คู่มือเที่ยวพระราชวังแวร์ซาย 2569: ประวัติ วิธีเดินทาง และซื้อตั๋ว

รูปโปรไฟล์ของผู้เขียน
คู่มือเที่ยวพระราชวังแวร์ซาย: ประวัติ วิธีเดินทาง และซื้อตั๋ว

หากพูดถึงพระราชวังที่หรูหราและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชื่อของ “พระราชวังแวร์ซาย” ต้องติดอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน จากอดีตพระราชวังหลวงของกษัตริย์ฝรั่งเศส สู่สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่เต็มไปด้วยศิลปะ สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง Trip.com จะพาไปรู้จักไฮไลต์สำคัญของพระราชวังแวร์ซาย ทั้งห้องกระจกอันโด่งดัง สวนสุดอลังการ รวมถึงข้อมูลเที่ยวแบบครบจบสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังวางแผนไปเยือนด้วยตัวเอง

พระราชวังแวร์ซาย คืออะไร? ภาพรวมและความยิ่งใหญ่ที่ควรรู้

ด้านหน้าพระราชวังแวร์ซาย

Palace of Versailles หรือ พระราชวังแวร์ซาย คือพระราชวังหลวงอันยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ในเมืองแวร์ซาย ห่างจากกรุงปารีสประมาณ 17-20 กิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในพระราชวังที่หรูหราและมีชื่อเสียงที่สุดในโลก โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรคและรอคโคโคที่สะท้อนความรุ่งเรืองของราชวงศ์ฝรั่งเศสในอดีต ตัวอาคารสร้างจากหินอ่อนสีขาว ประดับด้วยทองคำ กระจก และงานศิลปะอย่างวิจิตรอลังการ จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความมั่งคั่งของยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

ภายในพระราชวังมีห้องต่างๆ มากกว่า 700 ห้อง หน้าต่างกว่า 2,153 บาน และพื้นที่โดยรอบขนาดมหาศาลกว่า 5,000 ไร่ ครอบคลุมทั้งสวนน้ำพุ และพระราชตำหนักย่อย ไฮไลต์สำคัญคือ ห้องกระจกที่ดังระดับโลก และสวนแวร์ซายที่ได้รับการออกแบบอย่างสมมาตรสวยงาม

ปัจจุบันพระราชวังแวร์ซายเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1837 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1979 ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่นักเดินทางจากทั่วโลกต้องมาเยือนสักครั้ง

ประวัติพระราชวังแวร์ซาย: จากกระท่อมล่าสัตว์สู่พระราชวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป

พระราชวังแวร์ซาย ไม่ได้เริ่มต้นจากพระราชวังหรูหราอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน แต่มีจุดกำเนิดจากเพียงกระท่อมล่าสัตว์กลางป่า ก่อนจะค่อยๆ ถูกขยายจนกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของยุโรป เรื่องราวของแวร์ซายจึงสะท้อนทั้งยุครุ่งเรือง ความฟุ่มเฟือย การปฏิวัติ และการเปลี่ยนผ่านของฝรั่งเศสตลอดหลายศตวรรษ

ประวัติพระราชวังแวร์ซาย

ยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 13: จุดเริ่มต้นของพระตำหนักล่าสัตว์ (ค.ศ. 1607–1643)

จุดเริ่มต้นของพระราชวังแวร์ซายเกิดขึ้นในสมัย Louis XIII เมื่อพระองค์เสด็จมายังพื้นที่แวร์ซายในปี ค.ศ. 1607 เพื่อการล่าสัตว์ เนื่องจากบริเวณนี้เต็มไปด้วยป่าและสัตว์ป่าชุกชุม ต่อมาในช่วงปี ค.ศ.1623-1624 พระองค์จึงโปรดให้สร้างกระท่อมล่าสัตว์ขนาดเล็กขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับชั่วคราว ก่อนจะทรงสั่งสร้างใหม่ให้ใหญ่และแข็งแรงกว่าเดิม ในปี ค.ศ. 1631-1634 แม้อาคารในยุคนั้นจะยังไม่ได้หรูหรา แต่ถือเป็นรากฐานสำคัญของพระราชวังแวร์ซายในปัจจุบัน และเป็นจุดเริ่มต้นของสถานที่ที่ต่อมาจะกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจแห่งฝรั่งเศส

ยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 'ราชาแห่งดวงอาทิตย์': การสร้างพระราชวังยิ่งใหญ่ (ค.ศ. 1661–1715)

ยุครุ่งเรืองที่สุดของแวร์ซายเกิดขึ้นในสมัย Louis XIV หรือ ราชาแห่งดวงอาทิตย์ พระองค์ทรงต้องการสร้างพระราชวังที่สะท้อนอำนาจและความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฝรั่งเศส จึงเริ่มโครงการขยายพระราชวังครั้งมหาศาลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1661 ใช้งบประมาณมหาศาลกว่า 500 ล้านฟรังก์ และแรงงานมากถึง 30,000 คน ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานกว่า 30 ปี ก่อนจะเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1689 พระองค์ย้ายราชสำนักทั้งหมดมายังแวร์ซายในปี ค.ศ. 1682 ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางการเมือง วัฒนธรรม และอำนาจของฝรั่งเศสอย่างแท้จริง ภายในพระราชวังเต็มไปด้วยงานศิลปะ ห้องกระจกสุดอลังการ และสวนขนาดมหึมาที่ออกแบบอย่างประณีต นอกจากนี้ พระราชวังแวร์ซายยังเคยใช้จัดพิธีรับรองคณะทูตจากหลายประเทศ รวมถึงราชทูตจากสยามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฝรั่งเศสในยุคนั้น 

จากพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ถึงการปฏิวัติฝรั่งเศส: ความเสื่อมและการเปลี่ยนแปลง (ค.ศ. 1715–1789)

หลังการสวรรคตของ Louis XIV ในปี ค.ศ. 1715 ราชสำนักฝรั่งเศสได้ละทิ้งแวร์ซายชั่วคราว ก่อนที่ Louis XV จะทรงย้ายกลับมาประทับอีกครั้งและดำเนินการปรับปรุงพระราชวังเพิ่มเติม รวมถึงการสร้าง Royal Opera House ที่กลายเป็นหนึ่งในโรงอุปรากรที่งดงามที่สุดแห่งยุคนั้น ต่อมาในสมัย Louis XVI และ Marie Antoinette พระราชวังแวร์ซายยังคงเป็นศูนย์กลางราชสำนัก แต่ความฟุ่มเฟือยและวิกฤตเศรษฐกิจของฝรั่งเศสเริ่มสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน จนนำไปสู่เหตุการณ์สำคัญในปี ค.ศ. 1789 เมื่อประชาชนชาวปารีสบุกพระราชวังแวร์ซายและบังคับให้ราชวงศ์ย้ายกลับปารีส เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการปฏิวัติฝรั่งเศสและการสิ้นสุดยุคราชสำนักแห่งแวร์ซายในฐานะศูนย์กลางอำนาจของประเทศ

จากยุคนโปเลียนถึงปัจจุบัน: พระราชวังสู่พิพิธภัณฑ์ระดับโลก (ค.ศ. 1800–ปัจจุบัน)

หลังยุคปฏิวัติฝรั่งเศส พระราชวังแวร์ซายถูกปล่อยร้างอยู่ช่วงหนึ่ง แม้ Napoleon Bonaparte จะเคยใช้บางส่วนของพระราชวัง แต่ไม่ได้กลับมาเป็นราชสำนักเหมือนเดิม จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1837 Louis Philippe I ได้เปิดพระราชวังแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส ต่อมาแวร์ซายยังกลายเป็นสถานที่สำคัญระดับโลก เมื่อมีการลงนาม “สนธิสัญญาแวร์ซาย” หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ภายในห้องกระจกอันโด่งดัง ในปี ค.ศ. 2003 รัฐบาลฝรั่งเศสได้เริ่มโครงการฟื้นฟูครั้งใหญ่ชื่อ “Le Grand Versailles” เพื่อบูรณะอาคาร สวน และงานศิลปะต่าง ๆ ให้กลับมางดงามสมบูรณ์อีกครั้ง ปัจจุบันพระราชวังแวร์ซายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของโลก มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 10 ล้านคนต่อปีที่เดินทางมาชมความอลังการและเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส 

กรุงเทพไปปารีส
เชียงใหม่ไปปารีส
ภูเก็ตไปปารีส
ดูเที่ยวบินทั้งหมด

พระราชวังแวร์ซายได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก UNESCO อย่างไร?

พระราชวังแวร์ซายได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก UNESCO

Palace of Versailles ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1979 เนื่องจากเป็นหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่าที่สุดของโลก พระราชวังแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงอดีตราชสำนักของฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของศิลปะ วัฒนธรรม และอำนาจทางการเมืองของยุโรปในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์อย่างชัดเจน จนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่าเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อมนุษยชาติ 

UNESCO พิจารณาขึ้นทะเบียนพระราชวังแวร์ซายตามเกณฑ์สำคัญ 3 ข้อได้แก่

  • การเป็นผลงานชิ้นเอกแห่งความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ จากความอลังการของสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรค
  • การตกแต่งภายในอาคาร
  • สวนขนาดมหาศาลที่ออกแบบอย่างสมมาตร

นอกจากนี้ แวร์ซายยังมีอิทธิพลต่อการออกแบบพระราชวังและสวนในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป รัสเซีย หรือเอเชีย ทำให้กลายเป็นต้นแบบของราชสำนักยุคใหม่ในศตวรรษที่ 17-18 อีกทั้งพระราชวังแห่งนี้ยังมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์โลกอย่างมาก ทั้งในฐานะศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ฝรั่งเศส สถานที่เกิดเหตุการณ์สำคัญของการปฏิวัติฝรั่งเศส และสถานที่ลงนามสนธิสัญญาแวร์ซายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์โลกไปอย่างมหาศาล

สถาปัตยกรรมพระราชวังแวร์ซาย: ความงามที่ไม่มีวันเสื่อม

สถาปัตยกรรมพระราชวังแวร์ซาย

สถาปัตยกรรมของที่นี่ยิ่งใหญ่มากๆ ตัวพระราชวังโดดเด่นด้วยความอลังการของอาคารหินอ่อนสีขาว การประดับทองคำ กระจกเงา งานแกะสลัก และลวดลายตกแต่งอันละเอียดอ่อนที่สะท้อนถึงอำนาจและรสนิยมของราชวงศ์ฝรั่งเศสในยุครุ่งเรือง ทุกองค์ประกอบถุกออกแบบให้สมมาตร สง่างาม และสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนตั้งแต่ก้าวแรกที่เห็น

