
นอร์เวย์ (Norway) ประเทศโซนยุโรปเหนือที่โดดเด่นด้วยฟยอร์ด เทือกเขาสูง และวิวธรรมชาติสุดอลังการ ภูมิประเทศที่หลากหลายเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่ออากาศนอร์เวย์ในแต่ละพื้นที่ ทำให้สภาพอากาศแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ ก่อนจัดทริปเที่ยว มาทำความเข้าใจอากาศนอร์เวย์ให้ครบทุกมุมไปกับ Trip.com ก่อน เพื่อวางแผนเดินทางได้อย่างมั่นใจและสนุกยิ่งขึ้น
พยากรณ์อากาศ 7 วันล่วงหน้าในเมืองท่องเที่ยวหลักของนอร์เวย์
พยากรณ์อากาศออสโล 7 วันข้างหน้า







พยากรณ์อากาศเบอร์เกน 7 วันข้างหน้า







พยากรณ์อากาศทรอนด์เฮม 7 วันข้างหน้า







ลักษณะภูมิอากาศและสภาพอากาศในนอร์เวย์

อุณหภูมินอร์เวย์ - คาบสมุทรบิกดอย
นอร์เวย์ (Norway) ดินแดนแห่งยุโรปเหนือที่ธรรมชาติยิ่งใหญ่ราวกับภาพวาด ไม่ได้มีดีแค่ฟยอร์ดและภูเขาสูง แต่ยังโดดเด่นเรื่องอากาศนอร์เวย์ ที่หลากหลายและมีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแอตแลนติก ผสานกับการโอบล้อมของทะเลนอร์วีเจียนและมหาสมุทรอาร์กติก ทำให้ภูมิอากาศที่นี่เป็นส่วนผสมระหว่างบรรยากาศชายฝั่งทะเลและความหนาวแบบขั้วโลก
ผลลัพธ์คือแต่ละฤดูกาลมีคาแรกเตอร์ชัดเจน ทั้งหน้าร้อนที่แสงแดดยาวนาน และหน้าหนาวที่หิมะโปรยปรายจนเหมือนโลกนิทาน ถ้าอยากวางแผนเที่ยวให้ตรงใจ ลองมาทำความรู้จักสภาพอากาศของนอร์เวย์ในแต่ละฤดูกันแบบใกล้ชิด แล้วคุณจะเลือกช่วงเวลาที่ใช่ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
สภาพอากาศนอร์เวย์ตลอดทั้งปี
เสน่ห์ของอากาศนอร์เวย์ คือความแตกต่างที่ชัดเจนตามภูมิประเทศอันกว้างใหญ่ ตอนใต้จะให้บรรยากาศอบอุ่นและสบายกว่า ขณะที่ตอนเหนือเข้าใกล้เส้นอาร์กติก อากาศจึงหนาวแบบขั้วโลกอย่างแท้จริง แนวเทือกเขาทางตะวันตกยังทำหน้าที่เหมือนกำแพงธรรมชาติ รับลมทะเลเต็ม ๆ จึงทำให้บางพื้นที่มีฝนตกชุกและอากาศเปลี่ยนเร็วแบบคาดเดาไม่ได้
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม)
เมื่อหิมะเริ่มละลาย นอร์เวย์ค่อย ๆ เปลี่ยนโฉมเข้าสู่ความสดใส อุณหภูมิขยับสูงขึ้นแต่ยังเย็นสบาย เหมาะกับการออกไปชมธารน้ำตกที่ไหลแรงจากหิมะละลาย และภูเขาที่เริ่มเผยสีเขียวอ่อน ฤดูนี้ยังเป็นช่วงดอกไม้ผลิบาน ทั้งซากุระและดอกไม้ป่าที่แต่งแต้มภูมิประเทศให้ดูอ่อนโยนกว่าที่เคย
ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม)
นี่คือช่วงที่อบอุ่นที่สุดของปี อุณหภูมิเฉลี่ยราว 15–25 องศาเซลเซียส แสงแดดยาวนานจนวันหนึ่งเหมือนมีเวลามากขึ้นอีกเท่าตัว ฤดูร้อนจึงเป็นไฮซีซันของการท่องเที่ยว เหมาะกับการเดินป่า ปีนเขา ล่องเรือชมฟยอร์ด หรือเฝ้ามองสัตว์ป่าท่ามกลางธรรมชาติที่กำลังมีชีวิตชีวาที่สุด
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)
อากาศเริ่มเย็นลงอย่างนุ่มนวล นักท่องเที่ยวบางตาลง แต่ความงามกลับเข้มข้นขึ้น ต้นไม้เปลี่ยนสีเป็นเหลือง ส้ม และแดงทั่วแนวภูเขา โดยเฉพาะต้นเมเปิลที่แต่งแต้มทิวทัศน์ให้เหมือนภาพวาด ฤดูนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศสงบ โรแมนติก และธรรมชาติในอีกอารมณ์หนึ่ง
ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์)
