3 แอปแท็กซี่เกาหลีที่ต้องมี ปี 2569 : Kakao Taxi vs Uber vs TADA

รูปโปรไฟล์ของผู้เขียน
3 แอปแท็กซี่เกาหลีที่ต้องมี

การเรียกแท็กซี่ในต่างประเทศก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป โดยเฉพาะในโซล เกาหลีใต้ ที่มีแอปแท็กซี่หลากหลายให้เลือกใช้งาน แต่ละแอปต่างก็มีจุดเด่นของตัวเอง ทั้งความสะดวกในการจ่ายเงิน ภาษาในระบบ และประเภทของรถให้เลือก Trip.com จะพาไปทำความรู้จักกับ 3 แอปแท็กซี่เกาหลีที่ต้องมีในปี 2569 ทั้ง Kakao Taxi, Uber และ TADA พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่าง ข้อดี ข้อจำกัด และเคล็ดลับในการใช้งานให้คุ้ม ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวมือใหม่หรือสายเที่ยวเกาหลี อ่านจบรู้เลยว่าแอปไหน โดนใจใช่เลย!

ตารางเปรียบเทียบแอปแท็กซี่ในกรุงโซล

ชื่อแอป

ค่าโดยสารเริ่มต้น

การชำระเงินออนไลน์

ความสะดวก

รองรับภาษาไทย

Kakao Taxi

ประมาณ 4,800 วอน (~ 108.84 บาท)

รองรับบัตรเครดิตและ Kakao Pay

ใช้งานง่าย เชื่อมกับ KakaoTalk

❌ ไม่รองรับ

Uber

ประมาณ 5,000 วอน (~ 113.38 บาท)

รองรับบัตรเครดิต / เดบิตสากล

อินเทอร์เฟซคุ้นเคย ใช้ได้ทั่วโลก

❌ ไม่รองรับ

TADA

ประมาณ 5,000 วอน (~ 113.38 บาท)

ชำระผ่านบัตรเครดิต / TADA Pay

ใช้งานง่าย มีบริการรถหรู

❌ ไม่รองรับ

ตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ-โซล

  • เที่ยวเดียว
  • ไป-กลับ

ราคาเที่ยวบิน${{departCityName}}-${{arrivalCityName}}ที่แสดงนี้อ้างอิงจากราคาเฉลี่ยของสายการบินต่างๆ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตามฐานข้อมูลล่าสุดของ Trip.com

ตั๋วเครื่องบินไปโซล

Kakao Taxi

Kakao Taxi

Kakao Taxi คือแอปเรียกรถแท็กซี่ยอดนิยมอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ พัฒนาโดยบริษัท Kakao Mobility ในเครือเดียวกับ KakaoTalk ที่คนเกาหลีใช้งาน จุดเด่นคือความสะดวกในการเชื่อมต่อกับบัญชี Kakao ที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่มีอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องสมัครใหม่ให้ยุ่งยาก เลือกได้ทั้งรถแท็กซี่ทั่วไปหรือแท็กซี่พรีเมียม เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากเลี่ยงการโบกแท็กซี่ข้างถนนในกรุงโซล

คุณสมบัติ

  • รองรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
  • ใช้บัญชี KakaoTalk เดิมได้ทันที ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
  • แสดงตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์
  • มีโหมดเลือกรถหลายระดับ (ทั่วไป/พรีเมียม/คนขับผู้หญิง)
  • รองรับการชำระเงินผ่าน Kakao Pay, บัตรเครดิต หรือจ่ายเงินสดกับคนขับ

ข้อดี

  • สะดวกและเสถียรที่สุดในเกาหลี 
  • ปลอดภัย มีข้อมูลคนขับและระบบรีวิว
  • เห็นราคาค่าโดยสารก่อนขึ้นรถ
  • เชื่อมกับ KakaoTalk เพื่อแชร์ตำแหน่งเรียกรถให้เพื่อนได้ในทันที

ข้อเสีย

  • ไม่มีภาษาอังกฤษหรือไทย 
  • ต้องมีเบอร์โทรศัพท์เกาหลีหรือ eSIM เกาหลี เพื่อยืนยันบัญชี
  • บางช่วงเวลารถอาจจะไม่มีและรอคิวนาน
  • ไม่สามารถเลืกจ่ายในแอปด้วยบัตรต่างประเทศ

