

วิธีเดินทางจากฉงชิ่งไปเฉิงตู 2569 รถไฟความเร็วสูง ตารางเวลา และจองตั๋ว

โดย Porlaoongkum
13 สิงหาคม 2026

ถ้ากำลังอยากไปเที่ยวจีน หนึ่งในเส้นทางไม่ควรพลาดเลยก็คือ ฉงชิ่งไปเฉิงตู หนึ่งในเส้นทางยอดนิยมที่เดินทางสะดวกด้วยรถไฟความเร็วสูง ใช้เวลาเพียงประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็สามารถเดินทางระหว่างสองเมืองใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว บทความนี้ Trip.com รวบรวมข้อมูลการเดินทางล่าสุดปี 2569 ทั้งราคา ตารางเวลา วิธีจองตั๋ว รวมถึงเคล็ดลับที่ควรรู้ เพื่อให้คุณวางแผนทริปได้ง่ายและคุ้มค่าที่สุด
ฉงชิ่งไปเฉิงตู เดินทางอย่างไร? รู้จักเส้นทางยอดฮิตก่อนวางแผนเที่ยว

เส้นทางฉงชิ่งไปเฉิงตูเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศจีน โดยทั้งสองเมืองตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศและเชื่อมต่อกันด้วยโครงข่ายคมนาคมที่ทันสมัย ทำให้สามารถเดินทางระหว่างเมืองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเที่ยวทั้งสองเมืองในทริปเดียว เพราะสามารถสัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่างกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะวิวเมืองสุดล้ำของฉงชิ่ง หรือบรรยากาศสบายๆ และวัฒนธรรมเสฉวนของเฉิงตู ปัจจุบันมีตัวเลือกการเดินทางหลายรูปแบบ แต่รถไฟความเร็วสูงยังคงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากเดินทางรวดเร็ว ตรงเวลา ให้บริการทั้งวัน และสามารถเดินทางจากใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก
ฉงชิ่งกับเฉิงตู ไกลกันแค่ไหน?
ระยะทางระหว่างฉงชิ่งไปเฉิงตูจะอยู่ที่ประมาณ 260-270 กิโลเมตร (ทางอากาศ) แต่หากวัดตามเส้นทางคมนาคมจริงอยู่ที่ประมาณ 313-319 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือกใช้ การเดินทางแต่ละรูปแบบจึงใช้เวลาต่างกัน โดยรถไฟความเร็วสูงเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ใช้เวลาเพียงประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขณะที่การเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถบัสอาจใช้เวลาประมาณ 3-5 ชั่วโมง ส่วนเครื่องบินแม้ใช้เวลาบินไม่นาน แต่เมื่อรวมขั้นตอนการเช็กอิน การเดินทางไปสนามบิน และรับสัมภาระแล้ว มักใช้เวลารวมใกล้เคียงหรือมากกว่าการนั่งรถไฟความเร็วสูง
ด้วยเหตุนี้ รถไฟความเร็วสูงจึงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น เพราะมีเที่ยวให้บริการจำนวนมากในแต่ละวัน เดินทางตรงเวลา นั่งสบาย และสามารถขึ้นรถได้จากสถานีใจกลางเมืองทั้งสองแห่ง ช่วยประหยัดเวลาและวางแผนเที่ยวได้ง่ายกว่า
ทำไมต้องเที่ยวฉงชิ่งไปเฉิงตูในทริปเดียว?
การเที่ยวฉงชิ่งและเฉิงตูในทริปเดียวได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะทั้งสองเมืองมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันแต่สามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้อย่างสะดวก ฉงชิ่งเป็นเมืองที่โดดเด่นด้วยภูมิประเทศแบบเมืองภูเขา รถไฟฟ้าทะลุตึก จุดชมวิวริมแม่น้ำแยงซีเกียง และสตรีทฟู้ดรสชาติจัดจ้าน ส่วนเฉิงตูเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องวิถีชีวิตที่ผ่อนคลาย อาหารเสฉวน ศูนย์อนุรักษ์แพนด้า และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมมากมาย
นอกจากนี้ทั้งสองเมืองยังเป็นสวรรค์ของคนรักอาหาร โดยเฉพาะเมนูหม้อไฟหมาล่า อาหารเสฉวน และร้านสตรีทฟู้ด หากมีเวลาเที่ยวสัก 4-6 วัน ก็สามารถจัดทริปเที่ยวทั้งสองเมืองได้เลย ทำให้เส้นทางฉงชิ่งไปเฉิงตูเป็นเส้นทางยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวไทยไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนประเทศจีน
วิธีเดินทางจากฉงชิ่งไปเฉิงตู มีกี่ตัวเลือก?
การเดินทางจากฉงชิ่งไปเฉิงตูมีให้เลือกหลายรูปแบบตามงบประมาณและสไตล์การท่องเที่ยว แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนี้
วิธีเดินทาง | ระยะเวลา | จุดเด่น | เหมาะสำหรับ |
รถไฟความเร็วสูง | ประมาณ 1–2 ชั่วโมง | เร็ว สะดวก มีเที่ยวบ่อย | นักท่องเที่ยวทั่วไป |
รถบัส | ประมาณ 4–5 ชั่วโมง | ค่าโดยสารประหยัด | ผู้ที่มีงบจำกัด |
รถยนต์ส่วนตัว | ประมาณ 3–4 ชั่วโมง | แวะเที่ยวระหว่างทางได้ | เที่ยวเป็นกลุ่มหรือครอบครัว |
เครื่องบิน | ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง (รวมขั้นตอนเดินทางนานกว่า) | เหมาะในบางช่วงเวลา | ผู้ที่มีเที่ยวบินต่อ |
รถไฟความเร็วสูง: ตัวเลือกยอดนิยมที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด
การเดินทางจากฉงชิ่งไปเฉิงตูด้วยรถไฟความเร็วสูง ถือเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น เพราะมีเที่ยวเดินทางให้บริการจำนวนมาก ใช้เวลาเดินทางสั้น และเดินทางสะดวกจากสถานีใจกลางเมือง มีรถไฟให้บริการประมาณ 156 ขบวนต่อวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงค่ำ โดยขบวนแรกออกประมาณ 06.31 น. และขบวนสุดท้ายประมาณ 21.55 น. ทำให้สามารถเลือกเวลาเดินทางได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือเดินทางต่อไปยังเมืองอื่น
ข้อดีของรถไฟความเร็วสูง คือ มีที่นั่งให้เลือกหลายประเภท เช่น ชั้นสอง ชั้นหนึ่ง และชั้นธุรกิจ ภายในขบวนมีพื้นที่เก็บสัมภาระ ห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งยังตรงต่อเวลาและได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศน้อยกว่าการเดินทางด้วยเครื่องบิน จึงเป็นวิธีที่ทั้งสะดวก ประหยัดเวลา และเหมาะกับนักท่องเที่ยวมากที่สุด
รถบัสและรถยนต์ส่วนตัว: ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่น
แม้การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงจะเป็นตัวเลือกยอดนิยม แต่การเดินทางจากฉงชิ่งไปเฉิงตูด้วยรถบัสหรือรถยนต์ส่วนตัวก็ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางแบบยืดหยุ่นหรือวางแผนแวะเที่ยวระหว่างทาง
รถบัสระหว่างเมืองมีให้บริการทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง ค่าโดยสารค่อนข้างประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เร่งรีบ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพการจราจร และความสะดวกสบายโดยรวมอาจน้อยกว่ารถไฟความเร็วสูง
นอกจากนี้ หากเดินทางเป็นกลุ่มหรือครอบครัว การเช่ารถขับเองหรือใช้บริการรถพร้อมคนขับก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ข้อดีคือสามารถกำหนดเวลาเดินทางเอง แวะพักหรือเที่ยวสถานที่ต่างๆ ระหว่างเส้นทางได้อย่างอิสระ แต่ควรคำนึงถึงค่าเช่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน รวมถึงกฎระเบียบการขับรถในประเทศจีน ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
























