
เตรียมตัวบินกับสายการบินเอมิเรตส์ (Emirates) อย่าลืมเช็กกฎกระเป๋าล่าสุดก่อนเดินทาง Trip.com สรุปข้อมูลสำคัญให้ครบ ทั้งน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ค่าธรรมเนียมน้ำหนักเกิน รวมถึงสิทธิ์สัมภาระสำหรับเด็กและผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ช่วยให้คุณวางแผนได้ง่าย บินได้สบายใจยิ่งขึ้น
เช็กด่วน! กฎน้ำหนักสัมภาระ Emirates (โหลดใต้เครื่อง vs ถือขึ้นเครื่อง)
นโยบายสัมภาระของสายการบินเอมิเรตส์ (Emirates) จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ เกณฑ์น้ำหนัก (Weight Concept) และเกณฑ์จำนวนชิ้น (Piece Concept) โดยเงื่อนไขการใช้งานจะขึ้นอยู่กับเส้นทางบินและชั้นโดยสารที่คุณเลือกเดินทาง
แนะนำให้ตรวจสอบตั๋วโดยสารของคุณก่อนจัดกระเป๋า เพื่อดูว่าใช้เกณฑ์น้ำหนักหรือจำนวนชิ้น จะได้วางแผนได้ถูกต้องและไม่เสียค่าปรับหน้างาน
นโยบายสัมภาระแบบน้ำหนัก
ระบบนี้ใช้กับเส้นทางบินส่วนใหญ่ของเอมิเรตส์ (ยกเว้นเที่ยวบินไป–กลับทวีปอเมริกาและแอฟริกา) น้ำหนักกระเป๋าที่ได้จะต่างกันไปตามชั้นที่นั่ง เช่น
- ชั้นประหยัด ได้ประมาณ 20–35 กก. แล้วแต่ประเภทตั๋ว
- ชั้นประหยัดพรีเมียม ได้ 35 กก.
- ชั้นธุรกิจ ได้ 40 กก.
- ชั้นเฟิร์สคลาส ได้สูงสุด 50 กก.
กระเป๋าแต่ละใบต้องหนักไม่เกิน 32 กก. และมีขนาดรวมไม่เกิน 300 ซม. (กว้าง+ยาว+สูง) แต่ถ้าเป็นเที่ยวบินที่ออกจากสนามบินดัมมาม ขนาดรวมต้องไม่เกิน 215 ซม.
นโยบายสัมภาระแบบจำนวนชิ้น
ระบบนี้จะใช้กับเที่ยวบินที่เดินทางไป–กลับทวีปอเมริกาและแอฟริกา โดยนับจำนวนกระเป๋าเป็นหลัก
- ชั้นประหยัด โหลดได้ 1–2 ใบ ใบละไม่เกิน 23 กก.
- ชั้นประหยัดพรีเมียม โหลดได้ 2 ใบ ใบละ 23 กก.
- ชั้นธุรกิจ และชั้นหนึ่ง โหลดได้ 2 ใบ ใบละไม่เกิน 32 กก.
กระเป๋าแต่ละใบต้องมีขนาดรวมไม่เกิน 150 ซม. ถ้าใหญ่กว่านี้แต่ยังไม่เกิน 300 ซม. จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มก่อนโหลด
กฎระเบียบสัมภาระพกพาและกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง สายการบินเอมิเรตส์
สัมภาระถือขึ้นเครื่อง แยกตามชั้นที่นั่ง
ใครบินกับเอมิเรตส์ เรื่องกระเป๋าถือขึ้นเครื่องขอสรุปให้เข้าใจง่ายแบบนี้เลย
- ชั้นประหยัด นำขึ้นเครื่องได้ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 7 กก. ขนาดไม่เกิน 55 × 38 × 22 ซม.
- ชั้นประหยัดพรีเมียม ได้ 1 ใบเหมือนกัน แต่ให้น้ำหนักเพิ่มเป็นไม่เกิน 10 กก.
