โอซาก้าเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ปราสาทโอซาก้าเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ขณะที่ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน มอบความสนุกสนานและความตื่นเต้นของยุคสมัยใหม่ สองฝั่งถนนของย่านโดทงโบริเรียงรายไปด้วยป้ายไฟนีออน รวมไปถึงแลนด์มาร์คที่คุ้นตากันดีอย่างป้าย 'กูลิโกะแมน' ร้านอาหารที่คึกคักและย่านช้อปปิ้งอย่างอุเมดะและนัมบะก็สะท้อนสีสันและความสนุกสนานของภูมิภาคคันไซได้เป็นอย่างดี โอซาก้าเป็นจุดหมายปลายทางในญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์จัดจ้านไม่เหมือนใคร
1. เดินชมบรรยากาศยามค่ำคืน เดินเล่นริมคลองในย่านโดทงโบริและถ่ายรูปกับป้ายไฟกูลิโกะแมน ช่วงกลางคืนถือเป็นเวลาที่คึกคักที่สุด สองริมถนนเรียงรายไปด้วยร้านอาหารอร่อยๆ และมุมถ่ายรูปพิกัดดังๆ ตั้งอยู่ใกล้กันคือแหล่งช้อปปิ้งย่านชินไซบาชิที่มีร้านขายเสื้อผ้า ร้านเครื่องสำอางค์ และของทานเล่นมากมาย อย่าลืมแวะมาเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศอันครึกครื้นหลังพระอาทิตย์ตกดินของโอซาก้ากัน 2. ย้อนรอยประวัติศาสตร์ของโอซาก้า การขึ้นชมวิวเมืองจากยอดปราสาทโอซาก้านั้นเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด บรรยากาศจะสวยงามเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ผลิเมื่อดอกบ๊วยบานสะพรั่งเต็มที่ นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอซาก้าที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ยังนำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของโอซาก้าแบบเรียงลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ชั้น 10 ของพิพิธภัณฑ์ คุณจะสามารถชมวิวปราสาทโอซาก้าได้อย่างชัดเจน แนะนำให้เข้าชมในช่วงเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด 3. สำรวจโลกใต้ทะเลและหมู่บ้านท่าเรือริมอ่าว แวะชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง ที่นี่มีการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำในหลากหลายโซน เช่น โซนมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีฉลามวาฬแหวกว่าย โซนป่าแห่งญี่ปุ่นที่มีตัวนากสุดน่ารักท่ามกลางมอสและพรรณไม้เขียวชอุ่ม หมู่บ้านท่าเรือเทมโปซานที่เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็มีวิวอ่าวโอซาก้า และชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ให้เพลิดเพลิน 4. ชมวิวเมืองจากมุมสูง หากคุณอยากชมวิวพระอาทิตย์ตกสวย ๆ ที่รายล้อมไปด้วยภูเขา แนะนำให้ขึ้นไปชั้น 60 ของตึกอาเบโนะ ฮารุกัส จุดชมวิวอีกแห่งที่สวยไม่แพ้กันคือตึกอุเมดะสกาย แนะนำไปตอนเย็นเพื่อแสงสวย ๆ และเตรียมเสื้อกันลมไว้ด้วย 5. เพลิดเพลินกับเครื่องเล่นในสวนสนุก ไปสนุกจนลืมเวลากันที่ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ สำรวจโลกผู้วิเศษของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ชมความน่ารักของเหล่ามินเนียน และเข้าไปเก็บเหรียญเพื่ออัพเลเวลแบบมาริโอที่ซูเปอร์นินเทนโดเวิลด์ สวนสนุกยอดนิยมอีกแห่งอย่างฮิราคาตะปาร์คเป็นสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในโอซาก้า ถือเป็นที่รักของชาวคันไซมาอย่างเนิ่นนาน แนะนำให้จองตั๋วสำหรับวันธรรมดาเพื่อเลี่ยงคนเยอะ และเข้าตั้งแต่ 9 โมงเช้าเพื่อเก็บครบทุกเครื่องเล่น 6. ค้นหาความสงบในวัด เดินชมวัดชิเทนโนจิซึ่งเป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีเจดีย์และทางเดินบริเวณวัดที่เงียบสงบ ส่วนศาลเจ้าสุมิโยชิไทฉะมีสะพานโค้งสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ศาลเจ้าชินโตแห่งนี้เป็นสมบัติของชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นศรัทธา ใกล้ๆกันยังมีร้านชุดกิโมโนให้เช่าอีกด้วย แนะนำไปช่วงเช้าเพื่อบรรยากาศที่สงบ 7. เฉลิมฉลองเทศกาลริมแม่น้ำ เข้าร่วมเทศกาลเทนจินมัตสึริในเดือนกรกฎาคม ชมสีสันของการแสดงดอกไม้ไฟและเรือประดับโคมที่แล่นผ่านแม่น้ำโอกาวะ สวนสาธารณะนากะโนะชิมะเป็นที่นิยมสำหรับการปิกนิกหลังเทศกาล แนะนำให้ไปช่วงบ่ายแก่ๆ เพื่อจับจองที่นั่งดี ๆ ริมน้ำ 8. ซอกแซกในถนนคนเดินและตรอกของอร่อย เริ่มต้นวันใหม่ด้วยซาชิมิสด ๆ และวัตถุดิบจากอาหารทะเลสดใหม่ที่ตลาดคุโรมง หรือที่รู้จักกันดีว่าตลาดปลาโอซาก้า ที่ตรอกอุระนัมบะในช่วงค่ำจะหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นของอิซากายะและคุชิคัตสึที่นิยมทานเป็นกับแกล้มคู่กับเหล้าสาเก ตลาดปลาเปิดให้บริการตั้งแต่เช้าช่วงประมาณ 8-9 โมง ส่วนตรอกอุระนัมบะจะเริ่มคึกคักหลัง 2 ทุ่ม 9. พักผ่อนหย่อนใจกับธรรมชาติ มุ่งสู่น้ำตกมิโนบนเส้นทางที่มีต้นสนซีดาร์เรียงราย ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามที่สุด และระหว่างทางคุณจะเห็นร้านขายเกาลัดคั่วที่ตั้งอยู่เป็นระยะ สวนเทนโนจิเปรียบเสมือนโอเอซิสกลางเมืองโอซาก้า ที่นี่เป็นที่ตั้งสวนสัตว์เทนโนจิและสวนเคทาคุเอ็ง ซึ่งเป็นสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมอีกด้วย การเดินทางไปมิโนจากอุเมดะด้วยรถไฟใช้เวลาไม่นาน ช่วงใบไม้ร่วงเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการเยี่ยมชม 10. ช้อปปิ้งหลากสไตล์ เดินเล่นแถวหมู่บ้านอเมริกาหรือที่ชาวท้องถิ่นเรียกกันว่าอาเมะมุระ ย่านนี้ถือเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นของโอซาก้า เต็มไปด้วยร้านค้าที่จำหน่ายเสื้อผ้าสไตล์ฝรั่งและสินค้านำเข้าจากฝั่งตะวันตก ย่านโฮริเอะก็มีกลิ่นอายแฟชั่นและบาร์ชิลล์ ๆ ควรพกเงินสดติดตัวเผื่อซื้อของที่ระลึก 11. ซึมซับวัฒนธรรมเบสบอลและกีฬาแห่งตำนาน สัมผัสบรรยากาศสนามโคชิเอ็งที่เป็นจุดเริ่มต้นของนักเบสบอลชื่อดังมากมาย ชมการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นโดยเฉพาะในฤดูแข่งเบสบอลระดับมัธยมช่วงฤดูใบไม้ผลิอย่าง Spring Koshien ที่เสียงเชียร์กึกก้องไปทั้งสนาม ใกล้กันคือสวนบัมปาคุคิเน็นโคเอ็ง ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานของงานมหกรรมโลกที่ญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งมุมที่เงียบสงบของประวัติศาสตร์กีฬาแห่งโอซาก้า
