
เตรียมบินออกจากเกาหลีแบบมือโปรด้วย ICN SmartPass ระบบสแกนใบหน้าอัจฉริยะที่ช่วยลดเวลาต่อคิวในสนามบินอินชอนให้สั้นลง ไม่ต้องหยิบพาสปอร์ตบ่อยๆ ก็ผ่านด่านได้แบบรวดเร็ว วันนี้ Trip.com สรุปทุกขั้นตอนการสมัครและวิธีใช้งานที่ถูกต้องมาให้แล้ว อ่านจบพร้อมออกเดินทางแบบสมาร์ทได้ทันที
ICN Smart Pass คืออะไร?

ที่มาของภาพ: YouTube Incheon International Airport
ICN Smart Pass คือระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) รูปแบบใหม่ของสนามบินอินชอน ที่เชื่อมโยงข้อมูลหนังสือเดินทางเข้ากับอัตลักษณ์บุคคลของคุณ ช่วยให้คุณผ่านขั้นตอนการเดินทางออกนอกประเทศได้ง่ายๆ เพียงแค่สแกนหน้าโดยไม่ต้องเสียเวลาหยิบพาสปอร์ตหรือBoarding Pass (บัตรขึ้นเครื่อง)ออกมาแสดงบ่อยครั้ง
ทำไมต้องใช้ ICN Smart Pass?
- รวดเร็ว: ข้ามคิวที่หนาแน่นด้วยช่องทางด่วนพิเศษ ช่วยลดเวลาในขั้นตอนตรวจความปลอดภัยและหน้าเกทได้อย่างมหาศาล
- สะดวกสบาย: เดินตัวปลิวแบบไม่ต้องพะวงเรื่องเอกสาร ลดความเสี่ยงในการทำพาสปอร์ตหรือตั๋วเครื่องบินหายระหว่างทาง
- ปลอดภัย: มั่นใจด้วยเทคโนโลยี Biometrics ขั้นสูงที่ตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
สิทธิประโยชน์ของ ICN Smart Pass ที่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น
การมี ICN Smart Pass ติดมือถือไว้เปรียบเสมือนการถือ "บัตรคิว VIP" ในสนามบินอินชอน โดยมี 3 ฟีเจอร์หลักที่จะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางของคุณดังนี้

ที่มาภาพ: Newsis
1. Fast-Track ผ่านด่านตรวจความปลอดภัย
คุณสามารถเข้าช่องทางพิเศษ (Smart Lane) เพื่อผ่านด่านตรวจความปลอดภัยได้ทันทีด้วยการสแกนใบหน้า ช่วยประหยัดเวลาได้มหาศาลโดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นที่คิวปกติอาจยาวเหยียด
2. Smart Pass Self Bag Drop (โหลดกระเป๋าอัจฉริยะ)
ไม่ต้องรอคิวที่เคาน์เตอร์เช็กอินนานๆ อีกต่อไป! หากคุณลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว สามารถใช้บริการเครื่องโหลดกระเป๋าอัตโนมัติได้รวดเร็วกว่าเดิม ขั้นตอนสั้นลง และลดการสัมผัสเอกสาร
3. สแกนใบหน้าผ่าน Gate ขึ้นเครื่องได้ทันที
สำหรับสายการบินและประตูทางออก (Boarding Gate) ที่รองรับ คุณสามารถเดินผ่านเกตได้เพียงแค่สแกนใบหน้า ไม่ต้องเสียเวลาควานหาบอร์ดดิ้งพาสในกระเป๋าหรือเปิดมือถือหา E-Ticket ให้วุ่นวายก่อนขึ้นเครื่อง
ปัจจุบันบริการสแกนใบหน้าตอนขึ้นเครื่อง (Boarding Gate) ยังเปิดให้บริการเฉพาะบางสายการบินและ บางประตูทางออก เท่านั้น แนะนำให้พกบอร์ดดิ้งพาสสำรองไว้เพื่อความชัวร์นะ
วิธีลงทะเบียน Smart Pass สนามบินอินชอน

