10 เทคนิคปรับตัวกับอาการเจ็ทแลค ให้ร่างกายฟื้นตัวไวหลังเดินทาง 2569

รูปโปรไฟล์ของผู้เขียน
เจ็ทแลค

อาการเจ็ทแลคเป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัวกับเขตเวลาใหม่อย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบกับร่างกายโดยตรง ซึ่งนาฬิกาชีวิตของเราอาจจะเกิดการแปรปรวนทันที ซึ่งจะส่งผลกับระบบภายในของร่างกายทั้ง การนอนหลับ ระบบฮอร์โมน ระบบย่อยอาหาร ซึ่งอาการเจ็ทแลคส่งผลให้การทำงานของระบบประสาทและการประมวลผลลดลง ที่สำคัญส่งผลถึงอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นหงุดหงิดง่าย เศร้าซึม และในปัจจุบันได้มีการแชร์วิธีการลดอาการเจ็ทแลคกันมากมาย เพื่อให้สุขภาพกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น พร้อมรับกับปัญหาเจ็ทแลคที่จะเกิดขึ้นในระหว่างทริป และช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไว และถึงจุดหมายได้อย่างราบรื่น ซึ่งในการเดินทางข้ามประเทศนั้น การเลือกไฟลท์บิน บริษัทการบินก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน ให้ Trip.com เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผนการเดินทาง ทั้งในเรื่องของตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ก็สามารถจองล่วงได้ที่ Trip.com ส่วนบทความนี้ขอมาแชร์เทคนิคที่จะช่วยปรับตัวกับอาการเจ็ทแลคที่เกิดขึ้นให้อาการดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

เปลี่ยนเวลาบนเครื่องบินทันที

สิ่งที่จะช่วยให้ปรับตัวกับเจ็ทแลคได้เร็วขึ้น เพียงแค่ลองปรับนาฬิกาของตนเองไม่ว่าะเป็นนาฬิกาข้อมือ นาฬิกาในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ให้เป็นเวลาที่ตรงกับประเทศปลายทางที่เราไปลง โดยตรวจสอบเวลาท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ ว่า ถ้าเป็นตอนกลางคืนพยายามให้หลับพักผ่อนให้ได้มากที่สุด หรือถ้าประเทศนั้นเป็นตอนกลางวัน พยายามอย่าพึ่งนอน หากิจกรรมอะไรที่ตื่นตัวทำ โดยแน่นอนว่าการพยายามหลับทั้งที่ไม่ได้ง่วงนั้นยากแสนยาก วันนี้ Trip.com จะมาแชร์วิธีการช่วยให้หลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น

- การใช้ผ้าติดตา เนื่องจากจะช่วยป้องกันแสงที่จะมารบกวน อีกทั้งยังช่วยสร้างบรรยากาศให้มืดสนิทเหมือนตอนกลางคืน

- หูฟังตัดเสียงรบกวน หรือ ที่อุดหู ลดเสียงรบกวนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เสียงเครื่องยนต์หรือเสียงจากผู้โดยสารรอบข้าง

- ผ้าห่ม ในที่นี้แนะนำเป็นลักษณะบางๆ ไม่ต้องหนาและใหญ่มาก ขนาดพอดีที่สามารถพกขึ้นเครื่องบินได้ เพื่อรักษาความคงที่ของอุณหภูมิในร่างกาย

- หมอนรองคอ ช่วยให้ศีรษะอยู่ในรูปแบบที่สบาย ลดอาการการปวดเมื่อย อีกทั้งยังช่วยให้นั่งหลับได้สบายและยาวนานมากขึ้น

- กลิ่นอโรมา อาจจะพกมาไม่ต้องเยอะมาก เพื่อไม่เป็นการรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น อาจจะมาในรูปแบบบาล์มหรือสเปรย์ขนาดพกพา

- ยาหรืออาหารเสริมช่วยการนอนหลับ ซึ่งเป็นวิธีที่ต้องได้รับการประเมินการใช้ยาจากแพทย์ ควรใช้ในปริมาณที่น้อย ให้เป็นตัวช่วยหลับในช่วงเวลาสั้นๆ

✈️จองตั๋วเครื่องบินราคาถูกพร้อมข้อเสนอพิเศษ 🏨ค้นหาโรงแรมที่ดีที่สุดบน Trip.com! 📱รับ eSIM ที่รวดเร็วเพื่อเชื่อมต่อเมื่ออยู่ต่างประเทศ!