ตารางเวลารถไฟฉงชิ่งไปเฉิงตู และข้อมูลสถานีที่ต้องรู้
รถไฟความเร็วสูงเป็นวิธีเดินทางจาก ฉงชิ่งไปเฉิงตู ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีเที่ยวให้บริการตลอดทั้งวันและออกเดินทางถี่มาก โดยเฉลี่ย มากกว่า 150 เที่ยวต่อวัน (ประมาณ 156 เที่ยวในบางวัน) ครอบคลุมหลายสถานีในทั้งสองเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกขึ้นรถไฟจากสถานีที่อยู่ใกล้ที่พักได้สะดวก นี่คือตัวอย่างขบวนและเวลาเดินทางของแต่ละเที่ยวของรถไฟความเร็วสูง
ขบวนตัวอย่าง | สถานีต้นทาง | เวลาออก | สถานีปลายทาง | เวลาถึง | ระยะเวลา |
G8612 | Chongqing North | 06:31 | Chengdu East | 07:43 | 1 ชม. 12 นาที |
G8508 | Shapingba | 08:12 | Chengdu East | 09:16 | 1 ชม. 4 นาที |
G8604 | Chongqing North | 10:05 | Chengdu East | 11:19 | 1 ชม. 14 นาที |
G8756 | Chongqing West | 13:28 | Chengdu | 14:53 | 1 ชม. 25 นาที |
G8532 | Chongqing North | 16:40 | Chengdu East | 17:52 | 1 ชม. 12 นาที |
G8628 | Shapingba | 19:18 | Chengdu East | 20:24 | 1 ชม. 6 นาที |
G8570 | Chongqing North | 21:55 | Chengdu East | 23:08 | 1 ชม. 13 นาที |
หมายเหตุ: ตารางข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเวลาเดินรถโดยประมาณของรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางฉงชิ่ง–เฉิงตู เวลาและหมายเลขขบวนอาจเปลี่ยนแปลงตามวันเดินทางและผู้ให้บริการ ควรตรวจสอบตารางล่าสุดก่อนจองตั๋ว
สถานีรถไฟในฉงชิ่งที่ควรรู้จัก
ฉงชิ่งมีสถานีรถไฟหลายแห่ง แต่สถานีที่ให้บริการรถไฟความเร็วสูงไปเฉิงตูเป็นประจำ ได้แก่
- Chongqing North Railway Station (สถานีฉงชิ่งเหนือ / 重庆北站) เป็นสถานีหลักของเส้นทางนี้ มีเที่ยวรถไฟมากที่สุด เชื่อมต่อกับ Metro Line 3, Line 4, Line 10 และ Loop Line เหมาะสำหรับผู้พักย่าน Jiangbei และ Jiefangbei
- Shapingba Railway Station (สถานีซาผิงป้า / 沙坪坝站) ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของเมือง เป็นอีกสถานียอดนิยม เพราะมีรถไฟความเร็วสูงหลายขบวนที่ใช้เวลาเดินทางสั้นที่สุดเพียงประมาณ 62 นาที และมีผู้โดยสารไม่หนาแน่นเท่าสถานีฉงชิ่งเหนือ
- Chongqing West Railway Station (สถานีฉงชิ่งตะวันตก / 重庆西站) มีรถไฟบางขบวนให้บริการไปเฉิงตู เหมาะสำหรับผู้ที่พักทางฝั่งตะวันตกของเมือง
- Chongqing Railway Station (สถานีฉงชิ่ง / 重庆站) เป็นสถานีเก่าใจกลางเมือง แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงและการให้บริการอาจมีข้อจำกัด จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนจองตั๋ว
สำหรับนักท่องเที่ยวที่พักในย่าน Jiefangbei หรือ Hongyadong มักนิยมเลือกขึ้นรถที่ Chongqing North หรือ Shapingba เพราะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าหรือแท็กซี่ได้สะดวกและใช้เวลาไม่นาน
สถานีรถไฟในเฉิงตูที่รถไฟจากฉงชิ่งจอด
เมื่อเดินทางถึงเฉิงตู รถไฟความเร็วสูงจากฉงชิ่งจะจอดที่สถานีหลักหลายแห่ง โดยสถานีที่นักท่องเที่ยวใช้บริการมากที่สุด ได้แก่
- Chengdu East Railway Station (สถานีเฉิงตูตง / 成都东站) เป็นสถานีปลายทางหลักของรถไฟความเร็วสูงจากฉงชิ่ง เชื่อมต่อรถไฟฟ้าหลายสาย เดินทางต่อไปยังย่าน Chunxi Road, Taikoo Li และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้สะดวก อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางสำหรับต่อรถไฟไปยังเล่อซาน ง้อไบ๊ และเมืองอื่นในมณฑลเสฉวน
- Chengdu Railway Station (สถานีเฉิงตู / 成都站) มีรถไฟบางขบวนให้บริการ เหมาะสำหรับผู้ที่พักในย่านใจกลางเมืองฝั่งเหนือ และสามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าได้สะดวก
- Chengdu West Railway Station (สถานีเฉิงตูตะวันตก / 成都西站) และสถานีอื่น ๆ อาจเป็นปลายทางของรถไฟบางเที่ยว ขึ้นอยู่กับประเภทของขบวนและตารางเดินรถในแต่ละวัน
ก่อนจองตั๋ว แนะนำให้ตรวจสอบทั้งสถานีต้นทางและสถานีปลายทาง ให้ตรงกับแผนการเดินทาง เพราะฉงชิ่งและเฉิงตูต่างก็มีสถานีรถไฟหลายแห่ง การเลือกสถานีที่อยู่ใกล้ที่พักจะช่วยประหยัดเวลาและค่าเดินทางภายในเมืองได้มากกว่า
จองแล้ว 1629931 ครั้ง
จองแล้ว 186779 ครั้ง
จองแล้ว 131664 ครั้ง
ราคาตั๋วรถไฟฉงชิ่งไปเฉิงตู และชั้นโดยสารที่มีให้เลือก

สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนฉงชิ่งไปเฉิงตู ราคาตั๋วรถไฟความเร็วสูงจะแตกต่างกันตามชั้นโดยสารและประเภทขบวน โดยทั่วไปมีให้เลือกตั้งแต่ชั้นสอง ชั้นหนึ่ง ไปจนถึงชั้นธุรกิจ เหมาะกับงบประมาณและรูปแบบการเดินทางที่แตกต่างกัน
ชั้นโดยสาร | ราคาโดยประมาณ/เที่ยว | ผังที่นั่ง | เหมาะกับ |
ชั้นสอง | ¥85-237 (ประมาณ 414.40–1,155.45 บาท) | 3+2 | นักท่องเที่ยวทั่วไป |
ชั้นหนึ่ง | ¥135-380 (ประมาณ 658.17–1,852.63 บาท) | 2+2 | ผู้ที่ต้องการความสบาย |
ชั้นธุรกิจ | ¥407-829 (ประมาณ 1,988.22–4,041.65 บาท) | 1+2 หรือที่นั่งพรีเมียม | ผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว |
*ราคาเป็นเพียงช่วงประมาณการ อัตราแลกเปลี่ยนและราคาจริงอาจแตกต่างกันตามขบวนรถ สถานีต้นทาง-ปลายทาง และประเภทที่นั่ง ควรตรวจสอบราคาขณะจองอีกครั้ง
ชั้นสอง (Second Class): ประหยัดสุดคุ้ม เหมาะสำหรับทริปสั้น
ชั้นสอง (Second Class) เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สำหรับเส้นทางฉงชิ่งไปเฉิงตู เนื่องจากราคาไม่สูงและมีที่นั่งให้บริการจำนวนมาก โดยทั่วไปที่นั่งจะจัดแบบ 3+2 คือฝั่งหนึ่งมี 3 ที่นั่ง อีกฝั่งมี 2 ที่นั่ง พร้อมทางเดินตรงกลาง
ภายในห้องโดยสารมีเบาะนั่งที่สามารถปรับเอนได้เล็กน้อย โต๊ะพับ พื้นที่เก็บสัมภาระ และปลั๊กไฟสำหรับชาร์จอุปกรณ์ในบางขบวน แม้พื้นที่จะไม่กว้างเท่าชั้นหนึ่งหรือชั้นธุรกิจ แต่สำหรับการเดินทางที่ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ถือว่าเพียงพอและคุ้มค่ามาก
หากไม่ได้ต้องการความหรูหราเป็นพิเศษ ชั้นสองเป็นตัวเลือกที่แนะนำที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะช่วยประหยัดงบและนำเงินไปใช้กับที่พัก อาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวได้มากขึ้น
ชั้นหนึ่ง (First Class): สะดวกสบายกว่าในราคาที่สมเหตุสมผล
สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่นั่งที่กว้างขึ้น ชั้นหนึ่ง (First Class) เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยที่นั่งส่วนใหญ่จัดแบบ 2+2 ทำให้มีพื้นที่ด้านข้างและพื้นที่วางขามากกว่าชั้นสอง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการนั่งพักผ่อนระหว่างเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรวมคล้ายกับชั้นสอง แต่จะได้พื้นที่ส่วนตัวและความหนาแน่นของผู้โดยสารที่น้อยกว่า ราคาสูงกว่าชั้นสองพอสมควร แต่หากเดินทางในช่วงที่ตั๋วชั้นหนึ่งราคาไม่ห่างจากชั้นสองมาก ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ช่วยเพิ่มความสบายโดยไม่ต้องจ่ายถึงระดับชั้นธุรกิจ
ชั้นธุรกิจ (Business Class): ประสบการณ์พรีเมียมบนรถไฟความเร็วสูง
ชั้นธุรกิจ (Business Class) เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวสูงสุดบนรถไฟความเร็วสูง โดยมีที่นั่งขนาดใหญ่กว่าชั้นหนึ่ง และในบางรุ่นสามารถปรับเอนหรือนอนได้ ที่นั่งมักจัดวางให้มีพื้นที่ระหว่างผู้โดยสารมากกว่า ทำให้เหมาะกับการพักผ่อนหรือทำงานระหว่างเดินทาง
อย่างไรก็ตาม รถไฟบางขบวนในเส้นทางฉงชิ่ง-เฉิงตูอาจไม่มีชั้นธุรกิจและราคาอาจสูงกว่าชั้นสองหลายเท่า ดังนั้นจึงควรตรวจสอบประเภทที่นั่งของขบวนที่ต้องการจองก่อนทุกครั้ง สำหรับเส้นทางที่ใช้เวลาเพียงประมาณ 1–2 ชั่วโมง ชั้นธุรกิจอาจไม่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ต้องการความสบายเป็นพิเศษ หรือเดินทางในโอกาสพิเศษและต้องการประสบการณ์พรีเมียมบนรถไฟความเร็วสูง
คู่มือจองตั๋วรถไฟฉงชิ่งไปเฉิงตู แบบ Step-by-Step
การจองตั๋วฉงชิ่งไปเฉิงตู สามารถทำได้ง่ายผ่าน Trip.com ซึ่งเหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะรองรับการใช้พาสปอร์ตในการจองและสามารถเลือกเที่ยวรถ ชั้นโดยสาร และชำระเงินออนไลน์ได้ โดยตั๋วรถไฟจีนเป็นระบบ Real-name Ticketing ดังนั้นข้อมูลผู้โดยสารที่ใช้จองต้องตรงกับเอกสารเดินทาง
วิธีจองตั๋วรถไฟฉงชิ่งไปเฉิงตูผ่าน Trip.com
1. เข้า Trip.com และเลือกเมนูรถไฟ

เข้าสู่เว็บไซต์หรือแอป Trip.com จากนั้นไปที่เมนูรถไฟ แล้วกรอกสถานีต้นทางและปลายทาง โดยสามารถค้นหาเป็นเมืองหรือระบุสถานีได้โดยตรง พร้อมเลือกวันที่ต้องการเดินทาง
2. เลือกเที่ยวรถ ชั้นโดยสาร และที่นั่งที่ต้องการ


ระบบจะแสดงเที่ยวรถที่มีให้บริการ พร้อมเวลาออกเดินทาง เวลาถึง ระยะเวลาเดินทาง และราคาตั๋ว ควรเช็กชื่อสถานีให้ละเอียด รวมถึงเลือกชั้นโดยสารที่ต้องการ โดยบางขบวนอาจมีตัวเลือกที่นั่งแตกต่างกัน Trip.com รองรับการเลือกความต้องการของที่นั่ง เช่น ริมหน้าต่างหรือริมทางเดินในเที่ยวที่มีตัวเลือกดังกล่าว
3. กรอกข้อมูลผู้โดยสาร

สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ให้เลือกประเภทเอกสารเป็น Passport แล้วกรอกชื่อ-นามสกุลและเลขพาสปอร์ตให้ตรงกับพาสปอร์ตทุกตัวอักษร เนื่องจากตั๋วรถไฟจีนเป็นตั๋วแบบระบุชื่อผู้โดยสาร และต้องใช้เอกสารเดียวกันในการเดินทาง
4. ตรวจสอบข้อมูลและชำระเงิน
ตรวจสอบเส้นทาง วันที่ สถานี เวลาเดินทาง ชื่อผู้โดยสาร และเลขพาสปอร์ตให้ถูกต้องก่อนชำระเงิน จากนั้นเลือกช่องทางการชำระเงินที่ระบบรองรับ เช่น บัตรเครดิตหรือช่องทางออนไลน์ที่แสดงในหน้าจอ
5. ตรวจสอบตั๋วหลังจองสำเร็จ
เมื่อจองเสร็จแล้ว สามารถตรวจสอบรายละเอียดการจองผ่านบัญชี Trip.com และอีเมลที่ใช้ลงทะเบียน โดยสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ตั๋วกระดาษพื่อใช้ขึ้นรถไฟ ใช้แค่พาสปอร์ตตัวจริงไปใช้ตรวจสอบตัวตนและเข้าสถานีตามขั้นตอน
เอกสารที่นักท่องเที่ยวไทยต้องใช้ในการจองและขึ้นรถไฟในจีน
เอกสารสำคัญที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวไทยคือ พาสปอร์ตเล่มเดียวกับที่ใช้กรอกข้อมูลตอนจองตั๋ว โดย China Railway ระบุว่าผู้โดยสารต่างชาติสามารถซื้อตั๋วแบบระบุชื่อโดยใช้พาสปอร์ตที่ยังใช้ได้ตามข้อกำหนด ก่อนเดินทางควรเตรียมสิ่งต่อไปนี้
- พาสปอร์ตตัวจริง ใช้ยืนยันตัวตนและเข้าสถานี
- ข้อมูลการจองหรือตั๋วอิเล็กทรอนิกส์จาก Trip.com สำหรับตรวจสอบรายละเอียดการเดินทาง
- โทรศัพท์มือถือ สำหรับเปิดข้อมูลการจองและติดต่อผู้ให้บริการ หากมีปัญหา
- หากมีการจองให้ผู้โดยสารหลายคน ควรตรวจสอบชื่อและเลขพาสปอร์ตของทุกคนให้ถูกต้องก่อนชำระเงิน
สำหรับชาวต่างชาติ ระบบตรวจตั๋วอาจแตกต่างจากผู้โดยสารที่ใช้บัตรประชาชนจีน ดังนั้นเมื่อถึงสถานีควรเผื่อเวลาและปฏิบัติตามป้ายหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะขั้นตอนตรวจความปลอดภัยและตรวจสอบตัวตนก่อนเข้าสู่ชานชาลา
เคล็ดลับการจองตั๋วให้ได้ราคาดีและที่นั่งที่ต้องการ
เส้นทางฉงชิ่งไปเฉิงตู มีรถไฟให้บริการจำนวนมาก แต่เที่ยวที่เดินทางสะดวกและใช้เวลาสั้นมักเป็นที่ต้องการสูง โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวและฤดูกาลท่องเที่ยว ดังนั้นควรวางแผนล่วงหน้า โดยทั่วไป ตั๋วรถไฟจีนเปิดจำหน่ายประมาณ 15 วันก่อนวันเดินทาง และ Trip.com แนะนำให้จองทันทีที่ตั๋วเปิด โดยเฉพาะหากต้องการเที่ยวรถหรือช่วงเวลาที่ได้รับความนิยม เคล็ดลับที่ควรรู้ คือ
- จองทันทีเมื่อตั๋วเปิดขาย หากเดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล
- หากเที่ยวที่ต้องการเต็ม ให้ลองดูเที่ยวก่อนหรือหลัง 1–2 ชั่วโมง
- เปรียบเทียบทั้ง Chongqing North, Shapingba และ Chongqing West ก่อนเลือก เพราะเวลาและสถานีปลายทางอาจแตกต่างกัน
- เลือกสถานีปลายทางในเฉิงตูให้ใกล้ที่พัก เช่น Chengdu East หรือสถานีอื่นตามเที่ยวรถที่มี
- หากเดินทางเป็นกลุ่ม ควรจองพร้อมกันเพื่อเพิ่มโอกาสได้นั่งใกล้กัน
- ตรวจสอบชื่อภาษาอังกฤษและเลขพาสปอร์ตอย่างละเอียดก่อนชำระเงิน เพราะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับตั๋วแบบระบุชื่อ
ข้อมูลสำคัญสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟจากฉงชิ่งไปเฉิงตู

