
เตรียมตัวไปโรมทั้งที อย่ามองข้ามเรื่องอากาศ เพราะมันมีผลกับทั้งเสื้อผ้า แพลนเที่ยว และอารมณ์ของทั้งทริป เมืองนี้เป็นปลายทางที่ต้องเดินเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการตระเวนชมโบราณสถานระดับโลก เดินเล่นตามจัตุรัสกว้างๆ แวะคาเฟ่เล็กๆ ริมถนน หรือไล่ถ่ายรูปตามตรอกหินเก่าแก่ การรู้ล่วงหน้าว่า อุณหภูมิโรม อยู่ประมาณไหนในช่วงที่คุณเดินทาง จะช่วยให้เตรียมตัวได้ตรงจุดมากขึ้น ทั้งเรื่องการจัดกระเป๋า การเลือกช่วงเวลาเที่ยวกลางแจ้ง และการวางตารางกิจกรรมในแต่ละวัน
โรมเที่ยวได้ทั้งปี แต่แต่ละฤดูให้อารมณ์ต่างกันชัดเจน บางช่วงแดดแรงฟ้าใส เหมาะกับการชมสถาปัตยกรรมแบบเต็มตา บางช่วงอากาศเย็นสบาย เดินได้ทั้งวันโดยไม่เหนื่อยง่าย ถ้าวางแผนดีตั้งแต่ต้น ทริปจะลื่นไหลกว่าเดิมเยอะ และคุณจะได้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้แบบเต็มที่ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง
เช็กสภาพอากาศกรุงโรมแบบเรียลไทม์







สภาพอากาศและอุณหภูมิในกรุงโรม

ก่อนจัดกระเป๋าไปเที่ยว เมืองประวัติศาสตร์ที่เดินทั้งวันก็ยังไม่เบื่อแบบนี้ เรื่องที่ควรเช็กให้ชัวร์คือสภาพอากาศ เพราะมีผลกับทั้งการแต่งตัว จังหวะการเที่ยว และความสบายระหว่างเดินชมเมือง โรมมีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้หน้าร้อนค่อนข้างร้อนและแห้ง แดดแรง ฟ้าใส ส่วนหน้าหนาวจะเย็นลง มีลมและความชื้นมากขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับหนาวจัดแบบยุโรปตอนเหนือ
แม้โรมจะเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่บรรยากาศในแต่ละฤดูต่างกันชัดเจน บางช่วงเหมาะกับการเดินกลางแจ้งยาวๆ บางช่วงควรวางแผนพักเบรกในร่มให้มากขึ้น การรู้ภาพรวม อุณหภูมิโรม ในแต่ละเดือนจะช่วยให้เตรียมเสื้อผ้าได้เหมาะ และจัดตารางเที่ยวได้สมดุลมากขึ้น
ด้านล่างคือ อุณหภูมิโรม เฉลี่ยและภาพรวมสภาพอากาศรายเดือน (ใช้เพื่อการอ้างอิงทั่วไป อาจมีความแปรปรวนตามปี):
เดือน | อุณหภูมิเฉลี่ย | ภาพรวมสภาพอากาศ |
มกราคม | 10°C | อากาศหนาวแต่ท้องฟ้าสดใส |
กุมภาพันธ์ | 11°C | อากาศหนาวแต่ท้องฟ้าสดใส |
มีนาคม | 13°C | อากาศอบอุ่นและมีเมฆมาก |
เมษายน | 15°C | อากาศอบอุ่นและมีเมฆมาก |
พฤษภาคม | 19°C | อากาศอบอุ่นและท้องฟ้าแจ่มใส |
มิถุนายน | 24°C | อากาศร้อนและแดดจ้า |
กรกฎาคม | 27°C | อากาศร้อนและมีเมฆมาก |
สิงหาคม | 27°C | อากาศร้อนและมีเมฆมาก |
กันยายน | 24°C | อากาศอบอุ่นและท้องฟ้าแจ่มใส |
ตุลาคม | 20°C | อากาศอบอุ่นและแสงแดดสดใส |
พฤศจิกายน | 15°C | อากาศเย็นสบายและมีเมฆมาก |
ธันวาคม | 12°C | อากาศหนาวแต่ท้องฟ้าสดใส |
ไม่ว่าคุณจะชอบอากาศอุ่นๆ หรือชอบสัมผัสลมเย็นสบาย กรุงโรมก็พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณเสมอ แต่อย่าลืมเช็กพยากรณ์อากาศล่วงหน้าและเตรียมคอสตูมให้เป๊ะ จะได้เที่ยวแบบสบายตัวแถมยังถ่ายรูปสวยดูดีมีสไตล์
ลักษณะภูมิอากาศของกรุงโรม

กรุงโรมเป็นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวในเรื่องของสภาพอากาศ ด้วยทำเลที่ตั้งและภูมิอากาศที่หลากหลายตลอดทั้งปี ยิ่งช่วยเพิ่มมนต์ขลังให้กับเมืองเก่าแก่แห่งนี้ให้น่าหลงใหลยิ่งขึ้นไปอีก วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับลักษณะภูมิอากาศของกรุงโรม
