
มาเที่ยวเกาหลีแล้ว ใครหลายคนคงกังวลตอนต้องนั่งแท็กซี่ใช่ไหม? กลัวเรื่องราคา ไม่รู้จะเรียกยังไง หรือจะใช้แอปแบบไหนดี แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้ว แท็กซี่ที่เกาหลีราคาไม่แพง เรียกง่าย จ่ายเงินไม่ต้องใช้เงินสดก็ได้! ถือว่าเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกและเหมาะกับนักท่องเที่ยวมากๆ เลย Trip.com รวบรวมทุกอย่างที่ต้องรู้เรื่องการนั่งแท็กซี่ในเกาหลี ตั้งแต่เรื่องค่าโดยสาร แอปที่ควรมี มาตรการความปลอดภัย การไปกลับสนามบิน พร้อมเทคนิคสำหรับมือใหม่ที่จะช่วยให้คุณเดินทางได้โดยไม่หลง อ่านจบรับรองว่านั่งแท็กซี่เที่ยวเกาหลีจะง่ายและสะดวกขึ้นเยอะ!
แท็กซี่เกาหลีใช้ง่ายไหม? รวมข้อมูลพื้นฐานที่ต้องรู้

แท็กซี่เกาหลีโด่งดังเรื่องความสะดวกและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมากๆ นอกจากราคาจะไม่แพงแล้ว ยังเรียกผ่านแอปได้ และจ่ายเงินไม่ต้องใช้เงินสดก็ได้ แค่รู้เทคนิคนิดหน่อย การเดินทางในเมืองของคุณก็จะราบรื่นและสะดวกขึ้นมากเลย!
ทำไมแท็กซี่เกาหลีถึงเป็นที่นิยม?
หนึ่งในความน่าประทับใจของการเที่ยวเกาหลีก็คือ "แท็กซี่" เพราะนอกจากราคาจะไม่แรงมากแล้ว ยังเรียกได้สะดวกมากอีกด้วย! ถ้าได้เดินเที่ยวในโซล จะเห็นแท็กซี่สีสันสดใสวิ่งไปมาเต็มถนน ทำให้มั่นใจได้ว่าเรียกได้ทุกที่ทุกเวลา ยิ่งตอนนี้การเรียกแท็กซี่ผ่านแอปกลายเป็นเรื่องปกติ ช่วยให้เดินทางง่ายมากขึ้น เพราะจัดการได้ครบในมือถือเครื่องเดียว ตั้งแต่บอกว่าจะไปไหน ไปจนถึงจ่ายเงิน ลดความกังวลเรื่องการสื่อสารสำหรับนักท่องเที่ยวไปได้เยอะเลย นอกจากนี้ยังมีรถให้บริการถึงดึกๆ และแบ่งประเภทตามสีรถให้เลือกตามความต้องการ แม้จะมาเกาหลีครั้งแรกก็ใช้บริการได้ง่ายและสะดวกแน่นอน!
พูดเกาหลีไม่เป็นก็เที่ยวได้สบาย!
หลายคนอาจกังวลว่า "ถ้าพูดภาษาเกาหลีไม่เป็น จะนั่งแท็กซี่ยากไหม?" แต่จริงๆ แล้วไม่มีปัญหาเลย เพราะเราไม่จำเป็นต้องคุยกัน แค่บอกจุดหมายในแอป คนขับก็พาไปส่งได้เลย หรือถ้าใช้แอปไม่ได้ แค่เปิดแผนที่หรือแคปหน้าจอที่อยู่ให้ดูก็เข้าใจกันได้ง่ายๆ ทำให้เรื่องภาษาไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นนักเดินทางมือใหม่หรือใครที่เพิ่งมาเกาหลีครั้งแรก ก็สามารถใช้บริการแท็กซี่ได้อย่างสะดวกและมั่นใจแน่นอน
มารยาทพื้นฐานเวลานั่งแท็กซี่
การนั่งแท็กซี่ที่เกาหลีมีข้อควรระวังนิดหน่อยที่นักท่องเที่ยวควรรู้ เริ่มจากประตูรถที่นี่ไม่เปิด-ปิดอัตโนมัติ ดังนั้นเราต้องเปิดปิดเอง พอขึ้นไปนั่งแล้วอย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย ส่วนเรื่องจ่ายเงิน แนะนำให้เช็คยอดบนมิเตอร์หรือในแอปให้เรียบร้อยก่อนลงรถ แม้จะไม่มีกฎมารยาทที่เข้มงวด แต่การปิดประตูเบาๆ หรือขอบคุณคนขับสักนิด ก็จะทำให้ทริปของคุณราบรื่นและประทับใจยิ่งขึ้น
แท็กซี่เกาหลีมีกี่แบบ? รู้ไว้เลือกได้ถูกต้อง
แท็กซี่ในเกาหลีมีจุดเด่นคือแบ่งประเภทตามสีรถและสัญลักษณ์ไว้อย่างชัดเจน ทำให้แม้แต่นักท่องเที่ยวที่เพิ่งมาครั้งแรกก็แยกได้ง่ายๆ คุณสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการและงบประมาณ การรู้ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้การเดินทางในเกาหลีของคุณสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น
ประเภท | สีรถ | จุดเด่น | ราคา |
แท็กซี่ทั่วไป | สีส้ม สีเงิน สีขาว | มีเยอะที่สุด ใช้ง่าย ราคาประหยัด | ★ (ถูก) |
แท็กซี่พรีเมียม | สีดำแถบเหลือง | บริการดีมาก สะดวกสบาย แต่ราคาสูงขึ้นนิดหน่อย | ★★ |
แท็กซี่ขนาดใหญ่ (Jumbo Taxi) | รถตู้ | นั่งได้ 7-8 คน เหมาะกับทริปที่มีกระเป๋าเยอะ | ★★★ |
อินเตอร์แท็กซี่ (International Taxi) | สีดำหรือสีส้ม | คนขับพูดภาษาอังกฤษได้ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ราคาสูงกว่าปกติเล็กน้อย | ★★〜★★★ |
แท็กซี่ทั่วไป (สีส้ม, สีเงิน, สีขาว)

ที่มา: https://japanese.visitkorea.or.kr/svc/main/index.do
แท็กซี่ทั่วไป (General Taxi) คือรถที่เจอบ่อยที่สุดตามท้องถนนในเกาหลี สังเกตง่ายจากตัวรถสีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นสีส้ม สีเงิน หรือสีขาว ด้วยความที่เป็นที่นิยมและค่าโดยสารถูก จึงเป็นตัวเลือกที่สะดวกและเข้าถึงได้ง่ายที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว
ไม่ต้องจองล่วงหน้า จะเรียกผ่านแอปหรือโบกริมถนนก็ได้ ถ้าใครเน้นความง่ายและรวดเร็ว แท็กซี่ทั่วไปคือตัวเลือกแรกที่ตอบโจทย์ที่สุด
แท็กซี่พรีเมียม (สีดำ-เหลือง)