ก่อนออกเดินทางจากฉงชิ่งไปเฉิงตู นอกจากเช็กเวลาและจองตั๋วแล้ว ยังมีรายละเอียดที่ควรรู้เกี่ยวกับสัมภาระ ตั๋วเด็ก และการเปลี่ยนหรือยกเลิกตั๋ว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางด้วยพาสปอร์ต ควรตรวจสอบเงื่อนไขให้เรียบร้อยก่อนเข้าสถานี เพื่อป้องกันปัญหาระหว่างเดินทาง
กฎข้อจำกัดสัมภาระบนรถไฟจีน ที่นักท่องเที่ยวไทยต้องรู้
สำหรับรถไฟความเร็วสูงจีน ผู้โดยสารสามารถนำสัมภาระติดตัวขึ้นรถได้ โดยทั่วไป ผู้ใหญ่ไม่เกิน 20 กิโลกรัมและเด็กไม่เกิน 10 กิโลกรัม ส่วนขนาดรวมของประเป๋าโดยทั่วไปต้องไม่เกิน 160 เซนติเมตรเมื่อรวมความยาว + ความกว้าง + ความสูง แต่สำหรับรถไฟความเร็วสูงจำกัดไว้ที่ไม่เกิน 130 เซนติเมตร ตามข้อกำหนดของ China Railway 12306
ดังนั้น หากเดินทางจากฉงชิ่งไปเฉิงตูด้วยกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ควรตรวจสอบขนาดก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะกระเป๋าแบบ 28–30 นิ้วที่อาจมีขนาดเกินข้อกำหนดของสัมภาระติดตัว
นอกจากนี้ ยังมีสิ่งของบางประเภทที่ห้ามหรือจำกัดการนำขึ้นรถไฟ เช่น วัตถุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัย สารหรือสิ่งของอันตราย อาวุธ และสิ่งของขนาดใหญ่ที่อาจสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้โดยสารคนอื่น รวมถึงสิ่งของที่อาจทำให้เกิดความเสียหายหรือปนเปื้อนภายในขบวนรถ
ตั๋วเด็กและเงื่อนไขการเดินทางสำหรับครอบครัว
ครอบครัวที่เดินทางฉงชิ่งไปเฉิงตู ควรตรวจสอบเงื่อนไขตั๋วเด็กตามส่วนสูงเป็นหลัก โดยข้อมูลของ China Railway 12306 ระบุว่าเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี เดินทางฟรี (ไม่มีที่นั่ง), อายุ 6-14 ปี ซื้อตั๋วเด็ก (ครึ่งราคา), อายุ 14 ปีขึ้นไป ซื้อตั๋วราคาเต็ม สำหรับเด็กที่ไม่มีบัตรประจำตัว โดยเด็กที่เดินทางฟรีจะไม่มีที่นั่งสำรองเป็นของตัวเอง หากมีเด็กที่ต่ำกว่า 1.2 เมตรมากกว่า 1 คน เด็กคนแรกสามารถเดินทางฟรี ส่วนเด็กคนอื่นต้องซื้อตั๋วเด็ก
สำหรับเด็กที่มีส่วนสูง 1.2–1.5 เมตร จะต้องซื้อตั๋วเด็ก ส่วนเด็กที่มีส่วนสูง เกิน 1.5 เมตร ต้องซื้อตั๋วที่นั่งในราคาปกติ ทั้งนี้ เด็กไม่สามารถเดินทางโดยลำพังได้ตามหลักเกณฑ์ของ China Railway และควรมีผู้ใหญ่ที่สามารถรับผิดชอบตามกฎหมายเดินทางด้วย
ส่วนสูงเด็ก | เงื่อนไขโดยทั่วไป |
ต่ำกว่า 1.2 ม. | ฟรี 1 คนต่อผู้ใหญ่ 1 คน แต่ไม่มีที่นั่ง |
ต่ำกว่า 1.2 ม. คนที่ 2 ขึ้นไป | ซื้อตั๋วเด็ก |
1.2–1.5 ม. | ซื้อตั๋วเด็ก |
สูงกว่า 1.5 ม. | ซื้อตั๋วที่นั่งราคาปกติ |
สำหรับครอบครัวที่ต้องการให้เด็กมีที่นั่งของตัวเอง แม้เด็กจะมีสิทธิ์เดินทางฟรี ก็ควรตรวจสอบตัวเลือกการซื้อตั๋วที่มีที่นั่งก่อนจอง เพื่อให้เดินทางได้สะดวกตลอดเส้นทาง
นโยบายการเปลี่ยนและยกเลิกตั๋วรถไฟฉงชิ่งไปเฉิงตู
หากแผนเดินทางเปลี่ยน ผู้โดยสารสามารถดำเนินการเปลี่ยนเที่ยวรถ (Change/Endorsement) หรือยกเลิกตั๋วได้ตามเงื่อนไขของ China Railway โดยรายละเอียดค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ดำเนินการก่อนรถออก
สำหรับการ ยกเลิกตั๋ว ปัจจุบันหลักเกณฑ์ทั่วไปคือ หากยกเลิกมากกว่า 8 วันก่อนออกเดินทาง จะไม่เสียค่าธรรมเนียมคืนเงิน ขณะที่การยกเลิกใกล้เวลาเดินทางจะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามช่วงเวลา ได้แก่ 5% หากมากกว่า 48 ชั่วโมง, 10% หากน้อยกว่า 48 ชั่วโมงแต่ยังมากกว่า 24 ชั่วโมง และ 20% หากน้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนรถออก โดยมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำตามที่กำหนด
ส่วนการเปลี่ยนตั๋ว หากเปลี่ยนล่วงหน้ามากกว่า 48 ชั่วโมง สามารถเปลี่ยนไปยังขบวนอื่นที่อยู่ในช่วงเปิดจำหน่ายได้ตามเงื่อนไขและที่นั่งว่าง ส่วนการเปลี่ยนภายใน 48 ชั่วโมงก่อนรถออกยังสามารถทำได้ภายใต้ข้อจำกัดของวันและเที่ยวรถ โดยอาจมีค่าธรรมเนียม เช่น 5% เมื่อเปลี่ยนล่วงหน้า 24–48 ชั่วโมง และ 15% เมื่อเปลี่ยนน้อยกว่า 24 ชั่วโมง ตามกฎการเปลี่ยนตั๋วของ China Railway
หากจองผ่านแพลตฟอร์มตัวกลางอย่าง Trip.com ควรตรวจสอบเงื่อนไขการยกเลิกและเปลี่ยนตั๋วของการจองนั้นโดยตรง เพราะขั้นตอนและค่าบริการของแพลตฟอร์มอาจแตกต่างจากการจองผ่าน 12306 โดยตรง
ช่วงเวลาดีที่สุดในการเที่ยวฉงชิ่งและเฉิงตู

