
ถ้าคุณเคยวิ่งลากกระเป๋าในสนามบินแบบหอบแฮ่ก ๆ หรือเคยได้ยินเสียงประกาศ “ผู้โดยสารเที่ยวบินสุดท้าย โปรดขึ้นเครื่องทันที” แล้วหัวใจแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ขอแสดงความยินดี เพราะคุณคือหนึ่งในคนที่เข้าใจคำว่า “ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตนักเดินทาง” อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเพราะรถติดอย่างบ้าคลั่งตอนทางด่วนก่อนสุวรรณภูมิ, แถวโหลดกระเป๋าที่ขยับช้าราวกับอยู่ในสโลว์โมชั่น, หรือการต้องวิ่งแข่งกับเวลาในรองเท้าที่ไม่เหมาะกับการสปรินต์ บทความนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องเจอสถานการณ์แบบนั้นอีก
Trip.com จะพาคุณไปรู้ว่า “เช็คอินขึ้นเครื่องสายสุด ได้กี่นาทีกันแน่” ก่อนที่ประตูจะปิดตาย และไม่มีใครเปิดให้คุณเข้าอีกต่อไป พร้อมแชร์เทคนิคเอาตัวรอดแบบจริงจัง ตั้งแต่การเช็คอินออนไลน์ การคำนวณเวลาปลอดภัย ไปจนถึงเคล็ดลับการเปลี่ยนเที่ยวบินภายในไม่กี่คลิก
สรุปสั้นๆ สำหรับคนรีบ | ถ้ากำลังจะสาย ทำ 3 สิ่งนี้ด่วนที่สุด!

เวลาคุณมาถึงสนามบินแล้วรู้ตัวว่ากำลังจะตกเครื่องไม่ต้องตื่นตระหนก สิ่งสำคัญคือ “รู้ว่าต้องทำอะไรก่อน” เพราะทุกนาทีมีค่ามากกว่าทอง คำแนะนำต่อไปนี้คือคู่มือเอาตัวรอดสำหรับคนที่อยากรู้ว่า เช็คอินขึ้นเครื่องสายสุด ได้กี่นาที ? และ ต้องจัดลำดับยังไงให้รอดในสนามบินจริง ๆ
ลำดับ | สิ่งที่ต้องทำทันที | วิธีทำอย่างรวดเร็ว |
|---|---|---|
1. เช็คอินออนไลน์ทันที | เปิดแอป Trip.com แล้วเลือก “เช็คอินออนไลน์” ได้เลย ไม่ต้องรอคิวเคาน์เตอร์ | ลดเวลาเช็คอินเหลือไม่ถึง 2 นาที สามารถเช็คอินล่วงหน้าได้ 24–48 ชั่วโมง ก่อนบินสำหรับบางสาย เช่น AirAsia หรือ VietJet |
2. เตรียมเอกสารให้พร้อมในมือ | ถือ Boarding Pass, บัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ต ไว้ในมือ ไม่ต้องรื้อกระเป๋าหน้าเคาน์เตอร์ | ช่วยประหยัดเวลาได้หลายสิบนาทีและลดความเครียดเมื่อถึงจุดตรวจ |
3. มุ่งไปยังจุดที่ถูกต้องทันที | ถ้า เช็คอินออนไลน์ แล้ว และไม่มีสัมภาระโหลด → เดินตรงไปเกทได้เลย แต่ถ้ามี → ไปช่อง “Bag Drop” | เพิ่มโอกาสรอดเครื่องทันที ไม่เสียเวลาต่อคิวหน้าจุดผิด |
กฎเหล็กต้องรู้ | เคาน์เตอร์เช็คอินปิดก่อนเครื่องออกกี่นาที?