Uber

Uber

Uber กลับมาทำตลาดในเกาหลีอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้หยุดให้ริการไปแล้ว โดยปรับให้เข้ากับกฏของรัฐบาลเกาหลีใต้ ปัจจุบัน Uber จับมือกับผู้ให้บริการแท็กซี่ท้องถิ่น ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้รถผ่าน Uber ได้อย่างถูกกฏหมาย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับการใช้แอป Uber อยู่แล้ว

คุณสมบัติ

  • ใช้งานได้ทั้งบน iOS และ Android
  • รองรับการใช้งานภาษาอังกฤษ
  • แสดงราคาให้เห็นก่อนยืนยันการเรียกรถ
  • รองรับการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต/เดบิตระหว่างประเทศ
  • มีระบบแชร์เส้นทางการเดินทางให้เพื่อนหรือครอบครัว

ข้อดี

  • ใช้งานง่ายสำหรับผู้ที่เคยใช้ Uber มาก่อนแล้ว
  • เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับภาษาเกาหลี
  • ปลอดภัย เพราะเห็นข้อมูลคนขับและหมายเลขก่อนขึ้น
  • จ่ายออนไลน์ได้เลย ไม่ต้องใช้เงินสดหรือบัตรใช้จ่ายเกาหลี

ข้อเสีย

  • จำนวนรถมีน้อยกว่า Kakao Talk โดยเฉพาะในเขตโซลหรือชานเมือง
  • ราคาสูงกว่า เพราะรถบางส่วนเป็นรถพาร์ตเนอร์เอกชน
  • ไม่มีตัวเลือกพรีเมียมหรือแท็กซี่ที่เป็นคนขับผู้หญิง
  • อาจต้องใช้เน็ตแรงและ GPS แม่นำ เพื่อให้ระบบจับตำแหน่งได้ถูกต้อง

TADA

TADA

TADA แอปเรียกรถแท็กซี่และรถส่วนตัวสัญชาติเกาหลี ที่เน้นความสะดวกสบายและคุณภาพของบริการ ผู้โดยสารสามารถเรียกรถได้ตั้งแต่แท็กซี่ทั่วไปจนถึงรถพรีเมียมขนาดใหญ่ กว้างและสะอาด เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความหรูหราในการเดินทาง

คุณสมบัติ

  • ใช้งานได้บน iOS และ Android
  • มีบริการหลายประเภท เช่น  TADA Basic, TADA Plus และ TADA Van
  • รองรับการชำระเงิน TADA Pay และบัตรเครดิต
  • แสดงตำแหน่งรถและเวลารอแบบเรียลไทม์

ข้อดี

  • บริการคุณภาพสูง รถใหม่และสะอาดกว่ามาตรฐานแท็กซี่ทั่วไป
  • พนักงานขับรถสุภาพ ผ่านการคัดกรองและมีบริการระดับมืออาชีพ
  • เลือกประเภทรถได้หลากหลาย
  • จ่ายในแอปได้ทันที ไม่ต้องใช้เงินสด

ข้อเสีย

  • ราคาสูงกว่า KaKao Taxi และ Uber โดนเฉพาะบริการ Plus หรือ Van
  • จำนวนรถยังไม่มากเท่าแอปอื่นๆ
  • รองรับภาษาอังกฤษแค่บางเมนู
  • ต้องลงทะเบียนบัตรเครดิตก่อนการใช้งาน

สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อใช้แอปเรียกแท็กซี่ในโซล

ก่อนจะเริ่มใช้แอปแท็กซี่เกาหลี โดยเฉพาะในโซล นักท่องเที่ยวควรเตรียมความพร้อมเล็กน้อย เพื่อให้การเรียกรถราบรื่น  ซึ่งสิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อใช้แอป มีดังนี้

1. KakaoTalk

KakaoTalk

ที่มาของภาพ : iTopVPN

แอปเรียกรถในเกาหลีอย่าง Kakao Taxi จะเชื่อมกับบัญชี KakaoTalk ซึ่งเป็นแอดยอดนิยมสำหรับคนเกาหลี สามารถดาวน์โหลดและสมัครบัญชี KakoTalk ล่วงหน้าไว้ก่อนเดินทาง เพื่อให้ล็อกอินและใช้งานได้ทันทีที่มาถึงเกาหลี นอกจากนี้ แอปนี้ยังสามารถแชร์ตำแหน่งเรียกรถกับเพื่อนหรือคนรู้จักได้สะดวกมากๆ 

