
ไปเที่ยวยุโรปทั้งที สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการช้อปปิ้ง! ยิ่งยุโรปเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์เนมระดับโลกมากมาย ราคาที่นั่นก็ถูกกว่าที่ไทยประมาณ 15-25% อยู่แล้ว แถมยังได้คืนภาษี tax refund ยุโรป เพิ่มอีก 7-15% เท่ากับว่าเราอาจจะซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าไทยถึง 30-35% เลยทีเดียว แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่า “ไปเที่ยวยุโรปเองต้องขอคืนภาษียังไง? แต่ละประเทศมีเกณฑ์ต่างกันไหม? ถ้าเดินทางข้ามประเทศต้องทำยังไง? แล้วจะได้คืนกี่ %?” Trip.com จะมาไขข้อข้องใจให้เอง ตามไปดูวิธีขอคืนภาษีในยุโรปให้คุ้มที่สุดกันเลย
มีประเทศไหนในยุโรปบ้างที่สามารถขอคืนภาษี (Tax Refund) ได้?
ในยุโรป แต่ละประเทศอาจใช้สกุลเงินที่แตกต่างกัน มีทั้งประเทศที่อยู่ในสหภาพยุโรป (EU) และนอก EU ซึ่งทำให้กฎระเบียบต่างๆ แตกต่างกันไปด้วย แต่ไม่ต้องกังวลไป การขอคืนภาษีในยุโรปมีหลักการสำคัญที่ทุกคนแค่ต้องรู้ไว้ก็พอ
📌 แค่จำไว้ว่า "สำหรับทุกประเทศในสหภาพยุโรป ให้ทำเรื่องขอคืนภาษีที่ประเทศสุดท้ายก่อนเดินทางออกจาก EU" เท่านี้ก็เรียบร้อย!
ตัวอย่างเช่น สมมติว่าทริปยุโรปเที่ยวเองครั้งนี้เริ่มต้นเดินทางเข้าที่ฝรั่งเศส จากนั้นไปต่อที่เนเธอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ เยอรมนี และสุดท้ายบินกลับไทยจากสวิตเซอร์แลนด์ แล้วแบบนี้เราจะต้องทำเรื่องขอคืนภาษี (Tax Refund) ยังไงกันแน่?
ขั้นตอนที่ 1: มาเริ่มแยกกันก่อนว่า ประเทศไหนบ้างที่จัดอยู่ในกลุ่ม "ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป" และประเทศไหนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก?
👉 ในกรณีนี้ ได้แก่ (สหภาพยุโรป) ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, เยอรมนี; (นอกสหภาพยุโรป) ไอซ์แลนด์, สวิตเซอร์แลนด์
ขั้นตอนที่ 2: มาดูกันต่อว่า "ประเทศสุดท้ายในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU)" คือประเทศไหนกันนะ?
👉 อย่างในตัวอย่างนี้คือประเทศเยอรมนี
ดังนั้น สำหรับทริปนี้ 👉 การขอ tax refund ยุโรป ทั้งหมดจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี) จะต้องไปทำที่ประเทศสุดท้ายใน EU ซึ่งก็คือเยอรมนีนั่นเอง
