

ตอบทุกข้อสงสัย ที่ควรรู้เกี่ยวกับ JR rail pass


มัดรวมการเดินทางด้วย JR Rail Pass เที่ยวทั่วญี่ปุ่นด้วยบัตรเดียว การเที่ยวญี่ปุ่นนั้น “การเดินทาง” ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากไม่ได้เตรียมตัวหรือวางแผนล่วงหน้า ก็อาจทำให้หลงทางหรือเสียเวลาไปไม่น้อย การเตรียมตัวเรื่องการเดินทางจึงเป็นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่น แต่รวมถึงการท่องเที่ยวทุกประเทศ เพื่อให้ทริปนี้ราบรื่นและไม่เสียเวลาโดยไม่จำเป็น สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่น และสนใจซื้อ JR Rail Pass แต่ยังมีข้อสงสัยหรือคำถามต่าง ๆ บทความนี้ Trip.com จะช่วยตอบทุกเรื่องที่ควรรู้ เพื่อให้การเดินทางนั้นง่ายขึ้น และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นค่ะ
JR rail pass คืออะไร
JR Rail Pass คือบัตรโดยสารที่กลุ่มบริษัท JR ทั้ง 6 แห่งร่วมกันจัดทำขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยช่วยให้สามารถนั่งรถไฟในเครือ JR ได้แบบไม่จำกัดภายในระยะเวลาที่กำหนด บัตร JR Rail Pass มีทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ แบบ Green Car (ตู้ชั้นหนึ่ง) และแบบ Ordinary (ตู้ธรรมดา) โดยแต่ละประเภทจะแบ่งระยะเวลาใช้งานเป็น 7 วัน 14 วัน และ 21 วันค่ะ
JR Rail Pass ครอบคลุมการเดินทางอะไรบ้าง
JR Rail Pass เป็นบัตรโดยสารสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางไม่เกิน 90 วัน โดยผู้ถือบัตรสามารถใช้บริการรถไฟในเครือ JR ได้ถึง 6 แห่ง ได้แก่
- JR Hokkaido
- JR East
- JR Central
- JR West
- JR Shikoku
- JR Kyushu
นักท่องเที่ยวสามารถใช้โดยสารรถไฟ JR ได้ทั่วประเทศ รวมถึงรถไฟชินคันเซ็นเกือบทุกขบวน (ขบวน Nozomi และ Mizuho มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม) รถด่วนพิเศษ (Limited Express) รถด่วน (Express) รถเร็ว (Rapid) และรถไฟธรรมดา (Local) นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการรถบัสของ JR และเรือเฟอร์รี่ JR Miyajima ได้โดยไม่จำกัดเที่ยวอีกด้วย เรียกได้ว่า จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางหลายเมืองในญี่ปุ่น และช่วยให้เที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้นเลยทีเดียว

รูปภาพจาก: https://japanrailpass.net/
โดย JR Pass สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
1. JR All Area Pass - ใช้เดินทางได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น
2. JR Regional Pass - พาสเฉพาะภูมิภาค
- JR Hokkaido โซนฮอกไกโดทั้งหมด
- JR East โซนคันโต โทโฮคุ (โตเกียว เซนได รวมไปถึงบริเวณทะเลสาบคาวากุชิโกะ)
- JR Central โซนจูบุ (นาโกย่า)
- JR West โซนคันไซ ชูโกกุ (โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ )
- JR Shikoku โซนเกาะชิโกกุ
- JR Kyushu โซนคิวชู (ฟุกุโอกะ)
เที่ยวญี่ปุ่น
ใครที่สามารถใช้ JR rail pass ได้
JR rail pass เป็นบัตรสำหรับ “นักท่องเที่ยวชั่วคราว” ที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น ชาวญี่ปุ่น รวมถึงผู้ที่ทำงานในประเทศญี่ปุ่นจะไม่สามารถใช้บัตรนี้ได้
JR Rail Pass มีกี่แบบ? เปรียบเทียบทุกประเภทก่อนตัดสินใจซื้อ
ประเภท JR Pass | พื้นที่ครอบคลุม | เหมาะกับใคร |
JR All Area Pass | ใช้ได้ทั่วญี่ปุ่น | เดินทางหลายเมือง / ข้ามภูมิภาค |
JR Regional Pass JR Hokkaido JR East JR Central JR West JR Shikoku JR Kyushu |
ฮอกไกโด คันโต โทโฮคุ โซนจูบุ คันไซ ชูโกกุ ชิโกกุ คิวชู |
เที่ยวซัปโปโร โอตารุ ฟุราโนะ ฮาโกดาเตะ เที่ยวโตเกียว / เมืองรอบ ๆ เที่ยวทาคายามะ / ภูเขาไฟฟูจิ เที่ยวโอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ ฮิโรชิมะ เที่ยวทาคามัตสึ มัตสึยามะ เที่ยวฟุกุโอกะ คุมาโมโตะ เบปปุ คาโกชิมะ |
JR All Area Pass แบบทั่วประเทศเหมาะกับใคร?