ไม่ว่าคุณจะบินในประเทศหรือต่างประเทศ “เวลาเช็คอิน” คือเส้นบาง ๆ ระหว่างคำว่า “ทัน” กับ “ตกเครื่อง” ที่หลายคนชอบมองข้าม เพราะคิดว่าแค่รีบไปหน้างานก็น่าจะทัน แต่ในความจริง ระบบสนามบินและสายการบินส่วนใหญ่มีเวลาปิดเช็คอินที่เข้มงวดมาก ถึงแม้เครื่องยังไม่ออก แต่ถ้าเลยเวลา ประตูก็ปิดทันทีแบบไม่รอใคร ตารางด้านล่างนี้คือเวลาปิดเคาน์เตอร์ เช็คอินขึ้นเครื่องสายสุด ที่คุณควรรู้ไว้ก่อนเดินทาง
เที่ยวบินในประเทศ (Domestic Flights)

สายการบิน | เปิดเคาน์เตอร์ล่วงหน้า | ปิดเคาน์เตอร์ก่อนเครื่องออก | เช็คอินออนไลน์ได้ล่วงหน้า | คำแนะนำเพิ่มเติม |
|---|---|---|---|---|
Thai Smile (WE) | 2 ชม. | 40 นาที | 24 ชม. | เหมาะกับผู้โดยสารที่มีสัมภาระน้อยและอยากได้บริการแบบ Full Service |
AirAsia (FD) | 2.5 ชม. | 45 นาที | 14 วัน | ควรเช็คอินออนไลน์ล่วงหน้าเสมอเพราะคิวหน้างานมักยาว |
Nok Air (DD) | 2 ชม. | 45 นาที | 24 ชม. | มีช่องโหลดกระเป๋าแยกสำหรับผู้เช็คอินออนไลน์แล้ว |
Bangkok Airways (PG) | 3 ชม. | 40 นาที | 24 ชม. | บริการเช็คอินล่วงหน้าในเมืองบางจุด เช่น สีลม / สนามสมุย |
ควรมาถึงสนามบิน อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง เหมาะสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางจากสนามบินหลัก เช่น BKK, DMK, CNX, HKT
เที่ยวบินต่างประเทศ (International Flights)

สายการบิน | เปิดเคาน์เตอร์ล่วงหน้า | ปิดเคาน์เตอร์ก่อนเครื่องออก | เช็คอินออนไลน์ได้ล่วงหน้า | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
VietJet Air (VZ) | 2 ชม. | 50 นาที | 24 ชม. | สายราคาประหยัดยอดนิยม แต่เคาน์เตอร์จะปิดเร็วมาก |
Thai Airways (TG) | 3 ชม. | 60 นาที | 24 ชม. | มีเคาน์เตอร์หลายโซน ควรเผื่อเวลาเดินภายในสนามบิน |
Emirates (EK) | 3 ชม. | 60 นาที | 48 ชม. | เช็คอินออนไลน์ได้ไวสุดในกลุ่มสายตะวันออกกลาง |
Qatar Airways (QR) | 3 ชม. | 75 นาที | 48 ชม. | เคาน์เตอร์เช็คอินแยกตามชั้นโดยสาร ระดับ Business มีช่องเฉพาะ |
Scoot (TR) | 3 ชม. | 60 นาที | 48 ชม. | จุดตรวจสัมภาระละเอียดกว่าสายการบินทั่วไป |
ควรมาถึงสนามบินอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง สำหรับสนามบินใหญ่เช่น สุวรรณภูมิ (BKK), ดอนเมือง (DMK), ภูเก็ต (HKT), เชียงใหม่ (CNX)
ทำไมเวลาถึงต่างกัน? ข้อมูลด้าน ตม. และความปลอดภัย
ข้อมูล | รายละเอียด | เหตุผลที่ต้องเผื่อเวลา |
|---|---|---|
ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) | ตรวจหนังสือเดินทางและวีซ่า | ใช้เวลานาน โดยเฉพาะในช่วงพีคหรือมีกรุ๊ปทัวร์ลงพร้อมกัน |
การตรวจสัมภาระและของเหลว (Security Check) | ต้องนำของเหลวออกจากกระเป๋า แยกคอมพิวเตอร์ | ใช้เวลาเฉลี่ย 15–30 นาที โดยเฉพาะในสนามบินใหญ่ |
ระยะทางจากเคาน์เตอร์ถึง Gate | สนามบินขนาดใหญ่ เช่น BKK, SIN, DXB | ใช้เวลาเดินเฉลี่ย 10–20 นาที ถึงบางเกทอาจเกินครึ่งชั่วโมง |
การตรวจ Boarding Pass ก่อนขึ้นเครื่อง | ต้องตรวจซ้ำอีกครั้งก่อนเข้าเครื่อง |
ตารางเวลาเช็คอินเส้นตายของสายการบินยอดนิยม

