
ดอยหลวงเชียงดาว หนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่สวยและท้าทายที่สุดของไทย ทั้งวิวภูเขาซ้อนชั้น ทะเลหมอก และทุ่งดอกไม้บนยอดดอยที่หาดูได้ยาก แต่การขึ้นดอยกหลวงเชียงดาว ไม่ใช่แค่ไปเดินเที่ยวเล่นเฉยๆ เพราะต้องฟิตร่างกาย เตรียมตัวให้ถูกต้อง และต้องรู้ขั้นตอนขออนุณาต ช่วงเวลาที่เปิดให้ขึ้นอีกด้วย Trip.com จะพาไปพิชิตดอยหลวงเชียงดาวในปี 2568-2569 แบบครบทุกมิติ มือใหม่อ่านแล้วเดินทางได้ทันที
ทำไมดอยหลวงเชียงดาวถึงเป็น “สักครั้งในชีวิต” ของนักเดินป่า
ดอยหลวงเชียงดาว ไม่ใช่แค่ภูเขาที่สูงอันดับสามของประเทศไทย แต่เป็นบททดสอบทั้งร่างกายและจิตใจที่นักเดินป่าหลายคนใฝ่ฝันจะผ่านไปให้ได้สักครั้ง เส้นทางเดินเต็มไปด้วยความหลากหลาย ตั้งแต่ป่าดิบ ป่าสน ไปจนถึงทุ่งหญ้าและสันเขาโล่งที่เปิดวิวแบบ 360 องศา
ที่นี่คือหนึ่งในไม่กี่แห่งที่ยังคงระบบการอนุรักษ์เข้มงวด ต้องขออนุญาตและจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน ทำให้ธรรมชาติยังคงดิบ สงบ และบริสุทธิ์อย่างแท้จริง การได้ยืนบนยอดดอยเชียงดาว ท่ามกลางทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น และความเงียบของภูเขา คือประสบการณ์ที่ไม่ได้วัดกันแค่ความสวยงาม แต่ความรู้สึกว่า เรามาถึงตรงนี้ได้จริงๆ ซึ่งนั่นแหละ คือเหตุผลที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นเส้นทางที่นักเดินป่าต้องมาสักครั้งในชีวิต
- ไป-กลับ
- เที่ยวเดียว
- direct cheapest
DMK06:201 ชม. 15 น.บินตรงCNX07:35กรุงเทพ - เชียงใหม่|อ. 24 มี.ค.|นกแอร์
CNX21:301 ชม. 15 น.บินตรงDMK22:45เชียงใหม่ - กรุงเทพ|อ. 31 มี.ค.|ไทยไลอ้อนแอร์฿ 2,130฿ 2,960ลด 28%ลด 28%฿ 2,960฿ 2,130
BKK06:101 ชม. 20 น.บินตรงCNX07:30กรุงเทพ - เชียงใหม่|อา. 29 มี.ค.|ไทยเวียตเจ็ท
CNX21:301 ชม. 15 น.บินตรงDMK22:45เชียงใหม่ - กรุงเทพ|อ. 31 มี.ค.|ไทยไลอ้อนแอร์฿ 2,190฿ 2,960ลด 26%ลด 26%฿ 2,960฿ 2,190
BKK06:101 ชม. 20 น.บินตรงCNX07:30กรุงเทพ - เชียงใหม่|อา. 29 มี.ค.|ไทยเวียตเจ็ท
CNX07:101 ชม. 10 น.บินตรงDMK08:20เชียงใหม่ - กรุงเทพ|อา. 5 เม.ย.|ไทยไลอ้อนแอร์฿ 2,190฿ 2,960ลด 26%ลด 26%฿ 2,960฿ 2,190
BKK1:00 PM3 ชม. 5 น.บินตรงCNX2:00 PMกรุงเทพ - เชียงใหม่|Wed, Mar 25|นกแอร์
CNX1:00 PM3 ชม. 5 น.บินตรงBKK2:00 PMเชียงใหม่ - กรุงเทพ|Wed, Mar 25|นกแอร์ค้นหาเที่ยวบินเพิ่มเติมค้นหาเที่ยวบินเพิ่มเติม
ราคาเที่ยวบิน${{departCityName}}-${{arrivalCityName}}ที่แสดงนี้อ้างอิงจากราคาเฉลี่ยของสายการบินต่างๆ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตามฐานข้อมูลล่าสุดของ Trip.com
อัปเดตล่าสุด! ข้อมูลสำคัญสำหรับฤดูกาล 2568–2569

ที่มาของภาพ : Freepik
กำหนดการเปิด–ปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