JR All Area Pass เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางหลายเมือง หรือข้ามภูมิภาคภายในทริปเดียว เช่น เส้นทางยอดฮิตอย่าง โตเกียว-โอซาก้า-ฮิโรชิมะ-ฟุกุโอกะ ซึ่งพาสประเภทนี้มีระยะเวลาให้เลือกแบบ 7 วัน 14 วัน และ 21 วัน จึงเรียกได้ว่าคุ้มค่ามากสำหรับใครที่ต้องเดินทางระยะไกล ต้องการความสะดวกแบบไม่ต้องซื้อตั๋วแยกหลายครั้งค่ะ
JR Regional Pass ตัวเลือกสำหรับการท่องเที่ยวเฉพาะภูมิภาค
ตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนท่องเที่ยวในพื้นที่เฉพาะ แต่ละประเภทจะครอบคลุมเส้นทางในภูมิภาคนั้น ๆ โดยตรงค่ะ
- JR Hokkaido Pass ครอบคลุมพื้นที่ฮอกไกโด เหมาะสำหรับเที่ยวซัปโปโร โอตารุ ฟุราโนะ และฮาโกดาเตะ
- JR East Pass ครอบคลุมคันโตและโทโฮคุ เช่น โตเกียว เซนได นากาโนะ และนีงาตะ
- JR Central ครอบคลุมโซนจูบุ เช่น นาโกย่า ทาคายามะ และพื้นที่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ
- JR West Pass ครอบคลุมคันไซและชูโกกุ เช่น โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ และฮิโรชิมะ
- JR Shikoku Pass ครอบคลุมพื้นที่ชิโกกุ เช่น ทาคามัตสึ มัตสึยามะ และโคจิ
- JR Kyushu Pass ครอบคลุมเกาะคิวชู เช่น ฟุกุโอกะ คุมาโมโตะ เบปปุ และคาโกชิมะ
นอกจากนี้ยังมีพาสเฉพาะเส้นทางหรือระยะสั้นที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะจุด เช่น
- Hokuriku Arch Pass สำหรับเส้นทางโตเกียว-คันไซผ่านโฮคุริคุ
- JR TOKYO Wide Pass เหมาะสำหรับเที่ยวรอบโตเกียว เช่น คาวากุจิโกะ คารุอิซาวะ
เส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมที่ใช้ JR Rail Pass ได้อย่างคุ้มค่า
เส้นทาง Golden Route: โตเกียว-เกียวโต- โอซาก้า-ฮิโรชิม่า
เส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวไทย เหมาะกับการใช้ JR All Area Pass เพราะครอบคลุมหลายเมืองในญี่ปุ่น โดยเริ่มจากโตเกียว ต่อไปยังเกียวโต โอซาก้า และปิดท้ายที่ฮิโรชิม่าค่ะ
📌สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ
- โตเกียว: ชิบูย่า อาซากุสะ ชินจูกุ
- เกียวโต: วัดคิโยมิซุ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ อาราชิยามะ
- โอซาก้า: ปราสาทโอซาก้า ย่านโดทงโบริ
- ฮิโรชิม่า: สวนสันติภาพ มิยาจิมะ
เส้นทางภูมิภาคตะวันออก: โตเกียว-นิกโก-เซนได-อาโอโมริ
เส้นทางนี้เหมาะกับการใช้ JR East Pass ซึ่งครอบคลุมการเดินทางในโทโฮคุและรอบ ๆ โตเกียว
📌สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ
- นิกโก: กุศาลเจ้านิกโกโทโช
- เซนได: ปราสาทเซนได และอ่าวมัตสึชิมะ
- อาโอโมริ: เทศกาลอะโอโมริ เนบุตะ
