
ถ้าพูดถึงประเทศยอดฮิตที่บินง่าย เที่ยวสนุก กินอร่อย และช้อปปิ้งมันส์แบบไม่มีเบื่อ “โซล” ต้องติดอันดับต้น ๆ แน่นอนค่ะ เมืองหลวงสุดคึกคักของเกาหลีใต้ที่รวมทุกอย่างไว้ครบ ทั้งวังโบราณสุดอลังการ แลนด์มาร์กวิวสวยหลักล้าน ย่านช้อปปิ้งสุดฮิต คาเฟ่ดีไซน์เก๋ และสตรีทฟู้ดหอมกรุ่นที่ชวนให้ใจละลาย
บทความนี้เรารวม ที่เที่ยวโซล แบบจัดเต็ม ตั้งแต่พิกัดเช็กอินยอดนิยมที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง จุดถ่ายรูปสวยลง IG ยังไงก็ปัง ไปจนถึงของกินเด็ดและประสบการณ์พิเศษที่หาได้แค่ที่เกาหลีเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดเที่ยวหรือสายเกาหลีตัวจริง อ่านจบแล้ววางแพลนเที่ยวได้เลย ถ้าพร้อมแล้ว ไปลุยเก็บทุกที่เที่ยวโซลให้ครบในทริปเดียวกันเลยค่ะ
8 ที่เที่ยวโซลยอดฮิต ที่ต้องไปเช็กอินให้ได้!
1. พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) | พระราชวังไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี

พระราชวังเคียงบกกุง สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1395 เป็นพระราชวังหลวงของกษัตริย์ในราชวงศ์โชซอน ภายในพระราชวังมีการจำลองวิถีชีวิตของกษัตริย์สมัยก่อนไว้อย่างสมบูรณ์ ที่นี่เป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโซล มีพื้นที่กว้างมากกว่า 400,000 ตารางเมตร! มีบริการให้ยืมเครื่องบรรยายดิจิทัล (Digital Guide) ฟรีด้วย ใครกังวลเรื่องภาษาก็ไม่ต้องห่วง เที่ยวได้สบายใจ
จุดเด่นที่ห้ามพลาดคือการแสดงพิธีเปลี่ยนเวรยามของทหารรักษาพระองค์และพิธีตรวจตราพระราชวัง จัดขึ้นที่หน้าประตูฮึงรเยมุน (Heungnyemun Gate) ทุกวันระหว่าง 10:00-15:00 น. ต้องไปดูให้ได้สักครั้ง! และที่พิเศษสุดคือถ้าใส่ชุดฮันบก (ชุดประจำชาติเกาหลี) จะเข้าชมฟรี ไม่ต้องเสียค่าบัตรเลย
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่อยู่ | 161 ถนนซาจิก เขตจงโน กรุงโซล |
การเดินทาง | รถไฟใต้ดินสาย 3 สถานี Gyeongbokgung ทางออก 5 |
เวลาทำการ | 09:00 - 17:00 น. (เวลาอาจแตกต่างตามฤดูกาล) |
วันหยุด | วันอังคาร |
2. N Seoul Tower | ชมวิวพาโนรามา 360 องศาจากความสูง 479 เมตร

N Seoul Tower (เอ็นโซลทาวเวอร์) คือสัญลักษณ์ของกรุงโซล ตั้งอยู่บนยอดเขานัมซาน (Namsan) คอยมองดูเมืองโซลจากมุมสูง ปี 2005 มีการปรับปรุงใหม่ใช้เงินกว่า 15,000 ล้านวอน สูงถึง 479 เมตร จากจุดชมวิวบนหอคอยจะเห็นทัศนียภาพโซลแบบพาโนรามา วันที่อากาศดีมองเห็นไกลถึงเมืองอินชอนหรือแคซองเลยทีเดียว
จุดฮิตของ N Seoul Tower คือ "กุญแจคล้องใจ" (Love Padlocks) ที่มักปรากฏในรายการทีวีและซีรีส์เกาหลีชื่อดัง คู่รักมาคล้องกุญแจเป็นสัญลักษณ์ความรักนิรันดร์ สร้างความทรงจำพิเศษและเพิ่มความหวานให้ชีวิตคู่
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่อยู่ | 105 ถนนนัมซานกงวอน เขตยงซาน กรุงโซล |
การเดินทาง | เดินประมาณ 10 นาที จากสถานี Myeong-dong สาย 4 ทางออก 4 |
เวลาทำการ | วันธรรมดา: 12:00-22:00 น. | วันเสาร์-อาทิตย์: 11:00-22:00 น. |
วันหยุด | เปิดทุกวัน |
3. เมียงดง | ย่านช้อปปิ้งยอดฮิตของวัยรุ่นโซล

เมียงดง (Myeong-dong) คือย่านสุดคึกคักใจกลางกรุงโซล และเป็นหนึ่งในพิกัดยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องปักหมุดมาเช็กอินให้ได้สักครั้ง ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ช้อปปิ้งเครื่องสำอางและเสื้อผ้าแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารเกาหลีรสเด็ด คาเฟ่น่ารัก และสปาให้แวะพักผ่อนแบบฟิน ๆ เดินเล่นได้ทั้งวันก็ยังไม่มีเบื่อเลยค่ะ
ถ้าได้มาเดินย่านเมียงดงแล้ว อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือ “ห้างสรรพสินค้าล็อตเต้ สาขาหลัก” (Lotte Department Store Main Store) เพราะโซนอาหารชั้นใต้ดินคือจัดเต็มมาก ทั้งกิมจิ สาหร่าย ขนมเกาหลี และของฝากยอดฮิตอีกเพียบ เรียกว่ามาที่เดียวได้ครบ เหมาะสำหรับซื้อของฝากกลับบ้านแบบจุใจ
ที่สำคัญ เมียงดงยังเดินทางสะดวก ร้านค้าสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี บรรยากาศคึกคักปลอดภัย ใครมาเที่ยวเกาหลีครั้งแรก เลือกพักหรือปักหมุดที่นี่ไว้ในแพลน รับรองว่าเที่ยวง่าย สนุก และประทับใจแน่นอนค่ะ
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่อยู่ | 66 ถนนอึลจิโร เขตจุง กรุงโซล |
การเดินทาง | เดินจากสถานี Myeongdong สาย 4 |
เวลาทำการ | ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน |
4. ตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market) | ห้องครัวแห่งกรุงโซล

ตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market) คือตลาดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปี และถือเป็นหนึ่งในตลาดดั้งเดิมที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านเมียงดง (Myeongdong) เดินผ่านทางเชื่อมใต้ดินมาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว สายช้อปหรือสายกินที่มาเที่ยวโซล แนะนำให้จัดแพลนมาเดินคู่กับเมียงดงได้เลยค่ะ
ภายในตลาดมีร้านค้ามากกว่า 10,000 ร้านเรียงรายเต็มพื้นที่ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของใช้ ของฝาก ไปจนถึงโซนอาหารท้องถิ่นแบบต้นตำรับ แค่ก้าวเข้ามาก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศคึกคัก เสียงเรียกลูกค้าของพ่อค้าแม่ค้า และเสียงต่อรองราคาที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างสีสันให้การเดินตลาดสนุกขึ้นอีกหลายเท่า
ด้วยความที่ตลาดนัมแดมุนมีร้านค้าเยอะมากจนเดินเพลินแบบไม่รู้ตัว แนะนำให้ลิสต์ร้านหรือปักหมุดจุดที่อยากแวะไว้ล่วงหน้า จะช่วยประหยัดเวลาและเก็บไฮไลท์ได้ครบมากขึ้น เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปสัมผัสเสน่ห์ตลาดเกาหลีแบบดั้งเดิมที่ยังมีชีวิตชีวาแห่งนี้กันได้เลยค่ะ
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่อยู่ | 40 ถนนเซจงแดโร เขตจุง กรุงโซล |
การเดินทาง | เดินเพียง 5 นาทีจากสถานี Hoehyeon สาย 4 ทางออก 5 |
เวลาทำการ | ขึ้นอยู่กับแต่ละสาขา |
วันหยุดประจำ | ขึ้นอยู่กับแต่ละสาขา |
5. ล็อตเต้ เวิลด์ (Lotte World) | สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ล็อตเต้เวิลด์ (Lotte World) คืออาณาจักรแห่งความบันเทิงใจกลางกรุงโซลที่รวมเครื่องเล่นสุดมันส์ไว้มากกว่า 40 ชนิด และยังครองสถิติเป็นสวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก การันตีโดย Guinness World Records ความอลังการของที่นี่ทำให้กลายเป็นหนึ่งในไฮไลท์ที่เที่ยวโซลที่พลาดไม่ได้เลยค่ะ
ภายในธีมพาร์คมีทั้งโซนเครื่องเล่นหวาดเสียว เครื่องเล่นสำหรับเด็ก ขบวนพาเหรด และโชว์สุดตื่นตา เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทุกวัย ไม่ว่าจะมาเป็นคู่ มากับแก๊งเพื่อน หรือพาครอบครัวมาเที่ยวก็สนุกได้เต็มอิ่ม บอกเลยว่าเที่ยวทั้งวันยังแทบไม่พอ!
นอกจากสวนสนุกแล้ว ภายใน Lotte World ยังมีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) ให้เดินช้อปแบบครบจบในที่เดียว จะเล่นให้สุดแล้วแวะช้อปต่อ หรือเติมพลังด้วยร้านอาหารหลากหลายสไตล์ก็สะดวกมาก ๆ รับรองว่าทั้งความสนุกและความประทับใจจนกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ ของทริปเกาหลีแน่นอนค่ะ
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่อยู่ | 240 ถนนโอลลิมปิก-โร เขตซงปา กรุงโซล |
การเดินทาง | เชื่อมตรงกับสถานี Jamsil สาย 2 และ 8 |
เวลาทำการ | วันธรรมดา: 09:30-22:00 น. | วันเสาร์-อาทิตย์: 09:30-23:00 น. |
6. COEX Aquarium | สัมผัสโลกใต้ทะเลสุดอลังการใจกลางเมือง

COEX Aquarium (คอร์เอ็กซ์ อะควาเรียม) คือหนึ่งในพิกัดยอดฮิตใจกลางกรุงโซล ที่จะพาคุณเปิดประสบการณ์โลกใต้ทะเลแบบเต็มอิ่ม ภายในรวบรวมสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ จัดแสดงอย่างอลังการและน่าตื่นตาตื่นใจ เหมาะทั้งกับสายถ่ายรูป ครอบครัวที่พาเด็ก ๆ มาเที่ยว หรือใครที่อยากหากิจกรรมในร่มเดินเล่นสบาย ๆ
ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคืออุโมงค์ใต้น้ำขนาดใหญ่ ที่คุณจะได้เห็นฝูงฉลามและปลากระเบนแหวกว่ายอยู่เหนือศีรษะแบบใกล้ชิด ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางมหาสมุทรจริง ๆ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวโซลที่สร้างความประทับใจได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปเลยค่ะ
นอกจากนี้ยังมีโซนอเมซอนที่จำลองบรรยากาศป่าดิบชื้นได้อย่างสมจริง เต็มไปด้วยนกสีสันสดใสและสัตว์เลื้อยคลานหาชมยาก เดินเพลิน ๆ ก็เหมือนได้ออกผจญภัยในป่าลึกของอเมริกาใต้แบบไม่ต้องบินข้ามทวีป ถือเป็นอีกมุมที่ทั้งสนุกและได้ความรู้ไปพร้อมกันค่ะ
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่อยู่ | 513 ถนนยองดงแดโร เขตคังนัม กรุงโซล |
การเดินทาง | เดินเพียง 3 นาที จากสถานี Bongeunsa สาย 9 ทางออก 7 |
เวลาทำการ | 10:00 - 20:00 น. |
7. Theater of Light | ดำดิ่งสู่โลกแห่งจินตนาการ ท่ามกลางแสงสีเสียง

