คู่มือเที่ยวมัตสึโมโตะ 2569 รวมครบแหล่งกิน เที่ยว จบในที่เดียว

รูปโปรไฟล์ของผู้เขียน
เที่ยวมัตสึโมโตะ

ถ้าพูดถึงญี่ปุ่น หลายคนน่าจะนึกถึงโตเกียว โอซาก้า หรือเกียวโตกันก่อน แต่ถ้าอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวเมืองที่คนไม่แน่นมาก ได้เห็นญี่ปุ่นแบบเรียบๆ และรายล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น และของกินอร่อยๆ อยู่ในทริปเดียว มัตสึโมโตะ เป็นเมืองที่น่าสนใจมาก

ทำความรู้จักเมืองมัตสึโมโตะ ทำไมถึงน่าเที่ยว?

มัตสึโมโตะ

ที่มาของภาพ : Trip.com

มัตสึโมโตะอยู่ในจังหวัดนากาโนะ รายล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น จุดเด่นที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือปราสาทมัตสึโมโตะสีดำที่เป็นเหมือนแลนด์มาร์กของเมือง แต่จริงๆ แล้วรอบเมืองยังมีที่เที่ยวอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคามิโคจิ ฟาร์มวาซาบิ ถนนเมืองเก่า หรือออนเซ็นที่เหมาะกับการพักแบบชิลๆ

อีกทั้งการเดินทางจากเมืองใหญ่ยอดนิยมสำหรับคนไทย อย่างโตเกียว เกียวโต หรือโอซาก้า สามารถเดินทางมาเที่ยวมัตสึโมโตะด้วยรถไฟได้ง่าย แค่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง

สำหรับคนไทยที่เคยเที่ยวแต่เมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่น เราว่ามัตสึโมโตะเป็นเมืองที่ลองใส่ไว้ในแพลนสัก 2-3 วันกำลังดี เที่ยวไม่ต้องรีบมาก และยังสามารถต่อไปเมืองอื่นได้ง่ายด้วย

สภาพอากาศและไฮไลต์น่าเที่ยวแต่ละฤดูในมัตสึโมโตะ

สภาพอากาศมัตสึโมโตะ

ที่มาของภาพ : Trip.com

มัตสึโมโตะสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่บรรยากาศของแต่ละฤดูค่อนข้างต่างกัน ใครชอบแบบไหนก็เลือกช่วงที่ตรงกับสไตล์ตัวเองได้เลย

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): ชมซากุระที่ปราสาทมัตสึโมโตะ

อากาศช่วงนี้จะเริ่มอุ่นขึ้น แต่ยังมีความเย็นให้ได้สัมผัส โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น อุณหภูมิในตัวเมืองประมาณ 3-18°C

ช่วงซากุระบานถือว่าเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะบริเวณปราสาทมัตสึโมโตะมีต้นซากุระประมาณ 300 ต้น พอเอาดอกไม้สีชมพูมาอยู่คู่กับปราสาทสีดำแล้วถ่ายรูปออกมาสวยมาก

ถ้าใครอยากได้ฟีลญี่ปุ่นแบบที่เห็นตามโปสเตอร์ท่องเที่ยว เราขอแนะนำให้มาเที่ยวมัตสึโมโตะในช่วงนี้เลย แต่ข้อเสียก็คือคนค่อนข้างเยอะและต้องลุ้นช่วงดอกไม้บานให้พอดีกับวันที่ไป

ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): สำรวจธรรมชาติและเทือกเขาแอลป์

อากาศในตัวเมืองจะอยู่ประมาณ 22-30°C แต่ถ้าใครรู้สึกร้อนเกินไป แนะนำให้ออกไปเที่ยวฝั่งธรรมชาติแทน โดยเฉพาะคามิโคจิ

ช่วงนี้เหมาะกับการเดินป่า ชมวิวภูเขา หรือไปเที่ยวฟาร์มวาซาบิในอะซุมิโนะ บรรยากาศเขียวขจี เดินเล่นได้เพลินๆ

ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): ใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุด

ถ้าถามว่าช่วงไหนน่าเที่ยวที่สุด ส่วนตัวเราขอเลือกฤดูใบไม้ร่วงค่ะ เพราะช่วงกันยายนถึงพฤศจิกายน อากาศกำลังดี ประมาณ 15-23°C และวิวรอบๆ เมืองเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แดง และส้ม เอาเสื้อผ้าฤดูหนาวจากไทยไปถ่ายรูป เอามาลงโซเชียลได้สวยสุด ๆ