ที่มา: https://www.seoulnavi.com/miru/932/
แท็กซี่พรีเมียม (Mobeom Taxi) ที่โดดเด่นด้วยตัวรถสีดำคาดแถบสีเหลือง คือสัญลักษณ์ของบริการคุณภาพสูง เพราะคนขับต้องผ่านการคัดกรองและมีมาตรฐานเข้มงวดกว่าแท็กซี่ทั่วไป จึงเหมาะมากสำหรับใครที่ให้ความสำคัญกับความสุภาพ ความปลอดภัย และต้องการความมั่นใจตลอดทาง
ภายในห้องโดยสารกว้างและสะอาด เหมาะกับการเดินทางที่เน้นความสะดวกสบายเป็นพิเศษ แต่ราคาจะสูงกว่าแท็กซี่ทั่วไปหน่อยนึง
รถแท็กซี่ขนาดใหญ่ (Jumbo Taxi)
ถ้ากำลังวางแผนเที่ยวเป็นกลุ่มหรือมีกระเป๋าเยอะ รถแท็กซี่ขนาดใหญ่แบบรถตู้หรือที่เรียกว่า "Jumbo Taxi" คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์สุด ด้วยความที่นั่งได้สูงสุดถึง 7-8 คน ทำให้การเดินทางกลุ่มใหญ่หรือรับ-ส่งสนามบินสะดวกมาก นอกจากมีพื้นที่กว้างแล้ว ยังใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้หลายใบ เหมาะมากสำหรับทริปครอบครัวหรือเดินทางกับกลุ่มเพื่อนที่ต้องการความสะดวก
International Taxi (พูดอังกฤษได้)

ที่มา: https://www.intltaxi.co.kr/
International Taxi เป็นบริการแท็กซี่ที่ทำมาเพื่อนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ จุดเด่นคือคนขับพูดภาษาอังกฤษได้ ช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสารระหว่างเดินทาง ตัวรถส่วนใหญ่จะเป็นสีดำหรือสีส้ม สังเกตง่ายมากเพราะมีป้าย "International Taxi" ติดอยู่ข้างรถ
แม้ค่าโดยสารจะแพงกว่าแท็กซี่ทั่วไปหน่อย แต่สำหรับใครที่กังวลเรื่องภาษาหรือเพิ่งมาเที่ยวเกาหลีครั้งแรก นี่คือตัวเลือกที่ช่วยให้เดินทางได้อย่างมั่นใจและสะดวกที่สุด
สรุปค่าแท็กซี่เกาหลี: ราคาเริ่มต้น วิธีคิดค่าโดยสาร และงบที่ต้องรู้

ค่าแท็กซี่ในเกาหลีมีโครงสร้างราคาที่เข้าใจง่ายและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมาก คิดจาก "ค่าโดยสารเริ่มต้น + ค่าตามระยะทาง" ถ้าเที่ยวในย่านหลักอย่างเมียงดงหรือฮงแด ราคาถูกมากจนเรียกได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ แต่ถ้าอยากนั่งให้โปรและสบายใจขึ้น แนะนำให้ศึกษาเรื่องค่าธรรมเนียมช่วงดึกหรือค่าบริการเพิ่มสำหรับไป-กลับสนามบินไว้หน่อยนึง เพียงเท่านี้การเดินทางในเกาหลีของคุณก็จะราบรื่นและคุ้มค่าแน่นอน
อัตราค่าโดยสารเริ่มต้นของแท็กซี่
รายการ | แท็กซี่ทั่วไป | แท็กซี่พรีเมียม |
ราคาพื้นฐาน | 4,800 วอน (1.6 กม.) ประมาณ 125 บาท | 7,000 วอน (3 กม.) ประมาณ 182 บาท |
ค่าตามระยะทาง | 100 วอน / 131 ม. (ประมาณ 2.6 บาท ต่อ 131 ม.) | 200 วอน / 151 ม. (ประมาณ 5.2 บาท ต่อ 151 ม.) |
ค่ารอรถติด | 100 วอน / 30 วินาที (ประมาณ 2.6 บาท ต่อ 30 วิ) | 200 วอน / 36 วินาที (ประมาณ 5.2 บาท ต่อ 36 วิ) |
ค่าช่วงดึก (22:00-02:00) | เพิ่ม 20% | เพิ่ม 20-40% |
ค่านอกเขตเมือง | เพิ่ม 20% | เพิ่ม 20% |
หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยน 1,000 วอน ≈ 26 บาท (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
วิธีคิดค่าโดยสาร
ค่าแท็กซี่ในเกาหลีคิดแบบง่ายๆ คือ ค่าโดยสารเริ่มต้น + ค่าตามระยะทาง + ค่าช่วงดึก (ถ้ามี)
เริ่มจากค่าโดยสารพื้นฐาน สำหรับแท็กซี่ทั่วไปในโซลเริ่มที่ประมาณ 4,000 วอน (104 บาท) พอเกินระยะที่กำหนดก็จะเริ่มคิดเพิ่มทุกๆ 131 เมตร ส่วนถ้ารถติดหรือขับช้าก็จะคิดค่ารออีกนิดหน่อย
ค่าธรรมเนียมช่วงดึก
ถ้านั่งแท็กซี่ช่วงดึก (22:00-02:00 น.) จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มประมาณ 20-40% ดังนั้นถ้าเดินทางช่วงดึกควรเตรียมงบไว้เพิ่มหน่อย แต่ไม่ต้องกังวล ถ้าใช้แอป Kakao T ระบบจะแสดงราคารวมค่าชาร์จให้เห็นก่อนเรียกรถอยู่แล้ว
ค่าทางด่วนและค่านอกเขต
ถ้าต้องใช้ทางด่วนหรือเดินทางไปนอกเมือง อาจมีค่าบริการเพิ่มขึ้นมาบ้าง เช่น การไปสนามบินหรือไปชานเมือง แต่ราคาก็ยังอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล ไม่แพงจนเกินไป ถ้าอยากรู้ราคาแน่ๆ ก่อนขึ้นรถ แนะนำให้เช็คผ่านแอปจะได้ประเมินงบได้ชัวร์
ในกรณีที่เดินทางออกนอกเมืองไปยังแถบชานเมืองหรือต้องใช้ทางด่วน จะมีค่าบริการเพิ่มเติมครับ ตัวอย่างเช่น เส้นทางจากโซลไปยังชานเมืองอาจมีการบวกค่าทางด่วนเพิ่ม รวมถึงแท็กซี่รับ-ส่งสนามบินบางประเภทที่อาจมีการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมพิเศษด้วยเช่นกัน
แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะราคาไม่ได้แรงอย่างที่คิด ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล นักท่องเที่ยวอย่างเราสบายใจได้เลยครับ โดยเฉพาะถ้าต้องเดินทางไกลๆ อย่างจากสนามบินเข้าตัวเมือง แนะนำให้เช็กราคาประเมินคร่าวๆ ไว้ก่อนล่วงหน้า จะได้อุ่นใจและวางแผนงบประมาณได้แม่นยำขึ้น
ราคาเส้นทางยอดนิยม
เพื่อให้คุณประเมินงบได้ง่ายขึ้น นี่คือราคาโดยประมาณสำหรับเส้นทางที่นักท่องเที่ยวใช้บ่อย:
- เมียงดง → ฮงแด: ประมาณ 10,000 วอน (260 บาท) | ใช้เวลา 15-20 นาที
- สนามบินอินชอน → โซล: ประมาณ 70,000-90,000 วอน (1,820-2,340 บาท) | ใช้เวลา 60 นาที
- สนามบินกิมโป → โซล: ประมาณ 20,000-30,000 วอน (520-780 บาท) | ใช้เวลา 30 นาที
เคล็ดลับ: ถ้ากังวลเรื่องราคา ใช้แอป Kakao T หรือ TaxiGo จะเห็นราคาประเมินก่อนเรียกรถ ช่วยให้มั่นใจและไม่ต้องกลัวโดนโกงแน่นอน!
3 วิธีเรียกแท็กซี่เกาหลี ง่ายกว่าที่คิด

