
บินต่างประเทศกับสายการบินโลว์คอสต์ทีไร กระเป๋า Tigerair คือสิ่งที่ต้องเช็กให้ชัวร์ ไม่งั้นอาจโดนชาร์จเพิ่มหน้าเคาน์เตอร์แบบไม่ทันตั้งตัว Trip.com เลยสรุปกฎสัมภาระของ Tigerair Taiwan มาให้ครบ ทั้งขนาด–น้ำหนักกระเป๋า สิ่งของต้องห้าม และวิธีซื้อน้ำหนักเพิ่มให้คุ้มที่สุด อ่านจบ เตรียมตัวก่อนบินได้แบบมั่นใจ ขึ้นเครื่องชิล ๆ แล้วไปเที่ยวให้สนุกเต็มที่
ขนาดและน้ำหนักกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Carry-on) Tigerair

ที่มาภาพ: Facebook Page Tigerair Taiwan
หลังจากจองตั๋ว Tigerair Taiwan ราคาดีผ่าน Trip.com แล้ว อีกเรื่องที่ควรเช็กให้ชัวร์ก่อนบินก็คือ สัมภาระถือขึ้นเครื่อง เพราะเป็นด่านสำคัญของสายการบินโลว์คอสต์เลยทีเดียว Tigerair อนุญาตให้ผู้โดยสารนำกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 1 ใบ พร้อมของใช้ส่วนตัวอีก 1 ชิ้น จะเป็นเป้สะพายหลัง กระเป๋าถือ กระเป๋าโน้ตบุ๊ก หรือถุงดิวตี้ฟรีก็ได้ โดยจุดเด่นคือ น้ำหนักรวมของทั้ง 2 ชิ้นสามารถหนักได้ถึง 10 กก. ซึ่งถือว่าใจดีเมื่อเทียบกับหลายสายการบิน
อย่างไรก็ตาม ถ้าเจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่ากระเป๋ามีขนาดใหญ่เกินไป หรือจัดเก็บในห้องโดยสารไม่ได้ คุณอาจถูกขอให้โหลดใต้ท้องเครื่องที่หน้างาน ดังนั้นแพ็กของให้พอดีตั้งแต่แรก จะช่วยให้ขึ้นเครื่องได้แบบสบายใจมากขึ้น
ข้อจำกัดขนาดสัมภาระพกพา

ที่มาภาพ: เว็บไซต์ทางการ Tigerair Taiwan
สำหรับกระเป๋า Tigerair มีกติกาที่เข้าใจง่าย โดยกระเป๋าสัมภาระถือขึ้นเครื่อง แต่ละชิ้น ต้องมีขนาดไม่เกิน ยาว 54 ซม. × กว้าง 38 ซม. × สูง 23 ซม. และต้องนับรวมส่วนที่ยื่นออกมาอย่างล้อลากหรือมือจับด้วย ข่าวดีคือ กระเป๋าเดินทาง ขนาด 20 นิ้ว ทั่วไป ส่วนใหญ่จะผ่านเกณฑ์นี้สบาย ๆ ไม่ต้องกังวลมาก
จุดที่ควรระวังคือเรื่อง น้ำหนักรวม เพราะ Tigerair Taiwan จะเช็กน้ำหนักของกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง รวมกับของใช้ส่วนตัว (เช่น เป้หรือกระเป๋าสะพาย) ซึ่งต้อง ไม่เกิน 10 กิโลกรัมต่อคน
สิ่งของที่ห้ามนำขึ้นเครื่อง
เพื่อให้ผ่านกฎความปลอดภัยการบินได้แบบสบาย ๆ ของเหลวที่พกขึ้นเครื่องจะต้องมีขนาด ไม่เกิน 100 มล. ต่อชิ้น และต้องใส่รวมกันไว้ใน ถุงพลาสติกใสแบบซิปล็อกที่ปิดสนิทเพียง 1 ใบ เท่านั้นนะ อันนี้เป็นกฎสากลที่ใช้เหมือนกันแทบทุกสนามบิน
ส่วนพาวเวอร์แบงก์ แบตเตอรี่ลิเธียม และอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ อย่างโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป โน้ตบุ๊ก นาฬิกา หรือเครื่องคิดเลข ต้องนำติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น โดยเฉพาะพาวเวอร์แบงก์และแบตเตอรี่ ห้ามใส่ในกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด และโดยทั่วไปจะจำกัดจำนวนการพกพาไว้ไม่เกิน 15 ชิ้นต่อคน สำหรับการบินกับ Tigerair Taiwan ก็ยึดตามหลักนี้เช่นกัน