เลือกเวลาบินที่เหมาะสม

การวางแผนเรื่องเวลาการเดินทางที่เหมาะกับตนเอง และประเมินว่าสุขภาพร่างกายนั้นต้องไหว สามารถช่วยลดอาการเจ็ทแลคได้ ซึ่งการเลือกเที่ยวบินแนะนำให้เลือกเที่ยวบินที่ออกจากประเทศตอนกลางคืน ในกรณีที่เดินทางระยะไกล มากกว่า 8 - 10 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถใช้เวลาตรงนั้นนอนหลับพักผ่อน เมื่อถึงปลายทางตอนเช้าก็จะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น หรือเลือกเที่ยวบินที่มาถึงจุดหมายปลายทางเป็นช่วงเช้าหรือกลางวัน เพราะการที่ร่างกายได้มาเจอกับบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในตอนกลางวัน จะทำให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับเวลาท้องถิ่นได้เร็วกว่า รวมถึงการเลือกไฟลท์บินที่มาถึงปลายทางตอนกลางคืน อาจจะทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อน นอนหลับไม่สนิทและไม่สามารถนอนต่อได้ เมื่อถึงเช้าวันถัดไปอาจจะทำให้เกิดอาการเจ็ทแลคหรือร่างกายอ่อนเพลีย

ซึ่งในการเดินทางนั้น การตัดสินใจเรื่องเวลาเดินทางที่เหมาะสม เป็นการช่วยเซฟเรื่องสุขภาพ โดย Trip.com จะทำให้คุณสามารถเปรียบเทียบเที่ยวบินได้จากหลากหลายบริษัทและหลากหลายไฟลท์ สามารถเลือกเวลาเดินทางทั้งขาออกจากประเทศ และเลือกเวลาถึงจุดหมายปลายทางได้ โดย Trip.com จะมีข้อมูลครบถ้วนทั้งระยะเวลาในการบินหรือพักเครื่อง รวมถึงกิจกรรมและการให้บริการบนเครื่อง เพื่อให้เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเลือกไฟลท์ที่จะบิน

เชียงใหม่ไปภูเก็ต
กรุงเทพฯ ไปโตเกียว
ไทเปไปกรุงเทพฯ
ดูเที่ยวบินทั้งหมด
Thai Lion Air
เชียงใหม่
CNX
ภูเก็ต
HKT
ส., 11 ก.ค.
จ., 13 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 17%
เริ่มต้น 537.00AED 446.00
Thai Lion Air
เชียงใหม่
CNX
ภูเก็ต
HKT
อา., 12 ก.ค.
อ., 14 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 15%
เริ่มต้น 537.00AED 456.00
Thai Lion Air
เชียงใหม่
CNX
ภูเก็ต
HKT
พฤ., 9 ก.ค.
จ., 13 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 15%
เริ่มต้น 537.00AED 458.00
Thai Lion Air
เชียงใหม่
CNX
ภูเก็ต
HKT
จ., 20 ก.ค.
พ., 22 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 14%
เริ่มต้น 537.00AED 461.00
Nokair
เชียงใหม่
CNX
ภูเก็ต
HKT
พฤ., 23 ก.ค.
อ., 28 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 13%
เริ่มต้น 537.00AED 466.00
Thai Lion Air
เชียงใหม่
CNX
ภูเก็ต
HKT
อ., 14 ก.ค.
อ., 21 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 12%
เริ่มต้น 537.00AED 475.00
Thai Lion Air
เชียงใหม่
CNX
ภูเก็ต
HKT
พ., 8 ก.ค.
จ., 13 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 11%
เริ่มต้น 537.00AED 476.00
Nokair
เชียงใหม่
CNX
ภูเก็ต
HKT
อ., 14 ก.ค.
อ., 21 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 537.00AED 483.00
Thai AirAsia X
กรุงเทพฯ
DMK
โตเกียว
NRT
ศ., 17 ก.ค.
อ., 21 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 18%
เริ่มต้น 1,243.00AED 1,016.00
VietJet Air
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
พฤ., 16 ก.ค.
อ., 21 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 15%
เริ่มต้น 1,243.00AED 1,051.00
VietJet Air
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
ศ., 17 ก.ค.
อ., 21 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 15%
เริ่มต้น 1,243.00AED 1,051.00
Thai Vietjet Air
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
ศ., 17 ก.ค.
อ., 21 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 15%
เริ่มต้น 1,243.00AED 1,051.00
Thai AirAsia X
กรุงเทพฯ
DMK
โตเกียว
NRT
ส., 18 ก.ค.
อ., 21 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 14%
เริ่มต้น 1,243.00AED 1,072.00
Thai AirAsia X
กรุงเทพฯ
DMK
โตเกียว
NRT
ศ., 17 ก.ค.
จ., 20 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 11%
เริ่มต้น 1,243.00AED 1,108.00
Thai AirAsia X
กรุงเทพฯ
DMK
โตเกียว
NRT
ส., 18 ก.ค.
จ., 20 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 11%
เริ่มต้น 1,243.00AED 1,108.00
VietJet Air
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
พ., 15 ก.ค.
อ., 21 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 1,243.00AED 1,117.00