ในส่วนของทำเลที่ตั้ง กรุงโรมตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศอิตาลี ระหว่างเทือกเขาติบูร์ตินี (Tiburtini Mountains) และทะเลไทร์เรเนียน (Tyrrhenian Sea) ซึ่งลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่พิเศษนี้เองที่ทำให้โรมมีสภาพอากาศที่หลากหลาย และด้วยภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน จึงทำให้ที่นี่มีอากาศอบอุ่นและมีแสงแดดสดใสตลอดทั้งปีเลยทีเดียว
สภาพอากาศในกรุงโรมตลอดทั้งปี

สำหรับสภาพอากาศตลอดทั้งปีในกรุงโรมนั้น แบ่งออกเป็น 4 ฤดูกาลที่ชัดเจน ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว
ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม)
เป็นช่วงเวลาที่อากาศอบอุ่นและสบายมาก โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 13°C ถึง 19°C พร้อมแสงแดดสดใส เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการออกไปเดินเล่นชิลล์ๆ ตามท้องถนนในเมือง เพื่อชมความงามของดอกไม้ที่กำลังผลิบานและทัศนียภาพที่สวยงามในทุกย่างก้าว
ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม)
คือช่วงที่กรุงโรมมีอากาศร้อนที่สุด โดยอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 27°C และบางวันอาจพุ่งสูงกว่านั้น แม้ว่าแสงแดดจะแผดเผา แต่ก็อาจมีพายุฝนฟ้าคะนองแวะเวียนมาให้คลายร้อนได้บ้าง ช่วงนี้ถือเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุด คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศหน้าร้อนที่มีชีวิตชีวา พร้อมเพลิดเพลินไปกับการลิ้มลองอาหารอิตาเลียนรสชาติต้นตำรับตามคาเฟ่และร้านอาหารแบบเปิดโล่ง (Alfresco) ทั่วทั้งเมือง
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)
เป็นช่วงเวลาที่อากาศในกรุงโรมกำลังเย็นสบายและน่าเที่ยวสุดๆ โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20°C ถึง 24°C แม้ว่าช่วงนี้ท้องฟ้าอาจจะมีเมฆมากหรือมีฝนโปรยปรายลงมาบ้างในบางวัน แต่บรรยากาศโดยรวมก็ยังคงรื่นรมย์และเหมาะแก่การพักผ่อน ที่สำคัญคือช่วงนี้เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นมากนัก ทำให้คุณสามารถเดินเที่ยวชมความงดงามของวัฒนธรรมและโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ของเมืองได้อย่างเต็มอิ่มและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น
ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์)
เป็นช่วงที่อากาศเย็นที่สุดในกรุงโรม โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10°C ถึง 15°C แม้ว่าช่วงนี้อากาศจะค่อนข้างชื้นและอาจมีมวลอากาศเย็นพัดผ่านเข้ามาบ้างเป็นครั้งคราว แต่โดยรวมแล้วสภาพอากาศยังคงเย็นสบายและไม่หนาวจนเกินไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหลบหนาวไปเดินชมพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวในร่ม เพื่อค้นพบขุมทรัพย์ทางศิลปะและประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งที่มีอยู่มากมายทั่วเมือง
กรุงโรมเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโบราณสถานและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ไม่ว่าคุณจะมาเยือนในฤดูกาลไหน เมืองนี้ก็พร้อมมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่โดดเด่นและไม่ซ้ำใครเสมอ คุณสามารถแวะไปเช็กอินสถานที่ชื่อดังอย่าง โคลอสเซียม, โบสถ์น้อยซิสทีน, ตลาดทราจัน และแม่น้ำไทเบอร์ เพื่อสัมผัสเสน่ห์และกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่น่าหลงใหล หวังว่าข้อมูลสภาพอากาศของกรุงโรมนี้จะช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น! ไม่ว่าคุณจะเลือกเดินทางช่วงไหน รับรองว่าคุณจะได้ใช้เวลาที่แสนพิเศษในเมืองนี้แน่นอน ขอให้มีความสุขกับการเดินทางนะ!