ที่มาภาพ: เว็บไซต์ทางการของ Tigerair Taiwan
แน่นอนว่าสิ่งของอันตรายอย่างของมีคม วัตถุไวไฟ หรือไฟแช็ก ยังคงเป็นของต้องห้ามอยู่แล้ว แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นจริง ๆ เช่น ใช้เพื่อการแพทย์ หรือเกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กเล็ก สามารถเตรียมเอกสารรับรองและแจ้งขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินล่วงหน้าได้
วิธีจัดการเมื่อน้ำหนักเกิน
ถ้าตอนขึ้นเครื่องแล้วถูกตรวจพบว่า กระเป๋า Tigerair มีน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนด เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินจะขอให้เปลี่ยนไปโหลดใต้ท้องเครื่องทันที ซึ่งตรงนี้ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าค่าธรรมเนียมหน้างานแพงกว่าซื้อล่วงหน้าเยอะมาก เลยอยากย้ำว่า ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมชั่งน้ำหนักกระเป๋าให้ชัวร์ ถ้ารู้ตัวว่าเกินแน่ ๆ แนะนำให้ซื้อน้ำหนักเพิ่มล่วงหน้ากับ Tigerair Taiwan ไว้ก่อน จะช่วยประหยัดเงิน แถมไม่ต้องมาลุ้นหรือเสียเวลาแก้สถานการณ์กันวุ่นวายที่สนามบินด้วย
เปรียบเทียบประเภทตั๋ว: tigerlight, TigerSmart และ tigerpro
tigerlight
ตั๋ว tigerlight คือแพ็กเกจพื้นฐานที่สุดของ Tigerair Taiwan ราคาแปรผันตามเส้นทางและช่วงเวลาที่เลือก โดยจะรวมแค่ กระเป๋าพกพา 1 ใบ + กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง 1 ใบ น้ำหนักรวมไม่เกิน 10 กก. เท่านั้น ถ้าอยากโหลดกระเป๋า เลือกที่นั่ง สั่งอาหารบนเครื่อง หรือเปลี่ยนวัน–เวลาเดินทาง จะต้องซื้อบริการเสริมเพิ่มเอง เหมาะมากสำหรับคนที่เดินทางระยะสั้น สัมภาระน้อย หรือสายเที่ยวที่อยากได้ความคล่องตัวแบบสุด ๆ
TigerSmart
แพ็กเกจนี้เป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเลย เพราะแค่เพิ่มเงินจาก tigerlight ประมาณ 950 บาท ก็ได้อัปเกรดแบบเห็นผลทันที ได้ โหลดกระเป๋าใต้เครื่อง 1 ใบ น้ำหนักสูงสุด 20 กก. แถมยังสามารถเลือกที่นั่งโซน Tigerbuddy ได้ ไม่ว่าจะอยากนั่งริมหน้าต่าง ริมทางเดิน หรือเลือกนั่งติดกับเพื่อนร่วมทริปก็จัดได้ตามใจ เดินทางสะดวกขึ้นเยอะ เหมาะกับทริปเที่ยวจริงจังแต่ยังอยากคุมงบ
tigerpro
ถ้าใครอยากได้ประสบการณ์บนเครื่องที่สบายขึ้นแบบไม่ต้องมานั่งซื้อบริการเสริมทีละอย่าง tigerpro คือคำตอบเลย แพ็กเกจนี้รวม โหลดกระเป๋าฟรี 20 กก., เลือกที่นั่งได้ทั้งลำก่อนใคร และยังมี อาหารบนเครื่อง ให้เรียบร้อย ทั้งหมดนี้จ่ายเพิ่มจากราคาตั๋วพื้นฐานประมาณ 1,600 บาทเท่านั้น ถือว่าคุ้มมากสำหรับคนที่อยากบินแบบสบาย ๆ หรือไม่อยากมานั่งคำนวณค่าเสริมให้วุ่นวาย