การรู้เวลาเช็คอินของแต่ละสายการบินคือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การเดินทางราบรื่น ไม่ตกเครื่อง และไม่ต้องเร่งรีบเกินจำเป็น ตารางนี้สรุป เวลาเปิด–ปิดเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินยอดนิยม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงระยะเวลาที่เช็คอินออนไลน์ได้ล่วงหน้า เพื่อให้คุณวางแผนเวลาเดินทางได้อย่างมั่นใจทุกไฟลต์
สายการบิน | ประเภทเที่ยวบิน | เปิดเช็คอินก่อน | ปิดเช็คอินก่อนเครื่องออก | เช็คอินออนไลน์ได้ล่วงหน้า | หมายเหตุ (Notes) |
|---|---|---|---|---|---|
ในประเทศ / ระหว่างประเทศ | 3 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง | 40–60 นาที | 24 ชั่วโมง | เที่ยวบินในประเทศปิดที่ 40 นาที ส่วนระหว่างประเทศปิดที่ 60 นาที ควรเผื่อเวลาเพิ่มช่วงพีค | |
ในประเทศ / ระหว่างประเทศ | 2.5 ชั่วโมง | 45 นาที (ในประเทศ) / 60 นาที (ระหว่างประเทศ) | FD: 14 วัน / XJ: 10 วัน | เที่ยวบินต่างประเทศระบบจะปิดอัตโนมัติที่ 60 นาที ควรเผื่อเวลาไว้ | |
ในประเทศ / ระหว่างประเทศ | 2 ชั่วโมง | 45 นาที (ในประเทศ) / 60 นาที (ระหว่างประเทศ) | 24 ชั่วโมง – 1 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง | เข้มงวดเรื่องเวลาเช็คอินมาก ควรมาถึงสนามบินก่อนล่วงหน้าเสมอ | |
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ | 3 ชั่วโมง | 40 นาที | 24 ชั่วโมง – 1 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง | เคยมีบริการ City Check-in ที่สีลม แต่รูปแบบอาจเปลี่ยน แนะนำให้เช็คข้อมูลผ่านแอป PG ก่อนเดินทาง | |
ระหว่างประเทศ | 3–4 ชั่วโมง (บางสนามบินเปิดก่อน) | 60–90 นาที | 48 ชั่วโมง | บางเส้นทางต้องตรวจเอกสารเข้มงวด แนะนำเผื่อเวลาอย่างน้อย 90 นาที ก่อนเครื่องออก | |
ระหว่างประเทศ | 3 ชั่วโมง | 60 นาที | 48 ชั่วโมง | หากออกจากสิงคโปร์ (Changi) มีระบบเช็คอินอัตโนมัติรวดเร็ว แต่ถ้าออกจากไทยควรเผื่อเวลาเพิ่ม เพราะมักต้องตรวจพาสปอร์ตเกือบ 100% |
"เช็คอินออนไลน์" คือฮีโร่ของคุณ | วิธีและข้อดีที่ต้องรู้
ถ้ามาถึงสนามบินแล้วเจอคิวเคาน์เตอร์ยาวเป็นงู หรือกลัวว่าจะเช็คอินไม่ทัน ฟีเจอร์ เช็คอินออนไลน์ ของ Trip.com คือสิ่งที่จะช่วยชีวิตคุณได้จริง ๆ เพราะมันคือการเชื่อมตรงกับสายการบิน ไม่ต้องสลับแอปไปมา ไม่ต้องต่อคิว และยังสามารถเก็บ Boarding Pass แบบออฟไลน์ไว้ใช้ได้ตลอด แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ตก็ตาม
วิธีเช็คอินออนไลน์ผ่านแอป Trip.com
1. เปิดแอป Trip.com → ไปที่ “การจองของฉัน” หรือ "เร็วๆ นี้" จากนั้นเลือก เที่ยวบินที่คุณต้องการเช็คอิน

