ตอบทุกข้อสงสัย ที่ควรรู้เกี่ยวกับ JR rail pass

รูปโปรไฟล์ของผู้เขียน
ชินคาเซ็นญี่ปุ่น
JR Rail Pass

ปัจจุบันการเดินทางถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการเที่ยวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ โดยผู้เขียนมองว่าหากไม่ได้เตรียมตัวหรือวางแผนล่วงหน้า ก็มีโอกาสหลงทางหรือเสียเวลาไปไม่น้อย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับระบบขนส่งในญี่ปุ่น การเตรียมตัวเรื่องการเดินทางจึงเป็นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่น แต่รวมถึงการท่องเที่ยวทุกประเทศ เพื่อให้ทริปนี้ราบรื่นและไม่เสียเวลาโดยไม่จำเป็น สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่น และสนใจซื้อ JR Rail Pass แต่ยังมีข้อสงสัยหรือคำถามต่าง ๆ บทความนี้ Trip.com จะช่วยตอบทุกเรื่องที่ควรรู้ เพื่อให้การเดินทางนั้นง่ายขึ้น และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นค่ะ

JR rail pass คืออะไร

JR Rail Pass คือบัตรโดยสารที่กลุ่มบริษัท JR ทั้ง 6 แห่งร่วมกันจัดทำขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยช่วยให้สามารถนั่งรถไฟในเครือ JR ได้แบบไม่จำกัดภายในระยะเวลาที่กำหนด จากประสบการณ์ของผู้เขียนเอง การมี JR Pass ช่วยลดความยุ่งยากเรื่องการซื้อตั๋วแต่ละครั้งไปได้เยอะ แถมยังทำให้วางแผนการเดินทางได้คล่องตัวมากขึ้นอีกด้วยค่ะ โดยบัตร JR Rail Pass มีทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ แบบ Green Car (ตู้ชั้นหนึ่ง) และแบบ Ordinary (ตู้ธรรมดา) แต่ละประเภทจะแบ่งระยะเวลาใช้งานเป็น 7 วัน 14 วัน และ 21 วันค่ะ

JR Rail Pass ครอบคลุมการเดินทางอะไรบ้าง

จากประสบการณ์ของเราที่เคยใช้ JR Rail Pass ถือว่าบัตรนี้ครอบคลุมการเดินทางได้ค่อนข้างกว้าง เหมาะมากสำหรับคนที่วางแผนเที่ยวหลายเมือง เนื่องจากตัวบัตรออกแบบมาสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พำนักในญี่ปุ่นไม่เกิน 90 วัน โดยสามารถใช้บริการรถไฟในเครือ JR ได้ถึง 6 แห่งเลยค่ะ ได้แก่

  • JR Hokkaido
  • JR East
  • JR Central
  • JR West
  • JR Shikoku
  • JR Kyushu

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้โดยสารรถไฟได้หลายประเภท ตั้งแต่ชินคันเซ็นเกือบทุกขบวน (ยกเว้น Nozomi และ Mizuho ที่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม) ไปจนถึงรถด่วนพิเศษ (Limited Express) รถด่วน (Express) รถเร็ว (Rapid) และรถไฟธรรมดา (Local) รวมถึงยังใช้บริการรถบัสของ JR และเรือเฟอร์รี่ JR Miyajima ได้แบบไม่จำกัดเที่ยวอีกด้วย เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางหลายเมืองในญี่ปุ่น และช่วยให้เที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้นเลยทีเดียว

JR Rail Pass ครอบคลุมการเดินทางอะไรบ้าง

รูปภาพจาก: https://japanrailpass.net/

โดย JR Pass สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. JR All Area Pass - ใช้เดินทางได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น

2. JR Regional Pass - พาสเฉพาะภูมิภาค

  • JR Hokkaido โซนฮอกไกโดทั้งหมด
  • JR East โซนคันโต โทโฮคุ (โตเกียว เซนได รวมไปถึงบริเวณทะเลสาบคาวากุชิโกะ)
  • JR Central โซนจูบุ (นาโกย่า)
  • JR West โซนคันไซ ชูโกกุ (โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ )
  • JR Shikoku โซนเกาะชิโกกุ
  • JR Kyushu โซนคิวชู (ฟุกุโอกะ)