ฤดูกาลเดินป่าดอยหลวงเชียงดาวปี 2568-2569 เริ่มจากวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ถึง 12 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่เปิดให้เดินศึกษาธรรมชาติและค้างแรมได้ตามระบบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว
วิธีจองคิวขึ้นดอยหลวงเชียงดาวทีละขั้นตอน
การขึ้นดอยเชียงดาวไม่สามารถ Walk-in ไปได้ จำเป็นต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. ติดตามประกาศเปิดฤดูกาลอย่างเป็นทางการ
ก่อนอื่นให้เช็กประกาศจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวทุกปี เพราะจะระบุชัดเจนเรื่องช่วงเวลาเปิด-ปิดเส้นทาง วันที่ระบบจองเปิดและเงื่อนไขพิเศษของฤดูกาลนั้นๆ เช่น จำนวนคนต่อวั, เอกสารที่ต้องการเพิ่มเติม เป็นต้น
2. เข้าเว็บไซต์ระบบจองคิว
เมื่อระบบเปิดให้เข้าไปที่เว็บไซต์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จ.เชียงใหม่ เลือกเมนูจองเส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว ระบบจะให้เลือกวันที่ต้องการขึ้นดอย (จะเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะวันหยุด ใครมีวันในใจแล้ว ต้องรีบจองก่อน)
3. กรอกข้อมูลผู้เดินทางให้ครบถ้วน
กรอกชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน/พาสปอร์ต เบอร์โทร และจำนวนผู้เดินทางตามจริง ข้อมูลนี้จะใช้ตรวจสอบตัวตนในวันรายงานตัว แก้ไขภาพหลังค่อนข้างยาก ควรเช็กให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
4. เลือกเส้นทางและจำนวนคืน
เลือกเส้นทางที่เปิดในฤดูกาลนั้น พร้อมระบุจำนวนคืนที่ต้องการค้างแรม ระบบจะคำนวณค่าธรรมเนียมให้อัตโนมัติ
5. ชำระค่าธรรมเนียมการขึ้นดอย
ชำระเงินตามช่องทางที่ระบบกำหนด และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ให้เรียบร้อย เพราะต้องใช้ยืนยันในขั้นตอนถัดไป
6. เตรียมเอกสารก่อนวันเดินทาง
เอกสารที่ต้องใช้โดยทั่วไป ได้แก่
- หลักฐานการจอง/ใบยืนยันสิทธิ์
- บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตตัวจริง
- ใบรับรองแพทย์
การจะไปเดินป่าที่ดอยหลวงเชียงดาว จำเป็นต้องมารายงานตัวและอบรมล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อยืนยันสิทธิ์ รับฟังการอบรมกฎระเบียบ ความปลอดภัย และแผนการเดินป่า หากไม่มารายงานตัวตามเวลาที่กำหนดสิทธิ์อาจถูกยกเลิกทันที
กฎระเบียบและข้อบังคับใหม่ที่ต้องรู้
แผนพิชิตดอยหลวงเชียงดาวต้องไม่ลืมว่าเราเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว (Chiang Dao Wildlife Sanctuary) ไม่ใช่แค่เส้นทางธรรมดา ดังนั้น มีข้อบังคับเฉพาะที่ต้องปฏิบัติจริง เพื่อปกป้องธรรมชาติและความปลอดภัยของผู้เดินป่า
กฎใหม่ที่สำคัญสำหรับฤดูกาล 2568-2569 มีดังนี้