ที่มาของภาพ: แอป Incheon Airport Smart Pass จาก Google Play
ถ้าอยากใช้ Smart Pass ที่สนามบินอินชอน บอกเลยว่าขั้นตอนไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่ลงทะเบียนผ่านแอป ICN SmartPass (Incheon Airport SmartPass) ล่วงหน้าไว้ก่อนเดินทาง ก็พร้อมใช้งานได้เลย ไม่ต้องไปรอทำเรื่องที่สนามบินให้เสียเวลา
เริ่มจากดาวน์โหลดแอป สมัครสมาชิกให้เรียบร้อย จากนั้นทำตามขั้นตอนในระบบ ไม่ว่าจะเป็นสแกนหน้าพาสปอร์ต สแกนชิปอิเล็กทรอนิกส์ในพาสปอร์ต และลงทะเบียนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 2–3 นาทีก็เสร็จแล้ว
แนะนำให้ทำล่วงหน้าไว้ตั้งแต่อยู่บ้าน พอไปถึงสนามบินอินชอนก็เดินผ่านจุดที่รองรับ Smart Pass ได้แบบรวดเร็วขึ้น ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะ โดยเฉพาะช่วงที่คนแน่นๆ แบบนี้ บอกเลยว่าสะดวกจริง ๆ

ที่มาของภาพ: ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน
ก่อนจะเริ่มลงทะเบียน มีทริคเล็ก ๆ ที่ควรรู้ไว้ เพราะวิธีสแกน Smart Pass ของสนามบินอินชอนในมือถือแต่ละรุ่นต่างกันนิดหน่อย
ถ้าใช้ iPhone เวลาสแกนพาสปอร์ต ให้เอาเล่มไปแนบไว้บริเวณด้านบนของตัวเครื่อง เพราะตำแหน่งชิปจะอยู่แถวส่วนนั้นพอดี ส่วนใครใช้ Android ให้พลิกด้านหลังโทรศัพท์ไปวางแนบตรงกึ่งกลางพาสปอร์ต เนื่องจากตัวรับสัญญาณจะอยู่กลางเครื่อง ลองขยับช้า ๆ ให้แนบสนิท จะช่วยให้อ่านชิปได้ง่ายขึ้น
อีกเรื่องที่หลายคนอาจไม่รู้ คือถ้าเป็นพาสปอร์ตเล่มเก่า การสแกนอาจใช้เวลานานกว่าเล่มใหม่เล็กน้อย บางเคสมีคนบอกว่าใช้เวลานานเป็นสิบนาทีเลย เพราะชิปอ่านข้อมูลได้ช้ากว่า แนะนำให้ถอดเคสโทรศัพท์และเคสพาสปอร์ตออกก่อน จะช่วยลดการรบกวนสัญญาณ ทำให้สแกนติดง่ายขึ้น
เผื่อเวลาไว้สักหน่อย และค่อย ๆ ทำตามขั้นตอนไปทีละขั้น รับรองว่าลงทะเบียนได้แน่นอน แค่ต้องใจเย็นนิดหนึ่งเท่านั้นเอง
ข้อควรรู้และข้อควรระวังในการใช้ Smart Pass สนามบินอินชอน
ก่อนจะใช้ Smart Pass ให้ผ่านด่านแบบสมูท ไม่มีสะดุด มี 5 เรื่องสำคัญที่นักท่องเที่ยวไทยควรเช็กให้ชัวร์ก่อนใช้งานค่ะ
1. ใครใช้ Smart Pass ได้บ้าง?
- ต้องมีอายุ 7 ปีขึ้นไป (เด็กเล็กกว่านี้ยังต้องใช้ช่องปกติพร้อมผู้ปกครองค่ะ)
- นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ต้องลงทะเบียนข้อมูลใบหน้า (Smart Pass ID) ล่วงหน้า ผ่านแอป ICN SmartPass เท่านั้น
2. ลงทะเบียนเองได้ง่าย ไม่ต้องไปศูนย์
ตอนนี้ไม่ต้องไปต่อคิวที่เคาน์เตอร์ลงทะเบียนในสนามบินแล้วค่ะ สามารถสมัครได้เองผ่านแอปจากที่บ้านหรือที่โรงแรมเลย
ขั้นตอนหลัก ๆ คือ
- สแกนพาสปอร์ตแบบ E-Passport
- ถ่ายรูปใบหน้าตามขั้นตอนในแอปให้เรียบร้อย
💡 แนะนำให้ลงทะเบียน Smart Pass ID ไว้ล่วงหน้า และเมื่อได้ตั๋ว (Mobile Boarding Pass) แล้ว ให้นำข้อมูลเที่ยวบินมาผูกในแอปอย่างน้อย 30 นาทีก่อนใช้งาน เพื่อให้ระบบซิงค์ข้อมูลครบถ้วนค่ะ
3. อายุการใช้งาน และเงื่อนไขพาสปอร์ต
ข้อมูลใบหน้าที่ลงทะเบียนไว้ มีอายุการใช้งาน 5 ปี แต่ถ้าคุณเปลี่ยนพาสปอร์ตเล่มใหม่ ข้อมูลเดิมจะใช้ไม่ได้ทันที ต้องลบ Smart Pass ID เก่า แล้วลงทะเบียนใหม่ด้วยพาสปอร์ตเล่มปัจจุบันเท่านั้นค่ะ
4. สายการบินที่รองรับ (ครอบคลุมเกือบทั้งหมดแล้ว)
Smart Pass รองรับสายการบินหลัก ๆ ที่คนไทยนิยมใช้เกือบครบแล้ว เช่น
- Korean Air
- Asiana Airlines
- Jeju Air
- Jin Air
- T'way Air
- Air Seoul
รวมถึงสายการบินต่างชาติและ LCC ส่วนใหญ่ก็เข้าร่วมระบบแล้วค่ะ (แนะนำให้เช็กรายชื่ออัปเดตในแอปก่อนเดินทางอีกครั้งนะคะ)
5. พาสปอร์ตตัวจริง ห้ามห่างตัว
สำคัญมากค่ะ! Smart Pass ช่วยให้คุณผ่านด่านตรวจความปลอดภัย (Security Check) ได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องหยิบพาสปอร์ตออกมาแสดงทุกครั้ง แต่ในขั้นตอนขึ้นเครื่อง (Boarding Gate) หรือบางด่าน ตม. ขาออก เจ้าหน้าที่อาจยังขอตรวจพาสปอร์ตตัวจริงและตั๋วเครื่องบินอยู่
ดังนั้น
👉 ต้องพกพาสปอร์ตติดตัวตลอด
👉 ห้ามเก็บลงกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด
วิธีลงทะเบียน Smart Pass และบริการโหลดกระเป๋า ณ สนามบินอินชอน
พอลงทะเบียน Smart Pass เรียบร้อยแล้ว เรื่องที่เหลือก็ง่ายขึ้นเยอะ คุณสามารถผูกบัตรโดยสารเข้ากับระบบ และจองคิวโหลดกระเป๋าล่วงหน้าได้เลย ทำให้ขั้นตอนที่สนามบินเร็วและลื่นไหลกว่าเดิมมาก
1. ลงทะเบียนบัตรขึ้นเครื่อง Smart Pass

