
การเดินทางสู่เขาคิชฌกูฏไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่คือเส้นทางแห่งศรัทธาที่ผู้คนรอคอยทุกปี สำหรับมือใหม่ การเตรียมตัวไปเขาคิชฌกูฏให้ถูกต้องคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ทริปครั้งนี้ราบรื่น Trip.com รวบรวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนขึ้นเขาแบบครบถ้วน ตั้งแต่ช่วงเวลาเปิดเขา การเดินทาง ไปจนถึงข้อควรปฏิบัติ เพื่อให้คุณได้ทั้งความสบายใจและความอิ่มบุญกลับบ้าน
อัปเดตล่าสุด! กำหนดการเปิดเขาคิชฌกูฏ ประจำปี 2569

สำหรับประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏในปี 2569 นี้ กำหนดการเปิดเขาคิชฌกูฏ 2569 อย่างเป็นทางการจะเปิดให้ผู้แสวงบุญขึ้นไปสักการะได้ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม - 19 มีนาคม 2569 ซึ่งรวมเวลาอยู่บนเส้นทางศรัทธานานราว 60 วันเต็ม เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงกลางมีนาคมของปีนี้
ก่อนวันเปิดเขาจะมีพิธีบวงสรวง “ปิดป่า-เปิดเขา” จัดขึ้นราววันที่ 17 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นพิธีที่เชื่อกันว่าจะขับไล่สิ่งอัปมงคลและเปิดทางให้ผู้แสวงบุญเดินทางขึ้นเขาอย่างปลอดภัย ช่วงเวลาที่แนะนำให้ไปขึ้นเขานั้นคือกลางคืนถึงรุ่งเช้า เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายและสามารถขึ้นไปชมแสงแรกของวันบนยอดเขาได้ เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสงบและสวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบพร้อมกับวิวธรรมชาติกลางแสงเช้า แนะนำก่อนเดินทางให้ตรวจสอบประกาศล่าสุดจากอุทยานฯ ก่อน เพื่อที่จะได้เตรียมตัวไปได้อย่างถูกต้อง
ทำไมเขาคิชฌกูฏถึงเป็นเส้นทางแห่งศรัทธาที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต?

บนยอดเขาคิชฌกูฏมีรอยพระพุทธบาทที่ผู้คนศรัทธาว่าเป็นรอยประทับแห่งพระพุทธองค์ ประดิษฐานอยู่ใกล้ก้อนหินมหึมาที่เรียกว่า หินพระบาท ภาพหินทรงตัวอยู่บนหน้าผาเหมือนท้าทายแรงโน้มถ่วงนั้น ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่จุดหมายทางศาสนา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อที่ตั้งมั่นท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก
ตำนานและความศักดิ์สิทธิ์ของรอยพระพุทธบาท
ตำนานเล่าขานว่ารอยพระพุทธบาทบนยอดเขาเป็นหนึ่งในรอยศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธองค์ทรงประทับไว้เพื่อโปรดสัตว์และเป็นเครื่องหมายแห่งธรรม ผู้แสวงบุญจำนวนมากเชื่อว่าการได้ขึ้นไปสักการะสักครั้งในชีวิตจะนำมาซึ่งความเป็นมงคล ความก้าวหน้า และพลังใจใหม่ๆ ความศรัทธานี้ไม่ใช่เรื่องพิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์ได้โดยตรง แต่มันสะท้อนพลังของความหมายที่มนุษย์มอบให้กับสถานที่ และความหมายนั้นเองที่เปลี่ยนภูเขาธรรมดาให้กลายเป็นเส้นทางศักดิ์สิทธิ์
