา
BKK1:00 PM3 ชม. 5 น.บินตรงZFL2:00 PMกรุงเทพ - เจ้าซู|Thu, Apr 9|Normal Airlineเช็คราคาเช็คราคา
BKK1:00 PM3 ชม. 5 น.บินตรงZFL2:00 PMกรุงเทพ - เจ้าซู|Thu, Apr 9|Normal Airlineเช็คราคาเช็คราคา
ราคาเที่ยวบิน${{departCityName}}-${{arrivalCityName}}ที่แสดงนี้อ้างอิงจากราคาเฉลี่ยของสายการบินต่างๆ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตามฐานข้อมูลล่าสุดของ Trip.com
ปักหมุด! 10 สุดยอดสถานที่เที่ยวในซินเจียงที่ห้ามพลาด
เมืองอุรุมชี (Ürümqi)

อุรุมชีเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการเดินทางของซินเจียง จุดที่นักเดินทางส่วนใหญ่ต้องแวะก่อนออกเดินทางไปเมืองต่างๆ เมืองมีความผสมผสานระหว่างความจีนทันสมัยใหม่กับวัฒนธรรมอุยกูร์ที่ยังคงอยู่ชัดเจน ไฮไลท์ของที่นี่คือ Xinjiang International Bazaar ตลาดที่เต็มไปด้วยเครื่องเทศ ผ้าไหม งานฝีมือ และอาหารท้องถิ่น และอีกแลนด์มาร์กอย่าง พิพิธภัณฑ์ซินเจียง ที่เล่าประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหมและมัมมี่โบราณ มาที่เมืองนี้เหมือนได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ทันที
ทะเลสาบเทียนฉือ (Tianchi Lake)

ทะเลสาบเทียนฉือ เป็นหนึ่งในภาพจำที่สวยงามของการเที่ยวซินเจียง น้ำในทะเลสาบเป็นสีฟ้าใส รายล้อมด้วยยอดเขาของเทียนซานที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี ภูมิทัศน์ให้ฟีลสวิสเซอร์แลนด์ มีความสงบแบบจีนตะวันตก นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือรอบทะเลสาบหรือเดินชมวิวบนลานกว้างด้านบน ช่วงฤดูใบไม้ผลิทุ่งดอกไม้จะบานสวย และฤดูหนาว ทะเลสาบแห่งนี้จะเต็มไปด้วยหิมะ เหมือนมาเดินเที่ยวในเมืองแห่งเทพนิยาย
เขตอุทยานคานาสือ (Kanas)

เขตอุทยานคานาสือ ขึ้นชื่อเรื่องความงามระดับโลก จนถูกเรียกว่า ดินแดนศิลปิน เพราะมุมไหนก็เหมือนภาพวาดไปหมด ทั้งทะเลสาบสีฟ้าน้ำนม ป่าสนสีเขียวเข้ม หมู่บ้านไม้ และสายหมอกที่ลอยเหนือสายน้ำในตอนเช้า ไฮไลท์ของที่นี่คือ Kanas Lake ที่น้ำในทะเลสาบจะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกสล และช่วงพีคที่สุดของที่นี่คือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเดือนกันยายน-ตุลาคม
เมืองคัชการ์ (Kashgar)

เมืองคัชการ์ หัวใจของวัฒนธรรมอุยกูร์และเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของเส้นทางสายไหมมานับพันปี เมืองเก่าคัชการ์เต็มไปด้วยบ้านดินแบบกุยกูร์ ถนนแคบๆ ที่เต็มไปด้วยร้านงานไม้ ร้านทำมีด งานโลหะ และกลิ่นเครื่องเทศที่ลอยมาแบบจัดเต็ม ไฮไลท์คือ มัสยิด IdKah และ Sunday Market ตลาดใหญ่ที่คึกคักที่สุดในเอเชียกลาง ให้ฟีลเหมือนไปเที่ยวตะวันออกกลางทั้งๆ ที่อยู่ในจีน
ทะเลสาบคาราคูล (Karakul Lake)