ความหนาวมาเยือนเต็มตัว อุณหภูมิหลายพื้นที่ลดต่ำกว่าศูนย์ และหิมะปกคลุมทั่วผืนดิน กลายเป็นฉากขาวโพลนราวโลกเทพนิยาย ฤดูนี้เหมาะกับการเล่นสกี เลื่อนหิมะ และออกตามล่าแสงเหนือที่พาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน เป็นช่วงเวลาที่อากาศหนาวจัด แต่ประสบการณ์กลับอบอุ่นอยู่ในความทรงจำ
ไม่ว่าคุณจะหลงรักแสงแดดยาวนานของหน้าร้อน หรือเสน่ห์เงียบสงบของฤดูหนาวที่ปกคลุมด้วยหิมะ อากาศนอร์เวย์ในแต่ละฤดูก็มีบุคลิกของตัวเองชัดเจน และพร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างในทุกช่วงเวลาของปี
อุณหภูมิเฉลี่ยนอร์เวย์
อุณหภูมิโดยเฉลี่ยในประเทศนอร์เวย์ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม มีรายละเอียดดังตารางด้านล่างนี้
เดือน | อุณหภูมิเฉลี่ย (°C) | ปริมาณน้ำฝน (มิลลิเมตร) |
มกราคม | -3 | 50 |
กุมภาพันธ์ | -2 | 40 |
มีนาคม | 0 | 40 |
เมษายน | 4 | 40 |
พฤษภาคม | 9 | 50 |
มิถุนายน | 14 | 60 |
กรกฎาคม | 16 | 70 |
เดือนสิงหาคม | 15 | 90 |
กันยายน | 12 | 90 |
ตุลาคม | 7 | 80 |
พฤศจิกายน | 2 | 70 |
ธันวาคม | -1 | 60 |
อากาศนอร์เวย์เปลี่ยนอารมณ์ชัดเจนตามฤดูกาล ฤดูหนาวหนาวจัดจนหิมะปกคลุมหลายพื้นที่ ขณะที่ฤดูร้อนกลับเย็นสบาย เดินเที่ยวได้เพลิน ๆ ฝนสามารถตกได้ตลอดปี และมักแวะมาทักทายบ่อยขึ้นเล็กน้อยในช่วงหน้าร้อน เพราะสภาพอากาศที่นี่เปลี่ยนเร็วพอสมควร การเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดูจึงเป็นเรื่องสำคัญ แค่จัดกระเป๋าให้พร้อม คุณก็ออกไปสัมผัสธรรมชาติของนอร์เวย์ได้อย่างมั่นใจ และสนุกกับทุกช่วงเวลาของการเดินทาง
สภาพอากาศนอร์เวย์ในฤดูใบไม้ผลิ

อุณหภูมินอร์เวย์ - ซองเนฟยอร์ด
เมื่อฤดูหนาวค่อย ๆ คลายตัว อากาศนอร์เวย์ ในช่วงใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) ก็เริ่มเปลี่ยนโฉม ธรรมชาติที่เคยเงียบงันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง หิมะบนยอดเขาละลายกลายเป็นสายน้ำตกที่ไหลแรงและงดงามราวฉากในภาพยนตร์
อุณหภูมิทางตอนใต้จะอยู่ราว 5–10 องศาเซลเซียส ส่วนตอนเหนือยังเย็นกว่าเล็กน้อย ประมาณ -5 ถึง 5 องศาเซลเซียส อากาศเย็นสบายแต่ค่อนข้างชื้น และมีฝนโปรยเป็นระยะ โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันตกที่ได้รับลมทะเลเต็ม ๆ ปริมาณฝนในบางพื้นที่ทางใต้เฉลี่ยราว 50–100 มิลลิเมตรต่อเดือน
อีกหนึ่งเสน่ห์ของฤดูนี้คือช่วงเวลากลางวันที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ พระอาทิตย์ในต้นมีนาคมขึ้นราว 06:00 น. และจะเร็วขึ้นใกล้ 05:00 น. ในปลายพฤษภาคม ขณะที่พระอาทิตย์ตกช้าลงจนเกือบสามทุ่ม ทำให้มีเวลาออกสำรวจธรรมชาติได้นานกว่าที่คิด
การแต่งตัวควรเน้นแบบเลเยอร์ เสื้อแขนยาวหรือสเวตเตอร์บาง ๆ ทับด้วยแจ็คเก็ตกันลม และเตรียมเสื้อกันฝนหรือร่มติดตัวไว้เสมอ เพราะอากาศเปลี่ยนเร็วพอสมควร
ฤดูใบไม้ผลิคือช่วงเวลาที่นอร์เวย์เผยด้านอ่อนโยนที่สุด ทั้งทุ่งดอกไม้ป่า น้ำตกที่ทรงพลัง และภูเขาที่เริ่มแต้มสีเขียวสด หากอยากสัมผัสธรรมชาติที่กำลัง “ตื่นขึ้น” ต่อหน้าต่อตา ช่วงเวลานี้คือคำตอบที่ทั้งสดชื่นและน่าประทับใจอย่างแท้จริง
สภาพอากาศนอร์เวย์ในช่วงฤดูร้อน

อุณหภูมินอร์เวย์ - ไพรเกสตูเลน