หากวางแผนเที่ยวฉงชิ่งและเฉิงตูในทริปเดียว ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เพราะอากาศโดยรวมค่อนข้างสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวและออกไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้ง โดยเฉพาะในเฉิงตูที่มีสวนและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง ส่วนฉงชิ่งเหมาะกับการเดินชมย่านเมืองเก่า จุดชมวิว และแลนด์มาร์กต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเมืองมีสภาพอากาศแตกต่างกันเล็กน้อย และช่วงเทศกาลสำคัญของจีนอาจทำให้สถานที่ท่องเที่ยวและระบบขนส่งคึกคักกว่าปกติ ดังนั้นควรเช็กสภาพอากาศและวันหยุดก่อนจองตั๋วฉงชิ่งไปเฉิงตู เพื่อวางแผนการเดินทางให้เหมาะกับช่วงเวลาที่เลือก
ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง: ช่วงที่เหมาะเที่ยวที่สุด
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการเที่ยวฉงชิ่งและเฉิงตู อุณหภูมิโดยทั่วไปไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เหมาะกับการเดินเที่ยวในเมืองและทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคมอากาศเริ่มอุ่นขึ้น แต่ยังไม่ร้อนจัด จึงสามารถจัดทริปเที่ยวหลายสถานที่ในแต่ละวันได้ค่อนข้างสบาย
ในเฉิงตู ช่วงนี้เหมาะกับการเที่ยวสวน ชมธรรมชาติ และแวะศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า ส่วนฉงชิ่งสามารถใช้เวลาเดินเที่ยว Hongya Cave, Ciqikou Ancient Town รวมถึงจุดชมวิวต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ หากเดินทางช่วงก่อนหรือหลังวันหยุดยาวของจีน ก็มีโอกาสเจอนักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงเทศกาลใหญ่
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงที่น่าเที่ยว โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน อากาศเริ่มเย็นลงและเหมาะกับการเดินเที่ยวมากขึ้น ท้องฟ้าและบรรยากาศโดยรวมช่วยให้การเที่ยวชมเมืองเป็นไปอย่างสบายกว่าในช่วงฤดูร้อน
หากต้องการเที่ยวแบบเน้นกิน เที่ยว และถ่ายรูป ฤดูใบไม้ร่วงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถใช้เวลาเดินสำรวจย่านต่าง ๆ ของฉงชิ่งและเฉิงตูได้โดยไม่ต้องรับมือกับอากาศร้อนมากนัก อย่างไรก็ตาม วันหยุด Golden Week ช่วงต้นเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่ควรระวัง เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวและรถไฟอาจมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ควรจองที่พักและตั๋วรถไฟล่วงหน้า
ฤดูหนาวและฤดูร้อน: ข้อดีและข้อควรระวัง
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) ของฉงชิ่งและเฉิงตูค่อนข้างเย็นและมีความชื้นสูง โดยเฉพาะช่วงเช้าและกลางคืน แม้โดยทั่วไปจะไม่หนาวจัดเท่าพื้นที่ทางตอนเหนือของจีน แต่ควรเตรียมเสื้อกันหนาว เสื้อแขนยาว และเสื้อที่กันความชื้นไว้ให้พร้อม จุดเด่นของการเที่ยวช่วงนี้คือบรรยากาศไม่วุ่นวายเท่าช่วงฤดูท่องเที่ยว และเหมาะกับการตระเวนชิมอาหารร้อน ๆ อย่างหม้อไฟหมาล่าเป็นพิเศษ
ส่วน ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) อากาศค่อนข้างร้อนและชื้น โดยเฉพาะฉงชิ่งที่มีชื่อเสียงเรื่องสภาพอากาศร้อนในช่วงฤดูร้อน หากเดินเที่ยวกลางแจ้งเป็นเวลานานอาจรู้สึกเหนื่อยง่าย จึงควรจัดตารางเที่ยวให้มีช่วงพักระหว่างวัน และพกร่ม หมวก น้ำดื่ม รวมถึงเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
หากจำเป็นต้องเดินทางในช่วงฤดูร้อน แนะนำให้เลือกเที่ยวสถานที่กลางแจ้งในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น และจัดสถานที่ท่องเที่ยวในร่มไว้เป็นตัวเลือกสำรอง ส่วนการเดินทาง ฉงชิ่งไปเฉิงตู ด้วยรถไฟความเร็วสูงยังคงสะดวก เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการขับรถท่ามกลางสภาพอากาศร้อนหรือฝนตก และสามารถเดินทางระหว่างสองเมืองได้ภายในเวลาเพียงประมาณ 1–2 ชั่วโมง
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเด่นเมื่อถึงเฉิงตู
หลังจากเดินทางจากฉงชิ่งถึงเฉิงตูแล้ว เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับหมีแพนด้า สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ไปจนถึงย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและสตรีทฟู้ด สำหรับทริปแรก แนะนำให้เริ่มจากแลนด์มาร์กที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเฉิงตูอย่างฐานวิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู จิ่นหลี่ และวัดอู่โหวฉือ ซึ่งสามารถจัดรวมไว้ในแผนเที่ยว 1–2 วันได้
ฐานวิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู: ไฮไลต์ห้ามพลาด

Chengdu Research Base of Giant Panda Breeding หรือฐานวิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวเฉิงตู โดยตั้งอยู่ที่ Panda Avenue เขตเฉิงหัว ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร ที่นี่เป็นศูนย์อนุรักษ์ วิจัย และเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์ รวมถึงแพนด้าแดงและสัตว์ป่าหายากของจีน
สำหรับการเดินทางจากสถานีรถไฟในเฉิงตู สามารถใช้รถไฟใต้ดินต่อไปยังสถานี Panda Avenue บน Line 3 แล้วต่อรถรับส่งไปยังฐานแพนด้าหรือเลือกใช้แท็กซี่และ DiDi ซึ่งสะดวกกว่าสำหรับผู้ที่เดินทางพร้อมสัมภาระ ทั้งนี้ควรเผื่อเวลาเดินทาง เพราะฐานแพนด้าอยู่ห่างจากย่านใจกลางเมืองพอสมควร
📍 ที่อยู่: 1375 Xiongmao Blvd, Chenghua District, Chengdu, Sichuan, จีน 610016
🕖 เวลาทำการ: เปิดทุกวันจันทร์ - วันอาทิตย์ มีนาคม-ตุลาคม: 7:30-18:00 น.; พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์: 8:00-17:30 น.
ย่านจิ่นหลี่และวัดอู่โหวฉือ: ดื่มด่ำวัฒนธรรมเสฉวน

