รีวิวเที่ยวเรือสำราญ 2569 ฉบับคนไทย เส้นทาง ราคา และเรือที่ห้ามพลาด

รูปโปรไฟล์ของผู้เขียน
รีวิวเรือสำราญ ฉบับคนไทย เส้นทาง ราคา และเรือที่ห้ามพลาด

ถ้าคุณยังมองว่าการเที่ยวเรือสำราญเป็นเรื่องของคนรวยหรือเป็นวัฒนธรรมของฝรั่งตะวันตก ขอบอกเลยว่าความคิดนั้นเอ้าท์ไปแล้วอย่างน้อยสองสามปี เพราะตอนนี้เอเชียกลายเป็นตลาดเรือสำราญที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และสิงคโปร์ซึ่งอยู่แค่ชั่วโมงบินเดียวจากกรุงเทพฯ กำลังกลายเป็นท่าเรือหลักของภูมิภาค ปี 2569 นี้มีเรือลำใหม่หลายลำเปิดตัว ราคาเข้าถึงได้มากขึ้น และเส้นทางสำหรับคนไทยก็หลากหลายกว่าเดิมมาก ทั้งเส้นทางสั้น 3 คืนราคาประหยัด ไปจนถึงแกรนด์ทัวร์ยุโรปแบบจัดเต็ม Trip.com ได้รวบรวมข้อมูลอัปเดตปี 2569 ไว้ให้ครบจบในที่เดียว ตั้งแต่เรือที่ห้ามพลาด เส้นทางที่คุ้มค่า ราคาห้องพัก ไปจนถึงเทคนิคจองให้ได้ถูกที่สุด

เทรนด์เรือสำราญปี 2569 ทำไมถึงน่าเที่ยวกว่าที่เคย?

เรือสำราญ

ขอบคุณรูปภาพจาก ประชาชาติธุรกิจ

ตลาดเรือสำราญในเอเชียโตขึ้นจนน่าตกใจ ในปี 2567 ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้โดยสารเรือสำราญในภูมิภาคนี้พุ่งถึง 2.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า และยังไม่มีสัญญาณชะลอตัวเลย สิ่งที่ขับเคลื่อนกระแสนี้มีหลายปัจจัยประกอบกัน

เรือใหม่ใหญ่ขึ้น 

สิ่งอำนวยความสะดวกดีขึ้น สายเรือยักษ์ใหญ่ระดับโลกต่างพากันส่งเรือรุ่นใหม่มาประจำการในเอเชีย ไม่ใช่เรือรุ่นเก่าที่ปลดระวางจากยุโรปอีกต่อไป แต่เป็นเรือที่ออกแบบมาสำหรับตลาดเอเชียโดยเฉพาะ มีเมนูอาหารเอเชีย โปรแกรมบันเทิงที่รองรับนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคนี้ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

ราคาที่เข้าถึงได้จริง 

การเที่ยวเรือสำราญในปัจจุบันเริ่มต้นได้ตั้งแต่ไม่กี่พันบาทต่อคืน และโปรโมชันสำหรับนักท่องเที่ยวเอเชียก็มีให้เห็นบ่อยมากขึ้น โดยเฉพาะช่วง Early Bird ที่จองล่วงหน้า 6-12 เดือน

คุ้มค่าแบบที่โรงแรมให้ไม่ได้

เมื่อคิดให้ดี ราคาเรือสำราญรวมทั้งที่พัก อาหาร 3 มื้อ (หลายมื้อด้วยซ้ำ) ความบันเทิง และการเดินทางระหว่างจุดหมาย คุณจะพบว่ามันคุ้มกว่าการจองโรงแรมแล้วต้องจ่ายค่าเดินทางและค่าอาหารแยกต่างหาก นักท่องเที่ยวไทยที่เคยลองแล้วส่วนใหญ่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "ไม่น่าเพิ่งรู้จักตอนนี้เลย"

ปี 2569 คือช่วงทองของเรือสำราญเอเชีย ด้วยการเปิดตัวของ Disney Adventure ที่สิงคโปร์ และการขยายตัวของสายเรือหลายเจ้า นักท่องเที่ยวไทยมีตัวเลือกมากที่สุดในประวัติศาสตร์

เจาะลึกเรือสำราญลำใหม่ที่คนไทยห้ามพลาดในปี 2569

Disney Adventure: เรือสำราญสำหรับครอบครัวลำแรกของเอเชีย

Disney Adventure

ขอบคุณรูปภาพจาก Disney Parks Blog

ต้องพูดถึงลำนี้ก่อนเลย เพราะมันคือบิ๊กนิวส์ที่ใหญ่ที่สุดในวงการเรือสำราญเอเชียช่วงนี้

