
ถ้าพูดถึงพื้นที่สีเขียวที่คนกรุงเทพฯ รู้จักดีที่สุด ชื่อ "สวนจตุจักร" ก็คงผุดขึ้นมาในหัวได้ทันที แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าสวนแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ต้นไม้เยอะ มันคือจุดนัดพบของคนทุกวัย ทั้งสายวิ่ง สายพักผ่อน สายถ่ายรูป ไปจนถึงครอบครัวที่อยากพาลูกหลานออกมาหายใจรับอากาศดีๆ ที่สำคัญ เข้าฟรี เปิดแต่เช้า และเดินทางง่ายมากด้วยรถไฟฟ้า Trip.com ได้รวบรวมข้อมูลมาให้แบบละเอียดครบจบในบทความเดียว ไม่ว่าจะแวะไปครั้งแรกหรือเป็นขาประจำก็อ่านได้เลย
ทำไมสวนจตุจักรถึงได้ชื่อว่าเป็น "ปอดของกรุงเทพฯ"?

กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่แทบหาพื้นที่โล่งๆ ได้ยาก แต่สวนจตุจักรเป็นข้อยกเว้นที่ดีมาก ด้วยพื้นที่กว่า 155 ไร่ เต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น ทางเดินกว้าง และบึงน้ำขนาดใหญ่กลางสวน มันเหมือนเป็นช่องหายใจของคนที่อยู่ท่ามกลางตึกสูงและรถติดทุกวัน
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือสวนจตุจักรเป็นส่วนหนึ่งของ "อุทยานสวนจตุจักร" ซึ่งประกอบด้วยสวนสาธารณะ 3 แห่งที่อยู่ติดกัน ได้แก่ สวนจตุจักร (155 ไร่), สวนวชิรเบญจทัศ หรือสวนรถไฟ (375 ไร่) และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ (196 ไร่) รวมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 726 ไร่ นับเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดมหึมาใจกลางเมืองที่หาได้ยากมากในเมืองใหญ่ระดับนี้
นอกจากเรื่องของธรรมชาติ สวนจตุจักรยังเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่แวะมาคู่กับตลาดนัดจตุจักรด้วย บอกได้เลยว่าถ้ามาทั้งทีให้ทำทั้งสองอย่าง จะคุ้มมาก
ข้อมูลสำคัญสวนจตุจักร
รายละเอียด | ข้อมูล |
ที่ตั้ง | ถนนกำแพงเพชร 1 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ |
เวลาเปิด-ปิด | ทุกวัน 04:30 – 22:00 น. |
ค่าเข้าชม | ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย |
รถไฟฟ้า | BTS สถานีหมอชิต / MRT สถานีสวนจตุจักร หรือสถานีกำแพงเพชร |
ที่จอดรถ | มีภายในสวน (จำกัด ~80-100 คัน) และบริเวณโดยรอบหลายจุด |
เบอร์ติดต่อ | 02-272-4575 |
พื้นที่ | 155 ไร่ |
10 กิจกรรมยอดฮิตที่ห้ามพลาดในสวนจตุจักร
1. ปูเสื่อนั่งพักแบบปิกนิก

ขอบคุณรูปภาพจาก livinginsider
สวนจตุจักรมีสนามหญ้าเขียวกว้างที่เหมาะกับการปูเสื่อนั่งเล่นมาก แค่เอาผ้าหรือเสื่อมาปูลงบนพื้นหญ้า แล้วนำของว่างหรืออาหารมาทานพร้อมกันทั้งครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน บรรยากาศร่มรื่นจากเงาต้นไม้ใหญ่ช่วยให้ไม่รู้สึกร้อนเกินไป แม้แดดกรุงเทพฯ จะแรงก็ตาม เป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องเสียเงินแต่ได้ความสุขเต็มๆ เหมาะมากสำหรับวันหยุดที่อยากใช้เวลาช้าๆ โดยไม่ต้องวางแผนอะไรมาก
2. วิ่งออกกำลังกายยามเช้า