เมื่อเข้าสู่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม อากาศนอร์เวย์ จะเปลี่ยนเป็นโหมดสดใสที่สุดของปี ธรรมชาติที่เคยสงบนิ่งกลับเต็มไปด้วยสีเขียวสดและแสงแดดยาวนานแบบแทบไม่อยากให้วันจบลง
อุณหภูมิทางตอนใต้อยู่ราว 15–25 องศาเซลเซียส ส่วนตอนเหนือประมาณ 10–20 องศาเซลเซียส บางวันอาจแตะ 30 องศาได้เหมือนกัน แต่โดยรวมยังให้ความรู้สึกเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว ความชื้นค่อนข้างต่ำ ลมทะเลพัดเอื่อย ๆ ทำให้เดินเที่ยวกลางแจ้งได้เพลิน ฝนมีบ้างประปราย โดยเฉพาะบางพื้นที่ทางใต้ที่เฉลี่ยราว 50–100 มิลลิเมตรต่อเดือน
เสน่ห์สำคัญของฤดูร้อนคือช่วงเวลากลางวันที่ยาวนานมาก พระอาทิตย์ในต้นมิถุนายนอาจขึ้นตั้งแต่ราวตีสี่ และตกช้าถึงประมาณสามทุ่มหรือสี่ทุ่ม ทำให้คุณมีเวลาสำรวจฟยอร์ด เดินป่า หรือนั่งชมวิวริมทะเลสาบได้เต็มอิ่ม
การแต่งตัวเน้นความสบาย เสื้อแขนสั้นหรือเสื้อคลุมบาง ๆ ก็เพียงพอ แต่ควรพกแจ็คเก็ตกันลมหรือเสื้อกันฝนแบบเบาติดกระเป๋าไว้เสมอ พร้อมหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดด เพราะแสงแดดช่วงกลางวันค่อนข้างแรง
ฤดูร้อนคือนาทีทองของกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะว่ายน้ำในฟยอร์ด ตั้งแคมป์บนภูเขา หรือล่องเรือชมธรรมชาติแบบใกล้ชิด ช่วงเวลานี้ทำให้คุณได้เห็นนอร์เวย์ในมุมที่มีชีวิตชีวาที่สุด และเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงหลงรักประเทศนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือน
สภาพอากาศนอร์เวย์ช่วงฤดูใบไม้ร่วง

อุณหภูมินอร์เวย์ - โทรลล์ทุงกา (Trolltunga)
ตั้งแต่กันยายนถึงพฤศจิกายน อากาศนอร์เวย์ จะค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะเข้าสู่โหมดสงบและละมุน แสงแดดสีทองอาบยอดไม้ ขณะที่ใบไม้เริ่มแต้มสีเหลือง ส้ม แดง ไปทั่วภูเขาและผืนป่า เป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติดูเหมือนกำลังจัดแสดงครั้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว
อุณหภูมิทางตอนใต้อยู่ราว 10–15 องศาเซลเซียส ส่วนตอนเหนือประมาณ 5–10 องศาเซลเซียส ลมเย็นพัดสบาย ๆ แต่ปลายฤดูจะเริ่มหนาวชัดขึ้น ความชื้นค่อนข้างสูง มีฝนและหมอกบางวัน โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่ง ปริมาณฝนเฉลี่ยทางใต้อยู่ที่ประมาณ 80–120 มิลลิเมตรต่อเดือน และทางเหนืออาจมากกว่านั้นเล็กน้อย
กลางวันเริ่มสั้นลง พระอาทิตย์ในต้นกันยายนขึ้นราว 06:00 น. และจะเลื่อนไปใกล้ 08:00 น. ในปลายพฤศจิกายน ส่วนพระอาทิตย์ตกจากราวหนึ่งทุ่ม จะค่อย ๆ ขยับมาเร็วขึ้นจนเหลือประมาณสี่โมงเย็น ทำให้บรรยากาศยิ่งดูนิ่งและโรแมนติก
การแต่งตัวควรเน้นความอบอุ่นแบบคล่องตัว เสื้อแขนยาวหรือสเวตเตอร์บาง ๆ ทับด้วยแจ็คเก็ต กันลม กันฝน พร้อมกางเกงขายาวและรองเท้าบูท หมวกและผ้าพันคอบาง ๆ ก็ช่วยรับมือกับลมเย็นได้ดี
ฤดูใบไม้ร่วงคือช่วงเวลาที่นอร์เวย์เผยด้านละเมียดที่สุด ทั้งใบไม้เปลี่ยนสีสะท้อนบนผืนน้ำในฟยอร์ด ป่าเขาที่เงียบสงบ และท้องฟ้ายามค่ำที่เริ่มเหมาะกับการลุ้นแสงเหนือ เป็นฤดูกาลที่ทำให้การเดินทางรู้สึกพิเศษแบบไม่ต้องเร่งรีบเลยแม้แต่น้อย
สภาพอากาศนอร์เวย์ในฤดูหนาว

อุณหภูมิในนอร์เวย์ - แสงเหนือนอร์เวย์