Theatre des Lumieres (โรงละครแห่งแสง) คือแลนด์มาร์กสายอาร์ตแห่งใหม่ใจกลางกรุงโซล ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่โลกของนิทรรศการศิลปะแบบ Immersive สุดล้ำ พื้นที่แห่งนี้ถูกรีโนเวตจาก “Walkerhill Theater” อดีตโรงละครระดับตำนานของเกาหลี ให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว สร้างประสบการณ์ที่ทั้งตื่นตาและตราตรึงใจผู้มาเยือน
ทันทีที่ก้าวเข้าไปด้านใน คุณจะถูกโอบล้อมด้วยแสง สี และภาพเคลื่อนไหวจากโปรเจกเตอร์นับร้อยที่ฉายทั่วทุกผนัง พื้น และเพดาน เสริมด้วยดนตรีประกอบทรงพลังที่ดังกังวานไปทั่วทั้งฮอลล์ ผลงานศิลปะระดับโลกถูกนำเสนอในรูปแบบใหม่ที่ผสานภาพและเสียงเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้คุณไม่ได้แค่ “ชมงานศิลป์” แต่เหมือนได้เข้าไปอยู่ในผลงานชิ้นนั้นจริง ๆ
ที่นี่จึงไม่ใช่แค่แกลเลอรีธรรมดา แต่เป็นประสบการณ์ศิลปะเหนือระดับที่ควรค่าแก่การมาเปิดมุมมองใหม่ ๆ เมื่อมาเที่ยวโซลค่ะ
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่อยู่ | 177 ถนนวอล์คเกอร์ฮิลล์ เขตกวางจิน กรุงโซล |
การเดินทาง | มีบริการรถรับ-ส่ง (Shuttle Bus) จากสถานี Gangbyeon สาย 2 |
เวลาทำการ | 10:00 - 19:10 น. |
8. สวนสาธารณะยออีโดฮันกัง (Yeouido Hangang Park) | โอเอซิสแห่งการพักผ่อน

สวนสาธารณะยออีโดฮันกัง (Yeouido Hangang Park) คือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ริมแม่น้ำฮันที่เต็มไปด้วยความสดชื่น และเป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของทั้งชาวโซลและนักท่องเที่ยว บรรยากาศที่นี่ชิลมาก เหมาะกับการมานั่งปิกนิก ปั่นจักรยาน วิ่งออกกำลังกาย หรือแค่นั่งมองวิวแม่น้ำเพลิน ๆ ก็ฮีลใจได้สุด ๆ
นอกจากวิวสวยและลมเย็นสบายแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมและอีเวนต์จัดขึ้นตลอดทั้งปี พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเวทีลอยน้ำ น้ำพุ และโชว์น้ำพุแสงสีในช่วงค่ำที่สวยอลังการสุด ๆ ทำให้ทุกช่วงเวลาที่มาเยือนเต็มไปด้วยความประทับใจ
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศแบบในซีรีส์เกาหลี ลองซื้อรามยอนหรือของกินง่าย ๆ มานั่งกินริมแม่น้ำดูสักครั้ง รับรองว่าฟีลดีจนอยากกลับมาอีกแน่นอนค่ะรีวิว
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่อยู่ | 330 ถนนยออีทง เขตยองดึงโพ กรุงโซล |
การเดินทาง | รถไฟใต้ดินสาย 5 สถานี Yeouinaru ทางออก 2 และ 3 |
เวลาทำการ | 24 ชั่วโมง |
6 พิกัดถ่ายรูปสวยในเกาหลีใต้ จุดเช็คอินยอดฮิตที่สาย IG ห้ามพลาด!
1. หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน | ปูซาน

หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน (Gamcheon Culture Village) คือพิกัดสุดอาร์ตของเมืองปูซาน ที่ถูกพลิกฟื้นจากชุมชนเก่าให้กลายเป็นแหล่งศิลปะและวัฒนธรรมสุดมีเสน่ห์ ไฮไลท์ที่ใครเห็นก็ต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย คือบ้านเรือนสีพาสเทลสดใสที่เรียงตัวลดหลั่นไปตามเนินเขาอย่างสวยงาม จนได้รับฉายาว่า “มาจูปิกจูแห่งเกาหลี” (Machu Picchu of Korea) และกลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยอาร์ตแกลเลอรี งานสตรีทอาร์ต และมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ แทรกตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่และร้านอาหารสุดชิคที่ดัดแปลงจากบ้านฮันอก (Hanok) แบบดั้งเดิม ผสมผสานเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมเก่ากับศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
แค่ได้เดินเล่นช้า ๆ ตามทางเดินเล็ก ๆ ก็เหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยสีสันและแรงบันดาลใจ เป็นอีกหนึ่งพิกัดในปูซานที่ทั้งโรแมนติก อบอุ่น และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเลยค่ะ
2. BUSAN X the SKY | ปูซาน

BUSAN X the SKY คือจุดชมวิวสุดอลังการที่ตั้งอยู่ภายในตึก LCT Landmark Tower ย่านแฮอุนแด (Haeundae) เมืองปูซาน เปิดให้บริการเมื่อปี 2020 และปัจจุบันถือเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเกาหลีใต้ ด้วยความสูงถึง 411.6 เมตร บนชั้น 100 คุณจะได้ชมวิวเมืองปูซานแบบพาโนรามากว้างสุดสายตา ทั้งทะเลสีฟ้าแนวยาว ภูเขา และเส้นขอบฟ้าของตัวเมืองที่สวยตระการตา เป็นแลนด์มาร์คที่ใครมาปูซานก็ต้องแวะเช็กอินให้ได้
ไฮไลท์คือจุดชมวิวแบบ 360 องศาที่มองเห็นแลนด์มาร์คสำคัญทั่วเมืองได้แบบเต็มตา ไม่ว่าจะเป็นชายหาดแฮอุนแดหรือสะพานชื่อดังในยามค่ำคืน นอกจากนี้ด้านบนยังมีร้านอาหารและ Starbucks สาขาที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก กลายเป็นจุดเดทยอดนิยมที่บรรยากาศดีมาก โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกต่อเนื่องถึงกลางคืน แสงสีของเมืองที่ค่อย ๆ สว่างไสวโรแมนติกจนแทบละสายตาไม่ได้เลยค่ะ
3. เกาะนามิ | ชุนชอน