1. ต้องเข้ารับการอบรมก่อนเดินทาง
ทุกคนที่จองสิทธิ์ต้องเข้าฟังอบรมก่อนวันขึ้นดอยอย่างน้อย 1 วัน เพื่อเรียนรู้กฎปฏิบัติ ความปลอดภัยบนเส้นทาง และวิธีใช้อุปกรณ์จำเป็นในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์ฯ จัดทั้งออนไลน์หรือที่ทำการก่อนวันเดินทางจริง
2. จำกัดจำนวนคน
เขตรักษาพันธุ์สัตวป่า จำกัดจำนวนคนต่อวัน ไม่เกินวันละ 100-150 คน
3. ต้องปฏิบัติตามกฎพื้นที่อย่างเคร่งครัด
- ห้ามส่งเสียงดังและห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเพื่อลดการรบกวนสัตว์ป่าและกลุ่มอื่น
- ห้ามก่อไฟหรือประกอบอาหารที่มีกลิ่นฉุน
- ต้องจัดการขยะของตัวเอง นำขึ้นไปก็ต้องนำลงมาทิ้งทุกชิ้น
- ต้องเดินตามเส้นทางที่กำหนดและอยู่กับกลุ่ม/ไกด์ตลอดเวลา
4. ใบรับรองแพทย์
ปีนี้มีการกำหนดให้ผู้เดินทางต้องแสดงใบรับรองแพทย์ ที่ออกไม่เกิน 7 วันก่อนวันอบรม เพื่อยืนยันว่าอยู่ในสภาพร่างกายพร้อมสำหรับการเดินป่าระยะไกลและสภาพอากาศบนภูเขาที่เปลี่ยนเร็ว ซึ่งต้องยื่นตอนรายงานตัวหรืออบรมก่อนขึ้นดอยจริง
วางแผนทริปให้พร้อม: ทุกสิ่งที่คุณต้องรู้

การขึ้นดอยหลวงเชียงดาวไม่ใช่ทริปที่แพ็กกระเป๋าแล้วไปได้ทันที ความสนุกของเส้นทางนี้เริ่มตั้งแต่การวางแผน เพราะยิ่งเตรียมตัวดี ประสบการณ์บนยอดดอยก็ยิ่งดีแบบไม่ต้องลุ้นดวง
การเดินทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว
จุดตั้งต้นของการขึ้นดอยคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หากเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง โดยสามารถขับรถส่วนตัวหรือเหมารถตู้ไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์ฯ ได้โดยตรง เส้นทางเป็นถนนลาดยางตลอด ไม่มีทางวิบาก แต่ควรเผื่อเวลาให้ถึงก่อนเวลารายงานตัวและอบรมตามที่กำหนด
นักเดินป่าหลายคนเลือกพักค้างคืนแถวอำเภอเชียงดาวก่อน 1 คืน เพื่อไม่ต้องเร่งเดินทางเช้าวันขึ้นดอย และช่วยให้ร่างกายได้พักก่อนเริ่มทริประยะยาว
เปรียบเทียบ 2 เส้นทางเดินป่า: เด่นหญ้าขัด vs. ปางวัว
เส้นทางเด่นหญ้าขัด
เป็นเส้นทางยอดนิยมและเปิดให้ใช้บ่อยที่สุด ระยะทางค่อนข้างยาว แต่ไต่ระดับอย่างต่อเนื่อง ได้เห็นวิวหลากหลายตั้งแต่ป่าดิบ ป่าสน ไม่จนถึงทุ่งหญ้าและสันเขาโล่ง จุดเด่นของที่นี่คือวิวกว้างและบรรยากาศดอยหลวงเชียงดาวแบบคลาสสิก เหมาะกับคนที่เตรียมร่างกายมาดีและอยากเก็บประสบการณ์เต็มรูปแบบ
เส้นทางปางวัว
เป็นเส้นทางที่ชันกว่าในบางช่วง ระยะสั้นกว่าแต่ใช้แรงมาก เหมาะกับสายเดินป่าที่มีประสบการณ์และต้องการความท้าทาย เส้นนี้จะได้ป่าลึกเงียบและดิบกว่า แต่ไม่เปิดทุกฤดูกาล ต้องเช็กประกสาศล่วงหน้าเสมอ
ถ้าเป็นมือใหม่ถึงกลาง เส้นทางเด่นหญ้าขัดคือทางเลือกที่ปลอดภัยและสมดุลที่สุด ส่วนปางวัวเหมาะกับสายแอดเวนเจอร์ตัวจริง
สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ค่าใช้จ่ายของทริปดอยหลวงเชียงดาวไม่ได้แพงเวอร์ แต่ต้องเตรียมงบให้ครบ ตามตารางสรุปค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับทริปดอยหลวงเชียงดาว
รายการ | ค่าใช้จ่ายต่อคน/กลุ่ม | หมายเหตุ |
ค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่ | ประมาณ 200–400 บาท/คน | ขึ้นกับเงื่อนไขของปีนั้น |
ค่ามัดจำขยะ | ประมาณ 500 บาท/กลุ่ม | ได้คืนเมื่อเอาขยะลงครบ |
ค่ารถรับส่งขึ้น–ลง | ประมาณ 1,500–2,500 บาท/คัน | แชร์กันหลายคนจะคุ้มกว่า |
ค่าลูกหาบ | ประมาณ 1,000–1,500 บาท/ลูกหาบ | ตามน้ำหนักสัมภาระ |
ค่าเจ้าหน้าที่นำทาง | คิดเป็นกลุ่ม | เป็นค่าใช้จ่ายบังคับ |
อื่น ๆ | ตามจริง | อาหาร อุปกรณ์เช่า ประกัน ฯลฯ |
เช็คลิสต์! อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมและวิธีฟิตร่างกาย
เพื่อให้การขึ้นดอยหลวงเชียงดาวราบรื่นและปลอดภัย ลิสต์นี้คืออุปกรณ์ที่ต้องเตรียม พร้อมแนวทางเตรียมร่างกายก่อนออกเดิน
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่ยึดเกาะดี
- เป้สะพายหลังที่กระชับ แบกแล้วไม่กดไหล่
- เสื้อกันหนาวและเสื้อกันลม
- เสื้อกันฝนพับได้
- ถุงนอนและแผ่นรองนอน
- ไฟฉาย
- ขวดน้ำ
- อาหารแห้งหรือของว่างให้พลังงาน
- ยาประจำตัว ยาแก้ปวด ยาทากันแมง
- ถุงขยะส่วนตัว
- ไม้เท้าเดินป่า
วิธีฟิตร่างกายก่อนขึ้นดอย
- ฝึกเดินขึ้น-ลงบันได หรือทางชัน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
- เดินระยะไกลต่อเนื่อง 1-2 ชั่วโมง
- ลองแบกเป้น้ำหนักใกล้เคียงของจริง เพื่อให้ร่างกายคุ้นชิน
- เสริมกล้ามเนื้อขา หลัง และแกนกลางลำตัว
- นอนให้พอและงดโหมออกกำลังกายหนักก่อนวันเดินทาง 2-3 วัน
การเตรียมตัวตามเช็คลิสต์นี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องมานั่งกังวลกลางป่า และมีแรงเหลือพอสำหรับสิ่งสำคัญที่สุดของทริปดอยหลวงเชียงดาว
รีวิวประสบการณ์ 2 วัน 1 คืน บนเส้นทางสู่ยอดดอย
การเดินดอยหลวงเชียงดาวแบบ 2 วัน 1 คืน เป็นรูปแบบคลาสสิกที่ได้ทั้งความท้าทายและความสวยงามในทริปเดียว เส้นทางไม่ได้ง่าย แต่ทุกก้าวมีเหตุผลให้เดินต่อ
วันที่ 1: เริ่มต้นเดินป่าสู่ลานกางเต็นท์อ่างสลุงและชมพระอาทิตย์ตก

เช้าวันแรกเริ่มจากการรวมตัว ตรวจอุปกรณ์ และรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าสู้เส้นทางจริง ช่วงแรกของการเดินจะเป็นป่าโปร่งสลับป่าดิบ ทางค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จังหวะการเดินสำคัญมาก เพราะนี่คือวันที่ต้องเก็บแรงไว้ให้ถึงลานกางเต็นท์
ระหว่าทางจะเริ่มเห็นวิวภูเขาซ้อนชั้นเป็นระยะๆ ยิ่งสูงขึ้น อากาศยิ่งเย็นและเงียบ เสียงเมืองค่อยๆ หายไป เหลือแค่เสียงลมกับจังหวะลมหายใจของตัวเอง เมื่อถึงลานกางเต็นท์อ่างสลุง ความเหนื่อยจะถูกแลกด้วยพื้นที่โล่งกว้างและวิวสันเขาที่เปิดออกแบบไม่มีกำแพงบัง