เมื่อเข้าสู่เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ (บางพื้นที่ยาวถึงมีนาคม) อากาศนอร์เวย์จะเปลี่ยนเป็นบทที่หนาวที่สุดของปี ทั้งประเทศถูกแต่งแต้มด้วยหิมะและผืนน้ำแข็ง ราวกับฉากในนิทานที่มีภูเขาขาวโพลนเป็นฉากหลัง อุณหภูมิทางตอนใต้มักอยู่ราว 0 ถึง -5 องศาเซลเซียส ส่วนตอนเหนืออาจลดต่ำกว่า -10 องศาเซลเซียส หรือหนาวกว่านั้นในบางวัน ความชื้นในอากาศค่อนข้างต่ำ แต่เพราะมีหิมะปกคลุม จึงให้ความรู้สึกหนาวลึกถึงกระดูก โดยเฉพาะวันที่ลมแรง พื้นที่ทางเหนือจะมีหิมะตกต่อเนื่อง ส่วนตอนใต้ก็พบหิมะได้เช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณที่สูง
ช่วงเวลากลางวันสั้นลงอย่างชัดเจน ทางตอนใต้พระอาทิตย์ในเดือนธันวาคมอาจโผล่ขึ้นราว 9 โมงเช้า และตกตั้งแต่ประมาณบ่ายสาม ขณะที่ตอนเหนือบางพื้นที่แทบไม่เห็นดวงอาทิตย์เลยในบางช่วงของฤดู การแต่งตัวจึงต้องจริงจัง เสื้อผ้าขนสัตว์ (Wool) สำหรับชั้นในช่วยกักเก็บความร้อนได้ดี ทับด้วยเสื้อโค้ทกันหนาวหนา ถุงมือ หมวกไหมพรม ผ้าพันคอ และรองเท้าบูทสำหรับลุยหิมะคือไอเทมที่ขาดไม่ได้
แม้จะหนาวจัด แต่ฤดูหนาวก็เผยเสน่ห์อีกด้านของนอร์เวย์ ทั้งการเล่นสกีบนภูเขาขาวสะอาด การเดินบนทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็ง และค่ำคืนที่ท้องฟ้าอาจสว่างไหวด้วยแสงเหนือ ความหนาวที่ดูโหดร้ายในตอนแรก กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่งดงามอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อได้ไปยืนอยู่ท่ามกลางมันจริง ๆ อีกหนึ่งไอเทมที่ควรมีติดกระเป๋าคือเสื้อแจ็คเก็ตกันลมและกันน้ำ เพราะลมหนาวกับหิมะที่โปรยลงมาอาจทำให้ร่างกายสูญเสียความอบอุ่นได้เร็วกว่าที่คิด เมื่อเตรียมตัวครบทั้งชั้นในเก็บความร้อนและชั้นนอกป้องกันลม เพียงเท่านี้ก็พร้อมออกไปเผชิญอากาศนอร์เวย์ในฤดูหนาวได้อย่างมั่นใจ
ฤดูหนาวที่นี่ไม่ได้มีแค่ความหนาว แต่เต็มไปด้วยกิจกรรมสุดตื่นตา ตั้งแต่สกี เลื่อนหิมะ ไปจนถึงการยืนมองธารน้ำแข็งสีฟ้าใสกลางหุบเขา คุณอาจได้ลื่นไถลบนลานไอซ์สเก็ตกลางแจ้ง หรือลองตกปลาในทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็ง และเมื่อค่ำคืนมาเยือน ท้องฟ้าเหนือเส้นอาร์กติกอาจแต้มด้วยแสงเหนือสีเขียว ม่วง หรือแดงที่พาดผ่านความมืดอย่างเหนือจริง ความหนาวของนอร์เวย์จึงไม่ใช่อุปสรรค หากแต่เป็นฉากหลังของประสบการณ์ที่ทั้งยิ่งใหญ่และน่าจดจำเกินกว่าจะบรรยายได้หมดในคำเดียว
สภาพอากาศเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตในนอร์เวย์
แม้จะอยู่ประเทศเดียวกัน แต่อากาศนอร์เวย์ในแต่ละเมืองก็มีบุคลิกต่างกันชัดเจน ทั้งจากทำเลที่ตั้ง ความใกล้ทะเล และระดับความสูง ลองมาดู 3 เมืองยอดฮิตที่นักเดินทางหลงรัก แล้วคุณจะเห็นว่านอร์เวย์มีหลายอารมณ์กว่าที่คิด
1. ออสโล

เมืองหลวงที่ตั้งอยู่ปลายออสโลฟยอร์ดทางตะวันออกเฉียงใต้ โอบล้อมด้วยภูเขาและป่าไม้ อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 7°C
ฤดูใบไม้ผลิของที่นี่เริ่มอบอุ่นขึ้นแต่ยังมีความชื้น ฤดูร้อนเย็นสบาย เดินเล่นริมฟยอร์ดได้เพลิน ๆ ฤดูใบไม้ร่วงอากาศเย็นและมีฝนประปราย ส่วนฤดูหนาวหนาวจัดและมีหิมะปกคลุมชัดเจน ออสโลคือเมืองที่สัมผัสได้ถึง 4 ฤดูแบบครบเครื่องในที่เดียว
2. เบอร์เกน