เกาะนามิ (Nami Island) คือเกาะเล็ก ๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงโซล เดินทางง่ายแบบไปเช้าเย็นกลับได้สบาย ๆ ความพิเศษของที่นี่คือทิวทัศน์ที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้เขียวชอุ่มหน้าร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีสุดโรแมนติกในฤดูใบไม้ร่วง หรือหิมะขาวโพลนในฤดูหนาว
ที่นี่ยังโด่งดังในฐานะโลเคชันถ่ายทำซีรีส์ระดับตำนานอย่าง “Winter Sonata” (เพลงรักในสายลมหนาว) ทำให้ทั่วทั้งเกาะอบอวลไปด้วยบรรยากาศโรแมนติก เหมาะกับการมาเดินเล่น ถ่ายรูป และพักผ่อนแบบชิล ๆ เป็นที่สุด
ภายในเกาะมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมและนิทรรศการหมุนเวียนจัดขึ้นตลอดทั้งปี ทำให้มาเมื่อไหร่ก็มีมุมใหม่ ๆ ให้ค้นหา ใจกลางเกาะเป็นสนามหญ้ากว้างขวาง พร้อมมุมพักผ่อนอย่าง UNICEF Lounge ที่เหมาะกับทั้งครอบครัวและคู่รัก
สายแอดเวนเจอร์ก็สนุกได้เต็มที่ จะปั่นจักรยานชมธรรมชาติแบบสบาย ๆ หรือเพิ่มความตื่นเต้นด้วยการโหนสลิง (Zip-line) ชมวิวจากมุมสูงก็เร้าใจไม่แพ้กัน นอกจากนี้รอบเกาะยังมีกิจกรรมทางน้ำอย่างบานาน่าโบ๊ทและเรือพายให้เลือกสนุก เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่เที่ยวได้ครบทั้งสายชิลและสายแอคทีฟในวันเดียวเลยค่ะ
4. อินสไปร์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ รีสอร์ท | อินชอน

INSPIRE Entertainment Resort แลนด์มาร์คความบันเทิงระดับเวิลด์คลาสแห่งใหม่ของเอเชีย เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2024 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ และกลายเป็นจุดหมายที่ถูกพูดถึงอย่างรวดเร็ว ด้วยความอลังการของพื้นที่ขนาดมหึมากว่า 461,661 ตารางเมตร หรือเทียบเท่าสนามโตเกียวโดมถึง 10 แห่งรวมกัน
ความโดดเด่นของที่นี่ไม่ได้มีแค่ขนาดที่ใหญ่โตเท่านั้น แต่ยังผสานเทคโนโลยีดิจิทัลอาร์ตสุดล้ำเข้ากับงานดีไซน์ได้อย่างตระการตา สร้างประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่ทั้งทันสมัยและน่าตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไป
ภายในรีสอร์ทมีห้องพักรวมกว่า 1,275 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Inspire Arena ฮอลล์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่รองรับผู้ชมได้สูงสุดถึง 15,000 คน, Aurora Street ถนนศิลปะดิจิทัลยาวกว่า 150 เมตรที่เต็มไปด้วยแสงสีสุดอลังการ รวมถึงโดมสระว่ายน้ำในร่มที่เปิดให้บริการตลอดทั้งปี
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่ของเกาหลีที่ครบทั้งความบันเทิง ที่พัก และประสบการณ์สุดล้ำในที่เดียว เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสความยิ่งใหญ่ระดับเอเชียแบบจัดเต็มค่ะ
5. Starbucks Coffee The Jongno R | โซล

สตาร์บัคส์ เดอะ จงโน อาร์ (Starbucks The Jongno R Store) ตั้งอยู่ภายในอาคารจงโนทาวเวอร์ (Jongno Tower) และได้รับฉายาว่าเป็น “ราชาแห่งสตาร์บัคส์ในเกาหลี” ด้วยพื้นที่กว้างขวาง ดีไซน์โดดเด่น และบรรยากาศที่แตกต่างจากสาขาทั่วไปอย่างชัดเจน ภายในร้านแบ่งออกเป็น 6 โซนตามธีมที่หลากหลาย แต่ละมุมออกแบบอย่างพิถีพิถันจนกลายเป็นจุดถ่ายรูปสวย ๆ ได้แทบทุกมุม
ไฮไลท์ที่สะดุดตาที่สุดคือเคาน์เตอร์บาร์ความยาวถึง 25 เมตร ที่ทั้งอลังการและดูภูมิฐาน สะท้อนความพรีเมียมของสาขานี้ได้อย่างลงตัว เมนูเครื่องดื่มมีให้เลือกมากกว่า 100 รายการ พร้อมอาหารและเบเกอรีคุณภาพดีที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน การได้มานั่งพักผ่อนในพื้นที่โปร่งสบายแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่การแวะดื่มกาแฟธรรมดา แต่เป็นประสบการณ์ที่ได้ดื่มด่ำทั้งรสชาติและบรรยากาศในเวลาเดียวกัน
ใครเป็นสายคาเฟ่หรือชอบเก็บภาพมุมสวย ๆ บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์สุด ๆ แวะมานั่งชิลล์พร้อมเก็บรูปเก๋ ๆ ไปลงโซเชียล รับรองว่ายอดไลก์พุ่งแน่นอนค่ะ
6. สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland) | จังหวัดคยองกีโด

เอเวอร์แลนด์ (Everland) คือสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ และเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คความสนุกที่ใครมาเที่ยวเกาหลีไม่ควรพลาด ที่นี่รวมกิจกรรมและเครื่องเล่นหลากหลายรูปแบบ เหมาะทั้งกับการมาเที่ยวกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือแม้แต่คู่รักที่อยากเติมสีสันให้ทริป
ไฮไลท์ที่หลายคนตั้งตารอคือเทศกาลประจำฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ฮาโลวีนสุดหลอน หรือโชว์ไฟและขบวนพาเหรดสุดอลังการในช่วงค่ำคืนที่สวยตระการตาจนต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรัว ๆ
เครื่องเล่นมีครบทุกระดับความมันส์ ตั้งแต่รถไฟเหาะสุดเร้าใจ เครื่องเล่นทางน้ำ ไปจนถึงโซนสำหรับเด็กเล็กที่เล่นได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้เอเวอร์แลนด์ยังโดดเด่นด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่น รายล้อมด้วยธรรมชาติ ทำให้การเดินเล่นทั้งวันไม่รู้สึกอึดอัด เรียกได้ว่าเป็นสวนสนุกที่ให้ทั้งความตื่นเต้น ความอบอุ่น และภาพความทรงจำดี ๆ ครบในที่เดียวเลยค่ะ
5 เมนูอาหารเกาหลีห้ามพลาด! อร่อยเด็ดที่ต้องลองให้ได้สักครั้ง
1. หมูสามชั้นย่าง (ซัมกยอบซัล)