ถนนจิ่นหลี่ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสำหรับสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าของเฉิงตู โดยเฉพาะคนที่อยากเดินเล่น ชิมอาหารท้องถิ่น และซื้อของฝาก บริเวณนี้มีร้านอาหาร ร้านขนม ร้านขายของที่ระลึก และสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปแบบดั้งเดิมของเสฉวน ทำให้เหมาะกับการมาเดินช่วงบ่ายต่อเนื่องไปจนถึงช่วงค่ำ
ไม่ไกลจากจิ่นหลี่คือ วัดอู่โหวฉือ หรือศาลเจ้าสามก๊ก ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของยุคสามก๊ก ภายในมีศาลเจ้า สวน และพื้นที่จัดแสดงที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเสฉวน
สองสถานที่นี้สามารถวางไว้ในโปรแกรมเดียวกันได้ เพราะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน หลังเที่ยววัดอู่โหวฉือแล้วสามารถเดินต่อไปยังถนนจิ่นหลี่เพื่อพักผ่อนและลองชิมอาหารเสฉวนได้ โดยเฉพาะเมนูที่มีรสเผ็ดและกลิ่นหอมของเครื่องเทศแบบท้องถิ่น ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีสัมผัสเสน่ห์ของเฉิงตูที่แตกต่างจากบรรยากาศเมืองสมัยใหม่ของฉงชิ่ง
📍 ที่อยู่: Jinli Rd, Wuhou District, Chengdu, Sichuan, จีน 610045
🕖 เวลาทำการ: เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
ปักหมุดฉงชิ่ง: รวมจุดเช็กอินและกิจกรรมไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
ก่อนออกเดินทาง ฉงชิ่งไปเฉิงตู แนะนำให้เผื่อเวลาเที่ยวฉงชิ่งอย่างน้อย 1–2 วัน เพราะเมืองนี้มีทั้งแลนด์มาร์กกลางเมือง วิวแม่น้ำ อาคารสไตล์จีนโบราณ และอาหารท้องถิ่นรสจัดจ้านที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ หงย่าต้ง (Hongyadong) และ ย่านเจี่ยฟ่างเป่ย (Jiefangbei) ซึ่งเป็นสองจุดที่เหมาะสำหรับสัมผัสบรรยากาศของฉงชิ่งในครั้งแรก
หงย่าต้ง (Hongya Cave) และย่านเจี่ยฟ่างเป่ย: หัวใจของฉงชิ่ง

หงย่าต้ง (Hongyadong) เป็นแลนด์มาร์กชื่อดังของฉงชิ่ง โดดเด่นด้วยอาคารไม้แบบแขวนหรือ Diaojiaolou ที่สร้างลดหลั่นไปตามพื้นที่ลาดเขาริมแม่น้ำ ทำให้เกิดเป็นสถาปัตยกรรมหลายชั้นที่เป็นเอกลักษณ์ของเมือง โดยเฉพาะช่วงค่ำเมื่ออาคารเปิดไฟ จะกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปที่สวยที่สุดของฉงชิ่ง
ช่วงเวลาที่แนะนำคือ ช่วงเย็นต่อเนื่องถึงกลางคืน เพราะนอกจากจะได้ชมอาคารที่เปิดไฟแล้ว ยังสามารถเดินชมร้านอาหาร ร้านขนม และร้านขายของฝากภายในบริเวณหงย่าต้งได้อีกด้วย หากต้องการถ่ายภาพมุมกว้าง แนะนำให้หาจุดชมวิวบริเวณฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเพื่อมองเห็นอาคารทั้งหมดพร้อมแสงไฟในยามค่ำคืน
จากหงย่าต้งสามารถเดินทางต่อไปยัง ย่านเจี่ยฟ่างเป่ย (Jiefangbei) ซึ่งเป็นย่านใจกลางเมืองและแหล่งช้อปปิ้งสำคัญของฉงชิ่ง บริเวณนี้เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และถนนคนเดิน โดยมีอนุสาวรีย์ People's Liberation Monument เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของย่าน
📍 ที่อยู่: Yuzhong District, จีน 400011
🕖 เวลาทำการ: เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
อาหารฉงชิ่งที่ต้องลอง: หมาล่าฮอตพอต และของกินริมทาง

ที่มาของภาพ: sawasdee.thaiairways
มาเที่ยวฉงชิ่งทั้งที อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดคือการลอง ฉงชิ่งหมาล่าฮอตพอต (Chongqing Mala Hotpot) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาหารที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินของเมืองได้ดีที่สุด น้ำซุปมีรสเผ็ดและชาจากพริกและพริกเสฉวน โดยสูตรดั้งเดิมจำนวนมากใช้น้ำมันไขมันวัวเป็นส่วนประกอบสำคัญ ทำให้มีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้น
เมนูที่เหมาะสำหรับลองคู่กับหม้อไฟ ได้แก่ ผ้าขี้ริ้ววัว (毛肚) เนื้อวัว ผัก เต้าหู้ และเส้นต่าง ๆ ส่วนใครที่ไม่คุ้นกับอาหารเผ็ด สามารถเริ่มจากน้ำซุปที่เผ็ดน้อยหรือเลือกหม้อแบบแบ่งสองฝั่ง เพื่อให้มีทั้งน้ำซุปเผ็ดและน้ำซุปใสในหม้อเดียว
นอกจากหม้อไฟแล้ว ยังมีอาหารท้องถิ่นอีกหลายอย่างที่ควรลอง เช่น เสี่ยวเมี่ยน (Xiaomian) หรือบะหมี่ฉงชิ่ง ซึ่งเป็นเมนูง่าย ๆ ที่นิยมรับประทานในชีวิตประจำวัน รวมถึง ล่าจื่อจี (ไก่ผัดพริกแห้ง) และ หงโหยวเชาโส่ว (เกี๊ยวน้ำมันพริก) ที่สะท้อนเอกลักษณ์อาหารรสเผ็ดและหอมเครื่องเทศของฉงชิ่งได้เป็นอย่างดี
ที่พักแนะนำในเฉิงตู สำหรับนักท่องเที่ยวจากฉงชิ่ง

ที่พักย่าน Chunxi Road และ Taikoo Li: สะดวกที่สุดสำหรับทริปแรก
หากมาเที่ยวเฉิงตูเป็นครั้งแรก Chunxi Road และ Taikoo Li เป็นทำเลที่แนะนำมากที่สุด เพราะอยู่ในย่านใจกลางเมือง มีทั้งโรงแรมตั้งแต่ระดับประหยัดไปจนถึงโรงแรมหรู รวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า และแหล่งช้อปปิ้งอยู่ในระยะเดินถึง นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อรถไฟใต้ดินสาย 2 และสาย 3 ทำให้เดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวอื่นได้ง่าย
สำหรับงบประมาณ สามารถเลือกได้ตั้งแต่ โฮสเทลหรือโรงแรมราคาประหยัด ไปจนถึงโรงแรมระดับกลางและโรงแรมหรู หากต้องการความสะดวกเป็นหลัก แนะนำเลือกโรงแรมที่อยู่ใกล้ Chunxi Road Metro Station เพราะจะช่วยลดเวลาเดินทางในแต่ละวัน
จองที่พักย่าน Chunxi Road และ Taikoo Li
ที่พักย่าน Tianfu Square: ทำเลกลางเมือง เดินทางง่าย
Tianfu Square เป็นอีกหนึ่งทำเลที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการอยู่ใจกลางเฉิงตู โดยเฉพาะคนที่มีแผนเที่ยวหลายย่าน เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟใต้ดินสำคัญ ทำให้เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้สะดวก
ที่พักในย่านนี้มีตั้งแต่โรงแรมราคาประหยัดไปจนถึงโรงแรมระดับกลางและระดับหรู จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการควบคุมงบแต่ยังอยากได้ทำเลดี หากไม่ได้เน้นบรรยากาศแหล่งท่องเที่ยวรอบโรงแรมมากนัก แต่ให้ความสำคัญกับ การเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน ย่านนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
จองที่พักย่าน Tianfu Square
ที่พักย่าน Kuanzhai Alley และ Wuhou: สำหรับสายวัฒนธรรมและบรรยากาศท้องถิ่น
หากต้องการสัมผัสเฉิงตูในมุมที่มีบรรยากาศแบบดั้งเดิมมากขึ้น สามารถเลือกพักบริเวณ Kuanzhai Alley ซึ่งมีตรอกเก่า อาคารสไตล์จีน ร้านอาหาร และร้านน้ำชา เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินเล่นแบบสบาย ๆ และถ่ายรูปในย่านเมืองเก่า อีกตัวเลือกคือบริเวณ Wuhou และ Jinli ซึ่งเหมาะกับสายประวัติศาสตร์และอาหาร เพราะอยู่ใกล้ Wuhou Shrine และ Jinli Ancient Street ทำให้สามารถเที่ยวสถานที่สำคัญและหาของกินท้องถิ่นได้ง่าย
จองที่พักย่าน Kuanzhai Alley และ Wuhou
ที่พักใกล้ Chengdu East Railway Station: เหมาะกับคนเดินทางต่อ
สำหรับผู้ที่เดินทางจากฉงชิ่งมาถึงเฉิงตูแล้วมีแผน นั่งรถไฟความเร็วสูงต่อไปยังเมืองอื่น หรือเดินทางออกจากเฉิงตูในช่วงเช้า การพักใกล้ Chengdu East Railway Station ก็เป็นตัวเลือกที่ช่วยประหยัดเวลาได้มาก โดยเฉพาะเมื่อมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
อย่างไรก็ตาม หากมีแผนเที่ยวเฉิงตูเป็นหลักและต้องการสัมผัสบรรยากาศใจกลางเมือง การพักย่าน Chunxi Road หรือ Tianfu Square จะเหมาะกว่า เพราะอยู่ใกล้ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า
จองที่พักย่าน Chengdu East Railway Station
ตัวอย่างแพลนทริป ฉงชิ่ง-เฉิงตู 4 วัน 3 คืน
หากมีเวลาไม่มาก ทริปฉงชิ่ง–เฉิงตู 4 วัน 3 คืน ก็สามารถเที่ยวไฮไลต์ของทั้งสองเมืองได้แบบครบ ๆ โดยแนะนำให้แบ่งเวลาเป็น ฉงชิ่ง 2 วัน และเฉิงตู 2 วัน แล้วใช้รถไฟความเร็วสูงเป็นตัวเชื่อมระหว่างสองเมืองในช่วงเช้าของวันที่ 3 ช่วยประหยัดเวลาและไม่ต้องเสียเวลาเดินทางนานเกินไป