เมืองท่าทางตะวันตกเฉียงใต้ รายล้อมด้วยฟยอร์ดและภูเขาสูง อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีราว 8°C ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องฝน โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่ทั้งชุ่มฉ่ำและลมแรง ฤดูใบไม้ผลิเริ่มเห็นแสงแดดมากขึ้น ฤดูร้อนอากาศเย็นกำลังดี ส่วนฤดูหนาวหนาวเย็นและมีหิมะบ้างในบางช่วง เบอร์เกนมีเสน่ห์แบบเมืองริมทะเลที่โรแมนติกแม้ในวันที่ฝนตก
3. ทรอมโซ

เมืองทางตอนเหนือใกล้เส้น Arctic Circle อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 2°C จึงให้บรรยากาศแบบอาร์กติกชัดเจน ฤดูใบไม้ผลิยังคงเย็น ฤดูร้อนสบายแต่ไม่ร้อนจัด พอเข้าสู่ใบไม้ร่วงอากาศเริ่มหนาวเร็ว และฤดูหนาวคือช่วงที่หนาวเหน็บที่สุด พร้อมหิมะและค่ำคืนยาวนาน ทรอมโซจึงกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับการชมแสงเหนือแบบเต็มตา
ทั้งสามเมืองสะท้อนความหลากหลายของอากาศนอร์เวย์ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่เมืองหลวงริมฟยอร์ด เมืองฝนชุกทางตะวันตก ไปจนถึงดินแดนอาร์กติกทางเหนือ เลือกเมืองให้ตรงกับสไตล์ที่คุณอยากสัมผัส แล้วการเดินทางครั้งนี้จะมีอารมณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร
ปริมาณน้ำฝนในนอร์เวย์

อีกหนึ่งเรื่องที่สะท้อนความหลากหลายของอากาศนอร์เวย์ได้ชัดเจนก็คือฝน เพราะแต่ละเมืองมีสถิติแตกต่างกันพอสมควร บางที่โปรยปรายพอสดชื่น บางที่ชุ่มฉ่ำแบบจริงจัง มาดูกันทีละเมืองแบบเข้าใจง่าย ๆ
1. ออสโล
เมืองหลวงฝั่งตะวันออกมีฝนไม่หนักมากเมื่อเทียบกับเมืองชายฝั่ง
- เดือนที่ฝนมากที่สุดมักเป็นเดือนสิงหาคม เฉลี่ยราว 75 มิลลิเมตร
- เดือนที่ฝนน้อยที่สุดคือกุมภาพันธ์ เฉลี่ยประมาณ 35 มิลลิเมตร
- ปริมาณฝนรวมทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 700 มิลลิเมตร
เรียกได้ว่าออสโลมีฝนกระจายตลอดปี แต่ไม่ถึงกับหนักจนรบกวนทริปมากนัก
2. เบอร์เกน
ถ้าพูดถึงเมืองฝนชุกของนอร์เวย์ ชื่อของเบอร์เกนต้องมา
- เดือนที่ฝนตกมากที่สุดคือเดือนตุลาคม เฉลี่ยประมาณ 260 มิลลิเมตร
- เดือนที่ฝนน้อยที่สุดคือพฤษภาคม เฉลี่ยราว 65 มิลลิเมตร
- ปริมาณฝนรวมทั้งปีสูงถึงประมาณ 2,200 มิลลิเมตร
ภูเขาที่โอบล้อมเมืองทำให้เมฆฝนสะสมตัวง่าย จึงเกิดภาพเมืองท่าท่ามกลางสายฝนที่กลายเป็นเอกลักษณ์ไปแล้ว
3. ทรอมโซ
เมืองทางเหนือใกล้เขตอาร์กติกมีฝนในระดับปานกลาง
- เดือนที่ฝนมากที่สุดมักเป็นกันยายน เฉลี่ยประมาณ 90 มิลลิเมตร
- เดือนที่ฝนน้อยที่สุดคือมีนาคม เฉลี่ยราว 45 มิลลิเมตร
- ปริมาณฝนรวมทั้งปีประมาณ 1,000 มิลลิเมตร
แม้จะขึ้นชื่อเรื่องหิมะและแสงเหนือ แต่ทรอมโซก็มีวันที่ฟ้าครึ้มและฝนตกเช่นกัน
ภาพรวมแล้ว ปริมาณน้ำฝนในนอร์เวย์แตกต่างตามภูมิประเทศอย่างชัดเจน เมืองชายฝั่งฝั่งตะวันตกจะชุ่มฉ่ำกว่า ส่วนฝั่งตะวันออกค่อนข้างสมดุลกว่าเล็กน้อย การรู้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณวางแผนเสื้อผ้าและกิจกรรมได้ตรงใจมากขึ้น ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเจอแดด ลม ฝน หรือหิมะ ธรรมชาติของนอร์เวย์ก็ยังคงงดงามในแบบของมันเอง และนั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนอยากกลับมาอีกครั้ง
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวนอร์เวย์