ภายในพระราชวังมีห้องมากกว่า 700 ห้อง หน้าต่างถึง 2,153 บาน บันได 67 แห่ง และเตาผิงกว่า 1,315 จุด ซึ่งแสดงถึงขนาดและความซับซ้อนของงานออกแบบในยุคนั้น การก่อสร้างและตกแต่งได้รับการดูแลโดยสถาปนิกและศิลปินชั้นนำของฝรั่งเศส เช่น Louis Le Vau, Jules Hardouin-Mansart และ Charles Le Brun ผู้รับผิดชอบทั้งโครงสร้าง งานจิตรกรรม และการตกแต่งภายใน ส่วนสวนอันกว้างใหญ่ได้รับการออกแบบโดย Andre Le Notre ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกศิลปะการจัดสวนแบบฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงระดับโลก 

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือการตกแต่งภายในที่เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ศิลปะชั้นยอด ทั้งภาพเขียนบนเพดาน ประติมากรรม โคมไฟคริสตัล และเฟอร์นิเจอร์หรูหราที่ผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับราชสำนัก โดยเฉพาะ “ห้องกระจก” (Hall of Mirrors) ที่ใช้กระจกจำนวนมหาศาลสะท้อนแสงธรรมชาติอย่างงดงาม ถือเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราสูงสุดในยุคนั้น และยังคงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

ไฮไลต์: สิ่งน่าสนใจภายในพระราชวังแวร์ซาย

ภายในพระราชวังแห่งนี้เต็มไปด้วยห้องสำคัญ งานศิลปะ และพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความรุ่งเรืองของราชวงศ์ฝรั่งเศสในอดีต และแต่ละโซนก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และนี่คือไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

ห้องกระจก (Galerie des Glaces): สัญลักษณ์แห่งความงดงามของแวร์ซาย

ห้องกระจก (Galerie des Glaces)

ห้องกระจก (Galerie des Glaces) คือห้องที่มีชื่อเสียงที่สุดของพระราชวังแวร์ซายและถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราของราชสำนักฝรั่งเศส ห้องแห่งนี้มีความยาวกว่า 70 เมตร ตกแต่งด้วยกระจกเจียระไนขนาดใหญ่ 17 บานที่สะท้อนแสงจากหน้าต่างฝั่งสวนได้อย่างงดงาม ภายในยังประดับด้วยโคมระย้าแชนเดอเลียร์ ภาพวาดบนเพดาน และงานตกแต่งสีทองอันวิจิตร เดิมใช้สำหรับจัดพิธีสำคัญ รับรองราชทูตและงานเฉลิมฉลองของราชสำนัก นอกจากนี้ ห้องกระจกยังเป็นสถานที่ลงนามสนธิสัญญาสำคัญถึง 2 ครั้งหลังสงครามโลก จึงมีความสำคัญทั้งด้านศิลปะและประวัติศาสตร์ระดับโลก

ห้องวีนัส (Salon de Vénus): ความเชื่อมโยงระหว่างฝรั่งเศสและสยาม

ห้องวีนัส (Salon de Vénus)

ห้องวีนัส (Salon de Vénus) เป็นอีกหนึ่งห้องสำคัญที่มีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ไทย ห้องนี้ตกแต่งภายใต้แนวคิดเทพปกรณัมกรีก-โรมัน โดยเน้นเรื่องความรักและความงามตามแบบเทพีวีนัส ภายในมีรูปปั้น Louis XIV ในชุดนักรบโรมันอันสง่างาม และงานตกแต่งหรูหราที่สะท้อนความรุ่งเรืองของราชสำนักฝรั่งเศส ในอดีตห้องแห่งนี้เคยใช้เป็นพื้นที่ต้อนรับและที่พักของราชทูตจากต่างประเทศ รวมถึงคณะราชทูตจากกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถือเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 ได้อย่างน่าสนใจ

ห้องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ห้องสมุด ห้องพักบรรทม และโบสถ์หลวง

ห้องอื่นๆ ในพระราชวัง

ภายในพระราชวังแวร์ซายยังมีห้องสำคัญอีกมากมายที่สะท้อนชีวิตของราชวงศ์ฝรั่งเศสอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น King's Grand Apartment ซึ่งเป็นห้องรับรองและห้องบรรทมของกษัตริย์ หรือ Queen's Grand Apartment ที่ตกแต่งอย่างหรูหราสำหรับพระราชินี นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดส่วนพระองค์ของ Louis XVI ที่สะท้อนความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และวรรณกรรมของพระองค์ รวมถึง Royal Chapel of Versailles โบสถ์หลวงอันสง่างามที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา และ Royal Opera House โรงโอเปร่าที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ภายในพระราชวังยังเก็บสะสมภาพวาดกว่า 6,123 ภาพ และงานแกะสลักอีกมากถึง 18,893 ชิ้น จนเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ศิลปะขนาดมหึมาแห่งหนึ่งของโลก

อุทยานและสวนพระราชวังแวร์ซาย: ความงามที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด

อุทยานและสวนพระราชวังแวร์ซาย

สวนของพระราชวังแวร์ซายมีขนาดมหาศาลกว่า 14,820 เอเคอร์ และได้รับการออกแบบโดย Andre Le Notre สถาปนิกภูมิทัศน์ชื่อดังของฝรั่งเศส จุดเด่นคือการจัดสวนแบบเรขาคณิตที่สมมาตรอย่างประณีต ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและศิลปะได้อย่างลงตัว ภายในประกอบด้วยสระน้ำขนาดใหญ่ ทะเลสาบจำลอง น้ำพุจำนวนมาก และรูปปั้นจากตำนานกรีก-โรมันที่กระจายอยู่ทั่วสวน ระบบชลประทานของที่นี่ถือว่าล้ำสมัยมากในยุคนั้น และยังมีการแสดงน้ำพุดนตรี (Musical Fountain Show) ในบางวันพิเศษที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศความอลังการให้สวนแวร์ซายมากยิ่งขึ้น