ไม่ว่าเกณฑ์การคืนภาษีของประเทศก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างไร เปอร์เซ็นต์การคืนภาษีทั้งหมดจะยึดตามกฎระเบียบของประเทศสุดท้ายในกลุ่ม EU ที่คุณไปเยือนเป็นหลัก (แต่สำหรับบางประเทศที่มีเกณฑ์การคืนภาษีขั้นต่ำค่อนข้างต่ำ หากมีการออกใบขอคืนภาษีไว้แล้ว โดยปกติแล้วก็ยังสามารถทำเรื่องคืนเงินได้ในที่สุด) ส่วน 👉 ประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่สมาชิก EU อย่างไอซ์แลนด์ หรือ สวิตเซอร์แลนด์ อย่าลืมไปติดต่อศุลกากรของประเทศนั้นๆ เพื่อทำเรื่องคืนภาษีก่อนเดินทางออกจากประเทศให้เรียบร้อย
หมายเหตุ: ด้วยเหตุนี้ ถ้าอยากประหยัดเงิน ลองเลือกประเทศที่มีอัตราการคืนภาษี (%) สูงกว่า เป็นประเทศสุดท้ายในสหภาพยุโรป (EU) สำหรับการทำเรื่องคืนภาษีเพราะทริคนี้ดีสุด ๆ
สำหรับกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป (EU) คุณสามารถทำเรื่องขอคืนภาษีได้ง่ายๆ ที่ประเทศสุดท้ายในสหภาพยุโรปก่อนเดินทางกลับ | สำหรับประเทศในยุโรปที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (Non-EU) อย่าลืมดำเนินการขอคืนภาษีแยกต่างหาก ณ ด่านศุลกากรของแต่ละประเทศ |
ออสเตรีย, เบลเยียม, บัลแกเรีย, โครเอเชีย, ไซปรัส, เช็กเกีย, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, มอลตา, เนเธอร์แลนด์, โปแลนด์, โปรตุเกส, โรมาเนีย, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, สเปน, สวีเดน | ไอซ์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, นอร์เวย์, สวิตเซอร์แลนด์, โมนาโก, ซานมารีโน, นครรัฐวาติกัน, อังกฤษ (หมายเหตุ: ตอนนี้ที่อังกฤษยกเลิกนโยบายคืนภาษี (Tax Refund) สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ) |
ขอคืนภาษีได้ไหม? มาเช็กเงื่อนไขการขอคืนภาษีในยุโรปกัน
หากต้องการขอคืนภาษีในสหภาพยุโรป เงื่อนไขแรกที่คุณต้องมีก็คือ
- อายุ 18 ปีขึ้นไป
- สัญชาตินอกสหภาพยุโรป
- ผู้ที่ไม่ได้พำนักอยู่ในสหภาพยุโรป (หรือก็คือผู้ที่ไม่ได้ถือวีซ่าระยะยาวหรือวีซ่าพำนักของสหภาพยุโรป)
ตัวอย่างเช่น ชาวไทยที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและอาศัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อไปช้อปปิ้งในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ก็สามารถขอคืนภาษีได้ด้วย
📌 หลักเกณฑ์การขอคืนภาษีสำหรับประเทศอื่นๆ นอกสหภาพยุโรป: ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป, ไม่ได้ถือสัญชาติของประเทศนั้นๆ และไม่ได้เป็นผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่น (ไม่มีวีซ่าพำนักระยะยาว)
ยอดเงินและอัตราการคืนภาษีในยุโรป

ที่มาของภาพ: Unsplash
อัตราการคืนภาษี (Tax Refund) ของประเทศยอดฮิตในยุโรปในความเป็นจริงแล้ว อัตราเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตาม "ประเภทสินค้า, ร้านค้าที่ร่วมรายการ, ค่าธรรมเนียมของบริษัทคืนภาษี และ กฎระเบียบของแต่ละประเทศ" สามารถดูข้อมูลจากตารางด้านล่างนี้ได้เลย