นอร์เวย์เป็นประเทศที่มีเสน่ห์แตกต่างกันอย่างชัดเจนในทั้ง 4 ฤดูกาล แต่ละช่วงเวลามีเอกลักษณ์และทิวทัศน์ที่งดงามเฉพาะตัว ทำให้ประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่ซ้ำกันเลย สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทาง ลองมาดูกันว่าฤดูไหนเหมาะกับสไตล์ของคุณมากที่สุด พร้อมไฮไลต์เด่นของแต่ละซีซั่นที่ไม่ควรพลาด
ช่วงเวลาที่น่าเที่ยวที่สุด
ฤดูกาล | จุดเด่น |
ฤดูใบไม้ผลิ | อากาศอบอุ่นสบาย ธรรมชาติเริ่มกลับมามีชีวิตชีวา ดอกไม้สวยสะพรั่ง และยังเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสุดๆ สำหรับการชมแสงเหนือ |
ฤดูร้อน | อากาศอบอุ่นสบายและมีช่วงเวลากลางวันที่ยาวนาน ให้คุณได้เพลิดเพลินกับความงดงามของฟยอร์ดและยอดเขาอันตระการตา พร้อมสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างการเดินป่าและตกปลา |
ฤดูใบไม้ร่วง | ท่ามกลางสีสันที่ตัดกันอย่างงดงามของธรรมชาติที่เริ่มเปลี่ยนสี ราวกับภาพวาดที่มีชีวิตชีวา และการกลับมาปรากฏโฉมอีกครั้งของแสงเหนือ นี่คือช่วงเวลาทองที่เหล่านักเดินทางและคนรักการถ่ายภาพไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง |
ฤดูหนาว | สัมผัสความหนาวเย็นที่แสนงดงามของขุนเขาและผืนป่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ตื่นตาตื่นใจกับแสงเหนือที่ร่ายรำท่ามกลางความมืดมิด พร้อมสนุกไปกับกิจกรรมสกี เลื่อนหิมะ และการผจญภัยในดินแดนขั้วโลกที่น่าตื่นเต้น |
🌸 ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม)
ฤดูใบไม้ผลิคือช่วงที่หิมะค่อย ๆ ละลาย อากาศเริ่มอุ่นขึ้น และธรรมชาติกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทุ่งหญ้าเขียวสดตัดกับดอกไม้ที่ทยอยผลิบาน สร้างบรรยากาศสดชื่นไปทั่วประเทศ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมแสงเหนือ โดยเฉพาะในคืนฟ้าเปิด คุณอาจได้เห็นแสงสีเขียวและม่วงพาดผ่านท้องฟ้าใกล้เขตอาร์กติกอย่างชัดเจน
🌞 ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม)
ฤดูร้อนเป็นช่วงยอดนิยมที่สุดของการท่องเที่ยวนอร์เวย์ เพราะอากาศกำลังสบายและกลางวันยาวนานเป็นพิเศษ เหมาะกับการออกไปชมฟยอร์ด เดินป่า พายเรือ หรือตกปลาแบบเต็มที่ นอกจากนี้ยังเป็นช่วงดีสำหรับการล่องเรือชมชายฝั่งและหมู่เกาะต่าง ๆ ที่สวยสะดุดตา เห็นธรรมชาติในมุมที่เปิดกว้างและสดใสที่สุด
🍂 ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน)
เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ธรรมชาติจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีจนทั้งผืนป่าดูราวกับภาพวาด ใบไม้โทนแดง ส้ม และทองปกคลุมภูเขาและทะเลสาบ บรรยากาศเงียบสงบและโรแมนติกมากขึ้น ช่วงนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาของแสงเหนือในเขตอาร์กติก เหมาะกับคนที่อยากเก็บภาพความงามของธรรมชาติในอีกอารมณ์หนึ่ง
❄️ ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์)
ฤดูหนาวเปลี่ยนนอร์เวย์ให้กลายเป็นดินแดนสีขาว หิมะปกคลุมภูเขาและผืนป่าอย่างสวยงาม คุณสามารถสนุกกับกิจกรรมฤดูหนาวอย่างสกี เลื่อนหิมะ หรือทริปผจญภัยในเขตขั้วโลก และที่พลาดไม่ได้คือการชมแสงเหนือในคืนที่ท้องฟ้ามืดสนิท ซึ่งเป็นช่วงที่เห็นได้ชัดที่สุด
