รวมที่เที่ยวอินเดียในดวงใจ ถ้าอยากไปต้องรู้อะไรบ้าง

รูปโปรไฟล์ของผู้เขียน

โดย en

อินเดียเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมอันโดดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะในฐานะเมืองที่เป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญทางพุทธศาสนา และมีอารยธรรมเก่าแก่อันทรงเสน่ห์ที่ถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมและประติมากรรมที่งดงามสุดอลังการ เป็นอีกหนึ่งจุดหมายในฝันของนักท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางไปเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย และเตรียมตัวไม่ยากอย่างที่คิด อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังให้เลือกมากมายตั้งแต่เหนือจรดใต้ วันนี้ Trip.com จะพาไปชมที่เที่ยวอินเดียที่ไม่ควรพลาด พร้อมทั้งข้อมูลทุกอย่างที่ควรรู้ก่อนเตรียมตัวไปเที่ยวอินเดีย

เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย

เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย

เที่ยวอินเดียต้องมี VISA

สำหรับคนไทยที่ต้องการไปเที่ยวอินเดียสามารถขอวีซ่าได้สองวิธี ได้แก่ วีซ่าท่องเที่ยวแบบออนไลน์ eTourist Visa (eTV) และวีซ่าท่องเที่ยวแบบปกติ (Regular Tourist Visa) สำหรับวิธีแรกสามารถยื่นเรื่องผ่านทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ India Visa Online โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารด้วยตนเอง พาสปอร์ตต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน หลังจากยื่นเรื่องแล้วจะทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง และจะได้รับเอกสารทางอีเมล สามารถเริ่มขอได้ก่อนวันเดินทางวันแรก 120 วัน หรือช้าที่สุด 4 วันก่อนวันเดินทางวันแรก ในวันเดินทางให้นำเอกสารดังกล่าวและพาสปอร์ตไปยื่นที่ช่อง eTourist Visa

สำหรับวีซ่าท่องเที่ยวแบบปกติ (Regular Tourist Visa) ต้องติดต่อด้วยตนเองที่ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าอินเดีย VFS Global ที่อาคาร PS Tower ถนนสุขุมวิท 21 โดยเตรียมเอกสารให้เรียบร้อย พร้อมทั้งพาสปอร์ตที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน ใช้เวลาพิจารณา 3-8 วันทำการ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าอินเดียได้โดยตรงที่เว็บไซต์ VFS Global

แนะนำเมืองสวยน่าเที่ยวในอินเดีย

อัครา (Agra) เมืองที่เป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมืองแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ 2 มรดกโลก ทัชมาฮาล (Taj Mahal) เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเที่ยวอินเดีย อนุสรณ์แห่งความรักแห่งนี้มีความงดงามชวนให้ตกตะลึง และยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย ส่วนมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งก็คือป้อมอัครา (Agra Fort) อันยิ่งใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากทัชมาฮาล และยังเป็นที่ตั้งพระราชวังฟาเตห์ปูร์ซิกรีอันงดงาม รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวอินเดียที่สำคัญอีกหลายแห่ง

ทัชมาฮาลที่เมืองอัครา

ทัชมาฮาลที่เมืองอัครา

ป้อมอัครา

ป้อมอัครา

ชัยปุระ (Jaipur) เมืองแห่งสถาปัตยกรรมสุดอลังการ ได้ชื่อว่าเป็นนครสีชมพู (Pink City) เนื่องจากอาคารบ้านเรือนเป็นสีชมพูเกือบทั้งหมด นครแห่งนี้เคยรุ่งเรืองในอดีตและมีผังเมืองที่เป็นระเบียบสวยงาม ภายในเมืองเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่อลังการที่พลาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น พระราชวังหลวง (City Palace), พระราชวังแห่งสายลม ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal), พระราชวังแอมเบอร์ (Amber Palace), ประตูปาตริกา (The Patrika Gate) และที่เที่ยวอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวอินเดีย

เมืองชัยปุระ

เมืองชัยปุระ

พระราชวังแอมเบอร์ (Amber Palace)

พระราชวังแอมเบอร์ (Amber Palace)

พาราณสี (Varanasi) เมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งอินเดียริมฝั่งแม่น้ำคงคา เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 4,000 ปี เมืองแห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาชมที่ไหนไม่ได้ โดยเฉพาะภาพที่สะท้อนจิตวิญญาณของผู้คนทั้งในด้านวิถีชีวิต พิธีกรรม ความเชื่อ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ “สารนาถ” ซึ่งก็คือป่าอิสิปตนมฤคทายวัน สังเวชนียสถานแห่งที่ 3 ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา

ริมฝั่งแม่น้ำคงคา

ริมฝั่งแม่น้ำคงคา

สารนาถ

สารนาถ

แหล่งท่องเที่ยวอินเดียยอดนิยม

ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) เมืองชัยปุระ

ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) หรือที่รู้จักกันในชื่อพระราชวังสายลม ตั้งอยู่ที่เมืองชัยปุระ (Jaipur) เมืองหลวงของรัฐราชสถาน ถือเป็นไฮไลต์ของที่เที่ยวอินเดียในเมืองชัยปุระ อาคารพระราชวังโดดเด่นด้วยสีสันที่เกิดจากหินทรายสีแดงและสีชมพู สถาปัตยกรรมมีเอกลักษณ์ที่งดงามจากการผสมผสานศิลปะเปอร์เซียกับโมกุลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมงกุฎของพระนารายณ์ จุดเด่นที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือหน้าต่างประดับกระจกสีที่มีลวดลายฉลุอันงดงามเรียงรายถึง 935 บาน ลักษณะคล้ายกับรังผึ้ง ทำให้ลมพัดผ่านเข้าไปด้านในได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อพระราชวังสายลม ในการเดินทางมาที่เที่ยวอินเดียแห่งนี้ ให้ขึ้นเครื่องบินจากสนามบินดอนเมือง-ชัยปุระ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง

เปิดให้เข้าชม :

ทุกวัน เวลา 9:00 - 16:30

ค่าเข้าชม :

คนต่างชาติ 50 รูปี คนอินเดียเข้าชมฟรี

จองโรงแรมในเมืองชัยปุระทาง Trip.com

ฮาวามาฮาล

ฮาวามาฮาล

หน้าต่างลายฉลุประดับกระจกสี

หน้าต่างลายฉลุประดับกระจกสี

นครสีทอง เมืองจัยซัลเมียร์ (Jaisalmer Golden City)

จัยซัลเมียร์ (Jaisalmer) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐราชสถาน ตั้งอยู่บริเวณกลางที่ราบของทะเลทรายธาร์ (Thar Desert) ห่างจากกรุงนิวเดลี 921 กิโลเมตร เมืองจัยซัลเมียร์เป็นสีทองอร่ามเมื่อต้องแสงอาทิตย์จนได้ชื่อว่า “นครสีทอง” จุดที่เป็นสัญลักษณ์ของที่เที่ยวอินเดียแห่งนี้ ได้แก่ ป้อมแห่งจัยซัลเมียร์ (Jaisalmer Fort) ที่เป็นป้อมโบราณที่ยังเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังมีพระราชวังของมหาราวัล (Palace of the Maharawal) โดดเด่นด้วยห้องกัชวิลล่าส์ (Gaj Villas) ที่มีกระเบื้องสีฟ้าเข้มที่สวยสดงดงาม นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอินเดียที่สวยงามอีกหลายแห่ง อาทิ คฤหาสน์ฮาเวลี (Haveli), วัดเชน (Jain Temple) อีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี่ก็คือการขี่อูฐและแคมป์ปิ้งกลางทะเลทราย “Sam Sand Dunes” เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวอินเดียที่แปลกใหม่ที่น่าไปสัมผัสด้วยตนเอง ในการเดินทางมาที่เที่ยวอินเดียแห่งนี้ ให้ขึ้นเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิ-นิวเดลี ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม :

ป้อมแห่งจัยซัลเมียร์ เข้าชมฟรี, คฤหาสน์ฮาเวลี (Haveli) ค่าเข้าชม 250 รูปี

นครสีทองจัยซัลเมียร์

นครสีทองจัยซัลเมียร์

ป้อมแห่งจัยซัลเมียร์ (Jaisalmer Fort)

ป้อมแห่งจัยซัลเมียร์ (Jaisalmer Fort)

ขี่อูฐที่ทะเลทรายธาร์

ขี่อูฐที่ทะเลทรายธาร์

เลห์ ลาดักห์ (Leh Ladakh)

เลห์ ลาดักห์ (Leh Ladakh) เป็นจุดหมายแห่งหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวสายผจญภัยจากทั่วโลกให้มาเที่ยวอินเดีย โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมของทุกปี ด้วยภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและมีหิมะปกคลุม ธรรมชาติของเมืองนี้จึงงดงามจับใจ ไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติ ภูเขา รวมทั้งทะเลสาบที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวอย่างเช่น Moriri Lake และ Pangong Lake นอกจากนี้เมืองเลห์ยังได้รับอิทธิพลจากทิเบต ทั้งในด้านของวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมจนได้ฉายาว่าเป็นทิเบตน้อยแห่งอินเดีย (Little Tibet) และมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย

เลห์ ลาดักห์ (Leh Ladakh)

เลห์ ลาดักห์ (Leh Ladakh)

จากประเทศไทยไม่มีเที่ยวบินตรงไปยังเมืองเลห์ ต้องนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ-นิวเดลี ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จากนั้นต่อเครื่องบินไปยังเมืองเลห์ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ภายในเมืองเลห์และแคว้นลาดักห์สามารถเช่ารถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซด์ขับขี่เอง หรือใช้บริการไกด์ท้องถิ่นเพื่อความสะดวก

ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนไปเที่ยวอินเดีย

ค่าเงินอินเดีย

รูปีอินเดีย (INR) เป็นสกุลเงินที่ใช้ในประเทศอินเดีย และเป็นสกุลเงินปิดที่ไม่สามารถนำออกนอกประเทศได้ ที่อินเดียไม่รับแลกเงินบาทไทย จึงควรแลกเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) สำรองไว้ โดยเงินจำนวน 1 รูปีเท่ากับประมาณ 0.43 บาท แบ่งออกเป็นธนบัตร 5, 10, 20, 50, 100, 500, 1,000 รูปี และเหรียญ 1, 2, 5, 10, 100, 1000 รูปี แนะนำให้แลกธนบัตรย่อยเพื่อความสะดวกในการซื้อของ และไม่ควรแลกเงินตามร้านค้าทั่วไปเพื่อหลีกเลี่ยงธนบัตรปลอม ส่วนบัตรเครดิตมักใช้ได้เฉพาะร้านในเมืองใหญ่เท่านั้น

เวลาแตกต่างจากประเทศไทย

ประเทศอินเดียใช้หนึ่งโซนเวลาทั่วทั้งประเทศที่เรียกว่า India Standard Time (IST) ซึ่งเท่ากับ UTC + 05:30 อินเดีย โดยเวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที จึงไม่เป็นปัญหากับคนไทยที่ต้องการไปเที่ยวอินเดียมากนัก

ฤดูที่เหมาะกับการท่องเที่ยวอินเดีย

ประเทศอินเดียมีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 7 ของโลก ด้วยอาณาเขตที่กว้างขวางให้ภูมิภาคต่างๆ มีสภาพอากาศที่หลากหลายซึ่งมีผลกับการท่องเที่ยว ดังนั้นจึงควรวางแผนการท่องเที่ยวอินเดียให้เหมาะสมกับสภาพอากาศเพื่อให้ไม่เป็นอุปสรรคและได้รับประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด โดยประเทศอินเดียแบ่งเป็น 3 ฤดูกาล ดังนี้

ฤดูร้อน (เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน) เป็นฤดูที่ไม่เหมาะกับการท่องเที่ยวอินเดีย เนื่องจากเป็นช่วงที่ค่อนข้างแห้งแล้ง สภาพอากาศร้อนระอุ อุณหภูมิประมาณ 35-40 องศา และเคยมีสถิติสูงสุดถึง 44 องศา

ฤดูฝน (เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน) หลังจากฤดูร้อนผ่านไปอากาศก็จะเริ่มเย็นลง อุณหภูมิประมาณ 28 องศา มีฝนตกและมรสุมในบางพื้นที่ เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวยังไม่มากนัก บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวหรือที่พักต่างๆ ยังไม่แออัดและไม่ต้องรอคิวนาน

ฤดูหนาว (เดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม) ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายและไม่มีฝนตก เหมาะสำหรับการมาเที่ยวอินเดียมากที่สุด แต่ก็เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นมากที่สุดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสิ้นปี ดังนั้นจึงควรวางแผนการท่องเที่ยวให้ดี จองทัวร์และที่พักไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ท่องเที่ยวอินเดียได้อย่างราบรื่นและมีความสุขที่สุด

เทศกาลสำคัญที่เหมาะกับการท่องเที่ยวอินเดีย

เทศกาลดิวาลี (Diwali Festival) เป็นเทศกาลแห่งแสงสว่างและความรื่นเริง จัดขึ้นประมาณเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนในช่วงเริ่มต้นฤดูหนาว และยังถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของอินเดียอีกด้วย วันที่จัดงานในแต่ละปีจะไม่ตรงกันเนื่องจากยึดตามปฏิทินฮินดู ในเทศกาลนี้ทุกบ้านเรือนจะจุดตะเกียงดินเผาใบเล็กๆ ที่เรียกว่า “ดิยา” และจุดพลุเฉลิมฉลองเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งแสงสว่าง และยังมีการบูชาพระพิฆเนศและพระแม่ลักษมีอีกด้วย