Petit Trianon และ Grand Trianon: พระตำหนักส่วนพระองค์ที่ซ่อนเสน่ห์

Petit Trianon และ Grand Trianon

นอกจากตัวพระราชวังหลักแล้ว ภายในพื้นที่แวร์ซายยังมีพระตำหนักส่วนพระองค์ที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยเสน่ห์อย่าง Grand Trianon ซึ่งสร้างขึ้นโดย Louis XIV ด้วยหินอ่อนสีชมพูสวยงาม ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนจากความวุ่นวายของราชสำนัก ส่วน Petit Trianon เป็นพระตำหนักที่ Louis XVI มอบให้ Marie Antoinette เพื่อใช้เป็นพื้นที่ส่วนพระองค์ นอกจากนี้ยังมี Queen's Hamlet หมู่บ้านจำลองกลางธรรมชาติที่สร้างขึ้นให้พระนางใช้พักผ่อนในบรรยากาศชนบท จุดนี้ได้รับความนิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะให้ฟีลโรแมนติก สงบ และแตกต่างจากความโอ่อ่าของตัวพระราชวังหลักอย่างชัดเจน

วิธีเดินทางไปพระราชวังแวร์ซาย: จากปารีสถึงแวร์ซายได้อย่างไรบ้าง?

การเดินทางไปยังพระราชวังแวร์ซาย สามารถเดินทางได้หลายวิธี ทั้งการนั่งรถไฟ หรือจองทัวร์ไปเลยจากปารีส ซึ่งได้รับความนิยมมากๆ โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัดหรืออยากฟังประวัติศาสตร์แบบละเอียดระหว่างเที่ยวชม

รถไฟ RER สาย C: วิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุด

ประตูหน้าพระราชวัง

การนั่งรถไฟ RER สาย C ถือเป็นวิธีที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุดในการเดินทางจากปารีสไปพระราชวังแวร์ซาย เพราะสะดวก ประหยัด และไม่ต้องต่อรถหลายรอบ สามารถขึ้นได้จากหลายสถานีสำคัญในปารีส เช่น สถานีใกล้ Musee d’Orsay หรือ Saint-Michel-Notre-Dame แล้วนั่งไปลงที่สถานี Versailles-Chateau-Rive Gasuche ซึ่งอยู่ห่างจากทางเข้าพระราชวังเพียงเดินประมาณ 10 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35-40 นาที ราคาตั๋วไป-กลับโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7-10 ยูโร ขึ้นอยู่กับประเภทตั๋วและโซนที่เดินทาง

ข้อควรระวัง รถไฟบางขบวนของสาย C ไม่ได้ไปถึงแวร์ซายโดยตรง ดังนั้นควรตรวจสอบปลายทางบนป้ายสถานีให้แน่ใจว่าเป็น Versailles Chateau Rive Gauche ก่อนขึ้นรถ นอกจากนี้ช่วงเช้าและวันหยุดอาจมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แนะนำให้ออกเดินทางแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงคิวเข้าชมพระราชวังที่ค่อนข้างยาว

ทัวร์นำเที่ยวจากปารีส: ตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว

ทัวร์นำเที่ยวจากปารีส

สำหรับคนที่ไม่อยากวางแผนเดินทางเอง การจองทัวร์นำเที่ยวจากปารีสถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกมาก เพราะส่วนใหญ่รวมค่าเดินทาง ตั๋วเข้าชมและบริการ Skip-the-Line ช่วยประหยัดเวลาต่อคิวเข้าพระราชวังได้เยอะ ทัวร์มีให้เลือกทั้งแบบเดินทางด้วยรถไฟและรถบัส พร้อมไกด์ภาษาอังกฤษ หรือบางบริษัทมีไกด์ภาษาไทยให้บริการด้วย เหมาะสำหรับคนที่อยากฟังประวัติศาสตร์และรายละเอียดเชิงลึกระหว่างเที่ยว

แพ็กเกจทัวร์มีหลายระดับราคา ตั้งแต่แบบ Half-Day Tour ราคาประหยัด ไปจนถึง Premium Tour ที่รวมการเข้าชมห้องพิเศษ สวน และ Petit Trianon ค่าใช้จ่ายโดยประมาณเริ่มตั้งแต่ 60–150 ยูโรต่อคน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและบริการที่รวมในแพ็กเกจ ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายและเที่ยวได้ครบภายในวันเดียว

ราคาบัตรเข้าชมพระราชวังแวร์ซาย และวิธีซื้อให้คุ้มค่าที่สุด

การเข้าชมพระราชวังแวร์ซายมีบัตรให้เลือกหลายประเภท ขึ้นอยู่กับว่าต้องการเข้าชมเฉพาะตัวพระราชวัง หรืออยากเที่ยวครบ ลองดูราคาบัตรตามตารางนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ

ประเภทบัตร

สิ่งที่รวม

ราคาโดยประมาณ

เหมาะกับใคร

Palace Ticket

เข้าชมเฉพาะพระราชวังหลัก

€21–25 (ประมาณ 820–980 บาท)

คนมีเวลาจำกัด หรืออยากชมเฉพาะห้องกระจกและโซนหลัก

Passport Ticket (Low Season)

พระราชวัง + Trianon + สวน + Park

€24–25 (ประมาณ 940–980 บาท)

คนที่อยากเที่ยวครบทุกโซนในวันเดียว

Passport Ticket (High Season)