โดยเฉพาะเวลามองใบไม้เปลี่ยนสีคู่กับปราสาทมัตสึโมโตะ บรรยากาศต่างจากช่วงซากุระแบบชัดเจน และถ้าออกไปทางภูเขาหรือคามิโคจิก็จะยิ่งสวย

ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): บรรยากาศหิมะและออนเซ็น

ช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์อากาศค่อนข้างหนาวมาก อุณหภูมิในเมืองอยู่ประมาณ 0-8°C ส่วนพื้นที่ภูเขาอาจติดลบถึงประมาณ -10°C

ข้อดีคือคนไม่เยอะ บางวันมีหิมะปกคลุมปราสาท ทำให้บรรยากาศดูเหมือนฉากในหนังญี่ปุ่น ใครชอบไปแช่ออนเซ็นก็เหมาะมาก เพราะสามารถเที่ยวเมืองแล้วไปแช่น้ำร้อนต่อได้เลย

ถ้าไม่คุ้นกับอากาศหนาว แนะนำให้เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม เพราะอากาศบนภูเขาต่างจากในเมืองพอสมควร

กรุงเทพฯไปมัตสึโมโตะ
กรุงเทพฯไปโตเกียว
กรุงเทพฯไปโอซาก้า
กรุงเทพฯไปนาโกย่า
ดูเที่ยวบินทั้งหมด
Thai AirAsia X
กรุงเทพ
DMK
มัตสึโมโตะ
MMJ
ส., 3 ต.ค.
พ., 7 ต.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 37%
เริ่มต้น 1,303,800KRW 817,000
Thai AirAsia X
กรุงเทพ
DMK
มัตสึโมโตะ
MMJ
พฤ., 1 ต.ค.
พ., 7 ต.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 37%
เริ่มต้น 1,303,800KRW 818,400
Jin Air
กรุงเทพ
BKK
มัตสึโมโตะ
MMJ
พฤ., 1 ต.ค.
พ., 7 ต.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 29%
เริ่มต้น 1,303,800KRW 921,700
Jin Air
กรุงเทพ
BKK
มัตสึโมโตะ
MMJ
พ., 30 ก.ย.
อา., 4 ต.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 28%
เริ่มต้น 1,303,800KRW 940,900
China Eastern Airlines
กรุงเทพ
BKK
มัตสึโมโตะ
MMJ
ศ., 18 ก.ย.
อ., 22 ก.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 24%
เริ่มต้น 1,303,800KRW 989,500
Vietnam Airlines
กรุงเทพ
BKK
มัตสึโมโตะ
MMJ
จ., 5 ต.ค.
ศ., 9 ต.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 24%
เริ่มต้น 1,303,800KRW 993,300
Thai AirAsia
กรุงเทพ
DMK
มัตสึโมโตะ
MMJ
จ., 5 ต.ค.
ศ., 9 ต.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 23%
เริ่มต้น 1,303,800KRW 998,300
Hong Kong Airlines
กรุงเทพ
BKK
มัตสึโมโตะ
MMJ
ศ., 18 ก.ย.
อ., 22 ก.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 23%
เริ่มต้น 1,303,800KRW 1,000,600

สถานที่ท่องเที่ยวมัตสึโมโตะที่ห้ามพลาด

รวมพิกัดสถานที่ท่องเที่ยวมัตสึโมโตะที่ควรไปเช็กอิน ครอบคลุมทั้งแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ พร้อมข้อมูลปฏิบัติอย่างเวลาเปิด-ปิด และค่าเข้าชม

ปราสาทมัตสึโมโตะ (Matsumoto Castle): ปราสาทอีกาดำ 400 ปี

ปราสาทมัตสึโมโตะ

มาเมืองนี้แล้วที่แรกที่ควรไปก็คือปราสาทมัตสึโมโตะหรือปราสาทอีกาดำ เพราะนี่คือแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองและเป็นหนึ่งในปราสาทสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่น

สิ่งที่น่าสนใจคือปราสาทดูจากด้านนอกเหมือนมี 5 ชั้น แต่จริงๆ แล้วมี 6 ชั้น เพราะมีชั้นที่ซ่อนอยู่ภายในด้วย! ด้านในยังมีพื้นที่สำหรับป้องกันเมืองและส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรบในอดีต เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทั้งถ่ายรูปสวยและเต็มไปด้วยคุณค่าแห่งประวัติศาสตร์

ถ้าไปถึงแล้วอย่าเพิ่งรีบกลับ แนะนำให้เดินต่อไปทาง Nawate-dori และ Nakamachi-dori สองถนนเก่าแก่ใกล้ปราสาท มีร้านขนม คาเฟ่ ของฝาก และร้านอาหารเล็กๆ ให้แวะตลอดทาง