ช่วงเย็นคือไฮไลต์ พระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า แสงสีส้มทองสะท้อนทิวเขาและเมฆที่ลอยต่ำ อากาศเริ่มหนาวเร็วผิดคาด ทุกคนเงียบลงโดยไม่ได้นัดหมาย เหมือนภูเขากำลังสอยให้เราชะลอเวลา ก่อนจะพักผ่อนเพื่อเก็บแรงสำหรับเช้าวันถัดไป
วันที่ 2: ทะเลหมอกที่กิ่วลมและเส้นทางขาลง

เช้ามืดของวันที่สอง เริ่มต้นด้วยอุณหภูมิที่เย็นจัด ไฟฉายคาดหัวถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง เพื่อมุ่งหน้าไปยังกิ่วลม จุดชมทะเลหมอกชื่อดังของดอยหลวงเชียงดาว แสงแรกของวันค่อยๆ เผยให้เห็นหมอกขาวที่ไหลไปตามสันเขาราวกับคลื่นทะเลนิ่งๆ ที่ไม่มีเสียง
ช่วงเวลานี้คือรางวัลของการเตรียมตัวและการอดทนเดินมาเมื่อวาน ภาพตรงหน้าคือแค่ยืนมองเฉยๆ ก็รู้เลยทำไมหลายคนถึงอยากมาที่นี่ หลังเก็บภาพและความทรงจำ เส้นทางขาลงเริ่มต้นทันที แม้จะเป็นทางเดิม แต่ความรู้สึกต่างออกไป กล้ามเนื้อขาเริ่มล้า ต้องใช้สมาธิมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงทางชันและลื่น การลงดอยจึงไม่ใ่แค่การเดินกลับ แต่เป็นการทดสอบสุดท้ายของทริป
ดอยหลวงเชียงดาวไม่ใช่แค่วิวสวยๆ บรรยากาศดีๆ เท่านั้น แต่จะได้รับประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้ ทำให้รู้สึกประทับใจและจดจำไปอีกนาน และนี่คือเหตุผลที่ใครๆ ก็อยากมาดอยหลวงเชียงดาว
พักที่ไหนดี? แนะนำที่พักในตัวเมืองเชียงดาว
isbjorn chiangdao

isbjorn chiangdao คือที่พักสไตล์มินิมอลที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของอำเภอเชียงดาว บรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยภูเขาและต้นไม้ เหมาะกับการพักผ่อนก่อนหรือหลังทริปเดินป่าหนักๆ อย่างดอยหลวงเชียงดาว ตัวที่พักออกแบบเรียบเท่ ใช้วัสดุไม้ โทนอบอุ่นตัดกับวิวเขาแบบพาโนรามา ทำให้รู้สึกเหมือนได้มาชาร์จพลังจริงๆ ราคาเริ่มต้นของที่พักนี้ ประมาณ 2,500 - 4,000 บาทต่อคืน
📍 ที่ตั้ง : ตำบล แม่นะ อำเภอเชียงดาว, ตำบล เชียงดาว, จังหวัดเชียงใหม่, 50170
บุราภัฏ รีสอร์ท

บุราภัฏ รีสอร์ท คือรีสอร์ทบรรยากาศเงียบสงบในอำเภอเชียงดาว เหมาะเป็นจุดพักเพื่อชาร์จพลังก่อนหรือหลังทริปเดินป่าดอยหลวงเชียงดาว และยังเหมาะกับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่อยากพักผ่อนในรีสอร์ทท่ามกลางวิวภูเขาและธรรมชาติ ราคาห้องพักเริ่มต้นประมาณ 1,500 - 3,000 บาทต่อคืน
📍 ที่ตั้ง : 458 M. T. A., ซอย 3 หมู่ 8 ตำบล เชียงดาว อำเภอเชียงดาว, ตำบล แม่นะ, จังหวัดเชียงใหม่, 50170
เดอะวิว เชียงดาว