เรียกแท็กซี่ในเกาหลีมี 3 วิธีหลักๆ คือ โบกริมถนน, ไปต่อคิวที่จุดจอดแท็กซี่, หรือเรียกผ่านแอป แต่ละวิธีก็ไม่ยาก แค่เลือกให้เหมาะกับสถานการณ์ก็เดินทางได้สะดวกแล้ว
1. โบกรถริมถนน
ในเมืองใหญ่อย่างโซลหรือปูซาน สามารถโบกแท็กซี่ริมถนนได้เลย ดูง่ายๆ ถ้าเห็นป้ายไฟหน้ารถเขียนว่า "빈차" (บิน-ชา) แปลว่า "รถว่าง" โบกได้เลย!
แค่ยกมือขึ้น รถก็จอดรับทันที สะดวกมากถ้าเดินเที่ยวหลายที่หรือมีแพลนแน่นๆ
แต่ช่วงฝนตกหรือดึกๆ อาจเรียกได้ยากหน่อย และบางครั้งในย่านคนเยอะคนขับอาจปฏิเสธถ้าไปไม่ตรงทาง ถ้าอยากแน่ใจ แนะนำให้ใช้แอปหรือไปที่จุดจอดแท็กซี่จะดีกว่า
2. ต่อคิวที่จุดจอดแท็กซี่
หน้าสถานีรถไฟ แหล่งท่องเที่ยว และห้างสรรพสินค้า จะมีจุดจอดแท็กซี่ให้บริการ โดยเฉพาะย่านดังอย่างสถานีโซล, เมียงดง และกังนัม จะมีป้ายบอกจุดขึ้นรถชัดเจน แค่ไปยืนต่อคิว ก็ได้ขึ้นรถแน่นอน
วิธีนี้เหมาะมากสำหรับมือใหม่หรือใครที่ต้องเดินทางตอนกลางคืน เพราะปลอดภัยและไม่ต้องสื่อสารเยอะ ที่สนามบินก็มีเลนแท็กซี่พร้อมให้บริการ ลงเครื่องแล้วขึ้นรถได้เลยทันที!
3. เรียกผ่านแอป (แนะนำสุด!)
ถ้าพูดถึงการนั่งแท็กซี่ในเกาหลี ต้องมี Kakao T (Kakao Taxi) เพราะใช้ได้ทั่วเกาหลีใต้เลย แค่บอกว่าจะไปไหนในแอป รถก็มารับถึงที่
ทำไมต้องใช้แอป:
- ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา
- รู้ราคาก่อนขึ้นรถ
- ไม่โดนปฏิเสธ
- หารถง่ายแม้ช่วงฝนตกหรือดึกๆ
ใครที่ไปเกาหลีบ่อยๆ ยืนยันว่า "มีแอปนี้แอปเดียวพอ" เพราะใช้ง่ายและสะดวกที่สุดจริงๆ!
แอปเรียกแท็กซี่เกาหลีที่ต้องมี พร้อมวิธีใช้แบบละเอียด

ที่มา: https://jp.yna.co.kr/view/AJP20220623001600882
ตอนนี้ไปเที่ยวเกาหลี การเรียกแท็กซี่ผ่านแอปกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว เพราะสะดวกมากๆ จัดการได้ครบในมือถือเครื่องเดียว ตั้งแต่บอกว่าจะไปไหน ไปจนถึงจ่ายเงิน ช่วยให้เดินทางได้ราบรื่นแม้พูดภาษาเกาหลีไม่ได้ โดยเฉพาะในย่านคนเยอะหรือวันฝนตกที่หารถยาก มีแอปเรียกแท็กซี่ติดเครื่องไว้จะช่วยได้มาก
ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำแอปที่ใช้ง่ายและตอบโจทย์นักเดินทางจริงๆ พร้อมเจาะลึกฟีเจอร์เด่นและวิธีใช้งานแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้การเดินทางของคุณสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น
1. Kakao T (Kakao Taxi)