เกณฑ์การขอคืนภาษีในกลุ่มประเทศ EU (ทำเรื่องขอคืนภาษีได้ที่ประเทศสุดท้ายใน EU ก่อนเดินทางกลับได้เลย)
ประเทศ | อัตราการคืนภาษี (%) | เกณฑ์ขั้นต่ำในการขอคืนภาษี |
ฮังการี | 12-15% | 63,001 HUF (*ราคาลดลง) |
สวีเดน | 8.3-19% | 200 SEK |
เดนมาร์ก | 11.8-17.5% | 300 DKK |
ฟินแลนด์ | 14-24% | 40 EUR |
โปรตุเกส | 10-23% | 61.50 EUR |
โปแลนด์ | 13.2-16.5% | 200 PLN |
ไอร์แลนด์ | 7.7-16.7% | 75 EUR |
กรีซ | 17-24% | 50 EUR |
อิตาลี | 11.6-15.5% | 154.95 EUR |
สเปน | 15.7% | 0.01 EUR |
เนเธอร์แลนด์ | 7.8-15.5% | 50 EUR |
เช็ก | 11.3-17% | 2,001 CZK |
เบลเยียม | 8.7-15% | 125.01 EUR |
ออสเตรีย | 12% | 75.01 EUR |
ฝรั่งเศส | 12% | 100 EUR |
เยอรมนี | 6.1-14.5% | 50EUR |
ลักเซมเบิร์ก | 7.8-13% | 74 EUR |
เกณฑ์การขอคืนภาษีสำหรับประเทศนอกสหภาพยุโรป (ต้องขอคืนภาษีแยกกัน)
ประเทศ | อัตราการคืนภาษี | เกณฑ์ขั้นต่ำในการขอคืนภาษี |
ไอซ์แลนด์ | 12-15% | 6,000 ISK |
สวิตเซอร์แลนด์ | 3.8-6% | 300 CHF |
นอร์เวย์ | 11-19% | 315 NOK |
📌 หมายเหตุ: ตอนนี้ที่อังกฤษไม่มีระบบคืนภาษีแล้ว
วิธีขอคืนภาษีในยุโรป
แล้วสรุปว่าเราจะขอ tax refund ยุโรป ในยุโรปได้ยังไงกันนะ? การขอคืนภาษีในยุโรปแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ รับเป็นเงินสด และ คืนเข้าบัตรเครดิต
📌 สิ่งที่สำคัญที่สุด! ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ก็ต้อง "ประทับตราศุลกากรลงบนใบขอคืนภาษี" ให้เรียบร้อยก่อน
รับเป็นเงินสดได้ทันที
หากคุณเลือกรับเงิน tax refund ยุโรป เป็นเงินสดที่หน้างานโดยตรง ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับเงินคืนในภายหลัง แต่มีข้อควรระวังคือ การขอคืนเป็นเงินสดจะมีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูง และอัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นอยู่กับเคาน์เตอร์คืนภาษีแต่ละแห่ง นอกจากนี้ ในขั้นตอนการคืนภาษี คุณจะต้องใช้บัตรเครดิตเพื่อเป็นการค้ำประกัน เพื่อป้องกันกรณีที่การคืนภาษีไม่สำเร็จ ซึ่งทางร้านค้าจะเรียกเก็บเงินคืนภาษีจำนวนนั้นกลับคืนจากบัญชีบัตรเครดิตของคุณนั่นเอง
👉ข้อดี: รับเงินคืนเป็นเงินสดได้โดยตรง
👉 ข้อเสีย: ค่าธรรมเนียมค่อนข้างสูง และอาจจะไม่ได้รับเงินคืนภาษีในจำนวนที่คุ้มค่าที่สุด