2. eSIM สำหรับเกาหลี

eSIM สำหรับเกาหลี

การมีอินเทอร์เน็ตบนมือถือตลอดเวลา เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้แอปแท็กซี่เกาหลี เพราะระบบจะต้องระบุตำแหน่งของคุณแบบเรียลไทม์ หากไม่มี eSIM หรือ ซิมเกาหลี ก็จะไม่สามารถเรียกรถจากแอปได้ และ eSIM ไม่ต้องเปลี่ยนซิมจริง เพียงสแกน QR Code ก็ใช้งานได้เลย ราคาไม่แพง มีแพ็กเกจเฉพาะนักท่องเที่ยว ความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงและครอบคลุมทั่วทั้งกรุงโซล

3. แอปแปลภาษาเกาหลี

แอปแปลภาษาเกาหลี

ที่มาของภาพ : 10wontips

ถึงแม้หลายแอปจะมีภาษาอังกฤษให้เลือก แต่เมื่อคนขับโทรมาติดต่อหรือส่งข้อความผ่านแอป อาจจะยังต้องใช้เครื่องมือแปลภาษาเพื่อช่วยสื่อสารได้ถูกต้อง แอปแปลภาษาเกาหลีที่แนะนำ คือ

  • Papago : แปลเกาหลีเป็นอังกฤษหรือไทยได้แม่นยำ
  • Google Translate : มีฟังก์ชันกล้องแปลข้อความจากป้ายหรือหน้าจอได้ทันที
  • Kakao i Translate : แอปเครือเดียวกับ Kakao Taxi ใช้งานได้เข้ากันดี

ค่าโดยสารแท็กซี่สำหรับโซล

การเดินทางจากสนามบินนานาชาติอินชอล เข้าสู่ใจกลางกรุงโซลเป็นเส้นทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ซึ่งค่าโดยสารก็จะแตกต่างกันตามเวลาเดินทาง และปลายทาง

ปลายทาง

เวลาเดินทาง (โดยประมาณ)

ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ

ย่านเมียงดง (Myeongdong)

60–80 นาที

70,000 – 90,000 วอน

ย่านกังนัม (Gangnam)

70–90 นาที

80,000 – 100,000 วอน

ย่านฮงแด (Hongdae)

50–70 นาที

65,000 – 85,000 วอน

ย่านอีแทวอน (Itaewon)

60–80 นาที

75,000 – 95,000 วอน

ย่านจงโน (Jongno)

60–75 นาที

70,000 – 90,000 วอน

3 ข้อที่ไม่ควรทำบนแอปแท็กซี่เกาหลี

3 ข้อที่ไม่ควรทำบนแอปแท็กซี่เกาหลี

แม้ว่าการเรียกแท็กซี่ผ่านแอปในเกาหลีจะสะดวกและปลอดภัย แต่ก็มีบางพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ เพราะอาจทำให้การเดินทางลำบากทั้งผู้โดยสารและคนขับ เพื่อป้องกันปัญหา ลองเช็กทั้ง 3 ข้อห้ามต่อไปนี้ก่อนกดเรียกรถในโซล

ไม่ควรกด 101 แอปพร้อมกัน

นักท่องเที่ยวบางคนอาจพยายามเรียกรถพร้อมกันหลายๆ แอป เพื่อให้ได้คิวที่เร็วที่สุด แต่พฤติกรรมนี้อาจทำให้ระบบจองรถล่ม หรือโดนมองว่าเป็นสแปมได้ นอกจากนี้ เมื่อมีรถรับงานแล้ว แต่ยกเลิกเพราะไปได้อีกคันก่อน ก็อาจส่งผลให้ต่อคนขับและทำให้เรียกรถยากขึ้นในครั้งต่อไป

หลีกเลี่ยงจุดห้ามเรียกแท็กซี่

ในโซลจะมีเขตห้ามจอดและรับผู้โดยสาร โดยเฉพาะบริเวณหน้าสถานีรถไฟใหญ่ สถานีรถไฟใต้ดิน หรือถนนหลักในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ถ้าเรียกรถในจุดเหล่านี้ คนขับจะไม่สามารถจอดรับได้ และระบบจะยกเลิกอัตโนมัติ

ไม่แวะร้านค้าเป็นพิเศษในระหว่างทาง

ในเกาหลี คนขับแท็กซี่ส่วนใหญ่จะยึกตามเส้นทางที่แอปแนะนำไว้ หากคุณต้องการแวะร้านสะดวกซื้อหรือร้านกาแฟระหว่างทาง ควรแจ้งล่วงหน้าตอนขึ้นรถ เพราะหากจอดแวะโดยไม่บอกล่วงหน้า อาจเกิดความเข้าใจผิดและมีค่าโดยสารเพิ่มได้