คามิโคจิ (Kamikochi): สวรรค์ของนักเดินป่าในเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น

คามิโคจิ

ที่มาของภาพ : Trip.com

ถ้าชอบธรรมชาติ คามิโคจิคือสถานที่ที่ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 1 วัน ที่นี่บรรยากาศต่างจากในเมืองมัตสึโมโตะโดยสิ้นเชิง เป็นแอ่งภูเขาที่อยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น จุดที่คนส่วนใหญ่มาเดินเล่นกันคือสะพานคัปปะ

ระหว่างทางมีโอกาสเห็นสัตว์ป่าด้วย เช่น ลิงมาคาค แต่ก็ไม่ควรเข้าไปให้อาหารหรือเข้าใกล้สัตว์มากเกินไป

ถ้าไม่ได้เป็นสายเดินป่าจริงจัง ไม่ต้องกังวล เพราะมีเส้นทางเดินง่ายๆ ที่ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงและได้วิวสวยมาก พอให้เราถ่ายรูปได้แน่นอน

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองมัตสึโมโตะ: ชมผลงานเจ้าแม่ polka dot

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองมัตสึโมโตะ

ที่มาของภาพ : Trip.com

ใครเป็นแฟน Yayoi Kusama เจ้าแม่ polka dot น่าจะชอบที่นี่เป็นพิเศษ เพราะมัตสึโมโตะเป็นบ้านเกิดของเธอ และพิพิธภัณฑ์ Matsumoto City Museum of Art ก็มีเสนอผลงานของศิลปินอยู่ด้วย

จุดที่เห็นได้ตั้งแต่ด้านนอกคือประติมากรรมดอกไม้ลายจุดขนาดใหญ่ สีสันสะดุดตามาก ใครเดินผ่านก็ต้องหยุดถ่ายรูป

พิพิธภัณฑ์ไม่ได้ใหญ่มากจนต้องใช้เวลาทั้งวัน ดังนั้นสามารถเอามาจัดรวมกับการเที่ยวปราสาทและถนนเมืองเก่าในวันเดียวกันได้

ฟาร์มวาซาบิไดโอ (Daio Wasabi Farm): ฟาร์มวาซาบิที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ฟาร์มวาซาบิไดโอ

ที่มาของภาพ : Trip.com

ถ้ามัตสึโมโตะมีปราสาทเป็นแลนด์มาร์ก ฝั่งอะซุมิโนะก็มีฟาร์มวาซาบิไดโอเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คนมาเที่ยวกันเยอะ

ที่นี่เป็นฟาร์มวาซาบิขนาดใหญ่ ใช้น้ำสะอาดจากภูเขาในการเพาะปลูก สามารถเดินดูแปลงวาซาบิและลองอาหารที่ใส่วาซาบิสดได้

เมนูที่เราขอแนะนำให้ลองก็คือไอศกรีมวาซาบิ ซึ่งตอนแรกอาจฟังดูแปลกๆ แต่คุณมาถึงถิ่นแล้วทั้งที ควรไปลองสักครั้ง

ถนนนาไรจูกุ (Narai-juku) และเส้นทาง Nakasendo: ย้อนอดีตยุคเอโดะ

ถนนนาไรจูกุ

ที่มาของภาพ : Trip.com

ถ้ามีเวลาเพิ่มอีกวัน แนะนำให้ลองออกไปเที่ยว Narai-juku บนเส้นทาง Nakasendo ที่นี่เป็นหมู่บ้านเก่าที่มีบ้านไม้เรียงยาวประมาณ 1 กิโลเมตร บรรยากาศยังคงความเป็นเมืองโพสต์ทาวน์ในสมัยเอโดะเอาไว้ค่อนข้างดี

เดินเล่นที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลา ร้านค้าเล็กๆ และบ้านไม้เก่าๆ ทำให้บรรยากาศต่างจากแหล่งท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นมาก

แหล่งออนเซ็นรอบเมือง

สำหรับคนที่อยากพักแบบช้าๆ ไม่ต้องเที่ยวทุกชั่วโมง รอบมัตสึโมโตะมีออนเซ็นให้เลือกหลายแห่ง เช่น Asama Onsen, Utsukushigahara Onsen และ Shirahone Onsen

โดยเฉพาะ Shirahone Onsen ที่มีน้ำแร่สีขาวนวลเป็นเอกลักษณ์ แต่ว่าเหมาะกับการไปพักค้างคืนมากกว่าเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ เพราะฉะนั้นหากต้องการไป จะต้องเผื่อเวลาเที่ยวที่นี่แบบเต็มวัน