ขอบคุณรูปภาพจาก 19504james
สวนจตุจักรเปิดตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง ทำให้เป็นขาประจำของนักวิ่งยามเช้าที่อยากออกกำลังกายก่อนเริ่มวันทำงาน ทางวิ่งในสวนค่อนข้างเรียบและร่มไม้ดี อากาศยังสดชื่นและไม่ร้อนในช่วงเช้า บรรยากาศเงียบสงบกว่าช่วงกลางวันมาก ใครวิ่งเป็นประจำจะรู้ว่าช่วง 5-7 โมงเช้าที่นี่คนไม่แน่นแต่ก็มีเพื่อนนักวิ่งให้เห็นอยู่บ้าง ไม่รู้สึกเปลี่ยว
3. ถ่ายรูปกับจุดเด่นของสวน

นาฬิกาดอกไม้ หอนาฬิกากลางสวน สะพานข้ามบึงน้ำ และทางเดินใต้ร่มไม้ใหญ่ ล้วนเป็นมุมถ่ายรูปที่คนมาแล้วต้องแวะทุกคน จุดเหล่านี้ถ่ายง่าย ออกมาสวยโดยไม่ต้องพยายามมาก แนะนำให้มาช่วงเช้า 7-9 โมง แสงนุ่มและไม่แรงจนเกินไป ได้สีภาพที่อบอุ่นและมีมิติ ถ้าอยากได้ภาพโดดเด่นเป็นพิเศษให้ลองมาช่วงฤดูหนาวที่ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์กำลังบาน
4. สำรวจสวนวรรณคดีไทย

ขอบคุณรูปภาพจาก สวนไม้ในวรรณคดี สวนจตุจักร สำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.
โซนนี้เป็นส่วนที่หลายคนมองข้ามแต่จริงๆ น่าสนใจมาก มีรูปปั้นและฉากจากวรรณคดีไทยชื่อดังหลายเรื่องมาจัดแสดงในบรรยากาศสวนร่มรื่น เหมาะมากสำหรับพาเด็กๆ มาเรียนรู้เรื่องวรรณคดีนอกห้องเรียนแบบสนุกๆ ผู้ใหญ่ก็ชอบเพราะบรรยากาศเงียบสงบ คนไม่ค่อยแน่น ถ่ายรูปกับรูปปั้นแต่ละตัวก็ได้ภาพที่ไม่เหมือนใคร
5. ทักทายกระรอกแสนเชื่อง

ขอบคุณรูปภาพจาก วิกิพีเดีย
หนึ่งในไฮไลท์ที่คนพูดถึงกันเยอะมากคือกระรอกในสวนจตุจักรที่ชินคนจนกล้าเข้ามาใกล้เองเลย บางตัวกล้ามากถึงขั้นกระโดดขึ้นมือถ้ามีอาหาร เป็นประสบการณ์ที่เด็กๆ ชื่นชอบเป็นพิเศษ แต่ควรให้อาหารที่เหมาะสมและระวังอย่าให้กัด เพราะท้ายที่สุดมันก็คือสัตว์ป่าที่แม้จะชินคนแต่ก็ยังเป็นสัตว์ป่าอยู่ดี
6. ชมประติมากรรมอาเซียน

ขอบคุณรูปภาพจาก ผู้จัดการออนไลน์
รอบบริเวณสวนมีงานประติมากรรมจากนานาชาติในกลุ่มอาเซียนตั้งแสดงอยู่หลายจุด แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์แตกต่างกันตามสไตล์ของแต่ละประเทศ เดินเล่นแล้วเจอระหว่างทางได้โดยไม่ต้องตั้งใจหา ใครสายศิลปะหรืออยากได้รูปที่แปลกตากว่ามุมทั่วไปในสวน โซนนี้ตอบโจทย์ดีมากและไม่ค่อยพลุกพล่าน
7. นั่งพักริมบึงน้ำ

บึงน้ำขนาดใหญ่ใจกลางสวนถือเป็นมุมที่สงบที่สุดของสวนจตุจักร มีม้านั่งรอบบึงให้นั่งพักผ่อน ลมพัดเย็นสบายตลอดวัน บรรยากาศตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองได้ชัดเจน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากนั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือแค่นั่งนิ่งๆ ดูน้ำโดยไม่ต้องทำอะไร มาช่วงเย็นแสงสวยและได้ยินเสียงนกด้วย
8. ออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์กลางแจ้ง