สรุป: ใช้แอปแท็กซี่เกาหลีอย่างมืออาชีพ

การเรียกแท็กซี่จากแอปแท็กซี่เกาหลีไม่อยากอย่างที่คิด แค่เตรียมอินเทอร์เน็ตให้พร้อม โหลดแอปที่ใช่ และทำความเข้าใจกับวิธีใช้งาน แค่นี้ก็สามารถเดินทางในกรุงโซลได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และตรงเวลา สุดท้าย ไม่ว่าจะเลือกแอปไหน ก็ต้องเตรียมพร้อมก่อนเดิทาง ทั้งเรื่อง eSIM อินเทอร์เน็ต และเครื่องมือสื่อสาร เพื่อให้ทุกการเรียกรถในโซลราบรื่นเหมือนมืออาชีพ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแอปแท็กซี่เกาหลี

  • แอปแท็กซี่ในเกาหลีต้องใช้เบอร์โทรศัพท์เกาหลีไหม?

    ส่วนใหญ่ต้องใช้เบอร์โทรศัพท์เกาหลีเพื่อยืนยันตัวตน เช่น Kakao Taxi ที่เชื่อมกับ KakaoTalk แต่บางแอปอย่าง Uber สามารถสมัครและใช้งานได้ด้วยเบอร์โทรต่างประเทศ
  • สามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตไทยได้ไหม?

    Uber และ TADA รองรับบัตรเครดิตสากล รวมถึงบัตรไทยได้เลย ส่วน Kakao Taxi อาจต้องเชื่อมกับระบบ Kakao Pay ซึ่งต้องใช้บัตรเกาหลีหรือบัญชีธนาคารในประเทศ
  • แอปแท็กซี่เกาหลีมีภาษาอังกฤษไหม?

    Uber มีเมนูภาษาอังกฤษครบ ส่วน Kakao Taxi และ TADA มีบางส่วนเป็นภาษาอังกฤษ เช่น ชื่อสถานที่และปุ่มเมนูหลัก แต่ข้อความจากคนขับมักเป็นภาษาเกาหลี ควรใช้แอปแปลภาษาช่วยในการสื่อสาร
  • หากเรียกรถผ่านแอปแล้วคนขับไม่มารับ ควรทำอย่างไร?

    ให้ตรวจสอบว่าคุณอยู่ตรงจุดรับที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะบางจุดเป็นเขตห้ามจอด หากคนขับยกเลิกงาน แอปจะคืนคิวอัตโนมัติ และคุณสามารถเรียกรถใหม่ได้ทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • เรียกแท็กซี่ในเวลากลางคืนปลอดภัยไหม?

    ปลอดภัย โดยเฉพาะถ้าเรียกผ่านแอปที่มีระบบตรวจสอบคนขับ เช่น Kakao Taxi และ Uber ซึ่งจะแสดงข้อมูลรถและพนักงานขับทุกครั้งก่อนขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถแชร์เส้นทางให้เพื่อนหรือครอบครัวผ่านแอปได้แบบเรียลไทม์
คำจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำโดยผู้ร่วมสร้างเนื้อหารายบุคคลหรือแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม ในกรณีที่มีความผิดพลาดเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดติดต่อเราและเราจะลบเนื้อหาทันที
Porlaoongkum

Porlaoongkum

นักเขียนบล็อกท่องเที่ยว

เราคือ Porlaoongkum ผู้รักการถ่ายรูปและการท่องเที่ยวทั่วโลก เปิดโลกการเที่ยวของตัวเองในทุกมุมมอง ไปเที่ยวมาแล้วทั้งในไทย และต่างประเทศ ทั้งลาว, ไต้หวัน, ฮ่องกง และเวียดนาม วันว่างๆ เราชอบออกไปเที่ยวและถ่ายรูป เก็บภาพสวยๆ ของแต่ละที่ที่ไม่ค่อยมีใครเห็น พร้อมพาทุกคนออกเดินทางไปพร้อมๆ กัน

273 บทความ
นักท่องเที่ยวอิสระนักเขียนอิสระเที่ยวได้ด้วยตัวเอง
>>
แอปแท็กซี่เกาหลี
aaaa