Disney Adventure เป็นเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดที่เคยต่อในเยอรมนี น้ำหนักรวมกว่า 208,000 กรอสตัน ยาว 342 เมตร รับผู้โดยสารได้ถึง 6,700 คน และล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เรือลำนี้ก็ออกเดินทางไปครั้งแรกจากสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ โดยมี Robert Downey Jr. เป็น Godparent ในพิธีคริสเต็นนิ่งที่จัดขึ้นสุดอลังการที่ Marina Bay Cruise Centre สิงคโปร์

สิ่งที่ทำให้เรือลำนี้พิเศษมากคือ มันไม่ได้แค่ "มีธีม Disney" แต่ถูกออกแบบให้เป็นสวนสนุกลอยน้ำ อย่างแท้จริง แบ่งออกเป็น 7 โซนธีม ได้แก่ Disney Imagination Garden, Disney Discovery Reef, San Fransokyo Street (จากภาพยนตร์ Big Hero 6) และอีกหลายโซน แต่ละโซนมีกิจกรรม ร้านอาหาร และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน

จุดขายที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวไทย

  • Ironcycle Test Run รถไฟเหาะสายแรกในประวัติศาสตร์เรือสำราญ Disney ที่ไม่เคยมีลำไหนทำมาก่อน
  • Fireworks ที่ทะเล เรือสำราญลำเดียวในโลกที่มีการแสดงดอกไม้ไฟในทะเล
  • การแสดงละครเวที "Remember" โชว์สุดอลังการที่ทำขึ้นเฉพาะสำหรับเรือลำนี้
  • อาหารหมุนเวียน (Rotational Dining) ระบบร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสหลายธีมตลอดการเดินทาง

รูปแบบการเดินทางของ Disney Adventure ค่อนข้างแปลกไปจากเรือสำราญทั่วไป เพราะ ไม่มีการแวะท่าเรือใดๆ เลย เรือออกจากสิงคโปร์แล้วแล่นอยู่กลางทะเล 3-4 คืน แล้วกลับมา โดยมีแนวคิดว่าตัวเรือเองคือจุดหมายปลายทาง ซึ่งทำให้เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กและไม่ต้องการความยุ่งยากเรื่องวีซ่าหรือการเดินทางขึ้นฝั่ง

Disney Adventure จะประจำอยู่ที่สิงคโปร์ไปจนถึงอย่างน้อยต้นปี 2574 คนไทยบินตรงสิงคโปร์แค่ชั่วโมงกว่าๆ ก็ขึ้นเรือได้เลย

Royal Caribbean: Ovation of the Seas สนุกทุกนาที ไม่มีเบื่อ

Royal Caribbean

ขอบคุณรูปภาพจาก CruiseMapper

Royal Caribbean ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการเรือสำราญ แต่ Ovation of the Seas ที่ประจำอยู่ที่สิงคโปร์ยังคงเป็นตัวเลือกที่คนรู้จักในวงกว้างและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

เรือลำนี้เป็นเรือระดับ Quantum Class จุผู้โดยสารได้กว่า 4,100 คน และเต็มไปด้วยสิ่งที่ทำให้ไม่มีเวลาว่างตลอดการเดินทาง

  • North Star แคปซูลกระจกที่พาคุณขึ้นไปชมวิวสูงสุดบนเรือสำราญใดๆ ในโลก — ดูทะเลกว้างจากมุมนั้นแล้วจะรู้ว่าทำไมถึงติดใจ
  • RipCord by iFLY ห้องโดดร่มจำลองภายในเรือ ไม่ต้องขึ้นเครื่องบินก็ได้รู้สึกแบบนั้น
  • FlowRider คลื่นเทียมสำหรับเล่นเซิร์ฟหรือ bodyboard
  • SeaPlex ลานสเก็ต บัมเปอร์คาร์ และสนามบาสเก็ตบอล
  • บาร์หุ่นยนต์ Bionic Bar อีกหนึ่งอย่างที่ต้องลอง

เส้นทางจากสิงคโปร์มีหลายแบบ ทั้งแบบ 3 คืน แวะปีนัง, 4-5 คืน แวะปีนัง-ภูเก็ต หรือเส้นทางยาวขึ้นไปเวียดนาม ราคาเริ่มต้นห้อง Interior ประมาณ SGD 450 ต่อคน ขึ้นไปถึง SGD 2,500+ สำหรับห้องบอลคอนี่หรือสวีทในเส้นทางยาว

ล่าสุด Ovation of the Seas เพิ่งผ่านการรีโนเวทครั้งใหญ่ที่สิงคโปร์ในช่วงต้นปี 2569 มีการเพิ่มห้องพักใหม่ ร้านอาหาร Giovanni's Italian Kitchen และบาร์ Pesky Parrot ใหม่ ซึ่งทำให้ประสบการณ์ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

Genting Dream: เรือสำราญสไตล์เอเชียที่คุ้มค่าที่สุด

Genting Dream

ถ้างบจำกัดหรืออยากทดลองเที่ยวเรือสำราญครั้งแรกโดยไม่ต้องเสียเงินมาก Genting Dream ของ Dream Cruises คือคำตอบที่ดีที่สุด