รวมทุกโซน + Musical Gardens/Fountains

€32–35 (ประมาณ 1,250–1,370 บาท)

คุ้มที่สุดสำหรับเที่ยวครั้งแรก

Estate of Trianon Ticket

เข้า Grand Trianon, Petit Trianon และสวน

€15 (ประมาณ 590 บาท)

คนที่เคยเข้าพระราชวังหลักแล้ว

Musical Gardens / Musical Fountains Ticket

เข้าสวน + ชมโชว์น้ำพุดนตรี

€12–15 (ประมาณ 470–590 บาท)

คนที่อยากชมการแสดงพิเศษในสวน

Skip-the-Line Guided Tour

ตั๋วพร้อมไกด์และช่องเข้าพิเศษ

€65–150 (ประมาณ 2,550–5,900 บาท)

คนไม่อยากต่อคิวและอยากฟังประวัติแบบละเอียด

*อัตราแลกเปลี่ยนคำนวณคร่าว ๆ ที่ 1 ยูโร ≈ 39 บาท ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและเว็บไซต์จำหน่ายตั๋ว 

นอกจากนี้ พระราชวังแวร์ซาย ยังมีสิทธิ์เข้าชมฟรีสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และผู้ที่อายุต่ำกว่า 26 ปี ซึ่งเป็นพลเมืองหรือผู้พำนักในสหภาพยุโรป (EEA) แต่ในวันที่มีการแสดงน้ำพุดนตรีหรือ Musical Gardens อาจต้องซื้อตั๋วเข้าสวนเพิ่มเติม แม้จะได้สิทธิ์เข้าพระราชวังฟรีก็ตาม

เวลาเปิด-ปิดและช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมพระราชวังแวร์ซาย

โซน

เวลาเปิดทำการโดยประมาณ

วันปิด

พระราชวังหลัก (Palace)

09:00–18:30 น.

ปิดทุกวันจันทร์

Trianon Estate

12:00–18:30 น.

ปิดทุกวันจันทร์

สวนแวร์ซาย (Gardens)

08:00–20:30 น. (ฤดูร้อน) / ปิดเร็วขึ้นในฤดูหนาว

เปิดทุกวัน

Park

07:00–20:30 น.

เปิดทุกวัน

* เวลาเปิด-ปิดอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล วันหยุดราชการ และกิจกรรมพิเศษ ควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง 

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวแวร์ซายคือช่วงเช้า โดยเฉพาะก่อน 10:00 น. เพราะคิวเข้าพระราชวังจะยังไม่ยาวมาก ส่วนช่วงบ่ายโดยเฉพาะหน้าร้อน คนจะหนาแน่นมากทั้งในห้องกระจกและสวน นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงวันหยุดสุดสัปดาห์และช่วงวันหยุดยุโรป หากต้องการเที่ยวแบบสบายๆ ถ่ายรูปง่าย และใช่เวลาเดินชมได้เต็มที่

เที่ยวแวร์ซายในแต่ละฤดูกาล: ฤดูใดดีที่สุด?

การเที่ยวพระราชวังแวร์ซายในแต่ละฤดูกาลจะให้บรรยากาศแตกต่างกันอย่างชัดเจน ขึ้นอยู่กับสไตล์การเที่ยวที่ชอบ ทั้งเรื่องอากาศ ความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว และความสวยของสวน 

ฤดูกาล

ช่วงเวลา

จุดเด่น

ข้อควรระวัง

ฤดูใบไม้ผลิ

เมษายน–มิถุนายน

อากาศดีที่สุด ดอกไม้ในสวนเริ่มบาน ถ่ายรูปสวย คนยังไม่แน่นเท่าหน้าร้อน

บางวันอาจมีฝน

ฤดูร้อน

กรกฎาคม–สิงหาคม

สวนเขียวสวยเต็มที่ มี Musical Fountain Show และกิจกรรมพิเศษ

คนเยอะมาก คิวเข้าชมยาว อากาศค่อนข้างร้อน

ฤดูใบไม้ร่วง

กันยายน–พฤศจิกายน

อากาศเย็นสบาย สีใบไม้สวย นักท่องเที่ยวน้อยลง

ช่วงปลายฤดูบางวันฝนตกและสวนเริ่มปิดเร็ว

ฤดูหนาว

ธันวาคม–มีนาคม

คนน้อย เที่ยวสบาย ถ่ายรูปง่าย โรงแรมราคาถูกลง

อากาศหนาว สวนอาจไม่สวยเท่าฤดูอื่น และบางกิจกรรมหยุดให้บริการ

โดยรวมแล้ว ช่วงที่หลายคนมองว่าดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูใบไม้ร่วง เพราะอากาศกำลังสบาย คนไม่หนาแน่นเกินไป และสวนแวร์ซายยังคงสวยงามมาก ส่วนใครที่อยากชมการแสดงน้ำพุสุดอลังการ แนะนำให้ไปช่วงฤดูร้อน แม้จะต้องเจอกับนักท่องเที่ยวจำนวนมากก็ตาม

แผนการเที่ยวพระราชวังแวร์ซาย 1 วัน: เส้นทางแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวไทย

แผนการเที่ยวพระราชวังแวร์ซาย 1 วัน

07:30–08:30 น. ออกเดินทางจากปารีส

เริ่มต้นด้วยการนั่ง RER สาย C ไปลงที่ Versailles-Chateau-Rive Gauche ใช้เวลาประมาณ 35–40 นาที แนะนำให้ออกจากปารีสไม่เกิน 08:00 น. เพื่อไปถึงก่อนนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วง High Season

09:00–11:30 น. ชมพระราชวังหลัก (Palace)