เทศกาลนวราตรี (Navratri) เทศกาลแห่งการสักการะพระแม่ทุรคาและพระแม่ปารวตีปางต่างๆ เป็นงานเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ที่จัดทั่วประเทศอินเดียเปนเวลา 10 วัน ซึ่งใน 9 คืนจะมีการบูชาพระแม่ในภาคปางต่างๆ ส่วนในวันที่สิบเป็นวันสำคัญที่สุดที่เรียกว่า “ทศหรา” ที่เป็นวันเฉลิมฉลองชัยชนะ และยังมีการฉลองด้วยการเต้น “ดันดิยาราส” หรือรำกระทบไม้ที่แสนสนุกสนานอีกด้วย โดยหนึ่งปีจัด 2 ครั้งในช่วงต้นฤดูร้อนและต้นฤดูหนาว ซึ่งมีรายละเอียดแตกต่างกันตามแต่ละภูมิภาค

เทศกาลโฮลี (Holi festival) หรือเรียกว่า “เทศกาลแห่งสีสัน” เป็นเทศกาลที่ผู้คนออกมาเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน โดยการสาดสีจนติดทั่วทั้งเนื้อตัวและเสื้อผ้า ตามคติความเชื่อเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของพระวิษณุที่เอาชนะมารโฮลิกะ และเป็นการปัดเป่าโรคภัยกับสิ่งชั่วร้ายออกไปจากตัว เทศกาลนี้จัดทั่วทั้งประเทศอินเดียในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิประมาณเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งอาจทำให้ไม่สบาย จึงเป็นที่มาของการใช้ผงสีจากพืชและสมุนไพรชนิดต่างๆ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

สายการบินไปเที่ยวอินเดีย

ในปัจจุบันมีสายการบินที่บินตรงถึงประเทศอินเดียเป็นจำนวนมาก ทั้งจากสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง โดยใช้เวลาตั้งแต่ 3 ถึง 4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทางแต่ละแห่ง ดังนี้

การบินไทย (Thai Airways), ไทยสมายล์แอร์ไลน์ (Thai Smile Airline), แอร์เอเชีย (AirAsia), โกเฟิร์ส (Go First Airlines), อินดิโก (IndiGo Airlines), วิสตารา (Vistara), มาเลเซียแอร์ไลน์ (Malaysia Airlines), เวียตเจ็ทแอร์ (Vietjet Air), สไปซ์เจ็ท (Spicejet), กาตาร์แอร์เวย์ส (Qatar Airways), คาเธ่ย์แปซิฟิค (Cathay Pacific), เวียดนามแอร์ไลน์ (Vietnam Airlines), สิงคโปร์แอร์ไลน์ (Singapore Airlines), ฮาห์น แอร์ ซิสเต็ม (Hahn Air Systems), เอทิฮัดแอร์เวย์ (Etihad Airways), เอมิเรตส์แอร์ไลน์ (Emirates Airlines), แอร์แอสตานา (Air Astana), โอมานแอร์ (Oman Air), แอร์อินเดีย (Air India)

FAQเกี่ยวกับที่เที่ยวเชียงราย

  • ทัชมาฮาลอยู่ที่ไหน

    เมืองอัครา (Agra) ประเทศอินเดีย


  • เที่ยวอินเดียต้องมีวีซ่าหรือไม่

    อินเดียต้องขอวีซ่า สามารถยื่นขอได้ทั้งวีซ่าออนไลน์และวีซ่าท่องเที่ยวแบบปกติ


  • เที่ยวอินเดียเดือนไหนดีที่สุด

    เดือนตุลาคมถึงมีนาคม เนื่องจากเป็นฤดูหนาวที่อากาศเย็นสบาย


  • ขึ้นเครื่องบินไปอินเดียใช้เวลากี่ชั่วโมง

    ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ขึ้นกับจุดหมายปลายทาง


  • เทศกาลดิวาลีจัดเดือนไหน

    ในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ซึ่งวันที่จัดในแต่ละปีจะไม่ตรงกัน


คำจำกัดความรับผิดชอบ: บทความนี้จัดทำโดยผู้ร่วมสร้างเนื้อหารายบุคคลหรือแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม ในกรณีที่มีความผิดพลาดเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดติดต่อเราและเราจะลบเนื้อหาทันที
>>
เที่ยวอินเดีย