รับแสงแดดให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตามร่างกายของเราก็ยังคงต้องการธรรมชาติที่จะมาช่วยบำบัดหรือเยียวยา โดยเฉพาะแสงแดด เป็นสิ่งที่เราเจอทุกวันในชีวิตประจำวัน ซึ่งแสงแดดไม่ได้มีแค่ผลเสียอย่างเดียว แสงแดดจะยังช่วยให้ร่างกายปรับตัวจากอาการเจ็ทแลคได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย เพราะตามธรรมชาติแล้ว แสงแดดจากดวงอาทิตย์นั้นทำหน้าที่เป็นตัวปรับเวลาให้นาฬิกาชีวิตของทุกคนบนโลก ซึ่งส่งผลถึงระบบต่างๆ ภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบฮอร์โมน พลังงานในร่างกาย และการนอนหลับ เป็นต้น ซึ่งข้อแนะนำคือพยายามอยู่กลางแจ้งในช่วงเช้าอย่างน้อย 30 นาที จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ไวยิ่งขึ้น โดยแดดแต่ละช่วงก็มีความสำคัญดังนี้

- แสงแดดช่วงเช้า เป็นการช่วยรีเซตนาฬิกาชีวิต ช่วยให้สมองสั่งการให้หยุดหลังเมลาโทนิน กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวพร้อมเริ่มวันใหม่

- แสงแดดช่วงกลางวัน เป็นแสงแดดที่จะช่วยให้ร่างกายไม่รู้สึกง่วงหรือเพลียจากการเดินทาง เพราะแดดช่วงนี้จะช่วยกระตุ้นร่างกายว่าเวลานี้เป็นเวลาที่ควรตื่น

- แสงแดดช่วยสร้างพลังงานให้กับร่างกาย รวมถึงควบคุมระดับอารมณ์ให้คงที่ เพราะแสงแดดจะช่วยกระตุ้นการสร้างเซโรโทนิน เป็นตัวช่วยที่ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น อารมณ์ดี และยังมีสมาธิจดจ่ออีกด้วย

ในการปรับตัวจากอาการเจ็ทแลคนั้นสามารถทำกิจกรรมเบาๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับแสงแดดที่เหมาะสมได้ เช่น

- การเดินเล่นหรือพักผ่อน

ถ้าประเทศปลายทางถ้ามีสวนสาธารณะ แนะนำให้ไปเดินเล่น เพื่อให้ร่างกายได้รับแสงแดดที่เหมาะสมและได้รับแสงแดดอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ต้องออกแรงมาก

- ออกกำลังกายเบาๆ

ช่วงนี้แนะนำให้เป็นช่วงเช้าของวัน เพราะแดดช่วงนี้จะมีประโยชน์มากที่สุด ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย เพิ่มพลังงานที่จะใช้ตลอดทั้งวัน รวมถึงช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ดี โดยสามารถทำกิจกรรมได้ เช่น ปั่นจักรยาน วิ่งจ็อกกิ้ง โยคะ เป็นต้น

- ร้านอาหารแบบ Outdoor

เป็นกิจกรรมที่เราสามารถโดนแดดได้ โดยที่ไม่เหนื่อยและไม่ต้องออกแรง แถมยังได้ลิ้มรสกับอาหารและของหวานแสนอร่อย อีกทั้งยังเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศท้องถิ่นได้อีกด้วย

หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และคาเฟอีน

แอลกอฮอล์และคาเฟอีนเป็นสองสิ่งที่มีผลกระทบกับร่างกายโดยตรง แถมยังส่งผลกับคุณภาพการนอนหลับอีกด้วย ซึ่งในการเดินทางไกลที่มีการปรับเขตเวลาใหม่แบบไม่คุ้นชิน อาจจะต้องมีการหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทนี้ เพราะอาจจะส่งผลถึงอาการเจ็ทแลคได้ เดี๋ยวจะมาแยกผลกระทบให้ดูว่าแอลกอฮอล์และคาเฟอีนส่งผลกับร่างกายอย่างไร

- ผลกระทบของแอลกอฮอล์ที่มีต่อการนอนหลับ

เคยได้ยินมาว่าการดื่มแอลกอฮอล์นั้นช่วยเรื่องการนอนหลับ ซึ่งข้อความดังกล่าวนั้นจริงเพียงส่วนหนึ่ง เพราะแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายง่วงและหลับได้เร็วก็จริง แต่จะรบกวนช่วงเวลาที่ร่างกายมีการหลับลึก ในช่วงเวลานี้ร่างกายจะฟื้นฟูตัวเองและสมอง รวมถึงทำให้อาจจะตื่นกลางดึก เนื่องจากร่างกายถูกแอลกอฮอล์กระตุ้นในระบบประสาท ทำให้หลับต่อได้ยาก นอนไม่เพียงพอ อีกทั้งร่างกายยังเพิ่มความเสี่ยงในการขาดน้ำ นั่นจะส่งผลโดยตรงกับร่างกายทำให้รู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย เป็นต้น