ความต่างของเวลาระหว่างโรมและไทย
ความแตกต่างของเวลาระหว่างกรุงโรมกับประเทศไทยเป็นเรื่องเล็กที่หลายคนมองข้าม แต่จริงๆ แล้วสำคัญมากสำหรับการวางแผนเดินทาง โดยเฉพาะไฟลต์ระยะไกลที่ใช้เวลาหลายชั่วโมง หากคำนวณเวลาไม่ดี อาจพลาดนัดหมายหรือจัดตารางวันแรกผิดจังหวะได้
โรมใช้เขตเวลา Central European Time (CET) ซึ่งช้ากว่าเวลาไทยประมาณ 6 ชั่วโมงในช่วงเวลาปกติ หมายความว่าเวลาที่ประเทศไทยจะเดินเร็วกว่าที่โรม เช่น ถ้าในกรุงเทพฯ เวลา 18:00 น. ที่โรมจะเป็นช่วงเที่ยงวันโดยประมาณ ทั้งนี้ ในบางช่วงของปีที่ยุโรปมีการปรับเวลาแบบ Daylight Saving ความต่างอาจเหลือประมาณ 5 ชั่วโมง ดังนั้นควรตรวจสอบช่วงเวลาที่เดินทางอีกครั้งก่อนออกบิน
เที่ยวบินจากไทยไปโรม
สำหรับการเดินทางจากไทยไปโรม หากเป็นเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ จะใช้เวลาประมาณ 10–12 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสายการบินและสภาพอากาศ ส่วนเที่ยวบินที่มีการต่อเครื่องอาจใช้เวลานานกว่านั้นตามระยะเวลาทรานซิต
เมื่อเดินทางข้ามหลายไทม์โซน อาการเจ็ทแล็กถือเป็นเรื่องปกติ เพราะร่างกายต้องปรับนาฬิกาชีวิตให้ตรงกับเวลาท้องถิ่น การค่อยๆ ปรับเวลานอนก่อนเดินทาง และพยายามใช้ชีวิตตามเวลาของโรมทันทีเมื่อไปถึง จะช่วยให้ร่างกายเข้าที่เร็วขึ้น การเข้าใจความต่างของเวลาระหว่างโรมและไทยตั้งแต่แรก จะช่วยให้คุณจัดตารางเที่ยววันแรกได้เหมาะสม ไม่เหนื่อยเกินไป และเริ่มต้นทริปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น
สภาพอากาศในกรุงโรมช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูใบไม้ผลิถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเที่ยวโรมมากที่สุด อากาศเย็นสบาย เดินเที่ยวทั้งวันได้แบบไม่เหนื่อยเกินไป บรรยากาศของเมืองเก่าเต็มไปด้วยแสงแดดอ่อนๆ และความสดชื่นของฤดูกาลนี้ โดยปกติฤดูใบไม้ผลิในโรมจะอยู่ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม อุณหภูมิจะค่อยๆ อุ่นขึ้นเรื่อยๆ และนักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่นเท่าช่วงหน้าร้อน ทำให้การเดินชมแลนด์มาร์กต่างๆ เป็นไปอย่างสบายมากขึ้น
อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 13°C ถึง 19°C ถือว่าเย็นกำลังดี ไม่หนาวจัดและไม่ร้อนเกินไป เรื่องการแต่งตัวควรเลือกเสื้อผ้าที่ใส่สบายและไม่หนาเกินจำเป็น เช่น เสื้อคลุมบาง เสื้อเชิ้ตแขนยาว หรือสเวตเตอร์น้ำหนักเบา เพื่อให้รับมือกับอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงระหว่างวันได้
ในด้านความชื้น ช่วงฤดูใบไม้ผลิของโรมจะมีความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยประมาณ 65% ถึง 75% และมีโอกาสเจอฝนได้เป็นระยะ โดยปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ราว 70–100 มิลลิเมตร จึงควรพกร่มพับหรือเสื้อกันฝนแบบบางติดตัวไว้ และเช็กพยากรณ์อากาศก่อนออกจากที่พักทุกวัน เพื่อไม่ให้แผนเที่ยวสะดุดหากมีฝนตกกะทันหัน
อีกจุดที่น่าสนใจคือช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกจะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามเดือน ต้นเดือนมีนาคมพระอาทิตย์จะขึ้นประมาณ 6 โมงเช้า และตกประมาณ 6 โมงครึ่งเย็น แต่เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคม พระอาทิตย์จะขึ้นก่อน 6 โมงเช้า และตกช้าลงไปจนเกือบ 2 ทุ่ม ทำให้มีเวลาเดินเที่ยวได้นานขึ้นในแต่ละวัน
สำหรับการแต่งตัว แนะนำให้เลือกเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวก เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวผ้าบาง หรือกระโปรง พร้อมเสื้อคลุมบางๆ เผื่ออากาศเย็นลงช่วงเย็นหรือเวลาฝนโปรยปราย และที่สำคัญคือรองเท้าเดินที่ใส่สบาย เพราะฤดูใบไม้ผลิคือช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการเดินสำรวจเมืองโรมอย่างเต็มที่
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้ตรงกับสภาพอากาศจริง และเที่ยวโรมช่วงฤดูใบไม้ผลิได้แบบสบายใจตั้งแต่เช้าจรดเย็น
สภาพอากาศกรุงโรมในช่วงฤดูร้อน

ฤดูร้อนของโรมคือช่วงเวลาที่เมืองทั้งเมืองคึกคักที่สุด แสงแดดแรง ท้องฟ้าใสยาวตลอดวัน บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยทั่วไปฤดูร้อนจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิงหาคม อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ราว 27 องศาเซลเซียส และในหลายวันสามารถแตะระดับ 30 องศาฯ ขึ้นไปได้อย่างไม่ยาก ความร้อนค่อนข้างชัดเจนโดยเฉพาะช่วงกลางวัน ดังนั้นการวางแผนเที่ยวช่วงเช้าหรือหลังพระอาทิตย์เริ่มอ่อนแสงจะช่วยให้เดินชมเมืองได้สบายกว่า