เรือลำนี้ขนาด 150,695 กรอสตัน จุผู้โดยสารได้ประมาณ 3,352 คน ประจำอยู่ที่สิงคโปร์ตลอดทั้งปี โดดเด่นในเรื่องความเข้าใจตลาดเอเชียอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องอาหาร ความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงยังเป็น เรือสำราญ Halal-Friendly มาตรฐาน OIC/SMIIC ลำแรกในเอเชีย ซึ่งเหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม

ไฮไลต์ของ Genting Dream

  • Waterslide Park 6 สไลด์ + โซน Splash สำหรับเด็ก
  • Ropes Course และ Zipline สูงจากระดับน้ำทะเล 35 เมตร
  • Zouk & Zouk Beach Club ปาร์ตี้กลางทะเล
  • Zodiac Theatre โชว์ระดับใหญ่
  • Little Dreamers Club กิจกรรมดูแลเด็กอายุ 2–12 ปี (ฟรี 2 ชั่วโมงแรก)

เส้นทางยอดนิยมจากสิงคโปร์มีทั้ง 2 คืนแวะมะละกา (กัวลาลัมเปอร์), 3 คืนแวะปีนัง-พอร์ตกลัง, 3 คืนแวะภูเก็ต ราคาเริ่มต้นประมาณ SGD 299 ต่อคน สำหรับห้อง Interior 2 คืน ถือว่าเข้าถึงได้จริงๆ

ตารางเปรียบเทียบเรือสำราญ

ชื่อเรือ

กลุ่มเป้าหมาย

ราคาเริ่มต้น (ต่อคน)

จุดเด่น

เหมาะกับใคร

Disney Adventure

ครอบครัว, แฟน Disney/Marvel

~SGD 500–800 (3 คืน)

เรือสนุกสไตล์สวนสนุก, รถไฟเหาะ, ดอกไม้ไฟกลางทะเล

ครอบครัวที่มีเด็ก, คู่รัก, แฟนๆ Disney

Royal Caribbean Ovation of the Seas

ทุกกลุ่ม เน้นกิจกรรมหลากหลาย

~SGD 450–2,500 (3–14 คืน)

North Star, iFLY, FlowRider, บาร์หุ่นยนต์

ผู้ที่ชอบความตื่นเต้น, ครอบครัว, กลุ่มเพื่อน

Genting Dream

ประหยัด–กลาง เน้นเอเชีย

~SGD 299–800 (2–5 คืน)

คุ้มค่า, Halal-friendly, เส้นทางแวะฝั่งได้

First-timer, ครอบครัว, นักท่องเที่ยวมุสลิม, กลุ่มบริษัท

กรุงเทพฯ ไปโตเกียว
กรุงเทพฯ ไปสิงคโปร์
กรุงเทพฯ ไปกัวลาลัมเปอร์
ดูเที่ยวบินทั้งหมด
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
NRT
ส. 2 พ.ค.
ส. 9 พ.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 15%
เริ่มต้น 391.00€ 331.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
อา. 3 พ.ค.
ส. 9 พ.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 12%
เริ่มต้น 391.00€ 343.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
NRT
พฤ. 16 เม.ย.
อ. 21 เม.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 11%
เริ่มต้น 391.00€ 347.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
NRT
ส. 18 เม.ย.
อ. 21 เม.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 11%
เริ่มต้น 391.00€ 347.00
กรุงเทพฯ
DMK
โตเกียว
NRT
ส. 2 พ.ค.
ศ. 8 พ.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 391.00€ 351.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
NRT
อา. 3 พ.ค.
อา. 10 พ.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 391.00€ 352.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
NRT
อา. 3 พ.ค.
ส. 9 พ.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 391.00€ 352.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
NRT
อา. 3 พ.ค.
ศ. 8 พ.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 391.00€ 352.00

เส้นทางล่องเรือสำราญยอดฮิตสำหรับคนไทย

เรือสำราญ

ขอบคุณรูปภาพจาก mbccs

เส้นทางที่ 1: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิงคโปร์-มาเลเซีย-ภูเก็ต

นี่คือเส้นทางที่คนไทยเข้าถึงง่ายที่สุดและเริ่มต้นได้ทันที บินสิงคโปร์แล้วขึ้นเรือ มีให้เลือกทั้ง Genting Dream และ Royal Caribbean จาก Marina Bay Cruise Centre

เส้นทางยอดนิยม

  • 2 คืน: สิงคโปร์ → มะละกา → สิงคโปร์
  • 3 คืน: สิงคโปร์ → ปีนัง → พอร์ตกลัง → สิงคโปร์
  • 4-5 คืน: สิงคโปร์ → ปีนัง → ภูเก็ต → สิงคโปร์

ข้อดีของเส้นทางนี้คือ คนไทยไม่ต้องกังวลเรื่องวีซ่าเลย ทั้งมาเลเซียและภูเก็ตไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่า อีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่ราคาจับต้องได้ที่สุด เหมาะมากสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเที่ยวเรือสำราญครั้งแรก