- ผลกระทบของคาเฟอีนที่มีต่อการนอนหลับ

คาเฟอีนช่วยร่างกายตื่นก็จริง แต่มีผลกระทบในการนอนหลับเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทำให้นอนไม่หลับ หลับช้า หรือหลับไม่สนิท เพราะในคาเฟอีนนั้น เป็นสารที่กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวนานถึง 6 - 8 ชั่วโมง นั่นส่งผลให้ลดคุณภาพการนอน ตื่นมาก็ไม่สดชื่นอยู่ดี แถมยังรบกวนการทำงานของนาฬิกาชีวิต ที่ส่งผลต่อในเรื่องการปรับตัว นั่นทำให้ร่างกายตื่นผิดเวลาในขณะที่เปลี่ยนไทม์โซนใหม่แล้ว

เราสามารถหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และคาเฟอีน โดยหาเครื่องดื่มทดแทนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และยังช่วยเสริมสุขภาพการนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มชาประเภทไม่มีคาเฟอีน เช่น ชาคาโมมายล์ ชาเลมอนบาล์ม หรือชาเปปเปอร์มินต์ โดยชาเหล่านี้จะกระตุ้นการหลั่งเมลาโทนิน สารที่ช่วยให้ร่างกายได้นอนหลับและผ่อนคลาย รวมถึงนมอุ่น ช่วยให้หลับสบาย เพราะมีทริปโตเฟน เป็นกรดอะมิโนที่ช่วยให้ร่างกายสร้างเซโรโทนินและเมลาโทนินช่วยในการนอนหลับที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเครื่องดื่มที่ผสมเมลาโทนิน ก็เป็นตัวช่วยที่ดี แต่อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสามารถดื่มได้หรือไม่ และครึ่งดื่มสุดท้าย เบสิคแต่ดีต่อสุขภาพ นั่นก็คือน้ำเปล่า ช่วยรักษาระดับความชุ่มชื่นของร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อระบบการนอนของทุกคน

✈️จองตั๋วเครื่องบินราคาถูกพร้อมข้อเสนอพิเศษ 🏨ค้นหาโรงแรมที่ดีที่สุดบน Trip.com! 📱รับ eSIM ที่รวดเร็วเพื่อเชื่อมต่อเมื่ออยู่ต่างประเทศ!
ดูที่เที่ยวทั้งหมด

สร้างบรรยากาศการนอนที่ดี

เป็นทริคที่อยากแนะนำทุกคนเมื่อมีการเดินทาง นั่นคือการสร้างบรรยากาศให้เราสามารถหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น โดยบรรยากาศที่เงียบ อบอุ่น มืด นั้นเป็นสิ่งสำคัญในการนอนหลับบนเครื่องบินได้อย่างมีคุณภาพ ดังนั้นการสร้างบรรยากาศและการเตรียมอุปกรณ์ตัวช่วยให้พร้อม จะทำให้ถึงที่หมายปลายทางได้สดชื่นและมีการเจ็ทแลคน้อยที่สุด โดยขอแนะนำดังนี้

- จำลองสภาพแวดล้อมให้เหมือนห้องนอน

ในส่วนนี้อาจจะต้องมีอุปกรณ์เข้ามาช่วยด้วย ไม่ว่าจะเป็น ใช้ผ้าปิดตาช่วยปิดแสงรบกวน ใช้ที่อุดหูหรือหูฟังที่สามารถตัดเสียงรบกวนได้ เพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงผู้โดยสารรอบข้าง การนำหมอนรองคอและผ้าห่มบางๆ เป็นการจำลองเหมือนเราอยู่บนเตียง แต่หลับในท่านั่งที่สบายที่สุด รวมถึงระหว่างหลับสามารถสวมถุงเท้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย อีกทั้งยังสามารถนำบาล์มหรือสเปรย์ช่วยสร้างบรรยากาศให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น แนะนำกลิ่นลาเวนเดอร์จะผ่อนคลายมากที่สุด และสำหรับใครที่นอนหลับยากสามารถใช้เมลาโทนินได้ แต่ข้อระวังคือต้องใช้ภายใต้แพทย์แนะนำเท่านั้น

- บริหารร่างกายด้วยเทคนิคผ่อนคลาย

ก่อนบริหารร่างกายให้ผ่อนคลายก่อนหลับ ก็จะช่วยให้การหลับมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการฟังเสียงดนตรีคลอเบาๆ หรือเสียงธรรมชาติ เพื่อเพิ่มจุดโฟกัสในการหลับมาขึ้น รวมถึงการกำหนดลมหายใจ อย่างการหายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ จะช่วยลดความตึงเครียดได้