ประสบการณ์พิเศษที่ทดสอบทั้งกายและใจ
การขึ้นเขาคิชกูฏไม่ใช่การเดินเล่นในสวนสาธารณะ ทางชัน ระยะทางหลายกิโลเมตร และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทำให้ทุกก้าวคือการทดสอบความอดทนของร่างกาย ขณะเดียวกันความมืดในยามค่ำคืนคือความเงียบของป่าในยามรุ่งสาง ก็ชวนให้ผู้เดินทางได้ทบทวนใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง บางคนขึ้นไปเพื่อขอพร บางคนขึ้นไปเพราะครอบครัว แต่หลายคนกลับลงมาพร้อมบทเรียนบางอย่างเกี่ยวกับความพยายามและศรัทธาอันเต็มเปี่ยม
ตลอดเส้นทางจะเห็นผู้คนช่วยเหลือกันโดยไม่รู้จักกันมาก่อน นั่นคือภาพสะท้อนว่าศรัทธาไม่ใช่เรื่องโดดเดี่ยว หากเป็นแรงเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันได้อย่างน่าประหลาด ภูเขาอาจสูงเท่าเดิมทุกปี แต่คนที่เดินขึ้นไป ไม่เคยกลับลงมาเป็นคนเดิมเสมอไป และนั่นคือเหตุผลที่หลายคนบอกว่า เส้นทางแห่งนี้ควรไปสัมผัสด้วยตัวเองอย่างน้อยสักครั้งในชีวิต
- เที่ยวเดียว
- ไป-กลับ
- direct cheapest
DMK19:301 ชม. 15 น.บินตรงCNX20:45กรุงเทพ - เชียงใหม่|พฤ. 30 เม.ย.|ไทยไลอ้อนแอร์JPY 3,300JPY 4,890ลด 33%ลด 33%JPY 4,890JPY 3,300
DMK21:451 ชม. 15 น.บินตรงCNX23:00กรุงเทพ - เชียงใหม่|พฤ. 30 เม.ย.|แอร์เอเชียJPY 3,790JPY 4,890ลด 22%ลด 22%JPY 4,890JPY 3,790
DMK08:351 ชม. 15 น.บินตรงCNX09:50กรุงเทพ - เชียงใหม่|ศ. 17 เม.ย.|ไทยไลอ้อนแอร์JPY 3,960JPY 4,890ลด 19%ลด 19%JPY 4,890JPY 3,960
BKK1:00 PM3 ชม. 5 น.บินตรงCNX2:00 PMกรุงเทพ - เชียงใหม่|Sat, Feb 28|ไทยไลอ้อนแอร์ค้นหาเที่ยวบินเพิ่มเติมค้นหาเที่ยวบินเพิ่มเติม
ราคาเที่ยวบิน${{departCityName}}-${{arrivalCityName}}ที่แสดงนี้อ้างอิงจากราคาเฉลี่ยของสายการบินต่างๆ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตามฐานข้อมูลล่าสุดของ Trip.com
วางแผนการเดินทางสู่เขาคิชฌกูฏ

ขั้นตอนที่ 1: จองคิวขึ้นเขาออนไลน์ (ใส่ลิงก์และวิธีจอง)
การขึ้นเขาคิชฌกูฏในช่วงเทศกาลจำเป็นต้องจองคิวขึ้นเขาคิชฌกูฏ ออนไลน์ล่วงหน้า เพื่อจัดระบบจำนวนผู้ขึ้นเขา แต่ละวันมีโควต้าให้จองประมาณ 6,000 คน โดยแอปพลิเคชันจะช่วยให้คุณเลือกวัน เวลา และวิธีการขึ้นเขาได้อย่างสะดวก
- ดาวน์โหลดแอป KCKQue (พระบาทคิชฌกูฏ) จาก App Store หรือ Google Play
- ลงทะเบียนและเลือกวันที่ต้องการขึ้นเขา
- เลือกช่วงเวลาขึ้นเขา และรูปแบบบริการ
- เมื่อจองแล้วจะได้ QR Code หรือหลักฐานการจองไว้แสดงกับเจ้าหน้าที่วันเดินทาง
ขั้นตอนที่ 2: การเดินทางไปจังหวัดจันทบุรี
วิธีเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรีเส้นทางหลักมีดังนี้
- รถโดยสารประจำทางจากกรุงเทพฯ ไปยังจันทบุรี มีรถออกจากสถานีขนส่งหลายแห่ง ราคาประมาณ 220-260 บาท ใช้เวลาราว 4-5 ชั่วโมง
- รถตู้หรือบริการเหมาไป-กลับ
- รถส่วนตัว ขับตรงไปยังจันทบุรีแล้วต่อไปยังจุดขึ้นเขาเอง
ขั้นตอนที่ 3: จากตัวเมืองจันท์ → ตีนเขา (จุดขึ้นรถ)
เมื่อถึงตัวเมืองจันทบุรีแล้ว ต้องเดินทางไปยังจุดขึ้นรถที่ฐานเขาคิชฌกูฏ ซึ่งมีบริการรถขึ้นจุดเริ่มเดินขึ้นเขาให้เลือกหลายแห่ง โดยจุดยอดนิยมคือบริเวณวัดพลวงและวัดกระทิง
หากคุณจองผ่านระบบคิวแล้ว สามารถใช้บริการรถบริการที่จัดไว้ให้ ซึ่งมักมีรถขับขึ้นจุดเริ่มเดินเขา ให้บริการอยู่ตลอดเวลา ราคาประมาณ 200 บาท/คน (ไป-กลับ) หากไม่ได้จองบริการรถขึ้นเขามา ลองสอบถามรถสองแถวหรือแท็กซี่ท้องถิ่นเพื่อไปยังจุดขึ้นเขาตามคิวที่คุณต้องการ
ถึงจุดเริ่มต้นเดินทางแล้ว ก็เตรียมร่างกายและอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการเดินเท้าขึ้นยอดเขา ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลาหลายชั่วโมงขึ้นอยู่กับเส้นทางและจังหวะเดินของแต่ละคน
คู่มือการเดินทางบนเขาคิชฌกูฏฉบับละเอียด
การขึ้นสู่ยอดของเขาคิชฌกูฏไม่ได้มีแรงศรัทธาอย่างเดียว แต่ต้องมีการวางแผนค่าใช้จ่ายและรู้ขั้นตอนให้ชัด และเส้นทางนี้ ชันจริง สั่นจริง และใช้พลังจริง การรู้ข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยให้คุณโฟกัสกับการเดินทางทางใจได้อย่างเต็มที่
สรุปค่าใช้จ่ายหลักในการเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ
รายการ | ราคาโดยประมาณ | หมายเหตุ |
ค่าเข้าอุทยาน | 40 บาท (ผู้ใหญ่ไทย) | เด็ก/ต่างชาติอัตราแตกต่าง |
ค่ารถโฟร์วีล (ไป-กลับ) | 200 บาท | จากจุดขึ้นรถถึงจุดเริ่มเดิน |
ค่าดอกไม้ธูปเทียน | 20–100 บาท | แล้วแต่ชุดที่เลือก |
ค่าอาหาร/น้ำดื่ม | 20–100 บาท | มีร้านค้าตลอดทาง |
ค่าที่พักในจันทบุรี | 600–2,000+ บาท | แล้วแต่ประเภทที่พัก |
หมายเหตุ: ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนในแต่ละปี ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง
จุดขึ้น-ลงรถ และค่าบริการ (วัดพลวง/วัดกระทิง)
จุดหลักที่นิยมใช้เป็นฐานขึ้นเขามี 2 แห่งคือ
- วัดพลวง จุดยอดนิยม คนค่อยข้างมาก ระบบจัดการคิวชัดเจน
- วัดกระทิง บรรยากาศเงียบกว่าเล็กน้อย เหมาะกับคนที่อยากหลีกเลี่ยงความหนาแน่น
ทั้งสองจุดมีบริการรถโฟร์วีลขึ้นไปยังจุดเริ่มต้นทางเดินเท้า ค่าบริการใกล้เคียงกัน โดยรถจะออกเป็นรอบตามจำนวนผู้โดยสาร
การเดินทางด้วยรถโฟร์วีล