เส้นทางภูมิภาคตะวันตก: โอซาก้า-เกียวโต-ฮิโรชิม่า-ฟุกุโอกะ
เส้นทางนี้เหมาะกับการใช้ JR West Pass เที่ยวญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก โดยเริ่มจากโอซาก้า เกียวโต แล้วเดินทางต่อไปยังฮิโรชิม่า จนถึงฟุกุโอกะค่ะ
📌สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ
- โอซาก้า: ยูนิเวอร์แซล
- เกียวโต: วัดทองเกียวโต ย่านกิออน
- ฮิโรชิม่า: สวนสันติภาพ มิยาจิมะ
- ฟุกุโอกะ: ฮากาตะ
JR rail pass ราคาเท่าไหร่ มีแบบไหนบ้าง?
ระยะเวลา | Green Car ตู้ชั้นหนึ่ง | Ordinary ตู้ธรรมดา |
7 วัน | 14,360 บาท | 10,260 บาท |
14 วัน | 22,570 บาท | 16,410 บาท |
21 วัน | 28,730 บาท | 20,515 บาท |
หมายเหตุ: ราคาข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับค่าเงิน ทั้งนี้ ราคาเด็กจะคิดครึ่งหนึ่งของราคาข้างต้น
ความแตกต่าง JR rail pass ระหว่าง Green Car VS Ordinary
ตู้บนรถไฟ JR ส่วนใหญ่เป็นแบบตู้ธรรมดา ขณะที่เส้นทางระยะไกลจะมีตู้ Green ผู้โดยสารที่ถือบัตร JR ประเภท Green จะสามารถใช้ได้ทั้งตู้ธรรมดาและตู้ Green โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
การจองที่นั่งใน JR rail pass
รถไฟขบวนชินคันเซ็นมีจำนวนรอบเยอะมาก ผู้ถือ JR Pass สามารถโดยสารรถไฟแบบไม่ต้องจองที่นั่งได้เลย อย่างไรก็ตาม หากอยากเสริมความมั่นใจก็สามารถแลกบัตรที่นั่งได้เหมือนกันที่สำนักงาน JR ซึ่งอยู่ภายในสถานีรถไฟ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ค่ะ
ขั้นตอนการซื้อและการใช้งาน JR rail pass

รูปภาพจาก: https://japanrailpass.net/
วิธีซื้อ JR rail pass
1. ซื้อผ่านเว็บไซต์ของ JR
สามารถซื้อผ่านเว็บไซต์ทางการ ซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน ประมาณ 04:00 - 23:30 น. ตามเวลาญี่ปุ่น และชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเป็นหลัก โดยชื่อผู้ถือบัตรต้องตรงกับชื่อผู้เดินทาง ทั้งนี้ สามารถซื้อให้ผู้เดินทางคนอื่นได้สูงสุด 6 คน/รายการ โดยต้องกรอกข้อมูลชื่อ อีเมล และหมายเลขหนังสือเดินทางของแต่ละคน วิธีนี้มีข้อดีคือ สามารถจองที่นั่งรถไฟ เช่น ชินคันเซ็น และรถไฟด่วนพิเศษได้ล่วงหน้าหลังจากซื้อสำเร็จ
2. ซื้อกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย
การซื้อ JR rail pass กับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยจะมีราคาถูกกว่าการซื้อผ่านเว็บไซต์ของ JR หรือซื้อที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ผ่าน Trip.com ได้
3. ซื้อที่สำนักงานขายตั๋ว JR ในประเทศญี่ปุ่น
นักท่องเที่ยวสามารถซื้อ JR rail pass ผ่านบริษัทรถไฟ JR ทั้ง 6 แห่งในญี่ปุ่น รวมไปถึงที่สถานีรถไฟ JR หรือจุดบริการนักท่องเที่ยว