ในด้านความชื้น ช่วงหน้าร้อนมีค่าความชื้นเฉลี่ยประมาณ 65%–75% ทำให้บางวันอาจรู้สึกร้อนอบอ้าวมากกว่าตัวเลขอุณหภูมิจริงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนในฤดูนี้ถือว่าค่อนข้างต่ำ เฉลี่ยประมาณ 10–30 มิลลิเมตรต่อเดือน ท้องฟ้าส่วนใหญ่ปลอดโปร่ง แต่ก็อาจมีพายุฝนฟ้าคะนองแบบฉับพลันเกิดขึ้นได้เป็นบางวัน การพกร่มพับหรือเสื้อกันฝนแบบบางติดกระเป๋าไว้จึงเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้เที่ยวได้ต่อเนื่องไม่สะดุด
อีกจุดเด่นของหน้าร้อนคือช่วงเวลากลางวันที่ยาวนาน พระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 05:30–06:00 น. และตกช้าราว 20:00–21:00 น. ทำให้มีเวลาเที่ยวมากขึ้นในหนึ่งวัน คุณสามารถเดินชมสถานที่สำคัญช่วงเย็นต่อเนื่องไปจนถึงแสงสุดท้ายของวัน และสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนที่ยังคงมีชีวิตชีวา
สำหรับการแต่งตัว แนะนำเสื้อผ้าที่บาง เบา และระบายอากาศได้ดี เช่น เสื้อแขนสั้น กางเกงผ้าบาง หรือกระโปรงที่เคลื่อนไหวสะดวก ควรหลีกเลี่ยงผ้าหนาและการใส่หลายชั้น เพราะอาจทำให้รู้สึกร้อนเกินจำเป็น ไอเทมกันแดดอย่างหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดเป็นสิ่งที่ควรมีตลอดทั้งวัน เพื่อปกป้องผิวจากแดดที่ค่อนข้างแรง
เมื่อเตรียมตัวให้เหมาะกับอากาศแล้ว ฤดูร้อนก็เป็นอีกช่วงที่เหมาะสำหรับการใช้เวลาเดินสำรวจตรอกซอกซอย จัตุรัส และสถาปัตยกรรมโบราณของโรมได้อย่างเต็มอิ่ม พร้อมเก็บภาพบรรยากาศท้องฟ้าสีทองในช่วงพระอาทิตย์ตกที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ไว้เป็นความทรงจำของทริปครั้งนั้นอย่างครบถ้วน
สภาพอากาศกรุงโรมในฤดูใบไม้ร่วง

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศของโรมเปลี่ยนอารมณ์อย่างชัดเจน จากความร้อนของหน้าร้อนเข้าสู่ความเย็นสบายที่เดินเที่ยวได้ทั้งวันแบบไม่เหนื่อยง่าย โดยทั่วไปฤดูใบไม้ร่วงจะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนต่อเนื่องไปจนถึงพฤศจิกายน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ประมาณ 15–23 องศาเซลเซียส ช่วงต้นฤดูยังคงอุ่นเล็กน้อย แต่พอเข้าสู่ปลายฤดูอากาศจะเย็นลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะตอนเช้าและช่วงค่ำ
เรื่องความชื้นในช่วงนี้อยู่ในระดับปานกลาง ค่าความชื้นเฉลี่ยประมาณ 55%–65% ทำให้อากาศไม่แห้งเกินไปและไม่อบอ้าว เดินชมเมืองได้สบายขึ้นเมื่อเทียบกับหน้าร้อน อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิระหว่างกลางวันกับกลางคืนอาจต่างกันพอสมควร การมีเสื้อคลุมบางติดตัวจึงช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายขึ้น
ปริมาณฝนในฤดูใบไม้ร่วงจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฤดูร้อน โดยเฉลี่ยประมาณ 60–80 มิลลิเมตรต่อเดือน บางวันอาจมีฝนโปรยสลับแดด หรือฝนตกต่อเนื่องเป็นช่วงๆ การพกร่มพับหรือเสื้อกันฝนแบบบางจะช่วยให้แผนเที่ยวไม่สะดุด โดยเฉพาะถ้ามีแพลนเดินชมสถานที่กลางแจ้งหลายจุดในวันเดียว
ช่วงเวลากลางวันเริ่มสั้นลง พระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 06:00–07:00 น. และตกดินราว 18:00–19:00 น. แสงในช่วงเย็นจะนุ่มลง ให้บรรยากาศที่ต่างจากหน้าร้อนอย่างชัดเจน เหมาะกับการเดินเล่นตามจัตุรัสหรือถนนสายเก่าแก่ที่ค่อยๆ เปลี่ยนโทนสีตามฤดูกาล
การแต่งตัวควรเน้นความยืดหยุ่น เลือกเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หรือกระโปรงที่ใส่สบาย และเพิ่มเลเยอร์ด้วยเสื้อคลุมหรือสเวตเตอร์บางเพื่อรับมือกับอากาศที่เย็นลงในช่วงเช้าและเย็น รองเท้าที่ใส่เดินนานได้ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอากาศแบบนี้เหมาะกับการใช้เวลาเดินสำรวจเมืองอย่างเต็มที่
เมื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับสภาพอากาศแล้ว ฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นอีกช่วงที่ให้ประสบการณ์ต่างออกไป ทั้งอุณหภูมิที่กำลังดี แสงเย็นที่นุ่มขึ้น และจังหวะของเมืองที่ผ่อนคลายลง เหมาะกับการเก็บรายละเอียดของโรมได้ลึกขึ้นในทุกก้าวที่เดิน
สภาพอากาศกรุงโรมในฤดูหนาว
ฤดูหนาวของโรมให้บรรยากาศอีกแบบหนึ่งที่ต่างจากฤดูกาลอื่นอย่างชัดเจน เมืองดูเงียบลงเล็กน้อย อากาศเย็น และมีช่วงเทศกาลปลายปีที่เติมสีสันให้การเดินทาง โดยทั่วไปฤดูหนาวจะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ประมาณ 5–15 องศาเซลเซียส บางวันอาจลดต่ำใกล้จุดเยือกแข็งโดยเฉพาะช่วงเช้ามืดและกลางคืน แม้จะไม่ใช่เมืองที่หิมะตกหนักเป็นประจำ แต่อากาศเย็นชื้นสามารถทำให้รู้สึกหนาวกว่าตัวเลขอุณหภูมิจริงได้
ในด้านความชื้น ช่วงฤดูหนาวมีค่าความชื้นค่อนข้างสูง เฉลี่ยประมาณ 70%–80% ส่งผลให้อากาศเย็นแบบชื้นๆ และอาจมีหมอกบางในบางวัน ปริมาณฝนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60–80 มิลลิเมตรต่อเดือน มีโอกาสเจอฝนตกเป็นช่วงๆ หรือฟ้าครึ้มยาวทั้งวัน การเตรียมร่มพับและรองเท้าที่กันน้ำได้ดีจึงช่วยให้เดินเที่ยวได้สะดวกขึ้น