- ชั้นธุรกิจ / ชั้นหนึ่ง นำขึ้นเครื่องได้ 2 ชิ้น คือ กระเป๋าถือ 1 ใบ (ไม่เกิน 7 กก.) และกระเป๋าเอกสารหรือกระเป๋าใส่ชุดสูทอีก 1 ใบ
ข้อกำหนดพิเศษที่ควรรู้
บางเส้นทางมีกฎเฉพาะ ต้องเช็กก่อนบินเล็กน้อย
- เดินทางจากบราซิล สามารถนำสัมภาระถือขึ้นเครื่องได้สูงสุด 10 กก.
- ขึ้นเครื่องที่อินเดีย ขนาดกระเป๋าถือทั้งหมดรวมกัน ต้องไม่เกิน 115 ซม.
กฎการนำสินค้าปลอดภาษีขึ้นเครื่อง
ผู้โดยสารทุกชั้นที่นั่งสามารถนำสินค้าปลอดภาษี เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือน้ำหอม ติดตัวขึ้นเครื่องได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่มีจุดที่ต้องระวังนิดหนึ่ง
- ของเหลวทุกชนิดต้องเป็นไปตามกฎความปลอดภัยของสนามบิน
- ของเหลวที่เกิน 100 มล. ต้องใส่ถุงพลาสติกใสแบบปิดสนิท
การจัดเก็บสัมภาระพกพาบนเครื่อง
กระเป๋าถือขึ้นเครื่องต้องเก็บให้ถูกจุด โดยสามารถวางได้ที่
- ใต้ที่นั่งด้านหน้า หรือ
- ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ
ส่วนจุดที่ ห้ามวางเด็ดขาด คือ บริเวณวางขา, ทางเดิน, ทางออกฉุกเฉิน
ทิปเล็กๆ สำหรับนักเดินทาง:
อย่าลืมเก็บใบเสร็จทุกครั้งเมื่อซื้อสินค้าปลอดภาษี และเผื่อเวลาผ่านด่านตรวจความปลอดภัยให้พอ โดยเฉพาะถ้ามีของเหลว แนะนำให้ซื้อที่จุดเปลี่ยนเครื่องสุดท้ายหรือที่ปลายทาง จะช่วยลดปัญหาจุกจิกตอนต่อเครื่องได้เยอะเลย
วิธีซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม Emirates และราคาค่าปรับส่วนเกิน
ถ้าน้ำหนักกระเป๋าที่ได้ตามตั๋วยังไม่พอ ไม่ต้องกังวล เพราะคุณสามารถซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่มกับเอมิเรตส์ได้หลายวิธี เลือกให้เหมาะกับแผนเดินทางของตัวเองได้เลย
วิธีเพิ่มน้ำหนักสัมภาระ
- จองออนไลน์ล่วงหน้า คุ้มที่สุด เพราะได้ส่วนลดประมาณ 50–60% เมื่อซื้อผ่านเว็บไซต์ทางการ อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง
- ซื้อที่สนามบิน สะดวกแต่ราคาจะสูงกว่า และต้องชำระเป็นเงินสกุลท้องถิ่น
- สมาชิก Skywards ใครถือบัตรระดับ Gold หรือ Platinum จะได้สิทธิ์น้ำหนักกระเป๋าเพิ่มฟรีตามเงื่อนไขสมาชิก
ค่าสัมภาระส่วนเกินโดยประมาณ
- ระบบคิดตามน้ำหนัก อยู่ที่ประมาณ 15–50 USD หรือประมาณ 470 – 1,570 บาทต่อกิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเส้นทางบิน)
- ระบบคิดตามจำนวนชิ้น อยู่ที่ประมาณ 100–300 USD หรือประมาณ 3,150 – 9,450 บาทต่อชิ้น (ขึ้นอยู่กับเส้นทางบินเช่นกัน)
ตารางอัตราค่าธรรมเนียมน้ำหนักสัมภาระส่วนเกิน
ต้นทาง \ ปลายทาง | ตะวันออกกลาง / เอเชียใต้ | แอฟริกา | ภูมิภาคตะวันออกไกล | ยุโรป* | ออสเตรเลีย / นิวซีแลนด์ |