ซัมกยอบซัล (Samgyeopsal) คือเมนูหมูย่างเกาหลียอดฮิตที่ใช้เนื้อหมูสามชั้นมาย่างจนหอมกรุ่น จุดเด่นคือการหั่นหมูเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วนำไปห่อด้วยผักสดๆ อย่างผักกาดหอม เพิ่มรสชาติด้วยเครื่องเคียงอย่างกระเทียม พริก หรือซัมจัง บอกเลยว่าลงตัวและอร่อยฟินแบบต้นตำรับ
ร้านแนะนำ: Hanam Pig House สาขาเมียงดง 1
ชื่อร้าน | Hanam Pig House สาขาเมียงดง 1 |
ที่อยู่ | 199-77 อึลจิโร 2-กา เขตจุง กรุงโซล |
เวลาทำการ | 15:00 - 24:00 น. |
2. คัมจาทัง

คัมจาทัง (Gamjatang) คือเมนูซุปกระดูกหมูสุดเข้มข้นที่นำกระดูกสันหลังหมูมาเคี่ยวจนได้ที่ พร้อมใส่เครื่องเน้นๆ ทั้งมันฝรั่ง ผักกาดขาว และผักต่างๆ ความลับของความอร่อยอยู่ที่การเคี่ยวกระดูกนาน ทำให้ได้คอลลาเจนเน้นๆ จากไขกระดูก ขึ้นชื่อว่าช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยเปล่งปลั่ง
ร้านแนะนำ: Wondang Gamjatang (วอนดัง คัมจาทัง)
ชื่อร้าน | วอนดัง คัมจาทัง |
ที่อยู่ | 25-33 ชุงมูโร 1-กา เขตจุง กรุงโซล |
เวลาทำการ | เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง |
3. ทัคคันมาริ (Dakhanmari)

ทัคคันมาริ (Dak-hanmari) คือเมนูซุปไก่รสเด็ดจากเกาหลี โดยคำว่า "ทัค" (Dak) แปลว่าไก่ และ "มาริ" (Mari) สื่อถึงการนำมาต้ม เมนูนี้เป็นการนำไก่มาเคี่ยวในน้ำซุปจนนุ่ม พร้อมใส่เครื่องทั้งผัก เห็ด กระเทียม และพริกเกาหลี
ร้านเด็ด: ซงกาเน ทักคันมารี
ชื่อร้าน | ซงกาเน่ ทัคคันมารี |
ที่อยู่ | 201-13 แขวงซุงอิน เขตจงโน กรุงโซล |
เวลาทำการ | 12:00 - 22:00 น. (หรือจนกว่าของจะหมด) |
4. จิมดัก (Jjimdak)

จิมดัก (Jjimdak) เมนูอาหารเกาหลีรสเด็ด โดดเด่นด้วยรสชาติเข้มข้นจากการเคี่ยวเนื้อหมู ผักสด และวุ้นเส้นจนเข้าเนื้อ ให้รสสัมผัสที่อร่อยกลมกล่อม ความพิเศษคือหลายร้านเปิดให้เลือกมิกซ์เครื่องได้เอง และบางร้านยังมีบริการแบบบุฟเฟต์ให้ฟินไม่อั้น
ร้านเด็ด: ตรอกอันดงจิมดัก (Andong Jjimdak Alley)
ชื่อร้าน | ตรอกจิมดักเมืองอันดง (Andong Jjimdak Alley) |
ที่อยู่ | 178-8 นัมมุนดง, เมืองอันดง, จังหวัดคยองซังบุกโด |
เวลาทำการ | 10:00 – 23:00 น. (*เวลาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสาขา) |
5. ซอลลองทัง (Seolleongtang)

ซอลลองทัง (Seolleongtang) คือเมนูซุปกระดูกวัวรสกลมกล่อมที่ถือเป็นอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของเกาหลี น้ำซุปสีขาวนวลได้จากการเคี่ยวกระดูกวัวเป็นเวลานานหลายชั่วโมงจนเข้มข้น หอมละมุน และอุดมไปด้วยคอลลาเจนและแคลเซียม ดีต่อสุขภาพและช่วยเติมพลังได้อย่างดีเยี่ยม เสิร์ฟพร้อมเนื้อวัวนุ่ม ๆ ต้นหอม และข้าวสวยร้อน ๆ กินแล้วอุ่นสบายท้องสุด ๆ
จุดเด่นของซอลลองทังคือรสชาติที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ตัวน้ำซุปจะไม่ปรุงรสจัด ผู้ทานสามารถเติมเกลือ พริกไทย หรือกิมจิตามชอบ ทำให้ได้รสชาติที่พอดีกับตัวเอง ในกรุงโซลและทั่วประเทศมีร้านซอลลองทังเฉพาะทางเปิดให้บริการมากมาย และเป็นเมนูที่ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวนิยมแวะชิมกันเสมอ
ร้านเด็ด: Imun Seolleongtang (อีมุน ซอลลองทัง)
ชื่อร้าน | อีมุน ซอลลองทัง |
ที่อยู่ | 88 แขวงคยอนจี เขตจงโน กรุงโซล |
เวลาทำการ | 08:00 - 21:00 น. |
5 ประสบการณ์สุดพิเศษที่หาได้แค่ในเกาหลีเท่านั้น
1. ตามล่าหาเครื่องสำอางเกาหลีชิ้นโปรด