📍แผนการเที่ยวมัตสึโมโตะ 3 วัน 2 คืน ฉบับสมบูรณ์

เราขอแนะนำให้แบ่งเป็นเที่ยวภายในเมือง 1 วัน ธรรมชาติ 1 วัน และเที่ยวรอบๆ อีก 1 วัน จะได้ไม่รู้สึกว่าเที่ยวแน่นเกินไป มีเวลาถ่ายรูปได้แบบเต็มที่

วันที่ 1: สำรวจใจกลางเมืองมัตสึโมโตะ

เริ่มจากปราสาทมัตสึโมโตะตอนเช้า เพราะคนยังไม่เยอะ จากนั้นเดินต่อไป Nawate-dori และ Nakamachi-dori หาอาหารกลางวันและเดินดูร้านค้า

ช่วงบ่ายแวะพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองมัตสึโมโตะ แล้วค่อยกลับมาเดินเล่นในเมืองช่วงเย็น คืนนี้ถ้าอยากเดินทางสะดวก แนะนำพักแถวสถานีมัตสึโมโตะ

วันที่ 2: วันทริปคามิโคจิและเทือกเขาแอลป์

วันนี้ตื่นเช้าหน่อยแล้วเดินทางไปคามิโคจิ ใช้เวลาทั้งวันกับธรรมชาติ เดินเส้นทางง่ายๆ ชมสะพานคัปปะและสระน้ำต่างๆ

ถ้าเป็นคนชอบเดินป่า สามารถเพิ่มเส้นทางเดินได้ แต่ถ้าอยากเที่ยวแบบสบายๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเดินไกล เพราะแค่บริเวณรอบๆ คามิโคจิก็มีวิวสวยให้ดูเยอะแล้ว

วันที่ 3: ฟาร์มวาซาบิและเส้นทาง Nakasendo

วันสุดท้ายออกไปทางอะซุมิโนะ แวะ Daio Wasabi Farm ก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อไป Narai-juku

ถ้าต้องเดินทางกลับโตเกียวหรือนาโกย่าในวันเดียวกัน แนะนำเช็กเวลาเดินทางให้ดี เพราะวันนี้จะมีการเดินทางหลายช่วง

รวมพิกัด 5 ของกินมัตสึโมโตะ มาทั้งทีต้องลองอะไรบ้าง?

อาหารของมัตสึโมโตะจะออกแนวเรียบง่าย แต่มีของท้องถิ่นที่หากินที่อื่นได้ยากอยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะโซบะ ซันโซคุยากิ โอยากิ และบาซาชิ

1. Shinshu Soba — โซบะที่ต้องลอง

โซบะเส้นบักวีต Shinshu Soba

มาถึงนากาโนะแล้วไม่ลองโซบะถือว่ามาไม่ถึง เพราะ Shinshu Soba เป็นของขึ้นชื่อของภูมิภาคนี้ จุดเด่นคือโซบะเส้นบักวีต

ถ้าอยากลองแบบท้องถิ่นขึ้นมาอีกหน่อย ให้สั่ง Toji Soba เป็นโซบะที่นำเส้นใส่ตะกร้าเล็กๆ แล้วลวกในหม้อน้ำซุปที่มีผักและเห็ด กินตอนอากาศเย็นๆ เข้ากันมาก

ร้านที่แนะนำ

Kobayashi Soba

📍 3-3-20 Ote, Matsumoto
ร้านอยู่ในย่าน Ote เดินเที่ยวต่อไปปราสาทมัตสึโมโตะได้ เหมาะกับคนที่อยากแวะกินโซบะระหว่างเที่ยวเมือง

Soba-dokoro Kippo

📍 7-40 Marunouchi, Matsumoto
จุดเด่นคืออยู่ใกล้ปราสาทมาก สามารถจัดเป็นมื้อกลางวันหลังเที่ยวปราสาทได้เลย

ถ้าอยากลองโซบะที่ใช้บักวีต Shinshu 100% อีกตัวเลือกคือ Soba Restaurant Monogusa ซึ่งใช้น้ำธรรมชาติจาก Utsukushigahara ในการทำเส้นด้วย

2. Sanzoku-yaki — ไก่ทอดไซซ์ใหญ่

ไก่ทอดไซส์ใหญ่ Sanzoku-yaki

เมนูนี้เหมาะกับคนที่ชอบของทอดมากๆ Sanzoku-yaki คือไก่ชิ้นใหญ่หมักโชยุ กระเทียม และเครื่องปรุง ก่อนนำไปคลุกแป้งแล้วทอดจนด้านนอกกรอบ ส่วนข้างในยังฉ่ำอยู่