ข้อควรระวัง: ถ้าแวะภูเก็ตผ่านเรือ Deep Sea Port ที่ท่าเรือน้ำลึกฉลอง ควรจองทัวร์ขึ้นฝั่งผ่านสายเรือหรือตัวแทนที่น่าเชื่อถือล่วงหน้า เพราะรถรับ-ส่งอาจเต็มเร็ว และเวลาขึ้นฝั่งของแต่ละเส้นทางก็จำกัด

เส้นทางที่ 2: เอเชียตะวันออก ญี่ปุ่น-เกาหลี-ไต้หวัน

สำหรับคนที่ดูซีรีส์เกาหลีหรือฝันอยากเห็นซากุระญี่ปุ่น เส้นทางนี้ตอบโจทย์ได้ดีมาก เพราะได้ไปหลายประเทศในทริปเดียวโดยไม่ต้องแพ็คกระเป๋าและเดินทางซ้ำซ้อน

ทางเลือกหลักสำหรับคนไทยในปี 2569 คือ Star Navigator ของ Star Cruises ซึ่งออกเดินทางจาก Keelung ไต้หวัน มีเส้นทาง 4-7 คืน แวะหลายเมืองในญี่ปุ่น เช่น โอกินาวา ฟุกุโอกะ นางาซากิ คาโกชิม่า และเกาะเชจูเกาหลีใต้

วิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับคนไทยคือบินตรงไทเปแล้วไปต่อที่ท่าเรือ Keelung ซึ่งใช้เวลาประมาณ 40 นาทีจากสนามบิน Taoyuan

สำหรับเส้นทางยาวขึ้นอีก Royal Caribbean ก็มีเส้นทางจากสิงคโปร์ไปถึงโยโกฮาม่าญี่ปุ่น ระยะเวลา 14 วัน ราคาเริ่มต้น USD 3,000 ขึ้นไป ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาและงบสักหน่อย

สิ่งที่ต้องเตรียม: ไต้หวันไม่ต้องใช้วีซ่าสำหรับคนไทย ส่วนญี่ปุ่นก็ไม่ต้องวีซ่าสำหรับการพำนักระยะสั้น เกาหลีใต้เช่นเดียวกัน ฉะนั้นเส้นทางนี้แทบไม่มีความยุ่งยากเรื่องเอกสารเลย

เส้นทางที่ 3: ยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียน ทริปในฝันที่ต้องวางแผนล่วงหน้า

ถ้าเคยฝันอยากเห็น Santorini ตรงหน้า ได้เดินในถนนหินบด Rome หรือดื่มไวน์ที่ Barcelona นี่คือทริปที่ต้องวางแผนให้ดี

เรือสำราญยุโรปมักออกเดินทางจากเมืองหลักอย่าง Barcelona บาร์เซโลนา, Rome โรม, Athens เอเธนส์ หรือ Istanbul อิสตันบูล ระยะเวลาโดยทั่วไป 7-14 คืน ราคาอยู่ที่ประมาณ USD 1,500-3,000 ต่อคนสำหรับเส้นทาง 7 คืน ขึ้นอยู่กับสายเรือและประเภทห้อง สายเรือที่ได้รับความนิยม ได้แก่ MSC Cruises, Royal Caribbean, Princess Cruises และ Celebrity Cruises

ช่วงที่ดีที่สุดคือ พฤษภาคม-มิถุนายน หรือ กันยายน-ตุลาคม เพราะอากาศดีและไม่แออัดเท่าช่วงกลางฤดูร้อน

สำหรับคนไทย สิ่งที่ต้องทำล่วงหน้าสำคัญมาก: ยุโรปต้องมีวีซ่า Schengen ก่อน ซึ่งต้องยื่นขอล่วงหน้า 3-6 เดือน อย่าทิ้งเรื่องนี้ไว้จนสาย

เปรียบเทียบราคาและประเภทห้องพักบนเรือสำราญ

หนึ่งในคำถามที่คนถามบ่อยที่สุดคือ "ห้องไหนดี คุ้มไหม ต่างกันยังไง?" คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้เวลาในห้องมากแค่ไหน

ประเภทห้องพักหลักบนเรือสำราญ

Interior Stateroom (ห้องไม่มีหน้าต่าง)

Interior Stateroom (ห้องไม่มีหน้าต่าง)

ขอบคุณรูปภาพจาก CHIC 2020

ราคาเริ่มต้นต่ำที่สุด เหมาะมากสำหรับคนที่เวลาส่วนใหญ่อยู่นอกห้อง ออกไปสำรวจเรือหรือขึ้นฝั่ง ห้องไม่มีหน้าต่าง แต่ส่วนใหญ่ออกแบบให้มืดสบาย นอนหลับง่าย บางสายเรือมี Virtual Balcony ซึ่งเป็นหน้าจอแสดงวิวทะเลสดแทน