รู้กันอยู่แล้วว่าเกาหลีใต้คือเจ้าแห่งเทรนด์ความงามระดับโลก โดยเฉพาะเครื่องสำอางเกาหลีที่โด่งดังเรื่องนวัตกรรมส่วนผสมสุดล้ำและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์บำรุงผิวหรือเมคอัพ ถือเป็นไอเทมที่ต้องมีติดบ้านเพื่อช่วยเสริมความสวยและเพิ่มความมั่นใจ
ทำไมเครื่องสำอางเกาหลีถึงดังไปทั่วโลก? เพราะอ่อนโยนต่อผิวแต่ให้ผลลัพธ์เห็นชัดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นมาสก์หน้าที่เติมความชุ่มชื้นให้ผิวแบบเข้มข้น หรือรองพื้นที่ทำให้ผิวเนียนกริบไร้ที่ติ ทำให้ทั้งหนุ่มสาวต่างหลงรักกันไปหมด เพราะแต่ละชิ้นออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาผิวแบบเฉพาะเจาะจง ลองหยิบเครื่องสำอางเกาหลีมาดูแลตัวเองสักครั้ง รับรองว่าผิวสวยสุขภาพดีและมั่นใจในทุกวันไม่ใช่เรื่องยากเลย!
2. ชวนไปดีท็อกซ์ทั่วเรือนร่างให้สดชื่นที่จิมจิลบัง

การไปจิมจิลบัง (Jjimjilbang) ที่เกาหลีคือที่สุดของการพักผ่อนสำหรับคนทำงานที่อยากรีชาร์จร่างกายจริงจัง การได้ผ่อนคลายในห้องที่ทำจากแร่ธาตุธรรมชาติจะช่วยบำบัดความเครียดและความเหนื่อยล้าให้หายวับไป พร้อมรับประโยชน์จากซาวน่าและห้องอบไอน้ำที่ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและสุขภาพดีขึ้น ไออุ่นแสนสบายจะช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาสดชื่นและมีชีวิตชีวาจากในสู่นอก
ภายในจิมจิลบังยังมีพื้นที่พักผ่อนครบครัน ให้คุณได้ใช้เวลาชิลล์ๆ กับเพื่อนหรือครอบครัวได้อย่างเต็มที่ ถือเป็นที่พิเศษที่ช่วยให้คุณได้หนีความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน พร้อมรีเฟรชทั้งร่างกายและจิตใจให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง
3. ตามล่าหาคาเฟ่สุดชิคที่สาวๆ ต้องเลิฟ

เกาหลีใต้เต็มไปด้วยคาเฟ่น่ารักๆ ที่บรรยากาศดีจนอยากนั่งชิลล์ไปนานๆ โดยเฉพาะในย่านฮิตอย่างเมียงดงและฮงแด ที่รวมคาเฟ่ดีไซน์เก๋ ถ่ายรูปสวยทุกมุม แถมใส่ใจทั้งการตกแต่งร้านและคุณภาพอาหาร รับรองว่าสายคอนเทนต์ต้องถูกใจแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มสีสันสดใส ขนมหวานแสนอร่อย หรือบรรยากาศร้านที่ตกแต่งมีสไตล์จนถ่ายรูปสวยทุกมุม สิ่งเหล่านี้พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้คุณทุกครั้งที่มาเยือน การ "ตะลอนทัวร์คาเฟ่" (Cafe Hopping) ถือเป็นเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ของการเที่ยวเกาหลีจริงๆ เพราะเป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่ช่วยให้คุณลืมความวุ่นวายในชีวิตและฮีลใจได้ดี
4. เพลิดเพลินกับช่วงเวลา Tea Time ที่ Starbucks ที่สวยที่สุดในโลก

บนชั้น 99 ของแลนด์มาร์คยอดฮิตในปูซานอย่าง "BUSAN X the SKY" เป็นที่ตั้งของ "Starbucks สาขา Haeundae X the SKY" ซึ่งไม่ได้เป็นแค่สาขาที่สูงที่สุดในเกาหลี แต่ยังครองสถิติเป็นร้านสตาร์บัคส์ที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย! จากร้านสุดพิเศษแห่งนี้ คุณจะได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพงดงามของเมืองปูซานแบบพาโนรามา 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นวิวทะเลแฮอุนแด สะพานควังอันแดกโย (Gwangan Bridge) หรือสะพานท่าเรือปูซาน (Busan Harbor Bridge) มอบประสบการณ์จิบกาแฟที่เหนือระดับและสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
ที่นี่ยังมีแก้วมัครุ่น Limited Edition ที่ดีไซน์มาเฉพาะเพื่อฉลองความสูงที่สุดในโลก ดีไซน์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร เหมาะมากที่จะซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกหรือเป็นของฝากสุดพิเศษ ใครมีแพลนไปเที่ยวเกาหลี อย่าลืมแวะมาสัมผัสบรรยากาศในพื้นที่พิเศษแห่งนี้สักครั้ง มาจิบกาแฟรสละมุนพร้อมดื่มด่ำกับวิวสวยอลังการไปพร้อมกัน รับรองว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ประทับใจและทำให้ทริปของคุณพิเศษกว่าที่เคยแน่นอน
5. ตื่นตาตื่นใจไปกับโชว์ทำอาหารสุดมันส์

นันทาโชว์ (Nanta Show) แห่งย่านเมียงดง คือการแสดงสุดฮิตที่มาในธีมทำอาหารสุดยูนีค พร้อมความบันเทิงที่ดึงดูดให้ผู้ชมมีส่วนร่วมแบบใกล้ชิด! โดยจะถ่ายทอดเรื่องราวสุดป่วนชวนหัวเราะที่เกิดขึ้นในห้องครัวไม่ธรรมดา รับรองว่าคุณจะต้องทึ่งกับทักษะการใช้มีดที่รวดเร็วปานสายฟ้าและการแสดงกายกรรมสุดตื่นตาของเหล่านักแสดงจนแทบหยุดหายใจ
โชว์นี้ใครๆ ก็สนุกได้ไม่จำกัดเพศและวัย ไฮไลท์เด็ดคือการแสดงแบบอินเทอร์แอคทีฟที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะที่นั่งบริเวณชั้น 1 ถือเป็นทำเลทองที่จะทำให้คุณสัมผัสความตื่นตาและความสมจริงได้อย่างเต็มอิ่ม ที่สำคัญคือไม่ต้องกังวลเรื่องกำแพงภาษา ให้คุณได้เพลิดเพลินกับการแสดงสุดยูนีคนี้ได้เต็มที่
3 พิกัดยอดฮิตในโซลที่สาวๆ ห้ามพลาด!
1. OLIVE YOUNG

