
ใครที่บินญี่ปุ่นบ่อย ๆ คงคุ้นชื่อ Peach Aviation กันดี ในฐานะสายการบินราคาประหยัด (LCC) ยอดนิยมที่ทำให้ทริปญี่ปุ่นเป็นเรื่องง่ายในงบสบายกระเป๋า แต่ก่อนออกเดินทาง มีเรื่องสำคัญที่นักเดินทางชาวไทยควรรู้ไว้เลยค่ะ สำหรับเที่ยวบินจากไทยไปญี่ปุ่น Peach Aviation ยังกำหนดให้ผู้โดยสารทุกคนต้องไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์สนามบินเท่านั้น
บทความนี้ Trip.com จะพาคุณไปดูขั้นตอนการเตรียมตัวเช็คอิน Peach Air พิกัดเคาน์เตอร์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงกฎเรื่องเวลาเปิด–ปิดเช็คอินที่ต้องระวัง เพื่อให้ทริปญี่ปุ่นของคุณเริ่มต้นได้อย่างราบรื่นและมั่นใจ ไม่มีพลาดแน่นอนค่ะ
การเช็คอิน Peach Air (เส้นทางกรุงเทพฯ – ญี่ปุ่น)

ที่มา: เว็บไซต์ Peach Aviation
สำหรับเที่ยวบินที่ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ปัจจุบัน Peach Aviation ยังไม่มีบริการเช็คอินออนไลน์ที่ออกบอร์ดดิ้งพาสล่วงหน้าได้ ผู้โดยสารทุกคนจำเป็นต้องไปดำเนินการที่สนามบินด้วยตัวเองค่ะ
ทำไมต้องเช็คอินที่เคาน์เตอร์เท่านั้น?
ตรวจสอบเอกสารตัวจริง
เจ้าหน้าที่ต้องตรวจพาสปอร์ตและยืนยันตัวตนผู้โดยสารตามกฎการบินระหว่างประเทศ
รับบอร์ดดิ้งพาสฉบับกระดาษ
เที่ยวบินที่ออกจากไทย ต้องใช้บัตรโดยสารที่ออกจากเคาน์เตอร์เท่านั้น โดย QR Code ในแอปไม่สามารถใช้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิได้
ขั้นตอนเช็คอินที่สนามบินสุวรรณภูมิ
- สถานที่: ชั้น 4 ผู้โดยสารขาออก แถว M (Row M)
- ประตูแนะนำ: ประตู 6
- เวลาเปิดเคาน์เตอร์: ล่วงหน้า 3 ชั่วโมง
- เวลาปิดเคาน์เตอร์: 50 นาทีก่อนเวลาเครื่องออก (เคร่งครัดมาก)
แล้วแอป Peach มีไว้ทำอะไร?
สำหรับผู้โดยสารชาวไทย แอป Peach มีประโยชน์หลัก ๆ ดังนี้:
- Manage Booking: ตรวจสอบรายละเอียดการจอง หรือซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม
- เที่ยวบินภายในญี่ปุ่น: หากบินต่อภายในประเทศญี่ปุ่น สามารถเช็คอินออนไลน์ผ่านแอปและใช้ Mobile Boarding Pass ได้
ความแตกต่างการเช็คอิน Peach Air
บินจากไทย vs บินภายในญี่ปุ่น
สำหรับเที่ยวบินที่ออกจากประเทศไทย ผู้โดยสารไม่สามารถเลือกวิธีเช็คอินได้ เพราะระบบกำหนดให้ต้องดำเนินการที่เคาน์เตอร์เท่านั้น
รายการ | เที่ยวบินจากไทย (สุวรรณภูมิ) | เที่ยวบินภายในญี่ปุ่น (Domestic) |
|---|---|---|
วิธีเช็คอิน | เคาน์เตอร์สนามบินเท่านั้น | แอป Peach หรือ ตู้ Kiosk |