📌 ข้อควรระวัง: วิธีนี้ยังต้องไปที่สนามบินเพื่อให้ศุลกากรประทับตราในใบขอคืนภาษี และส่งใบขอคืนภาษีกลับไปให้เรียบร้อย ถึงจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์ (ไม่อย่างนั้นจะมีการเรียกเก็บเงินคืนภาษีกลับจากบัตรเครดิตที่ใช้ค้ำประกันไว้)
รับเงินคืนเข้าบัญชีบัตรเครดิต
หากเลือกวิธีรับเงินคืนเข้าบัตรเครดิตโดยตรง คุณจะได้รับเงินคืนเกือบเต็มจำนวนเลยทีเดียว แถมขั้นตอนการขอคืนภาษีก็ง่ายมาก เพียงแค่ประทับตราที่สนามบินแล้วส่งแบบฟอร์มคืนภาษีก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแนะนำให้ถ่ายรูปใบขอคืนภาษีเก็บไว้ เพื่อที่จะได้ใช้ติดตามสถานะการคืนเงินทางออนไลน์ได้ในภายหลัง
👉 ข้อดี: สามารถได้รับเงินคืนภาษีเกือบเต็มจำนวน
👉 ข้อเสีย: ต้องรอสักพักกว่าจะได้รับเงินคืนภาษี
📌 ข้อควรระวัง: บัตรเครดิตต้องเป็นชื่อของผู้เดินทางเอง และวิธีนี้ยังคงต้องไปที่สนามบินเพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตราคืนภาษี และส่งแบบฟอร์มคืนภาษีกลับไป
ขอคืนภาษียังไง? คู่มือสอนกรอกแบบฟอร์ม Tax Refund ยุโรปแบบเข้าใจง่าย
ขั้นตอนที่ 1: มองหาร้านค้า Tax Free

ที่มาของภาพ: สนามบินเบอร์ลิน
อันดับแรกเลย เวลาไปช้อปปิ้งที่ยุโรป เพียงแค่เลือกซื้อของในร้านที่มีป้าย "Tax Free" และมียอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ประเทศนั้นกำหนด ตอนจะจ่ายเงินก็แค่บอกพนักงานว่า "ขอคืนภาษี (Tax Refund)" พร้อมกับยื่นพาสปอร์ตให้ดู เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว
จากนั้น พนักงานอาจจะ:
- ยื่นพาสปอร์ตของคุณเพื่อกรอกข้อมูล และพิมพ์แบบฟอร์มขอคืนภาษีให้คุณเซ็นชื่อได้เลย
- หรือจะลองดาวน์โหลดแอป (เช่น Global Blue - Shop Tax Free) มาเตรียมไว้ก่อน แล้วกรอกข้อมูลในแอปให้เรียบร้อย จากนั้นพนักงานก็สามารถสแกนเพื่อพิมพ์ใบขอคืนภาษีออกมาได้ทันทีเลย (แต่เนื่องจากแอปยังอยู่ในช่วงพัฒนา อาจจะยังไม่มีให้บริการครบทุกร้าน และที่สนามบินก็อาจจะยังใช้ไม่ได้ในบางจุด)
- มีหลายคนเคยเจอเคสที่เขาพิมพ์ใบขอคืนภาษีแบบว่างเปล่ามาให้เรากรอกเองเหมือนกัน แล้วต้องกรอกยังไงดีล่ะ? ตามไปดูขั้นตอนในหัวข้อต่อไปได้เลย
📌 สุดท้ายแล้ว ทางร้านจะให้ "แบบฟอร์มขอคืนภาษี, ใบเสร็จรับเงิน และซองสำหรับคืนภาษี" ทั้ง 3 อย่างนี้ต้องเก็บรักษาไว้ด้วยกันให้ดีๆ ห้ามทำหายเด็ดขาด!
ขั้นตอนที่ 2: กรอกแบบฟอร์มขอคืนภาษี
โดยทั่วไปแล้ว ใบขอคืนภาษีแต่ละใบอาจจะมีหน้าตาแตกต่างกันไปบ้าง บางใบอาจจะพิมพ์ออกมา หรือ บางใบอาจจะเป็นแบบฟอร์มมาตรฐานของทางร้าน แต่เนื้อหาสำคัญส่วนใหญ่จะคล้ายคลึงกัน โดยข้อมูลที่คุณต้องกรอกจะมีดังนี้
- ชื่อภาษาอังกฤษตามหนังสือเดินทาง (Name)
- เลขที่หนังสือเดินทาง Passport NO.