เที่ยวญี่ปุ่น

กรุงเทพฯไปโตเกียว
กรุงเทพฯไปซัปโปโร
กรุงเทพฯไปโอซาก้า
ดูเที่ยวบินทั้งหมด
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
อ. 30 มิ.ย.
อ. 7 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 11%
เริ่มต้น 325.00€ 288.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
ศ. 19 มิ.ย.
พฤ. 25 มิ.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 325.00€ 291.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
ศ. 19 มิ.ย.
จ. 22 มิ.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 325.00€ 291.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
ศ. 19 มิ.ย.
จ. 22 มิ.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 325.00€ 291.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
ศ. 19 มิ.ย.
พฤ. 25 มิ.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 325.00€ 292.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
พฤ. 18 มิ.ย.
จ. 22 มิ.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 325.00€ 293.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
พฤ. 18 มิ.ย.
พฤ. 25 มิ.ย.
เที่ยวเดียว
ลด 10%
เริ่มต้น 325.00€ 293.00
กรุงเทพฯ
BKK
โตเกียว
HND
อา. 5 ก.ค.
อ. 7 ก.ค.
เที่ยวเดียว
ลด 9%
เริ่มต้น 325.00€ 295.00

ใครที่สามารถใช้ JR rail pass ได้

JR rail pass เป็นบัตรสำหรับ “นักท่องเที่ยวชั่วคราว” ที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น ชาวญี่ปุ่น รวมถึงผู้ที่ทำงานในประเทศญี่ปุ่นจะไม่สามารถใช้บัตรนี้ได้

JR Rail Pass มีกี่แบบ? เปรียบเทียบทุกประเภทก่อนตัดสินใจซื้อ

ประเภท JR Pass

พื้นที่ครอบคลุม

เหมาะกับใคร

JR All Area Pass

ใช้ได้ทั่วญี่ปุ่น

เดินทางหลายเมือง / ข้ามภูมิภาค

JR Regional Pass

JR Hokkaido

JR East

JR Central

JR West

JR Shikoku

JR Kyushu

 

ฮอกไกโด

คันโต โทโฮคุ

โซนจูบุ

คันไซ ชูโกกุ

ชิโกกุ

คิวชู

 

เที่ยวซัปโปโร โอตารุ ฟุราโนะ ฮาโกดาเตะ

เที่ยวโตเกียว / เมืองรอบ ๆ

เที่ยวทาคายามะ / ภูเขาไฟฟูจิ

เที่ยวโอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ ฮิโรชิมะ

เที่ยวทาคามัตสึ มัตสึยามะ

เที่ยวฟุกุโอกะ คุมาโมโตะ เบปปุ คาโกชิมะ

JR All Area Pass แบบทั่วประเทศเหมาะกับใคร?

เรามองว่า JR All Area Pass เหมาะกับผู้ที่มีแผนเดินทางหลายเมือง หรือข้ามภูมิภาคภายในทริปเดียว เช่น เส้นทางยอดฮิตอย่าง โตเกียวโอซาก้าฮิโรชิมะฟุกุโอกะ ซึ่งต้องใช้การเดินทางระยะไกลเป็นหลัก ซึ่งพาสประเภทนี้มีระยะเวลาให้เลือกแบบ 7 วัน 14 วัน และ 21 วัน ทำให้สามารถเลือกให้ตรงกับแผนทริปได้ โดยเราคิดว่าค่อนข้างคุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องนั่งชินคันเซ็นหลายครั้ง และต้องการความสะดวกแบบไม่ต้องซื้อตั๋วแยกหลายรอบค่ะ

JR Regional Pass ตัวเลือกสำหรับการท่องเที่ยวเฉพาะภูมิภาค

ตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนท่องเที่ยวในพื้นที่เฉพาะ แต่ละประเภทจะครอบคลุมเส้นทางในภูมิภาคนั้น ๆ โดยตรงค่ะ