ช่วงเวลากลางวันจะสั้นกว่าฤดูกาลอื่น พระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 07:00–08:00 น. และตกดินราว 17:00–18:00 น. การวางแผนเที่ยวจึงควรจัดสถานที่กลางแจ้งไว้ช่วงสายถึงบ่าย เพื่อใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติให้คุ้มค่า ส่วนช่วงเย็นสามารถเลือกกิจกรรมในอาคารหรือเดินเล่นตามย่านต่างๆ ที่มีไฟประดับสวยงามในช่วงเทศกาล
การแต่งตัวควรเน้นการใส่แบบเลเยอร์เพื่อเก็บความอบอุ่นได้ดี เริ่มจากเสื้อด้านในที่ให้ความร้อน ตามด้วยสเวตเตอร์หรือเสื้อไหมพรม และปิดท้ายด้วยเสื้อโค้ทหรือแจ็กเก็ตกันลม กางเกงขายาวและรองเท้าที่ปิดมิดชิดช่วยลดการสูญเสียความร้อน อุปกรณ์เสริมอย่างผ้าพันคอ หมวก และถุงมือมีประโยชน์มากในวันที่อุณหภูมิลดลงเป็นพิเศษ นอกจากนี้การพกโลชั่นบำรุงผิวและลิปบาล์มก็ช่วยรับมือกับอากาศเย็นที่อาจทำให้ผิวแห้งได้
แม้อากาศจะเย็น แต่ฤดูหนาวก็เป็นอีกช่วงที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว บรรยากาศตามจัตุรัสและถนนสายเก่าแก่จะดูสงบขึ้น เหมาะกับการเดินชมสถาปัตยกรรมแบบไม่เร่งรีบ และในช่วงปลายปีเมืองจะเต็มไปด้วยการประดับไฟและกิจกรรมเฉลิมฉลอง ทำให้การเดินทางในฤดูนี้มีทั้งความเรียบง่ายและความคึกคักผสมกันอย่างลงตัว
สภาพอากาศเมืองยอดฮิตในอิตาลี
หากพูดถึงเมืองท่องเที่ยวในอิตาลี "โรม" (Rome) คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่ใครๆ ก็ต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ แต่รู้ไหมว่านอกจากกรุงโรมแล้ว อิตาลียังมีเมืองสวยๆ อีกหลายแห่งที่น่าไปเยือนไม่แพ้กัน วันนี้เราจะพาทุกคนไปเช็กสภาพอากาศและปักหมุดที่เที่ยวในเมืองต่างๆ ของอิตาลีกัน จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปดูกันเลย
1. กรุงโรม (Rome)

- ทำเลที่ตั้ง: กรุงโรม (Rome) ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศอิตาลี ริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ (Tiber River) เมืองที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า
- อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี: กรุงโรมมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15°C ถึง 20°C
- ข้อมูลสภาพอากาศ: ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) อากาศอบอุ่นสบาย, ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) อากาศร้อนและแห้ง, ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน) อากาศเย็นสบายและมีฝนตกชุก และฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) อากาศเย็นและมีความชื้นสูง
- สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด: ไม่ว่าจะเป็นโคลอสเซียม (Colosseum), พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums), มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Basilica), บันไดสเปน (Spanish Steps) และน้ำพุเทรวี (Trevi Fountain)
2. ฟลอเรนซ์ (Florence)

- ที่ตั้ง: ฟลอเรนซ์ (Florence) ตั้งอยู่ใจกลางแคว้นทัสกานี (Tuscany) ประเทศอิตาลี ริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน (Arno River) โดยเมืองนี้ถือเป็นศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดของยุคเรเนซองส์ (Renaissance)
- อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี: อุณหภูมิเฉลี่ยของเมืองฟลอเรนซ์จะอยู่ที่ประมาณ 10°C ถึง 20°C
- ข้อมูลสภาพอากาศ: ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) อากาศอบอุ่นสบาย, ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) อากาศร้อนชื้น, ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน) อากาศเย็นสบายและมีฝนตกบ่อย, ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) อากาศหนาวเย็นและชื้น
- สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ห้ามพลาด: ไม่ว่าจะเป็นมหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral), หอศิลป์อุฟฟิซี (Uffizi Gallery), มหาวิหารซานตาโครเช (Basilica of Santa Croce) และจัตุรัสซานตามาเรียโนเวลลา (Piazza di Santa Maria Novella) เป็นต้น
3. เวนิส (Venice)

- ทำเลที่ตั้ง: เวนิส (Venice) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี ตัวเมืองสร้างขึ้นบนเกาะเล็กๆ กว่า 120 เกาะ ซึ่งเชื่อมต่อถึงกันด้วยลำคลองมากกว่า 150 สาย และสะพานอีกกว่า 400 แห่ง
- อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี: อุณหภูมิเฉลี่ยของเวนิสจะอยู่ที่ประมาณ 5°C ถึง 15°C
- ข้อมูลสภาพอากาศ: ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) อากาศอบอุ่นและมีฝนตกบ่อย, ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) อากาศร้อนชื้น, ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน) อากาศอบอุ่นและมีฝนตกบ่อย และฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) อากาศเย็นและชื้น
- สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ห้ามพลาด: ไม่ว่าจะเป็นจัตุรัสซานมาร์โก, มหาวิหารซานมาร์โก, แกรนด์คาแนล และเกาะตอร์เชลโล
แต่ละเมืองต่างก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวและเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าค้นหา ไม่ว่าคุณจะเลือกเดินทางมาเยือนในฤดูกาลไหน ก็จะได้เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพที่สวยงามและอาหารเลิศรสอย่างแน่นอน หวังว่าทริปอิตาลีครั้งนี้จะเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจและลืมไม่ลงสำหรับคุณนะ
ปริมาณน้ำฝนในอิตาลี

อิตาลีเป็นประเทศที่สวยงามและเต็มไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า แต่เรื่องของสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องคำนึงถึง วันนี้เราจะพาไปเช็กสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนใน 3 เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของอิตาลีกัน
1. กรุงโรม (Rome)
เดือนที่มีฝนตกชุกที่สุดมักจะเป็นเดือนตุลาคม โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 110 มม. ในขณะที่เดือนกรกฎาคมจะเป็นเดือนที่มีฝนน้อยที่สุด โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยเพียง 10 มม. เท่านั้น
2. ฟลอเรนซ์ (Florence)
ฟลอเรนซ์ (Florence) มีปริมาณน้ำฝนที่แตกต่างจากโรม (Rome) อยู่เล็กน้อย โดยปกติแล้วเดือนที่มีฝนตกชุกที่สุดคือเดือนตุลาคม ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 95 มม. ส่วนเดือนที่มีฝนตกน้อยที่สุดคือเดือนกรกฎาคม โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยเพียง 35 มม. เท่านั้น
3. เวนิส (Venice)
ในส่วนของปริมาณน้ำฝน เวนิสมีลักษณะคล้ายคลึงกับอีกสองเมือง โดยเดือนตุลาคมมักจะเป็นช่วงที่มีฝนตกมากที่สุด เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100 มม. ส่วนเดือนที่ฝนตกน้อยที่สุดคือเดือนกรกฎาคม ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยเพียง 40 มม. เท่านั้น
ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้น สภาพอากาศจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามแต่ละปีและสภาพอากาศที่แปรปรวน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเลือกเดินทางไปเยือนเมืองเหล่านี้ในช่วงเวลาไหน อย่าลืมเช็กพยากรณ์อากาศล่วงหน้า พกร่ม และ เตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสำหรับวันฝนตกติดตัวไปด้วย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่อาจตกลงมาให้พร้อม
ถึงแม้จะมีฝนตกบ้าง แต่เมืองเหล่านี้ก็ยังคงคุ้มค่าแก่การไปเยือนเสมอ เพราะไม่ว่าจะเที่ยวท่ามกลางแสงแดดหรือสายฝน คุณก็สามารถดื่มด่ำกับความงดงามของสถาปัตยกรรม ศิลปะ และวัฒนธรรมที่น่าหลงใหลได้เสมอ ขอให้ทริปกรุงโรมของคุณราบรื่นและมีความสุขนะ
ช่วงเวลาที่น่าเที่ยวที่สุดในโรม

กรุงโรมเป็นเมืองที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล ซึ่งแต่ละฤดูกาลก็มีความสวยงามและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป สำหรับใครที่กำลังวางแผนทริปอิตาลี วันนี้เราได้รวบรวมช่วงเวลาที่น่าเที่ยวที่สุด พร้อมไฮไลท์เด็ดของแต่ละฤดูกาลมาฝากกัน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรไปเที่ยวโรมช่วงไหนดี
🌸 ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม):
- สภาพอากาศ: ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ อากาศจะเย็นสบายกำลังดี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมเมืองและเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน
- จุดเด่น: ช่วงเวลาที่พรรณไม้เริ่มผลิบาน ทำให้เมืองเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้และพื้นที่สีเขียวขจี อากาศเย็นสบายกำลังดี แถมคนยังไม่พลุกพล่าน เหมาะมากสำหรับใครที่อยากเลี่ยงฝูงชนในช่วงไฮซีซั่น
🌞 ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม):
- สภาพอากาศ: ในช่วงฤดูร้อนจะมีอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิอาจสูงถึง 30°C ขึ้นไป อย่าลืมเตรียมไอเทมกันแดดและดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ
- จุดเด่น: ฤดูร้อนถือเป็นช่วงไฮซีซั่นที่มีนักท่องเที่ยวคึกคักเป็นพิเศษ คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสุดชิลล์ตามคาเฟ่กลางแจ้งและร้านเจลาโต้ชื่อดังในกรุงโรม พร้อมแวะนั่งพักคลายร้อนริมน้ำพุสวยๆ ที่ตั้งอยู่ทั่วเมือง
🍁 ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน):
- สภาพอากาศ: ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง อากาศจะเย็นสบายและมีฝนตกบ่อย โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15°C ถึง 25°C
