
ถ้าพูดถึงสุพรรณบุรี หลายคนนึกถึงวัดป่าเลไลยก์หรือพิพิธภัณฑ์ช้างเผือกก่อนเป็นอันดับแรก แต่มีสถานที่อีกแห่งหนึ่งในอำเภออู่ทองที่กำลังพูดถึงกันมากในโลกโซเชียลช่วงนี้ นั่นคือ วัดเขาทำเทียม วัดบนเชิงเขาที่แฝงไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปีจุดที่ทำให้วัดนี้ไม่เหมือนที่ไหนในไทย คือพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาหินธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ชื่อว่า พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า "หลวงพ่ออู่ทอง" องค์พระสูงถึง 108 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาชื่อ "ผามังกรบิน" สายตามองไปทิศไหนก็เห็นองค์พระเป็นฉากหลัง บวกกับวิวธรรมชาติรอบข้างที่เปิดโล่งเป็นพาโนรามา บอกเลยว่ามาแล้วไม่ผิดหวัง
ไฮไลต์ห้ามพลาด! พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ (หลวงพ่ออู่ทอง)

ความมหัศจรรย์ของพระพุทธรูปแกะสลักภูผา หนึ่งเดียวในไทย
ถ้าถามว่าทำไมต้องมาวัดเขาทำเทียม คำตอบสั้นๆ คือ "ไม่มีที่ไหนในไทยทำแบบนี้ได้อีกแล้ว" หลวงพ่ออู่ทอง หรือชื่อเต็มว่า พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ เป็นพระพุทธรูปปางโปรดพุทธมารดาที่แกะสลักตรงเข้าไปในตัวหน้าผาหินจริงๆ ไม่ใช่สร้างขึ้นมาแล้วนำมาตั้ง แต่เป็นการแกะหินออกจากภูเขาเลยทีเดียว กระบวนการนี้ใช้เวลากว่า 4 ปี ตั้งแต่ปี 2557 จนแล้วเสร็จในปี 2561
ขนาดและความยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครเทียบได้
องค์พระมีขนาดที่น่าตื่นตะลึงมาก โดยมีความสูงถึง 108 เมตร ฐานกว้าง 88 เมตร และหน้าตักกว้างถึง 65 เมตร ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมดา เพราะทำให้องค์พระนี้ครองตำแหน่งพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในอาเซียนด้วย มองขึ้นไปที่ใบหน้าองค์พระ ความรู้สึกแรกคือความยิ่งใหญ่กดทับลงมา สีหินธรรมชาติทำให้องค์พระดูกลืนไปกับภูเขา แต่ในเวลาเดียวกันก็โดดเด่นสง่างามอย่างที่ไม่ต้องอธิบายมาก
ผามังกรบิน: หน้าผาที่เป็นมากกว่าแค่ฉากหลัง
หน้าผาที่รองรับองค์พระมีชื่อว่า "ผามังกรบิน" ชื่อนี้ฟังดูเท่และทรงพลังพอๆ กับที่มันดูจริง ผามังกรบินไม่ได้เป็นแค่พื้นที่รองรับการแกะสลัก แต่ยังเป็นจุดที่วางแผนก่อสร้างสกายวอล์คกระจกให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมวิวริมหน้าผาในอนาคตอีกด้วย ลักษณะของผาที่โค้งและยื่นออกมาคล้ายปีกมังกรบิน ทำให้บริเวณนี้ดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามมากกว่าเขาหินทั่วไปหลายเท่า
จากเหมืองเก่าสู่พุทธมณฑลแห่งสุวรรณภูมิ
พื้นที่ทั้งหมดราว 100 ไร่นี้ เดิมเป็นเหมืองหินที่หมดอายุสัมปทานไปแล้ว ทางวัดและคณะผู้ดำเนินโครงการจึงขออนุญาตจากจังหวัดสุพรรณบุรีและกรมป่าไม้ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่และพัฒนาให้เป็น อุทยานพระพุทธศาสนา และพุทธมณฑลประจำจังหวัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ความตั้งใจเดิมของโครงการคืออยากให้ที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนาของเมืองสุพรรณบุรีอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา
ตารางสรุปข้อมูลการเข้าชม
หัวข้อ | รายละเอียด |
เวลาเปิด-ปิด | 07:00 – 18:00 น. (ทุกวัน) |
ค่าเข้าชม | ฟรี (สกายวอล์คอาจมีค่าบำรุงเมื่อเปิดอย่างเป็นทางการ) |
ที่จอดรถ | มีลานจอดรถบริเวณหน้าวัด |
สิ่งอำนวยความสะดวก | ห้องน้ำ, ร้านค้าและร้านอาหารบริเวณโดยรอบ |
พิกัด | ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี |
ระยะเวลาที่เหมาะ | 1.5 – 2 ชั่วโมง |
สกายวอล์ควัดเขาทำเทียม อัปเดตล่าสุด!

