
ใครกำลังออกเดินทางด้วยเครื่องบินและต้องเปลี่ยนเครื่องมารวมกันตรงนี้! วันนี้ Trip.com ได้รวบรวมคู่มือที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย Check-through มาฝากทุกคนแบบม้วนเดียวจบแล้ว Check-through คืออะไร วิธีตรวจสอบหน้าจองตั๋วของ Trip.com ว่ากระเป๋าเรา Check-through หรือไม่ ข้อดีของนโยบาย Check-through พร้อมแชร์ทริคการจัดกระเป๋าสำหรับค้างคืน ให้เพื่อน ๆ ที่กำลังต่อเครื่องได้คลายความกังวลและออกไปท่องโลกกว้างอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด หากพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลย~
สัมภาระเช็กทรู (Check-through) คืออะไร?
หากใครเป็นสายเที่ยวที่ต้องเดินทางประจำทั้งในและต่างประเทศ หรือต้องต่อเครื่องบินไป - มาบ่อย ๆ คงต้องคุ้นหูคำว่า "Check-through" (เช็กทรู) แน่นอน! จริง ๆ แล้วคำว่า Check-through นี้เข้าใจง่ายมาก ๆ คือบริการสำหรับคนที่มีต่อเรื่องโดยที่กระเป๋าไปถึงสนามบินปลายทางเลย อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ หลังจากที่เราทำการโหลดกระเป๋าที่เคาน์เตอร์เช็กอินจากต้นทางแล้ว แม้เพื่อน ๆ จะต้องต่อเครื่องระหว่างทาง ก็ไม่จำเป็นต้องไปรับกระเป๋าออกมาเพื่อโหลดใหม่ให้วุ่นวายนั่นเองค่ะ~ เพราะสายการบินจะส่งกระเป๋าของเรา "ตรงไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้าย" ให้เลย ทีนี้เราก็แค่พกมือถือกับพาสปอร์ตติดตัวสวย ๆ แล้วเดินไปรอต่อเครื่องได้แบบชิล ๆ เลย
ยกตัวอย่างเช่น: ไทเป → ฮ่องกง → ลอนดอน ในกรณีที่มีการเช็กอินกระเป๋าแบบส่งตรงถึงปลายทาง (Through Check-in) เราเพียงแค่เช็กอินกระเป๋าที่ไทเปครั้งเดียวเท่านั้น จากนั้นกระเป๋าของเราก็จะถูกส่งตรงไปยังลอนดอนทันที โดยที่เพื่อน ๆ ไม่ต้องไปรับกระเป๋าที่ฮ่องกง และไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวเพื่อทำการเช็กอินกระเป๋าใหม่อีกรอบให้วุ่นวายและเสียเวลาค่ะ!

นอกจากนี้ หลายคนมักจะสับสนระหว่างการเช็กอินกระเป๋าแบบ Check-through กับ "ตั๋วเครื่องบินแบบต่อเครื่อง" แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองอย่างนี้ไม่เหมือนกันนะคะ! โดยปกติแล้ว ตั๋วแบบต่อเครื่องจะเป็นตั๋วใบเดียวกันและอยู่ในเส้นทางบินชุดเดียวกัน ส่วนการ Check-through กระเป๋านั้นเป็นข้อตกลงระหว่างสายการบิน ซึ่งบางครั้งแม้จะเป็นคนละสายการบินหรือมีรหัสการจองคนละชุดกัน หากทั้งสองสายการบินมีความร่วมมือกัน เพื่อน ๆ ก็สามารถเช็กอินกระเป๋าแบบรวดเดียวไปถึงปลายทางได้เช่นกันค่ะ!
ไฮไลท์สำคัญของนโยบาย Check-through (เช็กทรู) ก็คือการโหลดกระเป๋าเพียงครั้งเดียวที่ช่วยให้เราสามารถเที่ยวได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล โดยเฉพาะในทริปที่มีเวลาต่อเครื่องกระชั้นชิด บริการนี้จะช่วยลดความวุ่นวายและช่วยให้เพื่อน ๆ ไม่ต้องสติแตกได้เยอะมาก และสำหรับใครที่พาเจ้าตัวน้อยมาด้วย หรือมีสัมภาระพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือ บอกเลยว่าเป็นบริการที่ยอดเยี่ยมและตอบโจทย์สุด ๆ ค่ะ
แนะนำเที่ยวบินราคาถูก
จะเช็กยังไงว่าเที่ยวบินมีบริการ Check-through (เช็กทรู) ถึงปลายทางหรือเปล่า?