2. เลือก "เช็คอินและที่นั่ง" เพื่อเข้าสู่หน้ารายละเอียด จากนั้นคลิก "เพิ่ม" สำหรับการเช็คอินออนไลน์

3. เลือกที่นั่ง (บางสายอนุญาตให้เลือกฟรี) จากนั้นกด "ยืนยัน"

4. รับ Boarding Pass ผ่านมือถือ พร้อมแสดง QR Code ตอนผ่านเกท

ข้อดีของการเช็คอินออนไลน์ผ่าน Trip.com
ข้อดี | ประโยชน์จริงสำหรับผู้โดยสาร |
|---|---|
ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที | ลดขั้นตอนจากสนามบินเกือบครึ่ง |
เช็คอินได้ทุกที่ ทุกเวลา | ไม่ต้องเผื่อเวลามากขนาดนั้น ถ้ามี Boarding Pass แล้ว |
เก็บ Boarding Pass ไว้ในมือถือแบบออฟไลน์ | ไม่ต้องกลัวอินเทอร์เน็ตหลุดหรือเครื่องดับ |
Trip.com จะแจ้งเมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่อง | ป้องกันการลืมหรือมาสาย |
ไม่ต้องเสียค่าปรับหรือค่าตั๋วใหม่ | ช่วยหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายกรณีตกเครื่อง |
ไม่มีสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง? คุณคือผู้ชนะ! ตรงไปที่เกทได้เลย

สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเบา ๆ แค่กระเป๋าถือ คุณสามารถเข้าเกทได้เลยหลังผ่านจุดตรวจความปลอดภัย ไม่ต้องไปเคาน์เตอร์อีกครั้ง ประหยัดเวลาได้อย่างน้อย 30 นาที
ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องทำ | ใช้เวลาโดยประมาณ | ไปจุดไหนในสนามบิน | ทำไมถึงเร็วกว่า |
|---|---|---|---|---|
1. เช็คอินออนไลน์ล่วงหน้า | ทำได้ผ่าน Trip.com | 2–3 นาที | ทำได้จากบ้านหรือที่พัก | ได้ Boarding Pass ทันที ไม่ต้องต่อคิวเคาน์เตอร์ |
2. เตรียมเอกสารให้พร้อม | บัตรประชาชน (ในประเทศ) หรือพาสปอร์ต (ต่างประเทศ) + Boarding Pass | - | ถือไว้ในมือ | ยื่นได้เลยตอนตรวจความปลอดภัย |
3. ผ่านจุดตรวจความปลอดภัย (Security Check) | สแกน Boarding Pass และตรวจของเหลว / กระเป๋าถือ | 5–10 นาที | ทางเข้า Gate โซนผู้โดยสาร | หลังผ่านแล้วตรงไปเกทได้เลย |
4. เดินตรงไปที่ Gate ขึ้นเครื่อง | ตรวจ Boarding Pass อีกครั้งก่อนขึ้น | 5 นาที | ตามหมายเลขที่ระบุในบัตร | ไม่ต้องโหลดกระเป๋า จึงไม่ต้องรอขั้นตอนอื่น |
มีสัมภาระต้องโหลด? ไปที่เคาน์เตอร์พิเศษ "Bag Drop"