คาราคูลตั้งอยู่สูงกว่า 3,600 เมตรบนเส้นทางคัชการ์-ปามีร์ ไฮเวย์ น้ำในทะเลสาบนิ่งจนสะท้อนเงาภูเขาหิมะ Muztagh Ata ได้อย่างสวยงามราวโลกอีกใบ สีฟ้าเข้มของน้ำตัดหับหิมะขาวๆ ทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของคนชอบถ่ายภาพ บรรยากาศเงียบสุดขั้ว ลมแรงแต่ความสวยเก็บลงรูปได้ทุกมุม เส้นทางนี้ จะเห็นชาวคีร์กีซเร่ร่อนและฝูงยักตามทุ่งหญ้าเป็นเรื่องธรรมดา
เมืองทูร์ปัน (Turpan)

เมืองทูร์ปัน หรือ ถูหลู่ฟาน เป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นเตาอบแห่งซินเจียง เพราะอุณหภูมิหน้าร้อนอาจถึง 45°C แต่เต็มไปด้วยองุ่นและผลไม้ระดับพรีเมียมของประเทศนี้ ที่ Grape Valley หุบเขาองุ่นที่อากาศเย็นสบายตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ของเมือง ช่วงที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ร่วงที่องุ่นหวานจนละลายในปาก
หมู่บ้านเหอมู่ (Hemu Village)

หมู่บ้านเหอมู่เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในจีน ตั้งอยู่บนเขาสูงใกล้เขตคานาสือ ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหลังให้ฟีลชนเผ่าตูวาแบบดั้งเดิม ไฮไลท์คือทะเลหมอกในตอนเช้าที่ลอยเหนือหลังคาบ้านแบบนุ่มๆ และใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงเดือนกันยายน มีความสวยและคลาสสิกทำให้หลายคนยกให้เป็นหมู่บ้านในฝันของซินเจียง
ทุ่งหญ้าน่าลาถี (Nalati Grassland)

ทุ่งหญ้าน่าลาถี คือทุ่งหญ้าที่กว้างสุดสายตา ล้อมด้วยเทือกเขาเทียนซานที่มีหิมะปกคลุมปลายยอด ถูกเรียกว่า สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชียกลาง อย่างไม่เกินจริง ช่วงฤดูร้อนทุ่งหญ้าจะเขียวขจีและมีดอกไม้ป่าเบ่งบานเต็มพื้นที่ มีสายลมเย็นๆ ทำให้หลายคนมานี่เพื่อพักใจจริงๆ มุมถ่ายรูปเยอะจนต้องเคลียร์เมมให้พร้อม
แกรนด์แคนยอนอันจีไห่

หุบเขาอันจีไห่ถูกธรรมชาติสลักจนเกิดเป็นชั้นหินหลากสี ทั้งแดง ส้ม เหลือง ม่วง มีลวดลายซับซ้อนเหมือนภาพศิลปะ การยืนมองลงไปจากจุดชมวิวคือความรู้สึกว้าวแบบไม่ต้องปรุงแต่ง ไฮไลท์คือแสงยามเย็นที่ทำให้สีของหุบเขาเปล่งประกายขึ้นอีกระดับ เส้นทางบางช่วงเดินไกลเล็กน้อย แต่คุ้มทุกก้าว
เมืองโบราณเจียวเหอ (Jiaohe Ancient City)

เมืองโบราณเจียวเหอ เป็นเมืองโบราณที่สร้างจากดินและหินบนเนินสูงกว่า 2,000 ปี โครงสร้างเมืองยังอยู่เกือบครบ ทั้งถนน วัด กำแพงเมือง และบ้านเรือน ทำให้จินตนาการภาพชีวิตคนโบราณได้ง่าย ที่นี่เป็นหนึ่งในซากเมืองดินที่รักษาไว้ดีที่สุดในโลก บรรยากาศร้อนแห้งแบบเทือกเขาเตียนแต่เดินเพลินมาก โดยเฉพาะตอนเย็นที่แสดงสีทองตกกระทบกำแพงดินสวยแบบอบอุ่น
วางแผนเที่ยวซินเจียงด้วยตัวเอง