วิธีเช็กว่ากระเป๋าเดินทางของเรา Check-through หรือไม่นั้น หลัก ๆ แล้วมี 3 วิธีด้วยกันค่ะ:
ข้อมูลเที่ยวบินของ Trip.com
เวลาค้นหาเที่ยวบิน เพียงแค่กดเปิดดูรายละเอียดเที่ยวบิน ก็จะเห็นข้อความแจ้งในหน้าจองเลยว่า "เช็กอินกระเป๋าถึงจุดหมายปลายทาง" (Baggage Checked Through)! และถึงแม้ว่าเที่ยวบินทั้งสองช่วงจะเป็นคนละสายการบินกัน แต่ถ้าสายการบินเป็นพันธมิตรกัน มีการร่วมมือกัน Trip.com ก็จะระบุไว้ให้เห็นชัดเจนเลยค่ะ เรียกว่าตรวจสอบได้ง่าย ๆ แบบนี้เลย


ตรวจสอบว่าสายการบินอยู่ในกลุ่มพันธมิตรเดียวกันหรือไม่
เที่ยวบินในกลุ่มพันธมิตรเดียวกันมักจะสามารถเช็กอินกระเป๋าแบบรวดเดียวถึงปลายทางได้ง่ายกว่า แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนี้เสมอไป 100% นะคะ เราจึงขอแนะนำให้ยึดตามข้อมูลที่ระบุไว้ในหน้าตั๋วเครื่องบินเป็นหลักเพื่อความชัวร์ค่ะ!
ตรวจสอบว่าสายการบินทั้งสองมีข้อตกลงการส่งต่อสัมภาระ (Interline Baggage Agreement) หรือไม่
ถึงแม้ว่าสายการบินเหล่านั้นจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มพันธมิตรเดียวกัน แต่หากสายการบินมีการทำข้อตกลง Interline ระหว่างกัน เพื่อน ๆ ก็มีโอกาสที่จะเช็กอินสัมภาระแบบรวดเดียวถึงปลายทางได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรายชื่อความร่วมมือ Interline อาจมีการเปลี่ยนแปลงและไม่ได้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดเสมอไป ประกอบกับแต่ละสายการบินมีพันธมิตรจำนวนมาก เพื่อความชัวร์ เราขอแนะนำให้ทุกคนตรวจสอบข้อมูลในหน้าการจองของ Trip.com เป็นหลัก หรือเข้าไปเช็กรายชื่อสายการบินพันธมิตร (Interline) ได้โดยตรงที่เว็บไซต์ทางการของสายการบินนั้น ๆ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางค่ะ
🚩 โดยปกติแล้ว สายการบินหลักของประเทศมักจะมีข้อตกลงการเช็กอินกระเป๋าแบบต่อเนื่อง (Interline Baggage) ร่วมกับสายการบินนานาชาติหลายแห่ง แต่เงื่อนไขของแต่ละสายการบินอาจแตกต่างกันไปตามเที่ยวบินและประเภทของตั๋วค่ะ ดังนั้นอย่าลืมตรวจสอบข้อมูลจากประกาศล่าสุดเป็นหลักก่อนการเดินทางนะคะ!
สัมภาระเช็กทรูแล้ว สามารถผ่าน ตม. เข้า - ออกเมืองได้ไหม?
และนี่คือจุดสำคัญที่นักเดินทางหลายคนมักเข้าใจผิดกันบ่อย ๆ นโยบาย Check-through หมายถึงกระเป๋าจะถูกส่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลารอรับกระเป๋าและทำการโหลดกระเป๋าใหม่ระหว่างต่อเครื่องค่ะ! แต่สำหรับการผ่านด่านตรวจในประเทศที่แวะเปลี่ยนเครื่องนั้น จะขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้แทน เช่น:
- บางประเทศอนุญาตไม่ต้องผ่านด่านตรวจระหว่างต่อเครื่อง หากต้องต่อเครื่องภายใน 72 ชั่วโมง หรืออาจสามารถขอ Visa on Arrival ได้ แต่บางประเทศก็ไม่อนุญาตเลย
- นอกจากนี้ การต่อเครื่องอาจต้องผ่านการตรวจความปลอดภัยและเช็กอินใหม่อีกรอบ ถึงแม้จะกลับเข้าไปในโซนผู้โดยสารขาออกได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถออกจากสนามบินได้เสมอไปค่ะ
สรุปเข้าใจง่าย ๆ คือ: สัมภาระอาจเช็กอินส่งตรงถึงปลายทางได้ แต่จะต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อออกไปข้างนอกสนามบินหรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบกฎระเบียบเพิ่มเติมของแต่ละที่ด้วยนะค่ะ
ข้อดีของการเช็กอินกระเป๋าแบบรวดเดียวถึงปลายทาง (Check-through) มีอะไรบ้าง?