- วางแผนการหลับให้ตรงกับเขตเวลาใหม่

สังเกตได้จาก ถ้าเวลาปลายทางเป็นช่วงกลางคืน แนะนำให้เตรียมพร้อมร่างกายเพื่อนอนหลับได้เลย แต่ถ้าเวลาที่อยู่บนเครื่องตรงกับเวลาช่วงกลางวันของจุดหมายปลายทาง แนะนำให้หากิจกรรมทำเพื่อไม่ให้หลับ เช่น เคลียร์งานเบาๆ อ่านหนังสือ ดูหนัง เป็นต้น

พยายามตื่นตัวจนถึงเวลากลางคืน

การพยายามปรับตัวให้ร่างกายลดภาวะเผชิญกับอาการเจ็ทแลคนั้น จะช่วยให้ร่างกายของเราฟื้นตัวได้เร็ว ซึ่งการพยายามตื่นตัวหรือฝืนให้ร่างกายไม่หลับจนถึงช่วงเวลาของเวลาท้องถิ่นปลายทาง จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ไวกว่า พร้อมเที่ยวมากกว่า ซึ่งการกระทำเหล่านี้สำคัญมากและสัมพันธ์กับระบบต่างๆ ภายในร่างกาย เพราะร่างกายจะเริ่มจดจำในช่วงกลางวันและกลางคืนของประเทศที่เราไปได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นส่งผลให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายทำงานปกติกว่า เมื่อเทียบกับบุคคลที่มีอาการเจ็ทแลค ซึ่งก็จะสอดคล้องกับคุณภาพการนอนของคนเรา การนอนในช่วงกลางวันนานเกินไป จะทำให้ร่างกายตื่นตัวในตอนกลางคืน ส่งผลเรื่องของการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม นั่นอาจจะทำให้เราเกิดการป่วย ไม่สบายได้ โดยหลักการนี้จะเป็นการช่วยให้เราสามารถหลับลึกได้ เพื่อเป็นการซ่อมแซมร่างกาย แถมยังช่วยลดอาการเจ็ทแลคได้ด้วย

ซึ่งกิจกรรมจะทำให้คุณไม่หลับและตื่นตัวถึงช่วงค่ำ เช่น การเอาร่างกายไปเจอกับแสงแดด เพื่อให้ร่างกายเรียนรู้ว่านี่คือกลางวัน ร่างกายก็จะสดชื่น ไม่ง่วง หรือใครที่เป็นสายออกกำลังกาย แนะนำให้ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่น ระบบไหลเวียนโลหิตทำได้ดียิ่งขึ้น แถมยังบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการนั่งนานบนเครื่องบินไดด้วย ที่สำคัญเรื่องอาหารการกิน ควรจัดตารางชีวิตให้สอดคล้องกับเวลาของประเทศปลายทางที่เราจะไป เช่น การตื่นนอน การทานอาหารตรงเวลา การนอน เพื่อให้ร่างกายชินกับกิจวัตรที่เกิดขึ้น

แบ่งการเดินทางเป็นช่วงๆ

ในการเดินทางในระยะทางไกลๆ และมีการข้ามเขตเวลาหลายเขต แน่นอนว่าร่างกายย่อมเกิดอาการเจ็ทแลคแน่นอน ซึ่งการวางแผนการเดินทางโดยให้มีการหยุดพักระหว่างทางถือว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้ร่างกายได้มีการค่อยๆ ปรับตัว นั่นก็คือจะช่วยให้ร่างกายเกิดอาการเจ็ทแลคน้อยลงหรือแทบจะไม่มีเลยก็เป็นได้ ซึ่งการหยุดพักระหว่างการเดินทางจะช่วยลดความเหนื่อยล้าสะสมจากเที่ยวบินยาวถ้าในเคสคนที่ร่างกายแข็งแรงอาจจะมีแค่อาการอ่อนเพลีย แต่ถ้าในเคสคนที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง การเดินทางระยะไกลโดยไม่มีการหยุดพัก จะทำให้ร่างกายมีระบบไหลเวียนโลหิตแย่ลง นั่นส่งผลถึงการทำงานเกี่ยวกับระบบภายในร่างกาย ส่งผลให้สามารถป่วยแบบทันทีได้เลย ที่สำคัญการหยุดพักระหว่างการเดินทาง ทำให้เราสามารถมีเวลาเที่ยวเมืองที่หยุดพักได้ เป็นการเก็บประสบการณ์ 2 ประเทศในรูทเดียว

แน่นอนว่า Trip.com ก็มีการให้บริการจองเที่ยวบินที่มีการแวะพักเครื่องด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งสามารถเลือกเส้นทางการบินที่มีพักได้ตามใจ อีกทั้งยังสามารถเลือกวันและเวลาบินที่เหมาะสมและสะดวก รวมถึงได้ราคาที่ตรงใจ และในบางโปรแกรมหากมีการแวะจุดพักก็จะมีดีลพิเศษ ที่ได้ที่พักและไปทัวร์ในประเทศที่หยุดพักระหว่างทางด้วย ซึ่งตรงนี้ก็สามารถค้นหาข้อมูลได้เลยใน Trip.com