ขอบคุณรูปภาพจาก เที่ยววนไป
เดินชมวิวหลักล้านบนทางเดินกระจกที่ยาวที่สุดในไทย
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้วัดเขาทำเทียมฮอตติดชาร์ตในโซเชียลอีกครั้งคือ สกายวอล์คกระจกริมหน้าผา หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Pha Mangkon Bin Skywalk" โปรเจกต์นี้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2563 และถือเป็นสะพานกระจกที่มีความยาวถึง 500 เมตร และสูงจากพื้นราว 32 เมตร โดยออกแบบให้ไร้เสาค้ำยันตลอดแนว ซึ่งเป็นรูปแบบที่ยังไม่มีที่ไหนในเมืองไทยทำมาก่อน กระจกแต่ละแผ่นมีความแข็งแรงพอรองรับน้ำหนักได้ถึง 500 กิโลกรัมต่อแผ่น
สถานะล่าสุด: เฟสที่ 1 ของสกายวอล์คก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างเฟสที่ 2 ปัจจุบันยังไม่ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแบบทั่วไป มีการเปิดทดลองให้เยี่ยมชมในบางช่วงเทศกาลหรือสำหรับหมู่คณะที่ติดต่อล่วงหน้าเป็นหนังสือเท่านั้น คาดว่าจะเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2569
⚠️ หมายเหตุ: ก่อนเดินทาง ควรตรวจสอบสถานะการเปิดให้บริการล่าสุดกับทางวัดโดยตรง เพราะอาจมีการเปิดทดลองชั่วคราวในช่วงวันหยุดพิเศษ
แม้ยังไม่ได้ขึ้นสกายวอล์คจริงๆ แต่แค่มองจากด้านล่างขึ้นไปก็รู้สึกได้แล้วว่าเมื่อเปิดเต็มรูปแบบ จะกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้นที่สุดในไทยได้สบายๆ วิวที่คาดว่าจะได้เห็นจากบนสกายวอล์ค คือทิวทัศน์แบบ 360 องศาของผืนป่า ทุ่งนา และเส้นขอบฟ้าของอู่ทอง โดยมีองค์หลวงพ่ออู่ทองเป็นฉากหลังยักษ์ใหญ่
กิจกรรมน่าสนใจและจุดถ่ายรูปในวัด

อุโมงค์หิน: ลึกเข้าไปในหัวใจของภูเขา
ด้านหลังองค์หลวงพ่ออู่ทองมีสิ่งที่หลายคนไม่รู้ว่ามีอยู่ นั่นคือ อุโมงค์หินธรรมชาติ ที่เจาะเข้าไปในตัวภูเขา กว้างราว 20 เมตร และลึกเข้าไปถึง 50 เมตร บรรยากาศในอุโมงค์เย็นสบาย แสงจากภายนอกทอดแสงเข้ามาสวยงามในช่วงเช้า ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐาน พร้อมจุดให้ทำบุญตามปีเกิด ปิดทองพระ และเสี่ยงเซียมซีด้วย
หลายคนที่ไปถึงบอกว่าชอบอุโมงค์นี้ไม่แพ้องค์พระใหญ่เลย เพราะบรรยากาศมันต่างออกไปโดยสิ้นเชิง จากพื้นที่เปิดโล่งด้านนอกที่ร้อนและสว่าง พอก้าวเข้าอุโมงค์ก็เหมือนโลกเปลี่ยนทันที เงียบ เย็น และรู้สึกสงบจริงๆ
ลานกิจกรรมผามังกรบิน และจุดถ่ายรูปริมหน้าผา
บริเวณลานด้านหน้าองค์พระและรอบๆ ผามังกรบินมีมุมถ่ายรูปที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นมุมมองจากด้านล่างมองขึ้นไปที่ใบหน้าองค์พระ มุมด้านข้างที่เห็นความลึกของการแกะสลัก หรือมุมมองพาโนรามาจากจุดชมวิวบนเส้นทางเดินขึ้นเขา ช่วงเวลาที่แสงดีที่สุดสำหรับถ่ายรูปคือช่วงเช้าตรู่ราว 7-9 โมง ที่แสงอ่อนและยังไม่ร้อนจัด
กิจกรรมอื่นๆ ที่ทำได้ในบริเวณวัด ได้แก่ ไหว้พระทำบุญ เดินสำรวจเส้นทางรอบเขา นั่งสมาธิในบริเวณที่สงบ และชมวิวเมืองอู่ทองจากบนเนินเขา