ต่อเครื่องไม่ต้องโหลดกระเป๋าใหม่ ลดความวุ่นวาย ประหยัดเวลาสุด ๆ
โดยเฉพาะเที่ยวบินที่มีเวลาต่อเครื่องแค่ 1 ชั่วโมง หรือ 90 นาที การต้องไปต่อคิวที่เคาน์เตอร์เพื่อโหลดกระเป๋าใหม่เป็นเรื่องที่ยากสุด ๆ แต่หากเราได้รับนโยบาย Check-through หรือกระเป๋าจะส่งตรงถึงปลายทางเลยนั้น เพื่อน ๆ เพียงแค่เดินไปที่ประตูขึ้นเครื่องได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปรับกระเป๋าแล้วมาโหลดใหม่ให้วุ่นวาย
ลดความเสี่ยงกระเป๋าเดินทางสูญหาย
เนื่องจากต้องเคลื่อนย้ายกระเป๋าระหว่างการเดินทาง ทำให้ยิ่งเกิดความเสี่ยงต่อการสูญหายง่ายขึ้น~ การเลือกส่งกระเป๋าแบบ Check-through รวดเดียวถึงปลายทาง จะช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะทีเดียวค่ะ!
ไม่ต้องรอรับกระเป๋าระหว่างต่อเครื่อง ให้คุณเปลี่ยนเครื่องได้สะดวกสบายและชิลล์กว่าเดิม
อีกหนึ่งข้อดีคือ เราไม่ต้องลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ให้วุ่นวาย และไม่ต้องเสียเวลาไปรอรับกระเป๋าที่สายพาน สะดวกสบายและตอบโจทย์สุด ๆ สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกนัก
ต่อเครื่องได้สำเร็จ แม้มีเวลาเปลี่ยนเครื่องน้อย
หลายสายการบินมักจะขายตั๋วเครื่องบินที่ให้ "เวลาต่อเครื่องตามมาตรฐาน" แต่หากเรายังต้องไปจัดการเรื่องสัมภาระด้วยตัวเองอีกก็อาจทำเวลาไม่ทันได้~ ดังนั้น บริการ Check-through จึงช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้มาก ๆ เราเพียงแต่เลือกจองเที่ยวบินที่เวลาต่อเครื่องไม่กระชั้นชิดเกินไป เพียงเท่านี้ก็บินแบบสบายใจได้เลย!
ลดเวลาตรวจความปลอดภัยและประหยัดเวลาต่อคิว
เมื่อเช็กอินกระเป๋าแบบรวดเดียวถึงปลายทางแล้ว ระหว่างทางก็ไม่ต้องแวะไปที่เคาน์เตอร์โหลดกระเป๋า และไม่ต้องไปต่อแถวรอคิวยาวเหยียดอีกรอบ ช่วยประหยัดแรงและความเหนื่อยล้าไปได้เยอะเลยทีเดียวค่ะ!
เคล็ดลับการจัดกระเป๋าเดินทาง เมื่อต้องเช็กอินกระเป๋าแบบรวดเดียว (Check-through) มีอะไรบ้าง?

ภาพถ่ายโดย Paige Cody จาก Unsplash
เมื่อโหลดกระเป๋าแบบ Check-through แล้ว เพื่อน ๆ จะไม่ได้เห็นกระเป๋าอีกเลยจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง ดังนั้นต้องวางแผนให้ดีก่อนนะคะว่าของชิ้นไหนควรโหลดใต้เครื่อง และชิ้นไหนควรพกติดตัวขึ้นเครื่อง โดยเฉพาะหากเราต้องใช้เวลาต่อเครื่องนานมาก ๆ อาจต้อง ยิ่งต้องเตรียมตัวให้พร้อม! และนี่คือเคล็ดลับการจัดกระเป๋าที่สามารถนำไปใช้ได้จริงที่เราอยากนำมาฝากทุกคนค่ะ:
ของสำคัญต้องพกติดตัวไว้ในกระเป๋าถือ
ใช่ค่ะ ของสำคัญที่เราแทบจะต้องใช้ตลอดเวลาเราขอแนะนำให้ทุกคนพกติดตัวขึ้นเครื่องไปเลย เพราะสัมภาระที่โหลดใต้เครื่องจะถูกส่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางรวดเดียวเลย ระหว่างทางเราจึงไม่มีโอกาสได้นำออกมาใช้ค่ะ
- พาสปอร์ต เงินสด บัตรเครดิต
- ของมีค่า เช่น โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต และกล้องถ่ายรูป
- ยา คอนแทคเลนส์ และของใช้จำเป็น
- เอกสารและหลักฐานสำคัญ
- แบตเตอรี่สำรอง
หากต้องรอต่อเครื่องแบบข้ามคืน อย่าลืมเตรียม "กระเป๋าสำหรับค้างคืน" ไว้ล่วงหน้าให้พร้อม!