ปรับเวลานอนและมื้ออาหารล่วงหน้า

อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องเตรียมตัวไม่แพ้กับการวางแผนท่องเที่ยวเลย นั่นก็คือ การเตรียมตัวเดินทางก่อนข้ามเขตเวลา โดยเฉพาะการปรับตัวเพื่อที่จะให้เดินทางไปยังประเทศปลายทางที่มีเขตเวลาต่างกันมากๆ ช่วยลดอาการเจ็ทแลค และให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วอีกด้วย ในเรื่องของการปรับเวลานอนนั้น ควรใส่ใจเป็นพิเศษ ควรเริ่มปรับเวลานอนประมาณ 1 อาทิตย์ก่อนการเดินทาง ถ้าหากเดินทางไปยังประเทศที่เวลาเร็วกว่าไทย แนะนำให้นอนเร็วขึ้นวันละ 30 นาที - 1 ชั่วโมงของการเดินทาง ส่วนการเดินทางไปยังประเทศที่เวลาช้ากว่าเมืองไทย ให้เริ่มนอนช้าขึ้นทีละนิด เริ่ม 30 นาทีต่อวัน รวมถึงการตื่นนอนด้วยเช่นกัน พยายามตื่นให้ทันแสงอาทิตย์ยามเช้า และไปเดินรับแดดซัก 30 นาที เพื่อให้ร่างกายรีเฟรชและตื่นตัว รวมถึงการหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน ต่อมาในส่วนของการปรับเวลาทานอาหาร ขยับเวลาทานอาหารให้ใกล้เคียงกับเวลาปลายทาง เพราะระบบย่อยอาหารจะมีเวลาในการทำการย่อยเป็นของตนเอง ตรงนี้สามารถค่อยๆ ปรับได้ และควรปรับเมนูอาหารให้มีประโยชน์มากขึ้น เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพของร่างกายและระบบการย่อยอาหารอีกด้วย

ตื่นเช้าและออกไปสำรวจ

ถ้าเรามีการเตรียมตัวและจัดสรรเวลาตื่นนอนได้เป็นอย่างดี นั่นจะทำให้เป็นคนที่มีวินัยและสุขภาพดี เช่นเดียวกับการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ การตื่นนอนในตอนเช้าบ่งบอกได้ถึงสุขภาพ อีกทั้งยังช่วยลดอาการเจ็ทแลคได้เป็นอย่างดี รวมถึงร่างกายจะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ไวขึ้น การออกไปโดนแดดตอนเช้า จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ยิ่งแดดช่วง 6 - 7 โมงเช้าจะอุดมไปด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายมีชีวิตชีวา แถมยังช่วยให้ร่างกายหยุดหลั่งสารเมลาโทนิน รวมถึงจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ช่วยให้ความเหนื่อยล้า อ่อนเพลียการจากเดินทางลดลง ซึ่งเมื่อร่างกายได้เจอแสงแดดในช่วงกลางวันและไม่มีการง่วงแล้ว นั่นจะส่งผลช่วงเวลากลางคืน เราจะนอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยกิจกรรมที่แนะนำในตอนเช้าเพื่อลดการเจ็ทแลค ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมที่ได้ออกแรงแบบเบาๆ เน้นเป็นการขยับร่างกาย กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของโลหิต รวมถึงสูดอากาศสดชื่น เพื่อให้สมองโล่ง ลดความตึงเครียดและเหนื่อยล้า เช่น เดินเล่นในสวนสาธารณะ โยคะหรือยืดเส้นเบาๆ การเดินสำรวจเมือง หาจุดชมวิวเพื่อรอพระอาทิตย์ขึ้น หาร้านอาหารหรือคาเฟ่เพื่อรองเท้าเบาๆ เป็นต้น