เดอะวิว เชียงดาว ที่พักบรรยากาศเงียบสงบกลางธรรมชาติของอำเภอเชียงดาว โดดเด่นด้วยวิวภูเขาแบบพาโนรามา โดยเฉพาะดอยหลวงเชียงดาวที่เห็นได้ชัดในวันที่อากาศเปิดโล่ง ตัวที่พักออกแบบเรียบง่าย โปร่ง โล่ง รับแสงธรรมชาติ เหมาะกับการพักผ่อนก่อน-หลังทริปเดินป่าหนักๆ รอบที่พักมีพื้นที่สีเขียว อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ให้ฟีลสโลว์ไลฟ์ ราคาเริ่มต้นของที่พักนี้ ประมาณ 1,200 - 2,000 บาท/คืน
📍 ที่ตั้ง : 630 ม.13 ต., ตำบล เชียงดาว, จังหวัดเชียงใหม่, 50170
ดอยหลวงเชียงดาวอาจไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายที่สุด แต่เป็นเส้นทางที่คุ้มค่าที่สุด เส้นหนึ่งสำหรับคนรักการเดินป่า ทุกขั้นตอนตั้งแต่การวางแผนขออนุญาต เตรียมร่างกาย ไปจนถึงก้าวสุดท้ายบนสันเขา ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ทำให้ทริปนี้พิเศษกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป
ถ้าคุณกำลังมองหาการเดินทางที่ได้ทดสอบตัวเอง ได้อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง และได้ภาพความทรงจำที่ติดอยู่ในใจไปอีกนาน ดอยหลวงเชียงดาวคือคำตอบที่ดีที่สุด เตรียมตัวให้พร้อม จองตั๋วเครื่องบินกับ Trip.com จองเช่ารถล่วงหน้า แล้วออกไปเดินทางไปด้วยกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดอยหลวงเชียงดาว
เดินดอยหลวงเชียงดาวยากไหมสำหรับมือใหม่?
ดอยหลวงเชียงดาวเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างท้าทายสำหรับมือใหม่ เพราะเส้นทางยาวและมีช่วงไต่ระดับต่อเนื่อง แต่ก็ไม่โหดเกินไป หากเตรียมร่างกายล่วงหน้า ฟิตร่างกายให้พร้อม มือใหม่ก็สามารถขึ้นได้บนดอยหลวงเชียงดาวมีห้องน้ำหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง?
บนเส้นทางและลานกางเต็นท์มีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างจำกัด ห้องน้ำเป็นแบบชั่วคราวหรือแบบธรรมชาติ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีร้านค้า และสัญญาณโทรศัพท์ไม่เสถียร นักเดินป่าต้องเตรียมของใช้ส่วนตัว อาหาร และอุปกรณ์สำหรับค้างแรมไปเองทั้งหมดควรไปดอยหลวงเชียงดาวช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
ช่วงที่นิยมและสวยที่สุดคือ ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงเดืนมกราคม อากาศเย็น วิวเปิด โอกาสเห็นทะเลหมอกสูง และมีดอกไม้ตามฤดูกาลจำเป็นต้องจ้างลูกหาบและคนนำทางหรือไม่?
เจ้าหน้าที่นำทางเป็นข้อบังคับ ไม่สามารถเดินขึ้นได้ด้วยตัวเอง ส่วนลูกหาบไม่บังคับ แต่แนะนำหากไม่อยากแบกของหนัก การจ้างลูกหาบช่วยให้ประหยัดแรงได้เยอะรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อคนประมาณเท่าไหร่?
โดยเฉลี่ยค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 3,000-6,000 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับจำนวนคนในกลุ่ม การแชร์ค่ารถ ค่าลูกหาย และอุปกรณ์ที่ต้องเช่าเพิ่มเติม งบอาจสูงขึ้นว่านี้