ขอบคุณรูปภาพจาก Greener Bangkok
ในสวนมีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งให้ใช้ฟรีโดยไม่ต้องสมัครหรือจ่ายเงินใดทั้งสิ้น มีทั้งเครื่องยืดกล้ามเนื้อ เครื่องปั่นขา และเครื่องบริหารส่วนต่างๆ ของร่างกาย เหมาะสำหรับทุกกลุ่มอายุโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยากออกกำลังกายเบาๆ ในที่โล่ง อากาศดี มีคนรอบข้าง ไม่เหงาและไม่รู้สึกว่าออกกำลังกายอยู่คนเดียว
9. ชมดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บาน (มกราคม-กุมภาพันธ์)

ขอบคุณรูปภาพจาก ไทยรัฐ
ช่วงต้นปีของทุกปีคือซีซันทองของสวนจตุจักร ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์จะบานสะพรั่งทั้งในสวนและตามแนว BTS หมอชิต สีชมพูอ่อนของดอกไม้บวกกับแสงเช้าทำให้ภาพที่ได้ออกมาสวยมากจนแทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่กลางกรุงเทพฯ ปีไหนบานเร็วหรือช้าอาจต่างกันนิดหน่อย แนะนำให้ติดตามข่าวสารก่อนวางแผนมา
10. แวะหาของกินอร่อยรอบสวน

ขอบคุณรูปภาพจาก AIRPORTELs
หลังเดินเล่นในสวนจนพอใจแล้ว รอบๆ สวนจตุจักรมีร้านอาหาร แผงของกิน และเครื่องดื่มให้เลือกเยอะมาก วันเสาร์-อาทิตย์ยิ่งครึกครื้นเป็นพิเศษ ของกินมีตั้งแต่อาหารไทยราคาประหยัดไปจนถึงคาเฟ่สไตล์น่านั่ง ถ้าอยากปิดท้ายทริปให้สมบูรณ์ ไอศกรีมกะทิแถวนี้เป็นของที่คนแนะนำกันมากโดยเฉพาะช่วงอากาศร้อน
มุมถ่ายรูปสวยและจุดไฮไลท์ที่ต้องเช็คอิน
หอนาฬิกากลางสวน

ขอบคุณรูปภาพจาก ddproperty
ถ้ามาสวนจตุจักรแล้วยังไม่ได้ถ่ายรูปกับหอนาฬิกา ก็เหมือนยังมาไม่ถึง จุดนี้เป็นทั้งแลนด์มาร์คและจุดนัดพบยอดนิยมของคนที่มาเป็นกลุ่ม มองเห็นได้ไกลจากหลายทิศทางในสวน ตัวหอนาฬิกามีดีไซน์ที่โดดเด่น ถ่ายรูปได้สวยทั้งแนวตั้งและแนวนอน ช่วงเช้าแสงตกลงมาด้านข้างสวยมาก ส่วนช่วงเย็นก็ได้โทนแสงอบอุ่นที่ดูอบอุ่นไม่แพ้กัน ถือเป็นจุดแรกที่ควรแวะทุกครั้งที่มาสวนนี้
นาฬิกาดอกไม้

ขอบคุณรูปภาพจาก Greener Bangkok
อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของสวนจตุจักรที่ไม่มีที่ไหนเหมือน นาฬิกาดอกไม้ออกแบบมาด้วยความประณีต ตัวเลขและเข็มนาฬิกาประกอบขึ้นจากดอกไม้และพรรณไม้หลากสีที่ดูแลรักษาอยู่เสมอ สีสันเปลี่ยนไปตามพืชที่ปลูกแต่ละช่วงฤดูกาล ทำให้แต่ละครั้งที่มาได้รูปไม่ซ้ำกัน แนะนำให้ถ่ายมุมสูงเล็กน้อยเพื่อให้เห็นลวดลายของดอกไม้ชัดขึ้น หรือจะนั่งยองถ่ายในระดับต่ำก็ได้มุมที่น่าสนใจมากเช่นกัน
สะพานข้ามบึงน้ำ

มุมนี้คือมุมที่เงียบที่สุดและโรแมนติกที่สุดในสวนจตุจักร สะพานทอดข้ามบึงน้ำขนาดใหญ่กลางสวน บรรยากาศสงบมาก เหมาะกับการถ่ายรูปสไตล์เรียบๆ ที่มีความลึกและมีมิติ น้ำในบึงสะท้อนเงาต้นไม้และท้องฟ้าได้สวยงาม โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ผิวน้ำนิ่งและยังไม่มีลม หรือถ้ามาช่วงเย็นก็จะได้แสงสีส้มสะท้อนน้ำที่ดูอบอุ่นและผ่อนคลายมาก
โซนสวนวรรณคดีและประติมากรรม