เหมาะกับ: นักท่องเที่ยวที่เน้นประหยัดหรือไม่ติดวิว

Oceanview Stateroom (ห้องมีหน้าต่าง)

Oceanview Stateroom (ห้องมีหน้าต่าง)

ขอบคุณรูปภาพจาก CHIC 2020

ขยับราคาขึ้นมาเล็กน้อยแต่ได้หน้าต่างดูวิวทะเล แม้จะเปิดออกไม่ได้ แต่รู้สึกโล่งกว่ามาก

เหมาะกับ: คนที่ต้องการแสงธรรมชาติแต่ยังคุมงบ

Balcony / Verandah Stateroom (ห้องมีระเบียง)

Balcony / Verandah Stateroom (ห้องมีระเบียง)

ขอบคุณรูปภาพจาก CHIC 2020

ตัวเลือกยอดนิยมที่สุดในกลุ่มคู่รักและครอบครัว ได้นั่งดูพระอาทิตย์ตกที่ระเบียงส่วนตัว จิบกาแฟเช้าพร้อมวิวทะเล ประสบการณ์แบบนี้หาได้ยากมากบนฝั่ง

เหมาะกับ: คู่รัก, ทริปฮันนีมูน, ครอบครัวที่ต้องการพื้นที่เพิ่ม

Suite (ห้องสวีท)

Suite (ห้องสวีท)

ขอบคุณรูปภาพจาก CHIC 2020

ห้องสวีทบนเรือสำราญมักรวมสิทธิประโยชน์มากกว่าแค่ห้องใหญ่ขึ้น อาจรวมถึง Butler Service, ร้านอาหารส่วนตัวสำหรับผู้พัก Suite, Concierge ส่วนตัว, พื้นที่ Pool Deck ส่วนตัว และ Priority Boarding

เหมาะกับ: ทริปพิเศษ, โอกาสสำคัญ, ผู้ที่ต้องการความ exclusive

ตารางราคาห้องโดยประมาณ

ประเภทห้อง

เส้นทางสั้น SEA (3–5 คืน)

เส้นทางญี่ปุ่น/เกาหลี (7–10 คืน)

เส้นทางยุโรป (7–14 คืน)

Interior

SGD 300–600/คน

USD 600–1,200/คน

USD 800–1,500/คน

Oceanview

SGD 400–800/คน

USD 800–1,500/คน

USD 1,000–2,000/คน

Balcony

SGD 600–1,500/คน

USD 1,200–2,500/คน

USD 1,500–3,000/คน

Suite

SGD 1,500+/คน

USD 3,000+/คน

USD 4,000+/คน

ราคาโดยประมาณก่อนโปรโมชัน รวมอาหารหลักและความบันเทิงพื้นฐาน ไม่รวมทิป ทัวร์ขึ้นฝั่ง และบริการเสริม

ข้อควรรู้ก่อนจองเรือสำราญ

เรือสำราญ

วีซ่า

หลายคนพลาดตรงนี้เพราะนึกว่าขึ้นเรือแล้วไม่ต้องผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง แต่ความจริงคือทุกท่าเรือที่เรือแวะจอด ผู้โดยสารต้องแสดงเอกสารการเข้าเมืองตามปกติ

ตารางข้อกำหนดวีซ่าสำหรับคนไทย

เส้นทาง

ประเทศที่แวะ

คนไทยต้องใช้วีซ่า?

หมายเหตุ

สิงคโปร์-มาเลเซีย-ภูเก็ต

มาเลเซีย, ไทย

❌ ไม่ต้อง

พาสปอร์ตอายุ 6 เดือนขึ้นไป

สิงคโปร์-เวียดนาม

เวียดนาม

✅ ต้องมี e-Visa

ยื่นออนไลน์ล่วงหน้า ราคาไม่แพง

ไต้หวัน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้

ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้

❌ ไม่ต้อง (ระยะสั้น)

ญี่ปุ่นพักได้ไม่เกิน 15 วัน

ยุโรปเมดิเตอร์เรเนียน

กลุ่มประเทศ Schengen

✅ ต้องมี Schengen Visa

ยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน

อินโดนีเซีย (บาหลี)

อินโดนีเซีย

✅ ต้องมี Visa on Arrival

ชำระที่ท่าเรือ

คำแนะนำ: ตรวจสอบข้อมูลวีซ่าล่าสุดจากสถานทูตหรือเว็บไซต์ทางการของแต่ละประเทศเสมอ เพราะกฎระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้

ประกันการเดินทาง

เรือสำราญต่างประเทศและประกันสุขภาพทั่วไปของไทยส่วนใหญ่ไม่ครอบคลุมการรักษาพยาบาลบนเรือสำราญหรือในต่างประเทศแบบ full coverage สิ่งที่ควรดูในกรมธรรม์ก่อนซื้อ