OLIVE YOUNG (โอลีฟ ยัง) หรือที่หลายคนเรียกกันว่า "โอริยัน" (Ori-yan) คือร้านบิวตี้และเฮลท์สโตร์ยอดฮิต ที่นี่มีสินค้าให้เลือกช้อปแบบครบวงจร ตั้งแต่เครื่องสำอางเกาหลีคอลเลกชันล่าสุดไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน ด้วยราคาสบายกระเป๋า
2. ห้างสรรพสินค้าล็อตเต้ สาขาหลัก (Lotte Department Store)

ห้างสรรพสินค้าล็อตเต้ (Lotte Department Store) คือแลนด์มาร์คระดับตำนานที่เป็นสัญลักษณ์ของย่านเมียงดงมาตั้งแต่ปี 1979 นอกจากจะเป็นสวรรค์ของนักช้อปด้วยร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) และโซนอาหารชั้นใต้ดินแล้ว ยังมีบริการที่อำนวยความสะดวก อย่างจุดแลกเงินหรือบริการฝากกระเป๋าฟรี
3. Ediya Coffee

ที่มา: https://1goten.jp/archives/ediya-coffee.html
Ediya Coffee (อีดิยา คอฟฟี่) เป็นเชนร้านกาแฟยอดนิยมที่มีสาขาครอบคลุมทั่วเกาหลีใต้ จุดเด่นคือความคุ้มค่า เพราะราคาถูกกว่าร้านกาแฟแบรนด์อื่นๆ แต่เสิร์ฟมาในแก้วไซส์ใหญ่จุใจ เหมาะสำหรับหาเครื่องดื่มดับกระหายระหว่างเดินทางท่องเที่ยว
แนะนำย่านที่พักและโรงแรมในโซล
1. เมียงดง
เมียงดง (Myeongdong) คือย่านช้อปปิ้งสุดคึกคักใจกลางกรุงโซลที่เป็นศูนย์รวมเทรนด์แฟชั่น บิวตี้ และของอร่อยล่าสุด ถือเป็นพิกัดยอดฮิตที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ร้านค้าส่วนใหญ่พร้อมต้อนรับและสื่อสารกับชาวต่างชาติได้ดี
2. ฮงแด
ฮงแด (Hongdae) คือศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของวัยรุ่นเกาหลีที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงโซล โดยชื่อย่านนี้มาจากมหาวิทยาลัยฮงอิก (Hongik University) พื้นที่แห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะ ทั้งภาพวาดสตรีทอาร์ตและเสียงดนตรีอินดี้
3. คังนัม
คังนัม (Gangnam) คือย่านสุดหรูและทันสมัยทางตอนใต้ของกรุงโซล ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางนำเทรนด์ที่ล้ำสมัยที่สุดของเกาหลีใต้ รายล้อมไปด้วยตึกระฟ้า ห้างสรรพสินค้าหรู คาเฟ่ชิค และร้านอาหารเลิศรส
3 แอปแนะนำที่ต้องมี! เที่ยวเกาหลีได้ง่ายๆ แบบมือโปร
1. Naver Map | สุดยอดแอปแผนที่ที่ต้องมี

ที่มา: apps.apple.com
Naver Map คือแอปพลิเคชันแผนที่ยอดนิยมอันดับ 1 ในเกาหลีที่ให้ข้อมูลแผนที่ได้อย่างละเอียดและแม่นยำสุดๆ ครบถ้วนทั้งข้อมูลการจราจรและสถานที่ต่างๆ แถมยังใช้งานแบบออฟไลน์ได้เมื่ออยู่ในเกาหลี ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายและง่ายดายขึ้น
2. Kakao T (Kakao Taxi) | แอปเรียกรถยอดนิยมของเกาหลี

ที่มา: https://play.google.com/store/games
Kakao T (Kakao Taxi) คือแอปเรียกแท็กซี่สุดล้ำจากเกาหลีที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง คนขับทุกคนจะถูกตรวจสอบประวัติการขับขี่และสภาพรถอย่างเข้มงวด มีระบบติดตามตำแหน่งรถและสถานะการเดินทางแบบเรียลไทม์ตลอดเวลา
3. BucaCheck | แอปเช็กยอดเงินในบัตร IC

ที่มา: apps.apple.com
BucaCheck คือแอปสุดสะดวกที่ช่วยให้เช็คยอดเงินคงเหลือในบัตร T-money และบัตรโดยสารหลักอื่นๆ ของเกาหลีได้ง่าย เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับนักเดินทางที่เน้นความคล่องตัว ใครมีแพลนไปเที่ยวเกาหลีต้องโหลดติดเครื่องไว้
เที่ยวเกาหลีช่วงไหนดี? เลือกช่วงเวลาที่ใช่ให้ตอบโจทย์ทุกสไตล์

สำหรับการไปเที่ยวเกาหลี ช่วงเวลาที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมที่ชอบ หากอยากชมความงามของธรรมชาติอย่างดอกซากุระบานหรือใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) คือช่วงที่แนะนำที่สุด แต่ถ้าเน้นไปช้อปปิ้งและตระเวนกินของอร่อย ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงไปจนถึงฤดูหนาวตอบโจทย์มากที่สุด
สถานที่ท่องเที่ยว | ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) |
ช้อปปิ้ง | ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) และฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) |
ของอร่อย | ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) และฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) |
กีฬาทางน้ำ | ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) |
เที่ยวเกาหลีเหมาะกับใคร? และใครที่อาจจะไม่ใช่แนว