- ประเทศ:ประเทศไทย (Thailand) (ตรวจสอบรหัสประเทศให้เป็น 764)
- หมายเลขโทรศัพท์มือถือ Mobile No (กรุณาระบุรหัสประเทศ +66)
- ที่อยู่ภาษาอังกฤษ Address (แปลที่อยู่จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ)
- ลายเซ็น Signature (ให้เหมือนกับในหนังสือเดินทาง)
- หมายเลขบัตรเครดิต (👉 ต้องเป็นหมายเลขบัตรของตัวเองเท่านั้น เพราะเคาน์เตอร์คืนภาษีอาจจะตรวจสอบว่าเป็นบัตรของคุณจริงหรือไม่ และแนะนำให้กรอกหมายเลขบัตรใบเดียวกันทุกใบเพื่อเลี่ยงการโดนหักค่าธรรมเนียมหลายต่อ หากคุณเลือกรับเงินคืนเข้าบัตรเครดิตจำเป็นต้องกรอกข้อมูลส่วนนี้ แต่ถ้าเลือกรับเป็นเงินสดก็ไม่ต้องกรอกตรงส่วนนี้)
แค่กรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มนี้ ก็ไม่มีปัญหาในการขอ tax refund ยุโรป แล้ว
ขั้นตอนที่ 3: ไปสนามบินเพื่อประทับตราศุลกากรในใบขอคืนภาษี

ที่มาของภาพ: สนามบินเบอร์ลิน
หลังจากที่เดินทางมาถึงสนามบินแล้ว
👉 เริ่มต้นด้วยการไปเช็คอิน (Check-in) ที่เคาน์เตอร์สายการบินก่อนเลย พอได้รับบอร์ดดิ้งพาสแล้ว (📌 ต้องได้รับบอร์ดดิ้งพาสก่อนเท่านั้น) จำไว้ว่าถ้าในกระเป๋าที่จะโหลดใต้เครื่องมีสินค้าที่ต้องทำ Tax Refund อย่าเพิ่งโหลดกระเป๋าที่เคาน์เตอร์ ให้บอกเจ้าหน้าที่ว่าเราจะไปทำเรื่องคืนภาษีก่อน
👉 จากนั้นก็นำกระเป๋าเดินทางที่จะโหลดใต้เครื่อง ไปประทับตราขอคืนภาษี (Tax Refund) ที่เคาน์เตอร์ศุลกากรกันเลย ทางเคาน์เตอร์ศุลกากรจะช่วยจัดการโหลดกระเป๋าเดินทางให้คุณเอง อย่างที่สนามบินเบอร์ลิน เคาน์เตอร์ศุลกากรจะตั้งอยู่ที่เคาน์เตอร์เช็คอินหมายเลข 711-712 (อย่าเผลอเดินขึ้นไปที่ Zoll บนชั้น 2 เชียว ยกเว้นว่าจะเลยเวลาทำการของเคาน์เตอร์ศุลกากรไปแล้ว)
ขั้นตอนที่ 4: ส่งใบ Tax Refund กลับไปยังบริษัทคืนภาษี
สุดท้ายก็นำแบบฟอร์มขอคืนภาษีที่ประทับตราศุลกากรเรียบร้อยแล้ว พร้อมใบเสร็จรับเงิน และ ซองคืนภาษี ไปยื่นที่เคาน์เตอร์ Tax Free เพื่อดำเนินการ จากนั้นก็แค่หย่อนเอกสารทั้งหมดลงในตู้ไปรษณีย์ที่อยู่ข้างๆ เท่านี้ก็เรียบร้อย
ป.ล. ร้านค้าบางแห่ง (อย่างเช่นร้าน DM ในเยอรมนี) อาจจะขอให้คุณส่งแบบฟอร์มขอคืนภาษีที่ประทับตราศุลกากรเรียบร้อยแล้วกลับไปยังบริษัททางไปรษณีย์หลังจากเดินทางออกนอกประเทศ จากนั้นร้านจะคืนเงินเข้าบัตรเครดิตตามที่คุณกรอกไว้ ซึ่งขั้นตอนการขอคืนภาษีของแต่ละร้านอาจจะแตกต่างกันไป
สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการขอคืนภาษี (Tax Refund) ในยุโรป
สำหรับการทำเรื่องขอ tax refund ยุโรป หากคุณต้องการให้ขั้นตอนต่างๆ รวดเร็วและทันใจยิ่งขึ้น แนะนำให้เตรียมสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการขอคืนภาษีไว้ล่วงหน้าให้พร้อม ซึ่งประกอบไปด้วย:
- หนังสือเดินทาง (ต้องเป็นวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้น เช่น การเข้าเมืองแบบไม่ต้องขอวีซ่าเชงเกน 3 เดือน)
- ใบเสร็จการช้อปปิ้ง
- ใบขอคืนภาษี
- สินค้าที่ขอคืนภาษี (ห้ามแกะหีบห่อเด็ดขาด! สามารถใส่ไว้ในกระเป๋าโหลดใต้เครื่องได้ แต่อย่าลืมนำไปแสดงที่เคาน์เตอร์ศุลกากร)
ลืมขอคืนภาษีที่ยุโรป ทำยังไงดี?