กินกับข้าวก็ได้ หรือสั่งมากินคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ก็เข้ากันดี เป็นหนึ่งในอาหารที่คนมัตสึโมโตะภูมิใจมาก

ร้านที่แนะนำ

Matsumoto Karaage Center

📍 MIDORI 4F, 1-1-1 Fukashi
ร้านนี้สะดวกมากสำหรับคนเดินทางด้วยรถไฟ เพราะอยู่ในอาคารสถานี Matsumoto เลย เหมาะกับการแวะกินก่อนออกเที่ยวหรือซื้อกลับ

3. Basashi — ซาชิมิเนื้อม้า

เนื้อม้า BANIKU BARU Shinmiyoshi

อันนี้อาจต้องใช้ความกล้ากันนิดหนึ่ง เพราะ Basashi คือเนื้อม้าดิบที่เสิร์ฟแบบซาชิมิ เป็นอาหารท้องถิ่นของแถบชินชู เนื้อค่อนข้างนุ่มและรสไม่แรงอย่างที่หลายคนคิด ถ้าไม่เคยลองมาก่อน แนะนำให้สั่งจานเล็กๆ มาชิมก่อน

ร้านที่แนะนำ

BANIKU BARU Shinmiyoshi

📍 1-7-17 Central, Matsumoto
เป็นร้านที่เน้นเมนูเนื้อโดยเฉพาะ เหมาะกับคนที่ตั้งใจมาลอง Basashi ซาชิมิเนื้อม้าโดยเฉพาะ

4. วาซาบิสด — ไปถึง Daio Wasabi Farm ต้องลอง

ถ้ามีแพลนไป Daio Wasabi Farm ที่อะซุมิโนะ อย่าพลาดลองเมนูที่ใช้วาซาบิสดของฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรือของหวาน

ถ้าอยากหาอะไรกินเป็นมื้อกลางวัน ที่นี่ก็มีร้านอาหารอย่าง Daio-an Wasabi and Rice Restaurant อยู่ภายในบริเวณฟาร์ม

เมนูวาซาบิจะมีตั้งแต่อาหารง่ายๆ ไปจนถึงของกินเล่นอย่างไอศกรีมวาซาบิ ซึ่งส่วนตัวมองว่า มาถึงแหล่งวาซาบิแล้วควรลองสักครั้ง

5. สาเกและอาหารท้องถิ่นแบบอิซากายะ

Shinanonoteppen Matsumoto location

ถ้าอยากลองหลายเมนูในมื้อเดียว แนะนำให้เข้าร้านอิซากายะช่วงเย็น จะได้สั่งอาหารท้องถิ่นมาแชร์กันหลายอย่าง ทั้ง Basashi ซาชิมิเนื้อม้า, Sanzoku-yaki ไก่ทอดไซซ์ใหญ่, ผักดอง และเมนูตามฤดูกาล

ร้านที่น่าสนใจ

Shinanonoteppen Matsumoto location

📍 2-5-2 Central, Matsumoto
เหมาะกับการมาหาอาหารท้องถิ่นกินช่วงเย็น บรรยากาศจะต่างจากการนั่งร้านโซบะตอนกลางวัน

การเดินทางจากเมืองอื่นไปมัตสึโมโตะมีวิธีอะไรบ้าง?

วิธีเดินทางในญี่ปุ่น

เดินทางจากโตเกียวมามัตสึโมโตะ: รถไฟและรถบัส

วิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับคนที่เริ่มจากโตเกียวคือรถไฟ Limited Express Azusa จากสถานี Shinjuku ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งถึงเกือบ 3 ชั่วโมง

ถ้าไม่อยากจ่ายค่ารถไฟแพงเกินไป รถบัสทางหลวงก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่มีเวลาและอยากประหยัดงบ

  • รถไฟ: ขึ้น JR Limited Express Azusa ที่ Shinjuku Station ลง Matsumoto Station ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
  • รถบัส: ขึ้น Highway Bus ที่ Busta Shinjuku → ลง Matsumoto Bus Terminal ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า

วิธีเดินทางจากนาโกย่า (Nagoya) และโอซาก้า (Osaka) มามัตสึโมโตะ

จากนาโกย่าสามารถนั่ง Limited Express Shinano มายังมัตสึโมโตะได้ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างสะดวกและวิวระหว่างทางสวยด้วย

  • รถไฟ: ขึ้น JR Limited Express Shinano ที่ Nagoya Station ลง Matsumoto Station ประมาณ 2 ชั่วโมง


ส่วนเดินทางจากโอซาก้า ถ้าอยากประหยัดงบ สามารถเลือก Highway Bus จาก Osaka/Umeda → Matsumoto Bus Terminal ได้ แต่ใช้เวลานานกว่ารถไฟ