เหมาะสำหรับ
การไปเที่ยวเกาหลีถือเป็นสวรรค์ของเหล่าแฟนคลับ K-POP และคอซีรีส์เกาหลี นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับสายกินที่อยากตะลอนชิมของอร่อย สายคาเฟ่ที่ชอบเช็คอินร้านฮิต หรือใครที่รักสวยและอยากอัปเดตเทรนด์บิวตี้ใหม่ๆ เกาหลีคือจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์สุดๆ
ไม่เหมาะกับใคร
ในอีกด้านหนึ่ง เกาหลีอาจจะไม่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์ หากเป็นสายสโลว์ไลฟ์ที่มองหาความเงียบสงบ อยากพักผ่อนในบรรยากาศที่เรียบง่ายและเป็นส่วนตัว ความวุ่นวายและแสงสีในเมืองใหญ่ของเกาหลีอาจจะทำให้รู้สึกไม่ค่อยอิน นอกจากนี้ เรื่องอาหารก็สำคัญ เพราะเมนูส่วนใหญ่เน้นรสเผ็ดจัดจ้านและมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ใครไม่ถนัดทานเผ็ดอาจรู้สึกว่าหาของกินที่ถูกปากได้ยาก
3 เหตุผลที่ทำไมคุณควรไปเที่ยวเกาหลี

1. เวลาต่างกันแค่ 2 ชั่วโมง เที่ยวต่อได้แบบไม่ต้องพัก
เกาหลีเร็วกว่าไทยเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น แทบไม่ต้องปรับตัว ไม่ต้องกังวลเรื่องเจ็ตแล็กให้เสียอารมณ์ ลงเครื่องปุ๊บก็ลุยเที่ยวต่อได้เลย จะรีบไปเช็กอินคาเฟ่สุดฮิต หรือเดินช้อปย่านเมียงดงตั้งแต่วันแรกก็ยังไหว ทริปเลยเดินหน้าได้เต็มสปีดแบบไม่สะดุด
2. บินง่าย ใกล้กว่าที่คิด จะทริปยาวหรือทริปสั้นก็สะดวก
เกาหลีเป็นหนึ่งในประเทศที่เดินทางง่ายมากสำหรับคนไทย ใช้เวลาบินประมาณ 5–6 ชั่วโมง และมีเที่ยวบินตรงให้เลือกหลายสายการบิน ทั้งแบบ Full Service และ Low Cost จะวางแผนล่วงหน้านาน ๆ หรือจองทริปปุ๊บปั๊บช่วงวันหยุดยาวก็ทำได้ไม่ยาก แถมระบบขนส่งสาธารณะของเกาหลีก็ครอบคลุมและใช้งานง่าย รถไฟใต้ดินไปได้แทบทุกที่เที่ยว เที่ยวเองสบายมากค่ะ
3. สวรรค์ของสายช้อป สายกิน และสาย K-Culture
ถ้าคุณเป็นสายซีรีส์ สายไอดอล หรือหลงรักวัฒนธรรมเกาหลี บอกเลยว่าที่นี่คือแดนในฝัน ทั้งอาหารเกาหลีต้นตำรับที่รสชาติเข้ากับลิ้นคนไทย เครื่องสำอางและสกินแคร์แบรนด์ดังที่ราคาดีกว่าในไทย รวมถึงย่านช้อปปิ้งที่เดินเพลินจนลืมเวลา นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ ยังมีป้ายภาษาอังกฤษชัดเจน บางแห่งเริ่มมีภาษาไทยด้วย ทำให้เที่ยวเองได้แบบมั่นใจและสบายใจสุด ๆ
เที่ยวเกาหลีช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์! ทริปสั้นๆ ที่สายเที่ยวไม่ควรพลาด

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวสำหรับทริปสุดสัปดาห์นี้ "เกาหลี" คือจุดหมายปลายทางที่เราขอแนะนำเลย! ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย คุณสามารถเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมเกาหลี ลิ้มรสอาหารจานเด็ด และช้อปปิ้งได้อย่างจุใจแม้จะมีเวลาจำกัด เตรียมตัวไปอัปเดตเทรนด์ความงามและแฟชั่นล่าสุดก่อนใครกันได้เลย
แต่สำหรับใครที่กำลังกังวลกับการไปเที่ยวเกาหลีครั้งแรก ไม่ต้องเป็นห่วงเลย! เพราะ Trip.com พร้อมซัพพอร์ตทุกการเดินทางของคุณ ด้วยฝ่ายบริการลูกค้าที่สแตนด์บายรอช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเกิดปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือเมื่อไหร่ ก็ติดต่อเราได้ทันที มั่นใจได้เลยว่าเที่ยวเกาหลีครั้งแรกกับ Trip.com จะเป็นทริปที่สนุกและอุ่นใจแน่นอน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเกาหลี
ช่วงไหนคือฤดูกาลที่น่าเที่ยวเกาหลีมากที่สุด?
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวเกาหลีคือ ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และ ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) ในฤดูใบไม้ผลิอากาศอบอุ่นและมีดอกซากุระบานทั่วเมือง ส่วนฤดูใบไม้ร่วงอากาศเย็นสบายและมีใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม เหมาะกับการเดินเที่ยวและทำกิจกรรมกลางแจ้งมากที่สุดไปเที่ยวเกาหลีใช้ซิมหรืออินเทอร์เน็ตแบบไหนดี?
แนะนำให้ใช้ eSIM สำหรับเกาหลี เพราะสามารถติดตั้งได้ง่ายผ่านออนไลน์ ไม่ต้องเปลี่ยนซิมจริงให้ยุ่งยาก สะดวกและสัญญาณแรงทั่วประเทศ เหมาะทั้งนักท่องเที่ยวระยะสั้นและระยะยาววิธีจ่ายเงินที่เกาหลีควรใช้แบบไหน?
ในเกาหลีสามารถใช้บัตรเครดิตได้เกือบทุกที่ นอกจากนี้ยังมี บัตร T-money ที่ใช้จ่ายได้ทั้งรถไฟใต้ดิน รถบัส ร้านสะดวกซื้อ และแท็กซี่บางคัน สะดวกและปลอดภัยสุดๆการเดินทางในเกาหลีควรใช้พาหนะอะไรดีที่สุด?
ระบบรถไฟใต้ดินของเกาหลี มีเครือข่ายครอบคลุมเมืองหลัก โดยเฉพาะโซล เดินทางง่าย ปลอดภัย ราคาถูก และมีป้ายภาษาอังกฤษ ส่วน แท็กซี่ ก็เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกสำหรับเดินทางระยะสั้นในเมือง