ไม่ว่าจะเลือกเดินทางช่วงไหน นอร์เวย์ก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู เพียงเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับสภาพอากาศ คุณก็พร้อมออกไปสัมผัสธรรมชาติและประสบการณ์ที่น่าจดจำได้อย่างเต็มที่
ความต่างของเวลาระหว่างนอร์เวย์และไทย
นอร์เวย์ตั้งอยู่ในยุโรปเหนือ ส่วนประเทศไทยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีเขตเวลาต่างกันประมาณ 5–6 ชั่วโมง โดยขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของปีค่ะ
🌞 ช่วงปลายมีนาคม – ปลายตุลาคม (ฤดูร้อน / Daylight Saving Time)
นอร์เวย์จะ ช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง
ตัวอย่าง: นอร์เวย์ 09:00 น. | ไทย 14:00 น.
❄️ ช่วงปลายตุลาคม – ปลายมีนาคม (ฤดูหนาว)
นอร์เวย์จะ ช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง
ตัวอย่าง: นอร์เวย์ 09:00 น. | ไทย 15:00 น.
ดังนั้น หากต้องโทรกลับไทย นัดประชุมออนไลน์ หรือจองทัวร์ต่าง ๆ อย่าลืมเช็กให้แน่ใจว่าช่วงนั้นนอร์เวย์ปรับเวลา (Daylight Saving) แล้วหรือยัง จะได้ไม่พลาดเวลาสำคัญนะคะ
การเดินทางจากไทยไปนอร์เวย์
การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังกรุง Oslo
- เที่ยวบินตรงใช้เวลาประมาณ 11–13 ชั่วโมง
- หากเป็นเที่ยวบินต่อเครื่อง (Connecting Flight) อาจใช้เวลานานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเมืองที่แวะพัก
ทั้งนี้ ระยะเวลาเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงตามตารางบิน สภาพอากาศ และเส้นทางบินผ่านน่านฟ้าแต่ละประเทศ
💡 แนะนำให้เผื่อเวลาต่อเครื่องอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัย เช่น ไฟลต์ดีเลย์ หรือการเปลี่ยนเกตกระทันหัน จะช่วยให้ทริปยุโรปของคุณราบรื่นมากขึ้นค่ะ
สรุปสภาพอากาศในนอร์เวย์
อากาศนอร์เวย์มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงได้ง่ายตามภูมิประเทศที่ทอดยาวตั้งแต่ยุโรปเหนือขึ้นไปใกล้เส้น Arctic Circle แต่ละพื้นที่จึงมีคาแรกเตอร์ต่างกัน ทั้งโซนชายฝั่ง ฟยอร์ด ภูเขา และเขตใกล้อาร์กติก
โดยภาพรวม นอร์เวย์ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นแอตแลนติกเหนือ ทำให้อากาศไม่รุนแรงเท่าละติจูดเดียวกันในประเทศอื่น ฤดูร้อนอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10–20 องศาเซลเซียส เย็นสบายกำลังดี ส่วนฤดูหนาวอยู่ราว -10 ถึง 5 องศาเซลเซียส และบางพื้นที่อาจหนาวกว่านั้น ปริมาณฝนแตกต่างกันชัดเจน ฝั่งตะวันตกมักชุ่มฉ่ำกว่า ขณะที่ฝั่งตะวันออกค่อนข้างแห้งกว่าเล็กน้อย ฤดูร้อนมีฝนได้ โดยเฉพาะตามชายฝั่งตะวันตก ส่วนฤดูหนาวหลายพื้นที่จะถูกปกคลุมด้วยหิมะ
ด้วยความที่สภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว การเตรียมเสื้อผ้าแบบเลเยอร์ เสื้อกันฝน หรือแจ็คเก็ตกันน้ำจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ ไม่ว่าคุณจะเดินทางช่วงไหน นอร์เวย์ก็พร้อมมอบธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และประสบการณ์ที่น่าจดจำในแบบของฤดูกาลนั้นเสมอ
เที่ยวนอร์เวย์ยังไงให้ประหยัด? รวมวิธีลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