วิธีรับ JR rail pass เมื่อไปถึงญี่ปุ่น
ผู้ที่ซื้อ JR rail pass ล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์หรือกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย จะได้รับ Exchange Order หรือเวาเชอร์ ซึ่งต้องนำไปแลกเป็น JR Rail Pass ตัวจริงที่สำนักงานขายตั๋ว JR ที่สถานี JR เท่านั้น พร้อมแสดงหนังสือเดินทาง เพียงเท่านี้ JR Rail Pass ก็พร้อมใช้งานแบบง่าย ๆ เพียงใส่ JR Rail Pass เข้าไปในช่องใส่ตั๋วสำหรับเข้า - ออกสถานี
ถาม - ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับ JR rail pass
- JR rail pass ต้องจองล่วงหน้านานแค่ไหน? : ไม่สามารถซื้อ JR rail pass ล่วงหน้าเกิน 3 เดือนก่อนวันเดินทาง เนื่องจาก Exchange Order มีอายุ 90 วัน
- JR rail pass มีวิธีการนับระยะเวลาการใช้งานอย่างไร? : ระยะเวลาการใช้งานของ JR Rail Pass จะนับเป็น “วันตามปฏิทิน” (ไม่ใช่แบบ 24 ชั่วโมง) ตัวอย่างเช่น หากเริ่มใช้งานบัตรแบบ 7 วันในเวลา 15:00 น. ของวันที่ 1 เมษายน บัตรจะหมดอายุเวลา 23:59 น. ของวันที่ 7 เมษายน
- วันรับและวันใช้งาน JR rail pass จำเป็นต้องเป็นวันเดียวหันหรือไม่? : วันที่รับและวันที่เริ่มต้นใช้ JR Pass ไม่จำเป็นต้องเป็นวันเดียวกัน สามารถเริ่มต้นใช้ JR Pass ไม่เกิน 30 วันหลังจากแลกรับพาส
บัตร JR Pass VS บัตร IC ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนดี
- JR Rail Pass - “บัตรเหมาจ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ที่สามารถใช้โดยสารรถไฟในเครือ JR ได้แบบไม่จำกัดเที่ยวภายในระยะเวลาที่กำหนด
- บัตร IC (Suica หรือ ICOCA) - บัตรเติมเงินใช้แตะเข้า - ออกรถไฟ รถไฟใต้ดิน รถบัส รวมถึงใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อได้ด้วย
บัตรทั้งสองประเภทนี้สามารถใช้ร่วมกันได้ เช่น ใช้ JR Rail Pass สำหรับเดินทางระยะไกล เช่น นั่งชินคันเซ็นระหว่างเมือง และใช้ Suica / ICOCA สำหรับการเดินทางภายในเมือง เช่น รถไฟใต้ดิน รถบัส เป็นต้น
เทคนิคการใช้ JR Rail Pass ให้คุ้มค่าที่สุด
- วางแผนเส้นทางล่วงหน้า โดยเน้นการเดินทางระยะไกลหรือข้ามเมือง
- เลือกวันเริ่มใช้งานให้ตรงกับวันใช้บริการ
- จองที่นั่งล่วงหน้า และใช้ร่วมกับบัตร IC ในเมือง
เคล็ด (ไม่) ลับ: วางแผนเส้นทางให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับ JR Rail Pass
จากประสบการณ์ของเราขอแนะนำให้จัดลำดับเมืองตามเส้นทางภูมิศาสตร์เพื่อลดการย้อนทาง /อ้อมเส้นทาง เช่น เดินทางจากโตเกียว-คันไซแล้วไปภูมิภาคอื่น รวมถึงกระจายการเดินทางระยะไกลไว้ในช่วงวันที่พาสยังใช้งานได้ ที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงการกลับเส้นทางเดิมโดยไม่จำเป็นค่ะ