สิ่งที่ควรจำให้ชัดคือ tax refund ยุโรป ต้องทำและต้องประทับตราศุลกากรให้เรียบร้อยก่อนเดินทางออกจากสหภาพยุโรปเท่านั้น หากออกนอกยุโรปมาแล้วโดยไม่ได้ประทับตรา โอกาสขอคืนภาษีจะยากมาก แต่ยังพอมีทางแก้ได้ในบางกรณี ซึ่งขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยาก ดังนี้
ขั้นตอนที่อาจพอทำได้ หากลืมประทับตราศุลกากร
1. เตรียมใบเสร็จและเอกสารขอคืนภาษี
รวบรวมใบเสร็จสินค้าที่ซื้อจากยุโรป และแบบฟอร์มขอคืนภาษี (Tax Refund Form) ให้ครบถ้วน
2. แจ้งศุลกากรไทยเมื่อเดินทางกลับประเทศไทย
เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ให้เดินเข้าช่องแดง (Goods to Declare) ที่ด่านศุลกากรสนามบิน และแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีสินค้าที่ซื้อจากต่างประเทศ พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ออกเอกสารหรือประทับตรายืนยันว่า สินค้ามีมูลค่าไม่เกินวงเงินยกเว้นภาษีนำเข้าของไทย (ปัจจุบันไม่เกิน 20,000 บาทต่อคน)
3. ติดต่อหน่วยงานศุลกากรหรือบริษัทคืนภาษีในยุโรป
ส่งอีเมลอธิบายสถานการณ์ไปยังศุลกากรของประเทศในยุโรปที่คุณเดินทางออกเป็นประเทศสุดท้าย หรือบริษัทคืนภาษีที่ออกเอกสารให้ (เช่น Global Blue, Planet)
4. ส่งเอกสารประกอบเพิ่มเติม
โดยทั่วไปต้องแนบ
- แบบฟอร์มขอคืนภาษีที่กรอกครบ
- สำเนาใบเสร็จ
- สำเนาหน้าพาสปอร์ต
- เอกสารรับรองจากศุลกากรไทย
ทั้งนี้ การอนุมัติขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศุลกากรหรือบริษัทคืนภาษี และ ไม่มีการรับประกันว่าจะได้รับเงินคืน
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการขอคืนภาษีในยุโรป
- เงื่อนไขการขอคืนภาษี (Tax Refund) ในยุโรปคือ: อายุ 18 ปีขึ้นไป + ไม่ได้ถือสัญชาติในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) + ไม่ได้ถือวีซ่าระยะยาวหรือใบอนุญาตพำนักในยุโรป
- แค่จำไว้ว่า "สำหรับทุกประเทศในสหภาพยุโรป ให้ทำเรื่องขอคืนภาษีที่ประเทศสุดท้ายก่อนเดินทางออกจาก EU" เท่านี้ก็เรียบร้อย!
- ประเทศท่องเที่ยวยอดฮิตในยุโรปอย่างไอซ์แลนด์, สวิตเซอร์แลนด์ และ สหราชอาณาจักร (ตอนนี้อังกฤษไม่มีระบบคืนภาษีแล้ว) ถือเป็น "ประเทศนอกกลุ่มสหภาพยุโรป" อย่าลืมทำเรื่องขอคืนภาษีของประเทศนั้นๆ ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ
- สำหรับใครที่มีเที่ยวบินต่อเครื่อง แล้วเวลาแวะพักในประเทศสุดท้ายของสหภาพยุโรป (EU) ก่อนเดินทางออกนั้นสั้นเกินไป (น้อยกว่า 1 ชั่วโมง) ก็สามารถเลือกทำเรื่องขอคืนภาษี (Tax Refund) ในประเทศก่อนหน้านั้นได้เลย! (ตัวอย่างเช่น: หากเดินทางจาก กรีซ → เยอรมนี → (ต่อเครื่อง) เนเธอร์แลนด์ → สวิตเซอร์แลนด์ → ไทย แล้วเวลาต่อเครื่องที่เนเธอร์แลนด์สั้นเกินไป เราก็สามารถเลือกทำเรื่องขอคืนภาษีของทั้งกรีซ และ เยอรมนีที่ประเทศเยอรมนีได้เลยนั่นเอง!)