ที่มา: https://play.google.com/store/games
Kakao T คือแอปเรียกแท็กซี่ยอดฮิตอันดับ 1 ในเกาหลีที่ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวใช้กัน เรียกได้ว่าเป็นแอปที่ต้องมีติดเครื่องเลย เพราะไม่ว่าจะเดินทางในโซลหรือต่างจังหวัด ก็เรียกใช้ได้สะดวกและไม่มีปัญหา
Kakao Taxi คืออะไร?
Kakao Taxi คือบริการเรียกรถจากบริษัท Kakao ซึ่งเป็นบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของเกาหลี ถ้าจะไปเที่ยวเกาหลีและต้องนั่งแท็กซี่ มีแอปนี้ติดเครื่องไว้จะช่วยให้เดินทางได้มั่นใจและสะดวกมากขึ้น ใช้งานง่ายมาก แค่ค้นหาว่าจะไปไหนแล้วกดเรียก ที่สำคัญคือแทบไม่ต้องคุยกับคนขับ ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาเลย
สมัครสมาชิก (ใช้เบอร์ไทยได้)
ใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือไทยสมัครได้เลย เริ่มต้นใช้งานง่ายๆ แค่ยืนยันตัวตนผ่าน SMS ไม่ต้องตั้งค่าอะไรให้ยุ่งยาก แนะนำให้โหลดเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ไทย พอไปถึงเกาหลีก็พร้อมใช้ได้ทันที!
วิธีบอกว่าจะไปไหน (ค้นหาผ่านแผนที่ / ปักหมุด)
เลือกจุดหมายได้ 2 วิธี คือเลื่อนหมุดบนแผนที่เพื่อบอกตำแหน่ง หรือพิมพ์ชื่อสถานที่ค้นหาก็ได้
แค่พิมพ์ชื่อโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว หรือชื่อสถานี ก็หาเจอทันที ไม่ต้องเสียเวลากรอกที่อยู่เต็มๆ ให้ยุ่งยาก ถึงเขียนภาษาเกาหลีไม่เป็นก็ไม่ต้องกังวล เพราะค้นหาเป็นภาษาอังกฤษได้ มีสถานที่ยอดฮิตมากมายที่รองรับการค้นหา ช่วยให้การเดินทางสะดวกและง่ายขึ้นเยอะ!
เลือกประเภทรถ (ทั่วไป / พรีเมียม / รถตู้)
เมื่อเรียกรถ คุณสามารถเลือกประเภทได้ตามต้องการ
- แบบทั่วไป (Blue / Regular): ราคาถูกที่สุดและหารถได้ไวที่สุด
- Black (แบล็ค): รถหรู นั่งสบาย แต่ราคาสูงกว่าหน่อย
- รถตู้ (Van): เหมาะกับกลุ่มใหญ่และคนที่มีกระเป๋าเยอะ
ถ้าเดินทางทั่วไป เลือกประเภท "ทั่วไป" ก็พอแล้ว
ขั้นตอนการเรียก
ง่ายมาก! แค่บอกจุดรับและจุดหมาย เลือกประเภทรถ แล้วกดปุ่ม "เรียก" ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที ระบบก็จะบอกคนขับให้ พร้อมแสดงทะเบียนรถและตำแหน่งให้เช็คได้แบบเรียลไทม์ พอถึงจุดนัดรับ แค่เช็คทะเบียนรถให้ตรงกับในแอป แล้วขึ้นรถได้เลย ง่ายแค่นี้!
วิธีจ่ายเงิน (บัตรเครดิต / WOWPASS / T-money ใช้ได้ไหม?)
สำหรับ Kakao Taxi การผูกบัตรเครดิตถือเป็นวิธีที่สะดวกและมั่นคงที่สุด รองรับทั้ง Visa, Mastercard และ JCB แถมยังเชื่อมกับบัตร WOWPASS ได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าบัตร T-money จะใช้จ่ายค่าแท็กซี่ได้ในบางคัน แต่ส่วนใหญ่มักไม่รองรับการจ่ายผ่านแอป ดังนั้นสำหรับนักท่องเที่ยว การผูกบัตรเครดิตหรือเดบิตเข้ากับแอปจะสะดวกและราบรื่นที่สุด
เทคนิคเรียกรถให้ได้แน่นอน แม้ช่วงหารถยาก
ไม่ว่าจะช่วงดึก วันฝนตก หรือช่วงชั่วโมงเร่งด่วนในย่านคนเยอะ การหารถอาจยากกว่าปกติ ในสถานการณ์แบบนี้
- เปลี่ยนประเภทรถจาก "ทั่วไป" เป็น "Blue"
- ลองขยับจุดรับไปหน่อย
- เดินหลบฝูงชนไปยังจุดที่คนไม่พลุกพล่าน
แค่ 3 เคล็ดลับนี้ ก็เพิ่มโอกาสเรียกรถได้ง่ายขึ้นทันที!
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (อย่าลืม! เช็คยี่ห้อรถและทะเบียนให้ชัวร์)
ข้อควรระวังเพียงอย่างเดียวก็คือ อย่าลืมเช็คให้แน่ใจว่ารถที่มารับคือรถที่คุณเรียกจริงๆ ก่อนขึ้นรถ เช็คทะเบียน สีรถ และรุ่นรถให้ชัวร์ก่อนเสมอ เพราะบางครั้งอาจมีรถที่ทะเบียนคล้ายกันมาจอดในบริเวณเดียวกัน จุดนี้ต้องระวังเพื่อความถูกต้องและปลอดภัย
2. TaxiGo
TaxiGo เป็นแอปเรียกรถน้องใหม่สัญชาติเกาหลีที่กำลังมาแรง จุดเด่นคือหน้าตาแอปใช้งานง่าย (รองรับภาษาอังกฤษ) ถือเป็นตัวเลือกสำรองที่ดีมากเวลาเรียก Kakao T แล้วไม่มีรถ โดยเฉพาะในย่านกลางเมืองโซลที่หารถได้ง่ายและรวดเร็ว ใครมีแพลนไปเกาหลี แนะนำให้โหลดติดเครื่องไว้เพื่อความมั่นใจ
TaxiGo คืออะไร? (รองรับเมนูภาษาอังกฤษ)
แอปเรียกรถที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเกาหลี มาพร้อมหน้าจอที่ใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อน แถมยังมีเมนูภาษาอังกฤษที่ช่วยให้ใช้งานได้สะดวก หมดกังวลเรื่องภาษาและเดินทางได้อย่างสบายใจ
วิธีใช้งาน (และสถานการณ์ที่เรียกง่ายกว่า Kakao)
ในช่วงเวลาที่ Kakao มีคนใช้เยอะ หรือถ้าบริเวณนั้นหาแท็กซี่ยาก TaxiGo อาจช่วยให้หารถได้ไวกว่า ด้วยระบบการจับคู่รถที่ต่างกัน ทำให้ในบางพื้นที่ TaxiGo อาจได้เปรียบกว่า ดังนั้นถ้าโหลดติดเครื่องไว้ทั้งสองแอป แล้วใช้สลับกันไป บอกเลยว่ามั่นใจ หารถง่ายแน่นอน!
พื้นที่ให้บริการและข้อควรระวัง
แอปนี้เน้นใช้ในโซลเป็นหลัก แต่อาจใช้ไม่ได้ในบางพื้นที่ชานเมือง ถ้ากังวลเรื่องพื้นที่ แนะนำให้ใช้ Kakao T เป็นแอปหลัก และมี TaxiGo ไว้สำรอง แค่นี้ก็เที่ยวได้อย่างมั่นใจ เดินทางสะดวกไม่สะดุดแน่นอน!
3. k.ride

ที่มา: https://play.google.com/store/apps/details
k.ride เป็นบริการเรียกรถที่ออกแบบมาเพื่อนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ สามารถใช้งานเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แม้ค่าบริการจะสูงกว่าเล็กน้อย แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ช่วยให้มั่นใจได้มากสำหรับใครที่กังวลเรื่องภาษา
จุดเด่นและฟีเจอร์สำหรับนักท่องเที่ยว
จุดเด่นของแอปนี้คือออกแบบมาตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ ใช้งานง่าย แค่พิมพ์ชื่อโรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวก็เรียกได้ทันที แม้ไม่รู้ภาษาเกาหลีเลยก็ใช้งานได้อย่างลื่นไหล เพราะแอปออกแบบมาให้เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน
การสื่อสารภาษาอังกฤษและความสะดวกในการเรียกรถ
แอปรองรับภาษาอังกฤษแบบเต็มรูปแบบ ช่วยให้ใช้งานง่ายมาก แค่อ่านตามหน้าจอก็ทำได้ทันที แม้พื้นที่ให้บริการในเกาหลีอาจยังจำกัดอยู่บ้าง แต่ถ้าเน้นเที่ยวในย่านกลางเมืองโซล บอกเลยว่าใช้งานได้ครอบคลุมและสะดวกมาก
4. แอปเรียกรถอื่นๆ เช่น Uber และ TADA