ขอบคุณรูปภาพจาก Greener Bangkok
สำหรับคนที่อยากได้รูปแนวอาร์ตหรือแตกต่างจากมุมทั่วไป โซนนี้ตอบโจทย์ได้ดีมาก พื้นที่เต็มไปด้วยรูปปั้นจากวรรณคดีไทยและประติมากรรมนานาชาติในกลุ่มอาเซียน ฉากหลังเขียวชอุ่ม คนไม่แน่น และแสงในร่มไม้ให้ความนุ่มนวลที่กล้องสมาร์ทโฟนก็จับภาพออกมาดีมาก ลองเลือกมุมที่มีรูปปั้นเป็น foreground แล้วเบลอพื้นหลังเป็นสีเขียว รับรองว่าได้ภาพที่โดดเด่นแน่นอน
ทางเดินใต้ต้นไม้ใหญ่

หนึ่งในมุมที่ถ่ายแล้วได้ภาพสวยที่สุดโดยไม่ต้องพยายามมาก คือทางเดินในสวนที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นทั้งสองข้างเรียงกันเป็นแนวยาว ถ่ายภาพมุม perspective ตามความยาวของเส้นทางได้รูปที่มีมิติลึกมาก ยิ่งช่วงเช้าที่แสงส่องลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นลำ ยิ่งได้ภาพที่ดูมีชีวิตชีวา แนะนำให้ยืนถ่ายระดับต่ำหน่อยเพื่อให้เห็นแนวต้นไม้ทั้งสองข้างชัดขึ้น
เทคนิคถ่ายรูป: มาช่วงเช้า 7-9 โมง แสงนุ่ม ร่มเงาสวย และคนยังไม่แน่นมาก ถ้าอยากได้รูปดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ต้องมาช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ก่อนดอกร่วง
วิธีเดินทางไปสวนจตุจักร: BTS/MRT และรถเมล์ (อัปเดตล่าสุด)

รถไฟฟ้า (ตัวเลือกที่แนะนำที่สุด)
วิธีที่สะดวกและประหยัดที่สุดคือมาทาง BTS ลงสถานีหมอชิต แล้วเดินข้ามสะพานลอยมาทางสวนประมาณ 5-10 นาที หรือถ้าอยากลงใกล้กว่านี้ให้ใช้ MRT ลงสถานีสวนจตุจักร (สายสีน้ำเงิน) หรือสถานีกำแพงเพชร ซึ่งอยู่ติดกันและเดินเข้าสวนได้โดยตรงเลย
รถประจำทาง
มีรถเมล์หลายสายผ่านบริเวณสวนจตุจักร ทั้งสาย 26, 27, 29, 34, 52, 77, 96, 104, 136, 138, 145, 157, 179 และ 187 แนะนำให้เช็คเส้นทางล่าสุดผ่านแอป ViaBus ก่อนออกเดินทาง เพราะตารางเดินรถอาจมีการปรับเปลี่ยน
รถยนต์ส่วนตัว
สวนจตุจักรเองมีที่จอดรถภายในสวนแต่รองรับได้แค่ประมาณ 80-100 คันเท่านั้น วันธรรมดาพอจอดได้ แต่วันเสาร์-อาทิตย์แย่งกันหนักมาก ตัวเลือกอื่นที่แนะนำ ได้แก่:
- ลานจอดรถ Park & Ride BTS หมอชิต : จอดได้กว่า 1,500-2,000 คัน ฟรีตั้งแต่ 05:00-01:00 น. แล้วนั่ง BTS ต่อมา ถือว่าคุ้มสุด
- มิกซ์ จตุจักร (MiXT Chatuchak) : ที่จอดรถเปิดตั้งแต่ 06:00 น. ค่าจอดวันธรรมดาเริ่มต้นชั่วโมงละ 20 บาท วันหยุดราคาต่างออกไป
- เจเจมอลล์ : อีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่อยากช้อปด้วย จอดแล้วเดินเข้าสวนได้สะดวก
แพลนเที่ยว 1 วัน: จับคู่สวนจตุจักร + ตลาดนัดจตุจักรแบบไม่เหนื่อย