  • JR Hokkaido Pass ครอบคลุมพื้นที่ฮอกไกโด เหมาะสำหรับเที่ยวซัปโปโร โอตารุ ฟุราโนะ และฮาโกดาเตะ
  • JR East Pass ครอบคลุมคันโตและโทโฮคุ เช่น โตเกียว เซนได นากาโนะ และนีงาตะ
  • JR Central ครอบคลุมโซนจูบุ เช่น นาโกย่า ทาคายามะ และพื้นที่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ
  • JR West Pass ครอบคลุมคันไซและชูโกกุ เช่น โอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ และฮิโรชิมะ
  • JR Shikoku Pass ครอบคลุมพื้นที่ชิโกกุ เช่น ทาคามัตสึ มัตสึยามะ และโคจิ
  • JR Kyushu Pass ครอบคลุมเกาะคิวชู เช่น ฟุกุโอกะ คุมาโมโตะ เบปปุ และคาโกชิมะ

นอกจากนี้ ยังมีพาสเฉพาะเส้นทางหรือระยะสั้นที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะจุดอีกด้วย เช่น

  • Hokuriku Arch Pass สำหรับเส้นทางโตเกียว-คันไซผ่านโฮคุริคุ
  • JR TOKYO Wide Pass เหมาะสำหรับเที่ยวรอบโตเกียว เช่น คาวากุจิโกะ คารุอิซาวะ

เส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมที่ใช้ JR Rail Pass ได้อย่างคุ้มค่า

เส้นทาง Golden Route: โตเกียว-เกียวโต- โอซาก้า-ฮิโรชิม่า

เส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวไทย เหมาะกับการใช้ JR All Area Pass เพราะครอบคลุมหลายเมืองในญี่ปุ่น โดยเริ่มจากโตเกียว ต่อไปยังเกียวโต โอซาก้า และปิดท้ายที่ฮิโรชิม่าค่ะ

📌สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ

  • โตเกียว: ชิบูย่า อาซากุสะ ชินจูกุ
  • เกียวโต: วัดคิโยมิซุ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ อาราชิยามะ
  • โอซาก้า: ปราสาทโอซาก้า ย่านโดทงโบริ
  • ฮิโรชิม่า: สวนสันติภาพ มิยาจิมะ

เส้นทางภูมิภาคตะวันออก: โตเกียว-นิกโก-เซนได-อาโอโมริ

เส้นทางนี้เหมาะกับการใช้ JR East Pass ซึ่งครอบคลุมการเดินทางในโทโฮคุและรอบ ๆ โตเกียว

📌สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ

  • นิกโก: กุศาลเจ้านิกโกโทโช
  • เซนได: ปราสาทเซนได และอ่าวมัตสึชิมะ
  • อาโอโมริ: เทศกาลอะโอโมริ เนบุตะ

เส้นทางภูมิภาคตะวันตก: โอซาก้า-เกียวโต-ฮิโรชิม่า-ฟุกุโอกะ

เส้นทางนี้เหมาะกับการใช้ JR West Pass เที่ยวญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก โดยเริ่มจากโอซาก้า เกียวโต แล้วเดินทางต่อไปยังฮิโรชิม่า จนถึงฟุกุโอกะค่ะ

📌สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ

  • โอซาก้า: ยูนิเวอร์แซล
  • เกียวโต: วัดทองเกียวโต ย่านกิออน
  • ฮิโรชิม่า: สวนสันติภาพ มิยาจิมะ
  • ฟุกุโอกะ: ฮากาตะ

JR rail pass ราคาเท่าไหร่ มีแบบไหนบ้าง?