โอซาก้าถ่ายทอดสเน่ห์ของภูมิภาคคันไซผ่านสถานที่ทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตอันมีชีวิตชีวา นี่คือเหตุผลว่าทำไมสถานที่สำคัญทั้ง 5 แห่งนี้จึงควรค่าแก่การมาเยือน
อาหารของโอซาก้านำเสนอรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมการทำอาหารอันยาวนานของเมือง นี่คือส่วนหนึ่งของรสชาติท้องถิ่นแห่งโอซาก้า
สนามบินนานาชาติคันไซ (KIX): สนามบินคันไซห่างจากสถานีโอซาก้าประมาณ 70 นาทีโดยรถด่วน JR Haruka หรือ 35 นาทีถึงนัมบะด้วยสายนันไก แม้จะอยู่ไกลแต่การเดินทางสะดวกและรวดเร็ว สถานีโอซาก้า: ศูนย์กลางรถไฟของโอซาก้า ตั้งอยู่ในย่านอุเมดะ หากเดินทางจากโตเกียว รถชินคันเซ็นใช้เวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมงถึงสถานีชินโอซาก้า จากนั้นต่อรถไปสถานีโอซาก้าได้สะดวก สนามบินอิตามิ (ITM): สนามบินอิตามิให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศ และอยู่ห่างจากอุเมดะเพียงประมาณ 15 นาทีโดยรถไฟ เป็นสนามบินที่ใกล้ตัวเมืองที่สุด เหมาะสำหรับการเดินทางภายในประเทศ
โอซาก้าเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาในญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สถานบันเทิงยามค่ำคืนที่มีสีสัน และอาหารริมทางแสนอร่อย ที่พักของเมืองนี้กระจายอยู่ทั่วเขตต่างๆ ซึ่งแต่ละแห่งมอบประสบการณ์และความสะดวกสบายที่ไม่เหมือนใครสำหรับนักเดินทาง
โอซาก้าโดดเด่นที่สุดในฤดูใบไม้ร่วง แนะนำให้มาเยือนระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศเย็นสบายและใบไม้เปลี่ยนสีเพิ่มความสดใสให้กับบรรยากาศ ไม่ร้อนเหมือนหน้าร้อน และคนก็ไม่แน่นหนาเหมือนหน้าซากุระในฤดูใบไม้ผลิ คุณจะหลีกเลี่ยงความวุ่นวายในช่วงโกลเด้นวีค ได้ที่พักในราคาที่ถูกลง และสามารถเดินเล่นในเมืองที่เงียบสงบขึ้น ฤดูนี้เหมาะสำหรับการเดินเล่นที่โดทงโบริหรือปีนเขาที่มิโน ส่วนฤดูหนาวก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน คุณสามารถอิ่มอร่อยกับปูทะเลสดๆ และเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่มีผู้คนบางตากว่าช่วงอื่นๆ
1.จอง USJ ล่วงหน้า ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน (USJ) มักจะเต็มเร็ว โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ตั๋วและ Fast Pass ขายหมดไว ควรจองทางออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงคิวยาว 2. พกถุงขยะติดตัว ควรพกถุงขยะติดตัวเนื่องจากถังขยะสาธารณะในญี่ปุ่นมีน้อยมาก ที่นี่จัดประเภทขยะเป็นขยะเผาได้ ขยะเผาไม่ได้ และขยะรีไซเคิลอีกสองประเภท ห้ามทิ้งขยะไม่เป็นที่เนื่องจากผิดกฎหมาย