ตะวันออกกลาง / เอเชียใต้ | 15 USD (≈ 470 บาท) | 25 USD (≈ 790 บาท) | 25 USD (≈ 790 บาท) | 25 USD (≈ 790 บาท) | 40 USD (≈ 1,260 บาท) |
ภูมิภาคตะวันออกไกล | 25 USD (≈ 790 บาท) | 30 USD (≈ 950 บาท) | 15 USD (≈ 470 บาท) | 30 USD (≈ 950 บาท) | 30 USD (≈ 950 บาท) |
ยุโรป* | 25 USD (≈ 790 บาท) | 30 USD (≈ 950 บาท) | 30 USD (≈ 950 บาท) | 40 USD (≈ 1,260 บาท) | 50 USD (≈ 1,570 บาท) |
ออสเตรเลีย / นิวซีแลนด์ | 40 USD (≈ 1,260 บาท) | 50 USD (≈ 1,570 บาท) | 30 USD (≈ 950 บาท) | 50 USD (≈ 1,570 บาท) | 15 USD (≈ 470 บาท) |
*หมายเหตุ: เส้นทางไป–กลับ ลาร์นากา และ มอลตา จะคิดค่าบริการเพียง 15 USD หรือประมาณ 470 บาทต่อกิโลกรัม
การจัดการสัมภาระพิเศษของสายการบินเอมิเรตส์
ถ้าคุณมีสัมภาระที่ไม่ใช่กระเป๋าทั่วไป เอมิเรตส์ก็มีแนวทางรองรับไว้ชัดเจน ลองเช็กแต่ละประเภทก่อนแพ็ก จะได้ไม่พลาดหน้างาน
- อุปกรณ์กีฬา
อุปกรณ์กีฬาส่วนใหญ่สามารถโหลดรวมอยู่ในน้ำหนักสัมภาระมาตรฐานได้เลย แต่ถ้าเป็นจักรยาน แนะนำให้แจ้งสายการบินล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมการขนส่งให้เรียบร้อย - เครื่องดนตรี
สามารถเลือกได้ทั้งนำขึ้นเครื่องหรือโหลดใต้ท้องเครื่องตามขนาด ถ้าเป็นเครื่องดนตรีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ จำเป็นต้องซื้อที่นั่งเพิ่ม เพื่อให้วางบนเครื่องได้อย่างปลอดภัย - สัตว์เลี้ยง
เอมิเรตส์ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขึ้นห้องโดยสารโดยตรง ต้องขนส่งในรูปแบบ Cargo เท่านั้น โดยมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 500–800 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 15,800 – 25,000 บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) (ขึ้นอยู่กับประเภทและเส้นทางบิน) - ของใช้สำหรับเด็ก
ข่าวดีสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก สามารถโหลดรถเข็นเด็กและคาร์ซีทแบบตะกร้าใต้ท้องเครื่องได้ฟรี ไม่คิดรวมกับน้ำหนักสัมภาระหลัก
ข้อควรระวังสำคัญ
ห้ามนำอุปกรณ์เคลื่อนที่ไฟฟ้า พลุ ดอกไม้ไฟ และวัตถุอันตรายทุกชนิดขึ้นเครื่องบินเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคน
สรุปสั้นๆ คือ ถ้ามีสัมภาระพิเศษ แนะนำให้เช็กรายละเอียดและแจ้งสายการบินล่วงหน้า จะช่วยให้วันเดินทางราบรื่น ไม่ต้องแก้ปัญหาหน้าประตูขึ้นเครื่อง
วิธีจัดการและเคลมกระเป๋าเดินทางล่าช้าหรือชำรุดกับสายการบินเอมิเรตส์
กระเป๋าเดินทางดีเลย์ ต้องทำยังไงดี?