ระยะเวลา

Green Car ตู้ชั้นหนึ่ง

Ordinary ตู้ธรรมดา

7 วัน

14,360 บาท

10,260 บาท

14 วัน

22,570 บาท

16,410 บาท

21 วัน

28,730 บาท

20,515 บาท

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับค่าเงิน ทั้งนี้ ราคาเด็กจะคิดครึ่งหนึ่งของราคาข้างต้น

ความแตกต่าง JR rail pass ระหว่าง Green Car VS Ordinary

จากประสบการณ์ที่เราเคยใช้บริการมา รถไฟ JR ส่วนใหญ่เป็นแบบตู้ธรรมดา ขณะที่บางขบวน โดยเฉพาะเส้นทางระยะไกลจะมีตู้ Green ซึ่งให้ความสะดวกสบายมากกว่า ผู้ที่ถือ JR Pass แบบ Green จึงสามารถเลือกใช้ได้ทั้งตู้ Green และตู้ธรรมดาโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่หากถือแบบ Ordinary จะสามารถใช้ได้เฉพาะตู้ธรรมดาเท่านั้น ดังนั้นผู้เขียนมองว่า หากเน้นความสบายและมีการเดินทางไกลบ่อย Green Car ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ

การจองที่นั่งใน JR rail pass

รถไฟขบวนชินคันเซ็นมีจำนวนรอบเยอะมาก ผู้ถือ JR Pass สามารถโดยสารรถไฟแบบไม่ต้องจองที่นั่งได้เลย อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้จองล่วงหน้าค่ะ เพราะจะช่วยให้เดินทางสะดวกและไม่ต้องกังวลเรื่องที่นั่ง ซึ่งสามารถจองได้ที่สำนักงาน JR ซึ่งอยู่ภายในสถานี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมค่ะ

ขั้นตอนการซื้อและการใช้งาน JR rail pass

ขั้นตอนการซื้อและการใช้งาน JR rail pass

รูปภาพจาก: https://japanrailpass.net/

วิธีซื้อ JR rail pass

1. ซื้อผ่านเว็บไซต์ของ JR

สามารถซื้อผ่านเว็บไซต์ทางการ ซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน ประมาณ 04:00 - 23:30 น. ตามเวลาญี่ปุ่น และชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเป็นหลัก โดยชื่อผู้ถือบัตรต้องตรงกับชื่อผู้เดินทาง ทั้งนี้ สามารถซื้อให้ผู้เดินทางคนอื่นได้สูงสุด 6 คน/รายการ โดยจะต้องต้องกรอกข้อมูลชื่อ อีเมล และหมายเลขหนังสือเดินทางของแต่ละคน วิธีนี้มีข้อดีคือ สามารถจองที่นั่งรถไฟ เช่น ชินคันเซ็น และรถไฟด่วนพิเศษได้ล่วงหน้าหลังจากซื้อสำเร็จ

2. ซื้อกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย

การซื้อ JR rail pass กับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยจะมีราคาถูกกว่าการซื้อผ่านเว็บไซต์ของ JR หรือซื้อที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ผ่าน Trip.com ได้

3. ซื้อที่สำนักงานขายตั๋ว JR ในประเทศญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ยังสามารถซื้อ JR rail pass ผ่านบริษัทรถไฟ JR ทั้ง 6 แห่งในญี่ปุ่น รวมไปถึงที่สถานีรถไฟ JR หรือจุดบริการนักท่องเที่ยวได้อีกด้วยค่ะ

วิธีรับ JR rail pass เมื่อไปถึงญี่ปุ่น

ผู้ที่ซื้อ JR rail pass ล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์หรือกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย จะได้รับ Exchange Order หรือเวาเชอร์ ซึ่งต้องนำไปแลกเป็น JR Rail Pass ตัวจริงที่สำนักงานขายตั๋ว JR ที่สถานี JR เท่านั้น พร้อมแสดงหนังสือเดินทาง เมื่อได้รับบัตรแล้ว การใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก เพียงนำ JR Rail Pass ใส่ในช่องตั๋วสำหรับเข้า - ออกสถานี ก็สามารถเริ่มเดินทางได้ทันที เรียกได้ว่าสะดวกและใช้งานง่ายมากค่ะ