  • ครอบคลุมการรักษาพยาบาลฉุกเฉินบนเรือและในท่าเรือต่างประเทศ
  • ครอบคลุมการยกเลิกทริปกรณีฉุกเฉิน (Trip Cancellation)
  • ครอบคลุมกระเป๋าหาย/ล่าช้า
  • ครอบคลุมการอพยพฉุกเฉินทางการแพทย์ (Medical Evacuation) ซึ่งราคาแพงมากถ้าต้องจ่ายเอง

ราคาประกันการเดินทางสำหรับเรือสำราญสิงคโปร์ 3-5 คืนโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาทต่อคน ถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับความเสี่ยง

Checklist ก่อนขึ้นเรือ

เอกสาร

  • พาสปอร์ตอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (บางสายเรือต้องการมากกว่า)
  • วีซ่าครบสำหรับทุกประเทศที่แวะ (ถ้าจำเป็น)
  • ตั๋วเรือ (ปริ้นหรือบันทึกในโทรศัพท์)
  • ประกันการเดินทาง
  • บัตรเครดิต/เดบิตที่ใช้ได้ในต่างประเทศ (ค่าใช้จ่ายบนเรือมักผูกกับบัตร)

เสื้อผ้าและของใช้

  • ชุดลำลองสำหรับกิจกรรมบนเรือ
  • ชุดว่ายน้ำ (สำคัญมาก!)
  • เสื้อผ้าสุภาพสำหรับมื้อค่ำ (บางสายเรือมี Formal Night)
  • รองเท้าที่สวมใส่สบาย
  • ยากันแดดและยาส่วนตัว (ราคาบนเรือแพงกว่าบนฝั่งมาก)

อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์

  • ปลั๊กแปลง (เรือสำราญส่วนใหญ่ใช้ปลั๊กสหรัฐฯ หรือยุโรป)
  • Power bank เพราะเต้าเสียบในห้องมักมีจำกัด
  • Download แอปของสายเรือก่อนขึ้นเรือ เพราะใช้จองกิจกรรมและดูตารางต่างๆ ได้สะดวก
แนะนำโรงแรมทั่วโลก
สิงคโปร์
กัวลาลัมเปอร์
โซล
โตเกียว
ไทเป
ดูโรงแรมทั้งหมด
NO.1
9.6/102041 รีวิว
มารีนา เบย์ แซนด์
โรงแรมในสิงคโปร์
NO.2
9.2/10768 รีวิว
รีสอร์ท เวิลด์ เซนโตซา - โรงแรมไมเคิล
โรงแรมในสิงคโปร์
NO.3
9/102760 รีวิว
โยเทล สิงคโปร์ ออร์ชาร์ด โร้ด
โรงแรมในสิงคโปร์
NO.4
8.4/103034 รีวิว
โรงแรมวี ลาเวนเดอร์
โรงแรมในสิงคโปร์
NO.5
9.4/101689 รีวิว
พาร์ครอยัล คอลเลกชั่น พิคเคอร์ริ่ง สิงคโปร์
โรงแรมในสิงคโปร์
NO.6
8.1/101000 รีวิว
สตูดิโอ เอ็ม โรงแรม สิงคโปร์
โรงแรมในสิงคโปร์
NO.7
8.9/104725 รีวิว
เมอร์เคียว ไอคอน สิงคโปร์ ซิตี้ เซ็นเตอร์
โรงแรมในสิงคโปร์
NO.8
8.9/10744 รีวิว
Ibis Singapore on Bencoolen - Newly Renovated
โรงแรมในสิงคโปร์

เทคนิคจองเรือสำราญให้ได้ราคาถูกที่สุด

เรือสำราญ

มีคำถามยอดฮิตว่าควรจองเร็วหรือจองช้า จริงๆ แล้วมีทั้งสองแบบที่ได้ผล แต่เงื่อนไขต่างกัน

Early Bird จองก่อนได้ก่อน

การจองล่วงหน้า 6-12 เดือนมักได้ส่วนลด 15-25% จากราคาปกติ อีกทั้งยังได้เลือกห้องที่ต้องการก่อน เพราะห้องที่มีระเบียงและห้องที่ตำแหน่งดีๆ มักเต็มเร็ว นอกจากนี้ยังมักได้สิทธิพิเศษเพิ่ม เช่น Onboard Credit (เงินสะสมใช้บนเรือ), Drink Package หรือ Free Gratuities ซึ่งช่วยประหยัดได้อีกมาก

เหมาะกับ: ทริปช่วงวันหยุดยาว, เทศกาล, เรือลำใหม่ที่คนแห่จอง (อย่าง Disney Adventure ที่ Disney บอกว่าจองไปแล้วกว่า 80% สำหรับปี 2026)

Last Minute รอดีลหมดอายุ

เรือที่ไม่ได้เต็ม 100% จะลดราคาในช่วง 2-4 สัปดาห์สุดท้าย บางครั้งลดมากถึง 40-50% แต่มีความเสี่ยงสูงที่ห้องที่เหลือจะเป็นประเภทที่ไม่ได้เลือก และถ้าเป็นเส้นทางที่ต้องใช้วีซ่า การจองกะทันหันอาจเป็นปัญหา