ที่มา: https://play.google.com/store/games
แม้ Kakao จะเป็นแอปหลักที่ใช้กันทั่วไปในเกาหลี แต่ Uber และ TADA ก็เป็นทางเลือกเสริมที่สะดวกไม่แพ้กัน ซึ่งอาจตอบโจทย์ได้ดีกว่าในบางสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับสไตล์การเที่ยวของคุณ
Uber ในเกาหลี (รูปแบบเรียกแท็กซี่)
ในเกาหลี Uber ไม่ได้ให้บริการแบบ "รถส่วนตัว" แต่จะทำหน้าที่เป็นแอปสำหรับเรียกแท็กซี่แทน สำหรับใครที่อยากใช้แอปที่คุ้นเคยก็ตอบโจทย์และช่วยให้มั่นใจได้ แต่ต้องบอกก่อนว่าพื้นที่ให้บริการของ Uber ในเกาหลียังค่อนข้างจำกัด อาจไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่
จุดเด่นของ TADA (มีรถตู้ขนาดใหญ่เยอะ)
TADA เป็นแอปเรียกรถที่เน้นให้บริการรถตู้เป็นหลัก เหมาะมากสำหรับการเดินทางเป็นกลุ่มหรือคนที่มีกระเป๋าเยอะ แม้ราคาจะสูงกว่าแอปอื่นหน่อย แต่บอกเลยว่าคุ้มค่าเพราะภายในรถกว้าง นั่งสบาย และตอบโจทย์การเดินทางไป-กลับสนามบินได้ดีมาก
ประโยคภาษาเกาหลีที่จำเป็นสำหรับนั่งแท็กซี่

1. "~까지 가 주세요" (...คาจี คา จูเซโย) - ไปที่...หน่อยค่ะ
ความหมาย: "ช่วยไปที่...หน่อยค่ะ/ครับ"
นี่คือประโยคที่ใช้บ่อยที่สุดตอนบอกว่าจะไปไหน ใช้ง่ายมาก แค่พูดชื่อสถานที่แล้วตามด้วย "...คา จูเซโย" เช่น "มยองดง คา จูเซโย" (ไปมยองดงหน่อย)
แต่ถ้ากังวลเรื่องออกเสียง กลัวสื่อสารไม่รู้เรื่อง ก็เปิดแอปแปลภาษาในมือถือแล้วเปิดเสียงให้คนขับฟังแทนก็ได้ สะดวกและชัวร์!
2. "미터 확인 좀 해주세요" (มิเตอร์ ฮวากิน ชม แฮจูเซโย) - เช็คมิเตอร์หน่อยค่ะ
ความหมาย: "ช่วยเช็คมิเตอร์ด้วยค่ะ"
ประโยคนี้สำคัญมาก! ใช้เพื่อป้องกันการโดนโกงค่าโดยสาร แนะนำให้ใช้ถามทันทีถ้าขึ้นรถไปแล้วไม่แน่ใจว่าคนขับเปิดมิเตอร์หรือยัง เพราะตามกฎหมายเกาหลี แท็กซี่ทุกคันต้องใช้มิเตอร์ การพูดประโยคนี้จะช่วยย้ำให้คนขับคิดค่าโดยสารตามราคาจริงที่เป็นธรรม
3. "여기서 세워 주세요" (โยกีซอ เซวอ จูเซโย) - จอดตรงนี้ค่ะ
ความหมาย: "จอดตรงนี้ด้วยค่ะ/ครับ"
ประโยคนี้ใช้บอกคนขับให้จอดรถเมื่อใกล้ถึงที่หมาย ไม่ว่าจะขอลงในจุดที่ปลอดภัยใกล้ๆ หรือเมื่อเห็นตึกที่เป็นจุดสังเกตแล้ว โดยเฉพาะในย่านดังอย่างเมียงดงหรือทงแดมุนที่จอดรถให้ตรงจุดเป๊ะๆ อาจทำได้ยาก จำประโยคนี้ติดตัวไว้จะช่วยให้การเดินทางสะดวกและง่ายขึ้นเยอะเลย
วิธีจ่ายค่าแท็กซี่เกาหลี: ใช้บัตรเครดิตได้ไหม? WOWPASS ล่ะ?

การนั่งแท็กซี่ในเกาหลีตอนนี้สะดวกมาก เพราะจ่ายเงินไม่ต้องใช้เงินสดก็ได้ (Cashless) โดยเฉพาะในโซลที่แท็กซี่เกือบทุกคันรับบัตรเครดิต และถ้าเรียกแท็กซี่ผ่านแอป พอถึงที่หมายก็ลงรถได้เลย เพราะระบบจะหักเงินให้อัตโนมัติ ช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้สะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องเตรียมเงินสดหรือรอเงินทอน ทำให้การเที่ยวเกาหลีของคุณราบรื่นและง่ายกว่าเดิม
แท็กซี่ส่วนใหญ่รับจ่ายแบบไม่ใช้เงินสด
การนั่งแท็กซี่ในเกาหลีตอนนี้สะดวกมากๆ เพราะสังคมเกาหลีเข้าสู่ยุคไร้เงินสด (Cashless) แบบเต็มตัวแล้ว ทำให้จ่ายค่าโดยสารส่วนใหญ่ได้ง่ายๆ ผ่านบัตรหรือแอป โดยเฉพาะถ้าใช้แอปยอดฮิตอย่าง Kakao T ระบบจะหักเงินผ่านบัตรที่ผูกไว้ล่วงหน้าโดยอัตโนมัติ ช่วยลดการต้องคุยกับคนขับให้เหลือน้อยที่สุด ไม่ต้องกังวลเรื่องเตรียมเงินสดหรือรอเงินทอน เหมาะมากสำหรับคนที่ไปเที่ยวเกาหลีครั้งแรก ก็ใช้บริการได้อย่างมั่นใจและสะดวกแน่นอน
จ่ายผ่านบัตรเครดิต (Visa/Master/JCB)
แท็กซี่ที่เกาหลีรับบัตรเครดิตแบรนด์หลักครบ ทั้ง Visa, Mastercard และ JCB ใครมีบัตรเครดิตจากไทยก็เอาไปใช้จ่ายได้เลยโดยไม่ต้องเตรียมตัวอะไรพิเศษ แท็กซี่เกือบทุกคันรวมถึงแท็กซี่ทั่วไปตามท้องถนนจะมีเครื่องรูดบัตรติดตั้งไว้พร้อม แม้บางครั้งอาจเจอเครื่องรุ่นเก่าที่อ่านบัตรไม่ได้บ้าง แต่คนขับก็จะแนะนำวิธีจ่ายเงินแบบอื่นให้เสมอ ไม่ต้องห่วงเลย
วิธีใช้งาน WOWPASS (ขั้นตอนเชื่อมกับ Kakao)
WOWPASS บัตรยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงตอนนี้ ก็ใช้จ่ายค่าแท็กซี่ได้เหมือนกัน! แค่ผูกบัตรไว้กับแอป Kakao T ระบบจะหักยอดเงินผ่านแอปให้อัตโนมัติ พอถึงที่หมายก็แค่ลงรถได้เลย ข้อดีคือไม่ต้องพกเงินสดหรือยุ่งกับการแลกเงินให้เสียเวลา แถมยังเริ่มใช้ได้ทันทีที่มาถึงเกาหลี และเพราะ WOWPASS เป็นบัตรแบบเติมเงิน แค่คอยเช็คยอดเงินให้เพียงพอ ก็เที่ยวได้อย่างสบายใจแล้ว
T-money ใช้ที่ไหนได้บ้าง? ที่ไหนใช้ไม่ได้?
บัตร T-money ไม่ได้ใช้จ่ายในแท็กซี่ทุกคันได้นะ แม้รถรุ่นใหม่ๆ หรือแท็กซี่ในย่านหลักจะเริ่มรับได้แล้ว แต่ถ้าเป็นแท็กซี่ต่างจังหวัดหรือรถรุ่นเก่าก็อาจยังไม่รองรับ นอกจากนี้ ระบบจ่ายเงินของแอป Kakao T กับบัตร T-money ไม่ได้เชื่อมกัน ดังนั้นเราจึงไม่สามารถจ่ายค่าแท็กซี่ที่เรียกผ่านแอปด้วยบัตร T-money ได้ ถ้าอยากได้ความแน่ใจและสะดวกในการเดินทาง แนะนำให้ใช้บัตรเครดิตหรือบัตร WOWPASS จะช่วยให้ทริปของคุณราบรื่นและคล่องตัวกว่าแน่นอน
ข้อควรระวังตอนใช้เงินสด
ถึงแม้จะยังจ่ายด้วยเงินสดได้ แต่ต้องบอกว่าที่เกาหลีเขาไม่ค่อยใช้เงินสดกันแล้ว บางครั้งคนขับแท็กซี่เลยอาจไม่มีเงินทอนเตรียมไว้ให้ โดยเฉพาะถ้าเดินทางช่วงดึกหรือออกไปแถบชานเมือง บางทีอาจเจอคุณลุงคนขับขอให้จ่ายด้วยบัตรแทนก็มี ดังนั้นถ้าอยากเดินทางแบบชิลๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอน แนะนำให้เน้นจ่ายเงินแบบไม่ใช้เงินสด (Cashless) จะสะดวกและมั่นใจที่สุด
วิธีนั่งแท็กซี่เกาหลีให้ปลอดภัย: ข้อควรรู้และสิ่งที่ต้องระวัง