ย้อนรอยประวัติศาสตร์วัดเขาทำเทียมกับเมืองโบราณอู่ทอง

ความพิเศษของวัดเขาทำเทียมไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องพระพุทธรูปใหญ่ แต่ยังมีมิติทางประวัติศาสตร์ที่ลึกกว่านั้นมาก และถ้าได้รู้เรื่องราวเบื้องหลังก่อนไป รับรองว่าการมายืนอยู่หน้าองค์พระจะรู้สึกต่างออกไปอย่างแน่นอน
จารึกปุษยคีรี: ร่องรอยพุทธศาสนายุคแรกในดินแดนไทย
บนเขาทำเทียมแห่งนี้มีการขุดพบ ศิลาจารึกภาษาสันสกฤตโบราณ ที่ระบุคำว่า "ปุษยคีรี" ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ภูเขาดอกไม้" นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าชื่อนี้ตรงกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏในหลักฐานยุคพระเจ้าอโศกมหาราชของอินเดีย ซึ่งเป็นยุคที่พระพุทธศาสนาถูกส่งออกไปเผยแผ่ทั่วเอเชีย การพบจารึกนี้ในดินแดนอู่ทองจึงเป็นเหมือนหลักหมายที่บอกว่าพระพุทธศาสนาเดินทางมาถึงสุวรรณภูมิแห่งนี้ตั้งแต่ยุคต้นๆ เลยทีเดียว และนี่เองที่เป็นที่มาของชื่อ "พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ" ขององค์หลวงพ่ออู่ทอง
โบราณสถานที่ยังมีชีวิต
วัดเขาทำเทียมเป็นที่ตั้งของ โบราณสถานในความดูแลของกรมศิลปากร หมายเลข 11 และ 12 ซึ่งถือเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญมากแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี จากการขุดค้นพบโบราณวัตถุสำคัญหลายชิ้น ได้แก่ เสมาธรรมจักร เสาฐาน และพระพุทธรูปปางแสดงธรรมถึง 4 องค์ สิ่งเหล่านี้ล้วนบ่งบอกว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนาที่คึกคักมาตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงสมัยอยุธยา ปัจจุบันโบราณวัตถุเหล่านั้นถูกนำไปจัดแสดงที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร หากมีเวลาแวะไปชมด้วยก็คุ้มมาก
อู่ทอง: เมืองโบราณที่ไม่ใช่แค่ชื่อ
อำเภออู่ทองมีสมญานามว่า "เมืองโบราณ" และไม่ใช่ชื่อที่ตั้งขึ้นเล่นๆ เพราะพื้นที่แห่งนี้เชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นแรกสุดของการเผยแพร่พุทธศาสนาในดินแดนสุวรรณภูมิ มีหลักฐานทางโบราณคดีกระจายอยู่ทั่วอำเภอตั้งแต่สมัยทวารวดีเป็นต้นมา วัดเขาทำเทียมจึงไม่ได้เป็นแค่วัดใหม่ที่มีพระใหญ่ แต่เป็นพื้นที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และมีรากลึกทางประวัติศาสตร์มาช้านาน การมาไหว้พระที่นี่จึงมีความหมายมากกว่าแค่การท่องเที่ยวทั่วไปอย่างแน่นอน
วัดเขาทำเทียมในบริบทของประวัติศาสตร์ชาติไทย
วัดได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2460 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2471 แม้ชื่อวัดจะเพิ่งปรากฏอย่างเป็นทางการในยุคนั้น แต่ความเชื่อมโยงของพื้นที่นี้กับพุทธศาสนานั้นย้อนไปไกลกว่านั้นนับพันปี การที่เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหารริเริ่มโครงการแกะสลักพระพุทธรูปบนหน้าผาแห่งนี้ จึงเปรียบเสมือนการส่งต่อความศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษให้คงอยู่กับแผ่นดินสุพรรณบุรีต่อไปอีกในยุคปัจจุบัน