เหมาะกับ: คนที่ตารางยืดหยุ่น, ไม่ได้เดินทางช่วงไฮซีซัน, ไม่ต้องยื่นวีซ่าสำหรับเส้นทางนั้น

เทคนิคเพิ่มเติมที่ใช้ได้ผล

1. จองช่วง Wave Season (มกราคม-มีนาคม)

ช่วง "Wave Season" คือช่วงที่สายเรือปล่อยดีลดีที่สุดของปี มักมีโปรโมชัน 3rd/4th Passenger Free หรือ Free Upgrade รีบใช้ประโยชน์ตรงนี้

2. เปรียบเทียบราคาจากหลายช่องทาง

ราคาจากเว็บไซต์ของสายเรือโดยตรง อาจไม่ใช่ราคาถูกที่สุดเสมอไป แพลทฟอร์มอย่าง Klook, Trip.com หรือ Travel Agent บางเจ้าอาจมีดีลพิเศษกว่า

3. จองวันธรรมดา หลีกเลี่ยงวันศุกร์-อาทิตย์

สำหรับ Genting Dream โดยเฉพาะ การเลือกออกวันอังคารหรือวันธรรมดาอื่นๆ มักถูกกว่าการออกวันหยุด

4. ใช้สิทธิ์สมาชิก Loyalty Program

ถ้าเคยขึ้นเรือสายเดิม สะสมคะแนนไว้เสมอ หลายสายเรือให้ส่วนลดและสิทธิ์พิเศษแก่สมาชิกที่มีประวัติการเดินทาง

5. จองแพ็กเกจแบบ Bundle

บางครั้งการซื้อแพ็กเกจที่รวม Wi-Fi + Drink Package + Gratuities ไว้ด้วยกันถูกกว่าซื้อแยกทีละอย่างบนเรือ

บทความที่คุณอาจสนใจ
Early Entry ดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ 2569 วิธีซื้อตั๋วและโรงแรมร่วมรายการ
แนะนำสิทธิ์ Early Entry ดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ 2569 วิธีซื้อตั๋วเข้าเร็ว รายชื่อโรงแรมร่วมรายการ และเคล็ดลับลดเวลารอคิว เล่นเครื่องเล่นยอดฮิตได้ก่อนใครตั้งแต่เช้า
18 มีนาคม 2026
15 ที่พักสำหรับเด็กในไทย 2569 ทริปครอบครัวสุขสันต์ พร้อมกิจกรรมสุดสนุก
สำรวจ 15 ที่พักสำหรับเด็กในไทยปี 2569 ที่มีกิจกรรมสุดสนุกสำหรับครอบครัว ให้ทริปของคุณเต็มไปด้วยความสุขและความประทับใจ
20 กันยายน 2025
ล่องเรือเจ้าพระยา 2569 ลำไหนดี ราคาเท่าไหร่ รีวิวครบทุกท่าเรือยอดฮิต
รวมรีวิวล่องเรือเจ้าพระยา อัปเดตปี 2569 เปรียบเทียบเรือดินเนอร์เจ้าพระยาลำไหนดี ราคา บุฟเฟ่ต์ โปรโมชั่นจาก Trip.com พร้อมรีวิวตามท่าเรือ อ่านจบเลือกจองได้เลย
5 มกราคม 2026

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเรือสำราญ

  • ไปเที่ยวเรือสำราญต้องเตรียมงบเท่าไหร่?

    ค่าเรือที่จ่ายไปนั้นรวมที่พัก อาหารหลักหลายมื้อ และความบันเทิงพื้นฐานไว้แล้ว แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องเผื่อไว้

    - ทิป (Gratuities): ส่วนใหญ่อยู่ที่ SGD 15–20 ต่อคนต่อคืน เรือบางลำเก็บอัตโนมัติ บางลำให้ทิปเองตามใจ
    - เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม: มักไม่รวมในราคา เว้นแต่ซื้อ Drink Package ไว้
    - ทัวร์ขึ้นฝั่ง: ขึ้นอยู่กับกิจกรรม ตั้งแต่ไม่กี่ร้อยถึงเป็นพันบาทต่อคน
    - Wi-Fi: อธิบายต่อไปข้างล่าง
    - Specialty Dining: ร้านอาหารพิเศษบนเรือที่ไม่รวมในราคาพื้นฐาน
    - ค่าเดินทางไปสิงคโปร์: ต้นทุนหลักสำหรับคนไทย

    โดยรวมแล้ว สำหรับเส้นทาง 3-4 คืนจากสิงคโปร์ ควรเตรียมงบรวมทั้งหมด (รวมตั๋วเครื่องบิน) ประมาณ 15,000-40,000 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับสายเรือและมาตรฐาน
  • คนท้องหรือเด็กเล็กขึ้นเรือสำราญได้ไหม?