ข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องรู้ก่อนใช้ JR Rail Pass
- ตรวจสอบราคาล่าสุด รวมทั้งคำนวณเรทเงินให้ดีก่อนซื้อทุกครั้ง
- วางแผนก่อนการเดินทาง และเลือกประเภทบัตรให้ตรงกับรูปแบบการเดินทาง
- JR Rail Pass ใช้โดยสารรถในเครือ JR ไม่ครอบคลุมรถไฟใต้ดิน รถบัส
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับคนถือ JR rail pass
เที่ยวนากาโน่

เริ่มต้นทริปด้วยวัดเซนโคจิ หนึ่งในวัดสำคัญของญี่ปุ่น จากนั้นชมลิงหิมะที่อุทยานลิงจิโกคุดานิ แล้วแวะชมปราสาทมัตสึโมโตะ ซึ่งเป็นปราสาทไม้เก่าแก่ หากใครมีเวลาเหลือ สามารถเดินทางต่อไปยังนิกโก้ เพื่อชมน้ำตกเคกง และอย่าลืมแวะถ่ายรูปบริเวณสะพานใกล้ศาลเจ้านิกโก้ฟุตะระซังเด็ดขาด
เที่ยวโอซาก้า

เริ่มต้นที่วัดชิเทนโนจิ วัดเก่าแก่ของญี่ปุ่น จากนั้นชมแลนด์มาร์กสำคัญอย่างปราสาทโอซาก้า และแวะดูสัตว์น่ารักที่สวนสัตว์เทนโนจิ สำหรับใครที่รักความสนุก สามารถเลือกไปเล่นเครื่องเล่นที่ Universal Studios Japan พร้อมปิดท้ายด้วยการชิมอาหารท้องถิ่นที่ตลาดคุโรมง
เที่ยวฮิโรชิม่า

เริ่มต้นด้วยทริปด้วยศาลเจ้าอิสึกุชิมะ แลนด์มาร์กชื่อดังที่ตั้งอยู่กลางทะเล จากนั้นเดินทางกลับเข้าตัวเมืองเพื่อชมสวนสันติภาพฮิโรชิม่า ต่อด้วยการแวะชม ปราสาทฮิโรชิม่า และหากมีเวลาเหลือ ปิดท้ายทริปด้วยการขอพรที่วัดโคซันจิ
เที่ยวซัปโปโร

เริ่มต้นด้วยการเที่ยวชมโรงงานช็อกโกแลตชิโรอิ โคอิบิโตะ แลนด์มาร์กยอดนิยมของฮอกไกโด จากนั้นแวะทานของอร่อยที่ตลาดนิโจ สำหรับสายบุญสามารถไปไหว้พระขอพรที่ศาลเจ้าฮอกไกโด พร้อมขึ้นชมวิวเมืองแบบพาโนรามาที่ภูเขาโมอิวะ ก่อนปิดท้ายวันด้วยการแช่ออนเซ็นผ่อนคลายความล้าที่โจซังเค ออนเซ็น
จองโรงแรมราคาถูก
บทสรุปส่งท้าย
การใช้ JR rail pass นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางแล้ว ยังสะดวกและยืดหยุ่นตามแผนเดินทางได้อีกด้วย โดยไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรโดยสารทุกครั้งที่เดินทาง และยังสามารถแวะเที่ยวระหว่างทางได้โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มเติมในเส้นทางที่ครอบคลุม นอกจากนี้ JR Rail Pass ยังให้บริการครอบคลุมเส้นทางหลักในหลายภูมิภาคของญี่ปุ่น จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง และอย่าลืมให้ Trip.com เป็นตัวช่วยในการวางแผนการเดินทางของคุณให้ง่ายและครบจบในที่เดียว
บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
JR Rail Pass มีกี่แบบ?
2 ประเภทหลัก ได้แก่ แบบทั่วประเทศและแบบเฉพาะภูมิภาคบัตร JR Rail Pass ราคาเท่าไหร่?