วันที่ 1-2: สำรวจฉงชิ่ง เมืองภูเขาสุดมิสเตอรี่
วันที่ 1: เช็กอินฉงชิ่ง – เจี่ยฟ่างเป่ย – หงย่าต้ง
เริ่มต้นทริปด้วยการเช็กอินที่พักในฉงชิ่ง จากนั้นออกสำรวจ Jiefangbei ใจกลางเมือง เดินเล่นบริเวณ People's Liberation Monument และแวะช้อปปิ้งหรือหาของกินตามร้านท้องถิ่น
ช่วงบ่ายสามารถเดินทางไปหงหยาต้งซึ่งเป็นแลนด์มาร์กชื่อดังของฉงชิ่ง อาคารหลายชั้นที่สร้างลดหลั่นตามแนวภูเขาเหมาะกับการถ่ายรูปเป็นพิเศษ โดยแนะนำให้มาช่วงเย็นเพื่อชมอาคารเปิดไฟและบรรยากาศริมแม่น้ำยามค่ำคืน
ช่วงค่ำปิดท้ายด้วยการลอง Chongqing Hotpot หรือหมาล่าฮอตพอตต้นตำรับ พร้อมชิมอาหารท้องถิ่นอย่างเสี่ยวเมี่ยนและเกี๊ยวน้ำมันพริก
วันที่ 2: เมืองเก่า – จุดถ่ายรูป – สัมผัสฉงชิ่งในมุมท้องถิ่น
เริ่มต้นวันที่สองด้วยการเที่ยว Ciqikou Ancient Town เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารสไตล์จีน ร้านอาหาร ร้านขนม และของฝาก เหมาะสำหรับเดินเล่นในช่วงเช้า
จากนั้นสามารถเลือกไปชมความแปลกของระบบขนส่งฉงชิ่ง เช่น Liziba Station จุดที่รถไฟฟ้าวิ่งทะลุอาคาร หรือแวะถ่ายรูปตามจุดชมวิวเมืองและแม่น้ำในช่วงบ่าย
ช่วงเย็นกลับมาเดินเล่นย่านใจกลางเมืองหรือหาของกินเพิ่มเติม ก่อนเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง ฉงชิ่งไปเฉิงตู ในเช้าวันถัดไป
วันที่ 3-4: เดินทางสู่เฉิงตู ดูแพนด้าและสัมผัสวัฒนธรรมเสฉวน
วันที่ 3: ฉงชิ่ง → เฉิงตู – ฐานแพนด้า – จิ่นหลี่
แนะนำให้ออกเดินทางจากฉงชิ่งในช่วงเช้าด้วยรถไฟความเร็วสูง ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง เมื่อถึงเฉิงตูแล้วสามารถฝากกระเป๋าที่โรงแรมหรือฝากสัมภาระก่อนเดินทางต่อไปยังฐานวิจัยและเพาะพันธ์ุแพนด้ายักษ์เฉิงตู
ควรไปฐานแพนด้าในช่วงเช้าหรือก่อนเที่ยง เพราะเป็นช่วงที่แพนด้ามักออกมากินอาหารและทำกิจกรรม ทำให้มีโอกาสได้ชมแพนด้าอย่างเต็มที่ หลังจากเที่ยวเสร็จแล้ว กลับเข้าเมืองและเช็กอินที่พัก
ช่วงเย็นเดินทางไป Wuhou Shrine และเดินต่อไปยัง Jinli Ancient Street เพื่อชมบรรยากาศเมืองเก่า ลองชิมอาหารเสฉวนและซื้อของฝาก ก่อนปิดท้ายวันด้วยการเดินเล่นในย่านเมืองเก่า
วันที่ 4: เที่ยวใจกลางเฉิงตู – ช้อปปิ้ง – เดินทางกลับ
เริ่มวันสุดท้ายแบบสบาย ๆ ด้วยการเที่ยว Chunxi Road และ Taikoo Li ย่านใจกลางเมืองที่มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าต่าง ๆ เหมาะสำหรับเดินเล่นและซื้อของฝากก่อนกลับ
หากมีเวลา สามารถแวะ People's Park เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของคนเฉิงตู ลองนั่งจิบชาแบบท้องถิ่น หรือเดินเล่นพักผ่อนก่อนเดินทางไปสนามบินหรือสถานีรถไฟตามแผน
โดยสรุป การเดินทางฉงชิ่งไปเฉิงตู เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของ 2 เมืองดังในจีนตะวันตกเฉียงใต้ภายในทริปเดียว ทั้งแลนด์มาร์กสุดอลังการ อาหารหมาล่ารสจัด หมีแพนด้าน่ารัก และวัฒนธรรมเสฉวนที่มีเอกลักษณ์ โดยรถไฟความเร็วสูงถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกและประหยัดเวลา ช่วยให้เดินทางระหว่างสองเมืองได้อย่างรวดเร็ว ก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบตารางรถไฟ ราคาตั๋ว สถานีต้นทาง–ปลายทาง และเงื่อนไขการเดินทางล่าสุด เพื่อวางแผนทริป ฉงชิ่ง–เฉิงตู 2569 ได้อย่างราบรื่นและเที่ยวได้คุ้มค่าที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเดินทางจากฉงชิ่งไปเฉิงตู
-
ฉงชิ่งไปเฉิงตูใช้เวลากี่ชั่วโมง?
หากเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงจากฉงชิ่งไปเฉิงตู ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง โดยขบวนที่เร็วที่สุดอาจใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสถานีต้นทาง ปลายทาง และประเภทของขบวนรถ จึงควรตรวจสอบเวลาเดินทางของเที่ยวที่ต้องการก่อนจอง -
ตั๋วรถไฟความเร็วสูงจากฉงชิ่งไปเฉิงตูราคาเท่าไหร่?
ราคาตั๋วฉงชิ่งไปเฉิงตู แตกต่างกันตามขบวน ชั้นโดยสาร และสถานีต้นทาง–ปลายทาง โดยทั่วไปมีตั้งแต่ชั้นสอง ชั้นหนึ่ง ไปจนถึงชั้นธุรกิจ หากต้องการประหยัดงบ ชั้นสองถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ส่วนผู้ที่ต้องการพื้นที่มากขึ้นสามารถเลือกชั้นหนึ่งหรือชั้นธุรกิจได้ ทั้งนี้ควรตรวจสอบราคาจริงในวันที่จองอีกครั้ง -
นักท่องเที่ยวไทยต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการขึ้นรถไฟในจีน?
นักท่องเที่ยวไทยต้องใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริงที่ตรงกับข้อมูลที่ใช้จองตั๋ว โดยควรตรวจสอบชื่อ-นามสกุลและเลขพาสปอร์ตให้ถูกต้องก่อนชำระเงิน เนื่องจากรถไฟจีนใช้ระบบตั๋วแบบระบุตัวตน สำหรับการขึ้นรถไฟควรพกพาสปอร์ตเล่มเดียวกับที่ใช้จองไว้เพื่อยืนยันตัวตนที่สถานี -
ฉงชิ่งกับเฉิงตูไกลกันไหม เดินทางสะดวกแค่ไหน?
ฉงชิ่งและเฉิงตูอยู่ห่างกันประมาณ 171 กิโลเมตร และเป็นเส้นทางที่เดินทางค่อนข้างสะดวก โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงที่ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปเที่ยวสองเมืองในครั้งเดียวได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลานั่งรถทางไกลหลายชั่วโมง -