การเที่ยวซินเจียง ไม่เหมือนเที่ยวเมืองฮิตฝั่งตะวันออกของจีนอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เพราะที่นี่กว้างมาก เมืองหลักห่างกันเป็นพันกิโล สถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่ทั่ว การเลือกวิธีการเดินทางให้เหมาะสมจึงมีความสำคัญ
- วีซ่าและเอกสารสำคัญ
คนไทยปัจจุบันสามารถเดินทางเข้าจีนแบบยกเว้นวีซ่าได้ไม่เกิน 30 วัน ตามข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย-จีน ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2024 และหนังสือเดินทางต้องมีอายุมากกว่า 6 เดือน แนะนำตรวจสอบข้อมูลวีซ่าล่าสุดก่อนเดินทาง - การเดินทางจากไทยไปซินเจียง
เส้นทางที่ง่ายที่สุดคือบินจากไทยไปลงอุรุมชี ซึ่งเป็นประตูหลักของซินเจียง ส่วนใหญ่ต้องต่อเครื่องในจีนก่อน แนะนำให้เผื่อเวลาสำหรับเปลี่ยนเครื่องอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพราะสนามบินจีนค่อนข้างใหญ่ และมีขั้นตอนด้านความปลอดภัยค่อนข้างเข้ม - การเดินทางระหว่างเมืองในซินเจียง
ซินเจียงใหญ่กว่าที่คิดหลายเท่า วิธีการเดินทางภายในเมือง มีดังนี้
- เครื่องบินภายในประเทศ
เป็นวิธีการเดินทางที่เร็วและสบายที่สุดสำหรับการเดินทางระยะไกล เส้นทางยอดนิยม เช่น อุรุมชี <-> คัชการ์ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง มีไฟลท์ตรงหลายเที่ยวต่อวัน - รถไฟธรรมดา/รถไฟทางไกล
เหมาะกับคนที่มีเวลาเหลือและอยากเซฟงบในการเดินทาง เส้นทางอุรุชี-คัชการ์ มีรถไฟธรรมดาวิ่งหลายขบวนต่อวัน ใช้เวลาประมาณ 11.5-20+ ชั่วโมง แนะนำให้จองตู้นอน จะเดินทางคืนนึงแล้วตื่นมาเช้าอีกเมืองพอดี - เช่ารถ/รถพร้อมคนขับ
วิธีที่ดีและมีอิสระมากๆ ในการเที่ยวซินเจียง เหมาะกับการเดินทางเป็นกลุ่ม 3-4 คน การเช่ารถทำให้เราสามารถแพลนการเดินทางได้อย่างยืดหยุ่น อยากแวะตรงไหนก็แวะได้เลย แต่การเช่ารถขับเองจะต้องเป็นคนที่ขับรถคล่องๆ เพราะการเดินทางค่อนข้างไกล - รถบัส
เป็นรถบัสระยะไกล ประหยัดแค่ใช้เวลานาน เช่น จากอุรุมชีไปอีหนิง ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง - ทัวร์กลุ่ม
เป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกสบาย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการวางแผนเดินทางเอง
- เครื่องบินภายในประเทศ
- จองที่พักย่านไหนดี?
การแพลนทริปซินเตียงมักใช้โครงแบบนี้เป็นแกน แล้วค่อยแตกวันตามใจชอบได้ ไม่ว่าจะในอุรุมชี ที่เป็นฐานหลักวันแรก ใกล้สนามบินใหญ่ หรือที่ Turpan เมืองร้อนกลางทะเลทราย และแนะนำให้จองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (ก.ย.-ต.ค.) และหน้าร้อน เพราะที่พักวิวดีๆ จะเต็มเร็วมาก - การชำระเงิน : Alipay / WeChat Pay สำคัญมาก
ปัจจุบันจีนเป็นสังคมไร้เงินสด ร้านค้าแทบทุกระดับใช้จ่ายผ่าน QR Code เป็นหลัก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และซูเปอร์มาร์เก็ต แท็กซี่ ร้านอาหารท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถใช้ Alipay หรือ WeChat Pay ในการจ่ายเงินได้แล้ว แต่ก็แนะนำให้แลกเงินหยวนติดตัวมาจำนวนหนึ่ง เผื่อร้านเล็กๆ ไม่รับบัตรหรือการสแกน - อินเทอร์เน็ต, ซิม, VPN
แนะนำให้ซื้อซิมจีนหรือ eSIM ล่วงหน้าก่อนเดินทาง เพราะลงจากเครื่องบินก็จะสามารถใช้งานได้ทันที และอีกอย่างมีบางแพลตฟอร์มไม่สามารถใช้งานได้ที่จีน จึงจำเป็นต้องใช้ VPN ที่เตรียมจากไทย แต่ควรเลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ - ความปลอดภัยและด่านตรวจในซินเจียง
ภาพรวมแล้วการเที่ยวซินเจียงสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ค่อนข้างปลอดภัยแต่สิ่งที่ต่างจากเมืองอื่นในจีนคือ มีจุดตรวจความปลอดภัยและจุดสแกนบัตร/กระเป๋าบ่อยพอสมควร ทั้งสถานีรถไฟ สถานีรถบัส และทางเข้าเมืองยางแห่ง และแนะนำพกพาสปอร์ตติดตัวตลอดเวลา เพราะอาจถูกขอตรวจ
แจกแผนเที่ยวซินเจียง เที่ยวได้จริงตามนี้แน่นอน
แผน 7 วัน: เจาะลึกซินเจียงตอนเหนือ (อุรุมชี - คานาสือ)