ถาม - ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับ JR rail pass

  • JR rail pass ต้องจองล่วงหน้านานแค่ไหน? : ไม่สามารถซื้อ JR rail pass ล่วงหน้าเกิน 3 เดือนก่อนวันเดินทาง เนื่องจาก Exchange Order มีอายุเพียง 90 วัน
  • JR rail pass มีวิธีการนับระยะเวลาการใช้งานอย่างไร? : ระยะเวลาการใช้งานของ JR Rail Pass จะนับเป็น “วันตามปฏิทิน” (ไม่ใช่แบบ 24 ชั่วโมง) ตัวอย่างเช่น หากเพื่อน ๆ เริ่มใช้งานบัตรแบบ 7 วันในเวลา 15:00 น. ของวันที่ 1 เมษายน บัตรจะหมดอายุเวลา 23:59 น. ของวันที่ 7 เมษายนนั่นเอง
  • วันรับและวันใช้งาน JR rail pass จำเป็นต้องเป็นวันเดียวหันหรือไม่? : วันที่รับและวันที่เริ่มต้นใช้ JR Pass ไม่จำเป็นต้องเป็นวันเดียวกัน สามารถเริ่มต้นใช้ JR Pass ไม่เกิน 30 วันหลังจากแลกรับพาสค่ะ

บัตร JR Pass VS บัตร IC ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนดี

บัตรทั้งสองแบบมีหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน และควรใช้ร่วมกันมากกว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

  • JR Rail Pass - “บัตรเหมาจ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ที่สามารถใช้โดยสารรถไฟในเครือ JR ได้แบบไม่จำกัดเที่ยวภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • บัตร IC (Suica หรือ ICOCA) - บัตรเติมเงินใช้แตะเข้า - ออกรถไฟ รถไฟใต้ดิน รถบัส รวมถึงใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อได้ด้วย

จากประสบการณ์ของเรา แนะนำให้ใช้ JR Rail Pass สำหรับการเดินทางระยะไกล และใช้บัตร IC สำหรับการเดินทางในเมือง จะช่วยให้สะดวกและคุ้มค่ามากที่สุดค่ะ

เทคนิคการใช้ JR Rail Pass ให้คุ้มค่าที่สุด

  1. วางแผนเส้นทางล่วงหน้า โดยเน้นการเดินทางระยะไกลหรือข้ามเมือง
  2. เลือกวันเริ่มใช้งานให้ตรงกับวันใช้บริการ
  3. จองที่นั่งล่วงหน้า และใช้ร่วมกับบัตร IC ในเมือง

เคล็ด (ไม่) ลับ: วางแผนเส้นทางให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับ JR Rail Pass

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราขอแนะนำให้จัดลำดับเมืองตามเส้นทางภูมิศาสตร์เพื่อลดการย้อนทาง /อ้อมเส้นทาง เช่น เดินทางจากโตเกียว-คันไซแล้วไปภูมิภาคอื่น รวมถึงกระจายการเดินทางระยะไกลไว้ในช่วงวันที่พาสยังใช้งานได้ ที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงการกลับเส้นทางเดิมโดยไม่จำเป็นค่ะ

ข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องรู้ก่อนใช้ JR Rail Pass

  1. ตรวจสอบราคาล่าสุด รวมทั้งคำนวณเรทเงินให้ดีก่อนซื้อทุกครั้ง
  2. วางแผนก่อนการเดินทาง และเลือกประเภทบัตรให้ตรงกับรูปแบบการเดินทาง
  3. JR Rail Pass ใช้โดยสารรถในเครือ JR ไม่ครอบคลุมรถไฟใต้ดิน รถบัส

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับคนถือ JR rail pass

เที่ยวนากาโน่

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับคนถือ JR rail pass

เริ่มต้นทริปด้วยวัดเซนโคจิ หนึ่งในวัดสำคัญของญี่ปุ่น จากนั้นชมลิงหิมะที่อุทยานลิงจิโกคุดานิ แล้วแวะชมปราสาทมัตสึโมโตะ ซึ่งเป็นปราสาทไม้เก่าแก่ หากใครมีเวลาเหลือ สามารถเดินทางต่อไปยังนิกโก้ เพื่อชมน้ำตกเคกง และอย่าลืมแวะถ่ายรูปบริเวณสะพานใกล้ศาลเจ้านิกโก้ฟุตะระซังเด็ดขาด