  • รถไฟ: ขึ้น Tokaido Shinkansen ที่ Shin-Osaka Station ไปลง Nagoya Station
  • จากนั้นเปลี่ยนเป็น Limited Express Shinano ลง Matsumoto Station
  • ใช้เวลา: ประมาณ 3 ชั่วโมง

การเดินทางภายในเมืองมัตสึโมโตะ: รถบัส Town Sneaker และจักรยาน

ตัวเมืองมัตสึโมโตะไม่ได้ใหญ่มาก สถานที่สำคัญหลายแห่งสามารถเดินถึงกันได้ โดยเฉพาะบริเวณสถานี ปราสาท และถนนเมืองเก่า

ถ้าไม่อยากเดินเยอะก็มีรถบัส Town Sneaker ที่วิ่งผ่านจุดท่องเที่ยวสำคัญ ส่วนใครชอบปั่นจักรยานก็สามารถเช่าจักรยานเที่ยวรอบเมืองได้

ส่วนแท็กซี่เหมาะกับวันที่มีสัมภาระเยอะหรือเดินทางไปสถานที่ที่รถบัสไปไม่ถึง

ย่านที่พักในมัตสึโมโตะที่แนะนำ

ถ้าคุณมาเที่ยวที่นี่เป็นครั้งแรก เราขอแนะนำให้พักแถวสถานีมัตสึโมโตะ เพราะเดินทางสะดวก มีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้ออยู่รอบๆ แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศญี่ปุ่นมากขึ้น ลองเปลี่ยนไปพักเรียวกังแถว Asama Onsen หรือ Utsukushigahara Onsen จะได้แช่ออนเซ็นและพักผ่อน

ใจกลางเมือง: สะดวกสบาย ใกล้ปราสาทและสถานีรถไฟ

ย่านรอบสถานี Matsumoto เหมาะที่สุดสำหรับคนที่มาเที่ยวครั้งแรก โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เช่ารถ เพราะจากสถานีสามารถเดินหรือขึ้นรถบัสไปปราสาทมัตสึโมโตะ ถนน Nawate-dori และ Nakamachi-dori ได้

เหมาะกับ: คนเที่ยวครั้งแรก / ไม่มีรถเช่า / เที่ยวหลายเมือง / อยากประหยัดเวลาเดินทาง

อาซามะออนเซ็นและอุสึคุชิงาฮาระออนเซ็น: ผ่อนคลายแบบดั้งเดิม

ถ้าอยากเปลี่ยนจากโรงแรมในเมืองมาเป็นการพักแบบญี่ปุ่นจริงๆ ลองดู Asama Onsen ซึ่งเป็นย่านออนเซ็นเก่าแก่ของมัตสึโมโตะ มีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี

เดินทางจากตัวเมืองเดินทางมาประมาณ 20 นาที ที่นี่มีทั้งเรียวกัง โรงแรม และอ่างอาบน้ำสาธารณะ บรรยากาศเงียบกว่าใจกลางเมือง เหมาะกับคนที่อยากลองนอนเรียวกัง กินอาหารญี่ปุ่นแบบเป็นชุด และแช่ออนเซ็นก่อนนอน

เหมาะกับ: คู่รัก / ครอบครัว / คนที่อยากสัมผัสเรียวกัง / ทริปพักผ่อน

ชิราโฮเนะออนเซ็น: ออนเซ็นน้ำขาวขุ่นลึกลับใกล้คามิโคจิ

ถ้าอยากได้บรรยากาศธรรมชาติแบบจริงจังขึ้นมาอีกหน่อย ลองดู Shirahone Onsen ที่มีชื่อเสียงเรื่องน้ำแร่สีขาวขุ่นคล้ายน้ำนม

ย่านนี้อยู่ทางฝั่งภูเขาและเหมาะกับการพักมากกว่าการมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ โดยเฉพาะคนที่วางแผนเที่ยวคามิโคจิหรือพื้นที่ภูเขาอยู่แล้ว

เหมาะกับ: คนชอบธรรมชาติ / อยากพักเงียบๆ / ทริปคู่รัก / คนที่อยากแช่ออนเซ็นแบบจริงจัง

เมืองใกล้เคียงที่ควรแวะระหว่างทริปมัตสึโมโตะ

ถ้ามีเวลาแค่ 2-3 วัน เที่ยวมัตสึโมโตะอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้ามีเวลาประมาณ 5 วันขึ้นไป สามารถเอาเมืองรอบๆ มาต่อเป็นทริปเดียวกันได้