ราคาเริ่มต้นของผู้ใหญ่สำหรับ 7 วัน ตู้ธรรมดา 10,260 บาท / เด็กครึ่งราคาบัตร JR Pass กับ Suica ต่างกันยังไง?
JR Pass ใช้นั่งรถไฟ JR แบบไม่จำกัด เหมาะกับเดินทางไกล Suica เป็นบัตรเติมเงิน ใช้เดินทางในเมือง และสามารถใช้ร่วมกันได้ใช้ JR Pass ยังไงให้คุ้ม?
วางแผนเส้นทางล่วงหน้า เริ่มใช้งานให้ตรงกับวันใช้บริการ รวมถึงจองที่นั่งล่วงหน้า และใช้ร่วมกับบัตร ICซื้อ JR Rail Pass ที่ไหนได้บ้าง สำหรับนักท่องเที่ยวไทย?
สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ทางการของ JR หรือผ่านตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ เช่น Trip.com ซึ่งใช้งานง่าย รองรับภาษาไทย และมักมีราคาคุ้มค่าหรือโปรโมชันให้เลือกJR Rail Pass 7 วัน คุ้มค่ากว่าซื้อตั๋วแยกหรือไม่?
JR Rail Pass 7 วัน คุ้มค่ากว่าซื้อตั๋วแยกหากคุณวางแผนเดินทางข้ามเมืองโดยชินคันเซ็นหลายครั้ง
<h3>เช็คราคา ดูโปรโมชั่นและส่วนลดล่าสุด</h3>
เนื้อหายอดนิยม
- south korea on a budget
- thailand weather in february
- china national holidays
- emergency numbers taiwan
- ปลั๊กไฟอิตาลี
- malaysia public holiday
- canada arrival card
- yunnan weather
- ho chi minh city airport
- ktc promotions
- เที่ยวญี่ปุ่นฤดูใบไม้ผลิ
- ปักหมุด ที่เที่ยวญี่ปุ่น เตรียมพร้อมเปิดประเทศ
- france arrival card
- qingdao airport
- chiang mai airport lounge
บัตรโทรศัพท์
คู่มือการเดินทาง
สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
- สนามบินฉงชิ่งไปใจกลางเมือง
- thailand weather in december
- การเดินทางจากสนามบินอินชอนเข้าเมือง
- japan plug
- ต่อเครื่องที่สนามบินชางงี
- chongqing airport to city center
- shinsegae centum city
- how to get to koh samui
- taoyuan airport duty free
- osaka to fukuoka
- ตั๋วโอเชี่ยนปาร์ค ฮ่องกง
- beijing ski resort
- temples in bangkok
- nanjing road shanghai
- shanghai disneyland early entry
- ที่เที่ยวหางโจว
- ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้
- ที่เที่ยวเซินเจิ้น
- ที่เที่ยวหนานจิง
- udon thani
- ที่เที่ยวคุนหมิง
- ที่เที่ยวดานัง
- ที่เที่ยวมาเลเซีย
- things to do in hong kong
- ที่เที่ยวหาดใหญ่
Trip.Best
- Night Attractions in Guanghan
- Best Things to Do in Guyuan County
- Hotels with Villas in Seogwipo
- Scenic Hotels in Teruel
- Night Attractions in Victoria County
- 4-Star Select Hotels in Varmdo
- Luxury Hotels in Valles Oriental
- 4-Star Select Hotels in Ningming
- Luxury Hotels in Hannover
- Hot Springs Attractions in Longshan
- Cultural Hotels in Lapland
- Old Town Hotels in Jinhua
- Cultural Hotels in Hillsborough County
- Clubs in London
- Best Things to Do in Singapore
- Clubs in Berlin
- Luxury Hotels in Saint Moritz
- Scenic Hotels in York County
โปรโมชั่น Trip.com
เกี่ยวกับ
ผู้ดำเนินการเว็บไซต์: Trip.com Travel Singapore Pte. Ltd.

NO.1