รถโฟร์วีลไม่ใช่แค่พาหนะ แต่มันคือด่านทดสอบแรงโน้มถ่วงฉบับย่อส่วน เส้นทางเป็นถนนลูกรัง ชัน และมีโค้งต่อเนื่อง การนั่งจะค่อนข้างกระแทก ควรจับราวให้มั่น ใส่เสื้อผ้าที่คล่องตัว และไม่พกของหลวมที่อาจตกหล่น ใช้เวลาประมาณ 15-25 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพจราจรและสภาพอากาศ เมื่อถึงจุดลงรถ คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่า อากาศเริ่มเย็นลง และเสียงเมืองหายไปเกือบหมด
จากจุดลงรถ -> ยอดเขา เส้นทางเดินเท้าและจุดสำคัญ
จากจุดลงรถต้องเดินเท้าต่อประมาณ 1-1.5 กิโลเมตร ทางส่วนใหญ่เป็นทางลาดชันสลับขั้นบันได มีราวเหล็กให้จับตลอดทาง จุดสำคัญระหว่างทาง ได้แก่
- จุดพักศาลาและร้านค้าเล็กๆ
- จุดชมวิวมองเห็นผืนป่าด้านล่าง
- บริเวณหินพระบาทก่อนถึงรอยพระพุทธบาท
ช่วงสุดท้ายก่อนถึงรอยพระพุทธบาทจะค่อนข้างชันและคนหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลกลางคืนถึงเช้า ต้องค่อยๆ เดินตามจังหวะของฝูงชน สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ทางจะเหนื่อย แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยพลังบางอย่าง ผู้คนแปลกหน้าช่วยกันจับแขน ส่งไฟฉาย แบ่งน้ำดื่มให้กัน ความศรัทธากลายเป็นแรงผลักที่ทำให้ระยะทางดูสั้นลงกว่าความเป็นจริง
สิ่งศักดิ์สิทธิ์และไฮไลท์บนยอดเขาที่ไม่ควรพลาด

สักการะรอยพระพุทธบาทพลวง
ไฮไลท์สูงสุดคือรอยพระพุทธบาทพลวง ประดิษฐานอยู่ใกล้หน้าผา เชื่อกันว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่พระพทุธองค์ทรงประทับไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้มีศรัทธา พื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างแคบและมีผู้คนหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงกลางคืนถึงรุ่งเช้า การสักการะจึงต้องอาศัยทั้งความตั้งใจและความสงบในใจ บางคนปิดตาอธิษฐานสั้นๆ บางคนยืนนื่งเพื่อซึมซับบรรยากาศ เสี้ยวนาทีนั้นเองที่หลายคนบอกว่า เหนื่อยแค่ไหนก็หายเหนื่อย
ในเชิงวัฒนธรรม รอยพระพุทธบาทคือสัญลักษณ์แทนการมีอยู่ของพระพุทธเจ้าโดยไม่ต้องมีพระรูป เป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งเหมือนการย้ำเตือนว่าธรรมะไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อม
หินลูกบาตร และหินเจดีย์
บริเวณใกล้กันจะพบหินลูกบาตร ก้อนหินทรงกลมคล้ายบาตรพระที่ตั้งอยู่ริมหน้าผา ดูเหมือนจะกลิ้งได้ทุกเมื่อแต่กลับทรงตัวอย่างมั่นคง ถัดไปคือหินเจดีย์ ก้อนหินซ้อนกันเป็นชั้นๆ คล้ายองค์เจดีย์ธรรมชาติ ความมหัศจรรย์ของธรณีวิทยามาเจอกับความศรัทธาของมนุษย์พอดิบพอดี ภาพหินเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามชวนคิดว่า บางครั้งสิ่งที่ดูปาฏิหาริย์ อาจเป็นผลลัพธ์ของธรรมชาติที่ใช้เวลานับล้านปีสร้างขึ้นอย่างเงียบงัน