แนะนำโรงแรมราคาถูก

เชียงใหม่
ภูเก็ต
กรุงเทพฯ
โตเกียว
ไทเป
ดูโรงแรมทั้งหมด
NO.1
โรงแรมเทรเวลลอดจ์ นิมมาน
9.3/102317 reviews
โรงแรมเทรเวลลอดจ์ นิมมาน
โรงแรมในเชียงใหม่
NO.2
โรงแรมไอบิส สไตล์ เชียงใหม่
8.5/10136 reviews
โรงแรมไอบิส สไตล์ เชียงใหม่
โรงแรมในเชียงใหม่
NO.3
มีเลีย เชียงใหม่
9.1/10641 reviews
มีเลีย เชียงใหม่
โรงแรมในเชียงใหม่
NO.4
อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท
8.9/10201 reviews
อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท
โรงแรมในเชียงใหม่
NO.5
โรงแรมสเตย์ วิท นิมมาน เชียงใหม่
9/101614 reviews
โรงแรมสเตย์ วิท นิมมาน เชียงใหม่
โรงแรมในเชียงใหม่
NO.6
ยู นิมมาน เชียงใหม่
9.4/10849 reviews
ยู นิมมาน เชียงใหม่
โรงแรมในเชียงใหม่
NO.7
โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่
9.1/10122 reviews
โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่
โรงแรมในแม่ริม
NO.2
อมันปุรี
9.5/1063 reviews
อมันปุรี
โรงแรมในภูเก็ต
NO.4
โอโซ่ ภูเก็ต
9/10664 reviews
โอโซ่ ภูเก็ต
โรงแรมในภูเก็ต
NO.5
โรงแรมเมมโมรี แอท ออนออน
9.5/10329 reviews
โรงแรมเมมโมรี แอท ออนออน
โรงแรมในภูเก็ต
NO.6
เดอะ ซเลท ภูเก็ต
9.4/10244 reviews
เดอะ ซเลท ภูเก็ต
โรงแรมในภูเก็ต
NO.7
โรงแรมไอบิส สไตล์ ภูเก็ต ซิตี้
8.9/10562 reviews
โรงแรมไอบิส สไตล์ ภูเก็ต ซิตี้
โรงแรมในภูเก็ต
NO.1
โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท
9.6/104897 reviews
โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท
โรงแรมในกรุงเทพฯ
NO.2
เดอะควอเตอร์อารีย์ บาย ยูเอชจี
9/101459 reviews
เดอะควอเตอร์อารีย์ บาย ยูเอชจี
โรงแรมในกรุงเทพฯ
NO.4
แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ
9.5/10833 reviews
แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ
โรงแรมในกรุงเทพฯ
NO.5
ไอบิส สไตล์ กรุงเทพ สีลม
9.2/102387 reviews
ไอบิส สไตล์ กรุงเทพ สีลม
โรงแรมในกรุงเทพฯ
NO.6
เมอร์เคียว กรุงเทพ สุขุมวิท 24
9.1/101684 reviews
เมอร์เคียว กรุงเทพ สุขุมวิท 24
โรงแรมในกรุงเทพฯ
NO.8
โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพ
9.4/101176 reviews
โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพ
โรงแรมในกรุงเทพฯ
NO.1
โรงแรมเกรเซอรี่ ชินจูกุ
8.9/103323 reviews
โรงแรมเกรเซอรี่ ชินจูกุ
โรงแรมในโตเกียว
NO.2
Henn na Hotel Premier Tokyo Asakusa Tawaramachi
9/101462 reviews
Henn na Hotel Premier Tokyo Asakusa Tawaramachi
โรงแรมในโตเกียว
NO.3
APA Hotel and Resort Ryogoku Ekimae Tower
9.1/1043 reviews
APA Hotel and Resort Ryogoku Ekimae Tower
โรงแรมในโตเกียว
NO.4
โรงแรมเคย์โอ พลาซ่า โตเกียว
9.2/104041 reviews
โรงแรมเคย์โอ พลาซ่า โตเกียว
โรงแรมในโตเกียว
NO.5
โรงแรมชินางาวะ ปรินซ์
8.6/104486 reviews
โรงแรมชินางาวะ ปรินซ์
โรงแรมในโตเกียว
NO.6
โอเนียโดะโนโนะอะซาคุสะเบทไท
9.4/10979 reviews
โอเนียโดะโนโนะอะซาคุสะเบทไท
โรงแรมในโตเกียว
NO.7
โรงแรม ชินจูกุ วอชิงตัน
8.5/106281 reviews
โรงแรม ชินจูกุ วอชิงตัน
โรงแรมในโตเกียว
NO.1
แกรนด์ ไฮแอท ไทเป
9/10393 reviews
แกรนด์ ไฮแอท ไทเป
โรงแรมในไทเป
NO.2
จัสสลีพ โฮเต็ล ซีเหมินติง
9.3/101231 reviews
จัสสลีพ โฮเต็ล ซีเหมินติง
โรงแรมในไทเป
NO.4
โรงแรมปาปา เวล
8.4/102115 reviews
โรงแรมปาปา เวล
โรงแรมในไทเป
NO.5
โรงแรมโรดเดอร์ส จงหัว
9.2/10128 reviews
โรงแรมโรดเดอร์ส จงหัว
โรงแรมในไทเป
NO.6
โรงแรมซีซาร์พาร์ค
8.7/102711 reviews
โรงแรมซีซาร์พาร์ค
โรงแรมในไทเป
NO.7
citizenM Taipei North Gate
9/1061 reviews
citizenM Taipei North Gate
โรงแรมในไทเป
NO.8
W Taipei
9.4/10308 reviews
W Taipei
โรงแรมในไทเป