หากไม่ได้พกถุงขยะไป สามารถทิ้งขยะได้ที่ถังขยะในบริเวณสถานีรถไฟหรือร้านสะดวกซื้อ 3. ยืนฝั่งขวาของบันไดเลื่อน ที่โอซาก้า การใช้บันไดเลื่อนมีกฎที่แตกต่างจากโตเกียว โดยที่โอซาก้า คุณควรยืนด้านขวาและปล่อยให้ด้านซ้ายสำหรับผู้ที่ต้องการเดินผ่าน ซึ่งต่างจากโตเกียวที่ผู้คนยืนด้านซ้าย การปฏิบัติตามระเบียบนี้ช่วยให้การเดินทางสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน หากไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกมองและวิพากษ์วิจารณ์ได้ 4. พกเงินสดไว้เสมอ ตลาดปลาและร้านอาหารข้างทางในโดทงโบริมักไม่รับบัตรเครดิต ดังนั้นการมีเงินสดติดตัวจึงเป็นสิ่งจำเป็น คุณสามารถใช้ตู้ ATM ของ 7-Eleven เพื่อกดเงินสดได้ นอกจากนี้ เงินเหรียญยังมีประโยชน์สำหรับการขึ้นรถบัสและซื้อของกินเล็กๆน้อยๆ อีกด้วย ร้านอาหารเล็กๆ ริมทางบางแห่งรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น 5. ตรวจสอบภาษีโรงแรม สำหรับโรงแรมที่มีราคาห้องพักสูงกว่าระดับที่กำหนด อาจมีการเก็บภาษีเพิ่มเติมเล็กน้อย ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าภาษีนี้ได้รวมอยู่ในราคาตอนจองแล้วหรือจะต้องจ่ายเพิ่มเมื่อเช็คอิน 6. หลีกเลี่ยงช่วงคนแน่น ช่วงสัปดาห์ทองในปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม สถานที่ท่องเที่ยวอย่างปราสาทโอซาก้าและสถานีรถไฟจะมีความแออัดมากโดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน ควรเดินทางในช่วงก่อนหรือหลังวันหยุดยาว หรือเลือกเดินทางในช่วงบ่ายเพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น 7. ซื้อ Osaka Metro Pass บัตร Osaka Metro Pass ใช้ขึ้นรถไฟใต้ดินไม่จำกัดรอบ พร้อมส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยว เช่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง สามารถหาซื้อได้ที่สถานีรถไฟใต้ดิน คุ้มมากสำหรับคนที่มีแพลนเที่ยวหลายที่ 8. ระวังมิจฉาชีพในย่านดังอย่างโดทงโบริ ย่านดังอย่างโดทงโบริ มักมีคนที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าบาร์หรือร้านนวด ซึ่งบางแห่งถือว่าเป็นมิจฉาชีพที่มีค่าบริการแอบแฝง ควรปฏิเสธแล้วเดินต่อ และอย่าเดินตามคนแปลกหน้าเข้าซอย 9. สอบถามค่าธรรมเนียมที่นั่งให้ดี บางร้านอาหารหรือบาร์อาจคิดค่าธรรมเนียมที่นั่งเพิ่มเติม โดยอาจมาพร้อมกับของของเล่นเล็กๆ ที่ไม่ได้สั่ง โปรดถามให้แน่ใจก่อนนั่งว่ามีค่าบริการเพิ่มเติมหรือไม่ 10. ระวังเลนจักรยาน ทางเท้าในโอซาก้ามักมีจักรยานวิ่งเยอะโดยเฉพาะย่านคิตะและนัมบะ แนะนำให้เดินบนทางเท้า และอย่าเดินล้ำเข้าเลนจักรยาน
ใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสื่อสาร แต่คนท้องถิ่นนิยมใช้สำเนียงโอซาก้าในการพูดคุย ภาษาอังกฤษแพร่หลายมากขึ้นในสถานที่ท่องเที่ยว มีป้ายสองภาษาเป็นส่วนใหญ่ แนะนำให้ดาวน์โหลดแอปแปลภาษาเพื่อการสื่อสารที่สะดวกสบายขึ้น