สายการบินอย่าง Bangkok Airways หรือ AirAsia จะมีช่อง “Bag Drop Only” สำหรับคนที่เช็คอินออนไลน์แล้ว เพียงวางกระเป๋าและสแกน Boarding Pass ก็จบภายในไม่กี่นาที
ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องทำ | ใช้เวลาโดยประมาณ | จุดที่ต้องไป | เคล็ดลับจากสนามบินจริง |
|---|---|---|---|---|
1. เช็คอินออนไลน์ให้เรียบร้อยก่อนถึงสนามบิน | ทำผ่าน Trip.com ได้เลย ระบบจะออก Boarding Pass ให้ทันที | 2–3 นาที | - | ลดเวลาเช็คอินได้มากกว่าครึ่ง |
2. มาที่โซน “Bag Drop Only” | ป้ายจะเขียนชัด เช่น “Baggage Drop (Online Check-in)” | 10–15 นาที | บริเวณเคาน์เตอร์สายการบิน | ส่วนใหญ่จะอยู่ฝั่งซ้ายสุดของแถวเช็คอิน |
3. สแกน Boarding Pass + ชั่งน้ำหนักกระเป๋า | วางกระเป๋าไว้บนสายพาน เจ้าหน้าที่จะพิมพ์ Tag ติดให้ | 3–5 นาที | เคาน์เตอร์สายการบิน | ถ้าเกินน้ำหนัก ต้องจ่ายเพิ่มตรงนี้เลย |
4. ไปผ่านจุดตรวจความปลอดภัย | หลังโหลดกระเป๋าเสร็จ ก็เหมือนผู้โดยสารทั่วไป | 10–15 นาที | ทางเข้า Gate | ควรไปให้ทันก่อนเวลาปิด Gate อย่างน้อย 30 นาที |
สถานการณ์เลวร้ายที่สุด | ถ้าเช็คอินไม่ทัน ต้องทำอย่างไร?

ไม่ว่าจะเพราะรถติด ฝนตก หรือไปผิดอาคาร ทุกคนมีวันที่ “เกือบตกเครื่อง” ได้ทั้งนั้น ข่าวดีคือ ถ้าคุณรู้วิธีจัดการให้ถูกขั้นตอน ยังมีโอกาสรอดได้! ส่วนข่าวร้ายคือ ถ้ามัวแต่ยืนอึ้งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ บัตรโดยสารของคุณอาจกลายเป็นแค่เศษกระดาษในพริบตา ตารางต่อไปนี้คือสิ่งที่ต้องทำ ทีละขั้นตอน เพื่อเอาตัวรอดเมื่อ “เช็คอินไม่ทัน”
ขั้นตอนที่ 1 ติดต่อเจ้าหน้าที่สายการบินทันที
สิ่งที่ต้องทำ | ทำไมต้องทำ | วิธีทำให้เร็วที่สุด |
|---|---|---|
รีบเดินไปที่เคาน์เตอร์สายการบิน หรือจุดบริการลูกค้า | เจ้าหน้าที่เป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ “เปิดระบบ” ให้คุณได้อีกครั้ง | บอกเที่ยวบิน, เวลา, และชื่อให้ชัด เช่น “VZ108 กรุงเทพ–ฮานอย” |
หากอยู่ไกลจากเคาน์เตอร์ ให้โทร Call Center ของสายการบิน | เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ช่วยประสานกับทีมภาคสนามทันเวลา | ใช้เบอร์ในตั๋วหรือในแอป Trip.com จะเร็วที่สุด |
อย่าหนีหรือหายตัวไป | เพราะถ้าไม่ติดต่อภายในเวลา Boarding จะถูกตัดสิทธิ์โดยอัตโนมัติ | ยอมรับว่ามาสาย แล้วขอความช่วยเหลือทันทีคือวิธีรอดเดียว |
ขั้นตอนที่ 2 สอบถามเที่ยวบินถัดไป (Next Flight Available)
สิ่งที่ต้องทำ | รายละเอียด | ข้อดี / เหตุผล |
|---|---|---|
ขอให้เจ้าหน้าที่เช็กเที่ยวบินถัดไปในเส้นทางเดียวกัน | บางสายการบินมีไฟลต์ต่อภายใน 2–3 ชั่วโมง | ไม่ต้องซื้อใหม่ทั้งใบ แค่จ่ายส่วนต่างหรือค่าธรรมเนียมเล็กน้อย |
ถ้าจองผ่าน Trip.com ให้เปิด “การจองของฉัน” | จะเห็นตารางเที่ยวบินถัดไปและปุ่ม “เปลี่ยนเที่ยวบิน” ทันที | ระบบแปลเป็นภาษาไทยอัตโนมัติ ใช้ง่ายกว่าเว็บสายการบินต่างประเทศ |
บางกรณีสามารถ “Standby Flight” ได้ | หมายถึงรอที่สนามบิน หากมีที่นั่งว่างจะให้ขึ้นขบวนถัดไป | ประหยัดและไม่ต้องเสียค่าตั๋วเต็มราคา |
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบเงื่อนไขของตั๋ว
สิ่งที่ต้องทำ | ทำไมต้องตรวจสอบ | วิธีดูจาก Trip.com |
|---|---|---|
เปิดดู “รายละเอียดการจอง” ของคุณในแอป | แต่ละตั๋วมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน เช่น เปลี่ยนได้ฟรี / เสียค่าธรรมเนียม | Trip.com แสดงเป็นภาษาไทยทั้งหมด เข้าใจง่าย |
สังเกตคำว่า “Refundable / Changeable” | ถ้าเป็นตั๋วโปรโมชั่นพิเศษ อาจไม่สามารถคืนหรือเปลี่ยนได้ | ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ ให้เจ้าหน้าที่ช่วยแนะนำตัวเลือกใหม่ |
ถ้าเปลี่ยนได้ ให้ดำเนินการทันที | เพื่อจองที่นั่งใหม่ก่อนเต็ม | บางกรณีใช้ Trip Coins ชำระเพิ่มได้เลยในแอป |
เคล็ดลับป้องกันการตกเครื่องในครั้งต่อไป

