
ไปเที่ยวต่างประเทศทีไร เรื่องที่ทำให้ใจหายที่สุดมักไม่ใช่แผนเที่ยว แต่คือเสียงจากเคาน์เตอร์เช็กอินว่า “น้ำหนักเกินนะคะ” ยิ่งสายช้อป ยิ่งเสี่ยงโดนค่าปรับหรือรื้อกระเป๋ากลางสนามบินแบบไม่ทันตั้งตัว เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเลยกลายเป็นไอเทมช่วยชีวิต ชั่งได้ก่อนออกจากที่พักแบบสบายใจ รู้ล่วงหน้าว่าน้ำหนักอยู่ตรงไหน จัดของได้เป๊ะ ไม่ต้องลุ้นตอนเช็กอิน ตาม Trip.com มาดูกันว่าทำไมเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าถึงควรมีติดกระเป๋าเดินทางไว้สักอัน
เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าคืออะไร?

ภาพจากเว็บไซต์ช้อปปิ้ง momo
พูดง่าย ๆ คือ เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กที่ออกแบบมาไว้ชั่งน้ำหนักกระเป๋าโดยเฉพาะ วิธีใช้ก็แสนง่าย แค่คล้องตาชั่งเข้ากับหูหิ้วกระเป๋า แล้วยกขึ้นเบา ๆ ก็รู้ว่าน้ำหนักอยู่ที่เท่าไหร่ ช่วยลดความกังวลเรื่องน้ำหนักเกินก่อนถึงสนามบินได้เยอะมาก
เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่พบได้ทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 แบบหลัก ๆ แบบแรกคือเครื่องชั่งดิจิทัล ที่มีหน้าจอแสดงตัวเลขชัด อ่านง่าย บางรุ่นสามารถสลับหน่วยกิโลกรัมกับปอนด์ได้ ใช้งานสะดวกและแม่นยำที่สุด แบบที่สองคือเครื่องชั่งแบบเข็ม จุดเด่นคือไม่ต้องใช้ถ่าน โครงสร้างเรียบง่ายและทนทาน เหมาะกับคนที่อยากพกติดกระเป๋าไว้ตลอด และแบบสุดท้ายคือเครื่องชั่งแบบบิลต์อิน ที่ติดมากับกระเป๋าเดินทาง ยกหูจับก็เช็กน้ำหนักได้ทันที ไม่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่ม แม้ราคาจะสูงกว่า แต่ก็สะดวกมากสำหรับสายเดินทางบ่อย

ภาพจากเว็บไซต์ช้อปปิ้ง momo
ก่อนใช้งาน อย่าลืมตรวจสอบก่อนว่าเครื่องชั่งรองรับน้ำหนักได้สูงสุดกี่กิโลกรัม โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 40–50 กิโลกรัม ซึ่งเพียงพอกับกระเป๋าโหลดใต้เครื่องส่วนใหญ่ หากเป็นเครื่องชั่งแบบดิจิทัล ควรเช็กให้หน้าจอแสดงเลข 0 ก่อนเริ่มชั่ง เพื่อให้ได้ค่าน้ำหนักที่แม่นยำ
ขั้นตอนการชั่งไม่ยุ่งยาก แค่นำตะขอหรือสายรัดของเครื่องชั่งไปคล้องกับหูหิ้วกระเป๋า เลือกจุดที่แข็งแรง จากนั้นยืนให้มั่นคง แล้วยกกระเป๋าขึ้นจากพื้นจนลอย ถือให้นิ่งประมาณ 2–3 วินาที รอจนตัวเลขหรือเข็มหยุดนิ่ง แล้วค่อยอ่านค่าน้ำหนัก
ถ้าเครื่องชั่งสามารถเปลี่ยนหน่วยได้ อย่าลืมตรวจสอบว่าแสดงผลเป็นกิโลกรัม เพื่อป้องกันความสับสนกับหน่วยปอนด์ แนะนำให้ชั่งซ้ำอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยเฉพาะเมื่อกระเป๋าน้ำหนักใกล้เกณฑ์ของสายการบิน และควรเผื่อน้ำหนักไว้อีกประมาณ 0.5–1 กิโลกรัม เพื่อความชัวร์ จะได้ไม่ต้องลุ้นหรือเสียค่าปรับตอนเช็กอินค่ะ
เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ซื้อที่ไหนดี?
ถึงจะไม่ใช่ไอเทมที่ใช้ทุกวัน แต่เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทางหาซื้อได้ง่ายกว่าที่คิดมาก ตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านขายของใช้ในบ้านทั่วไปก็มีวางขาย รวมถึงร้านอุปกรณ์เดินทางและร้านขายกระเป๋าเดินทางโดยเฉพาะ ข้อดีของการซื้อหน้าร้านคือได้ลองจับจริง ดูขนาด น้ำหนัก และความถนัดมือก่อนตัดสินใจ
ถ้าไม่มีเวลาออกไปเลือกเอง การซื้อออนไลน์ก็สะดวกไม่แพ้กัน เพราะมีตัวเลือกให้เลือกหลากหลาย ทั้งราคาและดีไซน์ แถมยังดูรีวิวจากผู้ใช้งานจริงได้ ช่วยลดโอกาสซื้อพลาดได้เยอะ
สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าเดินทางไม่บ่อย รุ่นพื้นฐานที่ซื้อออนไลน์ก็ใช้งานได้สบาย แต่ถ้าเป็นสายเที่ยวหรือบินบ่อย แนะนำให้ไปลองเลือกที่หน้าร้าน จะได้เครื่องชั่งที่จับถนัด ใช้งานง่าย และอุ่นใจทุกครั้งก่อนออกเดินทางค่ะ
เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง เอาขึ้นเครื่องได้ไหม?

เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทางสามารถนำขึ้นเครื่องได้ไหม? คำตอบคือได้แน่นอน เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทางถือเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กที่ไม่เป็นอันตราย สามารถพกติดตัวขึ้นเครื่องหรือโหลดใต้ท้องเครื่องได้ ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องชั่งที่ใช้งาน เพียงแค่เลือกวางให้เหมาะ ก็ใช้งานได้สบายใจตลอดทริป
ตารางสรุปการพกเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่อง
ประเภทเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋า | นำขึ้นเครื่องได้ไหม | แนะนำให้เก็บไว้ตรงไหน |
เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าแบบดิจิทัล (ใช้ถ่านทั่วไป) | ได้ | พกขึ้นเครื่องหรือโหลดใต้ท้องเครื่องก็ได้ |
เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าแบบดิจิทัล (มีแบตเตอรี่ลิเธียมในตัว) | ได้ | ควรใส่ในสัมภาระถือขึ้นเครื่อง |
เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าแบบเข็ม (ไม่ใช้ถ่าน) | ได้ | พกขึ้นเครื่องหรือโหลดใต้ท้องเครื่องก็ได้ |
กระเป๋าเดินทางที่มีเครื่องชั่งในตัว | ได้ | โหลดไปพร้อมกระเป๋า หรือพกขึ้นเครื่องก็ได้ |
ในสนามบินมีที่สำหรับชั่งน้ำหนักกระเป๋าไหม?
หลายคนอาจสงสัยว่า ที่สนามบินมีจุดให้ชั่งน้ำหนักกระเป๋าไหม? คำตอบคือมีแต่ต้องบอกตามตรงว่าไม่ได้มีทุกที่และบางสนามบินก็หาค่อนข้างยาก อย่างสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง จะมีเครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญ (ครั้งละประมาณ 10 บาท) ให้บริการในบางจุดของโถงผู้โดยสารขาออก
สำหรับสนามบินต่างประเทศ อย่าง Incheon International Airport จะมีเครื่องชั่งน้ำหนักสาธารณะให้บริการฟรีในโถงขาออก หาได้ค่อนข้างง่าย จึงนิยมมาชั่งก่อนเข้าแถวเช็กอิน ขณะที่ Narita International Airport และ Haneda Airport จะมีเครื่องชั่งแบบบริการตนเองเฉพาะบางอาคาร และตำแหน่งค่อนข้างหายาก ทำให้หลายคนเลือกไปเช็กน้ำหนักที่เคาน์เตอร์แทน ส่วน Hong Kong International Airport มักจะมีเครื่องชั่งให้ใช้บริเวณโซนเช็กอิน แต่ในช่วงเวลาเร่งด่วนอาจต้องรอคิวเล็กน้อย
สรุปคือ แม้หลายสนามบินจะมีจุดให้ชั่งน้ำหนักกระเป๋า แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีให้ใช้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นการชั่งน้ำหนักให้เรียบร้อยตั้งแต่ที่บ้าน หรือพกเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าติดตัวไปเอง จะช่วยให้เดินทางได้สบายใจ ไม่ต้องลุ้นหน้างานค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง
จำเป็นต้องซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทางไหม?
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคนค่ะ แต่ถ้าคุณเป็นสายช้อป หรือเดินทางต่างประเทศบ่อย การมีเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าติดบ้านไว้สักเครื่องจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องน้ำหนักเกินได้มาก เพราะสามารถเช็กน้ำหนักล่วงหน้าก่อนถึงสนามบิน ไม่ต้องลุ้นหรือเสียค่าปรับหน้างานเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทางแม่นยำแค่ไหน?
โดยทั่วไป เครื่องชั่งที่วางขายจะมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้ได้ค่าน้ำหนักที่แม่นขึ้น แนะนำให้ยกกระเป๋าให้ลอยจากพื้น ตั้งให้นิ่ง แล้วชั่งซ้ำอย่างน้อย 2 ครั้ง จากนั้นใช้ค่าที่มากกว่าเป็นหลัก จะช่วยให้สบายใจกว่าทำไมชั่งน้ำหนักที่บ้านกับที่สนามบินถึงไม่เท่ากัน?
ความต่างมักเกิดจากความแม่นยำของเครื่องชั่งแต่ละเครื่อง รวมถึงท่าทางและองศาการยกกระเป๋า ซึ่งมีผลต่อตัวเลขที่แสดง แนะนำให้เผื่อน้ำหนักไว้ประมาณ 0.5–1 กิโลกรัม เพื่อป้องกันไม่ให้กระเป๋าเกินแบบเฉียดฉิวเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทางพกขึ้นเครื่องได้ไหม?
ได้แน่นอนค่ะ ทั้งเครื่องชั่งแบบดิจิทัลและแบบเข็มสามารถนำขึ้นเครื่องได้ แนะนำให้ใส่ไว้ในกระเป๋าถือ จะได้หยิบมาใช้ชั่งน้ำหนักอีกครั้งตอนขากลับ โดยเฉพาะหลังช้อปของฝากจาก Duty Free แบบจุใจ