- ไฮไลท์: ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า คุณสามารถเข้าร่วมเทศกาลท้องถิ่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมลิ้มลองอาหารเลิศรสและไวน์ชั้นเยี่ยม
❄️ ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์):
- สภาพอากาศ: ในช่วงฤดูหนาวอากาศจะเย็นสบายและมีความชื้นสูง โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5°C ถึง 15°C และอาจมีฝนตกประปรายในบางช่วง
- จุดเด่น: ฤดูหนาวถือเป็นช่วง Low Season ของการท่องเที่ยวในกรุงโรม ข้อดีคือคนไม่พลุกพล่าน ทำให้คุณสามารถเดินเที่ยวชมเมืองที่ประดับประดาด้วยแสงไฟสวยงามต้อนรับเทศกาลและบรรยากาศอันอบอุ่นของตลาดคริสต์มาสได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้ลิ้มลองเมนูอาหารพื้นเมืองรสเลิศประจำฤดูหนาวในสไตล์โรมันแท้ๆ อีกด้วย
สรุปสภาพอากาศในกรุงโรม

สภาพอากาศในกรุงโรมขึ้นชื่อเรื่องภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่เต็มไปด้วยแสงแดดและความอบอุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยอากาศที่สบายและสดใส ทำให้เมืองนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้งและเปิดโอกาสให้คุณได้เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างเพลิดเพลินในช่วง
ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม)
อากาศในกรุงโรมจะเริ่มอบอุ่นขึ้น โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15°C ถึง 20°C ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการเดินเล่นลัดเลาะไปตามถนนสายเก่าแก่ เยี่ยมชมโบราณสถาน และพักผ่อนในสวนสวย เพราะเป็นฤดูกาลที่เหล่าพรรณไม้เริ่มผลิบาน ทำให้ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสและบรรยากาศอันเขียวขจีที่ดูสดชื่นสบายตา
ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม)
คือช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของกรุงโรม โดยอุณหภูมิมักจะพุ่งสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส หรืออาจจะร้อนกว่านั้นได้อีก นี่คือช่วงไฮซีซั่นที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุด ซึ่งคุณจะได้เห็นผู้คนออกมานั่งชิลล์ตามคาเฟ่ริมทาง แวะทานเจลาโต้คลายร้อน และชมความงามของน้ำพุชื่อดังท่ามกลางแสงแดดจ้า แม้จะเป็นช่วงกลางคืน แต่อากาศก็ยังคงอบอุ่นสบาย เหมาะสำหรับการนั่งทานมื้อค่ำแบบเอาท์ดอร์และเพลิดเพลินกับความบันเทิงยามค่ำคืน
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน)
เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) ของกรุงโรมที่อากาศกำลังเย็นสบายและมีฝนตกบ้างประปราย โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15°C ถึง 25°C ซึ่งถือเป็นเวลาที่เหมาะมากสำหรับการเดินเที่ยวชมเมืองและเข้าชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ นอกจากนี้ คุณยังจะได้สนุกไปกับเทศกาลท้องถิ่น พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารและไวน์รสเลิศในช่วงเวลานี้อีกด้วย
ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์)
อากาศจะเย็นสบายและมีความชื้นบ้าง โดยอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 5°C ถึง 15°C ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วง Low Season ของกรุงโรม ข้อดีคือคนไม่พลุกพล่าน ทำให้คุณเดินเที่ยวชมเมืองได้อย่างชิลล์ๆ พร้อมดื่มด่ำไปกับความสวยงามของแสงไฟประดับและตลาดคริสต์มาสสุดอลังการ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้ลิ้มลองเมนูอาหารพื้นเมืองรสเลิศที่เหมาะกับบรรยากาศหน้าหนาวในแบบฉบับชาวโรมันแท้ๆ
โดยรวมแล้ว กรุงโรมเป็นเมืองที่มีสภาพอากาศดีและน่าเที่ยวในทุกฤดูกาล ซึ่งแต่ละช่วงเวลาก็จะมีเสน่ห์และทัศนียภาพที่สวยงามแตกต่างกันไป ไม่ว่าคุณจะชอบไปรับลมริมทะเลหรือหลงใหลในการชมโบราณสถานและวัฒนธรรม กรุงโรมก็พร้อมตอบโจทย์ทุกสไตล์การท่องเที่ยวของคุณ แต่อย่าลืมเช็กพยากรณ์อากาศเพื่อเตรียมเสื้อผ้าและวางแผนกิจกรรมให้เหมาะสมกับฤดูกาล เพียงเท่านี้คุณก็พร้อมออกไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองที่สวยงามแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่แล้ว
เที่ยวโรมยังไงให้ประหยัด? รวมเทคนิคคุมงบเที่ยวอิตาลีแบบสบายกระเป๋า

อยากเที่ยวโรมแบบประหยัดงบใช่ไหม? วันนี้เรามีตัวเลือกดีๆ มาแนะนำให้คุณแล้ว! 🌍✈️Trip.com เป็นเว็บไซต์จองการเดินทางชั้นนำที่จะช่วยให้คุณวางแผนเที่ยวโรม (Rome) ได้ในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม และ นี่คือเคล็ดลับการใช้ Trip.com เพื่อช่วยให้คุณประหยัดงบในการเดินทางไปโรมได้มากขึ้น
1. จองทริปแบบสมาร์ท
ใช้ฟีเจอร์ค้นหาอัจฉริยะและระบบเปรียบเทียบราคาจาก Trip.com เพื่อค้นหาตั๋วเครื่องบินและโรงแรมในราคาที่คุ้มค่าที่สุด ช่วยให้คุณเซฟงบเที่ยวได้อีกเพียบ!