ไม่มีใครอยากวิ่งในสนามบินพร้อมเหงื่อแตกเต็มหลัง หรือได้ยินเสียงประกาศชื่อเราว่า “ผู้โดยสารท่านสุดท้าย โปรดขึ้นเครื่องด่วน” เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ จาก Trip.com เหล่านี้ จะช่วยให้คุณไม่ต้องเจอเหตุการณ์นั้นอีก แค่เตรียมให้เป็นระบบ ใช้เครื่องมือให้ถูก คุณจะ “บินแบบไม่ต้องลุ้น” ได้ทุกครั้ง
1. ตั้งการแจ้งเตือนเช็คอินในแอป Trip.com
สิ่งที่ต้องทำ | วิธีทำในแอป | ประโยชน์ที่ได้ | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
เปิดการแจ้งเตือน “เวลาเช็คอิน” | เข้าแอป Trip.com → ไปที่ “บัญชีของฉัน” → “ตั้งค่าการแจ้งเตือน” → เปิด “แจ้งเตือนเช็คอิน” | ระบบจะแจ้งอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาที่สายการบินเปิดเช็คอิน ไม่ต้องคอยจำเอง | คนที่จองไฟลต์ล่วงหน้า หรือจองหลายเที่ยวพร้อมกัน |
เปิดการแจ้งเตือน “สถานะเที่ยวบิน” | เปิดฟีเจอร์แจ้งเตือนแบบ Real-time | ถ้าไฟลต์ดีเลย์ ระบบจะเลื่อนเวลาเตือนให้ตรงกับเวลาจริง | คนที่ต้องการอัปเดตเวลาเครื่องออกแบบเรียลไทม์ |
💡เคล็ดลับ: อย่าปิดการแจ้งเตือนของ Trip.com ในมือถือ เพราะระบบจะเตือนทั้งเช็คอินและเวลา Boarding อัตโนมัติ
2. เผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินเสมอ
ประเภทเที่ยวบิน | ควรมาถึงสนามบินก่อนเวลาเครื่องออก | เหตุผล | ตัวอย่างการวางแผนเวลา |
|---|---|---|---|
✈️ เที่ยวบินในประเทศ | 2 ชั่วโมง | มีเวลาสำหรับเช็คอิน โหลดสัมภาระ และผ่านจุดตรวจ | ถ้าไฟลต์ออก 09:00 น. ควรมาถึงสนามบินไม่เกิน 07:00 น. |
🌏 เที่ยวบินต่างประเทศ | 3 ชั่วโมง | ต้องผ่าน ตม., ตรวจของเหลว, และระยะทางเดินถึงเกท | ถ้าไฟลต์ออก 23:00 น. ควรถึงสนามบินราว 20:00 น. |
💡เคล็ดลับ: ตรวจสอบเวลาปิด เคาน์เตอร์เช็คอิน เปิดก่อนกี่ชั่วโมง เสมอก่อนออกจากบ้าน เพื่อป้องกันการคำนวณพลาด
3. จัดเตรียมเอกสารและกระเป๋าล่วงหน้า
สิ่งที่ควรเตรียม | รายละเอียด / คำแนะนำ |