ถ้าลงเครื่องแล้วกระเป๋ายังไม่มา อย่าเพิ่งตกใจ ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย
- รีบแจ้งทันทีที่สนามบิน เดินไปที่เคาน์เตอร์บริการสัมภาระ แล้วแจ้งปัญหากับเจ้าหน้าที่ เพื่อขอใบรายงานความผิดปกติของสัมภาระ หรือที่เรียกว่า PIR เก็บไว้ให้ดี
- ติดตามสถานะออนไลน์ ใช้หมายเลข PIR เข้าไปเช็กสถานะกระเป๋าผ่านเว็บไซต์ทางการของสายการบิน จะรู้ความคืบหน้าได้ตลอด
สายการบินดำเนินการอย่างไรบ้าง
หลังจากรับเรื่องแล้ว สายการบินจะเริ่มค้นหากระเป๋าให้ทันที
- ภายใน 7 วันแรก จะตรวจสอบข้อมูลจากสนามบินต่างๆ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- หากเกิน 7 วัน จะขยายการค้นหาให้กว้างขึ้น และอาจติดต่อคุณเพื่อขอรายละเอียดกระเป๋าเพิ่มเติม เช่น สี ขนาด หรือสติ๊กเกอร์ที่ติดไว้
ข้อควรรู้ที่ช่วยให้ตามกระเป๋าเจอเร็วขึ้น
- เก็บ Boarding Pass และแท็กติดกระเป๋าไว้ให้ครบ
- จดหรือจำลักษณะเด่นของกระเป๋าไว้ เช่น สีสด ลายสติ๊กเกอร์ หรือสายรัด
- ระหว่างนี้สายการบินจะคอยอัปเดตความคืบหน้าให้คุณเป็นระยะ
ใจเย็นไว้นิดหนึ่ง เพราะโดยทั่วไปกระเป๋าที่มาช้าส่วนใหญ่มักถูกตามพบ และจัดส่งคืนให้เจ้าของภายในไม่กี่วัน ถือเป็นเหตุการณ์ที่เจอได้ แต่แก้ไขได้แน่นอน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระเป๋า Emirates Airlines
น้ำหนักกระเป๋าโหลดของ Emirates จำกัดเท่าไหร่?
น้ำหนักกระเป๋าโหลดของ Emirates จะขึ้นอยู่กับชั้นโดยสารและเส้นทางบินที่คุณเลือก โดยทั่วไปจะเป็นแบบนี้
- ชั้นประหยัด (Economy Class) โหลดได้สูงสุดประมาณ 30 กก.
- ชั้นธุรกิจ (Business Class) โหลดได้สูงสุด 40 กก.
- ชั้นหนึ่ง (First Class) โหลดได้สูงสุด 50 กก.
แต่สำหรับบางเส้นทาง เช่น สหรัฐอเมริกาและแคนาดา จะใช้ระบบนับตามจำนวนชิ้น (Piece Concept) ซึ่งผู้โดยสารชั้นประหยัดสามารถโหลดได้ 2 ใบ ใบละไม่เกิน 23 กก.สัมภาระถือขึ้นเครื่องของ Emirates จำกัดขนาดเท่าไหร่?
- ผู้โดยสารชั้นประหยัด นำกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 7 กก. ขนาดไม่เกิน 55 × 38 × 20 ซม.
- ผู้โดยสารชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่ง นำขึ้นเครื่องได้ 2 ใบ (เช่น กระเป๋าถือ + กระเป๋าเอกสาร) โดยน้ำหนักรวมต้องไม่เกิน 12 กก.
หากกระเป๋าเกินน้ำหนัก Emirates คิดค่าปรับอย่างไร?
หากกระเป๋าเกินน้ำหนักหรือเกินจำนวนที่กำหนด Emirates จะคิดค่าธรรมเนียมตาม เส้นทางบินและระบบที่ใช้ในเที่ยวบินนั้น บางเส้นทางคิดเป็นต่อกิโลกรัม บางเส้นทางคิดเป็นต่อชิ้นสัมภาระ ถ้ารู้ล่วงหน้าว่ากระเป๋าอาจเกิน แนะนำให้ซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่มผ่านระบบออนไลน์ก่อนเดินทาง จะถูกกว่าซื้อที่สนามบินค่อนข้างเยอะ และไม่ต้องลุ้นราคาหน้างาน