ที่มาของภาพ: welfarehello
ในแอป Smart Pass จะมีเมนูสำหรับลงทะเบียน Boarding Pass โดยเฉพาะ แค่เพิ่มบัตรโดยสารเข้าไปในระบบ คุณก็สามารถผ่านจุดตรวจความปลอดภัยและไปยังประตูขึ้นเครื่องได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องหยิบตั๋วขึ้นมาเช็กบ่อย ๆ
ถ้ามี Mobile Boarding Pass อยู่แล้ว ก็สแกน QR Code เข้าแอปได้ทันที ส่วนใครที่ใช้บัตรกระดาษจากตู้ Self Check-in หรือเคาน์เตอร์เช็กอิน ก็สแกนบาร์โค้ดได้เหมือนกัน บางสายการบินยังเชื่อมระบบให้อัตโนมัติหลังเช็กอินเสร็จอีกด้วย ถือว่าสะดวกมาก สำหรับประตูขึ้นเครื่อง (Boarding Gate) ที่รองรับ Smart Pass ปัจจุบันจะใช้ได้กับบางสายการบิน เช่น Korean Air, Asiana Airlines, Delta Air Lines, Jeju Air, Jin Air และ T'way Air ส่วนจุดตรวจหนังสือเดินทางขาออกที่ Incheon International Airport ผู้โดยสารที่ลงทะเบียน Smart Pass แล้วสามารถใช้งานได้โดยไม่จำกัดสายการบิน
2. บริการจองคิวและโหลดกระเป๋า