เชื่อว่าใครหลายคนอาจต้องรอต่อเครื่องเป็นเวลานานในบางประเทศ (มากกว่า 10 ชั่วโมง) หรือบางครั้งอาจถึงขั้นต้องนอนค้างคืนที่สนามบินเลยทีเดียว แต่เนื่องจากเราไม่สามารถนำกระเป๋าที่เช็กอินแบบ Check-through ออกมาใช้ระหว่างทางได้ ดังนั้นการเตรียม "Overnight Bag" หรือกระเป๋าสำหรับค้างคืนใบเล็ก ๆ ไว้ในสัมภาระพกพาจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก และนี่คือสิ่งของที่เราแนะนำให้เตรียมไว้ค่ะ:
- เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน 1 ชุด และชุดชั้นใน
- ของใช้ในห้องน้ำพื้นฐาน เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน โฟมล้างหน้าที่บรรจุในขวดเล็ก ฯลฯ
- ทิชชู่เปียกและกระดาษทิชชู่
- สกินแคร์พื้นฐานหรือเครื่องสำอาง เช่น โทนเนอร์ โลชั่น เป็นต้น
เพียงเท่านี้ ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะอยากพักผ่อนหรือนอนหลับที่สนามบิน ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีของใช้ส่วนตัว เพียงเพราะกระเป๋าเดินทางที่โหลดไว้ไม่ได้อยู่ข้าง ๆ
แบ่งของใช้ในห้องน้ำและสกินแคร์ใส่ขวดเล็ก จะได้ไม่เสี่ยงโดนทิ้ง
หากเพื่อน ๆ กำลังเตรียมกระเป๋าสำหรับค้างคืน (Overnight Bag) เพื่อพกพาขึ้นเครื่อง อย่าลืมตรวจสอบกฎระเบียบเรื่องของเหลวกันด้วยค่ะ เพราะจุดนี้ทำใครหลายคนตกม้าตายมาหลายรอบแล้ว:
- ภาชนะแต่ละชิ้นต้องมีขนาดไม่เกิน 100 มิลลิลิตร
- ของเหลวทั้งหมดต้องสามารถบรรจุลงในถุงใสขนาด 1 ลิตรได้พอดี
พกเสื้อผ้าสำรองติดกระเป๋าถือขึ้นเครื่องไปสักชุดไว้ด้วย
ถึงแม้ว่าโอกาสที่กระเป๋าจะหายจากการเช็กอินแบบส่งตรงถึงปลายทาง (Check-through) จะน้อยกว่าการนำกระเป๋าออกมาโหลดใหม่ด้วยตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าโอกาสจะเป็น 0% ไปนะคะ เราขอแนะนำให้พกสิ่งของเหล่านี้เผื่อไว้ในกระเป๋า:
- เสื้อยืด & ชุดชั้นใน 1 ชุด
- อุปกรณ์ล้างหน้าพื้นฐาน
- ทิชชู่เปียกห่อเล็ก และของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ
เพียงเท่านี้ ถึงแม้กระเป๋าเดินทางของเราอาจมาถึงล่าช้าไปสัก 1 - 2 วัน ก็ยังสามารถใช้ชีวิตพื้นฐานได้อย่างราบรื่น ไม่ติดขัด
แนะนำดีลโรงแรม
เคล็ดลับการเดินทางโดยเครื่องบินเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับนโยบาย Check-through
หากได้รับนโยบาย Check-through สามารถรับกระเป๋าเดินทางระหว่างต่อเครื่องได้หรือไม่?
ไม่สามารถรับกระเป๋าเดินทางของระหว่างการต่อเครื่องได้ เพราะกระเป๋าจะไปถึงสนามบินไปทางโดยตรงกระเป๋าเดินทางจะถูกส่งมาระหว่างขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองหรือไม่?
ไม่ กระเป๋าเดินทางของจะถูกส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายเลยทีเดียวสายการบินราคาประหยัดมีนโยบาย Check-through หรือไม่?
โดยทั่วไปแล้วสายการบินประหยัดก็ให้บริการนโยบาย Check-through ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับสายการบินและเที่ยวบิน โปรดตรวจสอบรายละเอียดบนตั๋ว




จองแล้ว 456288 ครั้ง