เที่ยวฉงชิ่งและเฉิงตูเดือนไหนดีที่สุด?
ช่วงที่เหมาะสำหรับเที่ยวฉงชิ่งและเฉิงตู คือ มีนาคม–พฤษภาคม และ กันยายน–พฤศจิกายน เนื่องจากอากาศโดยรวมเหมาะกับการเดินเที่ยวและทำกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่าช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม ควรระวังช่วงวันหยุดยาวของจีน เช่น Golden Week ต้นเดือนตุลาคม และเทศกาลตรุษจีน เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากอาจทำให้ตั๋วรถไฟและที่พักเต็มเร็ว -
จองตั๋วรถไฟฉงชิ่งไปเฉิงตูต้องล่วงหน้าแค่ไหน?
โดยทั่วไปตั๋วรถไฟจีนเปิดให้จองล่วงหน้าประมาณ 15 วันก่อนวันเดินทาง แต่ช่วงเวลาจำหน่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของ China Railway หากต้องการเดินทางในช่วงเทศกาลหรืออยากได้ขบวนและเวลาที่ต้องการ แนะนำให้จองทันทีเมื่อเปิดจำหน่าย หากเที่ยวที่ต้องการเต็ม สามารถตรวจสอบตัวเลือกเที่ยวอื่นหรือระบบ Waitlist ที่แพลตฟอร์มจองตั๋วรองรับได้ -
รถไฟจากฉงชิ่งไปเฉิงตูออกจากสถานีไหน?
รถไฟจากฉงชิ่งไปเฉิงตูมีให้บริการจากหลายสถานี เช่น Chongqing North (重庆北站), Shapingba (沙坪坝站) และ Chongqing West (重庆西站) โดยสถานีปลายทางในเฉิงตูก็มีหลายแห่ง เช่น Chengdu East (成都东站) และสถานีอื่นตามประเภทของขบวน ดังนั้นควรตรวจสอบสถานีต้นทางและปลายทางให้ละเอียดก่อนจอง โดยเฉพาะเมื่อเลือกที่พักไว้แล้ว -
มีกี่ขบวนต่อวันสำหรับรถไฟฉงชิ่งไปเฉิงตู?
เส้นทางฉงชิ่งไปเฉิงตู มีรถไฟความเร็วสูงให้บริการจำนวนมากตลอดทั้งวัน โดยในบางวันอาจมีประมาณ 150 ขบวนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับวันที่เดินทางและตารางรถไฟ ขบวนแรกและขบวนสุดท้ายก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นควรตรวจสอบตารางล่าสุดในวันที่จองเพื่อเลือกเที่ยวรถที่เหมาะกับแผนการเดินทางมากที่สุด
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
เดินทางจากฉงชิ่งไปเฉิงตู 2569: รวมทุกการเดินทาง และเคล็ดลับเที่ยว
- ● ฉงชิ่งไปเฉิงตู เดินทางอย่างไร? รู้จักเส้นทางยอดฮิตก่อนวางแผนเที่ยว
- ● วิธีเดินทางจากฉงชิ่งไปเฉิงตู มีกี่ตัวเลือก?
- ● ตารางเวลารถไฟฉงชิ่งไปเฉิงตู และข้อมูลสถานีที่ต้องรู้
- ● ราคาตั๋วรถไฟฉงชิ่งไปเฉิงตู และชั้นโดยสารที่มีให้เลือก
- ● คู่มือจองตั๋วรถไฟฉงชิ่งไปเฉิงตู แบบ Step-by-Step
- ● ข้อมูลสำคัญสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟจากฉงชิ่งไปเฉิงตู
- ● ช่วงเวลาดีที่สุดในการเที่ยวฉงชิ่งและเฉิงตู
- ● แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเด่นเมื่อถึงเฉิงตู
- ● ปักหมุดฉงชิ่ง: รวมจุดเช็กอินและกิจกรรมไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
- ● ที่พักแนะนำในเฉิงตู สำหรับนักท่องเที่ยวจากฉงชิ่ง
- ● ตัวอย่างแพลนทริป ฉงชิ่ง-เฉิงตู 4 วัน 3 คืน
- ● คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเดินทางจากฉงชิ่งไปเฉิงตู
เราคือ Porlaoongkum ผู้รักการถ่ายรูปและการท่องเที่ยวทั่วโลก เปิดโลกการเที่ยวของตัวเองในทุกมุมมอง ไปเที่ยวมาแล้วทั้งในไทย และต่างประเทศ ทั้งลาว, ไต้หวัน, ฮ่องกง และเวียดนาม วันว่างๆ เราชอบออกไปเที่ยวและถ่ายรูป เก็บภาพสวยๆ ของแต่ละที่ที่ไม่ค่อยมีใครเห็น พร้อมพาทุกคนออกเดินทางไปพร้อมๆ กัน
เนื้อหายอดฮิต
-
คู่มือท่องเที่ยว
-
โปรโมชั่น Trip.com
-
บทความแนะนำ
- china arrival card
- ส่วนลด trip.com
- ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ Trip.com
- วันหยุดจีน
- eSIM
- eSim จีน
- รถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้
- Trip.com Vip Lounge Access
- e cigarette on flight
- ที่พักเฉิงตู
- รถไฟใต้ดินปักกิ่ง
- การเลือกที่นั่งเที่ยวบิน Trip.com
- buy extra baggage airasia
- ขอคืนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- don mueang airport lounge
- รถไฟใต้ดินเซินเจิ้น
- สนามบินเฉิงตู เทียนฟู่ เข้าเมือง
- วิธีการชำระเงิน trip.com
- ขอเงินคืนโรงแรม Trip.com
- นโยบายการยกเลิก Trip.com
- esim คือ
- ข้อจำกัดการพกเงินสดยุโรป
- ยกเลิกเที่ยวบิน
- รถไฟใต้ดินฉงชิ่ง
- เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน Trip.com
- รถไฟจีน
- eSim ญี่ปุ่น
- laos to china train
- รถไฟใต้ดินหางโจว
- ที่เที่ยวเฉิงตู
- รถเช่าพร้อมคนขับจีน
- เช่ารถในญี่ปุ่น
- ประกันรถเช่า
- รถเช่าเฉิงตู
- รถเช่าจิ่วไจ่โกว
- เช่ารถขอนแก่น
- เช่ารถสมุย
- เช่ารถระยะยาว
- รถเช่าที่เชียงราย
- เช่ารถน่าน
- เช่ารถหาดใหญ่
- เช่ารถเชียงใหม่
- เช่ารถสุราษฎร์ธานี
- เช่ารถกระบี่
- เช่ารถพัทยา
- เช่ารถภูเก็ต
- เช่ารถฉงชิ่ง
- เช่ารถเซี่ยเหมิน
- รถเช่าจางเจียเจี้ย
- เช่ารถกุ้ยหยาง
- รถเช่ากว่างโจว
- รถเช่าเซี่ยงไฮ้
- รถเช่าคุนหมิง
- รถเช่าเซินเจิ้น
- รถเช่าปักกิ่ง









