สำหรับคนที่อยากเห็นทะเลสาบคานาสือ หมู่บ้านเหอมู่ และวิวภูเขาทุ่งหญ้าแบบเต็มๆ โดยไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป
วันที่ 1 - เดินทางถึงอุรุมชี & เที่ยวเมืองแบบเบาๆ
เริ่มต้นที่ไปเช็กอินโรงแรม พักเอาแรงสักพัก ออกมาเดินเล่นที่ Xinjiang International Bazaar แวะชิมอาหารอุยกูร์ เช่น แกะย่าง, เนื้อเสียบไม้, หมี่อุยกูร์ ถ้าถึงเช้ากว่านี้ แนะนำให้แวะพิพิธภัณฑ์ซินเจียงได้ด้วย
วันที่ 2 - จากอุรุมชี -> Burqin
ระยะทางการเดินทางประมาณ 600 กิโลเมตร ใช้เวลา 7-9 ชั่วโมง นั่งรถชมวิวภูเขาและทะเลทรายสลับกันไป ถึงที่ Burqin แล้ว ให้เดินเล่นแม่น้ำ Irtysh River Night Market ลองชิมปลาเทราต์ย่าง ของเด็ดเมือง Burqin เหมือนกำลังค่อยๆ หลุดจากความเป็นเมืองไปสู่โลกอีกใบของซินเจียงตอนเหนือ
วันที่ 3 - Burqin -> อุทยานคานาสือ
จาก Burqin ไปอุทยานคานาสือ นั่งรถเข้าพื้นที่อุทยานคานาสือ ขึ้นรถบัสของอุทยานไปยังจุดชมวิวหลัก เที่ยว 3 Bay Viewpoints เดินชมวิวทะเลสาบคานาสือช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก
วันที่ 4 - หมู่บ้านเหอมู่
เดินทางจากคานาสือไปยังหมู่บ้านเหอมู่ เช็กอินเข้าโรงแรมเสร็จเรียบร้อย แนะนำให้เดินขึ้นเนินชมวิวหมู่บ้านล้อมด้วยป่าสน ถ่ายรูปหมอกตอนเย็นหรือตอนเช้า ทุกอย่างดูเรียบง่ายมากๆ
วันที่ 5 - จากหมู่บ้านเหอมู่ -> Burqin -> อุรุมชี
เดินถ่ายรูปในหมู่บ้านเหอมู่ตอนเช้าอีกสัก 1 เซ็ต กลับลงจากหมู่บ้านมาที่ Burqin จากนั้นขับยาวกลับเข้าอุรุมชี ซึมซับกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ก่อนกลับเข้าเมือง
วันที่ 6 - ทะเลสาบเทียนฉือ
จากอุรุมชีไปเทียนฉือ ประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง นั่งรถบัสขึ้นสู่ภูเขาเทียนซาน ล่องเรือชมทะเลสาบเทียนฉือ ถ่ายรูปวิวภูเขาหิมะกับน้ำสีฟ้าใส เดินเส้นเล็กๆ ชมวิวแบบชิลๆ
วันที่ 7 - อุรุมชีช้อปปิง + กลับไทย
ซื้อของฝากที่ Grand Bazaar ชิมอาหารท้องถิ่นปิดท้าย เดินเล่นโซนเมืองเก่าแบบสบายๆ และเดินทางกลับไทย จบทริปแบบอบอุ่น ใครชอบคาเฟ่หรือร้านอาหารสไตล์อุยกูร์ ปิดท้ายวันนี้ได้ดี
รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (บาท) |
ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ (ไทย–อุรุมชี) | 18,000 – 26,000 บาท |
ค่าเดินทางภายใน (รถเช่า/รถพร้อมคนขับ/รถไฟ) | 7,000 – 12,000 บาท |
ค่าที่พัก (6 คืน) | 6,000 – 12,000 บาท |
ค่าอาหาร | 3,000 – 5,000 บาท |
ค่าเข้าชมสถานที่ | 2,000 – 4,500 บาท |
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ซิม, eSIM, VPN, ของฝากเล็กๆ น้อยๆ) | 1,000 – 2,000 บาท |
รวมโดยประมาณ | 37,000 – 61,500 บาท |
ปล.ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับค่าเงิน และอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดอีกครั้งก่อนออกเดินทางเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลล่าสุด
แผน 10 วัน: เก็บครบทั้งซินเจียงเหนือและใต้ (อุรุมชี - คัชการ์)