โดยปกติแล้ว แท็กซี่ในเกาหลีปลอดภัยมากและนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการได้อย่างสบายใจ แต่ในบางช่วงเวลาหรือบางพื้นที่อาจมีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้บ้าง ดังนั้นการรู้เคล็ดลับและข้อควรระวังนิดหน่อยจะช่วยให้การเดินทางของคุณสะดวกและราบรื่นยิ่งขึ้น เพียงแค่เข้าใจ "สิ่งที่ควรระวัง" ไว้ล่วงหน้า คุณก็สามารถเรียกแท็กซี่เที่ยวเกาหลีได้อย่างมั่นใจและไม่ต้องกังวลแล้ว
วิธีสังเกตแท็กซี่ขี้โกง! ทริคไม่ให้โดนฟันราคา
ถึงแม้ในเกาหลีจะยังมี "แท็กซี่โกงราคา" ที่ไม่กดมิเตอร์แล้วเรียกเก็บเงินแพงๆ อยู่บ้าง แต่นานๆ จะเจอที ไม่ได้เยอะอย่างที่คิด วิธีสังเกตก็ง่ายมาก แค่พอขึ้นรถแล้วลองเช็คดูหน่อยว่ามิเตอร์ทำงานปกติไหม เท่านี้ก็พอแล้ว นอกจากนี้ ถ้าเห็นว่าสภาพรถดูสกปรกผิดปกติ หรือคนขับพยายามเลี่ยงไม่ยอมตอบเรื่องว่าจะไปไหน เราสามารถตัดสินใจลงจากรถได้ทันทีเพื่อความสบายใจ แต่ถ้าอยากตัดความเสี่ยงเรื่องโดนโกงให้เป็นศูนย์ แนะนำให้ใช้แอปเรียกรถ เพราะเราจะรู้ข้อมูลรถและคนขับล่วงหน้า ช่วยให้ทริปเกาหลีของคุณสะดวกและปลอดภัยแน่นอน!
กรณีที่อาจถูกปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร (ช่วงดึกและย่านบันเทิง)
ในย่านคนเยอะช่วงดึกๆ บางครั้งเราอาจเจอสถานการณ์ที่แท็กซี่ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารตามที่จะไป ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่การโกงราคาหรือมิจฉาชีพหรอก แต่เป็นเพราะคนขับต้องการวนรถกลับไปในเส้นทางที่สะดวกหรือทำรอบได้ดีกว่านั่นเอง โดยเฉพาะในย่านดังอย่างเมียงดงหรือฮงแดที่คนเยอะตลอดคืนจะเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อย ดังนั้นการใช้แอปเรียกรถจึงเป็นทางเลือกที่แน่ใจที่สุด เพราะเราใส่จุดหมายไว้ตั้งแต่ต้น เมื่อคนขับกดรับก็แปลว่าเขาโอเคที่จะไปส่งเราแน่นอน ช่วยลดปัญหาจุกจิกและเดินทางกลับที่พักได้อย่างสบายใจ
สไตล์การขับรถที่รวดเร็ว
สไตล์การขับรถของคนเกาหลีอาจดู "ดุดัน" และรวดเร็วไปหน่อย จนบางครั้งคุณอาจรู้สึกว่าเขาขับเร็วเกินกว่าที่คิด แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะนี่คือเรื่องปกติของที่นั่นและไม่ได้แปลว่าเขาขับรถอันตรายเสมอไป แต่ถ้าใครรู้สึกว่าเร็วเกินไปจนแอบกลัว ก็สามารถบอกคนขับได้ทันทีว่า "ชอนชอนฮี จูเซโย" (천천히 주세요) ซึ่งแปลว่า "ช่วยขับช้าลงหน่อย" หรือถ้าไม่ถนัดพูดภาษาเกาหลี การทิ้งคอมเมนต์สั้นๆ ผ่านแอปเรียกรถตอนให้คะแนนคนขับ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คนขับระมัดระวังและขับรถนุ่มนวลขึ้นได้เช่นกัน
วิธีปฏิเสธแท็กซี่เถื่อน
บริเวณรอบๆ แหล่งท่องเที่ยว บางครั้งอาจมีรถที่ไม่มีใบอนุญาตหรือที่เรียกว่า "แท็กซี่เถื่อน" เข้ามาทักทายและชักชวนให้ใช้บริการ กฎเหล็กที่ควรจำไว้คือ 'ห้ามใช้บริการเด็ดขาด' เพราะอาจเสี่ยงต่อการโดนเรียกค่าโดยสารในราคาที่สูงเกินจริง ถ้าโดนตื้อหนักๆ ก็ไม่ต้องตกใจไป แค่ยิ้มแล้วตอบปฏิเสธสั้นๆ ว่า "No, thank you" แล้วเดินเลี่ยงออกมาได้เลย ไม่จำเป็นต้องโต้ตอบรุนแรง แค่เดินหนีออกมาอย่างเป็นธรรมชาติก็พอแล้ว และที่สำคัญ ถ้าคุณเลือกใช้บริการผ่านแอปเรียกรถ ก็แทบจะไม่มีความเสี่ยงที่จะต้องไปยุ่งเกี่ยวกับรถเถื่อนเหล่านี้เลย
ข้อควรระวังสำหรับผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว
ผู้หญิงเที่ยวเกาหลีคนเดียวก็สามารถใช้บริการแท็กซี่ได้อย่างปลอดภัยหายห่วง แต่ถ้าเป็นช่วงดึก แนะนำให้เรียกแท็กซี่ผ่านแอปจะมั่นใจที่สุด เพราะเราจะรู้ทั้งเลขทะเบียนรถและข้อมูลคนขับล่วงหน้า แถมยังมีบันทึกการเดินทางไว้เป็นหลักฐาน ช่วยลดความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ดีกว่า เมื่อขึ้นรถแล้ว แนะนำให้นั่งที่เบาะหลังและถือโทรศัพท์มือถือไว้กับตัวเพื่อความมั่นใจ นอกจากนี้ การเลือกขึ้นหรือลงรถในบริเวณที่มีแสงสว่าง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ทริปของคุณราบรื่นยิ่งขึ้น
คู่มือนั่งแท็กซี่จากสนามบินเข้าเมืองโซล