ลานผ้าแดง: เขียนคำอธิษฐาน
อีกจุดหนึ่งที่สะดุดตาคือ ลานผ้าแดง พื้นที่ที่เต็มไปด้วยผ้าแดงผูกเรียงราย ผู้คนจะเขียนชื่อหรือคำอธิษฐานลงบนผ้า แล้วนำไปผู้ไว้เป็นสัญลักษณ์ของความตั้งใจ ผ้าแดงนับพันผืนพลิ้วไหวตามแรงลม ราวกับเสียงกระซิบของความหวังจำนวนมหาศาลที่ลอยอยู่บนยอดเขา ภาพนี้ไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เป็นการแสดงออกทางจิตใจของมนุษย์ที่ต้องการยึดเหนี่ยวบางสิ่งในโลกที่ไม่แน่นอน
ยอดเขาคิชฌกูฏจึงไม่ใช่เพียงจุดหมายทางภูมิศาสตร์ หากเป็นเวทีที่ธรรมชาติ ความเชื่อ และประสบการณ์ส่วนตัวมาบรรจบกันอย่างพอดี และนั่นทำให้ทุกก้าวที่เดินขึ้นมามีความหมายมากกว่าระยะทางที่วัดได้ด้วยตัวเลข
การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทริปเขาคิชฌกูฏ
สิ่งของ | เหตุผล |
รองเท้าผ้าใบพื้นยาง | กันลื่น รองรับแรงกระแทก ทางชันและลูกรัง |
ไฟฉาย / ไฟคาดหัว | จำเป็นมากหากขึ้นช่วงกลางคืน |
เงินสด | ร้านค้าบนเขาส่วนใหญ่ไม่รับโอน |
เสื้อกันหนาว | บนยอดเขาอากาศเย็น โดยเฉพาะช่วงตี 3–6 โมงเช้า |
น้ำดื่ม | ป้องกันภาวะขาดน้ำระหว่างเดิน |
ยาดม / ยาประจำตัว | เผื่ออาการหน้ามืดหรือโรคประจำตัว |
ถุงผ้าหรือกระเป๋าสะพายเล็ก | พกของจำเป็นโดยไม่หนักเกินไป |
ที่พักใกล้เขาคิชฌกูฏที่แนะนำ
บริเวณรอบ ๆ อุทยานเขาคิชฌกูฏและตัวเมืองจันทบุรีมีตัวเลือกที่พักใกล้เขาคิชฌกูฏหลากสไตล์ตั้งแต่ โรงแรม, รีสอร์ทสบาย ๆ ไปจนถึง โฮมสเตย์ ที่เดินทางง่ายต่อจุดขึ้นเขาและเหมาะสำหรับพักก่อน-หลังวันขึ้นเขา ต้องจองล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวงเพราะคนเยอะมาก
โรงแรม มณีจันท์รีสอร์ท จันทบุรี

โรงแรม มณีจันท์รีสอร์ท จันทบุรี รีสอร์ทสุดคลาสสิกในตัวเมืองจันทบุรี ที่นี่มีห้องพักกว้างขวางพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เช่น สระว่ายน้ำและร้านอาหาร เหมาะสำหรับพักผ่อนก่อนหรือหลังทริปไปเขาคิชฌกูฏ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางหลัก จึงเดินทางต่อไปยังจุดขึ้นรถขึ้นเขาได้สะดวก
ฮาล์ฟ โฮเต็ล

ฮาล์ฟ โฮเต็ล โรงแรมทันสมัยราคาเข้าถึงได้ง่าย โทนดีไซน์ทันสมัย ห้องพักสะอาดเรียบร้อย บริการเป็นกันเอง เหมาะสำหรับคนที่อยากพักในเมืองก่อนจัดระเบียบกระเป๋าและไลน์คิวขึ้นเขา ช่วยให้คุณมีวันพักผ่อนที่สบายก่อนเริ่มเดินทางขึ้นเนินเขาในวันรุ่งขึ้น
บ้านอีโคฟาร์ม

ที่พักสไตล์ ฟาร์มสเตย์ธรรมชาติ ตั้งอยู่ใน อำเภอมะขาม จันทบุรี รายล้อมด้วยภูมิทัศน์สีเขียว ร่มรื่น และบรรยากาศคล้ายพักบ้านสวนมากกว่ารร.ใหญ่ ๆ เหมาะกับคนที่อยากหลุดจากความวุ่นวายหลังจากขึ้นเขาคิชฌกูฏ โดยส่วนใหญ่รีวิวบอกว่าห้องพักสะอาด มีลมธรรมชาติพัดเย็นสบาย และบางห้องมีลำธารให้ลงเล่นได้ ทำให้รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่ไกลจากเขาคิชฌกูฏหากคุณขับรถเองประมาณ 25-30 นาที ก็ถึงจุดขึ้นเขาได้สบาย ๆ
บ้านสวนฟ้าใส

ตัวเลือกที่พักงบสบายกระเป๋าที่ตั้งอยู่ใน ตัวเมืองจันทบุรีโซนท่าช้าง เหมาะสำหรับคนที่อยากพักก่อนหรือหลังทริปขึ้นเขาโดยไม่ต้องจ่ายแพงมาก บ้านสวนฟ้าใสให้บริการห้องพักพื้นฐานพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นอย่าง แอร์, ทีวี, ตู้เย็น, เครื่องทำน้ำอุ่น, Wi-Fi ฟรี และมี ที่จอดรถฟรี ซึ่งช่วยให้คุณพักผ่อนได้อย่างคล่องตัวในราคาที่คุ้มค่าสำหรับทริปสายประหยัด ถ้าจะขึ้นเขาคิชฌกูฏจริง ๆ อาจต้องขับรถประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับจุดขึ้นเขาที่เลือก ซึ่งเหมาะกับคนที่มีรถส่วนตัวหรือวางแผนเที่ยวต่อในเมืองก่อนโดยไม่ได้รีบเดินทางในเช้าตรู่
การขึ้นยอดเขาคิชกูฏอาจต้องเริ่มจากการจองคิวให้เรียบร้อย จองที่พัก และเตรียมตัวให้พร้อม เพราะการเตรียมตัวที่ดีจะทำให้การเดินทางครั้งนี้พิเศษจริงๆ ภูเขายังตั้งอยู่ที่เดิมทุกปี ทว่าคนที่ลงมาจากยอดเขา มักพกบางสิ่งกลับมาด้วยเสมอ บางคนเรียกว่าศรัทธา บางคนเรียกว่าพลังใจ และบางคนเรียกว่า ความเข้าใจตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเขาคิชฌกูฏ
เขาคิชฌกูฏขึ้นกลางคืนได้ไหม?
ได้ และเป็นช่วงเวลายอดนิยมด้วยซ้ำ โดยเฉพาะตั้งแต่ประมาณ 22.00 น. ไปจนถึงรุ่งเช้า เพราะอากาศเย็นกว่าและได้เห็นแสงแรกบนยอดของ เขาคิชฌกูฏ บรรยากาศจะสงบและมีเสน่ห์มาก แต่ต้องเตรียมไฟฉาย เสื้อกันหนาว และพักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทางใช้เวลาไป-กลับกี่ชั่วโมง?
โดยเฉลี่ยตั้งแต่จุดขึ้นรถจนกลับลงมาจะใช้เวลาประมาณ 4–6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนคนในวันนั้น ความเร็วในการเดิน และเวลาที่ใช้สักการะด้านบน หากไปช่วงคนแน่นอาจใช้เวลานานกว่านี้ผู้สูงอายุหรือเด็กไปได้ไหม?
ไปได้ แต่ควรประเมินสภาพร่างกายก่อน เส้นทางมีความชันและต้องเดินเท้าต่อหลังลงรถโฟร์วีล ผู้สูงอายุควรมีผู้ดูแลใกล้ชิด ส่วนเด็กเล็กควรอยู่ในวัยที่สามารถเดินเองได้พอสมควร เพราะบางช่วงแคบและมีคนหนาแน่นต้องเตรียมเงินสดเท่าไหร่?
แนะนำเตรียมอย่างน้อย 500–1,000 บาทต่อคน สำหรับค่าเข้าอุทยาน ค่ารถโฟร์วีล ดอกไม้ธูปเทียน อาหาร และน้ำดื่ม ร้านค้าบนเขาส่วนใหญ่รับเงินสดเป็นหลัก การเตรียมเผื่อไว้จะช่วยให้ไม่กังวลระหว่างทางบนเขามีห้องน้ำและร้านอาหารไหม?
มีจุดบริการห้องน้ำและร้านค้าตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะบริเวณจุดขึ้นรถและช่วงก่อนถึงยอดเขา มีทั้งน้ำดื่ม อาหารง่าย ๆ และชุดไหว้จำหน่าย แต่ช่วงคนเยอะอาจต้องรอคิวเล็กน้อย