วันที่ 1 - ถึงอุรุมชี & เดินเล่นเมืองเบาๆ
เช็กอินที่พัก พักผ่อนสักพัก เดินตลาด Xinjiang International Grand Bazzar ชิมอาหารท้องถิ่นแบบจัดเต็ม ถ้าถึงเร็ว แนะนำเที่ยวพิพิธภัณฑ์ซินเจียง ชมประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหม
วันที่ 2 - อุรุมชี -> Burqin
ใช้เวลาเดินทางเปลี่ยนสถานที่ประมาณ 7-9 ชั่วโมง ผ่านวิวภูเขาและทะเลทราย เย็นเดินเล่นตลาดแม่น้ำ Irtysh River Night Market ชิมปลาเทราต์ย่าง เมนูดังของเมืองนี้ เหมือนกำลังค่อยๆ เดินทางสู่แดนเหนือสุดลึกลับของซินเจียง
วันที่ 3 - Burqin -> เขตอุทยานคานาสือ
เข้าพื้นที่คานาสือ และขึ้นรถบัสของอุทยานไปเที่ยวจุดชมวิวหลัก 3 Bay อย่าง Moon Bay, Dragon Bay, Immortal Bay ถ่ายภาพทะเลสาบคานาสือตอนแสงเย็น ธรรมชาติอลังการระดับโปสการ์ดทุกมุม
วันที่ 4 - หมู่บ้านเหอมู่
เดินทางไปหมู่บ้านเหอมู่ เช็กอินเกสต์เฮาส์บรรยากาศดั้งเดิม ขึ้นเนินชมวิวทะเลหมอกยามเย็น สงบ อบอุ่น ละมุนแบบหมู่บ้านชนเผ่า
วันที่ 5 - หมู่บ้านเหอมู่ -> Burqin -> อุรุมชี
ถ่ายรูปหมู่บ้านช่วงเช้า หมอกสวยมาก เดินทางกลับ Burqin และอุรุมชี ถึงค่ำพักเอาแรง วันนี้ใช้เวลาเดินทางซะส่วนใหญ่ แต่ภาพวิวคานาสือจะติดตาไปอีกนาน
วันที่ 6 - เทียนฉือ & กลับเข้าเมือง
ออกจากอุรุมชีใช้เวลา 1.5-2 ชั่วโมง ล่องเรือ-ถ่ายรูปทะเลสาบเทียนฉือ ชมภูเขาเทียนซานหิมะขาวๆ กลับเข้าเมือง ช้อปปิงตลาดท้องถิ่นช่วงเย็น
วันที่ 7 - อุรุมชี -> คัชการ์
บินเปลี่ยนเมืองใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือ รถไฟใช้เวลามากกว่า 10 ชั่วโมง เมื่อถึงคัชการ์เดินเล่น Old Town ถ่ายรูปตรอกซอยแบบตะวันออกกลาง และทานอาหารอุยกูร์แบบต้นตำรับ เปลี่ยนฟีลจากจีนเหนือสู่เสน่ห์อาหรับกลางซินเจียง
วันที่ 8 - เที่ยวคัชการ์แบบเต็มวัน
เยี่ยมชม Id Kah Mosque มัสยิดเอกลักษณ์ของเมือง เดินดูงานฝีมือดั้งเดิมที่ Handicraft Street และหากมาในวันอาทิตย์ จะได้เจอกับ Sunday Market ตลาดที่ดังที่สุดในเอเชียกลาง