|---|---|
เอกสารส่วนตัว | พกบัตรประชาชน (ในประเทศ) หรือพาสปอร์ต (ต่างประเทศ) ไว้ในช่องหยิบง่าย |
Boarding Pass | ถ้าเช็คอินออนไลน์แล้ว เก็บไว้ในมือถือ หรือปริ้นสำรอง 1 ใบ |
กระเป๋าเดินทาง | ตรวจน้ำหนักและสิ่งของต้องห้ามล่วงหน้า เช่น ของเหลวเกิน 100 มล. |
ของใช้จำเป็นและยา | แพ็กของสำคัญไว้กระเป๋าถือ เช่น ยา โทรศัพท์ พาวเวอร์แบงก์ ห้ามโหลดไว้ใต้เครื่องเด็ดขาด |
คำถามที่พบบ่อย
ต้องเช็คอินก่อนเครื่องออกกี่นาที สำหรับเที่ยวบินในประเทศ?
โดยทั่วไปสายการบินภายในประเทศจะปิดเคาน์เตอร์เช็คอินประมาณ 40–45 นาที ก่อนเวลาเครื่องออก และควรมาถึงสนามบินอย่างน้อย 2 ชั่วโมงล่วงหน้า เพื่อเผื่อเวลาผ่านจุดตรวจและโหลดสัมภาระเที่ยวบินต่างประเทศต้องเช็คอินล่วงหน้ากี่ชั่วโมง?
เที่ยวบินระหว่างประเทศส่วนใหญ่จะปิดเช็คอิน 60–90 นาที ก่อนเครื่องออก ควรมาถึงสนามบินประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเดินทาง เพื่อเตรียมเอกสาร ตรวจกระเป๋า และผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองถ้าเช็คอินไม่ทัน สามารถขึ้นเครื่องได้ไหม?
หากเลยเวลาเช็คอิน ระบบจะปิดอัตโนมัติและไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แต่ควรรีบติดต่อเจ้าหน้าที่สายการบินทันที เพราะบางกรณีสามารถเปลี่ยนไปเที่ยวบินถัดไปได้โดยจ่ายค่าธรรมเนียมเล็กน้อยเช็คอินออนไลน์ผ่าน Trip.com ทำได้กี่ชั่วโมงก่อนบิน?
คุณสามารถเช็คอินออนไลน์ผ่าน แอป Trip.com ได้ตั้งแต่ 24–48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง (ขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน) ซึ่งช่วยลดเวลาต่อคิวและสามารถเก็บ Boarding Pass ไว้ในมือถือได้ทันทีถ้ามีแค่กระเป๋าถือ ไม่ต้องโหลดสัมภาระ ต้องไปที่เคาน์เตอร์ไหม?
ไม่จำเป็นค่ะ หากเช็คอินออนไลน์แล้วและมีเพียงกระเป๋าถือ สามารถผ่านจุดตรวจความปลอดภัยและไปยังเกทขึ้นเครื่องได้เลย ช่วยประหยัดเวลาเฉลี่ยประมาณ 30 นาที