    สำหรับ คุณแม่ตั้งครรภ์: สายเรือส่วนใหญ่ไม่รับผู้โดยสารที่มีอายุครรภ์เกิน 23–24 สัปดาห์ในช่วงการเดินทาง เพราะเหตุผลด้านความปลอดภัยทางการแพทย์ ตรวจสอบนโยบายของแต่ละสายเรือก่อนจองทุกครั้ง
    สำหรับ เด็กทารก: เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือนโดยทั่วไปไม่อนุญาตให้ขึ้นเรือ สำหรับเส้นทางที่มีวันอยู่กลางทะเลติดต่อกัน 3 วันหรือมากกว่า อาจต้องให้เด็กอายุไม่น้อยกว่า 12 เดือน
  • บนเรือสำราญมี Wi-Fi ไหม และราคาแพงไหม?

    มีบริการ Wi-Fi บนเรือสำราญทุกลำในยุคปัจจุบัน แต่ราคาไม่ถูกเลย โดยเฉลี่ยอยู่ที่

    - Royal Caribbean (VOOM Wi-Fi): ประมาณ USD 25-35 ต่อวัน ต่ออุปกรณ์ 1 เครื่อง
    - Disney Adventure: มีแพ็กเกจ Wi-Fi แบบรายทริป

    วิธีประหยัด: ซื้อ Wi-Fi Package ล่วงหน้าก่อนขึ้นเรือผ่าน Cruise Planner มักถูกกว่าซื้อบนเรือ 20-30% บางโปรโมชัน Early Bird รวม Wi-Fi ฟรีมาด้วยก็มี
    ความเร็วอินเทอร์เน็ตบนเรือสำราญสมัยนี้ดีขึ้นมากจากเมื่อก่อน ส่วนใหญ่เพียงพอสำหรับ Social Media, Video Call และ Netflix แบบธรรมดา แต่ถ้าต้องทำงานหนักที่ต้องการความเร็วสูง อาจต้องเตรียมใจไว้หน่อย
  • เมาเรือควรทำอย่างไร?

    เรือสำราญสมัยใหม่มีระบบกันโคลงที่ดีมาก ทำให้อาการเมาเรือเกิดขึ้นน้อยกว่าเรืออายุมาก โดยเฉพาะเรือขนาดใหญ่อย่าง Disney Adventure หรือ Ovation of the Seas ที่แล่นในทะเลที่ค่อนข้างสงบแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    แต่ถ้ายังกังวล มีแนวทางดังนี้

    - ยาแก้เมาเรือ (Dramamine/Bonine): หาซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วไป กินก่อนออกเดินทาง
    - แผ่นแปะหลังหู (Scopolamine Patch): มีประสิทธิภาพดีแต่ต้องให้แพทย์สั่ง แนะนำให้ปรึกษาก่อนเดินทาง
    - บนเรือมีบริการ: ห้องพยาบาลบนเรือมักมียาแก้เมาเรือให้บริการ
    เลือกห้องตรงกลางเรือและชั้นต่ำ: สั่นน้อยกว่าห้องที่อยู่หัวหรือท้ายเรือ
  • จองแบบ Cruise Only กับจองทัวร์ต่างกันอย่างไร?

    Cruise Only (จองเอง)
    ยืดหยุ่นสูงสุด เลือกสายการบิน ที่พักก่อน/หลัง และทัวร์ขึ้นฝั่งได้เอง ราคามักถูกกว่าแต่ต้องวางแผนเองทุกอย่าง เหมาะสำหรับคนที่มีประสบการณ์ท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่แล้ว

    แพ็กเกจทัวร์
    สะดวกกว่า มีไกด์ดูแล จัดการทุกอย่างตั้งแต่ตั๋วเครื่องบิน ที่พักก่อนขึ้นเรือ การขึ้นเรือ และทัวร์ขึ้นฝั่ง แต่ราคามักสูงกว่าและยืดหยุ่นน้อยกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่เที่ยวเรือสำราญครั้งแรกหรือไม่ชอบวางแผนเอง
คำจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำโดยผู้ร่วมสร้างเนื้อหารายบุคคลหรือแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม ในกรณีที่มีความผิดพลาดเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดติดต่อเราและเราจะลบเนื้อหาทันที
Renita

Renita

นักเขียนบล็อกท่องเที่ยว

นักเขียนอิสระสายไลฟ์สไตล์ ชื่นชอบแฟชั่น และหลงรักในการดูแลตัวเอง บอกต่อไอเทมบิวตี้และแชร์ทริคเก๋ๆ ให้ทุกคนได้นำไปประยุกต์ใช้ ที่สำคัญชื่นชอบเคพ็อพ สามารถนำมาประยุกต์การท่องเที่ยวได้

373 บทความ
นักท่องเที่ยวอิสระแฟชั่น
>>
เรือสำราญ
aaaa