เมื่อเข้าพระราชวังแล้ว แนะนำให้เริ่มจากโซนหลักก่อน เพราะช่วงสายคนจะเริ่มเยอะมาก จุดสำคัญที่ควรใช้เวลา ได้แก่

  • ห้องกระจก (Hall of Mirrors) — ประมาณ 20–30 นาที
  • King's Grand Apartment — ประมาณ 30 นาที
  • Queen's Grand Apartment — ประมาณ 20 นาที
  • Royal Chapel และ Royal Opera — ประมาณ 20 นาที
  • ห้องสำคัญอื่น ๆ และงานศิลปะ — ประมาณ 30–40 นาที

หากชอบประวัติศาสตร์ แนะนำเช่า Audio Guide หรือโหลดแอปไกด์ไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้เข้าใจรายละเอียดมากขึ้น

11:30–12:30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 

ภายในพระราชวังมีร้านอาหารและคาเฟ่หลายจุด โดยร้านยอดนิยมคือ Angelina Versailles ที่ขึ้นชื่อเรื่องช็อกโกแลตร้อนและขนมฝรั่งเศส หรือหากอยากนั่งชิลล์สามารถเลือกคาเฟ่บริเวณสวนได้เช่นกัน แนะนำให้พักช่วงเที่ยงก่อนเริ่มเดินสวน เพราะช่วงบ่ายต้องใช้พลังค่อนข้างเยอะ 

12:30–14:30 น. เดินชมสวนแวร์ซายและน้ำพุ 

หลังออกจากพระราชวังหลัก ให้ใช้เวลาเดินชมสวนขนาดมหึมาที่ออกแบบโดย Andre Le Notre ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่

  • Latona Fountain
  • Apollo Fountain
  • Grand Canal
  • สวนเรขาคณิตและรูปปั้นกรีก-โรมัน

หากมาในวันที่มี Musical Fountain Show จะได้ชมการแสดงน้ำพุประกอบดนตรีคลาสสิกสุดอลังการด้วย แนะนำใส่รองเท้าสบาย ๆ เพราะระยะเดินค่อนข้างไกล

14:30–16:30 น. เที่ยว Grand Trianon และ Petit Trianon

ช่วงบ่ายเหมาะกับการเที่ยวโซน Trianon ซึ่งบรรยากาศสงบและคนไม่แน่นเท่าพระราชวังหลัก เริ่มจาก Grand Trianon พระตำหนักหินอ่อนสีชมพูของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก่อนต่อไปยัง Petit Trianon และ Queen's Hamlet หมู่บ้านจำลองสุดโรแมนติกของ Marie Antoinette ซึ่งเป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปสวยที่สุดของแวร์ซาย

16:30–18:00 น. เดินเล่น ซื้อของฝาก และกลับปารีส

ก่อนกลับสามารถแวะร้านขายของที่ระลึกภายในพระราชวัง หรือพักจิบกาแฟชมวิวสวนช่วงเย็น จากนั้นเดินกลับสถานีรถไฟเพื่อเดินทางกลับปารีส ช่วงเย็นแสงจะสวยมาก เหมาะกับการถ่ายภาพด้านหน้าพระราชวังแบบคนเริ่มบางลง

ที่พักใกล้พระราชวังแวร์ซาย: เลือกพักที่ไหนดี?

Waldorf Astoria Versailles - Trianon Palace

Waldorf Astoria Versailles - Trianon Palace

โรงแรมระดับลักชูรีชื่อดังที่อยู่ใกล้พระราชวังแวร์ซายมากที่สุดแห่งหนึ่ง บรรยากาศหรูหราสไตล์คลาสสิก พร้อมวิวสวนสวยและห้องพักระดับ 5 ดาว เหมาะสำหรับคนที่อยากพักผ่อนแบบพรีเมียมและสัมผัสบรรยากาศราชวงศ์ฝรั่งเศสแบบเต็มอารมณ์ ภายในมีทั้งสปา ร้านอาหาร และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ราคาเฉลี่ยประมาณ 18,000–30,000 บาทต่อคืน ขึ้นอยู่กับฤดูกาล 

📍 ที่อยู่: 1 Bd de la Reine, 78000 Versailles, ฝรั่งเศส

Le Louis Versailles Château - MGallery Collection

Le Louis Versailles Château - MGallery Collection

หนึ่งในโรงแรมยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะอยู่ใกล้ทั้งสถานีรถไฟและทางเข้าพระราชวัง สามารถเดินเที่ยวได้สะดวก ห้องพักสไตล์โมเดิร์นผสมความคลาสสิกแบบฝรั่งเศส มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ความสบาย เดินทางง่าย และไม่ไกลจากร้านอาหารหรือคาเฟ่ ราคาเฉลี่ยประมาณ 8,000–15,000 บาทต่อคืน 

📍 ที่อยู่: 2 Bis Av. de Paris, 78000 Versailles, ฝรั่งเศส

ibis Versailles Château

ibis Versailles Château

ตัวเลือกยอดฮิตสำหรับนักเดินทางที่ต้องการประหยัดงบ แต่ยังอยากพักใกล้พระราชวังและสถานีรถไฟ จุดเด่นคือทำเลดี เดินทางสะดวก ห้องพักเรียบง่ายแต่ครบครัน เหมาะสำหรับคนที่ใช้เวลาเที่ยวเป็นหลักและกลับมาพักผ่อนช่วงกลางคืน ราคาเฉลี่ยประมาณ 4,000–6,000 บาทต่อคืน ถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับโลเคชันในเมืองแวร์ซาย 