ช่องทาง | แถว M (Row M) ประตู 6 | แอปในมือถือ หรือ ตู้เช็คอินอัตโนมัติ |
เอกสารที่ได้รับ | Boarding Pass ฉบับกระดาษ | Mobile Boarding Pass (QR Code) |
ช่วงเวลาเช็คอิน | 3 ชม. – 50 นาที ก่อนบิน | 120 นาที – 30 นาที ก่อนบิน |
เหตุผลที่ต้องไปเคาน์เตอร์ | ตรวจพาสปอร์ตและเอกสารเข้าเมือง | เพื่อความรวดเร็วและลดเวลาต่อคิว |
สัมภาระโหลด | จัดการพร้อมเช็คอินที่เคาน์เตอร์ | สแกน QR Code ที่ตู้เพื่อพิมพ์แท็กกระเป๋า |
วิธีเช็คอิน Peach Air
การเช็คอินของ Peach Air แตกต่างกันตามเส้นทางบินอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้พลาดเที่ยวบินหรือเสียเวลาโดยไม่จำเป็น แนะนำให้ตรวจสอบขั้นตอนให้ถูกต้องก่อนเดินทางค่ะ
1. เที่ยวบินระหว่างประเทศ
(สุวรรณภูมิ ↔ โอซาก้า / โอกินาวะ)
⚠️ เรื่องสำคัญ:
เที่ยวบินที่ออกจากประเทศไทย ยังไม่มีบริการเช็คอินออนไลน์ ผู้โดยสารทุกคนต้องไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์สนามบินด้วยตัวเอง เพื่อรับบอร์ดดิ้งพาสฉบับกระดาษค่ะ
ขั้นตอนการเช็คอิน
- เตรียมข้อมูลการจอง
เตรียมเลขการจอง (PNR) จากอีเมลหรือแอป Peach พร้อมพาสปอร์ตตัวจริง - ไปที่เคาน์เตอร์เช็คอิน
สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 แถว M (Row M) แนะนำให้เข้าทางประตู 6 จะใกล้ที่สุด - ตรวจเอกสารและรับบอร์ดดิ้งพาส
เจ้าหน้าที่ตรวจพาสปอร์ตและสัมภาระ จากนั้นออก Boarding Pass ฉบับกระดาษให้ใช้ผ่านด่าน ตม. และขึ้นเครื่อง - เวลาเปิด–ปิดเคาน์เตอร์
เปิดล่วงหน้า 3 ชั่วโมง และปิดก่อนเครื่องออก 50 นาที (เคร่งครัดมาก) แนะนำให้มาถึงสนามบินอย่างน้อย 3 ชั่วโมงล่วงหน้า เพราะคิวอาจยาว
2. เที่ยวบินภายในประเทศญี่ปุ่น (Domestic)
เช่น โอซาก้า → ซัปโปโร หรือ โตเกียว → ฟุกุโอกะ
สำหรับเที่ยวบินภายในญี่ปุ่น สามารถเช็คอินด้วยตัวเองผ่านแอปได้ เพื่อความรวดเร็วค่ะ

ที่มา: เว็บไซต์ Peach Aviation
ขั้นตอนการเช็คอิน
- เช็คอินผ่านแอป Peach
เลือกเมนู “Check-in” (ทำได้ตั้งแต่ 120 นาที – 30 นาที ก่อนบิน) - กรอกข้อมูลผู้เดินทาง
ใส่เลขการจอง (PNR) และชื่อ-นามสกุลผู้เดินทาง - รับ Mobile Boarding Pass
ระบบจะออก QR Code ให้ทันที หากไม่มีกระเป๋าโหลด สามารถสแกนผ่านจุดตรวจความปลอดภัยแล้วไปที่เกตได้เลย
กรณีมีสัมภาระโหลด
นำ QR Code ไปสแกนที่ตู้ Kiosk ในสนามบินญี่ปุ่น เพื่อพิมพ์แท็กติดกระเป๋าด้วยตนเอง ก่อนนำไปโหลดตามขั้นตอนค่ะ
พิกัดและขั้นตอนเช็คอิน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK)