- อย่าลืมว่าเวลาขอคืนภาษี (Tax Refund) ในยุโรป ต้องไปรับบัตรขึ้นเครื่อง (Boarding Pass) ก่อน แล้วค่อยพากระเป๋าเดินทางที่จะโหลดใต้เครื่องไปประทับตราที่เคาน์เตอร์ศุลกากร จากนั้นเจ้าหน้าที่จะช่วยจัดการโหลดกระเป๋าให้เราเองเลย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขอคืนภาษีในยุโรป
ของที่ขอคืนภาษีสามารถโหลดใต้เครื่องได้ไหม?
สามารถทำได้แต่มีขั้นตอนสำคัญคือ หลังจากเช็กอินและได้บอร์ดดิ้งพาสแล้ว อย่าเพิ่งโหลดกระเป๋า ให้นำสินค้าที่จะขอคืนภาษีพร้อมใบเสร็จและแบบฟอร์มไปที่ด่านศุลกากร (Customs) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประทับตราเอกสารก่อน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะช่วยส่งกระเป๋าของคุณไปโหลดใต้เครื่องให้เลยวิธีขอคืนภาษีในยุโรปมีกี่แบบ?
สามารถขอคืนได้ 2 วิธีหลัก ๆ คือ
- รับเป็นเงินสด (Cash Refund): รับเงินสดได้ทันทีที่สนามบิน
- คืนเข้าบัตรเครดิต (Credit Card Refund): ระบบจะโอนคืนภายในไม่กี่สัปดาห์
แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ต้องได้รับตราประทับจากศุลกากร และส่งแบบฟอร์มคืนภาษีทางไปรษณีย์ (ที่สนามบินจะมีตู้ให้หยอดส่ง)ถ้าเดินทางข้ามหลายประเทศในยุโรป ต้องทำเรื่องคืนภาษีทุกประเทศไหม?
ไม่จำเป็นเพราะ คุณสามารถทำเรื่องคืนภาษีที่ประเทศสุดท้ายในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ที่คุณเดินทางออกเท่านั้น เช่น ถ้าคุณช้อปในฝรั่งเศส–อิตาลี แล้วกลับไทยจากเยอรมนี ก็ทำเรื่องคืนภาษีที่สนามบินเยอรมนีได้เลย แต่ถ้าเป็นประเทศนอกสหภาพยุโรป (เช่น อังกฤษ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ หรือสวิตเซอร์แลนด์) ต้องทำเรื่องคืนภาษีแยกต่างหากค่ะของที่ขอคืนภาษีสามารถแกะกล่องได้ไหม?
ไม่ได้ค่ะ เพราะสินค้าที่จะขอคืนภาษีต้องอยู่ในสภาพยังไม่ได้แกะหรือใช้งาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้เงินคืนภาษีจะได้รับเมื่อไหร่?
- ถ้าเลือกแบบ รับเงินสด จะได้รับทันทีที่สนามบิน
- ถ้าเลือกแบบโอนคืนเข้าบัตรเครดิต จะใช้เวลาประมาณ 1–6 สัปดาห์ แล้วแต่บริษัทผู้ให้บริการคืนภาษี
- ถ้าเลือกแบบ รับเงินสด จะได้รับทันทีที่สนามบิน
อัตราคืนภาษีในยุโรปอยู่ที่เท่าไหร่?
แตกต่างกันตามประเทศและประเภทสินค้า โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ
- ฟินแลนด์: 14–24%
- กรีซ: 17–24%
- สวิตเซอร์แลนด์: 3.8–6% (ประเทศนอก EU ต้องคืนภาษีแยก)
ส่วนประเทศอื่น ๆ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5–10%ประเทศไหนในยุโรปคืนภาษีได้เยอะที่สุด?
ประเทศที่มีอัตราคืนภาษีสูงที่สุด ได้แก่ กรีซ, ฟินแลนด์, ฮังการี, โปแลนด์, อิตาลี, ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส โดยคืนได้มากสุดถึง 11–24% ตามประเภทสินค้าและระบบภาษีของแต่ละประเทศค่ะ