ตารางเปรียบเทียบประเภทตั๋วของ Tigerair Taiwan
รายการ | tigerlight | TigerSmart | tigerpro |
สัมภาระถือขึ้นเครื่อง | ✓ | ✓ | ✓ |
เลือกที่นั่งล่วงหน้า | ต้องซื้อเพิ่ม | ✓ เฉพาะโซน Tigerbuddy | ✓ เลือกที่นั่งได้ฟรีทุกโซน |
สัมภาระเช็คอิน | ต้องซื้อเพิ่ม | ✓ สูงสุด 20 กก. | ✓ สูงสุด 20 กก. |
อาหารบนเครื่องบิน | ต้องซื้อเพิ่ม | ต้องซื้อเพิ่ม | ✓ รวมในแพ็กเกจ |
เปลี่ยนวัน–เวลาเที่ยวบิน | ต้องซื้อเพิ่ม | ต้องซื้อเพิ่ม | ✓ (ชำระเฉพาะส่วนต่างราคาตั๋ว) |
ราคาโดยประมาณ | ราคาพื้นฐาน | ราคาพื้นฐาน + 950 บาท | ราคาพื้นฐาน + 1,600 บาท |
* รายละเอียดที่นั่งของ Tigerair Taiwan
- Tigercomfort: พื้นที่วางขากว้างขึ้น นั่งสบายกว่าเดิม
- Tigerquicker: ขึ้น–ลงเครื่องได้ก่อนใคร ประหยัดเวลา
- Tigerbuddy: เลือกนั่งติดกับเพื่อนร่วมทริปได้ตลอดการเดินทาง
ค่าธรรมเนียมการซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม Tigerair

ถ้าจองตั๋วผ่าน Trip.com นอกจากจะได้ราคาตั๋ว Tigerair Taiwan ที่คุ้มแล้ว ยังสามารถ ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเช็คอินล่วงหน้าได้ตามแผนของตัวเอง อีกด้วย ซึ่งช่วยประหยัดกว่าการไปจ่ายเพิ่มที่สนามบินเยอะมาก ผู้โดยสารสามารถเพิ่มกระเป๋าเช็คอินได้สูงสุด 2 ใบ (รวมน้ำหนักไม่เกิน 40 กก.) หรือถ้าเลือกตั๋ว tigerlight ที่เน้นบินตัวเบา ก็สามารถซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม 1 ใบ ขนาด 15 กก. ได้ง่าย ๆ ตอนจองเลย ค่าธรรมเนียมซื้อล่วงหน้าจะอยู่ราว ๆ 1,000–2,400 บาท แล้วแต่เส้นทางและน้ำหนักที่เลือก
มีจุดเล็ก ๆ ที่ควรจำไว้คือ น้ำหนักต่อกระเป๋า 1 ใบต้องไม่เกิน 30 กก. แม้จะซื้อน้ำหนักเพิ่มไว้แล้วก็ตาม แนะนำให้แบ่งของให้พอดีตั้งแต่แรก จะได้เช็กอินผ่านฉลุย
ค่าธรรมเนียมน้ำหนักกระเป๋าเกิน Tigerair
เรื่องน้ำหนักกระเป๋าเกิน บอกเลยว่าเป็นเรื่องยอดฮิตของสายเที่ยวสาย Low Cost ที่ต้องระวังให้มาก เพราะค่าปรับหน้างานมักแพงกว่าที่คิด แถมราคายังผันผวนตามสนามบินและอัตราแลกเปลี่ยนในวันนั้นอีกด้วย สำหรับ Tigerair Taiwan จะคิดค่าธรรมเนียมน้ำหนักเกินแบบขั้นบันได โดยทุกๆ 1 กิโลกรัมที่เกิน อาจต้องจ่ายเพิ่มประมาณ 500 - 700 บาทเลยทีเดียว และถ้าไปเจอที่หน้าเคาน์เตอร์ว่ากระเป๋าถือขึ้นเครื่อง เกินจำนวนหรือเกินน้ำหนัก จนต้องเปลี่ยนมาโหลดใต้เครื่องแบบกะทันหัน เตรียมใจไว้ได้เลยว่าอาจโดนชาร์จเพิ่มราว ๆ 2,000 บาทต่อชิ้น
ที่ต้องรู้ไว้คือ บางกรณีถึงแม้จะยอมจ่ายเงินเพิ่มแล้ว ทางสายการบินก็อาจไม่รับโหลดเพิ่ม หากเกินเงื่อนไขด้านความปลอดภัยหรือข้อจำกัดของเที่ยวบิน ดังนั้นทางที่ชัวร์ที่สุดคือชั่งน้ำหนักให้เป๊ะตั้งแต่ที่บ้านและถ้ารู้ตัวว่าเกินแน่ ๆ ซื้อน้ำหนักเพิ่มล่วงหน้าจะสบายใจกว่าเยอะ