วันที่ 9 - คัชการ์ - ทะเลสาบคาราคูล
ออกเดินทางใน Pamir Highway ชมวิวทะเลสาบคาราคูลกับภูเขาหิมะ Muztagh Ataถ่ายรูปฝูงยักและวิถีชาวคีร์กีซ กลับเข้าคัชการ์ตอนเย็น
วันที่ 10 - คัชการ์ -> อุรุมชี -> เดินทางกลับไทย
บินกลับอุรุมชีเพื่อเชื่อมต่อไฟลท์กลับไทย ซื้อของฝากปิดท้าย และจบทริปแบบอิ่มทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม
รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (บาท) |
ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ (ไทย–อุรุมชี) | 18,000 – 26,000 |
ค่าเดินทางภายใน (ไฟลท์ในประเทศ, รถเช่า/รถพร้อมคนขับ, รถไฟ) | 12,000 – 20,000 |
ค่าที่พัก (9 คืน) | 9,000 – 18,000 |
ค่าอาหาร | 5,000 – 7,500 |
ค่าเข้าชมสถานที่ | 3,000 – 6,000 |
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ซิม/eSIM, VPN, ของฝากพื้นฐาน) | 1,500 – 3,000 |
รวมโดยประมาณ | 48,500 – 80,500 บาท |
ปล.ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับค่าเงิน และอาจมีการเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดอีกครั้งก่อนออกเดินทางเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลล่าสุด
แนะนำก่อนเดินทาง สำหรับใครที่เตรียมตัวไปเที่ยวจีนครั้งแรก ให้แพลนการเดินทางและค่าใช้จ่ายให้ดี เพื่อให้ทริป 7 วันหรือ 10 วันของคุณประหยัดและอยู่ในงบประมาณที่พอเหมาะ
เปิดประสบการณ์วัฒนธรรมและอาหารท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาด
ซินเขียงไม่ได้มีแค่ธรรมชาติที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นดินแดนที่ผสมผสานวัฒนธรรมจีน-อุยกูร์-เอเชียกลางจนเกิดรสชาติและกลิ่นอายแบบที่หาไม่เจอในที่อื่น การได้มาสัมผัสอาหารท้องถิ่นและชีวิตผู้คนอีกครึ่งหนึ่งของการเที่ยวซินเจียงให้ครบถ้วนจริงๆ
ลิ้มลอง 7 เมนูเด็ดอาหารอุยกูร์