เมื่อเดินทางถึงเกาหลีแล้ว การใช้แท็กซี่เพื่อมุ่งหน้าเข้ากลางเมืองโซลถือเป็นวิธีที่สะดวกสุดๆ เลย ไม่ว่าคุณจะมีกระเป๋าเยอะ อยากเดินทางตรงถึงหน้าโรงแรมทันที หรือแม้แต่มาถึงด้วยเที่ยวบินดึกแค่ไหน ก็เรียกใช้บริการได้อย่างมั่นใจ
วันนี้ Trip.com จะพาทุกคนมาดูข้อมูลแบบครบถ้วน ทั้งค่าโดยสารและเวลาเดินทางจากสนามบินอินชอนและกิมโปเข้าเมือง วิธีเรียกแท็กซี่ผ่านแอป รวมถึงเปรียบเทียบกับการนั่งรถบัสลีมูซีน เพื่อให้คุณวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น มาดูกันเลย!
จากสนามบินอินชอนไปโซล: ราคาและเวลาเดินทาง
เพราะสนามบินอินชอนอยู่ห่างจากกลางเมืองโซลพอสมควร การเดินทางด้วยแท็กซี่จึงใช้เวลาประมาณ 60-80 นาที ค่าโดยสารขึ้นอยู่กับประเภทรถ แต่ถ้าเลือกแท็กซี่ทั่วไป (Standard Taxi) ส่วนใหญ่ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 70,000-90,000 วอน (1,820-2,340 บาท)
เนื่องจากต้องใช้ทางด่วน อาจมีช่วงที่รถติดบ้างตามเวลา แต่ความสะดวกที่ส่งตรงถึงโรงแรมได้เลยโดยไม่ต้องต่อรถก็เป็นจุดเด่นมาก โดยเฉพาะถ้ามีกระเป๋าเดินทางหลายใบ การนั่งแท็กซี่จะทำให้การเดินทางของคุณง่ายและสบายขึ้นเยอะเลย
จากสนามบินกิมโปไปโซล: ราคาและเวลาเดินทาง
สนามบินกิมโปอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองโซล ทำให้สามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 20-30 นาทีเท่านั้น
ราคาถือว่าค่อนข้างถูก โดยปกติค่าโดยสารสำหรับแท็กซี่ทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 20,000-30,000 วอน (520-780 บาท)
แม้จะไปด้วยรถไฟใต้ดินหรือรถบัสได้ แต่ถ้าไม่อยากยุ่งกับการต่อรถในช่วงเร่งรีบ หรือจองที่พักในย่านยอดนิยมอย่างเมียงดง อิแทวอน และฮงแดไว้ การนั่งแท็กซี่ถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุดเลย เพราะจะทำให้การเดินทางตั้งแต่ออกจากสนามบินไปจนถึงเช็คอินที่โรงแรมราบรื่นไม่สะดุด เป็นเส้นทางที่ง่ายและสะดวกมากสำหรับคนที่เพิ่งมาเที่ยวเกาหลีครั้งแรก
เรียกผ่านแอปได้ไหม?
ไม่ว่าจะไปลงที่สนามบินอินชอนหรือกิมโป ก็สามารถเรียกแท็กซี่ผ่านแอป Kakao T ได้ง่ายๆ สะดวกทั้งสองสนามบินเลย
อย่างไรก็ตาม เพราะบริเวณหน้าโถงผู้โดยสารขาเข้ามักจะคนเยอะและรถหนาแน่น บางช่วงเวลารถอาจจอดรับไม่ได้ถึงที่
- ถ้าเรียกผ่านแอป แนะนำให้เดินไปรอที่จุดรับผู้โดยสารแท็กซี่โดยเฉพาะ จะได้ขึ้นรถสะดวกและรวดเร็วขึ้น
- ถ้าต้องการไปทันที → แนะนำให้ไปต่อคิวที่จุดจอดแท็กซี่จะแน่ใจที่สุด
เลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์แบบนี้ รับรองว่าเที่ยวได้อย่างมั่นใจแน่นอน
โดยเฉพาะที่สนามบินอินชอนซึ่งมีพื้นที่กว้างมาก บางครั้งการเรียกรถผ่านแอปอาจทำให้ต้องรอนานกว่าที่คิด ถ้าอยากได้รวดเร็วและไม่รอนาน แนะนำให้ไปตรงที่จุดจอดแท็กซี่สาธารณะ (Official Taxi Stand) ได้เลย รับรองว่าเป็นทางเลือกที่เร็วที่สุด!
เปรียบเทียบรถบัสลีมูซีนกับแท็กซี่ เลือกแบบไหนดี?
เมื่อพูดถึงการเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง สองตัวเลือกที่มักถูกเปรียบเทียบกันอยู่เสมอคือแท็กซี่และรถบัสลีมูซีน
เพราะแต่ละแบบมีข้อดีที่ต่างกัน แนะนำให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมและสถานการณ์ได้เลย
แท็กซี่ vs รถบัสลีมูซีน (จากสนามบินอินชอนเข้าโซล)
รายการ | แท็กซี่ | รถบัสลีมูซีน |
เวลาเดินทาง | 60-80 นาที | 60-90 นาที |
ราคา | ประมาณ 70,000-90,000 วอน (1,820-2,340 บาท) | ประมาณ 17,000-18,000 วอน (442-468 บาท) |
สัมภาระ | ใส่ท้ายรถได้เลย | ใช้ที่วางกระเป๋า |
ความสะดวก | ส่งถึงหน้าโรงแรมเลย | ที่นั่งกว้าง นั่งสบาย |
การต่อรถ | ไม่ต้อง | บางจุดต้องต่อหรือเปลี่ยนขบวน |
ช่วงดึก | สะดวก ใช้ได้ 24 ชั่วโมง | บางเส้นทางหมดเร็ว |
เหมาะสำหรับ | มีกระเป๋าเยอะ ไปครอบครัว หรือบินดึก | เน้นประหยัด ไปคนเดียว เดินทางกลางวัน |
จริงๆ แล้วบอกไม่ได้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน เพราะตัวเลือกที่ 'ดีที่สุด' นั้นขึ้นอยู่กับสไตล์การเดินทางของแต่ละคนมากกว่า
สำหรับคนที่มีกระเป๋าเยอะหรืออยากนั่งรถยาวๆ ไปถึงโรงแรมเลย "แท็กซี่" คือคำตอบที่ใช่ที่สุด แต่ถ้าเน้นประหยัดและมีเวลา "รถบัสลีมูซีน" ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ การเลือกวิธีเดินทางให้เหมาะกับความต้องการจะช่วยให้ทริปสะดวกและราบรื่นกว่าเดิมแน่นอน
แค่มีแอปและรู้เรื่องราคา การนั่งแท็กซี่เกาหลีก็ง่ายมาก!