วันเสาร์-อาทิตย์เป็นช่วงที่เหมาะที่สุดเพราะตลาดนัดจตุจักรเปิดครบทุกโซน แต่ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศที่เงียบกว่าและไม่เบียดเสียดนัก วันธรรมดาตอนเช้าก็น่าลองมาก
ช่วงเช้า (09:00-12:00 น.) : เดินตลาดนัดจตุจักร
เริ่มต้นที่ตลาดนัดจตุจักรก่อนที่คนจะเริ่มแน่น โซนแนะนำสำหรับมือใหม่คือโซนเสื้อผ้าและของแต่งบ้าน ราคามักจะดีกว่าช่วงบ่าย อย่าลืมสวมรองเท้าที่ใส่สบายเพราะต้องเดินเยอะมาก และพกน้ำติดไปด้วย
ช่วงบ่าย (13:00-16:00 น.) : เข้าสวนจตุจักรผ่อนคลาย
หลังช้อปเสร็จข้ามมาที่สวนจตุจักรซึ่งอยู่ติดกัน นั่งพักใต้ร่มไม้ริมบึงน้ำ เดินเล่น ถ่ายรูปตามจุดต่างๆ หรือถ้าอยากออกกำลังกายก็วิ่งสักรอบสองรอบ บรรยากาศช่วงบ่ายของสวนสวยดีและลมพัดเย็นกว่าตลาด
ช่วงเย็น (17:00 น. เป็นต้นไป) : ชิมของกินรอบสวน
ตอนเย็นบรรยากาศในสวนสบายที่สุดในรอบวัน แสงสีทองสาดส่องถ่ายรูปออกมาสวยมาก ก่อนกลับแวะหาของกินได้รอบๆ สวน มีทั้งร้านอาหารและแผงขายของกินเยอะมาก
คำถามที่นักท่องเที่ยวถามบ่อยเกี่ยวกับสวนจตุจักร
สวนจตุจักรอนุญาตให้พาสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้ไหม?
ยังไม่มีโซน Pet Park อย่างเป็นทางการในสวนจตุจักรเหมือนที่สวนรถไฟ แต่โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวมักพาสุนัขเข้ามาเดินในสวนสาธารณะได้ตามปกติ ขอเพียงให้ใช้สายจูง ดูแลไม่ให้รบกวนผู้อื่น และเก็บของเสียให้เรียบร้อยปั่นจักรยานในสวนจตุจักรได้ไหม?
สวนจตุจักรเองพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่ถ้าอยากปั่นจักรยานจริงๆ แนะนำให้ข้ามไปที่สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ซึ่งอยู่ติดกัน มีเลนจักรยานชัดเจนและมีร้านเช่าจักรยานด้วยในราคาแค่ 40 บาทต่อครั้งมาเที่ยวสวนจตุจักรช่วงไหนดีที่สุด?
ถ้าอยากหลีกเลี่ยงคนเยอะ มาวันธรรมดาช่วงเช้า 6-9 โมงจะเงียบที่สุดและอากาศก็ดี ถ้าอยากได้บรรยากาศครึกครื้นและช้อปด้วย วันเสาร์-อาทิตย์ก็คุ้มค่าแต่ต้องเตรียมใจกับคนแน่น สำหรับคนอยากเห็นดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บาน ต้องมาช่วงมกราคมถึงกุมภาพันธ์เท่านั้นมีร้านอาหารหรือร้านค้าภายในสวนจตุจักรไหม?
ภายในสวนเองไม่ได้มีร้านอาหารแบบนั่งกินจริงจัง แต่รอบๆ สวนมีทั้งแผงขายน้ำ ของกินริมทาง ร้านกาแฟ และตลาดอีกมากมาย บางคนเลือกซื้อของมาจากรอบสวนแล้วเอาเข้ามากินในสวนได้เลยสวนจตุจักรกับตลาดนัดจตุจักรคือที่เดียวกันหรือเปล่า?
สองอย่างนี้แยกกันแต่อยู่ติดกัน "สวนจตุจักร" คือสวนสาธารณะที่มีต้นไม้และพื้นที่พักผ่อน ส่วน "ตลาดนัดจตุจักร" คือตลาดซื้อขายสินค้าหลากหลายที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน สามารถเดินไปมาระหว่างสองที่ได้สะดวกมาก ไม่ต้องขึ้นรถใหม่ก็ครบทุกอย่างในทริปเดียว