2. จองแบบแพ็กเกจสุดคุ้ม
ลองเลือกจองแพ็กเกจเที่ยวบินพร้อมที่พักจาก Trip.com ดูสิ เพราะนอกจากจะได้รับส่วนลดและข้อเสนอสุดพิเศษที่คุ้มค่ากว่าเดิมแล้ว ยังช่วยให้คุณประหยัดงบการเดินทางได้มากขึ้นอีกด้วย
3. วางแผนเที่ยวแบบยืดหยุ่น
หากคุณสามารถยืดหยุ่นวันเดินทางได้ ลองเลือกเดินทางในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) หรือช่วงที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาลดูนะ เพราะวิธีนี้จะช่วยให้คุณได้ราคาที่ถูกลงและได้รับข้อเสนอที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
4. ตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด
Trip.com มักจะมีดีลตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษและโปรโมชั่นสุดคุ้มอยู่เสมอ แนะนำให้หมั่นเช็กหน้าเว็บไซต์หรือสมัครรับการแจ้งเตือน เพื่อรับข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดก่อนใคร
5. ใช้โค้ดส่วนลด
เพียงกรอกโค้ดส่วนลดที่ร่วมรายการในขั้นตอนการชำระเงินเพื่อรับส่วนลดเพิ่มเติม Trip.com มักจะมีโค้ดส่วนลดแจกอยู่เสมอ ช่วยให้คุณจองทริปได้ในราคาที่คุ้มค่าและประหยัดกว่าเดิม
6. สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นในโรม
นอกจากตั๋วเครื่องบินและโรงแรมแล้ว Trip.com ยังมีกิจกรรมและทัวร์ท้องถิ่นให้เลือกจองอีกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีราคาคุ้มค่ากว่าการจองผ่านบริษัททัวร์ทั่วไป ช่วยให้คุณได้ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมและเสน่ห์ของกรุงโรมได้อย่างลึกซึ้งและเข้าถึงวิถีชีวิตคนท้องถิ่นจริงๆ
วางแผนเที่ยวโรมให้คุ้มค่ากว่าเดิมด้วยTrip.com ที่จะช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษและส่วนลดอีกเพียบ! อย่าลืมเช็คและเปรียบเทียบตัวเลือกต่างๆ ก่อนจอง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับความคุ้มค่าและประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอุณหภูมิเมืองโรม
อากาศที่โรมในฤดูร้อนร้อนแค่ไหน?
ฤดูร้อนถือเป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของโรม โดยอุณหภูมิมักจะสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส และบางวันอาจร้อนจัดกว่านั้น แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าบาง เบา ระบายอากาศได้ดี พกน้ำดื่มติดตัวตลอดเวลา และอย่าลืมครีมกันแดด เพื่อเที่ยวได้แบบไม่ทรมานตัวเองฤดูหนาวที่โรมอากาศหนาวแค่ไหน?
ฤดูหนาวของโรมมีอุณหภูมิประมาณ 5–15 องศาเซลเซียส แม้จะไม่หนาวจัดเหมือนหลายเมืองในยุโรป แต่ช่วงเช้าและกลางคืนอากาศจะเย็นเป็นพิเศษ ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือเสื้อคลุมติดไปด้วยอุณหภูมิของโรมในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเป็นอย่างไร?
ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่อากาศกำลังสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15–25 องศาเซลเซียส เหมาะมากสำหรับการเที่ยวชมเมือง เดินเล่น และถ่ายรูป แนะนำให้พกเสื้อคลุมบาง ๆ เผื่อวันที่อากาศเปลี่ยนโรมมีอากาศชื้นมากไหม?
โรมมีสภาพอากาศค่อนข้างชื้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งอาจมีฝนตกเป็นระยะ แนะนำให้พกร่มพับหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้ จะได้เที่ยวต่อได้แบบไม่สะดุด