หากการเดินทางสั้น ให้คงเวลานอนเดิม

สำหรับถ้าใครเดินทางเป็นทริปสั้นๆ มีเวลาเที่ยวเพียงเล็กน้อย ประมาณ 3 - 5 วัน แนะนำให้ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ยึดการใช้ชีวิตแบบเดิมได้เลย เพราะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในการปรับตัวให้เข้ากับโซนเวลาของประเทศปลายทาง ซึ่งการปฏิบัติตัวตามปกตินั้นจะทำให้ร่างกายทำงานตามปกติ เพราะถ้าหากไปปรับตัวให้เข้ากับไทม์โซนปลายทางจะทำให้ร่างกายไม่ทันได้ปรับตัวก็ต้องเดินทางกลับแล้ว ซึ่งถ้าเที่ยวแถบประเทศในเอเชีย นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเที่ยวได้อย่างสบายใจ แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย อาการเจ็ทแล็คไม่มี ไปเตรียมชุดสวยๆ แมทช์ให้เข้ากับที่เที่ยวกันดีกว่า

เมื่อจบทริปแล้ว อาจจะต้องมีการจัดการเวลานอนเพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยที่สุขภาพยังแข็งแรง แน่นอนว่าการนอนนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรนอนในช่วงเวลากลางคืนเท่านั้น หากง่วงมาก แนะนำให้งีบแค่ 20 นาที รวมถึงออกกำลังกายเบาๆ เพื่อให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายทำงานสัมพันธ์กัน หรือถ้าเกิดความกังวลมากเกินไป แนะนำให้พบแพทย์และปรึกษาเรื่องการปรับเวลานอนได้เลย

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการแชร์วิธีเกี่ยวกับการปรับตัวเมื่อเกิดอาการเจ็ทแลค ซึ่งสิ่งพื้นฐานสำคัญคือการดูแลใส่ใจสุขภาพ ทั้งการกินอาหารที่มีประโยชน์ การหลับพักผ่อนที่เพียงพอ รวมถึงการออกกำลังกายเบาๆ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมเผชิญภาวะเจ็ทแล็คได้ เมื่อร่างกายเต็มร้อยแล้ว จะช่วยทำให้ทริปนั้นดำเนินไปได้อย่างสนุกสนาน ซึ่งสำหรับใครกำลังวางแผนท่องเที่ยว ให้ Trip.com ช่วยจัดการและดำเนินการให้ทริปของเพื่อนๆ สะดวก รวดเร็ว โดยสามารถค้นหาเที่ยวบินในเวลาที่เหมาะสม ราคาดี มีโปรโมชั่น อีกทั้งยังสามารถจองที่พักใกล้สนามบินหรือที่พักตามสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะไป และสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีวิธีเจ๋งๆ ที่ช่วยลดอาการแจ็ทแลค แนะนำกันเข้ามาได้เลยน้า

บทความแนะนำ

เช็คอินสายสุดกี่นาที? (ในประเทศ/ต่างประเทศ) อัปเดต 2569
รวมตารางเวลาเช็คอินสายการบินยอดนิยม การบินไทย AirAsia Nok Air และอีกมากมาย เคาน์เตอร์ปิดกี่นาทีก่อนเครื่องออก? เช็คอินไม่ทันทำอย่างไร? อ่านวิธีแก้ที่นี่
9 มกราคม 2026
จองตั๋วเครื่องบินแบบกรุ๊ปให้คุ้ม 2569: ราคาดี ประหยัดจริง
แนะนำวิธีซื้อตั๋วเครื่องบินแบบกรุ๊ป ประหยัดกว่าปกติ พร้อมหลักการใช้งานจริง ปลายทางยอดนิยม และเคล็ดลับจองให้คุ้มสุดปี 2569
16 กุมภาพันธ์ 2026
eSIM ใช้งานในจีนได้ไหม? คู่มือใช้งาน eSIM เที่ยวจีน 2569
eSIM ใช้งานในจีนได้ไหม? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนเที่ยวจีน ทั้งวิธีเลือกแพ็กเกจ วิธีติดตั้ง การใช้งานในจีน ฮ่องกง และมาเก๊า พร้อมแนะนำ eSIM บน Trip.com
28 มิถุนายน 2026

แชร์เทคนิคปรับตัวกับอาการเจ็ทแลค

คำจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำโดยผู้ร่วมสร้างเนื้อหารายบุคคลหรือแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม ในกรณีที่มีความผิดพลาดเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดติดต่อเราและเราจะลบเนื้อหาทันที
Renita

Renita

นักเขียนบล็อกท่องเที่ยว

ดูโปรไฟล์

นักเขียนอิสระสายไลฟ์สไตล์ ชื่นชอบแฟชั่น และหลงรักในการดูแลตัวเอง บอกต่อไอเทมบิวตี้และแชร์ทริคเก๋ๆ ให้ทุกคนได้นำไปประยุกต์ใช้ ที่สำคัญชื่นชอบเคพ็อพ สามารถนำมาประยุกต์การท่องเที่ยวได้

411 บทความ
นักท่องเที่ยวอิสระ แฟชั่น