สำหรับผู้โดยสารที่บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปญี่ปุ่น เช่น โอซาก้า หรือโอกินาวะ นี่คือขั้นตอนสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเดินทางค่ะ
📍 พิกัดเคาน์เตอร์
- ชั้น 4 โถงผู้โดยสารขาออก
- แถว M (Row M)
- แนะนำให้เข้าทาง ประตู 6 จะใกล้ที่สุด
⏰ เวลาเปิด–ปิดเคาน์เตอร์
- เปิดล่วงหน้า 3 ชั่วโมง
- ปิดรับเช็คอิน 50 นาที ก่อนเวลาเครื่องออก (เคร่งครัดมาก)
⚠️ ข้อควรระวัง: หากมาถึงหลังเวลาปิดแม้เพียงไม่กี่นาที ระบบจะไม่สามารถออกบอร์ดดิ้งพาสให้ได้ ควรเผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 3 ชั่วโมงค่ะ
ขั้นตอนเมื่อถึงสนามบิน
1. กรณีมีสัมภาระโหลดใต้เครื่อง
- เตรียมพาสปอร์ตและเลขการจอง (PNR) ยื่นให้เจ้าหน้าที่ที่แถว M
- ตรวจสอบน้ำหนักกระเป๋าให้ตรงตามแพ็กเกจที่ซื้อไว้ (Peach ค่อนข้างเคร่งครัดเรื่องน้ำหนักเกิน)
- รับบอร์ดดิ้งพาสฉบับกระดาษ เพื่อใช้ผ่านด่าน ตม. และขึ้นเครื่อง
2. กรณีไม่มีสัมภาระโหลด (Carry-on Only)
แม้จะไม่มีกระเป๋าโหลด ผู้โดยสารทุกคนยังต้องแวะที่เคาน์เตอร์เพื่อแสดงพาสปอร์ตและรับบอร์ดดิ้งพาสฉบับกระดาษ ไม่สามารถใช้ Mobile Boarding Pass สแกนเข้าเกตได้สำหรับเที่ยวบินออกจากไทยค่ะ
เคล็ดลับเดินทางกับ Peach Air ให้ราบรื่น

ที่มา: เว็บไซต์ Peach Aviation
เช็คเคาน์เตอร์ให้ชัวร์
ดูหน้าจอ Flight Information เมื่อถึงสนามบิน เพื่อยืนยันหมายเลขเคาน์เตอร์ย่อย (เช่น M01–M10) เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลง
รีบผ่านด่าน ตม.
ไฟลต์ไปญี่ปุ่นมักออกช่วงดึก ซึ่งเป็นช่วงที่สนามบินหนาแน่น แนะนำให้ขึ้นไปชั้น 5 ผ่านจุดตรวจค้นและ ตม. ทันทีหลังเช็คอินเสร็จ
น้ำหนักกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง
นำขึ้นได้ไม่เกิน 2 ชิ้น น้ำหนักรวมไม่เกิน 7 กก. และอาจมีการสุ่มชั่งที่หน้าเกต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเช็คอิน Peach Airlines
เช็คอินออนไลน์จากไทยได้ไหม?
ยังไม่รองรับการออก Mobile Boarding Pass สำหรับขาออกจากสุวรรณภูมิ ต้องมารับบอร์ดดิ้งพาสที่เคาน์เตอร์เท่านั้นมีตู้เช็คอินอัตโนมัติ (Kiosk) ไหม?
ที่สุวรรณภูมิยังไม่มี ตู้ Kiosk ของ Peach จะมีให้ใช้เฉพาะสนามบินในญี่ปุ่นแอป Peach มีประโยชน์อย่างไร?
ใช้ตรวจสอบสถานะเที่ยวบิน ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม และเช็คอินออนไลน์ได้สะดวกสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศญี่ปุ่นค่ะ