ข้อมูลการเดินทาง และช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยว

เวลาเปิด-ปิด และค่าเข้าชม
วัดเขาทำเทียมเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 07:00 - 18:00 น. ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเข้าวัดและสักการะองค์พระ ส่วนสกายวอล์คเมื่อเปิดอย่างเป็นทางการอาจมีค่าบำรุงรักษา ซึ่งต้องติดตามข้อมูลจากทางวัดอีกครั้ง
การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 (สายบางบัวทอง-สุพรรณบุรี) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 321 มุ่งหน้าอำเภออู่ทอง ระยะทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 130 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง เมื่อถึงวงเวียนหอนาฬิกาอู่ทอง ให้เลี้ยวซ้าย เดินทางต่ออีกราว 1.5 กิโลเมตร จะพบป้ายชี้ทางเข้าโครงการ
ตารางเปรียบเทียบช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยว
ช่วงเวลา | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
เช้าตรู่ 07:00 – 09:00 น. | แสงสวยถ่ายรูปได้ดีมาก อากาศเย็นสบาย คนน้อย | ร้านอาหารบางร้านอาจยังไม่เปิด |
สาย 09:00 – 11:00 น. | แสงยังดีอยู่ ร้านค้าเปิดครบ | เริ่มร้อนขึ้นเล็กน้อยในฤดูร้อน |
กลางวัน 11:00 – 14:00 น. | สะดวกเรื่องการเดินทาง | ร้อนมากโดยเฉพาะเดือนมีนาคม – พฤษภาคม |
บ่าย 14:00 – 17:00 น. | อากาศเริ่มเย็นลง แสงบ่ายสวยไม่แพ้เช้า | ควรคำนึงถึงเวลาปิด 18:00 น. |
วันธรรมดา | คนน้อย บรรยากาศสงบ | — |
วันหยุดสุดสัปดาห์ | คึกคัก มีชีวิตชีวา | ที่จอดรถอาจแน่น ควรมาก่อน 9 โมง |
เคล็ดลับ: ช่วงที่ดีที่สุดคือ เช้าวันธรรมดา แดดยังไม่จัด แสงถ่ายรูปสวย และคนน้อยมาก ถ้าอยากได้รูปไม่มีคนเยอะ
แผนเที่ยว 1 วัน: วัดเขาทำเทียมและที่เที่ยวใกล้เคียงในสุพรรณบุรี

เส้นทางนี้เหมาะสำหรับคนที่ขับรถมาจากกรุงเทพฯ แบบไปเช้าเย็นกลับ ใช้เวลาสบายๆ ไม่เร่งรีบ
07:00 น. ออกจากกรุงเทพฯ
หากออกช่วงนี้จะไปถึงอู่ทองราว 9 โมง ไม่ติดรถ
09:00 - 11:00 น. วัดเขาทำเทียม
เริ่มด้วยการไหว้หลวงพ่ออู่ทอง เดินชมรอบๆ ผามังกรบิน แวะเข้าอุโมงค์หินด้านหลังองค์พระ และถ่ายรูปมุมต่างๆ ใช้เวลาราว 1.5 - 2 ชั่วโมง
11:00 - 12:00 น. มื้อเที่ยง
บริเวณโดยรอบมีร้านอาหารให้เลือกหลายเจ้า เช่น ร้านลุงบิน ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อยในอู่ทอง หรือจะแวะร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตาลีเจ้าเก่าที่คนท้องถิ่นนิยมก็ได้
13:00 - 14:30 น. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง
ห่างจากวัดแค่ประมาณ 10 กิโลเมตร รวบรวมโบราณวัตถุสมัยทวารวดีและอยุธยาที่ขุดพบในเมืองโบราณอู่ทอง รวมถึงชิ้นส่วนจากวัดเขาทำเทียมด้วย เข้าชมได้ในราคาถูก เหมาะสำหรับคนที่อยากรู้จักประวัติศาสตร์ของพื้นที่นี้ให้ลึกขึ้น
15:00 - 16:30 น. วัดเขาดีสลัก (ห่างจากวัดเขาทำเทียมประมาณ 11 กิโลเมตร)
อีกหนึ่ง Unseen สุพรรณบุรีที่หลายคนยังไม่รู้จัก มีรอยพระพุทธบาทและองค์พระบนเขา บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้พลังงานดีๆ ก่อนกลับ
17:00 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ
ออกเดินทางก่อนรถติดหนัก ถึงกรุงเทพฯ ช่วงหัวค่ำพอดี
เคล็ดลับ: หากมีเวลามากกว่านี้ แนะนำพักค้างคืนที่อู่ทอง มีที่พักน่ารักหลายแห่ง เช่น Tolopoti Hotel & Resort หรือ Pusayapuri Hotel ที่เพิ่งเปิดใหม่ไม่นาน ก็น่าสนใจมาก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัดเขาทำเทียม
วัดเขาทำเทียม ค่าเข้าเท่าไหร่?
การเข้าวัดและสักการะหลวงพ่ออู่ทองไม่มีค่าใช้จ่าย เข้าได้ฟรีทุกคน ส่วน Skywalk นั้น เมื่อเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2569 คาดว่าจะมีค่าบำรุงรักษา แต่ยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ แนะนำให้ติดตามข้อมูลจากเพจวัดหรือโทรสอบถามโดยตรงก่อนเดินทาง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่อัปเดตที่สุดสกายวอล์ค วัดเขาทำเทียม เปิดหรือยัง?
อัปเดตล่าสุดปี 2569 สกายวอล์คยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างเฟสที่ 2 ต่อเนื่องจากเฟสที่ 1 ที่แล้วเสร็จไปก่อนหน้านี้ ยังไม่ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป อย่างไรก็ตาม อาจมีการเปิดทดลองชั่วคราวในช่วงเทศกาลสำคัญ หรือสำหรับหมู่คณะที่ติดต่อขอเข้าชมเป็นหนังสือล่วงหน้า ก่อนเดินทางทุกครั้งควรเช็กสถานะล่าสุดกับทางวัดโดยตรงเสมอเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลานานไหม?
ใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง ระยะทางจากกรุงเทพฯ ราว 130 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 340 สายบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 321 มุ่งหน้าอำเภออู่ทอง ถ้าออกจากกรุงเทพฯ ช่วงเช้าตรู่หรือเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน เส้นทางนี้ไหลลื่นดีมาก ไม่มีจุดติดขัดหนักเหมือนทางอื่นมีรถสาธารณะไปถึงไหม?
มีค่ะ สามารถนั่งรถตู้โดยสารจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต 2) สายกรุงเทพฯ - อู่ทอง ลงที่ตัวอำเภออู่ทอง จากนั้นต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง (วิน) หรือแท็กซี่ท้องถิ่นเข้าสู่วัดอีกราว 2 - 3 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม หากมาเป็นกลุ่มหรืออยากเที่ยวหลายจุดในวันเดียว การขับรถมาเองหรือเช่ารถจะสะดวกและคุ้มค่ากว่ามาก






NO.1