ทาคายามะ (Takayama): เมืองเก่าฮิดะน่าแวะในเส้นทางเดียวกัน

เป็นอีกเมืองที่เหมาะกับคนชอบบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิม มีบ้านไม้เก่า ถนนเมืองเก่า ตลาดเช้า และอาหารท้องถิ่นอย่างเนื้อฮิดะ

ข้อดีคือสามารถวางเส้นทาง Matsumoto → Takayama ต่อกันได้ ทำให้ไม่ต้องย้อนกลับไปโตเกียวหรือโอซาก้าก่อน

ถ้าชอบเที่ยวเมืองเก่าและอยากเห็นญี่ปุ่นคนละบรรยากาศกับโตเกียว เมืองนี้น่าเพิ่มเข้าไปในแพลนมาก

เคล็ดลับการเที่ยวมัตสึโมโตะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย

มัตสึโมโตะเป็นเมืองที่เที่ยวไม่ยาก แต่มีรายละเอียดเล็กๆ ที่รู้ไว้ก่อนจะช่วยให้เที่ยวสบายขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเดินทางและสภาพอากาศ เรารวบรวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเที่ยวไว้ให้แล้ว ให้คุณทำตามคำแนะนำนี้ได้เลย

วางงบเที่ยว 3 วัน 2 คืนประมาณไหนดี?

งบจะขึ้นอยู่กับสไตล์ที่พักเป็นหลัก ถ้าพักโรงแรมใกล้สถานี กินร้านอาหารทั่วไป และใช้รถไฟกับรถบัสเป็นหลัก สามารถคุมงบได้ง่ายกว่า

ถ้าเริ่มเดินทางจากกรุงเทพฯ และรวมค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวทั้งหมด แนะนำให้เตรียมงบไว้ประมาณ 25,000–35,000 บาท/คน สำหรับทริปแบบเที่ยวสบายๆ ไม่ได้พักหรูมาก

สำหรับการวางงบ แนะนำให้แยกเป็น 4 ส่วนคือ

  • ค่าเดินทาง: รถไฟจากเมืองต้นทาง + รถบัสในพื้นที่
  • ค่าที่พัก: โรงแรมหรือเรียวกัง 2 คืน
  • ค่าอาหาร: ประมาณ 3 มื้อต่อวัน
  • ค่าเข้าสถานที่: เช่น ปราสาท พิพิธภัณฑ์ และกิจกรรมต่างๆ

ถ้าอยากประหยัด แนะนำพักใกล้สถานีและเลือกกินร้านท้องถิ่น ส่วนงบที่เหลือเอาไปลงกับทริปคามิโคจิหรือการพักเรียวกังสักคืน จะได้ประสบการณ์ที่คุ้มกว่า

เรื่องเงินสดและบัตรเครดิต

ในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นการใช้บัตรหรือจ่ายผ่านมือถือค่อนข้างสะดวก แต่ในมัตสึโมโตะยังมีร้านเล็กๆ และร้านท้องถิ่นบางแห่งที่อาจรับเฉพาะเงินสด

ดังนั้นไม่ควรพกบัตรอย่างเดียว แนะนำให้มีเงินเยนติดตัวไว้สำหรับร้านอาหารเล็กๆ ค่าเดินทาง หรือร้านค้าตามเมืองเก่า

ถ้าจะไปออนเซ็น ต้องรู้อะไรบ้าง?

มารยาทสำคัญที่สุดคือ ต้องอาบน้ำและชำระร่างกายก่อนลงบ่อออนเซ็น และไม่ควรนำผ้าเช็ดตัวลงไปแช่ในน้ำ

ถ้ามีรอยสัก ควรเช็กกฎของที่พักก่อน เพราะออนเซ็นแต่ละแห่งมีนโยบายต่างกัน บางแห่งอนุญาต บางแห่งอาจให้ใช้สติกเกอร์ปิด หรือบางแห่งไม่อนุญาตเลย เพราะฉะนั้นตรวจสอบกฎก่อนไป จะได้ไม่เสียเวลา

อย่าลืมเช็กอากาศก่อนขึ้นเขา

ถ้าแพลนไปคามิโคจิหรือพื้นที่ภูเขา อย่าดูแค่อุณหภูมิในตัวเมืองมัตสึโมโตะ เพราะอากาศบนเขาอาจต่างกันมาก

ช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงควรมีเสื้อคลุมติดไป ส่วนฤดูหนาวต้องเตรียมเสื้อกันหนาวและรองเท้าที่เหมาะกับหิมะ

อีกเรื่องที่สำคัญคือสถานที่บนภูเขาบางแห่งเปิดให้เที่ยวตามฤดูกาล ดังนั้นควรเช็กตารางรถและช่วงเปิด-ปิดก่อนออกเดินทาง