📍 ที่อยู่: 4 Av. du Général de Gaulle, 78000 Versailles, ฝรั่งเศส

โรงแรมยอดนิยมในฝรั่งเศส
ปารีส
ลียง
มาร์เซย์
บอร์โด
นีซ
ดูโรงแรมทั้งหมด
NO.3
โนโวเทล ปารีส เลอาล
8.3/10201 reviews
โนโวเทล ปารีส เลอาล
โรงแรมในปารีส
NO.4
พูลแมน ปารีส ตูร์ไอเฟล
8.5/10607 reviews
พูลแมน ปารีส ตูร์ไอเฟล
โรงแรมในปารีส
NO.5
Hotel Indigo PARIS - OPERA by IHG
8.9/1053 reviews
Hotel Indigo PARIS - OPERA by IHG
โรงแรมในปารีส
NO.6
แชงกรีล่า ปารีส
9.6/1055 reviews
แชงกรีล่า ปารีส
โรงแรมในปารีส
NO.7
Plaza Athénée Paris & Dior Spa
9.2/1075 reviews
Plaza Athénée Paris & Dior Spa
โรงแรมในปารีส
NO.2
โฮเทล ลิโก บาย แฮปปี้คัลเจอร์
9.4/1095 reviews
โฮเทล ลิโก บาย แฮปปี้คัลเจอร์
โรงแรมในมาร์กเซย์
NO.4
Appart'hôtel Marseille Centre Euromed
8.6/10390 reviews
Appart'hôtel Marseille Centre Euromed
โรงแรมในมาร์กเซย์
NO.5
Hôtel Mercure Marseille Centre Vieux-Port
8.8/1069 reviews
Hôtel Mercure Marseille Centre Vieux-Port
โรงแรมในมาร์กเซย์
NO.6
อีซี่โฮเทล มาร์แซย์ ยูโรเมด
8.1/1069 reviews
อีซี่โฮเทล มาร์แซย์ ยูโรเมด
โรงแรมในมาร์กเซย์
NO.7
โฮสเทล - ประชาชน - มาร์เซย์
9/10210 reviews
โฮสเทล - ประชาชน - มาร์เซย์
โรงแรมในมาร์กเซย์
NO.8
Zenitude Hôtel Résidences Marseille Saint-Charles
8.4/10309 reviews
Zenitude Hôtel Résidences Marseille Saint-Charles
โรงแรมในมาร์กเซย์
NO.1
Ibis Budget Bordeaux Centre Gare Saint-Jean
8.4/1092 reviews
Ibis Budget Bordeaux Centre Gare Saint-Jean
โรงแรมในบอร์กโดซ์
NO.3
JOST Bordeaux
9.2/1080 reviews
JOST Bordeaux
โรงแรมในบอร์กโดซ์
NO.4
ไฮฟ์ บอร์โดซ์
8.8/1023 reviews
ไฮฟ์ บอร์โดซ์
โรงแรมในบอร์กโดซ์
NO.8
โนโวเทล บอร์โด เซ็นเตอร์-วิลล์
8.5/1052 reviews
โนโวเทล บอร์โด เซ็นเตอร์-วิลล์
โรงแรมในบอร์กโดซ์

เคล็ดลับและสิ่งที่ควรรู้ก่อนไปเยี่ยมชมพระราชวังแวร์ซาย

การเที่ยวที่นี่ให้สนุกและไม่เหนื่อยเกินไป จำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างดี เพราะพื้นที่ของพระราชวังและสวนค่อนข้างใหญ่กว่าที่หลายคนคิด นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยใช้เวลาเดินทั้งวันจนแทบหมดแรง ดังนั้น การเตรียมตัวให้พร้อมจะช่วยให้เที่ยวได้ง่ายมากขึ้น

จองบัตรล่วงหน้าเสมอ 

สิ่งสำคัญที่สุดคือควรจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า โดยเฉพาะ Passport Ticket และเลือกช่วงเวลาเข้าชมไว้ก่อน เพราะคิวหน้าพระราชวังอาจยาวหลายชั่วโมงในช่วงฤดูร้อน การมีตั๋วล่วงหน้าจะช่วยให้เข้าคิวเร็วขึ้นและวางแผนเที่ยวได้ง่ายกว่า 

แต่งตัวสบายและเลือกรองเท้าที่เดินง่าย 

พื้นที่ภายในแวร์ซายใหญ่มาก โดยเฉพาะโซนสวนและ Trianon ที่ต้องเดินค่อนข้างไกล แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เดินสบาย หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าแฟชั่นที่เดินนาน ๆ แล้วเมื่อย นอกจากนี้อากาศฝรั่งเศสเปลี่ยนเร็ว ควรพกเสื้อคลุมบาง ๆ ติดตัวไว้เสมอ 

พกน้ำดื่มและของกินเล็กน้อย 

แม้ภายในพระราชวังจะมีคาเฟ่และร้านอาหาร แต่ราคาค่อนข้างสูงและบางช่วงคนเยอะมาก นักท่องเที่ยวหลายคนจึงนิยมพกน้ำดื่ม ขนม หรือแซนด์วิชเล็ก ๆ ติดตัวไว้ โดยเฉพาะคนที่วางแผนเดินสวนหลายชั่วโมง 

เช่าจักรยานหรือรถกอล์ฟช่วยประหยัดแรง 

สวนแวร์ซายมีขนาดใหญ่มหาศาลจนเดินไม่ทั่วในวันเดียว หากอยากเที่ยวได้ครบมากขึ้น สามารถเช่าจักรยาน รถกอล์ฟ หรือเรือพายใน Grand Canal ได้ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและสนุกไปอีกแบบ โดยเฉพาะช่วงอากาศดีในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 

รับแผนที่ฟรีและโหลดแอปนำเที่ยว 

บริเวณทางเข้ามีแผนที่แจกฟรีหลายภาษา รวมถึงแอป Audio Guide ของแวร์ซายที่ช่วยอธิบายประวัติศาสตร์แต่ละห้องอย่างละเอียด แนะนำให้โหลดไว้ล่วงหน้าเพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตบางจุดอาจไม่เสถียร 

มาเช้าจะถ่ายรูปสวยกว่า 

หากอยากได้ภาพสวย ๆ โดยไม่มีคนเยอะ แนะนำให้มาถึงก่อนเปิดหรือเข้าห้องกระจกช่วงเช้าทันที เพราะหลัง 10 โมงนักท่องเที่ยวจะเริ่มแน่นมาก โดยเฉพาะฤดูร้อนและวันหยุดสุดสัปดาห์ 

ระวังเรื่องเวลาและพลังงาน 

นักท่องเที่ยวจำนวนมากประเมินขนาดของแวร์ซายต่ำเกินไป ทำให้เดินไม่ครบหรือเหนื่อยเกินช่วงบ่าย แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 1 วันเต็ม และจัดลำดับการเที่ยวให้ดี โดยเริ่มจากพระราชวังหลักก่อน แล้วค่อยไปสวนและ Trianon ช่วงบ่าย จะช่วยประหยัดแรงและเที่ยวได้ครบมากกว่า 

สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังวางแผนเที่ยวฝรั่งเศส พระราชวังแวร์ซายถือเป็น One Day Trip จากปารีสที่คุ้มค่ามาก ทั้งเดินทางง่าย เที่ยวได้ครบในวันเดียว และมีมุมสวยระดับโลกให้เก็บภาพตลอดทั้งวัน หากเตรียมตัวดี จองตั๋วล่วงหน้า และวางแผนเส้นทางให้เหมาะ รับรองว่าการมาเยือนแวร์ซายจะกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่น่าประทับใจที่สุดของทริปฝรั่งเศสแน่นอน 

บทความที่คุณอาจสนใจ
อุณหภูมิฝรั่งเศส 2569 สภาพอากาศทั้งปีและเคล็ดลับแต่งตัวตามฤดู
เช็กอุณหภูมิฝรั่งเศส 2569 ทั้ง 4 ฤดู พร้อมทริคแต่งตัวให้เหมาะ เที่ยวปารีสหน้าหนาวหรือฝรั่งเศสใต้หน้าร้อนก็เตรียมพร้อมได้ครบ จบ ในที่เดียว
26 กุมภาพันธ์ 2026
ใบตม. ฝรั่งเศส 2569คู่มือเข้าเมืองฝรั่งเศสแบบครบจบในที่เดียว
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางไปฝรั่งเศสด้วยคู่มือใบ ตม. อัปเดตล่าสุด 2569 รวมข้อมูลสำคัญและขั้นตอนที่คุณต้องรู้เพื่อการเข้าเมืองที่ราบรื่น
23 สิงหาคม 2025
eSIM ฝรั่งเศส 2569: เน็ตเร็ว ราคาถูก เริ่มต้นเพียง 33 บาท
วางแผนเที่ยวฝรั่งเศสง่ายกว่าที่คิด! เลือก eSIM ฝรั่งเศส ราคาคุ้ม เน็ตแรง ใช้งานได้ทั่วฝรั่งเศส ติดตั้งใน 5 นาที ไม่ต้องเปลี่ยนซิมการ์ด พร้อมแพ็กเกจล่าสุดปี 2569
4 พฤศจิกายน 2025
ปลั๊กไฟฝรั่งเศส 2569: ประเภทปลั๊ก แรงดันไฟฟ้า และอแดปเตอร์
เตรียมตัวเที่ยวฝรั่งเศสให้พร้อม! เช็คข้อมูลปลั๊กไฟ Type C/E แรงดันไฟฟ้า 230V และเคล็ดลับเลือกอแดปเตอร์ให้ถูก พร้อมเทคนิคเที่ยวฝรั่งเศสแบบไม่สะดุดกับ Trip.com
12 พฤศจิกายน 2025

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพระราชวังแวร์ซาย

คำจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำโดยผู้ร่วมสร้างเนื้อหารายบุคคลหรือแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม ในกรณีที่มีความผิดพลาดเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดติดต่อเราและเราจะลบเนื้อหาทันที

พระราชวังแวร์ซาย: คู่มือเที่ยวฉบับสมบูรณ์สำหรับนักท่องเที่ยวไทย

Porlaoongkum

Porlaoongkum

นักเขียนบล็อกท่องเที่ยว

ดูโปรไฟล์

เราคือ Porlaoongkum ผู้รักการถ่ายรูปและการท่องเที่ยวทั่วโลก เปิดโลกการเที่ยวของตัวเองในทุกมุมมอง ไปเที่ยวมาแล้วทั้งในไทย และต่างประเทศ ทั้งลาว, ไต้หวัน, ฮ่องกง และเวียดนาม วันว่างๆ เราชอบออกไปเที่ยวและถ่ายรูป เก็บภาพสวยๆ ของแต่ละที่ที่ไม่ค่อยมีใครเห็น พร้อมพาทุกคนออกเดินทางไปพร้อมๆ กัน

503 บทความ
นักท่องเที่ยวอิสระ นักเขียนอิสระ เที่ยวได้ด้วยตัวเอง
> >
พระราชวังแวร์ซาย