เที่ยวโอซาก้า

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับคนถือ JR rail pass

เริ่มต้นที่วัดชิเทนโนจิ วัดเก่าแก่ของญี่ปุ่น จากนั้นชมแลนด์มาร์กสำคัญอย่างปราสาทโอซาก้า และแวะดูสัตว์น่ารักที่สวนสัตว์เทนโนจิ สำหรับใครที่รักความสนุก สามารถเลือกไปเล่นเครื่องเล่นที่ Universal Studios Japan พร้อมปิดท้ายด้วยการชิมอาหารท้องถิ่นที่ตลาดคุโรมง

เที่ยวฮิโรชิม่า

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับคนถือ JR rail pass

เริ่มต้นด้วยทริปด้วยศาลเจ้าอิสึกุชิมะ แลนด์มาร์กชื่อดังที่ตั้งอยู่กลางทะเล จากนั้นเดินทางกลับเข้าตัวเมืองเพื่อชมสวนสันติภาพฮิโรชิม่า ต่อด้วยการแวะชม ปราสาทฮิโรชิม่า และหากมีเวลาเหลือ ปิดท้ายทริปด้วยการขอพรที่วัดโคซันจิ

เที่ยวซัปโปโร

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับคนถือ JR rail pass

เริ่มต้นด้วยการเที่ยวชมโรงงานช็อกโกแลตชิโรอิ โคอิบิโตะ แลนด์มาร์กยอดนิยมของฮอกไกโด จากนั้นแวะทานของอร่อยที่ตลาดนิโจ สำหรับสายบุญสามารถไปไหว้พระขอพรที่ศาลเจ้าฮอกไกโด พร้อมขึ้นชมวิวเมืองแบบพาโนรามาที่ภูเขาโมอิวะ ก่อนปิดท้ายวันด้วยการแช่ออนเซ็นผ่อนคลายความล้าที่โจซังเค ออนเซ็น

จองโรงแรมราคาถูก

โตเกียว
ซัปโปโร
โอซาก้า
ดูโรงแรมทั้งหมด
NO.1
8.9/103351 รีวิว
โรงแรมเกรเซอรี่ ชินจูกุ
โรงแรมในโตเกียว
NO.2
9/101435 รีวิว
Henn na Hotel Premier Tokyo Asakusa Tawaramachi
โรงแรมในโตเกียว
NO.3
9.2/1041 รีวิว
APA Hotel and Resort Ryogoku Ekimae Tower
โรงแรมในโตเกียว
NO.4
9.2/104091 รีวิว
โรงแรมเคย์โอ พลาซ่า โตเกียว
โรงแรมในโตเกียว
NO.5
8.7/104400 รีวิว
โรงแรมชินางาวะ ปรินซ์
โรงแรมในโตเกียว
NO.6
9.4/10953 รีวิว
โอเนียโดะโนโนะอะซาคุสะเบทไท
โรงแรมในโตเกียว
NO.7
8.5/106211 รีวิว
โรงแรม ชินจูกุ วอชิงตัน
โรงแรมในโตเกียว
NO.8
9.3/10379 รีวิว
โรงแรมเดอะรอยัลพาร์ค ไอคอนิค โตเกียว ชิโอโดเมะ
โรงแรมในโตเกียว

บทสรุปส่งท้าย

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ต้องขอบอกว่า JR Rail Pass เป็นตัวช่วยที่ทำให้การเดินทางในญี่ปุ่นสะดวกขึ้นมาก เรามองว่าไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีความยืดหยุ่นตามแผนการเดินทาง โดยไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ทุกครั้ง และยังสามารถแวะเที่ยวระหว่างทางได้โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มเติม (ในเส้นทางที่ครอบคลุม) อีกด้วย นอกจากนี้ JR Rail Pass ยังครอบคลุมเส้นทางหลักในหลายภูมิภาคของญี่ปุ่น จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกและคล่องตัวในการเดินทาง และอย่าลืมให้ Trip.com เป็นตัวช่วยในการวางแผนการเดินทางให้ง่ายและครบจบในที่เดียวนะคะ

บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ

วิธีใช้บริการแท็กซี่ญี่ปุ่น มือใหม่ก็ไม่หลงทาง
เรียนรู้วิธีเรียกแท็กซี่ในญี่ปุ่น แม้เป็นมือใหม่ก็เดินทางได้อย่างมั่นใจ พร้อมเคล็ดลับการสื่อสารและข้อมูลที่ควรรู้เพื่อการเดินทางที่ราบรื่น
19 มิถุนายน 2025
วิธีเดินทางจากสนามบินฮาเนดะเข้าเมืองโตเกียว อัปเดต 2569
ลงเครื่องที่สนามบินฮาเนดะ เข้าเมืองโตเกียวง่ายในไม่ถึงชั่วโมง! รวมวิธีเดินทางปี 2569 ทั้งรถไฟ รถบัส และแท็กซี่ พร้อมราคาและเวลาเดินทางล่าสุด
24 พฤศจิกายน 2025
ใบตม. ญี่ปุ่น 2569: วิธีกรอก Visit Japan Web และเอกสารเข้าเมืองล่าสุด
คู่มือกรอกใบตม. ญี่ปุ่น 2569 ฉบับอัปเดต! ทั้งแบบออนไลน์ (Visit Japan Web) และแบบฟอร์มกระดาษ พร้อมลิสต์เอกสารและสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนบิน
3 เมษายน 2026

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • JR Rail Pass มีกี่แบบ?

    2 ประเภทหลัก ได้แก่ แบบทั่วประเทศและแบบเฉพาะภูมิภาค
  • บัตร JR Rail Pass ราคาเท่าไหร่?

    ราคาเริ่มต้นของผู้ใหญ่สำหรับ 7 วัน ตู้ธรรมดา 10,260 บาท / เด็กครึ่งราคา
  • บัตร JR Pass กับ Suica ต่างกันยังไง?

    JR Pass ใช้นั่งรถไฟ JR แบบไม่จำกัด เหมาะกับเดินทางไกล Suica เป็นบัตรเติมเงิน ใช้เดินทางในเมือง และสามารถใช้ร่วมกันได้
  • ใช้ JR Pass ยังไงให้คุ้ม?

    วางแผนเส้นทางล่วงหน้า เริ่มใช้งานให้ตรงกับวันใช้บริการ รวมถึงจองที่นั่งล่วงหน้า และใช้ร่วมกับบัตร IC
  • ซื้อ JR Rail Pass ที่ไหนได้บ้าง สำหรับนักท่องเที่ยวไทย?

    สามารถซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ทางการของ JR หรือผ่านตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ เช่น Trip.com ซึ่งใช้งานง่าย รองรับภาษาไทย และมักมีราคาคุ้มค่าหรือโปรโมชันให้เลือก
  • JR Rail Pass 7 วัน คุ้มค่ากว่าซื้อตั๋วแยกหรือไม่?

    JR Rail Pass 7 วัน คุ้มค่ากว่าซื้อตั๋วแยกหากคุณวางแผนเดินทางข้ามเมืองโดยชินคันเซ็นหลายครั้ง
คำจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำโดยผู้ร่วมสร้างเนื้อหารายบุคคลหรือแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม ในกรณีที่มีความผิดพลาดเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดติดต่อเราและเราจะลบเนื้อหาทันที
Sarunros

Sarunros

นักเขียนบล็อกท่องเที่ยว

นักเขียนบล็อกท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์อิสระ หลงใหลในการเดินทาง รักในการกิน ชอบสัมผัสชีวิตและวัฒนธรรมโลคอล บันทึกเรื่องราวจากทุกการเดินทาง เพื่อแบ่งปันแรงบันดาลใจ และชวนทุกคนออกเดินทางไปด้วยกัน

122 บทความ
นักท่องเที่ยวอิสระรักการท่องเที่ยวสายกิน
>
JR rail pass
aaaa