วิธีหลีกเลี่ยงปัญหาสัมภาระกวนใจ

ถ้าอยากผ่านด่านตรวจสัมภาระที่สนามบินแบบฉลุยๆ บอกเลยว่า การเตรียมตัวล่วงหน้า คือหัวใจสำคัญ ก่อนออกเดินทางลองหยิบเครื่องชั่งที่บ้านมาเช็กน้ำหนักกระเป๋าดูก่อน ว่าไม่เกินทั้ง จำนวนชิ้นและน้ำหนักสัมภาระโหลดใต้เครื่องของ Tigerair Taiwan ที่ซื้อมาหรือเปล่า อย่าลืมวัด ขนาดกระเป๋า ให้ตรงตามกฎด้วย ส่วนของเหลว พาวเวอร์แบงก์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็ควรจัดแยกให้ถูกต้องตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องรื้อกระเป๋าหน้างาน
ทริคเล็กๆ ตอนแพ็กของคือ เผื่อน้ำหนักกระเป๋าไว้สัก 1–2 กก. เพื่อความอุ่นใจ ลองย้ายของหนักอย่างหนังสือหรือโน้ตบุ๊กไปไว้ในเป้สะพาย ใช้ถุงสูญญากาศช่วยประหยัดพื้นที่เสื้อผ้า หรือใส่เสื้อกันหนาวตัวหนาและรองเท้าบูทขึ้นเครื่องไปเลยก็ช่วยลดน้ำหนักได้เยอะ และถ้าขากลับช้อปเพลิน แนะนำให้พกถุงผ้าติดตัวไว้ ใช้เป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องเพิ่มได้แบบฉุกเฉิน
ถ้าเผลอเจอปัญหาสัมภาระที่สนามบินจริงๆ ก็อย่าเพิ่งตกใจ ลองคุยกับเจ้าหน้าที่ก่อนว่าซื้อน้ำหนักหรือเพิ่มจำนวนชิ้นหน้างานได้ไหม หรือจะจัดกระเป๋าใหม่เพื่อกระจายน้ำหนักก็ยังพอช่วยได้ สำหรับใครที่เดินทางด้วยกันและอยู่ รหัสการจองเดียวกัน เช็กอินพร้อมกัน ก็สามารถ แชร์น้ำหนักสัมภาระเช็คอิน กันได้ด้วย และถ้าสุดทางจริงๆ อาจต้องตัดใจทิ้งของที่ไม่จำเป็นบางชิ้นไปก่อน โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินจะพยายามช่วยหาทางออกให้เต็มที่อยู่แล้ว ขอแค่ตั้งสติไว้ รับรองว่าผ่านไปได้แน่นอน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัมภาระ Tigerair
ผู้โดยสาร 1 คน โหลดกระเป๋าได้กี่ใบ?
ถ้าเป็นตั๋วที่ รวมสัมภาระเช็คอินของ Tigerair Taiwan จะโหลดได้ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 กก. โดยขนาดรวม (กว้าง+ยาว+สูง) ต้องไม่เกิน 203 ซม. และด้านใดด้านหนึ่งไม่เกิน 100 ซม. ถ้าของเยอะ แนะนำให้ ซื้อน้ำหนักเพิ่มล่วงหน้า แล้วแบ่งเป็นกระเป๋าขนาดกลาง 2 ใบ จะกระจายน้ำหนักง่าย ขนย้ายสะดวกกว่าใบใหญ่ใบเดียวกระเป๋า 29 นิ้ว โหลดกับ Tigerair ได้ไหม?
ได้ โดยทั่วไปกระเป๋า 29 นิ้วของหลายแบรนด์ ขนาดรวมมักไม่เกิน 158 ซม. ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่ Tigerair รับโหลดได้ตามปกติ แค่เช็กสเปกแบรนด์ของคุณอีกครั้งก็สบายใจขึ้นจองตั๋วไปแล้ว เพิ่มสัมภาระทีหลังได้ไหม?
เพิ่มได้ แต่ต้องรู้ไว้ก่อนว่า ราคาจะสูงกว่าการซื้อพร้อมตั๋ว เพราะอัตราค่าบริการเปลี่ยนตามช่วงเวลาที่ซื้อ ถ้ารู้ตัวตั้งแต่แรกว่ากระเป๋าเยอะ แนะนำให้ ซื้อน้ำหนักเพิ่มตั้งแต่ตอนจอง จะคุ้มสุด