อยากไปนอร์เวย์แบบคุมงบให้อยู่หมัดใช่ไหม? ลองให้ Trip.com เป็นตัวช่วยวางแผนทริป เพราะแพลตฟอร์มนี้รวมบริการจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม การเดินทาง และบัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยวไว้ในที่เดียว ทำให้จัดการทุกอย่างได้สะดวกและประหยัดมากขึ้น
1. เปรียบเทียบราคาก่อนจอง
Trip.com รวมตัวเลือกจากหลายสายการบินและที่พักไว้ให้ในหน้าเดียว ช่วยให้คุณเช็กราคาและเลือกดีลที่คุ้มค่าที่สุดได้ง่าย ๆ ลดโอกาสพลาดข้อเสนอที่ถูกกว่า
2. เช็กโปรโมชั่นสม่ำเสมอ
ก่อนกดจอง อย่าลืมดูหน้าโปรโมชั่น เพราะมักมีส่วนลดตั๋วเครื่องบิน โรงแรม หรือโค้ดพิเศษให้ใช้เพิ่มเติม บางช่วงอาจได้ราคาดีกว่าที่คิดไว้มาก
3. เลือกแพ็กเกจให้คุ้ม
การจองแบบแพ็กเกจที่รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และกิจกรรมไว้ด้วยกัน มักได้ราคาดีกว่าการแยกจองเอง อีกทั้งยังสะดวก ไม่ต้องจัดการหลายขั้นตอน
4. เดินทางช่วงราคาดี
ถ้าวันเดินทางยืดหยุ่นได้ ลองเลือกช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวหรือวันธรรมดา ราคาตั๋วและที่พักมักลดลงอย่างเห็นได้ชัด
5. สมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษ
การเป็นสมาชิกช่วยให้เข้าถึงดีลเฉพาะกลุ่มและรับข่าวสารโปรโมชั่นก่อนใคร เพิ่มโอกาสได้ราคาดีขึ้นอีกระดับ
นอร์เวย์อาจขึ้นชื่อเรื่องค่าครองชีพสูง แต่ถ้าวางแผนดี ๆ และใช้เครื่องมือให้ถูกจังหวะ ทริปในฝันก็ไม่จำเป็นต้องเกินงบ ให้ Trip.com ช่วยคุณจัดการเรื่องจองและค้นหาดีลคุ้มค่า แล้วเก็บงบไปใช้สนุกกับวิวฟยอร์ดและธรรมชาติอลังการของนอร์เวย์ได้เต็มที่มากกว่าเดิม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอุณหภูมิประเทศนอร์เวย์
อุณหภูมิของนอร์เวย์เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?
อุณหภูมิในนอร์เวย์แตกต่างกันชัดเจนตามภูมิประเทศที่ทอดยาวจากเหนือจรดใต้ พื้นที่ทางตอนใต้จะอบอุ่นกว่า ขณะที่ตอนเหนือใกล้เขตอาร์กติกจะหนาวกว่ามาก ช่วงฤดูร้อนอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ราว 15–25°C ส่วนฤดูหนาวหลายพื้นที่ต่ำกว่า 0°C และบางแห่งอาจลดลงถึง -10°C หรือต่ำกว่านั้นเดือนไหนที่นอร์เวย์อากาศร้อนที่สุด?
เดือนที่อุ่นที่สุดมักอยู่ในช่วงมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อน อากาศกำลังสบาย เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง และมีช่วงเวลากลางวันที่ยาวนานเป็นพิเศษเดือนไหนที่นอร์เวย์หนาวที่สุด?
ช่วงธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ถือว่าหนาวที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนเหนือ อุณหภูมิอาจลดลงถึง -20°C หรือบางปีอาจต่ำกว่านั้นอุณหภูมิของนอร์เวย์ในฤดูใบไม้ผลิเป็นอย่างไร?
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) เป็นช่วงที่อากาศเริ่มอุ่นขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังคงเย็นสบาย มีทั้งวันที่แดดออกและวันที่มีฝน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5–15°Cอุณหภูมิของนอร์เวย์ในฤดูใบไม้ร่วงเป็นอย่างไร?
ช่วงกันยายนถึงพฤศจิกายน อุณหภูมิจะค่อย ๆ ลดลง อากาศเย็นขึ้นและมีฝนตกบ่อยขึ้น ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5–12°C เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัว




