เที่ยวอุทยานจิ่วจ้ายโกวด้วยตัวเอง 2569 วิธีเดินทาง ค่าเข้า จุดเช็กอิน

รูปโปรไฟล์ของผู้เขียน
อุทยานจิ่วจ้ายโกว

ถ้าให้เลือกที่เที่ยวจีนสักที่ที่ดูแล้วอยากไปชมที่เที่ยวที่เหมือนโดนรีทัชสีให้จัดจ้านเกินจริง คงหนีไม่พ้นอุทยานจิ่วจ้ายโกวในมณฑลเสฉวน ทะเลสาบที่นี่ใสจนมองเห็นต้นไม้ใต้น้ำ สีของน้ำไล่เฉดตั้งแต่ฟ้าอมเขียวไปจนถึงเขียวมรกต แถมยังมีน้ำตกหลายสิบสายไหลลดหลั่นผ่านป่าสนและหมู่บ้านทิเบตเก่าแก่ ไม่แปลกใจเลยที่คนท้องถิ่นจะเรียกที่นี่ว่า "สวรรค์บนดิน" หลายคนบอกว่าเที่ยวจีนมาหลายที่ แต่พอมาเห็นจิ่วจ้ายโกวครั้งแรกถึงกับอึ้ง เพราะภาพที่เห็นตรงหน้าสวยเกินกว่าที่จินตนาการไว้จริงๆ

Trip.com ได้รวบรวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนไปจิ่วจ้ายโกว ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ช่วงเวลาที่ควรไป จุดชมวิวห้ามพลาด วิธีเดินทาง ค่าเข้า ที่พัก ร้านอาหาร ไปจนถึงข้อควรระวังต่างๆ เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นที่สุด

อุทยานจิ่วจ้ายโกวคืออะไร ทำไมถึงถูกเรียกว่าสวรรค์บนดิน

จิ่วจ้ายโกว

อุทยานจิ่วจ้ายโกวเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติและอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ในเขตปกครองตนเองทิเบตและเชียงอาป้า (Ngawa) ชื่อ "จิ่วจ้ายโกว" แปลตรงตัวว่า "หุบเขาแห่งเก้าหมู่บ้าน" ซึ่งมาจากหมู่บ้านชาวทิเบตเก้าแห่งที่ตั้งกระจายอยู่ในพื้นที่นี้มาหลายศตวรรษ

สิ่งที่ทำให้อุทยานจิ่วจ้ายโกวโดดเด่นไม่เหมือนที่ไหน คือระบบทะเลสาบและน้ำตกที่เกิดจากตะกอนหินปูน (แคลเซียมคาร์บอเนต) ทำให้น้ำมีสีสันหลากหลายราวกับถูกวาดขึ้นมา ล้อมรอบด้วยป่าดึกดำบรรพ์และภูเขาหิมะ พื้นที่ทั้งหมดกว้างราว 720 ตารางกิโลเมตร ระดับความสูงอยู่ระหว่าง 2,000-4,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จึงมีทั้งอากาศเย็นสบายและทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามความสูงของพื้นที่

ประวัติและความเป็นมาของอุทยานจิ่วจ้ายโกว

พื้นที่แถบนี้มีชาวทิเบตและชาวเชียงอาศัยอยู่มานานหลายร้อยปี แต่ทางการจีนเพิ่งเข้าไปสำรวจอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2515 ก่อนหน้านั้นพื้นที่นี้เคยถูกตัดไม้ทำลายป่าอย่างหนักในช่วงทศวรรษ 1970 จนกระทั่งรัฐบาลจีนสั่งห้ามการตัดไม้ในปี 2522 และจัดตั้งเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติในปี 2525

ต่อมาในปี 2525 พื้นที่นี้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นเขตทัศนียภาพและประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศจีน และมีการจัดตั้งหน่วยงานบริหารอุทยานอย่างเป็นทางการในปี 2527 พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นครั้งแรกในปีเดียวกัน กฎระเบียบและผังการจัดการพื้นที่แบบครบวงจรเสร็จสมบูรณ์ในปี 2530

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อุทยานจิ่วจ้ายโกวเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือการได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 2535 (1992) และได้รับสถานะเขตสงวนชีวมณฑลโลก (World Biosphere Reserve) ในปี 2540 ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม แต่ยังเป็นพื้นที่อนุรักษ์ระบบนิเวศที่มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ระดับโลกอีกด้วย

ข้อมูลพื้นฐาน ที่ตั้ง ขนาด และสภาพอากาศ

  • ที่ตั้ง: อำเภอจิ่วจ้ายโกว เขตปกครองตนเองทิเบตและเชียงอาป้า มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ห่างจากตัวเมืองเฉิงตูไปทางเหนือประมาณ 400 กิโลเมตร (ตามเส้นทางถนน)
  • ขนาดพื้นที่: ประมาณ 720 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็น 3 หุบเขาหลักรูปตัว Y คือ หุบเขาซูเจิง หุบเขารื่อเจ๋อ และหุบเขาเจ๋อชาวา
  • ระดับความสูง: 2,000-4,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
  • สภาพอากาศ: อากาศเย็นตลอดปีแบบภูเขาสูง แดดจัดตอนกลางวันแต่เช้า-เย็นหนาวเย็น ควรเตรียมเสื้อผ้าแบบใส่ซ้อนชั้น (layering) เสมอไม่ว่าจะไปฤดูไหน

อุทยานจิ่วจ้ายโกวเปิดกี่โมงและควรไปช่วงไหนดี?

จิ่วจ้ายโกว

อุทยานเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยเวลาเปิด-ปิดจะต่างกันเล็กน้อยตามฤดูกาล ช่วงพีคซีซั่น (1 เมษายน - 15 พฤศจิกายน) เปิดตั้งแต่ราว 7.30 น. ถึง 18.00 น. ส่วนช่วงโลว์ซีซั่น (16 พฤศจิกายน - 31 มีนาคม) เปิดตั้งแต่ 8.30 น. ถึง 18.00 น. โดยปกติจะหยุดรับนักท่องเที่ยวเข้าใหม่ราวบ่ายสองโมง เพราะฉะนั้นแนะนำให้ไปถึงประตูทางเข้าแต่เช้า จะได้ทั้งแสงสวยสำหรับถ่ายรูปและมีเวลาเดินชมได้ครบทุกจุด

แต่ละฤดูของจิ่วจ้ายโกวมีเสน่ห์ต่างกันไปคนละแบบ เลือกได้ตามสไตล์การเที่ยวของตัวเอง สรุปภาพรวมแต่ละฤดูได้ดังนี้

ฤดู

ช่วงเวลา

อุณหภูมิโดยประมาณ

จุดเด่น

ใบไม้ผลิ

มีนาคม-พฤษภาคม

เย็นถึงอุ่นสบาย

ธรรมชาติเริ่มตื่นตัว คนไม่แน่นมาก

ร้อน

มิถุนายน-สิงหาคม

อุ่นสบายกลางวัน ฝนตกบ่อย

น้ำเยอะที่สุด ป่าเขียวชอุ่ม

ใบไม้ร่วง

กันยายน-ตุลาคม

เย็นสบาย

พีคซีซั่น ใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุด

หนาว

พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

หนาวเย็น อาจติดลบตอนเช้า

หิมะและน้ำตกแข็งตัว คนน้อย

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม)

ช่วงนี้หิมะบนยอดเขาเริ่มละลาย ต้นไม้แตกใบใหม่เขียวสด ดอกไม้ป่าเริ่มบาน สะท้อนลงในทะเลสาบที่ยังคงใสสะอาด นักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่นมาก เหมาะกับคนที่อยากเดินชมแบบสบายๆ ไม่แออัด อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ในช่วงเย็นถึงอุ่นสบาย แต่ตอนเช้ายังหนาวอยู่บ้าง

ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม)

หน้าร้อนของจิ่วจ้ายโกวคือช่วงที่น้ำในทะเลสาบและน้ำตกเยอะที่สุด เพราะฝนตกชุกทำให้น้ำเต็มระบบนิเวศ ป่าเขียวชอุ่มเต็มที่ อากาศกลางวันอุ่นสบาย เหมาะกับการเดินป่าและเก็บภาพวิวสีเขียวจัดจ้าน แต่ก็เป็นช่วงที่มีฝนตกบ่อย ควรเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วย

ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม)

นี่คือฤดูที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุด เพราะใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง เหลืองตัดกับสีฟ้าเขียวของทะเลสาบ กลายเป็นภาพที่หลายคนบอกว่าสวยเกินจริง โดยเฉพาะช่วงกลางเดือนตุลาคมมักถูกยกให้เป็นพีคของพีคอีกที เพราะใบไม้เปลี่ยนสีเต็มที่พอดี ข้อควรรู้คือช่วงนี้คนเยอะมาก ตั๋วมักขายหมดเร็ว ต้องจองล่วงหน้าให้ไวที่สุด

ฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์)

หลายคนไม่รู้ว่าหน้าหนาวก็สวยไม่แพ้ใบไม้เปลี่ยนสี หิมะจะปกคลุมภูเขาและต้นไม้ น้ำตกบางส่วนจับตัวเป็นน้ำแข็งใสราวกับประติมากรรม ขณะที่ทะเลสาบบางจุดยังคงมีน้ำสีฟ้าใสไม่แข็งตัว ตัดกับหิมะขาวรอบข้าง เป็นภาพที่หาดูยากและคนไปเที่ยวน้อยกว่าช่วงอื่นมาก เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศเงียบสงบ แต่ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวหนาๆ เพราะอุณหภูมิตอนเช้าอาจติดลบได้

กรุงเทพไปจิ่วจ้ายโกว
กรุงเทพไปเฉิงตู
กรุงเทพไปฉงชิ่ง
ดูเที่ยวบินทั้งหมด
Sichuan Airlines
กรุงเทพฯ
BKK
จิ่วจ้ายโกว
JZH
พ., 12 ส.ค.
อา., 16 ส.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 56%
เริ่มต้น 568.00€ 248.00
Sichuan Airlines
กรุงเทพฯ
BKK
จิ่วจ้ายโกว
JZH
ส., 15 ส.ค.
พ., 19 ส.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 33%
เริ่มต้น 568.00€ 378.00
Air China
กรุงเทพฯ
BKK
จิ่วจ้ายโกว
JZH
พ., 12 ส.ค.
อา., 16 ส.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 28%
เริ่มต้น 568.00€ 407.00
Sichuan Airlines
กรุงเทพฯ
BKK
จิ่วจ้ายโกว
JZH
พ., 19 ส.ค.
พ., 26 ส.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 25%
เริ่มต้น 568.00€ 428.00
Air China
กรุงเทพฯ
BKK
จิ่วจ้ายโกว
JZH
พ., 19 ส.ค.
พ., 26 ส.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 17%
เริ่มต้น 568.00€ 473.00
Air China
กรุงเทพฯ
BKK
จิ่วจ้ายโกว
JZH
ส., 15 ส.ค.
พ., 19 ส.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 17%
เริ่มต้น 568.00€ 474.00
Sichuan Airlines
กรุงเทพฯ
BKK
จิ่วจ้ายโกว
JZH
ส., 8 ส.ค.
ส., 15 ส.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 15%
เริ่มต้น 568.00€ 483.00
Sichuan Airlines
กรุงเทพฯ
BKK
จิ่วจ้ายโกว
JZH
พ., 12 ส.ค.
ส., 15 ส.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 14%
เริ่มต้น 568.00€ 490.00

จุดท่องเที่ยวไฮไลท์ในอุทยานจิ่วจ้ายโกวที่ไม่ควรพลาด

อุทยานจิ่วจ้ายโกวมีทะเลสาบและน้ำตกกระจายอยู่ทั่วทั้งสามหุบเขา แนะนำให้วางแผนเดินตามเส้นทางหลักเพื่อไม่ให้พลาดจุดสำคัญ 10 จุดนี้

ทะเลสาบห้าสี

ทะเลห้าสี

ทะเลสาบห้าสี (Five Color Lake) แม้จะเป็นทะเลสาบขนาดเล็กที่สุดจุดหนึ่ง แต่ถือเป็นไฮไลต์ที่คนพูดถึงมากที่สุด เพราะน้ำใสจนมองเห็นตอไม้และก้อนหินใต้น้ำชัดเจน แถมยังไล่เฉดสีตั้งแต่ฟ้า เขียว เหลือง ในทะเลสาบเดียวกัน เกิดจากแร่ธาตุและความลึกของน้ำที่ต่างกันในแต่ละจุด แสงแดดยิ่งจัดเท่าไหร่ สีน้ำก็จะยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น

น้ำตกนัวรื่อหล่าง

น้ำตกนั่วรื่อหลาง

น้ำตกนัวรื่อหล่าง (Nuorilang Waterfall) ตั้งอยู่ตรงจุดที่หุบเขาทั้งสามมาบรรจบกัน ถือเป็นสัญลักษณ์ของจิ่วจ้ายโกวเลยก็ว่าได้ ความกว้างเกือบ 300 เมตร ทำให้ได้ฉายาว่าเป็นน้ำตกที่กว้างที่สุดในประเทศจีน แม้ความสูงจะไม่มากนัก แต่ด้วยความกว้างมหาศาลของม่านน้ำที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ ผ่านหินปูน ทำให้ดูยิ่งใหญ่อลังการ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนที่น้ำเยอะที่สุด

น้ำตกธารไข่มุก

น้ำตกธารไข่มุก

น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall) อยู่ในหุบเขารื่อเจ๋อ หลายคนยกให้เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในจิ่วจ้ายโกว น้ำไหลผ่านพื้นหินปูนที่มีลักษณะเป็นแอ่งเล็กแอ่งน้อยคล้ายไข่มุกกระจายเต็มพื้นผิว เมื่อแสงแดดกระทบละอองน้ำจะเกิดสายรุ้งพาดผ่าน เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมและเคยถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์จีนหลายเรื่อง

ทะเลสาบยาวฉางไห่

ทะเลสาบยาวฉางไห่

ทะเลสาบยาว (Long Lake) เป็นทะเลสาบตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในจิ่วจ้ายโกว ทอดยาวกว่า 7 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนที่สูงสุดของหุบเขาเจ๋อฉาวา สีของน้ำจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและมุมแสง บางช่วงเป็นสีฟ้าเข้ม บางช่วงเป็นสีเขียวมรกต ล้อมรอบด้วยภูเขาหิมะที่สะท้อนลงผิวน้ำอย่างงดงาม

ทะเลสาบแรด

น้ำตกหวงกั่วซู่-สระแรด

ทะเลสาบแรด (Rhinoceros Lake) เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ในหุบเขาซูเจิง มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับพระสงฆ์ทิเบตที่เคยขี่แรดมาดื่มน้ำที่นี่ พื้นที่โดยรอบเป็นป่าโปร่งทำให้แสงลอดลงมากระทบผิวน้ำได้ทั่วถึง เห็นเฉดสีของน้ำเปลี่ยนไปตามความลึกได้ชัดเจนตลอดแนวทะเลสาบ

ทะเลสาบกระจก

ทะเลสาบกระจก

ทะเลสาบกระจก (Mirror Lake) ในหุบเขารื่อเจ๋อ ได้ชื่อนี้เพราะผิวน้ำนิ่งสงบจนสะท้อนภาพภูเขาและป่าไม้โดยรอบได้คมชัดราวกับส่องกระจก โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ลมสงบที่สุด ถ้าไปถึงเช้าตรู่ก่อนลมแรง จะได้ภาพสะท้อนที่สวยและคมชัดที่สุด

ทะเลสาบนกยูง

ทะเลห้าดอกไม้

ทะเลสาบนกยูง (Peacock Lake) ได้ชื่อมาจากรูปทรงของทะเลสาบเมื่อมองจากมุมสูงที่คล้ายนกยูงกำลังกางปีก น้ำในทะเลสาบมีหลายเฉดสีสลับกันไปตามแต่ละจุด เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะถ่ายรูปเก็บภาพระหว่างเดินเที่ยว

ทะเลสาบไผ่

ทะเลสาบไผ่ลูกศร

ทะเลสาบไผ่ (Bamboo Lake) เป็นทะเลสาบขนาดเล็กที่ล้อมรอบด้วยกอไผ่หนาแน่น บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบกว่าจุดอื่นๆ เหมาะกับคนที่อยากแวะพักเดินชมธรรมชาติแบบสบายๆ ระหว่างทาง

ทะเลสาบแพนด้า

ทะเลสาบแพนด้า

ทะเลสาบแพนด้า (Panda Lake) เชื่อกันว่าในอดีตเคยเป็นแหล่งน้ำที่แพนด้ายักษ์ในพื้นที่ใช้ดื่มกิน แม้ปัจจุบันจะไม่ค่อยพบแพนด้าในบริเวณนี้แล้ว แต่ชื่อทะเลสาบก็ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศจิ่วจ้ายโกวในอดีต

หมู่บ้านซูเจิง

ซูเจิ้งซัง

หมู่บ้านซูเจิงเป็นหมู่บ้านชาวทิเบตดั้งเดิมที่ยังมีคนอาศัยอยู่จริงภายในเขตอุทยาน บ้านไม้สไตล์ทิเบตพร้อมธงมนตราสีสันสดใสโบกสะบัดอยู่ริมทะเลสาบ เป็นภาพที่สะท้อนวิถีชีวิตท้องถิ่นได้ดี บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของน้ำตกซูเจิงที่มักเป็นน้ำตกจุดแรกที่นักท่องเที่ยวจะเจอเมื่อเริ่มเดินเข้าอุทยาน และยังเป็นที่ตั้งของกลุ่มทะเลสาบซูเจิงเกือบ 20 แห่งที่เรียงตัวลดหลั่นกันเหมือนขั้นบันได แต่ละแห่งมีขนาดและสีสันต่างกันเล็กน้อย เดินเลาะไปตามทางไม้ริมทะเลสาบจะเห็นวิถีชีวิตชาวทิเบตควบคู่ไปกับธรรมชาติที่สวยงาม

วิธีเดินทางไปอุทยานจิ่วจ้ายโกวจากไทยและเฉิงตู อัปเดตล่าสุด 2569

จงจาโกว

จากกรุงเทพฯ สู่เฉิงตู

การเดินทางเริ่มต้นด้วยการบินจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองเฉิงตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ปัจจุบันมีทั้งเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเฉิงตู ใช้เวลาบินประมาณ 3-3.5 ชั่วโมง และเที่ยวบินแบบต่อเครื่องผ่านเมืองอื่นในจีนหรือฮ่องกง ซึ่งจะใช้เวลารวมนานกว่า แนะนำให้เช็กตารางบินและจองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นอย่างใบไม้เปลี่ยนสีที่ราคาตั๋วมักปรับสูงขึ้น

จากเฉิงตูไปจิ่วจ้ายโกว ด้วยรถไฟความเร็วสูงหรือรถบัส

ทางเลือกที่สะดวกและได้รับความนิยมที่สุดตอนนี้คือรถไฟความเร็วสูงจากสถานีเฉิงตูตง (Chengdu East) ไปยังสถานีหวงหลงจิ่วจ้าย (Huanglongjiuzhai) ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้อุทยานที่สุด ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาทีถึง 2 ชั่วโมงเศษ แล้วต่อรถบัสหรือรถรับส่งจากสถานีเข้าตัวอุทยานอีกประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง เนื่องจากตัวสถานีตั้งอยู่ห่างจากอุทยานพอสมควร เส้นทางนี้ย่นเวลาเดินทางจากเดิมที่ต้องนั่งรถทัวร์ยาวนานถึง 8-10 ชั่วโมงให้เหลือเพียงครึ่งวัน

อีกทางเลือกหนึ่งคือการบินตรงจากเฉิงตูไปยังสนามบินจิ่วหวง (Jiuhuang Airport) ซึ่งใช้เวลาบินสั้นกว่ามาก แต่เที่ยวบินมีจำนวนจำกัดและราคาสูงกว่ารถไฟ ส่วนรถบัสระยะไกลจากเฉิงตูตรงเข้าจิ่วจ้ายโกวยังมีให้บริการอยู่ แต่ใช้เวลานานและไม่สะดวกเท่ารถไฟความเร็วสูงแล้วในปัจจุบัน สรุปเปรียบเทียบแต่ละวิธีได้ดังนี้

วิธีเดินทาง

ระยะเวลาโดยประมาณ

ข้อดี

ข้อควรรู้

รถไฟความเร็วสูง + รถบัสต่อ

~1.5-2.5 ชม. + ต่อรถบัสอีก ~2 ชม.

สะดวก ราคาไม่แพง

ต้องต่อรถจากสถานีเข้าอุทยานอีกทอด

เครื่องบินตรงสู่สนามบินจิ่วหวง

บินสั้น ~45 นาที-1 ชม.

เร็วที่สุด

เที่ยวบินจำกัด ราคาสูงกว่า

รถบัสระยะไกลจากเฉิงตู

~8-10 ชม.

ราคาประหยัดที่สุด

ใช้เวลานาน เส้นทางคดเคี้ยว

การเดินทางภายในอุทยาน

ภายในอุทยานจิ่วจ้ายโกวมีผังทางเดินเป็นรูปตัว Y แบ่งเป็นสามหุบเขาหลัก คือหุบเขาซูเจิง หุบเขารื่อเจ๋อ และหุบเขาเจ๋อชาวา นักท่องเที่ยวไม่สามารถขับรถส่วนตัวเข้าไปได้ ต้องใช้รถบัสของอุทยานที่จอดรับ-ส่งตามจุดต่างๆ ตลอดเส้นทาง ซึ่งรวมอยู่ในค่าตั๋วแล้ว การวางแผนเที่ยวในหนึ่งวันมักจะเริ่มจากการนั่งรถบัสขึ้นไปจุดไกลสุดของหุบเขาใดหุบเขาหนึ่งก่อน แล้วค่อยๆ เดินลงมาตามทาง ก่อนนั่งรถบัสไปอีกสายในช่วงบ่าย เพื่อให้ครอบคลุมจุดสำคัญให้ได้มากที่สุดโดยไม่ต้องเดินย้อนไปย้อนมา

ค่าเข้าอุทยานจิ่วจ้ายโกวและวิธีจองตั๋วล่วงหน้า

Jiuzhai Beautiful China Resort

อัปเดตราคาตั๋วเข้าอุทยานจิ่วจ้ายโกว

ค่าเข้าอุทยานแบ่งเป็นสองส่วนคือค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานและค่ารถบัสภายในซึ่งเป็นภาคบังคับ ราคาจะต่างกันตามฤดูกาล สรุปได้ดังนี้

ช่วงเวลา

ค่าเข้าอุทยาน

ค่ารถบัสภายใน

รวม

ช่วงพีคซีซั่น (1 เม.ย.-15 พ.ย.)

~190 หยวน

~90 หยวน

~280 หยวน

ช่วงโลว์ซีซั่น (16 พ.ย.-31 มี.ค.)

~80 หยวน

~80 หยวน

~160 หยวน

เด็ก/เยาวชน 7-18 ปี (ช่วงพีคซีซั่น)

~95 หยวน

~90 หยวน

~180 หยวน

เด็ก/เยาวชน 7-18 ปี (ช่วงโลว์ซีซั่น)

~40 หยวน

~80 หยวน

~120 หยวน

เด็กต่ำกว่า 6 ปี/สูงไม่เกิน 120 ซม.

ฟรี

ฟรี

ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป (ช่วงพีคซีซั่น)

ฟรี

~90 หยวน

~90 หยวน

ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป (ช่วงโลว์ซีซั่น)

ฟรี

~80 หยวน

~80 หยวน

วิธีจองตั๋วล่วงหน้า ไม่ให้พลาดช่วงไฮซีซั่น

ปัจจุบันจิ่วจ้ายโกวใช้ระบบจองตั๋วออนไลน์แบบเต็มรูปแบบ ไม่มีเคาน์เตอร์ขายตั๋วหน้างานแล้ว นักท่องเที่ยวจึงต้องจองล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น โดยทั่วไปเปิดให้จองล่วงหน้าได้สูงสุดราว 14-15 วันก่อนวันเดินทาง และในช่วงพีคซีซั่นยังมีการกำหนดช่วงเวลาเข้าชมที่ต้องเลือกตอนจองด้วย เพราะอุทยานจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันไว้ชัดเจน เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเดือนกันยายน-ตุลาคม ตั๋วมักถูกจองเต็มภายในไม่กี่วันหลังเปิดจอง ดังนั้นถ้าตั้งใจไปช่วงนี้ ควรวางแผนและจองตั๋วล่วงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่ระบบจะเปิดให้จองได้ เพื่อความสะดวกและไม่พลาดวันที่ต้องการ นักท่องเที่ยวไทยที่วางแผนเที่ยวจีนสามารถเช็กแพ็กเกจทัวร์และการจองตั๋วเข้าอุทยานผ่าน Trip.com ได้ล่วงหน้า ช่วยให้มั่นใจว่าจะมีที่นั่งในวันที่ต้องการแน่นอน

ดูที่เที่ยวทั้งหมด
จิ่วจ้ายโกว
4.8/562223 reviews
จิ่วจ้ายโกว
สถานที่ท่องเที่ยว
อุทยานทะเลสาบเทวดา
4.6/5660 reviews
อุทยานทะเลสาบเทวดา
สถานที่ท่องเที่ยว
วิวจิวไจ่
4.4/52416 reviews
วิวจิวไจ่
สถานที่ท่องเที่ยว
ทะเลห้าดอกไม้
4.8/5993 reviews
ทะเลห้าดอกไม้
สถานที่ท่องเที่ยว
Jiuzhai Beautiful China Resort
4.9/577 reviews
Jiuzhai Beautiful China Resort
สถานที่ท่องเที่ยว

ที่พักและโรงแรมแนะนำใกล้อุทยานจิ่วจ้ายโกว

เลือกทำเลที่พักแบบไหนดี?

ที่พักส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่บริเวณใกล้ทางเข้าอุทยานในเขตตัวเมืองจิ่วจ้ายโกว ซึ่งสะดวกที่สุดสำหรับการเข้าออกอุทยานในตอนเช้าตรู่ เพราะประหยัดเวลาเดินทางและไม่ต้องตื่นแต่เช้ามืดมากนัก อีกทางเลือกหนึ่งคือพักที่เมืองซงพาน (Songpan) ซึ่งอยู่ใกล้สถานีรถไฟความเร็วสูงมากกว่า เหมาะกับคนที่อยากแวะเที่ยวเมืองโบราณซงพานควบคู่ไปด้วย แต่จะต้องเผื่อเวลาเดินทางเข้าอุทยานเพิ่มขึ้นอีกราวๆ 1-2 ชั่วโมง

ที่พักในย่านจิ่วจ้ายโกวมีให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่เกสต์เฮาส์ราคาประหยัดสไตล์ทิเบต ไปจนถึงโรงแรมบูทีคและรีสอร์ตระดับกลาง-หรูที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

DoALand V Hotel (Jiuzhaigou)

DoALand V Hotel (Jiuzhaigou)

โรงแรมสไตล์โมเดิร์นตั้งอยู่ใกล้ทางเข้าอุทยาน เหมาะกับคนที่อยากประหยัดเวลาเดินทางในตอนเช้าตรู่ก่อนประตูอุทยานเปิด ห้องพักตกแต่งเรียบง่ายแต่ดูทันสมัย กว้างขวางสะอาดสะอ้าน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องปรับอากาศ และอินเทอร์เน็ตไร้สาย พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง ช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสื่อสารได้ง่ายขึ้น เหมาะกับคู่รักหรือครอบครัวที่อยากพักผ่อนเต็มที่หลังเดินเที่ยวอุทยานมาทั้งวัน และต้องการที่พักที่เข้าออกอุทยานได้สะดวกที่สุดโดยไม่ต้องนั่งรถไกล

Jiuzhaigou Jiuyunju Holiday Boutique Stay

Jiuzhaigou Jiuyunju Holiday Boutique Stay

ที่พักสไตล์บูทีคที่ตกแต่งด้วยกลิ่นอายทิเบตอย่างมีเอกลักษณ์ ใช้วัสดุไม้และผ้าทอลวดลายท้องถิ่นตกแต่งภายในห้อง ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองมากกว่าโรงแรมทั่วไป บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์พักที่แตกต่างจากโรงแรมเชนทั่วไป พื้นที่ส่วนกลางตกแต่งสวยงามเหมาะกับการถ่ายรูป พนักงานให้บริการอบอุ่นเป็นกันเอง เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการพักผ่อนแบบมีสไตล์

Piedmont Hot Spring Villa

Piedmont Hot Spring Villa

ที่พักที่มาพร้อมบ่อน้ำพุร้อนในตัว จุดเด่นที่ต่างจากที่พักอื่นในย่านนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังเดินเที่ยวอุทยานมาทั้งวันด้วยทางเดินไม้ที่ค่อนข้างเยอะ ห้องพักกว้างขวางสไตล์วิลล่า เหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่การแช่น้ำพุร้อนกลางอากาศเย็นจะยิ่งให้ความรู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษ

สามารถค้นหาและเปรียบเทียบที่พักเหล่านี้พร้อมรีวิวจากผู้เข้าพักจริงได้ผ่าน Trip.com เพื่อเลือกที่พักที่เหมาะกับงบประมาณและไลฟ์สไตล์การเที่ยวของตัวเองมากที่สุด

อาหารและร้านแนะนำรอบอุทยานจิ่วจ้ายโกว

อาหารท้องถิ่นที่ควรลองสักครั้ง

พื้นที่จิ่วจ้ายโกวเป็นเขตชาวทิเบตและเชียง อาหารท้องถิ่นจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างจากอาหารเสฉวนทั่วไปที่คนไทยคุ้นเคย เมนูที่ไม่ควรพลาดได้แก่

หม้อไฟเนื้อจามรี (Yak Beef Hotpot)

หม้อไฟเนื้อจามรี

ขอบคุณรูปภาพจาก Faerie Tales

เนื้อจามรีเป็นเนื้อสัตว์ประจำถิ่นของที่ราบสูงทิเบต มีรสชาติเข้มข้นและมีมันน้อยกว่าเนื้อวัวทั่วไปเล็กน้อย นำมาต้มในหม้อไฟร้อนๆ พร้อมผักและเครื่องเทศท้องถิ่น เหมาะอย่างยิ่งกับอากาศหนาวเย็นของที่ราบสูงจิ่วจ้ายโกว โดยเฉพาะช่วงเย็นหลังเดินเที่ยวอุทยานมาทั้งวัน กินแล้วช่วยอุ่นท้องและคลายหนาวได้ดีมาก ร้านอาหารท้องถิ่นแทบทุกร้านในย่านนี้มักมีเมนูนี้เป็นตัวชูโรง เป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวไทยหลายคนบอกว่าถูกปากกว่าที่คิดไว้

ซี่โครงแกะย่าง (Roasted Lamb Chops)

ซี่โครงแกะย่าง

ขอบคุณรูปภาพจาก South China Morning Post

เนื้อแกะจากที่ราบสูงมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและไม่มีกลิ่นสาบเหมือนแกะจากพื้นที่ราบต่ำ นำมาหมักกับเครื่องเทศแล้วย่างจนหนังกรอบเนื้อด้านในยังคงนุ่มชุ่มฉ่ำ เป็นเมนูที่ร้านอาหารท้องถิ่นแทบทุกร้านมีให้ลอง มักเสิร์ฟพร้อมเกลือและพริกป่นสำหรับจิ้ม รสชาติเข้มข้นกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ได้อร่อยมาก เหมาะกับคนที่ชื่นชอบเนื้อย่างและอยากลองรสชาติที่แตกต่างจากอาหารไทยหรืออาหารจีนทั่วไปที่เคยกินมา

โยเกิร์ตจามรี (Yak Yogurt)

โยเกิร์ตจามรี

ขอบคุณรูปภาพจาก visit_sichuan

โยเกิร์ตที่ทำจากนมจามรี มีรสเปรี้ยวอมหวานเข้มข้นและเนื้อสัมผัสข้นกว่าโยเกิร์ตทั่วไปที่คุ้นเคย มักเสิร์ฟเป็นของว่างหรือของหวานปิดท้ายมื้ออาหาร บางร้านจะราดน้ำผึ้งหรือโรยธัญพืชเพิ่มความหอมหวาน เหมาะกับคนที่อยากลองรสชาตินมแบบท้องถิ่นแท้ๆ ที่หาทานได้ยากนอกพื้นที่ทิเบต เป็นเมนูที่ช่วยดับร้อนและปรับสมดุลหลังกินอาหารรสจัดอย่างหม้อไฟหรือเนื้อย่างได้ดี

ร้านอาหารแนะนำในบริเวณใกล้อุทยาน

หากใครยังไม่รู้จะเลือกร้านไหน ลองเริ่มจากร้านเหล่านี้ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปใช้บริการ

Ah Jila Zhuo

Ah Jila Zhuo

ขอบบคุณรูปภาพจาก รีวิวเป็นสมุดบันทึก

ร้านอาหารทิเบตท้องถิ่นที่เสิร์ฟเมนูดั้งเดิมแบบรสชาติเข้มข้น บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยของใช้และผ้าทอสไตล์ทิเบต ให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งกินอาหารในบ้านคนพื้นถิ่นจริงๆ เมนูแนะนำคือหม้อไฟเนื้อจามรีและซี่โครงแกะย่างที่รสชาติเข้มข้นถูกใจคนชอบอาหารรสจัด ราคาสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับปริมาณอาหารที่ได้ พนักงานเป็นกันเองแม้จะสื่อสารภาษาอังกฤษได้จำกัด เหมาะกับคนที่อยากลองอาหารทิเบตแท้ๆ ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

Rong Ba XiongDi

Rong Ba XiongDi

ขอบบคุณรูปภาพจาก leelawadee holiday

ร้านอาหารที่ปรับเมนูให้ถูกปากนักท่องเที่ยวทั่วไปมากขึ้น โดยยังคงความเป็นอาหารทิเบตไว้ในหลายเมนู เหมาะกับคนที่อยากลองรสชาติท้องถิ่นแต่ไม่อยากเสี่ยงกับรสจัดจ้านเกินไป ที่นั่งกว้างขวางรองรับกรุ๊ปทัวร์และครอบครัวได้ดี เมนูมีให้เลือกหลากหลายทั้งเนื้อจามรี เนื้อแกะ และผักท้องถิ่นตามฤดูกาล เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่นักท่องเที่ยวไทยมักแวะใช้บริการระหว่างพักในย่านจิ่วจ้ายโกว

ศูนย์อาหารนัวรื่อหล่าง (Nuorilang)

ศูนย์อาหารนัวรื่อหล่าง (Nuorilang)

จุดพักทานอาหารหลักภายในอุทยาน ตั้งอยู่บริเวณใกล้น้ำตกนัวรื่อหล่าง ให้บริการอาหารแบบบุฟเฟต์ที่เตรียมไว้ล่วงหน้า สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่อยากพกอาหารเข้าไปเองและไม่อยากเสียเวลาเดินออกไปหาร้านนอกอุทยาน เมนูมีทั้งอาหารจีนทั่วไปและอาหารท้องถิ่นบางส่วน ราคาสูงกว่าร้านนอกอุทยานเล็กน้อยตามลักษณะพื้นที่ท่องเที่ยว แต่ก็คุ้มค่ากับเวลาที่ประหยัดได้ในวันที่ต้องเดินเที่ยวยาวทั้งวัน

แนะนำโรงแรมในจีน
จิ่วจ้ายโกว
เฉิงตู
ฉงชิ่ง
ตู้เจียงเยี่ยน 
ดูโรงแรมทั้งหมด
NO.2
Rezen Retreat · Four Seasons Manju Hotel (Jiuzhaigou Tourist Center)
9.4/103403 reviews
Rezen Retreat · Four Seasons Manju Hotel (Jiuzhaigou Tourist Center)
โรงแรมในจิ่วจ้ายโกว
NO.4
โรงแรมสตาร์รีสกาย
9.7/102620 reviews
โรงแรมสตาร์รีสกาย
โรงแรมในจิ่วจ้ายโกว
NO.5
Jiuzhaigou Valley Scenic and Historic Interest Area Banyan Tree Hotel
9.3/10239 reviews
Jiuzhaigou Valley Scenic and Historic Interest Area Banyan Tree Hotel
โรงแรมในจิ่วจ้ายโกว
NO.7
Jiuzhaigou Valley Scenic and Historic Interest Area Tixin Meisu
9.8/10744 reviews
Jiuzhaigou Valley Scenic and Historic Interest Area Tixin Meisu
โรงแรมในจิ่วจ้ายโกว
NO.8
Shanshui Xiangfeng Homestay (Jiuzhaigou)
Shanshui Xiangfeng Homestay (Jiuzhaigou)
โรงแรมในจิ่วจ้ายโกว
NO.1
นิคโคโล่ เฉิงตู โฮเต็ล
9.5/106314 reviews
นิคโคโล่ เฉิงตู โฮเต็ล
โรงแรมในเฉิงตู
NO.4
อัปเปอร์ เฮาส์ เฉิงตู
9.5/101879 reviews
อัปเปอร์ เฮาส์ เฉิงตู
โรงแรมในเฉิงตู
NO.5
Orange Hotel (ChengduChunxi Road Tianfu SquareBranch)
9.7/102664 reviews
Orange Hotel (ChengduChunxi Road Tianfu SquareBranch)
โรงแรมในเฉิงตู
NO.6
Mercure ชุนซีไทกูหลี่ เฉิงตู
9.6/1023236 reviews
Mercure ชุนซีไทกูหลี่ เฉิงตู
โรงแรมในเฉิงตู
NO.7
เดอะ เซนต์ เรจิส เฉิงตู
9.5/108877 reviews
เดอะ เซนต์ เรจิส เฉิงตู
โรงแรมในเฉิงตู
NO.2
Xianshiyijiu Homestay(Dujiangyan lrrigation Project Scenic Spot Nanqiao Store)
9.6/10846 reviews
Xianshiyijiu Homestay(Dujiangyan lrrigation Project Scenic Spot Nanqiao Store)
โรงแรมในตูเจียงเยี่ยน
NO.3
คราวน์ พลาซ่า ตู้เจียงหยาน บาย IHG
9.3/101543 reviews
คราวน์ พลาซ่า ตู้เจียงหยาน บาย IHG
โรงแรมในตูเจียงเยี่ยน
NO.4
โรงแรมนานาชาติเซ็นเตอร์
9.2/104987 reviews
โรงแรมนานาชาติเซ็นเตอร์
โรงแรมในตูเจียงเยี่ยน
NO.5
Zizaitian Homestay (Dujiangyan Scenic Area South Bridge Branch)
9.8/101531 reviews
Zizaitian Homestay (Dujiangyan Scenic Area South Bridge Branch)
โรงแรมในตูเจียงเยี่ยน
NO.6
Qianyu Homestay in Dujiangyan (Dujiangyan Scenic Area)
9.5/101166 reviews
Qianyu Homestay in Dujiangyan (Dujiangyan Scenic Area)
โรงแรมในตูเจียงเยี่ยน
NO.8
Panda · Cloud Retreat Designer Vacation Guesthouse
9.3/1018 reviews
Panda · Cloud Retreat Designer Vacation Guesthouse
โรงแรมในตูเจียงเยี่ยน

เตรียมตัวก่อนไปจิ่วจ้ายโกว สิ่งที่ควรรู้และข้อควรระวัง

จิ่วไจ้โกวทิเบตโรงละครปริศนา

เตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์ให้เหมาะกับอากาศ

ไม่ว่าจะไปฤดูไหน ควรเตรียมเสื้อผ้าแบบใส่แบบเลเยอร์เสมอ เพราะอุณหภูมิตอนเช้ากับกลางวันต่างกันมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่อุณหภูมิตอนเช้าอาจติดลบได้ ควรมีเสื้อกันหนาว หมวก ถุงมือ และรองเท้าที่เดินสบายเดินได้นานเพราะต้องเดินทั้งวัน แว่นกันแดดและครีมกันแดดก็จำเป็น เพราะพื้นที่สูงแดดแรงกว่าปกติ และถ้าไปช่วงหน้าฝนอย่างฤดูร้อน ควรพกร่มพับหรือเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วย เนื่องจากอุทยานตั้งอยู่ในพื้นที่สูง นักท่องเที่ยวบางคนอาจมีอาการแพ้ความสูง (High Altitude Sickness) ได้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันเดินทางและดื่มน้ำให้มากๆ ระหว่างวัน

กฎของอุทยานที่ต้องรู้

จิ่วจ้ายโกวเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่เข้มงวดเรื่องกฎระเบียบมาก เพื่อรักษาระบบนิเวศที่บอบบางเอาไว้ให้อยู่คู่กับคนรุ่นหลัง ข้อควรระวังหลักๆ ที่ต้องรู้ก่อนไปคือ ห้ามลงเล่นน้ำหรือแช่น้ำในทะเลสาบและน้ำตกทุกจุด ห้ามเก็บดอกไม้ ใบไม้ หรือพืชพรรณใดๆ ออกจากอุทยาน ห้ามให้อาหารสัตว์ป่า และต้องเดินอยู่บนทางไม้ที่กำหนดไว้เท่านั้น ห้ามลงไปเดินในพื้นที่ทะเลสาบหรือป่าโดยตรง นอกจากนี้อุทยานยังจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันไว้ชัดเจน จึงควรจองตั๋วล่วงหน้าเสมอเพื่อความมั่นใจว่าจะได้เข้าชมตามวันที่ต้องการ

แผนเที่ยวจิ่วจ้ายโกว 1 วัน และ 2 วัน

ถ้ามีเวลาเพียง 1 วัน แนะนำให้เริ่มเช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่งรถบัสตรงขึ้นไปจุดไกลสุดของหุบเขารื่อเจ๋อก่อนเพื่อชมทะเลสาบยาวและทะเลสาบแรด จากนั้นค่อยๆ เดินลงมาชมทะเลสาบห้าสี น้ำตกนัวรื่อหล่าง ก่อนแวะชมทะเลสาบนกยูงและน้ำตกธารไข่มุกในช่วงบ่าย แล้วปิดท้ายด้วยการเดินชมหุบเขาซูเจิงและน้ำตกซูเจิงก่อนออกจากอุทยาน

ช่วงเวลา

แผน 1 วัน

แผน 2 วัน (วันที่ 1)

แผน 2 วัน (วันที่ 2)

เช้า

หุบเขารื่อเจ๋อ: ทะเลสาบยาว, ทะเลสาบแรด

หุบเขารื่อเจ๋อและเจ๋อชาวาอย่างละเอียด

หุบเขาซูเจิง: น้ำตกซูเจิง, ทะเลสาบต่างๆ

กลางวัน

ทะเลสาบห้าสี, น้ำตกนัวรื่อหล่าง

ทะเลสาบห้าสี, น้ำตกนัวรื่อหล่าง

หมู่บ้านซูเจิง แวะถ่ายรูปพักผ่อน

บ่าย

ทะเลสาบนกยูง, น้ำตกธารไข่มุก

หมู่บ้านซูเจิง สัมผัสวิถีชาวทิเบต

เดินชมทะเลสาบซูเจิงแบบไม่รีบเร่ง

เย็น

หุบเขาซูเจิง, น้ำตกซูเจิง ก่อนออกจากอุทยาน

ออกจากอุทยานกลับที่พัก

ออกจากอุทยานกลับที่พัก

หากมีเวลา 2 วัน จะสบายขึ้นมาก สามารถแบ่งวันแรกไปสำรวจหุบเขารื่อเจ๋อและเจ๋อชาวาอย่างละเอียด รวมถึงแวะหมู่บ้านซูเจิงเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตชาวทิเบต ส่วนวันที่สองใช้เวลาเดินชมหุบเขาซูเจิงและทะเลสาบต่างๆ อย่างไม่เร่งรีบ มีเวลาแวะถ่ายรูปและพักผ่อนระหว่างทางมากขึ้น เหมาะกับคนที่อยากเก็บภาพสวยๆ แบบไม่ต้องแข่งกับเวลา

บทความที่คุณอาจสนใจ
How to นั่งรถไฟความเร็วสูงจีนจากเฉิงตูไปจิ่วจ้ายโกว พร้อมเทคนิคการซื้อตั๋ว
วิธีการนั่งรถไฟความเร็วสูงจากเฉิงตูไปจิ่วจ้ายโกว พร้อมเทคนิคการซื้อตั๋วเพื่อการเดินทางที่ราบรื่นและสะดวกสบาย
7 สิงหาคม 2026
เช่ารถจิ่วไจ่โกวสไตล์คนไทย 2569 | เที่ยวโหดแต่ขับสบาย
วางแผนเช่ารถขับเองในจิ่วไจ่โกว? อ่านเลย! คู่มือครบวงจรสำหรับคนไทย บอกทุกขั้นตอนตั้งแต่เอกสาร ประกันภัย การเลือกบริษัท ไปจนถึงกฎจราจรที่ต้องรู้
7 สิงหาคม 2026
เที่ยวจิ่วจ้ายโกว 2569: ช่วงไหนดี แพลนเที่ยวและจุดไฮไลท์
คู่มือเที่ยวจิ่วจ้ายโกวล่าสุด 2569! บอกหมดเปลือกเที่ยวเดือนไหนสวยสุด วิธีเดินทาง ที่พักห้ามพลาด และไฮไลท์ที่ต้องไป เที่ยวเองได้ไม่ง้อทัวร์
7 สิงหาคม 2026

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจิ่วจ้ายโกว

คำจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำโดยผู้ร่วมสร้างเนื้อหารายบุคคลหรือแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม ในกรณีที่มีความผิดพลาดเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดติดต่อเราและเราจะลบเนื้อหาทันที
reneej

reneej

นักเขียนบล็อกท่องเที่ยว

ดูโปรไฟล์

นักเขียนสายไลฟ์สไตล์ ป้ายยาแหล่งท่องเที่ยวสุดชิค พร้อมเคล็ดลับการท่องเที่ยวแบบคุ้มค่า ให้ทุกคนเที่ยวตามได้แบบเอ็นจอย

103 บทความ
นักท่องเที่ยวอิสระ นักท่องเที่ยวสายติ่ง นักท่องเที่ยวสายมู
> >
อุทยานจิ่วจ้ายโกว