การนั่งแท็กซี่ในเกาหลีสะดวกและใช้ง่ายกว่าที่คิด แค่รู้กฎพื้นฐานนิดหน่อย ก็จะทำให้ทริปของคุณคล่องตัวและเที่ยวได้อิสระมากขึ้น ที่สำคัญคือราคาไม่แพง และถ้าใช้แอปเรียกรถ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสาร แม้พูดภาษาเกาหลีไม่เป็นก็เดินทางได้แบบไม่ต้องห่วง ความสะดวกที่ส่งจากโรงแรมถึงที่เที่ยวได้โดยตรงแบบนี้ บอกเลยว่าถ้าได้ลองสักครั้งแล้วจะติดใจจนไม่อยากเดินให้เหนื่อยแน่นอน!
แค่โหลดแอปติดเครื่องไว้เพื่อเช็คราคาล่วงหน้า เพียงเท่านี้ความเครียดในการเดินทางก็แทบจะหายไป! ขอให้ทริปเกาหลีของคุณครั้งนี้ เที่ยวสนุกและสะดวกสบายยิ่งกว่าที่เคย
เที่ยวเกาหลีแบบมั่นใจ จองผ่าน Trip.com
สำหรับใครที่อยากเที่ยวเกาหลีแบบมั่นใจและไม่ต้องกังวล แนะนำให้จองผ่าน Trip.com เลย! เรามีทีมบริการลูกค้าพร้อมดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเกิดปัญหาหรือเหตุไม่คาดคิดในต่างแดน ก็พร้อมช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ให้คุณจัดการทุกอย่างได้ครบจบในที่เดียว ตั้งแต่จองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน ไปจนถึงทัวร์และกิจกรรมต่างๆ
เรามีดีลตั๋วเครื่องบินและโรงแรมราคาพิเศษให้เลือกเพียบ! ลองกดที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดและจองทริปสุดคุ้มของคุณได้เลย!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแท็กซี่เกาหลี
นั่งแท็กซี่เกาหลีปลอดภัยไหม?
โดยทั่วไป แท็กซี่ในเกาหลีปลอดภัยมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างโซลหรือปูซาน ที่มีระบบควบคุมและมาตรฐานสูง ถ้าไม่มั่นใจ แนะนำให้เรียกรถผ่านแอป Kakao T ซึ่งจะมีข้อมูลรถและคนขับแสดงล่วงหน้า เพิ่มความปลอดภัยขึ้นอีก ส่วนในย่านบันเทิงช่วงดึก ควรเรียกผ่านแอปแทนการโบกรถริมถนนจะดีกว่าแท็กซี่เกาหลีรับบัตรเครดิตไหม?
ส่วนใหญ่รับบัตรเครดิต แต่บางคันรุ่นเก่าอาจรูดไม่ผ่าน ถ้าเกิดปัญหา สามารถใช้ WOWPASS, เงินสด หรือจ่ายผ่านแอปแทนได้ และถ้าเรียกรถผ่านแอป Kakao T จะหักเงินอัตโนมัติ ไม่ต้องจ่ายในรถ สะดวกและปลอดภัยกว่าดาวน์โหลดแอปเรียกแท็กซี่จากไทยได้ไหม?
ได้แน่นอน แอปยอดนิยมอย่าง Kakao T หรือ TaxiGo สามารถดาวน์โหลดได้จาก App Store / Google Play และใช้เบอร์โทรศัพท์ของประเทศไทยสมัครได้เลย แนะนำให้โหลดล่วงหน้าก่อนเดินทาง เพื่อจะได้ใช้ได้ทันทีพอถึงเกาหลีคนขับแท็กซี่พูดภาษาอังกฤษได้ไหม?
ส่วนใหญ่คนขับจะพูดภาษาอังกฤษได้น้อย แต่ไม่ต้องกังวล เพียงแค่ปักหมุดจุดหมายในแอป หรือเปิดแผนที่/หน้าจอจองโรงแรมให้ดู ก็สื่อสารได้ง่าย ถ้าอยากได้คนขับที่พูดได้หลายภาษา สามารถเลือกบริการ International Taxi ได้ช่วงเวลาไหนที่มีค่าช่วงดึก (Night Fare)?
โดยทั่วไปคิดค่าช่วงดึกตั้งแต่ 22:00 น. - 02:00 น. อัตราเพิ่มจะอยู่ที่ประมาณ 20-40% แล้วแต่ประเภทแท็กซี่และพื้นที่ ถ้าเรียกผ่านแอป Kakao T ระบบจะคำนวณราคาพร้อมค่าชาร์จอัตโนมัติ ทำให้เห็นยอดรวมก่อนขึ้นรถทำไม WOWPASS กับ Kakao Pay เชื่อมไม่ได้?
สาเหตุหลักมักมาจากยอดเงินไม่พอ หรือข้อผิดพลาดชั่วคราวในระบบแอป ให้ลองเช็คยอดเงิน เติมเงินเพิ่ม แล้วเชื่อมต่อใหม่อีกครั้ง ถ้ายังไม่ได้ ให้ลองลบแล้วเพิ่มบัตรใหม่ หรือเปลี่ยนมาจ่ายด้วยบัตรเครดิตโดยตรง จะใช้งานได้ทันทีเด็กเล็กต้องใช้คาร์ซีท (Child Seat) ไหม?
กฎหมายเกาหลีไม่บังคับให้ใช้คาร์ซีทในแท็กซี่ แต่เพื่อความปลอดภัยของเด็ก แนะนำให้เลือก รถแท็กซี่ขนาดใหญ่หรือรถตู้ที่มีพื้นที่กว้าง ถ้าต้องการความสะดวกยิ่งขึ้น สามารถใช้บริการรถรับส่งพร้อมคนขับแบบจองล่วงหน้า ซึ่งบางเจ้ามีคาร์ซีทให้บริการด้วย