1. เนื้อแกะย่าง (Kawap / Shashlik)
เมนูซิกเนเจอร์ของชาวอุยกูร์ เนื้อแกะเสียบไม้ย่างบนถ่าน โรยเครื่องเทศหอมๆ รสเค็มมันกำลังดี คนไทยกินง่าย ไม่มีกลิ่นแรงแบบที่คิด
2. หมี่อุยกูร์ (Laghman)
บะหมี่เส้นสดผัดกับผักหลากสีและเนื้อวัว รสออกเค็มและเผ็ดนิดๆ ให้ฟีลหมี่ผัดแบบเอเชียกลาง เส้นเหนียวนุ่มมาก เป็นเมนูที่ควรลองอย่างยิ่ง
3. ข้าวพลาฟ (Polo / Pilaf)
ข้าวผัดน้ำมันกับแครอต หอมใหญ่ และเนื้อแกะหรือเนื้อวัว เป็นอาหารที่กินง่ายของคนท้องถิ่น รสละมุน หอมเครื่องเทศเบาๆ ไม่จัดจ้านเกินไป
4. ขนมปังนาอัน (Naan)
ขนมปังแผ่นอบเตาถ่านด้านนอกกรอบด้านในนุ่ม ร้านท้องถิ่นชอบกินคู่กับซุปหรือเนื้อย่าง กลิ่นหอมมาก จนคนไทยส่วนใหญ่ซื้อกลับโรงแรมเป็นของว่าง
5. ซาโมซาอุยกูร์ (Samsa)
แป้งอบไส้เนื้อวัวหรือแกะผสมหัวหอม ชิ้นเล็กกำลังดี อร่อยแบบเรียบง่าย หาซื้อง่ายในตลาดหรือแผงข้างทาง
6. ก๋วยเตี๋ยวราดซอสเผ็ด (Dapanji)
ไก่ผัดพริกแห้ง ซอสเผ็ดเค็มออกรสจัดกำลังดี เสิร์ฟพร้อมเส้นนุ่มๆ คนไทยที่ชอบรสเข้มแนวเสฉวนจะถูกใจเมนูนี้มาก
7. ผลไม้สด อบแห้งระดับตำนาน
องุ่นหวานจัด เมลอนเนื้อแน่น อินทผาลัม และลูกเกดคุณภาพดีมาก ตั้งแต่ธรรมดาไปจนถึงเกรดพรีเมียม ราคาไม่แพง ซื้อกลับไทยคือของฝากที่ถูกใจทุกคน
เสน่ห์แห่งวัฒนธรรม: ตลาดกลางคืนและวิถีชีวิตผู้คน