ที่มาของภาพ: Maeil Business Newspaper
หลังจากผูก Boarding Pass แล้ว คุณยังสามารถจองเวลาล่วงหน้าสำหรับบริการโหลดกระเป๋าอัตโนมัติ (Self Bag Drop) ได้ในแอป แค่เลือกช่วงเวลาที่สะดวก แล้วไปถึงเคาน์เตอร์ตามเวลาที่จองไว้ หากจองไม่ได้ ก็ยังสามารถไปต่อคิวหน้างานได้ตามปกติ
ขั้นตอนการใช้งาน เริ่มจากไปที่จุด Smart Pass Bag Drop ใน Terminal 1 หรือ Terminal 2 ซึ่งเปิดให้บริการเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียน Smart Pass และลงทะเบียน Boarding Pass เรียบร้อยแล้ว
เมื่อยืนหน้าเครื่อง Self Bag Drop ระบบจะยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลใบหน้าที่คุณลงทะเบียนไว้ พอสแกนผ่านแล้ว ก็วางกระเป๋าลงบนสายพานได้เลย ระบบจะจัดการขั้นตอนโหลดสัมภาระให้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องหยิบพาสปอร์ตหรือบัตรขึ้นเครื่องออกมาแสดง
แม้ Smart Pass จะช่วยให้หลายขั้นตอนเร็วขึ้นมาก แต่พาสปอร์ตและ Boarding Pass ตัวจริงยังจำเป็นสำหรับบางจุดเสมอ ดังนั้นต้องพกติดตัวไว้ตลอด และอย่าเผลอเก็บไว้ในกระเป๋าที่โหลดใต้เครื่อง เพราะถ้าต้องใช้แล้วหยิบไม่ได้ เรื่องจะยาวกว่าที่คิด
เทคโนโลยีไบโอเมตริกแบบนี้ทำให้สนามบินกลายเป็นพื้นที่ที่ “จำหน้าเราได้” แทนที่จะต้องให้เราคอยยื่นเอกสารทุกครั้ง โลกการเดินทางกำลังขยับไปทางนั้นเรื่อย ๆ และสนามบินอินชอนก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของการเปลี่ยนผ่านนี้เลยทีเดียว
3. พิกัดจุดให้บริการเครื่อง Smart Pass Bag Drop
Terminal 1

ที่มาของภาพ: ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน
Terminal 2

ที่มาของภาพ: ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน
จุดตรวจหนังสือเดินทาง Smart Pass สนามบินอินชอน
หลังจากโหลดกระเป๋าเสร็จ ก็ตรงไปยังโถงผู้โดยสารขาออกเพื่อผ่านด่านตรวจหนังสือเดินทางได้เลย ที่ Incheon International Airport ทั้ง Terminal 1 และ 2 จะมีช่องทางพิเศษสำหรับผู้ที่ลงทะเบียน Smart Pass ไว้แล้ว
เพียงเดินเข้าช่อง Smart Pass ระบบจะสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน ทำให้ผ่านด่านได้รวดเร็วกว่าช่องปกติ โดยเฉพาะช่วงคนเยอะอย่างบ่ายหรือเทศกาลท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ควรพกพาสปอร์ตติดตัวไว้เสมอ เผื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจเอกสารเพิ่มเติมหรือกรณีระบบขัดข้องเล็กน้อย จะได้เดินทางต่อได้แบบไม่มีสะดุด

Smart Pass อาจดูเป็นแค่ระบบสแกนใบหน้า แต่ผลลัพธ์ของมันคือ “เวลา” ที่คุณได้คืนมา ยิ่งช่วงไฮซีซั่นหรือเทศกาลที่คนแน่น ๆ ความต่างจะยิ่งชัด รีวิวจากผู้ใช้งานจำนวนมากก็พูดตรงกันว่า ขั้นตอนเร็วขึ้นจริง โดยเฉพาะด่านตรวจและ Self Bag Drop
การลงทะเบียนไบโอเมตริกครั้งแรกอาจรู้สึกใหม่ ๆ อยู่บ้าง แต่พอทำเสร็จแล้ว ทริปต่อไปก็แทบไม่ต้องคิดอะไรเพิ่ม โลกการเดินทางกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนจากการยื่นเอกสาร มาเป็นการยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลของเราเอง และสนามบินอินชอนก็เป็นหนึ่งในเวทีทดลองที่เห็นภาพชัดที่สุดในตอนนี้