ท่องเที่ยวมัตสึโมโตะ เมืองธรรมชาติที่ควรมาเยือนสักครั้ง

ถ้าอยากเที่ยวญี่ปุ่นในมุมที่ต่างจากเมืองยอดฮิตแล้ว แนะนำให้มาเที่ยวมัตสึโมโตะด้วยกัน ที่นี่มีครบทั้งปราสาทเก่า เมืองเก่า ภูเขา ออนเซ็น อาหารท้องถิ่น และคาเฟ่เล็กๆ ในเมือง ที่สำคัญคือสามารถจัดทริปได้หลายแบบ จะมาแบบ 2-3 วันเพื่อเที่ยวไฮไลต์ หรืออยู่ยาวแล้วต่อไปคามิโคจิ ทาคายามะ หรือ Kiso Valley ก็ได้

จุดเด่นของมัตสึโมโตะคือการได้สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบไม่ต้องเร่งรีบ เมืองไม่วุ่นวายเกินไป อยู่ใกล้ธรรมชาติ ถ้าเป็นคนที่อยากลองเที่ยวญี่ปุ่นแบบช้าลงสักนิด มัตสึโมโตะเป็นเมืองที่คุณควรลองมาสักครั้ง

บทความท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
อัปเดตเที่ยวปราสาทมัตสึโมโตะ 2569 ตำนานปราสาทอีกาดำ คนไทยต้องไปเยือน
แนะนำเที่ยวปราสาทมัตสึโมโตะ หรือปราสาทอีกาดำ 2569 สมบัติประจำชาติญี่ปุ่นนี้น่าไปอย่างไร? พร้อมวิธีเดินทาง จุดถ่ายรูป เวลาเปิด ค่าเข้าชม และสถานที่เที่ยวใกล้เคียง
8 กันยายน 2026
eSIM ญี่ปุ่นอันไหนดี 2569? เทียบยี่ห้อดัง แพ็กเกจเน็ตแรง ราคาประหยัด
วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นแต่เลือก eSIM ญี่ปุ่นไม่ถูก? เทียบชัดๆ ทุกเจ้าดังอย่าง Trip.com, Airalo พร้อมวิธีติดตั้งบน iOS/Android ให้เน็ตแรงตลอดทริป อัปเดตล่าสุด 2569
8 กันยายน 2026
อัปเดตอากาศโตเกียว! เที่ยวได้ทุกฤดูไม่มีสะดุด
เตรียมตัวเที่ยวโตเกียวให้สนุกทุกฤดูกาล ด้วยข้อมูลสภาพอากาศล่าสุดและเคล็ดลับการท่องเที่ยวที่คุณไม่ควรพลาด
8 กันยายน 2026
ประกันเดินทางต่างประเทศ 2569: คู่มือเลือกและเปรียบเทียบแผนที่ดีที่สุด
เลือกประกันเดินทางต่างประเทศอย่างไรให้คุ้ม ครอบคลุม และตอบโจทย์ทริปของคุณ พร้อมเคล็ดลับที่คนเดินทางบ่อยไม่เคยบอก
8 กันยายน 2026
ใบตม. ญี่ปุ่น 2569: วิธีกรอก Visit Japan Web และเอกสารเข้าเมืองล่าสุด
คู่มือกรอกใบตม. ญี่ปุ่น 2569 ฉบับอัปเดต! ทั้งแบบออนไลน์ (Visit Japan Web) และแบบฟอร์มกระดาษ พร้อมลิสต์เอกสารและสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนบิน
8 กันยายน 2026

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการท่องเที่ยวมัตสึโมโตะ

คำจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำโดยผู้ร่วมสร้างเนื้อหารายบุคคลหรือแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม ในกรณีที่มีความผิดพลาดเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดติดต่อเราและเราจะลบเนื้อหาทันที

คู่มือเที่ยวมัตสึโมโตะ ฉบับสมบูรณ์ ปี 2569

Jellybb

Jellybb

นักเขียนบล็อกท่องเที่ยว

ดูโปรไฟล์

นักเขียนที่มีความสุขกับการออกเดินทางและการค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ เราชอบเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม แล้วนำมาเล่าต่อผ่านรีวิว พร้อมแชร์ทริกจากประสบการณ์จริง หวังว่ารีวิวของเราจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครสักคนอยากออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ เหมือนที่เราได้เจอ

77 บทความ
นักท่องเที่ยวอิสระ เที่ยวจีน เที่ยวไทย
> >
เที่ยวมัตสึโมโตะ