ตลาดกลางคืนของซินเจียง คือหัวใจของวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง จะได้สัมผัสทั้งเสียงดนตรีแบบอุยกูร์ กลิ่นเครื่องเทศที่ลอยมาจากเตาย่าง และแสงสีจากร้านขายของมือทำที่ตั้งเรียงรายเป็นร้อยกว่าร้าน สิ่งที่ไม่ควรพลาดในตอนกลางคืน คือ
- เดินชิมอาหารตั้งแต่เนื้อเสียบไม้จนถึงของหวานอย่างนมแพะตุ๋น
- ดูช่างฝีมือทำมีดอุยกูร์ เครื่องเงิน งานแกะสลัก และผ้าทอสีสด
- ฟังดนตรีอุยกูร์ที่บางคืนอาจมีโชว์เต้นแบบพื้นเมืองให้ชม
- ถ่ายภาพบ้านดินและลวดลายอุยกูร์สุดละเอียดที่ใช้ประดับร้านค้า
นอกจากอาหารและงานฝีมือ อีกเสน่ห์ของที่นี่คือความเป็นมิตรแบบอบอุ่นของคนท้องถิ่น เวลาเดินตลาดจะมีรอยยิ้ม มีคำเชื้อเชิญให้ลองอาหาร ทำให้การเดินตลาดกลางคืนเป็นทั้งความอร่อยและความทรงจำในทริปเดียวกัน
การเที่ยวซินเจียงเป็นทริปที่รวมทุกความรู้สึกไว้ในที่เดียว ทั้งความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ทำให้เราหายใจช้าลง ความงดงามของทะเลสาบสีฟ้าและทุ่งหญ้าที่ไม่มีวันสิ้นสุด การเดินทางอาจไกลกว่าที่อื่น แต่เมื่อไปถึงแล้ว จะได้สัมผัสกับเมืองที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน ดังนั้น ก่อนเดินทางแนะนำให้แพลนให้ดี Trip.com ช่วยให้การเดินทางไปซินเจียงเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย ทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถไฟ รถเช่า eSIM รวมถึงการวางแผนเดินทางไปพร้อมๆ กันที่นี่ที่เดียว แล้วมาเก็บกระเป๋าเดินทางเที่ยวซินเจียงไปกับเรา Trip.com
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเที่ยวซินเจียง
เที่ยวซินเจียงปลอดภัยไหมสำหรับนักท่องเที่ยวไทย?
โดยรวมถือว่าปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ซินเจียงมีจุดตรวจหลายแห่งตามสถานีขนส่ง ถนนหลัก และแหล่งท่องเที่ยว จึงควรพกพาสปอร์ตตลอดเวลาคนไทยต้องขอวีซ่าไปซินเจียงหรือไม่ และต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
คนไทยได้รับการยกเว้นวีซ่า สิ่งที่ต้องเตรียมคือพาสปอร์ตอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ตั๋วเดินทางกลับ และที่พักที่จองไว้ ส่วนบางพื้นที่ชายแดนลึกๆ อาจต้องมีใบอนุญาตพิเศษ ซึ่งเอเจนซี่ท้องถิ่นจะช่วยจัดการให้การสื่อสารในซินเจียงลำบากไหม ควรใช้แอปแปลภาษาอะไรดี?
ภาษาอังกฤษใช้น้อย โดยเฉพาะนอกเมืองใหญ่ การใช้แอปแปลภาษาจึงจำเป็นมาก แนะนำ Google Translate หรือแอปแปลภาษาจีนอื่นๆ ที่สามารถสแกนข้อความจากภาพได้ จะช่วยเวลาอ่านป้ายหรือเมนูในซินเจียงสามารถใช้ Facebook, LINE, Google ได้หรือไม่ ต้องทำอย่างไร?
แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, LINE, Instagram, Google และบริการอื่นๆ มักถูกจำกัดการเข้าถึงในจีน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงใช้ VPN ที่สมัครตั้งแต่ในไทย เพื่อให้ใช้งานได้ แต่ความเสถียรขึ้นอยู่กับพื้นที่และช่วงเวลาควรแลกเงินหยวนไปเท่าไหร่ และใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันสะดวกกว่าไหม?
WeChat Pay แบบผูกบัตรต่างประเทศได้ ส่วนเงินสดหยวนควรแลกติดตัวประมาณ 1,000–2,000 บาท สำหรับร้านเล็กๆ จะใช้จ่ายสะดวกกว่า


